Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

‘วีริศ’ หารือ ‘ผู้ว่าฯ - นายด่านอรัญประเทศ’ ดึง ‘นักลงทุน’ เพิ่ม!! ในนิคมฯ สระแก้ว

‘วีริศ’ ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว หารือผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายด่านอรัญประเทศ หวังดึงนักลงทุนในพื้นที่ พร้อมหาแนวทางการบูรณาการความร่วมมือ ให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมร่วมกันอย่างยั่งยืน

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-21 ม.ค. 65) ว่า ปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว อยู่ระหว่างการขอปรับเปลี่ยนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA: Environmental Impact Assessment) โดยเพิ่มหัวข้อประเภทโรงงานอุตสาหกรรมที่มีระบบการระบายออกทางปล่อง (Stack) เข้ามาประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมได้ ซึ่งอุตสาหกรรมในลักษณะเช่นนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูป, ผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น ประกอบกับเป็นการสนับสนุนให้เกิดระบบเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG Economy) ซึ่งสามารถสร้างโอกาสทางการแข่งขันให้กับนักลงทุน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ผลิตเดิม เช่น เกษตรกร และชุมชน ให้เป็นผู้ประกอบการที่สามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้

ครม. อนุมัติ งบกลาง 1,084 ล้านบาท แก้ไขปัญหาโควิด จ้างบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่ม 2,402 อัตรา 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จำนวน 1,084 ล้านบาท  เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจจำนวน 2,402 อัตรา สำหรับโครงการจ้างแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ และสายงานบริการทางการแพทย์อื่น เป็นการจัดหาบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติมให้เพียงพอ สำหรับรองรับการระบาดของโรคโควิด-19  และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์

ครม.เห็นชอบ ร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับ ไม่เก็บค่าปรับ-ต่ออายุเครื่องหมายการค้า-จ่ายค่าธรรมเนียมสิทธิบัตรเกินกำหนด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงพาณิชย์ รวม 2 ฉบับ คือ เพื่อเป็นการลดภาระและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ถือสิทธิบัตรที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคโควิด-19 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวง ฉบับแรก คือ ร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ เป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมเพิ่ม(ค่าปรับ) ร้อยละ 20 ของค่าธรรมเนียมการต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม ซึ่งเจ้าของเครื่องหมายจะต้องชำระเพิ่มในกรณีที่ไม่ได้ต่ออายุการจดทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ฉบับที่ 2 คือ ร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมเพิ่ม (ค่าปรับ) ร้อยละ 30 ของค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งเรียกเก็บจากผู้ถือสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรที่ไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียมรายปีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด 

ครม.เคาะ “ไก่-เนื้อไก่” เพิ่มเป็นสินค้าควบคุม เหตุ เป็นทางเลือกอาหารแพง ยัน รัฐบาลช่วยเหลือทั้งเกษตรกร-ปชช. เชื่ออนาคตราคาสินค้าเกษตรลดลง

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบกำหนดสินค้าควบคุมประจำปี 2565 จำนวน 5 รายการ ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) แบ่งเป็น 4 สินค้า ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมอยู่แล้วในปี 2564 คือ 1.หน้ากากอนามัย 2.ใยสังเคราะห์ ผ้าสปันบอนด์ เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย 3. ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ 4.เศษกระดาษและกระดาษที่นำกลับมาใช้ได้อีก ส่วนที่เพิ่มเติมคือ ไก่ และเนื้อไก่ เพราะปัจจุบันเป็นเนื้ออาหารสัตว์ทางเลือก ช่วงที่เนื้อหมู มีราคาแพง เพราะฉะนั้น ทาง กกร.จึงเสนอให้ครม.พิจารณาไก่และเนื้อไก่เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มอีกหนึ่งชนิด เท่ากับว่าปี 2565 มีสินค้าควบคุม 5 รายการ เพิ่มเติมจากที่อยู่ในรายการก่อนหน้านี้ 51 รายการ อาทิ แชมพู ผงซักฟอก ไข่ไก่ สุกร เนื้อสุกร อาหารกึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การที่ไก่และเนื้อไก่ เป็นสินค้าควบคุมเท่ากับว่าผู้ทำฟาร์มไก่และผู้ประกอบการ ต้องมีหน้าที่รายงานปริมาณการเลี้ยงและต้นทุนราคา โดยกกร.กำหนดให้ผู้เลี้ยงไก่ที่มีปริมาณการเลี้ยงตั้งแต่ 1 แสนตัวขึ้นไปและโรงชำแหละไก่ ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 4 พันตัวต่อวัน ต้องแจ้งปริมาณการสต็อกและต้นทุนราคาการเลี้ยงสัตว์ให้คณะกรรมการทราบทุกเดือน เพื่อป้องกันการโก่งราคาและการกักตุนสินค้า 

"ส่วนกระแสที่ระบุว่ารัฐบาลนี้ปล่อยให้ราคาสินค้าแพงโดยไม่มีการดำเนินการใด คิดว่าหากสื่อและประชาชน ติดตามข่าวสารจะรับทราบข้อมูลและให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล และเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการรักษาระดับราคา แต่ขอทำความเข้าใจว่าสินค้าที่มีระดับราคาสูงขึ้นในด้านหนึ่งเป็นสินค้าเกษตร เพราะฉะนั้น พี่น้องชาวเกษตรก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่ระดับสินค้าเพิ่มสูงขึ้น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง รวมถึงพืชผลการเกษตรอีกหลายชนิด  บางชนิดขยับขึ้นแต่ ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะฉะนั้น การดำเนินการของรัฐบาลจึงต้องเป็นการสร้างสมดุลระหว่างให้เกษตรกรมีรายได้ ขณะเดียวกันรายได้ที่เพิ่ม ต้องไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และรัฐบาลได้บูรณาการการทำงานและออกมาตรการช่วยเหลือหลายอย่าง" 

“แรมโบ้” อัด “ณัฐวุฒิ” ควรหุบปาก ประชาชนไม่เชื่อถือแกนนำม็อบสั่ง"เผาบ้านเผาเมือง"ทำประชาชนเดือดร้อน ยันนายกฯประยุทธ์ ไม่มีท้อถอย ยังทุ่มเทตั้งใจทำงานเต็มร้อย ทำมากกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ และไม่คิดทุจริตคดโกงเหมือนรัฐบาลยุคนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊กนายกฯอยู่ในภาวะหมดสภาพ เปิดเพลงอย่ายอมแพ้ หมายถึงแพ้แล้ว 3ป. แตกหัก อยู่มา 8 ปี แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ โดยยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้หมดสภาพ และยังมีใจเต็มร้อยในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเฉพาะขณะนี้ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 

ส่วนเรื่องทางการเมืองนายกฯย้ำหลายครั้งแล้วว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมืองนายกไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เช่นเดียวกันกับความสัมพันธ์กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรณ นายกฯย้ำเสมอว่ายังเคารพรักพูดคุยกันดีอยู่ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน

นายเสกสกล ย้ำว่าตลอดระยะเวลาการบริหารงานนายกฯได้แก้ปัญหาและพัฒนาประเทศมากกว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี ที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อประชาชนเลย เท่าที่เห็นก็มีแต่ทำเพื่อตัวเอง ครอบครัว และพวกพ้องเท่านั้น

“ขอย้ำอีกครั้งนายกฯ ไม่ได้ทำผิดอะไรและจะต้องทำงานช่วยเหลือประชาชนจนครบเทอม จะไม่ทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน

และขอแนะนำว่านายณัฐวุฒิไม่ควรออกมาพูดอะไรทั้งนั้น เพราะไม่มีประชาชนคนใดเชื่อถือคนที่ชอบออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับม็อบ ทำความเดือดร้อนให้กับประชาชน อีกทั้งไม่เคยทำอะไรเพื่อประชาชน และประเทศชาติบ้านเมืองเลย ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีจนมาถึงวันนี้ ทางที่ดีควรหุบปากเพื่อเอาใจนายใหญ่ได้แล้ว

"นายใหญ่ทางไกลตอบแทนให้รางวัลเป็นรัฐมนตรีช่วยสองกระทรวงฯทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำนปช.สั่งเผาบ้านเผาเมือง  แต่พอเป็นรัฐมนตรีฯ ช่วยบอกหน่อยว่าได้มีผลงานอะไรทำเพื่อประชาชนบ้าง เป็นรมช.พาณิชย์นั่งตอบนักข่าวเรื่องทุจริตโกงข้าวชาวนา ตอบไม่ได้สักเรื่อง เหมือนคนเป็นใบ้ ไปไม่เป็น คนเขาเห็นกันทั้งแผ่นดิน ยังจะมีหน้ามากล่าวหาคนอื่น ช่วยตักน้ำใส่กระโหลก ชะโงกดูเงาตัวเองบ้างว่า เคยทำความดีอะไรให้บ้านเมือง นอกเหนือจากที่ถูกประชาชนกล่าวประนามว่าเป็นแกนนำ
"เผาบ้านเผาเมือง"

ครม.เคาะ 2 ล้านสิทธิ ‘เราเทียวด้วยกัน’ เฟส 4 เริ่ม ก.พ.นี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 4 กรอบวงเงิน 9,000 ล้านบาท โดยใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการเป็นตั้งแต่เดือน ก.พ. – ก.ค. 2565 ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก คนละไม่เกิน 10 ห้อง ในอัตรา 40% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน จำนวน 2 ล้านสิทธิ และปรับลดสิทธิสำหรับตั๋วเครื่องบินลงเหลือ 6 แสนสิทธิ เนื่องจากการดำเนินโครงการในระยะที่ผ่านมาในส่วนของตั๋วเครื่องบิน ปรากฏว่าผู้ร่วมโครงการไม่ได้มีการใช้สิทธิเต็มสิทธิที่ให้อยู่แล้ว 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า มาตรการที่ได้รับอนุมัติครั้งนี้จะเป็นการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้ประชาชนมีเกิดการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของรัฐบาล โดย ครม. ยังมอบหมายให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พิจารณากำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการกำกับและติดตาม การดำเนินโครงการ เพื่อป้องกันการแสวงหา ประโยชน์จากการดำเนินโครงการโดยมิชอบ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว อย่างเคร่งครัด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินโครงการ เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสามารถ ตรวจสอบได้ต่อไป

“ปนป.11 กลุ่มเสือ” ผุด โครงการ “สัมผัสแทนสายตา สู่การพัฒนาอย่างเท่าเทียม" ยกระดับ “สื่อภาพนูน” สู่คุณภาพชีวิตผู้พิการทางการมองเห็น

คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย ปนป.11 กลุ่มเสือ  ใน สถาบันพระปกเกล้า จัดทำโครงการ “สัมผัสแทนสายตา สู่การพัฒนาอย่างเท่าเทียม”  เพื่อร่วมกันให้ความช่วยเหลือ และแบ่งปันทรัพยากร นำมาซึ่งการจัดการอบรมและประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผู้สอนในการผลิตสื่อภาพนูน (Tactile Taxture) อันเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและสื่อการสอน ที่จะช่วยให้ผู้เรียนซึ่งเป็นผู้พิการทางการเห็น สามารถมองเห็นภาพและเข้าใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในประเทศไทย ทำให้ผู้พิการทางการเห็นได้รับผลกระทบอย่างมากขาดโอกาสทางการประกอบอาชีพ และการรับการศึกษาในช่วงระยะเวลาที่ภาครัฐและเอกชนต้องกำหนดนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม

ซึ่งโครงการนำร่องยกระดับศักยภาพผู้พิการทางการเห็นด้วยสื่อภาพนูน จัดในระหว่างวันที่ 21-23 มกราคมที่ผ่านมา ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ  ซึ่งได้รับเกียรติจาก นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมงาน ได้แก่ นายประสงค์ สุบรรณพงษ์ ผอ.โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ, นายต่อพงศ์ เสลานนท์ อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย, นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, นางกรกนก ศิริวงษ์ รอง ผอ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ, ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รอง ผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล(DEPA), รศ.ดร.ธัญลักษณ์ วีระสมบัติ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และ นายกิตติพงษ์ เอื้อพิพัฒนากูล ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ  

ทั้งนี้โครงการ “สัมผัสแทนสายตา สู่การพัฒนาอย่างเท่าเทียม” คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 11 กลุ่มเสือ นำโดย ผศ.ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์, ร.ต.อ.ณัฏฐพงษ์ อินทร์ศร และคณะนักศึกษา ตั้งเป้าประสงค์จะใช้ประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาในหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้ามาปรับประยุกต์และประสานความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการศึกษาและเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย

สำหรับโครงการนำร่องยกระดับศักยภาพผู้พิการทางการเห็นด้วยสื่อภาพนูน ได้มีการคัดเลือกโรงเรียนเป้าหมายจำนวน 10 โรงเรียน โรงเรียนละ 2 ท่าน เพื่อได้รับความรู้และนำไปพัฒนาต่อยอดในการปฎิบัติหน้าที่ ณ หน่วยงานเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้พิการทางสายตาในช่วงวัยต่างๆ โดยมีบุคลากรครูเข้าร่วมรับการอบรมทั้งหมดจำนวน 12 แห่ง ดังนี้

1. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด ขอนแก่น
2. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด นครราชสีมา
3. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด
4. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด
5. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อนลพบุรี
6. โรงเรียนการศึกษาเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อนชะอำ
7. โรงเรียนธรรทิกวิทยา
8. โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา
9. โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
10. โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
11. โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
12. โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่

ครม.อนุมัติลงนามร่างเอ็มโอยู “อาเซียน-องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา” ชี้ ส่งเสริมความร่วมมือเศรษฐกิจและสังคม 36 สาขา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่าครม.อนุมัติให้มีการลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอ โดยจะลงนามในช่วงการประชุม OECD Ministerial Meeting on Southeast Asia ที่กรุงโซล ระหว่างวันที่ 9-10 ก.พ.นี้ โดยการประชุมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคอาเซียนและ OECD เพื่อส่งเสริมนโยบายนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืนในประเด็นต่างๆ เช่น การจ้างงาน มาตรฐานการครองชีพ เสถียรภาพทางการคลัง เป็นต้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ เป็นกรอบเสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์พื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียน และ OECD ในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน รวมทั้งกำหนดกรอบยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานและพัฒนาความร่วมมือในสาขาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคม รวม 36 สาขา เช่น 1.การตอบสนองต่อโควิด-19 2.ภาษีอากร 3.การจัดการการเงินภาครัฐ 4.แนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบ 5.การอำนวยความสะดวกทางการค้า 6.การลงทุน เป็นต้น

“ครม.” ไฟเขียว “กฎหมายปิดปาก”  คุ้มครองปชช.-นักสิทธิมนุษยชน ให้ข้อมูลจนท.ทุจริต 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบหลักการ ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอ โดยสาระสำคัญ เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนหรือนักสิทธิมนุษยชน ที่มีความตั้งใจปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการกระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ขู่จะฟ้องปิดปาก ใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือตอบโต้ เพื่อระงับการดำเนินการของประชาชนที่อยากมีส่วนร่วมในการปกป้องผลประโยชน์บ้านเมือง

“บิ๊กตู่” วอน รัฐสภาผ่านกฎหมายลูก 2 ฉบับ สั่ง ทุกกระทรวง สู้ศึกซักฟอก ย้ำรมต.ต้องมาแจง ชี้ ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นหนึ่งเดียว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานรัฐสภาที่คาดว่า จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเดือนก.พ.นี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top