Wednesday, 24 June 2026
Hard News Team

ไอเดียล้ำ “พี่เอ้” เสนอติดตั้ง “เสาไฟ 4 มิติทั่วกรุง” 2,000 แห่ง รองรับ Smart City สร้างความสุข ความปลอดภัย เผยใช้เทคโนโลยีช่วยดูแลคนกรุงเทพฯทุกมิติ

เมื่อวันที่ 9 ดม.ย. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากแนวคิดป้ายหาเสียง 3 มิติ วันนี้มาแนวล้ำยุค เสนอติดตั้ง “เสาไฟ 4 มิติทั่วกทม.” และชุมชน กทม 2,000 แห่ง ดูแลคนกรุงเทพ ครบทุกมิติ หลังจากได้ลงพื้นที่เขตบางรัก เปลี่ยนชุมชนพิพัฒน์ 2 ให้มีแสงสว่าง ปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี พร้อมดันเป็นชุมชนโมเดลต้นแบบเปลี่ยนกรุงเทพรองรับ Smart City สร้างความสุข ความปลอดภัยให้คกรุงเทพฯ เพราะความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะดูแลคนกรุงเทพฯให้ครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น 1.มิติของแสงสว่าง 2.มิติของความปลอดภัย ระบบกล้องอัจฉริยะใช้ตรวจจับความผิดปกติ ระบบ AI วัดและประมวลผลเพื่อแก้ปัญหาการจราจร  3.มิติของสิ่งแวดล้อม มีเซนเชอร์วัดฝุ่น PM2.5 และสภาพมลพิษทางอากาศ รวมทั้งใช้ระบบโซลาร์เซลล์ และ 4.มิติของการให้บริการอินเตอร์เน็ต 

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในอนาคตยังมีระบบเตรียมพร้อมไว้ใช้งานเพิ่มอีก เช่น เซนเซอร์วัดระดับน้ำท่วม ฟังก์ชันตรวจสอบความหนาแน่นของจราจร รวมถึงสามารถติดตั้งปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินที่เสากรณีเกิดอุบัติเหตุ อาชญากรรมหรือความต้องการการช่วยเหลือที่เร่งด่วน เป็นต้น และวันนี้เราสามารถเปลี่ยนชุมชนพิพัฒน์ 2 ให้มีแสงสว่าง เปลี่ยนชุมชนให้มีความปลอดภัยได้แล้ว ตนพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชนรับรู้ได้ถึงความสุขของเขา และมั่นใจว่าคุณภาพชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้นอย่างแน่นอน และในอนาคตทุกชุมชนจะต้องมีลักษณะแบบนี้ เป็น Smart Community เพื่อรองรับ Smart City
   

“บิ๊กป้อม” อวยพร คนเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ “สุขภาพดี-มีความสุข-อยู่ดีกินดี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ที่มีวันหยุดยาวให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา เยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลดังกล่าว เป็นที่สังเกตว่าบริเวณถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้เดินทางเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนมาก มีการนำป้ายภาพของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมข้อความอวยพร

Congratulations! 'แอนดรูว์ บิ๊กส์' ปลื้ม!! คว้าป.โท ศึกษาศาสตร์ ม.รามฯ การเติมเต็มอีกขั้นด้าน 'ภาษา' ของฝรั่งหัวใจไทย

ไม่นานมานี้ 'แอนดรูว์ พีตรี บิ๊กส์' ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก 'Andrew Biggs แอนดรูว์ บิ๊กส์' แสดงความรู้สึกขอบคุณจากทุกแรงใจที่ร่วมแสดงความยินดี ภายหลังคว้าปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงมาครอง โดยเขาได้เผยถึงประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาไทยอีกขั้นอย่างมากมาย ทั้งการเขียนเรียงความ รายงาน การวิจัย และบทเรียนที่น่าสนใจต่างๆ จากรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง 

พร้อมทั้งยังโพสต์ขอบคุณทุกคนที่คณะศึกษาศาสตร์ ตั้งแต่ คณาจารย์ที่ยอดเยี่ยม, เพื่อนนักเรียนร่วมคลาสทั้ง 20 คน, มิตรสหาย, ครอบครัว และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับความภาคภูมิใจใต้ชุดครุยของมหาวิทยาลัยรามคำแหงในครั้งนี้ หลังจากที่เคยคว้าปริญญาตรีครุศาสตรบัณฑิต เอกภาษาไทย จากมหาวิทยารามคำแหงมาแล้วก่อนหน้า

สำหรับ 'แอนดรูว์ บิ๊กส์' เป็นชาวออสเตรเลียที่มีประสบการณ์การสอนภาษาอังกฤษผ่านทางรายการวิทยุ โทรทัศน์ คอลัมน์ทางหน้าหนังสือพิมพ์ และนิตยสารในประเทศไทยมากว่า 30 ปี ภายใต้สโลแกนที่พูดบ่อยจนติดหูคนไทยอย่าง "ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว”

กิจกรรมเดินทางด้วยรถไฟ ท่องเที่ยวปลอดภัย ใช้ชีวิตแบบ Next Normal 

ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท. เป็นประธานจัดกิจกรรมเดินทางด้วยรถไฟ ท่องเที่ยวปลอดภัย ใช้ชีวิตแบบ Next Normal เส้นทางกรุงเทพ ฯ – พระนครศรีอยุธยา - กรุงเทพฯ สืบสานประเพณีไทย ท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) ณ วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พล.ต.ท.สุคุณ เปิดเผยว่า ตำรวจท่องเที่ยวในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ให้บริการ อำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

ตาม “มาตรการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์” ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้จัดทำแผนและมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงวันที่ 8-17 เม.ย.65 ในการรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมนี้ขอประชาสัมพันธ์ “โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้าน 4.0) ระหว่างวันที่ 8-17 เม.ย.65 โดยกำหนดให้ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ การลงทะเบียน ผ่าน Application “OBS” หรือยื่นแบบฟอร์มเข้าร่วมโครงการฯได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

นอกจากนี้ยังมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 เพื่ออำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัย และให้บริการแก่นักท่องเที่ยว โดยการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ จัดสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์

 

'นายกฯ' ห่วง ชาวสวนเร่งขายทุเรียนอ่อน ด้อยคุณภาพ หวั่นกระทบเชื่อมั่น ย้ำ เข้มงวดตรวจสอบ

น.ส. รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแผนกระจายผลผลิตและการจัดหาช่องทางการตลาด ในข่วงฤดูผลไม้ ว่า รัฐบาลได้เตรียมแผนไว้แล้ว โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนข้อกังวลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการตัดทุเรียนอ่อนมาขายในช่วงนี้เพราะมีราคาแพง เนื่องจากผลผลิตยังมีน้อย มียอดสั่งซื้อล่วงหน้า ผ่านพ่อค้าคนกลางและล้งจำนวนมาก ทำให้ชาวสวนเกิดแรงจูงใจรีบตัดทุเรียนออกขายทำกำไร ส่งผลต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือของทุเรียนไทย โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จึงสั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้มงวดตรวจสอบคุณภาพของทุเรียนก่อนจำหน่ายแก่ผู้บริโภค และให้สำนักงานเกษตรจังหวัด ตั้งชุดเฉพาะกิจ สกัดกั้นทุเรียนอ่อนในจังหวัดแหล่งผลิตที่สำคัญ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การตัดทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกและพ่อค้าคนกลาง มีความผิดตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 47 ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นของตนเอง หรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

กห.ยัน ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามและยาเสพติดทั้ง 3 ราย ที่ถูกสหรัฐฯจับกุม ไม่ได้เป็นทหารแต่อย่างใด

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกดระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมขบวนการค้าอาวุธสงคราม ยาเสพติดและการฟอกเงิน โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เมื่อ 4 - 5 เม.ย. 65 ณ นครนิวยอร์ก ที่ผ่านมา โดยมีการกล่าวอ้าง ซัดทอดคลุมเครือถึงผู้ต้องหาคนไทยที่ถูกจับกุม 3 คน คือ นายสุขสันต์ จุลานนท์ นายสมภพ สิงห์สิริ และ นายสมภักดิ์ รักษ์สราณี เป็นอดีตนายทหารชั้นนายพลและนายทหารที่ปลดประจำการแล้ว

โควิดต้องเป็นศูนย์! 'จีน' ผนึกกำลังรอบด้าน ต้าน Omicron เจาะเซี่ยงไฮ้ ใต้นโยบาย Zero-Covid เพื่อรักษาชีวิตพลเมือง

วันนี้สื่อจีนยังคงรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 สายพันธุ์ Omicron ที่เข้ามาระบาดอย่างหนักในมหานครเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางธุรกิจและการเงินที่สำคัญที่สุดของจีนอยู่ในขณะนี้

ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มต่อเนื่องมากกว่า 21,000 รายต่อวันในวันนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขการติดเชื้อที่รุนแรงที่สุดของจีนนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ครั้งแรกของโลกในเมืองอู่ฮั่นเมื่อต้นปี 2020

แต่ครั้งนี้ศูนย์กลางการระบาดเกิดที่เซี่ยงไฮ้ ที่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน ทำให้จีนต้องล็อกดาวน์เขตย่านธุรกิจของเมืองนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว และไล่ปูพรมตรวจเชื้อ Covid-19 ทั่วทั้งเมือง ที่สามารถตรวจได้ถึง 25 ล้านคนต่อวัน

แต่ทางการจีนนั้นยอมรับว่า เชื้อ Covid-19 สายพันธุ์ Omicron มีความท้าทายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่เคยระบาดในจีน เนื่องจากความไวในการแพร่ระบาด ที่มักไม่แสดงอาการ จึงทำให้การตีวงสกัดทำได้ค่อนข้างยาก ซึ่งตอนนี้ การระบาดก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นจนจำนวนผู้ป่วยเริ่มเกินกำลังที่ทางโรงพยาบาลทั่วไปจะรับไหวแล้ว

นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นเริ่มขาดแคลน ระบบขนส่งสิ่งของจำเป็นเข้าเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่มีประชากรหนาแน่นมากกว่า 23 ล้านคนก็มีอุปสรรคอย่างมากจากมาตรการล็อกดาวน์แบบเข้มของจีน

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สื่อจีนรายงานว่า ชาวจีนยังสนับสนุนนโยบาย Zero-Covid ของรัฐบาลจีน เพราะเชื่อว่าการสกัดการระบาดให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกจะช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้

และตอนนี้จีนได้ผนึกสรรพกำลังส่งบุคลากรลงไปช่วยที่เซี่ยงไฮ้อย่างเร่งด่วน โดยมีรายงานข่าวว่าจีนได้ระดมแพทย์อาสา กว่า 38,000 คน จาก 15 มณฑลทั่วประเทศ เข้าไปดูแลผู้ป่วยที่เซี่ยงไฮ้แล้ว และเตรียมเปิดโรงพยาบาลสนามอีกจำนวน 60,000 เตียงได้ในไม่ช้า

ส่วนที่มณฑลเจียงซู และเจ้อเจียง ซึ่งอยู่ติดกับมหานครเซี่ยงไฮ้ จะกันพื้นที่ไว้สำหรับเป็นที่พักกักตัว และ Hospitel เสริมรวมกันอีก 60,000 ห้อง ตามมาตรการของกรมควบคุมโรคแห่งเซี่ยงไฮ้

กสทช.จับมือ สภาคนพิการฯ สร้างความรู้สู่สังคมดิจิทัลเพื่อคนพิการ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส

ณ หอประชุมสายลม 5021 อาคารหอประชุม สำนักงาน กสทช. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการความร่วมมือการพัฒนาทักษะด้านความรู้ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาสู่สังคมดิจิทัล (MOU)  ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับ "สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย" และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อเตรียมพัฒนาทักษะสร้างความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาอาชีพสู่สังคมดิจิทัล ให้กลุ่มคนพิการ ทั่วประเทศ 20,000 คน ระยะเวลา ดำเนินงาน 720 วัน 

โดย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. / นายประทีบ ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน / นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยร่วมลงนาม และมี "นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล" อุปนายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน

นับเป็นงานอีกชิ้นหนึ่งที่เกิดจากความร่วมมือองค์การคนพิการระดับชาติ ที่ทำให้นโยบายDigital for All ลงถึงกลุ่มคนพิการทั่วประเทศ ทั้งนี้ สมาคมแต่ละประเภทความพิการ จะประสานและจัดอบรมคนพิการในภาคีเครือข่ายโดยการสนับสนุนหลักสูตรและแนวทางจากสถาบันวิชาการ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น

‘สี่แยกปทุมวัน’ จุดเชื่อมคมนาคมสำคัญ ใจกลางมหานคร

สี่แยกปทุมวัน
ศูนย์กลางแห่งศูนย์กลางคมนาคม
ของรถไฟฟ้ากรุงเทพ
และทางหลวงประเทศไทย 

จุดตัดของรถไฟฟ้า BTS สายสีลมและสายสุขุมวิท
จุดตัดของทางหลวงสายประธานของประเทศไทย
ถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน และถนนเพชรเกษม
 

“รอง ผบ.ตร. เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ช่วงสงกรานต์ พร้อมโชว์แคมเปญ 7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น”

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) พล.ต.อ.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. พร้อมด้วย คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ผู้แทนสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ สถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงเปิด "ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตร." และเปิดแคมเปญรณรงค์อาสาตาจราจรช่วงสงกรานต์ในชื่อ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” เพื่อให้ประชาชนช่วยกันเป็นอาสาตาจราจร ตรวจตราการกระทำผิดกฎจราจรและอุบัติเหตุบนท้องถนน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า สงกรานต์ปีนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งเตรียมกำลังพล กว่า 80,000 นาย อำนวยความสะดวกการจราจร และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และที่พักอาศัย รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ตลอดเทศกาลฯ โดยแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำจุดกวดขันวินัยจราจร 18,371 นาย จุดตรวจแอลกอฮอล์ 12,139 นาย ชุดเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลืออุบัติเหตุ 9,670 นาย ส่วนที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สายตรวจ ธุรการ ที่ระดมกำลังเพื่อกวาดล้างอาชญากรรม และบริการประชาชนตลอดเทศกาล โดยไม่มีวันหยุดพัก สำหรับวันนี้ เป็นวันแรกที่เปิด ศูนย์อำนวยการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนฯ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติ ดังนี้

1) การอำนวยความสะดวกจราจรเพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย ให้ทุกหน่วยประสานเจ้าของถนนคืนพื้นผิวการจราจร เช่นจุดที่มีการก่อสร้าง ซ่อมแซมถนน เป็นเหตุให้รถชะลอตัว โดยสามารถคืนพื้นผิวได้แล้ว ทั้งหมด 418 จุดทั่วประเทศ จัดตำรวจอำนวยการจราจร ตามจุดสำคัญที่เป็นปัญหาการจราจร รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ให้มีชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์เช่น รถยก รถสไลด์ เข้าถึงที่เกิดเหตุและคลี่คลายการจราจรได้ทันที นอกจากนี้ ยังได้ออกข้อบังคับเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถ ทั้งขาเข้าและออก กทม. รวมระยะทาง 445 กม. และข้อบังคับห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนนบางสาย เพื่อลดความหนาแน่นการจราจร สำหรับรถบรรทุกที่มีความจำเป็นต้องเดินรถ เช่น รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารสด สามารถยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ ของ บก.ทล. ได้ที่ www.hwpdth.com

2) การป้องกันและลดอุบัติเหตุ ให้ทุกหน่วยทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เพื่อเข้าไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องปรามกลุ่มเป้าหมาย ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร 1,937 จุด จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1,430 จุด และชุดสายตรวจจราจรอีก 1,903 ชุด เพื่อกวดขันจับกุมการกระทำผิดกฏจราจรที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเริ่มตั้งแต่ 4 เม.ย.65 เป็นต้นมา และช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น โดยทุกจังหวัดได้ตั้งค่าเป้าหมายการลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ต้องลดลงจากค่าเฉลี่ยสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5

ทั้งนี้ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่ 10 – 18 เม.ย.65 กำหนดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุและการจราจรทุกวัน ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น (12 – 18 เม.ย.65)โดยมอบหมาย พล.ต.อ.ปรีชาฯ และ พล.ต.ท.ประจวบฯ เป็นประธานการประชุมตลอด 7 วัน และวันนี้เป็นการประชุมเปิดศูนย์ฯ เพื่อสั่งการทุกหน่วยให้เตรียมความพร้อมขั้นสุดท้าย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า การจะลดอุบัติเหตุบนถนนได้อย่างมีนัยสำคัญ ต้องสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัยตามกฎหมายจราจรให้กับสังคม ซึ่ง ตร. ได้ทำโครงการ อาสาตาจราจร ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ บ.วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) จส.100 และ สวพ.91 เพื่อให้ประชาชนส่งคลิปกล้องหน้ารถ หรือคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือ ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิดกฎจราจรสำคัญที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือบันทึกอุบัติเหตุสำคัญและสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีของตำรวจได้เพื่อช่วยคนดีชี้คนผิดโดยมูลนิธิเมาไม่ขับจะคัดเลือกเดือนละ 10 คลิป เป็นเงินรวม 50,000 บาท ตั้งแต่เริ่มโครงการในเดือน พ.ย.64 ที่ผ่านมา มีประชาชนส่งคลิปมากว่า 100 คลิปแล้ว และสำหรับในเทศกาลสงกรานต์นี้ จะมีแคมเปญพิเศษ

“7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ให้ประชาชนส่งคลิปในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้นของเทศกาลสงกรานต์ 2565 จากคลิปที่ส่งมาทั้งหมด จะมีการคัดเลือกให้เหลือ 7 คลิป และจะมีรางวัลให้คลิปละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 70,000 บาท โดยได้รับสนับสนุนเงินรางวัลจาก บ.วิริยะประกันภัยฯ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top