Monday, 22 June 2026
Hard News Team

'หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด' แนะ สิ่งที่เราต้องทำ คือ 'พลิกโฉมประเทศไทย'

นายวรนัยน์ วาณิชกะ หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง "นี่คือ พลิกโฉมประเทศไทย" มีเนื้อหาดังนี้…

อนาคตของชาติไม่ควรแขวนอยู่กับนโยบายกะปริดกะปรอย ยุทธศาสตร์เลื่อนลอย การบริหารบนผลประโยชน์ธุรกิจการเมือง การเมืองแบบเก่าที่ไม่เข้าใจความต้องการของโลกสมัยใหม่

ความใหม่ คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่เหล้าเก่าในขวดใหม่ ย้อมขายเพื่อหวังกระแสและคะแนนเสียง ความใหม่ต้องขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ แรงบันดาลใจ และอุดมการณ์อันแข็งแกร่งของนักการเมืองรุ่นใหม่ เพื่อที่จะมาเป็นรัฐบาลที่พลิกโฉมประเทศไทย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูป แต่ต้อง “พลิกโฉม”

แต่ความเป็นจริงคือ นักการเมืองรุ่นใหม่และรุ่นเก่า (ที่ต้องการทางเลือกใหม่) ต้องจับมือกัน รุ่นใหม่ต้องการรุ่นเก่าเพราะการสู้รบกับ เสือ สิง กระทิง แรด ในสภาและแต่ละหน่วยงาน ต้องอาศัยชั้นเชิงและความช่ำชองที่มาจากประสบการณ์ รุ่นเก่าต้องการรุ่นใหม่ มิฉะนั้นก็จะตกอยู่ในวังวนของความเหมือนเดิม

รุ่นใหม่คือตัวยิง รุ่นเก่าคือตัวส่งลูก รวมกันเราพลิกโฉม หากแยกกันการเมืองอุปถัมภ์คงเอาไปรับประทานอย่างแน่นอน

นี่คือ 5 นโยบายที่ไม่ใหม่ เพราะประเทศอื่นทำมาหมดแล้ว บางนโยบายพรรคอื่นได้พูดถึงบ้างแล้ว และเป็นนโยบายฉบับย่อ เพราะรายละเอียดมีอีกเยอะ

แต่สิ่งที่ใหม่คือ เหตุผลและจุดประสงค์ของนโยบาย เพราะถ้าเหตุผลคลุมเครือ จุดประสงค์บิดเบี้ยว ผลลัพธ์ก็เข้าแต่กระเป๋าการเมืองเก่า และเมื่อทำสำเร็จแล้ว ความใหม่คือโฉมหน้าประเทศไทย

>> คาสิโนเสรี ไม่ใช่เพราะบ้าการพนัน แต่มันคือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ในพื้นที่ของธุรกิจการเมือง แต่ทำในพื้นที่ยากจนที่สุด อยู่ท้ายแถวของความเหลื่อมล้ำ แต่ก่อนทำจะต้องมีประชามติ คนในพื้นที่ต้องเห็นด้วย ซึ่งการทำอุตสาหกรรมคาสิโนนั้น มีจุดประสงค์เพื่อต่อยอดในธุรกิจอื่น ยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับคมนาคม ภาษีรายได้เอาไปลงกับการศึกษาและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างมีอยู่แล้ว Indian Reservations เคยเป็นพื้นที่ยากจนที่สุดในอเมริกา แต่ในพื้นที่ที่ได้ทำคาสิโนถูกกฎหมาย ผลต่อยอดมหาศาลและทั่วถึง นี่คือการกระจายศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเข้าไปในแต่ละภูมิภาค และพัฒนาทั้งประเทศ ไม่ใช่กระจุกอยู่แต่ในกรุงเทพ รถในกรุงเทพก็จะติดน้อยลงโดยปริยาย เพราะประชากรระบายออกไปหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า นี่คือการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจที่กระจุก นี่คือการพลิกโฉมประเทศไทย

'รมว.เฮ้ง' ชวนแรงงานนอกระบบฝึกอาชีพเสริม พร้อมรับเครื่องมือทำกิน แก้ปัญหาความยากจน ตามนโยบายลุงตู่

กระทรวงแรงงาน จัดกิจกรรม เพิ่มอาชีพ เพิ่มรายได้ แก่ผู้ต้องการประกอบอาชีพอิสระและประชาชนทั่วไป จำนวน 2 พันคน แนะผู้สนใจติดต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดใกล้บ้าน 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน มีกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพอิสระ แก่ผู้ที่มีเวลาว่าง ผู้ว่างงาน หรือผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม ผ่านกิจกรรมเพิ่มอาชีพ เพิ่มรายได้ ที่มีการจัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2565 มีเป้าหมายทั้งปี 100 รุ่น รวมทั้งสิ้น 2,000 คน เพื่อเพิ่มโอกาสมีอาชีพ มีรายได้ มีงานทำในช่วงสถานการณ์โควิด -19  ซึ่งเมื่อจบหลักสูตรจะได้รับวัสดุอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมหรือต่อยอดพัฒนารูปแบบของสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่อไป

โดยอาชีพที่ได้รับความสนใจจากผู้อบรมได้แก่ การทำขนมไทย การทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม การทำหมูสวรรค์ การทำจักสานตะกร้าพลาสติก การทำเบเกอรี่ การทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การทำปาท่องโก๋ เค้กหน้านิ่ม และชิฟฟ่อน ซึ่งผลการดำเนินการปีงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมามีผู้ฝึกอบรม จำนวน 2,408 คน สร้างรายได้ 10,113,640 บาท

“พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ห่วงใยแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 แรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน  และผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมเพื่อนำไปใช้จ่ายในครัวเรือน ได้กำชับกระทรวงแรงงานดูแลแรงงานทั้งในระบบ และนอกระบบเท่าเทียม ทั่วถึง ให้มีทางเลือก มีโอกาสและช่องทางทำกิน  โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานมีภารกิจในการส่งเสริมและให้บริการแนะนำการประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงการจัดสาธิตและฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ โดยมีการจัดวิทยากรให้ความรู้ด้านการประกอบการ อาทิ การบริหารจัดการ การทำบัญชีเบื้องต้น การตลาด การคิดต้นทุนการผลิต กำไรขาดทุน เป็นต้น

โซเชียลวิจารณ์เมนูฮิต ‘หมึกช็อต’ นักวิจัยเตือน เสี่ยงเจอพยาธิตัวกลม

โซเชียลวิจารณ์เมนูฮิต ‘หมึกช็อต’ รสชาติอร่อย แต่อาจเป็นการทรมานสัตว์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนเสี่ยงพยาธิตัวกลม ปวดท้องภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังกิน

โซเชียลวิจารณ์เมนู ‘หมึกช็อต’ นำหมึกเป็นๆ ไปจุ่มน้ำจิ้มซีฟูี๊ดในแก้วช็อต หรือแก้วเล็กๆ แต่บางร้านปรับใช้เป็นแก้วขนาดใหญ่ หลังจากจุ่มไปหมึกจะดูดน้ำจิ้มเข้าไป จากนั้นก็หยิบหมึกมากิน หลายคนที่ได้ลองบอกว่า รสชาติดี เนื้อหมึกมีรสหวานเข้ากันได้ดีกับน้ำจิ้มซีฟู้ด แต่อีกด้านก็มองว่า น่าสงสาร เพราะการกินแบบนี้เป็นการทรมานสัตว์

ลูกค้าที่เข้ามากินเมนูหมึกช็อต บอกว่า รสชาติอร่อย มึกสด หวานดี แต่น่าจะลองกินเพียงครั้งเดียว เพราะสงสาร

ขณะที่เจ้าของร้าน บอกว่า ปกติที่ร้านขายซาซิมิ เพิ่งนำเมนูหมึกช็อตมาขายในช่วงที่มีกระแสเกิดขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกของลูกค้า และลูกค้าอยากกินเมนูดังกล่าวที่ร้าน

‘จีน-รัสเซีย’ พันธมิตรสุดแข็ง ที่พร้อมแกว่งทุกเมื่อ หากความเสี่ยง กระทบผลประโยชน์ของประเทศ

ภายใต้สถานการณ์วิกฤติของรัสเซีย จากประเด็นยูเครนในช่วงที่ผ่านมา น่าจะทำให้รัสเซียเริ่มเหลียวมองหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งเพื่อพึ่งพิง ซึ่งก็คงใช่ใครอื่นนอกจากจีน 

ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะไม่ว่ารัสเซียจะเจอปัญหาการเมืองกับชาติพันธมิตรในยุโรปหนักแค่ไหน หรือแม้จะเจอเหตุการณ์ประท้วงเพื่อล้มรัฐบาลคาซักสถานที่รัสเซียหนุนหลังอยู่เมื่อตอนต้นปี รวมถึงวิกฤติการลุกคืบของพันธมิตร NATO ในยูเครน ทางการจีนก็มักออกมาประกาศจุดยืนสนับสนุนฝ่ายรัสเซียอย่างแข็งขันเสมอมา

แถมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นก็ยิ่งถูกตอกย้ำขึ้นไปอีก ภายหลังการพบกันอีกครั้งระหว่าง ‘สี จิ้นผิง’ และ ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ในช่วงพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่ง ที่ทางรัฐบาลรัสเซียออกมารายงานว่า เป็นการพบกันที่อบอุ่น และมีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะความร่วมมือด้านพลังงาน ซึ่ง Rosneft บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซียตกลงที่จะจัดโควตาส่งน้ำมันให้จีนเพิ่มอีกในอีก 10 ปีข้างหน้าด้วย

นอกจากนี้ ปูติน ยังได้กล่าวอีกว่า ความร่วมมือระหว่างรัสเซีย และจีนจะช่วยให้ทั้ง 2 ชาติมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และสามารถต่อสู้ รับมือกับความเสี่ยง และท้าทายจากชาติอื่นๆ พร้อมย้ำอีกว่า...

“มิตรภาพระหว่างจีน และ รัสเซีย ไม่มีข้อจำกัด”

อย่างไรก็ตามกรณีข้อพิพาทล่าสุดระหว่าง ‘รัสเซีย-ยูเครน’ ที่มีชาติพันธมิตรเข้ามาขู่ฟ่อๆ จะล่อรัสเซียหากแหยมยูเครนนั้น ดูจะทำให้รัสเซียต้องคิดหนักกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตามหลังมากกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เหตุเพราะสหรัฐอเมริกาขู่งัดมาตรการคว่ำบาตรขั้นสูงสุด หากรัสเซียยกทัพบุกดินแดนยูเครนจริง ขณะที่สหภาพยุโรปก็พร้อมที่จะบอยคอตรัสเซียหนักยิ่งกว่าตอนผนวกดินแดนไครเมียในปี 2014 

ประเด็น คือ หากสถานการณ์ลุกลามไปสุดถึงขั้นนั้นจริงๆ จีนจะกระโดดลงมาร่วมเรียงเคียงไหล่กับรัสเซียหรือไม่?

นักวิเคราะห์หลายคนต่างวิเคราะห์ถึงท่าทีของจีนไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้จีนจะแสดงออกชัดเจนถึงการสนับสนุนรัสเซียในด้านเสถียรภาพและความมั่นคงทางภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาค รวมถึงการพึ่งพาด้านเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน แต่หากมองในมุมด้านผลประโยชน์ทางการค้าที่เป็นจุดแข็งสำคัญของจีน เชื่อว่าจีนอาจยังไม่พร้อมที่จะยอมเสี่ยงถึงขนาดนั้นเพื่อรัสเซีย

ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาในแง่การตลาด จีนถือเป็นตลาดส่งออกเบอร์ 1 ของรัสเซียเลยทีเดียว คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 16% ของยอดรวมตลาดต่างประเทศของรัสเซีย แต่ในทางกลับกัน ตลาดรัสเซียกลับมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกให้กับจีนเพียง 2% เท่านั้น ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดของจีนในสหรัฐอเมริกา และ สหภาพยุโรป

อเล็กซ์ คาพริ นักวิจัยของสถาบัน Hinrich Foundation กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งควรที่จะระมัดระวังอย่างยิ่งในการแสดงจุดยืนเรื่องข้อพิพาทระหว่าง NATO และ รัสเซีย แม้จะเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจ และพลังงานร่วมกันมานาน แต่ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรจากชาติมหาอำนาจจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผลประโยชน์ด้านการค้าของจีนอย่างแน่นอน

อีกทั้งคำขู่ของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ออกโรงเตือนรัฐบาลปักกิ่งว่า หากจีนคิดแทรกแซงเรื่องการบุกยูเครนของรัสเซียจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในปัญหาความมั่นคง และสะเทือนถึงเศรษฐกิจในระดับโลก ซึ่งจีนเองก็จะเจ็บหนักด้วย

แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่จีนต้องคิดให้หนัก เพราะตอนนี้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจในประเทศของจีนเองก็ยังไม่ค่อยสู้ดี จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และ Covid-19 ที่ดึงให้เศรษฐกิจโดยรวมของจีนที่คาดว่าน่าจะเติบโต กลับชะลอตัวเหลือเพียง 4.8% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับที่ได้ 8% ในปี 2020 

ขณะเดียวกัน ในเมื่อเศรษฐกิจรัสเซียต้องพึ่งจีน มากกว่าที่จีนจะพึ่งรัสเซียนั้น การที่พี่สีกระโดดลงมาล่มหัวจมท้ายกับปูติน เพื่อมาแบกรับความเสี่ยงในการถูกคว่ำบาตรขั้นสุดจากสหรัฐอเมริกา และยุโรป จึงเป็นเรื่องลำบากใจของรัฐบาลปักกิ่งไม่น้อย ที่จะต้องยอมแลกผลประโยชน์ทางการค้า เพื่อรักษาพันธมิตรกับรัสเซีย เพราะเท่าที่ผ่านมา นอกจากข้อตกลงร่วมกันทางเศรษฐกิจ จีนก็แทบจะไม่เข้าไปวุ่นวายกับข้อพิพาทเรื่องดินแดนของรัสเซีย นับตั้งแต่สงครามในจอร์เจียตอนปี 2008 รวมถึงการผนวกดินแดนไครเมียในปี 2014 สักเท่าไร

เห็นภาพแบบนี้แล้ว ก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า ปูติน จะยังมั่นใจกับคำกล่าวสุดมั่นที่ว่า “มิตรภาพระหว่างรัสเซีย-จีน ไม่มีข้อจำกัด” ได้อยู่หรือไม่ เพราะนาทีนี้ไม่สามารถเดาใจ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้เลยจริงๆ ว่าจะยังพร้อมคิดเช่นเดียวกันแค่ไหน...


เรื่อง: ยีนส์ อรุณรัตน์

อ้างอิง: CNN / New Yorker / BBC

ผบ.ทบ. ตรวจหน่วยยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ พร้อมชมอาคารซ่อมบำรุง ภายใต้กรอบความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ 

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางไปค่ายพนัสบดีศรีอุทัย อ. เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ตรวจเยี่ยมกองพลทหารราบที่ 11 และติดตามความคืบหน้าในการจัดตั้งกรมทหารราบยานเกราะเบา หรือกรมสไตรเกอร์ หลังจากกองทัพบกได้ปรับโครงสร้างจัดหน่วยกองพลทหารราบที่ 11 จากเดิมที่เป็นหน่วยสนับสนุนด้านการฝึกศึกษาให้กับกำลังพลสำรอง ปรับโครงสร้างเป็นหน่วยกำลังรบ ในลักษณะหน่วยทหารราบยานเกราะเบาที่มีความสมบูรณ์ในตนเอง และใช้อัตรากำลังพลน้อยกว่าหน่วยทั่วไป สำหรับกรมทหารราบยานเกราะเบา

ปัจจุบันคือกรมทหารราบที่ 112 กองทัพบกได้ดำเนินการจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2562 และได้นำยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์เข้าประจำการ ถือเป็นหน่วยระดับกรมที่มียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย โดยเป็นหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งปัจจุบันจัดกำลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลังป้องกันชายแดนด้านตะวันออก

นอกจากรับทราบผลการจัดตั้งหน่วยทหารราบยานเกราะเบา ผู้บัญชาการทหารบกยังได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของหน่วย โดยเฉพาะการปรนนิบัติบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ณ“อาคารสนับสนุนการซ่อมบำรุงยานเกราะสไตรเกอร์ (Maintenance Support Facility : MSF)” ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อการดูแลรักษายานเกราะล้อยางแบบสไตรเกอร์ ภายใต้กรอบความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐอเมริกา ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 สร้างเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2564  เป็นอาคารที่มีความทันสมัย ใช้เป็นสถานที่ในการปรนนิบัติบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ตามวงรอบ รวมถึงการฝึกศึกษาให้กำลังพลของหน่วยสามารถดำเนินการซ่อมบำรุงได้ด้วยตนเอง โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญทางการซ่อมบำรุงยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์จาก

สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันกรมทหารราบที่ 112 เป็นหน่วยรับผิดชอบ ในโอกาสนี้ นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ร่วมในการตรวจเยี่ยมอาคารและดูการปฏิบัติของหน่วยทหารด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมากองทัพสหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือกองทัพบกในการเสริมสร้างความพร้อมรบของหน่วยยานเกราะสไตรเกอร์มาตั้งแต่แรก โดยเฉพาะด้านการฝึกศึกษา ตลอดจนความร่วมมือล่าสุด คือการก่อสร้างอาคารซ่อมบำรุงยานเกราะสไตรเกอร์ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและกรอบความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคต่อไป

'นายกฯ' หารือ 'เอกอัครราชทูต EU' มุ่งสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-สหภาพยุโรปทุกมิติ พร้อมขยายร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเดวิด เดลี (H.E. Mr. David Daly) เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ที่ได้เข้ารับตำแหน่ง เชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ของเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ที่มีความความคุ้นเคยกับประเทศไทยจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสานต่อความร่วมมืออีกหลากหลายสาขาในอนาคต และช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหภาพยุโรปให้แน่นแฟ้มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งช่วยเปิดมุมมองใหม่ในสาขาที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่สหภาพยุโรปมีมติยอมรับเอกสารรับรอง Thailand Digital Health Pass บนระบบ ‘หมอพร้อม’ ให้ใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางในยุโรปได้เทียบเท่ากับกับ EU Digital COVID Certificate (EU DCC) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการฟื้นฟูการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างกัน

ด้านเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ ยินดีที่ได้ดำรงตำแหน่งในประเทศไทย ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงานมาตลอด โดยแสดงความชื่นชมการทำงานและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลไทย พร้อมเชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามที่ตั้งไว้ได้ ซึ่งทางสหภาพยุโรปยินดีให้การสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ยังได้แสดงความยินดีต่อการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2022 ของไทยซึ่งเป็นบทบาทของไทยในเวทีโลก เชื่อมั่นว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายความร่วมมือทางการค้าการลงทุนและสามารถต่อยอดไปถึงภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งนี้ ขอให้ไม่ลืมที่จะคำนึงถึงสหภาพยุโรปในทุกความร่วมมือ เพราะยุโรปมีศักยภาพทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอื่นๆ

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ด้านยุทธศาสตร์เพื่อความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งไทยยินดีมีส่วนร่วมกับยุทธศาสตร์ฯ ในการขับเคลื่อนวาระสำคัญซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ท้าทายในเวทีระหว่างประเทศ เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทะเล การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่จะมีความร่วมมือกันได้ต่อไป ด้านความตกลงทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน

โดยได้หารือถึงกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement - PCA) ซึ่งมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายประสงค์ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งทางเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปฯ มองว่า ไทยถือเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาค ที่จะส่งผลประโยชน์ร่วมกันได้ด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำการให้ความสำคัญต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-EU โดยจะเร่งการเจรจาและกำหนดระดับเป้าหมายของ FTA ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 

ธกส.เร่งแก้หนี้เกษตรกร สั่งพนง.ลงพื้นที่พบลูกค้าจัดชั้นหนี้

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้พนักงานในพื้นที่ไปพบลูกค้าทุกราย โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่ใช้บริการสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. จำนวน 4.83 ล้านราย เพื่อสอบถามข้อมูลการประกอบอาชีพ ที่มาของรายได้มาประเมิน โดยวิเคราะห์ศักยภาพสมรรถนะและความสามารถในการประกอบอาชีพ ความสามารถในการชำระหนี้ จากนั้นจัดกลุ่มลูกหนี้ตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด โดยแบ่งลูกค้าเป็นกลุ่มตามศักยภาพ เช่น กลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสูง กลุ่มศักยภาพปานกลาง และกลุ่มมีเหตุผิดปกติ 

ทั้งนี้เพื่อทำการบริหารจัดการหนี้ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การปรับตารางกำหนดการชำระหนี้ใหม่ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามศักยภาพของลูกหนี้ การเติมสินเชื่อใหม่เพื่อฟื้นฟูอาชีพ รวมถึงพิจารณาช่วยเหลือลูกค้าที่มีหนี้สินเป็นภาระหนัก เนื่องจากรายได้ครัวเรือนลดลงหรือไม่ได้มีรายได้เพียงพอเพราะเหตุผิดปกติ เช่น เสียชีวิต เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ชราภาพ เป็นต้น เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเป็นรายกรณีต่อไป 

สุโขทัย-ผบช.ภ.6 แถลงจับยาบ้าบิ๊กล๊อตมูลค่า 400 กว่าล้าน

พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 และพล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.จสุโขทัย พร้อมด้วยนายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมพงค์ ชมชัย นายอำเภอศรีสัชนาลัย พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการจีบกุม ร่วมกันแถลงข่าวการสกัดจับกุมยาเสพติดล๊อตใหญ่ของตำรวจภูธรภาค6 บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรศรีสัชนาลัย พื้นที่จังหวัดสุโขทัย 

ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครองประจำหน่วยบริการตำบลแม่สำ ทำการตั้งด่านปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา จนเวลา 09.00น. มีรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนด์ รุ่นแคปติวา ทะบียน ฆย 5629 ก.ท.ม. ขับมาจากเส้นทางจ.แพร่ เมื่อมาถึงด่านตรวจคนร้ายไหวตัวทัน ทำการเลี้ยวรถเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามจนสามารถจับกุมได้ ต่อมาควบคุมนายวันมงคล เจริญอินทร์ หรือเต้ย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/1 หมู่.1 ต.โพชนไก่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี หลังตรวจสอบภายในรถพบกระสอบถุงปุ๋ยชนิดพลาสสติกลาย จำนวน 13 ใบ อัดแน่นอยู่ในรถและมีกลิ่นคล้ายยาบ้า

จึงควบคุมตัวและของกลางทำการตรวจสอบยังสภ.ศรีสัชนาลัย พบเป็นยาบ้าสีส้มจำนวน 2,710,000 เม็ดบรรจุในกระสอบถุงปุ๋ยพลาสติดลาย ทำการสอบสวน นายเต้ยยอมรับสารภาพว่ารับจ้างขับรถนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจาก จ.เชียงราย เพื่อไปส่งที่ จ.สิงห์บุรี โดยมีผู้ร่วมขบวนการคือนายเบิร์ด ขับรถเคลียร์เส้นทางด้านหน้าและทิ้งระยะห่างกันพอสมควร ซึ่งหากงานสำเร็จจะได้รับค่าจ้าง 350,000 บาท แต่รถของตนมาพลาดท่าถูกจับกุม ส่วนนายเบิร์ดไหวตัวทันหลบหนีไปได้

กองทัพบก เปิดตัวเฮลิคอปเตอร์พยาบาล พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย 1 ใน 4 ลำ ทั่วประเทศ

กองพลทหารราบที่ 9 เปิดตัวเฮลิคอปเตอร์พยาบาลที่ติดตั้งอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยสุดทันสมัย 1 ใน 4 ลำทั่วประเทศ สำหรับใช้ดูแลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล 26 จังหวัดภาคกลาง พร้อมจัดการฝึกซ้อมสถานการณ์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลขึ้นเฮลิคอปเตอร์ สร้างความคุ้นเคยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ที่บริเวณสนามบินภายในกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ พลตรีกันตพจน์ เศรษฐารัศมี รองแม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วย พลตรีบรรยง ทองน่วม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ร่วมกันตรวจดูความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์พยาบาล 1 ใน 4 ลำ จากทั่วประเทศที่ถูกส่งมาประจำการอยู่ที่กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์แห่งนี้ โดยเฮลิคอปเตอร์พยาบาลนี้จัดสร้างขึ้นตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบกที่อนุมัติให้นำอากาศยาน ฮ.ท.145 ซึ่งประจำการในกองทัพบกมาปรับปรุงเป็นเฮลิคอปเตอร์พยาบาล มีการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยสำหรับใช้ในการดูแลและลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินจากพื้นที่ห่างไกลมารับการรักษายังโรงพยาบาลในตัวเมือง

'รมว.สุชาติ' ลุยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ไปแล้วกว่า 3.7 ล้านโดส

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้เร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ไปแล้วกว่า 3.7 ล้านโดส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการแพร่ระบาด และลดความรุนแรงของโรคให้กับพี่น้องผู้ประกันตน

นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องผู้ประกันตน สั่งการให้กระทรวงแรงงานดูแลช่วยเหลือพี่น้องผู้ประกันตน ให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เสมือนคนในครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมาตนได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องผู้ประกันตนอย่างทั่วถึง เพื่อลดการแพร่ระบาด ลดความรุนแรงของโรค และสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับพี่น้องผู้ประกันตน ซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยสำนักงานประกันสังคมได้เร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ไปแล้ว 3,781,511 โดส แบ่งเป็น เข็ม 1 จำนวน 1,695,913 โดส เข็ม 2 จำนวน 1,597,846 โดส และเข็ม 3 จำนวน 487,752 โดส โดยรวมกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนไปแล้วทั้งสิ้น ณ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ไปแล้วทั้งสิ้น 3,781,511 ล้านโดส

ด้านตัวแทนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนกับสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับภาคแรงงาน จัดสรรวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด-19 ให้กับลูกจ้างพนักงาน ทำให้พนักงานมีความมั่นใจในการประกอบอาชีพ มาทำงานอย่างมีความสุข ปลอดภัยจากโรคโควิด – 19 พร้อมทั้งขอขอบคุณรัฐบาล กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ใส่ใจดูแลให้ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top