Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

บุรีรัมย์ ด่วน สั่งปิดด่านช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ 

(21 มิ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เซ็นหนังสือคำสั่ง ว่าด้วยเรื่องอนุมัติปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ จากคำสั่งกองทัพภาคที่ 2 ว่าด้วยเรื่องอนุมัติปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่า

ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 806 /2568  เรื่องการควบคุม การเปิด - ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ให้กองทัพภาคที่2

โดยกองกำลังสุรนารี มีอำนาจการควบคุมการเปิด - ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดน ไทย - กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบ ของกองกำลังสุรนารี วิธีการและเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา ที่จำเป็นเหมาะสม ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี

เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย พร้อมทั้งให้เกิดความเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนและความมั่นคงของประเทศไทย

กองทัพภาคที่ 2 จึงอนุมัติให้ปิดจุดผ่อนปรน การค้าช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 21  มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง 
ผู้สื่อข่าว จ.บุรีรัมย์ รายงาน

สธ. เชิดชูผลงานเครือข่ายดีเด่นทั่วประเทศ สร้างคนไทยรอบรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ

(22 มิ.ย. 68) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบรางวัลผลงานเครือข่ายโดดเด่นดีเยี่ยม Best of the Best ในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ให้แก่เครือข่าย อย. จากผลงานโดดเด่นของโรงเรียน อย.น้อย เครือข่าย บวร.ร. และภาคประชาชน รวม 106 รางวัล ที่ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด "คนไทยคิดได้ใช้เป็น" สร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ลดพฤติกรรมเสี่ยง NCDs สร้างสุขภาวะที่ดี

20 มิถุนายน 2568 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประธานงานมอบรางวัลผลงานเครือข่ายโดดเด่นดีเยี่ยม Best of the Best ในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งขับเคลื่อนพัฒนาระบบสาธารณสุขให้เข้มแข็ง และมีความมั่นคงทางสุขภาพยิ่งขึ้น ภายใต้เป้าหมาย "ยกระดับการสาธารณสุขไทย สุขภาพแข็งแรงทุกวัย เศรษฐกิจสุขภาพไทยมั่นคง" โดยหนึ่งใน 7 นโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2568 คือการสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมงานสุขภาพเชิงรุกในชุมชน รวมถึงส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม และการมอบรางวัลในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เครือข่ายที่ช่วยขับเคลื่อนงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. ได้ขับเคลื่อนการสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านเครือข่ายครอบคลุม 3 กลุ่มวัย ได้แก่ วัยเด็ก/เยาวชน วัยทำงาน และวัยสูงอายุควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะสำคัญ 3 ด้าน คือ รู้ไว แจ้งไว และทำไว เพื่อช่วยสื่อสารและตอบโต้ปัจจัยเสี่ยงของปัญหาด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ดำเนินงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ภายใต้แนวคิด “คนไทยคิดได้ ใช้เป็น” ซึ่งเครือข่ายมีส่วนสำคัญในการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพตามพันธกิจ อย. และมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนกิจกรรมลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข โดยเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งโรงเรียน อย.น้อย, ชุมชน บวร.ร. และหน่วยงานภาคประชาชน มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข่าวสารและให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้อง แก่ประชาชนในชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การลดพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพและส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดีสิ่งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพทุกมิติเพื่อลดโรค NCDs และผลักดันแนวคิดเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาพองค์รวมสู่การปฏิบัติ ปัจจุบัน อย. มีเครือข่ายที่ ร่วมดำเนินงานอยู่ทั่วประเทศ 18,648 โรงเรียน อย.น้อย 259 ชุมชน บวร.ร. และ 36 หน่วยงานภาคประชาชน 

โดยการมอบรางวัลครั้งนี้ มีผลงานที่ส่งเข้าร่วมคัดเลือก
จากทั่วประเทศกว่า 200 ผลงาน ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาผลงานที่มีความโดดเด่นดีเยี่ยมสมควรได้รับ
รางวัลรวม 106 รางวัล และในงานนี้ยังเป็นเวทีการแสดงผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงาน เพื่อเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนงานให้แก่เครือข่ายอื่น ๆ ต่อไป

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

เชียงใหม่-สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จัดกิจกรรม“วันมัคคุเทศก์ไทย ”ประจำปี 2568 

(21 มิ.ย. 68) เวลา 08.00-15.00 น. นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติมาเป็นประธานในงาน วันมัคคุเทศก์ไทย ประจำปี 2568 โดยมีนางพิกุล เรืองไชย  นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาภาคเหนือ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้มีเกียรติ และมัคคุเทศก์อาชีพเชียงใหม่ทุกภาษาร่วมงาน ณ ห้องประชุมเชียงแสน โรงแรมดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่ 

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ "วันมัคคุเทศก์ไทย"ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันประสูติของพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระชาดำรงราชานุภาพ "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดี และพระบิดาแห่งมัคคุเทศก์ไทย"มัคคุเทศก์คือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว ผู้หน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงวัฒนธรรม เป็นสะพานที่นำพาเรื่องราวอันงดงามของไทยไปสู่สายตาชาวโลก มัคคุเทศก์ไม่ใช่แค่ผู้ให้ข้อมูล แต่เป็นทูตวัฒนธรรม ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เอกลักษณ์ของชาติ บทบาทของมัคคุเทศก์ครอบคลุมหลายมิติ 

อาทิ ผู้เผยแพร่วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ผู้สร้างความประทับใจแรกให้กับนักท่องเที่ยว ผู้จัดการประสบการณ์การเดินทาง และผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เบื้องหลังรอยยิ้มและการบริการอันน่าประทับใจ มัคคุเทศก์ไทยหลายท่านต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสียสละมากมาย เพื่อให้แน่ใจว่านักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ความทุ่มเทเหล่านี้สะท้อนผ่านหลากหลายแง่มุม

ด้วยบทบาทหน้าที่เหล่านี้ทำให้มัคคุเทศก์ไทยเป็นที่ยอมรับและได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก พวกเขา คือผู้สร้างชื่อเสียง และภาพลักษณ์ที่ดีงามให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง ขอส่งกำลังใจไปยังมัคคุเทศก์ไทยทุกท่าน จงภาคภูมิใจในอาชีพนี้ และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองต่อไป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไกลและยั่งยืนในเวทีระดับโลก

นางพิกุล เรืองไชย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวว่า สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวันมัคคุเทศก์ไทย ประจำปี 2568 เพื่อน้อมรำลึกถึงในพระกรุณาธิคุณแห่งองค์พระบิดามัคคุเทศก์ไทย พลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้มีคุณูปการต่อการประสิทธิ์ประสาทตำราวิชาความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและองค์ความรู้ที่หลากหลายให้กับมัคคุเทศก์ไทย ได้ศึกษาค้นคว้าเจริญรอยตามพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน

การจัดงานวันมัคคุเทศก์ไทย โดยสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ ได้ดำเนินการจัดงานอย่างต่อเนื่องทุกปี เป็นวาระ และภารกิจสำคัญที่ตั้งปณิธานยึดมั่นดำเนินงาน และสานต่อสืบไป ในการตระหนักถึงความสำคัญแห่งพระบิดามัคคุเทศก์ไทย โดยในภาคเช้าเป็นส่วนของพิธีการ
การแสดงฟ้อนทิพยมาลา และฟ้อนเล็บล้านนา แสดงโดยสมาชิกชมรมช่างฟ้อน สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่
ถวายแด่พระบิดามัคคุเทศก์ไทย และวางพานพุ่ม ต่อด้วยการรับฟังคำบรรยายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพมัคคุเทศก์ 

และในภาคค่ำ เป็นการทำกิจกรรมเลี้ยงอาหารเย็นที่บ้านพักคนชรา และมอบของใช้ที่จำเป็นแก่ผู้สูงอายุ 
ณ บ้านธรรมปกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 150 คน 
ผู้ร่วมงานในวันนี้ ประกอบไปด้วย ตัวแทนจากองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน มหาวิทยาลัยที่มีสาขาวิชาท่องเที่ยว สมาคมต่างๆในเครือข่ายการท่องเที่ยว และมัคคุเทศก์อาชีพทุกภาษา รวมทั้งทั้งสิ้น 150 คน

เปิดประวัติ ๑๐ พระแก้วแห่งสยามประเทศ บารมีคู่บ้าน สิริมงคลคู่เมือง (๒) | THE STATES TIMES Story EP.172

ประเทศสยาม หรือประเทศไทยของเรา มีพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลายองค์ ซึ่งนับเป็นบารมีและเป็นสิริมงคลแก่แผ่นดินอย่างยิ่ง

ครั้งที่แล้ว ได้กล่าวถึง พระแก้วดอนเต้า พระนาคสวาดิเรือนแก้ว พระพุทธมณีรัตนปฏิมากร พระพุทธรตนากร นวุติวัสสานุสรณ์มงคล และพระเสตังคมณี

THE STATES TIMES Story EP. นี้ จะมาเล่าเรื่องราวของพระแก้ว อีก 5 องค์ ได้แก่ พระพุทธบุษยรัตนจักรพรรดิพิมลมณีมัย พระแก้วน้ำค้าง พระพุทธบุษยรัตน์น้อย พระพุทธสุวรรณโกสัยมัยมณี และพระพุทธเทววิลาส ถ้าพร้อมแล้วไปฟังกัน…

ซีอีโอ Telegram เผยเตรียมยกสมบัติ 4.9 แสนล้าน ให้ลูกกว่า 100 คน 12 ประเทศ ที่เกิดจากการบริจาคสเปิร์ม

(21 มิ.ย. 68) พาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) ผู้ก่อตั้งแอปฯ ส่งข้อความเข้ารหัส Telegram เผยผ่านนิตยสาร Le Point ของฝรั่งเศสว่า เขาได้เตรียมพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดราว 13.9 พันล้านดอลลาร์ (ราว 4.9 แสนล้านบาท) ให้แก่ลูก ๆ มากกว่า 100 คนที่เขาเป็นพ่อ โดยย้ำว่า "พวกเขาทุกคนคือลูกของผม และมีสิทธิเท่ากันหมด"

ดูรอฟเปิดเผยว่า ตนเป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายของลูก 6 คนจากแม่ 3 คน แต่ยังมีเด็กอีกกว่า 100 คนใน 12 ประเทศที่เกิดจากการบริจาคสเปิร์มในคลินิกเมื่อ 15 ปีก่อน โดยเขาตั้งใจไม่ให้ลูก ๆ ได้รับมรดกก่อนเวลา 30 ปี เพื่อให้พวกเขา "ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา และสร้างตัวด้วยตัวเอง"

ขณะเดียวกัน เขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาในฝรั่งเศสเกี่ยวกับการไม่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการควบคุมเนื้อหาผิดกฎหมายบน Telegram โดยชี้ว่า "แค่เพราะอาชญากรใช้แพลตฟอร์มของเรา ไม่ได้แปลว่าเราคืออาชญากร" ทั้งยังระบุว่า Telegram มีมาตรการควบคุมเนื้อหาเทียบเท่ามาตรฐานสากล

ดูรอฟ วัย 40 ปี ปัจจุบันพำนักในดูไบ และถือสองสัญชาติ ฝรั่งเศส-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เขาก่อตั้ง Telegram หลังออกจาก VKontakte โซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดังของรัสเซียในปี 2013 โดย Telegram ยังคงเป็นที่นิยมทั่วโลกแม้ถูกวิจารณ์เรื่องการแพร่เนื้อหาสุดโต่งและผิดกฎหมาย

ย้อนคำพูด ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ปมชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพพร้อมเสมอและต้องเหนือกว่า เมื่อมีใครมารังแก

(21 มิ.ย. 68) เฟซบุ๊ก Watthana Saen-u-dom แชร์คลิปที่ครั้งหนึ่ง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เคยกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านบอกว่าแม้ไม่ใช่การรบใหญ่โตเหมือนสงคราม แต่เป็นการสู้กันเป็นครั้งคราวตรงชายแดนที่ตึงเครียด ก็เพื่อทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์อื่นและจบลงที่การเจรจา

พลเอกประยุทธ์บอกว่า ถ้าเราปล่อยให้เรื่องที่ชายแดนเกิดขึ้นแล้วไม่จัดการให้จบตั้งแต่แรก เราจะไม่มีทางไปต่อรองอะไรกับเขา (กัมพูชา) ได้เลย เราจะพูดกับเขาแต่เขาก็ไม่ฟัง 

สุดท้าย ‘ลุงตู่’ กล่าวว่าการมีกำลังทหารและความพร้อมที่จะสู้ ก็เพื่อให้ประเทศอื่นเขาเกรงใจเรา ถ้าถึงเวลาที่จำเป็นจริง ๆ เราก็ต้องแสดงให้เห็นว่า เราพร้อมและเหนือกว่า เพื่อให้เขาไม่กล้าทำอะไรที่ไม่ถูกต้องกับเราอีก

ดีลการค้า ‘สหรัฐฯ–จีน’ ยังไม่ปลดล็อก ‘แร่หายาก’ ใช้ทางทหาร จุดขัดแย้งที่ยังไม่คลี่คลาย

(21 มิ.ย. 68) แม้สหรัฐฯ และจีนจะบรรลุข้อตกลงหยุดยั้งข้อพิพาททางการค้าระลอกใหม่ที่กรุงลอนดอน แต่ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการส่งออกแม่เหล็กแร่หายากที่ใช้ในงานทหารยังไม่คลี่คลาย โดยจีนยังไม่ให้คำมั่นเรื่องการอนุมัติส่งออกแม่เหล็กเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการผลิตเครื่องบินรบและระบบขีปนาวุธของสหรัฐฯ

การเจรจาระหว่างสองประเทศกลับมาพัวพันกับประเด็นควบคุมการส่งออก โดยจีนแสดงท่าทีว่า จะไม่พิจารณาผ่อนคลายการส่งออกแม่เหล็กทหาร หากสหรัฐฯ ยังจำกัดการขายชิป AI ขั้นสูงให้จีน ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวเชิงเชื่อมโยงใหม่ระหว่างความมั่นคง เทคโนโลยี และการค้า

ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมขยายมาตรการภาษีสินค้าจีนต่ออีก 90 วันเกินกำหนดเดิมในเดือนสิงหาคม ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ยังยืนยันว่า ข้อตกลงนี้เป็น “ดีลที่ดี” และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์ แม้กระทรวงพาณิชย์และการต่างประเทศของทั้งสองประเทศยังไม่ให้ความเห็นทางการ

จีนยอมอนุมัติใบอนุญาตส่งออกแม่เหล็กแร่หายากให้ผู้ผลิตพลเรือนในสหรัฐฯ ผ่านช่องทางพิเศษ “green channel” แต่ยังไม่รวมแม่เหล็กเฉพาะทาง เช่น Samarium ซึ่งสำคัญต่อการผลิตอาวุธ ส่งผลให้การควบคุมของจีนในอุตสาหกรรมนี้ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อข้อตกลงถาวร

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ความไม่ลงตัวด้านแร่หายากอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์ระหว่างสองมหาอำนาจ และสะท้อนว่าความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ในการใช้การค้าเป็นเครื่องมือกดดันจีนยังคงต้องเผชิญอุปสรรคจากข้อเท็จจริงที่ว่าจีนยังผูกขาดทรัพยากรที่สำคัญระดับโลกอยู่

อิสราเอลโวยอิหร่าน ยิงขีปนาวุธแบบ ‘คลัสเตอร์บอมบ์’ ระเบิดไม่เลือก - กระจายกลางอากาศ พุ่งสังหารพลเรือน

อิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันที่ (19 มิ.ย.68) ว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ซึ่งบรรจุระเบิดย่อยแบบ 'คลัสเตอร์มูนิชัน' (cluster submunitions) โดยมีเป้าหมายเจาะใส่พื้นที่พลเรือนหนาแน่น เพื่อเพิ่มความเสียหายและจำนวนผู้บาดเจ็บ โดยยังไม่ระบุพื้นที่เป้าหมายชัดเจน

รายงานจากสื่ออิสราเอลระบุว่า หัวรบของขีปนาวุธดังกล่าวแตกกระจายกลางอากาศที่ระดับความสูงประมาณ 7 กิโลเมตร ก่อนโปรยระเบิดย่อยราว 20 ลูกกระจายเป็นวงกว้างราว 8 กิโลเมตร เหนือพื้นที่ตอนกลางของอิสราเอล หนึ่งในระเบิดย่อยตกใส่บ้านในเมืองอาซอร์ (Azor) ทำให้บ้านเสียหาย แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำหรับระเบิดคลัสเตอร์เป็นอาวุธที่สร้างความขัดแย้งในระดับโลก เนื่องจากกระจายระเบิดย่อยไม่เลือกเป้าหมาย ซึ่งบางส่วนอาจไม่ระเบิดทันทีและเป็นภัยหลงเหลือที่อันตรายต่อพลเรือนในระยะยาว โดยกองทัพอิสราเอลออกภาพกราฟิกเตือนภัยจากระเบิดที่ยังไม่ระเบิด เพื่อป้องกันความสูญเสียเพิ่มเติม

พลตรีเอฟฟี เดฟริน โฆษกกองทัพอิสราเอล ระบุว่า “การก่อการร้ายนี้จงใจโจมตีพลเรือน ด้วยอาวุธที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายแบบวงกว้าง” ขณะที่ ดาริล คิมบอลล์ ผู้อำนวยการกลุ่มรณรงค์ควบคุมอาวุธ กล่าวว่า อิหร่านรู้อยู่แล้วว่าขีปนาวุธของตนอาจไม่แม่นยำ การใช้ระเบิดคลัสเตอร์จึงมีโอกาสโจมตีเป้าหมายพลเรือนมากกว่าเป้าหมายทางทหาร

ทั้งนี้ อิหร่านและอิสราเอลต่างไม่เข้าร่วมอนุสัญญาระหว่างประเทศปี 2008 ที่ห้ามผลิต ครอบครอง และใช้งานระเบิดคลัสเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมี 111 ประเทศร่วมลงนามในสนธิสัญญานี้ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงให้การสนับสนุนยูเครนด้วยอาวุธลักษณะเดียวกัน และมีรายงานว่ารัสเซียเองก็ใช้ระเบิดชนิดนี้เช่นกันในสงครามกับยูเครน

‘ถนอม’ โพสต์ฟางเส้นสุดท้าย ‘คลิปเสียงลุง-หลาน’ สะเทือนเก้าอี้นายกฯ ภท.ถอนตัว รทสช.ถึงจุดเลือกข้าง

นายถนอม อ่อนเกตพล ผู้จัดรายการ 'ฟังชัด ๆ ถนอมจัดให้' โพสต์เฟซบุ๊ก ถ้าไม่ถอน อย่าพึ่งโกน! ฟางเส้นสุดท้าย คือ คลิปเสียงคุย 'ลุง-หลาน' ทำให้เกิดกระแสไม่พอใจท่าทีนายกฯ อย่างกว้างขวาง จากที่จะถูกยึดเก้าอี้ มท.1 กลายเป็นการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลอย่างเท่ห์ ๆ ของ ภท.

ชาวบ้าน ก็เรียกร้องกันเซ็งแซ่ผ่านออนไลน์ ส่วนหนึ่งก็พากันลงถนน ส่วนหนึ่งก็ไปร้อง กกต. แจ้งความ ร้องศาล ดำเนินคดีกับนายกฯ เป้าหมายกดดันให้นายกฯลาออก หรือ ยุบสภา

พรรคร่วม 3 พรรคที่ถูกจับตามองว่าเอาอย่างไร หลัง ภท.ถอนตัวแล้ว คือ

1.ปชป. ประชุมแล้วไม่ถอน แต่อาจจะขอเก้าอี้เพิ่มหรือไม่ก็ขอเปลี่ยน รมช.สธ.เป็น กระทรวงใหญ่ขึ้น อันนี้ตามคาด

2.ชายไทยพัฒนา หลังจากที่ช่วงเช้าพี่สาวหนูนา บอกว่า น้องชายคงตัดสินใจในที่สิ่งที่ถูกต้อง ตกตอนเย็นประชุมพรรค 'ท็อป วราวุธ' หน.พรรค บอกว่า ข้อมูลยังไม่เพียงพอขอคุยกับนายกฯ ก่อน เรียกว่า มีเชิง ชั้น สมลูกพ่อบรรหาร

3.รวมไทยสร้างชาติ พรรคอกแตก ถูกกดดันจากแฟนคลับและไม่ใช่แฟนคลับ แต่ไม่พอใจนายกฯอย่างหนักให้ 'พีระพันธุ์' ถอนตัวเพื่อกดดันให้นายกฯ ลาออก หรือ ยุบสภา แต่สุดท้ายเซียนเหนือเซียน 'พีระพันธุ์' ไม่ตื่นเต้น ไม่ตกใจ ฝ่าวงล้อมนักข่าวไปว่า มติพรรคให้ไปคุยกับนายกฯ ก่อน

ท่ามกลางความเงียบ ก็มีข่าวปล่อยจากที่ประชุม รทสช.ว่า พีระพันธุ์เสนอเปลี่ยนตัวนายกฯเป็น "ชัยเกษม" เพราะถ้ายุบสภา หวยจะไปออกที่ 'เท้ง' พรรคประชาชน ที่เป็นพรรคเดียวที่แถลงเรียกร้องให้นายกฯยุบสภาเซ่นคลิปฮุนเซน โดยประกาศก้องว่า พร้อมเลือกตั้ง

ในขณะที่เสี่ยงก่นปนด่าพีระพันธุ์เกาะเก้าอี้ดังทั้งคืนที่ไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ถึงขนาดว่า เพจเอฟซีคนสำคัญที่ปกป้องทั้งลุงตู่ลุงพีร์มาตลอด บอกว่า "ถ้าไม่ถอน จะโกนไม่ให้เหลือตอ"
ใจเย็น ๆ ครับ ......ทางออกตอนนี้ มี 3 ทางคือ

1.นายกฯ อยู่ต่อ โดยมีพรรคร่วมเหมือนเดิมขาดแต่ ภท.ทำให้เสียงปริ่มน้ำ อยู่ได้ แต่บริหารและผ่านกฎหมายได้อยาก อยู่แค่เพียงประคับประคองรักษาแผลนกปีกหัก บินได้ แต่ไม่ไกล ซึ่งแนวทางนี้ วี 1 วี 2. วี 3. ต้องการให้เป็นไปในแนวทางนี้ แต่

'ลุงพีร์' ต้องการเปลี่ยนนายกฯ เป็น ชัยเกษม ของ พท. เพื่อเป็นข้ออ้างให้กับสมาชิกและผู้สนับสนุนพรรค เพื่อได้ทำงานผ่านกฎหมายลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน สู้กับทุนพลังงานที่ต้องการคว่ำลุงพีร์ รวมทั้ง ชุดสุดซอย ของคุณโอ๋ ฐิติภัสร์ และคุณเอกนัฎ ที่กำลังกวาดล้างจับกุมทุ่นเถื่อน อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญอย่างได้ผล ไปต่อ

แนวทางนี้ นายกฯ อิ้งลาออก โดยบอกว่ายังมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯได้อนาคตอีกยาวไกล หากขืนเดินหน้าคำร้องมีผลต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะจริยธรรม จะซ้ำรอยคุณเศรษฐาที่ไม่อาจจะกลับมาทางการเมืองได้อีกเลยตลอดชีวิต

บนพื้นฐานข้อต่อรองเปลี่ยนตัวนายกฯ วี 1 ต้องตัดสินใจแล้วบอกว่า ไม่รับข้อเสนอ นายกฯ อิ้งต้องไปต่อ

ถึงตอนนี้ ถ้าวี 1 ไม่ยอมลุงพีร์ ก็คงมีคำตอบเดียว คือ ถอนตัวเป็นคำตอบสุดท้าย สมาชิกพรรค เอฟซี ต้มน้ำรอจะลวกน้ำร้อนถอนขน แถมจะโกนจนไม่เหลือตออีกด้วย

วี 1 ต้องตัดสินใจเลือก 3 ทาง คือ ยุบสภา ลาออก หรือ อยู่ต่อ โดยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยไม่มี รทสช.แล้วไปตายเอาดาบหน้า ยืดเวลารักษาปีกที่หักเพื่อบินต่อ แล้วค่อยยุบสภาก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ข้อเสนอเปลี่ยนตัวนายกฯ เอาชัยเกษม ถ้า วี 1 รับเงื่อนไขนี้ ก็ไปลุ้นกันต่อว่า เมื่อนายกฯ ลาออกแล้ว สภาผู้แทนฯจะโหวตให้ชัยเกษมหรือไม่ ซึ่งมีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ 

ถ้าไม่ได้ พรรคประชาชนก็อาจจะเป็นกองหนุนช่วยโหวตให้ชัยเกษม ปิดทางลุงพีร์ ลุงตู่ หรือคนนอก ที่อาจจะได้รับการโหวตไม้ต่อไปก็เป็นได้ ...ในขณะเดียวกันก็อาจจะไม่มีชื่อชัยเกษมเลยก็เป็นไปได้...เพราะนาทีนี้ พรรคเล็กเป็นต่อ พรรคใหญ่เป็นรอง และอย่าลืมภูมิใจไทยก็ยังเป็นตัวแปรที่สำคัญ ดังนั้น การเมืองเวลานี้

การถอนตัว ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย การลาออก คือ เป้าหมายและทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะหากยุบสภา ว่ากันคือโอกาสของพรรคประชาชนที่รอคอยด้วยความมั่นใจว่าชนะเลือกตั้งครั้งใหม่แน่

คอยดูกันต่อไปครับ การเมืองไม่มีสูตรสำเร็จ การเคลื่อนไหว กดดัน อาจจะหลงทิศหลงทาง ตาอิน ตานา สุดท้าย ตาอยู่คว้าพุงไปกิน หมาน้อยได้แต่ยืนเลียปากแผลบ ๆ ต่อไป...และทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย

‘ลูกหมี’ นำมวลชนชุมพรนับหมื่น จี้นายกฯ ลาออก ปมคลิปเสียงหลุด ลั่น!!.. ‘นายกฯ ไม่ออก เราออก’

เมื่อวานนี้ (20 มิ.ย. 68)นายชุมพล จุลใส หรือ 'ลูกหมี' อดีต สส.ชุมพร พร้อมด้วย สส.อีก 3 เขต และประชาชนราวหมื่นคน รวมตัวกันที่สนามหน้าพระบรมรูป ร.5 จังหวัดชุมพร เพื่อแสดงจุดยืนปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2 หลังปรากฏคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีพูดด้อยค่าเจ้าหน้าที่ทหารต่อหน้าผู้นำกัมพูชา

นายชุมพล กล่าวกับผู้ชุมนุมว่า มาในฐานะประชาชน ไม่ใช่การปลุกระดม พร้อมตั้งคำถามถึงจริยธรรมของผู้นำประเทศที่พูดลดเกียรติแม่ทัพไทย แต่กลับแสดงความอ่อนน้อมต่อผู้นำกัมพูชา พร้อมประกาศว่า “ถ้านายกฯไม่ออก พวกเราก็จะออก” เพื่อไม่ทรยศต่อเสียงของประชาชนชาวชุมพร

จากนั้น พ.อ.โชติ ยิกุสังข์ รอง ผบ.มทบ.44 ได้ขึ้นรับมอบดอกไม้แทนกำลังใจให้แม่ทัพภาคที่ 2 ขณะที่นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร ได้ขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์ประชาชน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และขอให้พรรครวมไทยสร้างชาติทบทวนบทบาทในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

แถลงการณ์อ้างถึงกรณีคลิปเสียงสนทนาเมื่อ 18 มิ.ย. ที่นายกฯยอมรับว่าเป็นเสียงของตนจริง โดยมีเนื้อหาพาดพิงแม่ทัพภาค 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ว่าเป็น “คนของฝ่ายตรงข้าม” สร้างความผิดหวังแก่ประชาชน พร้อมระบุว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศเสียหายและประชาชนหมดศรัทธาในผู้นำ

ท้ายที่สุด สส.ทั้ง 3 เขตของชุมพรให้สัมภาษณ์ย้ำว่า พรรคมีจุดยืนชัด ขอให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ซึ่งสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ โดยทั้งหมดรอติดตามท่าทีของรัฐบาลต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top