Wednesday, 24 June 2026
Hard News Team

ทลายเครือข่ายยาเสพติด 'ต้อล เมืองชล' แก๊ง 'เหลือเชื่อ' ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 72 ล้านบาท

ตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ นายวิชัย ไชยมงคล เลขา ป.ป.ส. กำหนดมาตรการการปราบปรามและทลายเครือข่ายยาเสพติดและยึดทรัพย์เครือข่ายกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด 

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร  โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รอง เลขาธิการ ปปส. นำโดย พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.ภ.2, เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ภ.2 และ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี จำนวน 79 นาย พร้อมด้วย น.ส.พรทิพย์ แจ่มพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส.ภาค 2 และนายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส.ภาค 2 และเจ้าหน้าที่ชุด ปปส.ภ.2 จำนวน 16 นาย รวมจำนวนทั้งสิ้น 95 นาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น เป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มสิทธิชัย หรือต้อล มานะดี จำนวน 16 เป้าหมาย ในเขตพื้นที่ จังหวัดชลบุรี 13 เป้าหมาย, นครปฐม 1 เป้าหมาย และ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 1 เป้าหมาย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เม.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายวีรยุทธ หรือวัต ประชุมสาย พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 10.6 กก., ยาบ้า จำนวน 51,800 เม็ด, คีตามีน จำนวน 1 กก. ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 และ 2 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” บริเวณบ้านเลขที่ 60/31 ม.10 ต.บ้านบึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นำส่ง พงส.สภ.หนองขาม จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจภูธรภาค 2 ได้มีคำสั่งที่ 177/2563 ลง 12 มิ.ย.64 แต่งตั้งเจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวนเครือข่ายยาเสพติดของ นายวีรยุทธ หรือวัต ประชุมสาย และสามารถขยายผลออกหมายจับนายภาณุพงศ์ หรือตุ๊ อุ่นประดิษฐ์ กับพวกรวม 4 นาย ผู้ร่วมขบวนการ ในข้อหา “สมคบฯ และ สนับสนุนตาม พรบ.มาตรการฯ, ครอบครองยาบ้า ไอซ์ เพื่อจำหน่ายและมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) ไว้เพื่อจำหน่าย”

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ต.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นยึดทรัพย์เครือข่าย “แก็งค์เหลือเชื่อ” ได้เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนเงินกว่า 15 ล้านบาท ระหว่างการสืบสวนจับกุม

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.64 ชุดยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.2 และ บก.สส.ภ.2 จับกุมนายณัฐพงษ์ หรือเบียร์ พร้อมด้วยยาบ้า จำนวน 1,815 เม็ด , ไอซ์ จำนวน 57 กรัม นำส่ง พงส.สภ.บางปะกง จว.ฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.64 ชุด ยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.2 และ บก.สส.ภ.2 จับกุม นายเชาวลิต หรือก้อ พร้อมด้วย ของกลาง คีตามีน จำนวนประมาณ 10.5 กรัม, นำส่ง พงส.สภ.บางปะกง จว.ฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.64 จนท.ตร.สภ.เมืองชลบุรี จับกุมนายศุภวิชญ์ หรือไกด์ กัวหา พร้อมด้วยของกลาง, ยาบ้าจำนวน 787,000 เม็ด, ยาไอซ์ จำนวน 1 กก., ยาคีตามีน จำนวน 7 กก. และอาวุธปืนสงคราม อาการ์ (AK) นำส่ง พงส.สภ.เมืองชลบุรี

พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2/ผอ.ศอ.ปส.ภ.2 สั่งการให้สืบสวน ขยายผลจับกุม และสืบทรัพย์ เครือข่ายผู้มีส่วนรู้เห็นและเกี่ยวข้องทั้งหมด จนมีพยานหลักฐานและความเชื่อมโยงบ่งชี้อันน่าเชื่อว่า “แก็งค์เหลือเชื่อ” เป็นเครือข่ายยาเสพติดที่เชื่อมโยงกันในหลายพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายสิทธิชัย หรือต้อล มานะดี เป็นหัวหน้าระดับสั่งการ ซึ่งมีนายเกริกชัย รักวงษ์วาน, นายชาญเมธา นกหงส์, น.ส.ปัทมา ตรียานนท์, น.ส.วรินธร ศรีวิลัย กับพวก อีกจำนวน 8 คน ทำหน้าที่ด้านการเงิน และมีการใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงินค่ายาเสพติด อีกจำนวนมากซึ่งศาลจังหวัดชลบุรี และศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้อนุมัติออกหมายจับนายสิทธิชัย หรือต้อลฯ ในข้อหา “สมคบ, สนับสนุนหรือช่วยเหลือความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด, สมคบสนับสนุนฟอกเงิน” ส่วนบุคคลอื่นในเครือข่ายล้วนแล้วแต่มีหมายจับข้อหา "สมคบ ป.ยาเสพติด พ.ศ.2564 และสมคบ ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542" รวมทั้งสิ้น 26 คน จำนวน 31 หมายจับ จากการสืบทรัพย์ฯ เบื้องต้น พบว่ามีทรัพย์สินมูลค่าประมาณกว่า 80 ล้านบาท จึงได้ขออนุมัติขอหมายค้นต่อศาลเพื่อตรวจค้นและจับกุมเป้าหมายบุคคลเพื่อดำเนินการจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564

‘ฟาวิพิราเวียร์’ เอาไม่อยู่! ‘หมอมนูญ’ เตือน ‘โอมิครอน’ ดุ ‘สูงอายุ - ไม่รับวัคซีน’ มีสิทธิถึงตาย!

(9 เม.ย.65) นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงผู้ป่วยโควิด-19 ว่าผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง เมื่อติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน มีโอกาสสูงที่จะเกิดปอดอักเสบ ป่วยหนักต้องเข้าไอซียู ใส่เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิตได้โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ฉีดเข็มเดียว หรือฉีดครบ 2 เข็ม แต่ยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น ผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรได้ยาต้านไวรัสตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ยาโมลนูพิราเวียร์ หรือในอนาคตอันใกล้ ยาแพกซ์โลวิดภายใน 5 วันแรกที่เริ่มป่วย ซึ่งยาใหม่ 2 ขนานนี้มีหลักฐานช่วยลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ ไม่ใช่ยาฟาวิพิราเวียร์

หมอมนูญ โดยยกเคสคนไข้ เป็นผู้ป่วย เพศชายอายุ 85 ปี เป็นโรคกระดูกพรุน เคยกระดูกสะโพกหัก เดินไม่ได้ นอนติดเตียง เป็นโรคความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากโต มาตรวจตามปกติ วันที่ 12 มี.ค.65 สุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี ความดันปกติ ไม่อ้วน รู้ตัวดี ขยับแขนขาได้ แต่เดินไม่ได้ ผู้ป่วยยังไม่เคยฉีดวัคซีนโควิดแม้แต่เข็มเดียว แพทย์จึงแนะนำให้รีบฉีดโดยด่วน ลูกสาวจึงติดต่อไปยัง อบจ. และได้ส่งเจ้าหน้าที่มาฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา เข็มแรกที่บ้าน วันที่ 18 มี.ค.65

หลักการหรือหลักกู  'ทิพานัน’ ติง 'ป๊อก’ ยุติความเห็นผิดเพี้ยน ปั่นนักการเมืองให้มีอภิสิทธิ์  เตือน!! คิดแบบ 'หลักกู' สังคมจะตราหน้า ‘นักกาลกิณีเมือง' 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเรื่องต้องทำลาย "กรงขังทางกฎหมาย" ที่ล้อมคอกนักการเมืองจนไม่กล้าทำอะไรโดยกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎระเบียบที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบนักการเมือง ป้องกันการทุจริตคอรัปชันเป็นสิ่งที่ทำลายความคิดสร้างสรรค์ของนักการเมือง ว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นที่อันตราย มีการใช้ตรรกะแบบพวก “นอกกฎหมาย” โดยมีการประดิษฐ์คำสวยหรูและเหตุผลประกอบที่ชวนเชื่อให้ประชาชนไม่เคารพกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมพรรคการเมืองที่มีนายปิยบุตรเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายจึงทำการฝ่าฝืนกฎหมายโดยใช้เงินที่ผิดกฎหมายดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจนถูกยุบพรรคเพราะ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความคิดของนายปิยบุตรที่ไม่มี “หลักการ” มีแต่ “หลักกู”

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ กล่าวว่า ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านายปิยบุตรไม่ได้เป็นนักประชาธิปไตยและยึดมั่นหลักนิติธรรม (Rule of Law) ที่เป็นกฎเกณฑ์เพื่อกำหนดว่าบุคคลทุกคนตลอดจนรัฐบาลและสถาบันทุกสถาบันในชาติจำต้องปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐ เพราะเมื่อหลักนิติธรรมมีผลบังคับใช้ กฎหมายทั้งหมดที่ได้ออกมาใช้บังคับแก่ประชาชนจะเป็นหลักประกันได้ว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาค เท่าเทียม และด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม

ดังนั้นสิ่งนายปิยบุตรคิด จึงไม่ได้ยึดหลักคนเท่ากันตามที่ชอบกล่าวอ้าง นายปิยบุตรกำลังปลุกปั่นนักการเมืองให้ฝ่าฝืนหลักนิติธรรมและกำลังให้อภิสิทธิ์นักการเมืองเหนือประชาชนกลุ่มอื่น

"จึงอยากถามนายปิยบุตรว่าทำไมนักการเมืองถึงมีอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น? ทำไมคนไม่เท่ากัน? ทำไมส่งเสริมให้นักการเมืองทำลาย "กรงขังทางกฎหมาย" เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบการทำงานและการทุจริตคอร์รัปชั่น? หรือว่านายปิยบุตรฝักใฝ่หลักกูมากกว่าหลักการจึงเห็นว่า Rule by Law ที่นายปิยบุตรกำลังสร้างขึ้นมานั้นมีความชอบธรรมมากกว่าหลักนิติธรรม Rule of Law ที่รัฐไทยกำลังยึดมั่นอยู่" น.ส.ทิพานัน กล่าว

อาลัย ‘ศ.เสน่ห์ จามริก’ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 95 ปี

(9 เม.ย. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.เสน่ห์ จามริก นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 95 ปี (เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2470)

ศ.ดร.เสน่ห์ เป็นนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชน ประะธานสหภาพเพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน  ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเป็นอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ทั้งนี้ ดร.เกษียร เตชะพีระ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ได้โพสต์แสดงความอาลัยไว้ว่า “ขอแสดงความเสียใจและอาลัยต่อการจากไปของ อ.ดร. เสน่ห์ จามริก ปรมาจารย์ของรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์, ผอ.สถาบันไทยคดีศึกษา, และประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคนแรก

โครงการรัฐศาสตร์ศึกษาของอ.เสน่ห์ที่คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ช่วงก่อน ๑๔ ตุลาฯ ๑๖ ได้ผลิตบัณฑิตที่ต่อมากลายเป็นปัญญาชนชั้นนำของประเทศเช่น เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, สุรินทร์ พิศสุวรรณ, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ เป็นต้น คณาจารย์รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์หลายท่านที่สอนสืบต่อมาในคณะก็เป็นลูกศิษย์ลูกหาและเพื่อนมิตรต่างวัยของท่านเช่น อ.สมบัติ จันทรวงศ์, อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เป็นต้น”

ประวัติการทำงานและผลงาน ของ ดร.เสน่ห์ จามริก มีดังนี้

เริ่มรับราชการ ในปี 2492-93  ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  และย้ายไปรับราชการในกรมการเมือง กระทรวงการต่างประเทศ ถึงปี 2496  ได้รับทุนไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ จนสำเร็จการศึกษาได้ปริญญา B.A. in Administration จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ต่อมาในปี 2500  ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พ.ศ. 2503-2530 อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จนเกษียณอายุราชการ
พ.ศ. 2516-2517 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2516
พ.ศ. 2518 ร่วมก่อตั้งสหภาพเพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน (ปัจจุบันคือ สมาคมสิทธิเสรีภาพประชาชน หรือ สสส.) และได้รับเลือกตั้งเป็นประธาน หัวหน้าโครงการรัฐศาสตร์ศึกษา และหัวหน้าสาขาวิชาการต่างประเทศ

พ.ศ. 2518 รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. 2518 ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปีเดียวกันนี้เอง อาจารย์เสน่ห์ แต่งงานกับแพทย์หญิงอำนวยศรี (สกุลเดิม ชุตินธร)

รากหญ้าคือตัวแปร 'วิโรจน์' ลุย!! ถิ่นดอนเมือง ประชาชนตอบรับคึกคัก  ชี้!! พลังคนรากหญ้า ตัวแปรการเลือกตั้งหนนี้

วิโรจน์ ควง ผู้สมัครส.ก.เขตดอนเมือง พบปะประชาชนตลาดฝั่งโขง ทักทายและแนะนำนโยบาย พร้อมทั้งขึ้นรถปศรัย ชูนโยบายหลัก 12 ข้อ พร้อมเปลี่ยนกรุงเทพทันที ด้านไกรศักดิ์รับลูก เชื่อส.ก ต้องช่วยผู้ว่าฯ ทำหน้าที่เปลี่ยนกรุงเทพ

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล ควง 'ตุ้ย ไกรศักดิ์ สังเวียง' ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 5 พรรคก้าวไกล เดินตลาดเช้า ณ ตลาดริมโขง เขตดอนเมือง เพื่อพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มาจับจ่ายใช้สอยในวันหยุดสุดสัปดาห์ และพ่อค้าแม่ในตลาดอย่างเป็นกันเอง ถัดจากการเดินตลาด วิโรจน์ พร้อม ตุ้ย ไกรศักดิ์ เดินขึ้นรถปราศรัย เพื่อหาเสียงแนะนำนโยบาย พร้อมขอคะแนนให้กับพี่น้องประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาในพื้นที่

วิโรจน์ได้ยกตัวอย่างนโยบายแต่ละข้อของตน พร้อมกับไฮไลท์เรื่องบประมาณของกทม. ที่เพิ่มมากขึ้นเท่าตัวในช่วง 7 ปีที่ผ่าน และถ้าหากตนเป็นผู้ว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ เพื่อให้อำนาจในการตัดสินใจและการใช้งบประมาณอยู่ที่ประชาชนแทน พร้อมยกตัวอย่างนโยบาย "หยุดระบบอุปถัมภ์ด้วยงบที่คนกรุงเทพเลือกเองได้" ซึ่งจะมีการกระจายงบประมาณ "งบชุมชน" 500,000-1,000,000 บาทต่อปี ตามขนาดของชุมชน เพื่อให้ประชาชนและคนในพื้นที่นำเงินไปออกแบบแก้ไขปัญหา เพราะวิโรจน์เชื่อว่าคนที่เข้าใจปัญหาดีสุดคือประชาชน และ "งบเขต" เฉลี่ย 50 ล้านบาทต่อปี เพื่อทำโครงการที่เลือกโดยประชาชน และ "งบกรุงเทพ" จัดสรรเงิน 200 ล้านบาทต่อไปสำหรับ ทำโครงการเพื่อคนกทม.

ด้าน ตุ้ย ไกรศักดิ์ รับลูกวิโรจน์ ยืนยันหากได้ทำหน้าที่และได้รับความไว้วางใจ จะทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. อย่างแข็งขัน และทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมประสานระหว่างผู้ว่าฯ และประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของงบประมาณ การเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน

รัฐบาลคุมชาวสวนห้ามเร่งขายทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูผลไม้นี้ รัฐบาลได้เตรียมแผนกระจายผลผลิตและการจัดหาช่องทางการตลาดไว้แล้ว เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ขณะที่ นายกรัฐมนตรี มีความกังวลในเรื่องการเร่งตัดทุเรียนอ่อนออกขายในช่วงนี้ เพราะเป็นต้นฤดู ผลผลิตออกสู่ตลาดยังมีปริมาณน้อย มียอดสั่งซื้อล่วงหน้าผ่านพ่อค้าคนกลางและล้งจำนวนมาก ทำให้มีราคาแพง จึงอาจทำให้ชาวสวนเกิดแรงจูงใจรีบตัดทุเรียนออกขายเพื่อทำกำไร ทั้งที่ยังไม่ครบอายุการเก็บเกี่ยว ส่งผลต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือต่อทุเรียนไทย 

ล่าสุด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้มงวดตรวจสอบคุณภาพของทุเรียนก่อนนำออกมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค สำนักงานเกษตรจังหวัดตั้งชุดเฉพาะกิจสกัดกั้นทุเรียนอ่อนในจังหวัดแหล่งผลิตที่สำคัญ

ทั้งนี้ได้ย้ำว่า การตัดทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกและพ่อค้าคนกลางจะมีความผิดตามกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

แบน 10 ปี! ‘ออสการ์’ ลงดาบแบน ‘วิลล์ สมิธ’ 10 ปี เซ่นปมตบหน้า ‘คริส ร็อค’ กลางเวที

รอยเตอร์รายงานว่า คณะกรรมการผู้ว่าการ Academy of Motion Picture Arts and Sciences ดำเนินการในการประชุมที่จัดขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ วิลล์ สมิธลาออกจากสถาบันล่วงหน้าเนื่องจากการแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดของเขาต่อคริส ร็อคในงานถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

“รางวัลออสการ์ครั้งที่ 94 ตั้งใจให้เป็นการเฉลิมฉลองของบุคคลหลายคนในชุมชนของเราที่ทำงานอย่างเหลือเชื่อในปีที่ผ่านมา” David Rubin ประธานสถาบันการศึกษาและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dawn Hudson กล่าวในแถลงการณ์

“อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาเหล่านั้นถูกบดบังด้วยพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้และเป็นอันตรายที่เราเห็นคุณสมิธแสดงอยู่บนเวที”

ในแถลงการณ์ สมิธกล่าวว่า "ผมยอมรับและเคารพการตัดสินใจของ Academy" สมิธได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้เพื่อขอโทษ คริส ร็อค, ผู้ผลิตรางวัลออสการ์, ผู้ได้รับการเสนอชื่อรับรางวัล และผู้ชม

นอกเหนือจากรางวัลออสการ์ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในโลกของภาพยนตร์แล้ว คณะกรรมการยังสั่งห้ามสมิธจากกิจการร่วมกรรมและโปรแกรมของสถาบัน Academy อื่นๆ ทั้งหมด ทั้งการร่วมด้วยตนเองหรือการร่วมผ่านระบบออนไลน์เป็นเวลา 10 ปี

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มไม่ได้บอกว่าเขาจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในช่วงเวลานั้น โดยภาพยนตร์เรื่องต่อไปของสมิธ คือภาพยนต์แอ็คชั่นตื่นเต้นเร้าใจ "Emancipation" เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่หนีจากการเป็นทาสได้รับการปล่อยตัวในปลายปีนี้

ไม่มีข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับภาพยนตร์ Apple TV+ ตั้งแต่ สมิธก้าวขึ้นไปบนเวทีในพิธีวันที่ 27 มีนาคม หลังจากที่นักแสดงตลกคริส ร็อคเล่นมุกเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเจดา พิงค์เก็ต สมิธ ภรรยาของวิลล์ สมิธ แล้วตบ คริส ร็อคเต็มใบหน้า

ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา สมิธกล่าวทั้งน้ำตาบนเวทีเมื่อเขารับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากบทบาทของเขาใน "King Richard" ซึ่งรับบทเป็นบิดาของซูเปอร์สตาร์เทนนิส เซรีน่าและวีนัส วิลเลียมส์ หลังพิธีเขายังได้เต้นรำในงานปาร์ตี้หลังออสการ์ประจำปีของ Vanity Fair

Dana Harris-Bridson หัวหน้าบรรณาธิการของสื่อบันเทิงออนไลน์ IndieWire กล่าวถึงการห้ามสมิธของสถาบัน Academy ว่า "น้อยเกินไป สายเกินไป" โดยกล่าวว่า Academy ควรไล่นักแสดงออกจากพิธีที่โรงละครระหว่างการประกาศรางวัลเสียแต่เนิ่นๆ

หลังจากข้อเท็จจริง สถาบัน Academy มีทางเลือกไม่มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสมิธลาออกก่อนที่สมาชิกภาพของเขาใน Academy จะถูกเพิกถอน เธอกล่าว

“ช่วงเวลาที่พวกเขามีคือช่วงเวลาในโรงละคร” เธอกล่าว 

ในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ ผู้นำของสถาบัน Academy กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์อย่างเพียงพอในระหว่างการออกอากาศ

"สำหรับเรื่องนี้ เราขอโทษ" พวกเขากล่าว "นี่เป็นโอกาสสำหรับเราที่จะเป็นแบบอย่างสำหรับแขกรับเชิญ ผู้ชม และครอบครัว Academy ของเราทั่วโลก และเราล้มเหลว — ไม่พร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

INTERLINK เปิดคลังความรู้ด้านการออกแบบสายสัญญาณ เตรียมความพร้อมสู่ Smart University

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เปิดงานสัมมนา “Network Cabling for Smart University” มอบความรู้เพื่อการเตรียมพร้อมเรื่องการวางโครงข่ายสัญญาณมาตรฐาน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับกลุ่มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย โดยมี ดร. วิรินทร์ เมฆประดิษฐสิน กูรูผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโครงข่ายสายสัญญาณ ร่วมบรรยายในครั้งนี้

หมีขาววิกฤติ! ‘มาตรการคว่ำบาตร’ พ่นพิษ ‘เศรษฐกิจรัสเซีย’ ดิ่งหนักสุดนับแต่สิ้นโซเวียต!

รัฐบาลสหราชอาณาจักรคาดการณ์ว่ารัสเซียกำลังมุ่งหน้าไปสู่ภาวะถดถอยที่ลึกที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต  โดยคาดว่าเงินรัสเซียกว่า 275,000 ล้านปอนด์ (358,520 ล้านดอลลาร์) ถูกอายัดจากการคว่ำบาตรจากนานาประเทศในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

การวิเคราะห์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัสเซียกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยที่ลึกที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต สหราชอาณาจักรประมาณการว่า 60% ของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของรัสเซียถูกระงับเนื่องจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังเพิ่มลูกสาวของวลาดิมีร์ ปูตินเข้าไปในรายการคว่ำบาตร ตามรอยรัฐบาลสหรัฐฯ โดยประกาศให้ระงับทรัพย์สินของเคเทรินา ทิโคโนวา (Katerina Tikhonova) และมาเรีย โวรอนซอฟวา (Maria Vorontsova) ลูกสาววัยผู้ใหญ่ของปูติน และเซร์เกเยฟนา วิโนคูโรวา (Sergeyevna Vinokurova) ลูกสาวของรัฐมนตรีต่างประเทศเซอร์เก ลาฟรอฟ ทั้งสามคนถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นสัปดาห์นี้

ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร ระบุในถ้อยแถลงว่า “มาตรการคว่ำบาตรอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนของเราส่งผลกระทบต่อกลุ่มชนชั้นนำและครอบครัวของพวกเขา ในขณะที่เศรษฐกิจของรัสเซียเสื่อมโทรมในระดับที่รัสเซียไม่เคยพบเห็นตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต”

“วิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือยของวงในของเครมลินจะถูกกำหนดเป้าหมายต่อไปตั้งแต่วันนี้ ในขณะที่สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรลูกสาววัยผู้ใหญ่ของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของเขา” รัฐบาลสหราชอาณาจักรกล่าวในแถลงการณ์

"พลังท้องถิ่นไท"​ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี "ชัช เตาปูน" ชู นโยบายดันกาสิโนถูกกฎหมาย นำภาษีมาปลดหนี้เกษตร-กยศ.-คนจน เผย ไม่ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ ส.ส.ราชบุรี ย้ำชัด ทิศทางพรรคในอนาคต ต้องยึดหลักปกป้องสถาบัน

ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กทม. พรรคพลังท้องถิ่นไท จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดยมีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ส.ส. และสมาชิกทยอยเข้ามาร่วมประชุมกันอย่างคึกคัก มีการตั้งจุดตรวจเอทีเคคัดกรองโควิด-19 ก่อนเข้าห้องประชุม มีการเปิดวิดีทัศน์ผลการดำเนินงานของพรรค จากนั้นเวลา 09.35 น. นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค เข้าที่ประชุม และกล่าวเปิดการประชุมว่า "เรามีนโยบายที่จะทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง ให้คนอยู่ดีกินดีให้ได้ ซึ่งพรรคมีหลายโครงการที่จะทำให้คนรายได้น้อยและมีหนี้สิ้นสามารถปลดหนี้ได้ โดยการทำกาสิโนให้ถูกกฎหมายและเก็บภาษีส่วนนี้มาให้นักศึกษาที่เป็นหนี้กยศ. หนี้ครู เกษตรกร กำนันผู้ใหญ่บ้านที่ปลดเกษียณไปแล้วจะได้มีบำนาญ มีการเพิ่มงบประมาณท้องถิ่น รวมถึงการส่งเสริมกีฬาพื้นบ้านอย่างไก่ชน" จากนั้น ผู้ร่วมประชุมได้ร่วมกันยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี

ทั้งนี้ นายชัชวาลล์ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมในเรื่องของนโยบายเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป ว่า จะเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเกษตรกรโดยเฉพาะ สิ่งสำคัญ คือ การลงมือทำอย่างจริงจัง เนื่องจากตนได้ลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องและพบถึงปัญหาเกษตรกรมากมาย นอกจากนี้ จะผลักดันกาสิโนให้ถูกกฎหมาย เพื่อนำภาษีในส่วนนี้มาพัฒนาช่วยเหลือและปลดหนี้เกษตรกร และกลุ่มคนที่เป็นหนี้กยศ.  

นายชัชวาลล์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไทคงไม่ได้ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน คิดว่าเอาไว้สู้ทีเดียวในสนามเลือกตั้งใหญ่ดีกว่า ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งหน้า เราจะมีการประชุมว่าจะส่งครบ 400 เขตหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าไม่ต้องส่งทุกเขตก็ได้ โดยจะเน้นไปที่การส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ มากกว่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top