Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

โฆษกฮุนเซน หยามไทยไม่กล้ายอมรับความพ่ายแพ้ ชี้ไทยจองหอง-ดื้อดึง จะยิ่งเจ็บทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

(23 มิ.ย. 68) เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตอบโต้ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มกดดันก่อน ทั้งปิดชายแดนฝ่ายเดียวและขู่ตัดการเชื่อมต่อด้านพลังงานและเศรษฐกิจ จนทำให้กัมพูชาต้องตอบโต้กลับอย่างจริงจัง

โฆษกกัมพูชา เปิดเผยว่า กองทัพไทยและนักการเมืองบางกลุ่ม รวมถึงฝ่ายหัวรุนแรง มีทัศนคติล้าหลัง มองกัมพูชาอย่างดูแคลน คิดว่าประเทศเพื่อนบ้านยังพึ่งพาไทยเหมือนในอดีต ทั้งที่ปัจจุบันกัมพูชาแข็งแกร่งขึ้นและไม่ยอมถูกกดดันอีกต่อไป

หนึ่งในมาตรการตอบโต้ที่ถูกนำมาใช้คือ การระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากไทย ซึ่งโฆษกระบุว่าไทยเริ่มรู้แล้วว่าแรงกดดันไม่ได้ผล และกัมพูชาคือฝ่ายที่เคลื่อนไหวก่อนด้วยซ้ำ ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกลับย้อนคืนสู่ไทยเอง

เพ็ญ โบนา ยังเผยอีกว่าไทยพยายามติดต่อผู้นำกัมพูชาทั้งฮุน มาเน็ต และฮุน เซน เพื่อเจรจาอย่างลับ ๆ แต่กัมพูชาไม่หลงกล เพราะมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการทูตที่แฝงเจตนาอย่างไม่จริงใจ ภายใต้ฉากหน้าว่าเป็นมิตร

ทั้งนี้  โฆษกรัฐบาลกัมพูชายืนยันไม่ต้องการความขัดแย้ง แต่จะไม่ยอมถูกมองข้ามอีกต่อไป พร้อมเตือนว่าหากไทยยังยึดถือความหยิ่งผยอง สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลง ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และความรู้สึกของประชาชนภายในประเทศเอง

ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซจี้ถามโลกตะวันตก เหตุใดสันติภาพต้องมากับการใช้ความรุนแรง

(23 มิ.ย. 68) อิบราฮิม ตราโอเร (Ibrahim Traoré) วัย 37 ปี ประธานาธิบดีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งบูร์กินาฟาโซ กล่าวตั้งคำถามต่อโลกว่า ทำไมบางประเทศจึงใช้ความรุนแรง เช่น การทิ้งระเบิดใส่ชาติอื่น แล้วอ้างว่ากระทำเพื่อสันติภาพ ซึ่งเขามองว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่ชอบธรรม และเป็นการเชิดชูการใช้อาวุธรุนแรงอย่างผิดหลักมนุษยธรรม

เขาระบุว่าในโลกปัจจุบันมีบทเรียนสำคัญที่สอนให้รู้ว่า ความเป็นมหาอำนาจทางทหารอาจต้องพึ่งพาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็น “เครื่องมือที่ต้องมีไว้ในครอบครอง” เพื่อสร้างความเคารพและความมั่นคงให้แก่ประเทศ

ก่อนหน้านี้ หลังการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนในปี 2022 ตราโอเรพยายามยกระดับความร่วมมือทางทหาร ทั้งกับรัสเซียและชาติชั้นนำระดับภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กองทัพบูร์กินาฟาโซ ซึ่งถือเป็นการปรับนโยบายด้านความมั่นคงให้มุ่งเน้นอาวุธเทคโนโลยีขั้นสูง และการสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์

แนวทางของตราโอเรไม่เพียงสะท้อนถึงความไม่พอใจต่ออิทธิพลตะวันตก แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการพลิกบทบาทของชาติแอฟริกาที่พร้อมพึ่งพาอำนาจทางทหารระดับสูงเพื่อรักษาเอกราช 

‘SPR’ คือ คำตอบรับมือวิกฤตพลังงาน หากอิหร่าน ตัดสินใจปิดช่องแคบ ‘ฮอร์มุซ’

(23 มิ.ย. 68) จากผลพวงสหรัฐ อเมริกา ปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่าน ทำให้สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เตรียมตัดสินใจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากมีรายงานว่ารัฐสภาของประเทศได้ยกมือสนับสนุนมาตรการดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามรายงานของสำนักข่าวเพรส ทีวี ของอิหร่าน เมื่อวันอาทิตย์(22มิ.ย.68)

แน่นอนว่า หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชั่วคราว หรือ ยืดเยื้อระยะยาว นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะระดับโลก เพราะช่องแคบฮอร์มุซ นับเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่มีปริมาณถึง 20% ของการบริโภคทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าพลังงานโลก โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของยุโรปและเอเชีย นั่นและนั่นจะเป็นสาเหตุให้ราคาพลังงานพุ่งทะยานและต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในการรับมือกับวิกฤตพลังงานน้ำมันในส่วนของประเทศไทยนั้น ทางนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีแนวคิดที่จะดำเนินนโยบายการสำรองเชื้อเพลิงปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ (SPR : Strategic Petroleum Reserve) เพื่อให้ประเทศมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอต่อการใช้งานได้ถึง 90 วัน เช่นเดียวกับประเทศใหญ่หลายประเทศที่มีน้ำมันสำรองเพียงพอ 90 วัน ทำให้มีเวลาแก้ไขปัญหาและสามารถเตรียมการรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้นานขึ้น

เนื่องจากในปัจจุบัน ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองที่เอกชนจัดเก็บเพียงพอต่อการบริโภค 25-36 วัน นั่นหมายความว่า หากปัญหาวิกฤตน้ำมันในประเทศไม่สามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 เดือน ย่อมจะเกิดผลกระทบที่จะสร้างความเสียหายอันใหญ่หลวงต่อประเทศในภาพรวม ไม่ว่าในด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การเงิน และการคลัง ฯลฯ อย่างแน่นอน ดังนั้น SPR ของ ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ ที่กำลังผลักดันและร่างกฎหมายอยู่ในขณะนี้ คือ คำตอบที่จะทำให้ประเทศสามารถรับมือวิกฤตพลังงานโลกที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งเร็วๆ นี้

เป้าหมายของนายทุนคือ ต้องเขี่ยพีระพันธุ์

(23 มิ.ย.68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Roytu NP’ ได้โพสต์ข้อความว่า...

เกมครั้งนี้ลึกกว่าที่คิด

สังคมรับรู้แล้วว่าเงาดำที่คอยกำกับการแสดงอยู่ข้างหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏในพรรครวมไทยสร้างชาติคือทุนพลังงานที่กำลังจะเสียผลประโยชน์จากการทำงานของพีระพันธุ์ 

เป้าหมายของนายทุนคือ ต้องเขี่ยพีระพันธุ์ ออกไปให้พ้นเส้นทางกระทรวงพลังงานให้ได้ ถ้ากลุ่มกบฏทำสำเร็จก็จะได้รับผลตอบแทนคือตำแหน่งเจ้ากระทรวงและอื่นๆที่แต่ละคนปรารถนา

เริ่มแรกทุกคนมั่นใจในพลังเงินและคอนเนคชั่นของนายทุนว่าปึ้กมาก 

มาถึงวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น พีระพันธุ์ยังคุมกระทรวงพลังงานได้เหมือนเดิม แต่พวกตัวเองกลับไม่ได้อะไรเพิ่มเติม จนต้องออกมาโวยวายขอโควตารัฐมนตรีในฝั่งตนเองเพิ่ม

คำถามคือ 
ทุนพลังงานที่ว่าแน่ทำไมยังพ่ายแพ้ต่อพีระพันธุ์ ? 

ทำไมถึงยังเขี่ยพีระพันธุ์ออกไปจากกระทรวงพลังงานไม่ได้ ? 

หรือเบื้องหลังพีระพันธุ์มีใครเป็นแบ็คให้สู้กับนายทุนต่อไป ? 

และหรือนี่คือลางร้ายของเสือนอนกินว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องโดนสะสาง !?

นับจากนี้ไปให้ดูจำนวนสมาชิกของกลุ่มกบฏว่าจะเพิ่มขึ้น เท่าเดิม หรือว่าลดลง เพราะเกมมันได้ออกมาหน้านี้แล้ว 

การนัดกินข้าวกับนายทุนเย็นวันนี้ก็บวก ลบ คูณ หาร ให้ดีว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าจะไปต่อก็ขออย่าให้โดนหลอกใช้ก็แล้วกัน

โฆษกทรัมป์ฉะสื่อ อย่าใส่ร้ายสหรัฐฯ ลั่นไม่เคยรุกรานประเทศไหน สร้างแต่สันติภาพเท่านั้น

(23 มิ.ย. 68) คาโรไลน์ ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว ตำหนิสื่อมวลชน หลัง CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมสงครามเคียงข้างอิสราเอลเพื่อ “รุกรานอิหร่าน” โดยยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่เคยรุกรานประเทศใด และการกระทำทั้งหมดเป็นไปเพื่อสันติภาพ

ลีวิตต์เตือนสื่อว่า “อย่าใช้คำว่ารุกรานกับประธานาธิบดีทรัมป์ หรือแม้แต่ประเทศของเรา” พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ มีเกียรติ และมีกองทัพที่ไม่มีใครเทียบได้ในโลก

โฆษกสาวของทำเนียบขาววัย 27 ปี ระบุว่า แม้สหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นการรุกราน เพราะสหรัฐฯ ไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นเส้นแดงสำคัญด้านความมั่นคง

คาโรไลน์ ลีวิตต์ ทิ้งท้ายว่าทรัมป์ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองในอิหร่าน และยังคงหวังว่าเตหะรานจะเลือกการเจรจา พร้อมกล่าวว่า “ขอพระเจ้าอวยพรโลกใบนี้”

กลุ่มฮูตีในเยเมนเดือด!!..จ่อเปิดศึกกับสหรัฐฯ หลังเหตุโจมตีอิหร่าน ลั่นรอวันเอาคืน

(23 มิ.ย. 68) กลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาเตือนว่า พวกเขาจะตอบโต้สหรัฐฯ จากเหตุโจมตีอิหร่านอย่างแน่นอน โดยระบุว่า “เป็นเพียงเรื่องของเวลา” เท่านั้น

โมฮัมเหม็ด อัล-บุคไฮติ (Mohammed Al-Bukhaiti) แกนนำทางการเมืองของฮูตี ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ นั้นเกิดขึ้นก่อนที่ความขัดแยกระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะรุนแรงขึ้น

ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือสินค้าตามเส้นทางเดินเรือ และยิงอาวุธใส่อิสราเอล โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ท่ามกลางสงครามกับอิสราเอล

โดยในเดือนพฤษภาคม ฮูตีเคยตอบตกลงหยุดโจมตีเรือของสหรัฐฯ แลกกับการที่สหรัฐฯ จะหยุดโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน แต่เหตุการณ์ล่าสุดกับอิหร่านอาจทำให้ข้อตกลงนั้นเปลี่ยนไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ วันที่ 14 -20 มิถุนายน 2568 ภายใต้แผนยุทธการ “ปิดเมือง สยบโจร โค่นอิทธิพล”

(23 มิ.ย. 68) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้แผนยุทธการ “ปิดเมือง สยบโจร โค่นอิทธิพล” ระหว่างวันที่ 14 – 20 มิถุนายน 2568 (รวม 7 วัน) โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมแถลง ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. กล่าวว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมาเกิดอาชญากรรม โดยผู้ก่อเหตุมักใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ และมีแนวโน้มสูงขึ้น จึงได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธรภาค 1 - 9 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน , กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงระหว่างวันที่ 14 -20 มิถุนายน 2568 เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่จะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยมีเป้าหมายหลักคือการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด และการติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับที่ยังหลบหนี โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นผู้ควบคุมสั่งการ

การปฏิบัติการในครั้งนี้มีขึ้นในห้วงวันที่ 14 – 20 มิถุนายน 2568 (รวม 7 วัน) ภายใต้แผนยุทธการ “ปิดเมือง สยบโจร โค่นอิทธิพล” โดยยึดหลักการ “เชิงรุก จริงจัง และต่อเนื่อง” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน โดยมีผลปฏิบัติในภาพรวม ดังนี้ 

1. จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด : จำนวน 4,590 คดี ผู้ต้องหา 3,686 คน แบ่งเป็น

1.1 ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทั่วไป (On Ground) : ตรวจยึดอาวุธปืน จำนวน 4,422 กระบอก , เครื่องกระสุนปืน จำนวน 26,490 นัด , วัตถุระเบิด จำนวน 606 ลูก แบ่งเป็น วัตถุระเบิดแบบมาตรฐาน จำนวน 37 ลูก , วัตถุระเบิดแสวงเครื่อง/ประกอบเอง ได้แก่ ระเบิดปิงปอง ระเบิดไปท์บอม จำนวน 569 ลูก

1.2 ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทางออนไลน์ (Online) : ตรวจยึดอาวุธปืน จำนวน 165 กระบอก , เครื่องกระสุนปืน จำนวน 9,184 นัด , วัตถุระเบิด จำนวน 5 ลูก แบ่งเป็น วัตถุระเบิดแบบมาตรฐาน จำนวน 3 ลูก , วัตถุระเบิดแสวงเครื่อง/ประกอบเอง ได้แก่ ระเบิดปิงปอง ระเบิดไปท์บอม จำนวน 2 ลูก

2. จับกุมบุคคลตามหมายจับ : จับกุมบุคคลกระทำความผิดตามหมายจับค้างเก่า (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 ถึง 30 กันยายน 2567) , หมายใหม่ (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน) และหมายจับศาล (คดีอาญา) รวมทั้งสิ้น 13,962 หมาย ผู้ต้องหา จำนวน 9,951 คน
 
นอกจากนี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ บังคับใช้กฎหมาย ความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะบังคับใช้กฎหมายต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบ พร้อมเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด จริงจัง ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการตามกฎหมายและยุทธวิธี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

การปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมุ่งมั่นทำงาน โดยจะป้องกัน ปราบปราม สืบสวนจับกุมอาชญากรรมในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาและมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแส เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมหรือเรื่องอื่นๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘นายกฯอิ๊งค์’ โพสต์ขอบคุณแกนนำพรรคร่วม หลังมีมติหนุนสร้างเสถียรภาพการเมือง-ต้านภัยคุกคาม

‘นายกฯอิ๊งค์’ โพสต์ คุยแกนนำพรรคร่วม ขอบคุณ จับมือหนุนรัฐบาลให้เป็นเสถียรภาพ ต้านภัยคุกคาม ยัน รัฐบาลเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศ

เมื่อ 16.15 วันที่ 22 มิถุนายน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ได้โพสต์ภาพ การหารือกับหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่โรงแรมโรสวูด พร้อมกับระบุว่า ประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้า สามัคคีประเทศไทย รวมพลังผลักดันนโยบาย แก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน

ขอขอบคุณคณะกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลทุกคน ที่มีมติและประกาศแนวทางสนับสนุนรัฐบาล ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อรับมือต่อภัยคุกคามความมั่นคงของชาติจากภายนอก และขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกับกองทัพมีจุดยืนร่วมกัน ยืนยันหลักการประชาธิปไตย ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและรวมพลังสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียวของพรรคร่วมรัฐบาล จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการผนึกกำลังกันของคนไทย ก้าวผ่านสถานการณ์อ่อนไหวนี้ด้วยความมั่นคง และประสบผลสำเร็จในการปกป้องอธิปไตย ธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรีของประเทศชาติและประชาชน

เชื่อมั่นว่าไม่มีภัยคุกคามใดจะเหนือกว่าพลังสามัคคีของคนไทย รัฐบาลของเราจะทำงานหนักร่วมกันด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อประเทศไทย

‘คัน นากามูระ’ นักสู้ญี่ปุ่นสุดห้าว ประกาศท้าทาย ‘บอสชาตรี’ ลั่นจะขอไล่เก็บซุปตาร์ ONE ทุกคน

(22 มิ.ย. 68) คัน นากามูระ นักชกญี่ปุ่นจากรายการ RISE ประกาศพร้อมไล่ล่าเก็บชัยเหนือนักมวยใน ONE ทั้งหมด หากเขาสามารถคว้าแชมป์มาครองได้

โดย คัน นากามูระ  นักคิกบ็อกซิ่ง ชาวญี่ปุ่น ที่เพิ่งชนะน็อกยก 4 เหนือ ยูกิ คาซาฮาร่า ในศึก RISE WORLD SERIES YOKOHAMA 2025 ได้ประกาศแแบบสุดเดือดถึง ชาตรี ศิษย์ยอดธง ซีอีโอ วัน แชมเปียนชิพ พร้อมไล่เก็บนักสู้ตัวท็อปให้หมด

ก่อนหน้านี้ "บอสชาตรี" เคยบอกเอาไว้ว่าอยากให้ เพชรพนมรุ้ง เกียรติหมู่ 9 เข้ามาแข่งขันในวัน แชมเปียนชิพ ถ้าหมดสัญญาจาก GLORY หากอยากพิสูจน์ตัวเอง เนื่องจากในรายการดังกล่าวคู่ชกส่วนใหญ่ในรุ่นเฟเธอร์เวต ยังไม่เก่งเท่าที่ควร

"ชาตรี ศิษย์ยอดธง จาก ONE พูดจาไร้สาระมาตลอด เมื่อผมกลายเป็นแชมป์โลกแล้ว ผมจะไปไล่ล่านักสู้ชั้นนำของ ONE ทั้งหมดและทำลายพวกเขาให้สิ้นซาก เมื่อผมเอาชนะนักสู้หลักของพวกเขาได้หมด ผมจะกลายเป็นนักสู้ที่ดีที่สุดในโลก”

ทั้งนี้ต้องรอดูว่า คัน นากามูระ มีโอกาสจะมาชกในวัน แชมเปียนชิพ หรือไม่ หลังช่วงที่ผ่านมามีนักชกญี่ปุ่นฝีมือดีหลายคนข้ามฟากจาก K1 และ RISE ย้ายเข้ามาชกที่ ONE เป็นจำนวนมาก

‘ขี้คุกเขียนรูป’ เผยจุดเปลี่ยนให้หันตอบแทนสังคม เพียงสบสายตาและเสียงขอบคุณของเด็กที่ไร้เดียงสา

(22 มิ.ย. 68) นายวรรณวัฒน์ หาญรุ่งเรืองกิจ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ‘ขี้คุกเขียนรูป’ โพสต์ข้อความว่า ...

เด็กคนนี้‼️ที่เปลี่ยนความคิดผม ให้หันกลับมามองสังคม

เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรและไปร่วมทำกิจกรรมกับเด็กที่ต่างจังหวัดซึ่งเป็นเด็กด้อยโอกาส และในกิจกรรมก็จะมีการแจกทุนการศึกษาเด็กรวมถึงสิ่งของอุปกรณ์กีฬาให้กับเด็กโรงเรียนนี้ และเด็กคนนี้แหละที่เปลี่ยนความคิดผมให้หันกลับมาช่วยเหลือสังคม วันนั้นได้มอบทุนการศึกษาให้เด็กคนนี้จำนวน 500 บาท

สิ่งที่ที่สำคัญมันไม่ใช่เงินในซองสีขาว  แต่เป็นสายตาและเสียงขอบคุณของเด็กที่ไร้เดียงสาหันมาสบตาผมแล้วขอบคุณด้วยใจที่บริสุทธิ์ของเด็ก 

มันเลยทำให้เราคิดว่ายังมีเด็กที่ด้อยโอกาสอีกมากในประเทศไทย  เมื่อวันไหนที่เรามีแล้ว เราจะหัน ช่วยเหลือเด็กเหล่านี้บ้าง อย่างน้อยๆ ก็ให้เขาได้มีชีวิตที่ดีขึ้นบ้างแค่นั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top