Wednesday, 24 June 2026
Hard News Team

‘ต่อตระกูล’ ห่วง!! รื้อสถาบันปรีดี พนมยงค์ หวั่น!! ผิดเจตนารมณ์ของผู้บริจาค

รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กถึงกรณีมูลธินิปรีดี พนมยงค์ จะรื้อถอนอาคาร เพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ว่า 

ครูองุ่น (ผศ. องุ่น มาลิก) ผู้ฝังร่างของเธอ ไว้ข้างๆ ที่ดิน 371 วา ณ. ปากซอยทองหล่อ มูลค่ามหาศาลกว่า 600 ล้านบาท ที่ ที่เธอได้บริจาคให้สถาบันปรีดี พนมยงค์สร้างใช้เป็นอาคารสาธารณประโยชน์

วันนี้อาคารนี้กำลังถูกรื้อถอนออกเพื่อสร้างใหม่ เป็นอาคารพานิชย์ 7 ชั้น ข้างหน้าอาคารที่กำลังถูกล้อมรั้วเพื่อทุบออกไป มีป้ายทำด้วยโลหะ จารึกไว้ถึงจุดประสงค์ในการสร้างอาคารนี้ไว้ว่า :

• เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ นายปรีดี พนมยงค์ หรือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม รัฐบุรุษอาวุโส ที่ได้รับใช้ชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และความสามารถ ด้วยคุณูปการที่มีต่อประชาธิปไตยและสันติภาพโลก องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม หรือยูเนสโก ได้ประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ได้ก่อตั้งสถาบันปรีดี พนมยงค์ขึ้น ณซอยทองหล่อ สุขุมวิท ๕๕ กรุงเทพมหานคร บนที่ดิน ๓๗๑ ตารางวา ซึ่งครูองุ่น มาลิก และมูลนิธิไชยวนา ได้บริจาคให้เพื่อก่อสร้างอาคารสถาบันปรีดี พนมยงค์ สำหรับใช้ดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ ต่อสังคมและมวลราษฎรไทย ตามปณิธานของนายปรีดี พนมยงค์

สถาบันปรีดี พนมยงค์ ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘
ยินดีต้อนรับท่านผู้สนใจร่วมกิจกรรมทางวิชาการ ด้านสังคม ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ
โทรศัพท์ 02-3813860-1
โทรสาร 02-3813859
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์ www.pridiinstitute.com

อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 24 ปี

วันนี้ (21 เม.ย.65) พลเรือตรี ธนากร แจ้งจิตร ผู้อำนวยการอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ เป็นประธานกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพล เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ครบรอบปีที่ 24 หลังจากนั้นได้ประกอบพิธีทางศาสนา และได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากวัดหนองรี จ.ฉะเชิงเทรา มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน ข้าราชการ และเพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่อดีตผู้บังคับบัญชา ข้าราชการในสังกัดที่ล่วงลับไปแล้ว 

โดยมีผู้บังคับบัญชา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เดินทางนำกระเช้าดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี และร่วมในพิธี ณ กองบัญชาการ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

'จีน' เซ็นสัญญาความมั่นคงกับ 'หมู่เกาะโซโลมอน' ตัดหน้าสหรัฐฯ หลังหวังส่ง จนท.ระดับสูงไปสกัด

กลุ่มสื่อต่างประเทศ - สหรัฐฯ พลาดท่าช้ากว่าจีนไปก้าวหนึ่งจนได้ หลังจากกระทรวงต่างประเทศมะกัน เพิ่งประกาศเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปหมู่เกาะโซโลมอน หวังสกัดการลงนามข้อตกลงด้านความมั่นคงกับจีน แต่คล้อยหลังแค่หนึ่งวัน ปักกิ่งก็ประกาศข่าวการลงนามเป็นที่เรียบร้อย

ข้อตกลงฉบับนี้ไปลงนามกันตอนไหนและเมื่อไร ไม่มีใครรู้

ในการแถลงของกระทรวงต่างประเทศจีนเมื่อวันอังคารที่ 19 เม.ย. นายหวัง เหวินปิน โฆษกบอกเพียงว่า เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นการลงนามกรอบความตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างจีนกับหมู่เกาะโซโลมอน ด้วยความเห็นชอบของรัฐบาลทั้งสองฝ่าย โดยมีนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กับนายเจเรเมียห์ มาเนเล รัฐมนตรีต่างประเทศและการค้าของหมู่เกาะโซโลมอนเป็นตัวแทนผู้ลงนาม

โฆษกหวัง ยังย้ำด้วยว่า จุดมุ่งหมายของกรอบความตกลงฉบับนี้มิได้มุ่งเป้าประสงค์ไปยังชาติที่ 3 ใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถของหมู่เกาะโซโลมอนในการรักษาความสงบสุขมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านการรักษาระเบียบของสังคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการรับมือกับภัยธรรมชาติ

แน่นอนว่า สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรไม่มีวันเชื่อน้ำมนต์ของจีน โดยเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียกล่าวหาว่า จีนชิงลงมือ ก่อนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ 2 คนคือนายเคิร์ต แคมป์เบล และนายแดเนียล คริเทนบริงก์ จะไปเยือนหมู่เกาะโซโลมอนในสัปดาห์นี้ เพื่อถ่ายทอดให้รัฐบาลกรุงโฮนีอารา รับทราบถึงความวิตกกังวลของรัฐบาลสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ ซึ่งรวมทั้งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กรณีจีนเข้ามาดำเนินบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคนี้

“ประยุทธ์”หารือ เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ย้ำความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-เกาหลีใต้ ผลักดันความร่วมมือที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะ Soft Power และวัฒนธรรม ต่อยอดส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายมุน ซึง-ฮย็อน (H.E. Mr. Moon Seoung-hyun) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวยินดีกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ที่มีความใกล้ชิดและมีพลวัตอย่างต่อเนื่องกว่า 60 ปี แม้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทั้งสองยังคงมีการหารือและแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน รวมถึงมีการช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีหวังว่าทั้งสองประเทศจะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมจากผลกระทบของการแพร่ระบาดควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติหน้าที่เชิงรุกของเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ จะช่วยสนับสนุนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้กว่า 10 ปี ให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมร่วมมือกับการปฏิบัติหน้าที่ของเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ในทุกด้าน 

ด้านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างกันที่มีความใกล้ชิดและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดมา โดยเฉพาะความช่วยเหลือในช่วงสงครามเกาหลี ซึ่งชาวเกาหลีใต้ซาบซึ้งและขอบคุณในความช่วยเหลือของไทย นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความสัมพันธ์ในระดับประชาชนที่ใกล้ชิด ยาวนาน ชาวเกาหลีใต้นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ และชื่นชอบอาหารไทยเป็นอย่างมาก ขณะที่ชาวไทยนิยมเรียนภาษาเกาหลีเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนความผูกพันอันใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ดี เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ เห็นว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยเฉพาะความร่วมมือด้าน Soft Power อาหาร และการกีฬา 

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือที่สำคัญต่าง ๆ ได้แก่
ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ไทยกับเกาหลีใต้มีความร่วมมือทางการทหารที่ใกล้ชิด ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการขยายความร่วมมือไปสู่ด้านอื่น ๆ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายรักษาพลวัตของความร่วมมือ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลเกี่ยวกับการต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ เนื่องจากมีการประชุมกรอบการหารือทวิภาคีว่าด้วยความมั่นคงทางไซเบอร์กันต่อไป ด้านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น แม้จะเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่า ทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพที่จะขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกันได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเศรษฐกิจสีเขียว

ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านโมเดล BCG และอุตสาหกรรมเพื่อการเจริญเติบโตสีเขียวในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้นักลงทุนชาวเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้นในสาขาที่เกาหลีใต้มีความเชี่ยวชาญ โดยไทยจะดูแลและอำนวยความสะดวกการลงทุน ด้านเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ยินดีสนับสนุน พร้อมประสงค์ให้ไทยพิจารณาส่งเสริมอุตสาหกรรมเฉพาะด้านที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าอย่างชัดเจน และขอให้ไทยพิจารณาให้เกาหลีใต้ตั้งสถาบันการเงินในประเทศด้วย

เปิดสถิติเด็กตกน้ำ จมน้ำตาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ - นายกฯ ขอผู้ปกครองสอนพื้นฐานการช่วยเหลือตัวเอง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบข้อมูลการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค ระบบรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 30 มีนาคม 2565 พบเหตุการณ์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำรวมทั้งหมด 64 เหตุการณ์ รวม 70 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิต 57 ราย บาดเจ็บ 13 ราย แหล่งน้ำที่เกิดเหตุการณ์มากที่สุด ได้แก่ คลอง แม่น้ำ แหล่งน้ำที่ใช้ในเกษตรกรรม ทะเล และสระว่ายน้ำ ตามลำดับ ลักษณะเหตุการณ์ที่พบบ่อยได้แก่ เด็กลงเล่นน้ำโดยไม่แจ้งผู้ปกครองหรือไม่มีผู้ปกครองดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา อุบัติเหตุพลัดตกแหล่งน้ำที่ไม่มีขอบกั้น และเล่นน้ำในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง 

นายธนกร กล่าวว่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยในชีวิตของเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ที่เด็ก ๆ อาศัยอยู่ที่บ้านเป็นหลัก ประกอบกับสภาพอากาศร้อน เด็กอาจชวนกันไปเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตร หรือบ่อน้ำชุมชน จึงอาจมีความเสี่ยงเหตุการณ์เด็กได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุตกน้ำหรือจมน้ำ ในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี มากขึ้นได้ พร้อมเตือนให้ผู้ปกครองระวังดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด 

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการเห็นภาพการเสียชีวิตจากการจมน้ำในช่วงปิดเทอมใหญ่ โดยได้ กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. ที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในพื้นที่ของตนเอง ต้องพยายามควบคุมพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ต้องร่วมกับชุมชนสำรวจแหล่งน้ำเสี่ยง จัดการแหล่งน้ำให้ปลอดภัย เช่น การสร้างรั้วกั้น ป้ายเตือน เตรียมอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง และให้ความรู้เรื่องแหล่งน้ำเสี่ยง การป้องกัน และการปฏิบัติตัวเมื่อพบคนตกน้ำ หรือจมน้ำให้กับประชาชน รวมถึงเน้นย้ำโรงเรียนให้ความรู้เรื่องดังกล่าวกับนักเรียนอย่างต่อเนื่องตามบริบทพื้นที่ ให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศร่วมมือกันลดปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิตในช่วงปิดเทอมให้เป็นศูนย์ ลดความสูญเสียให้ได้ เพราะเด็ก ๆ คือบุตรหลานของเราทุกคน  

รองโฆษกรัฐบาล ชวน  ปชช.ใช้บริการสำนักงานที่ดินออนไลน์ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนอกพื้นที่ตั้งที่ดินได้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีนโยบายให้พัฒนาบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนโดยตรงนำระบบดิจิทัลเข้ามาปรับใช้กับการให้บริการ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้พัฒนาสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินออนไลน์ ให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครสามารถจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินแห่งใดของกรุงเทพมหานครก็ได้ที่ใกล้บ้านหรือที่สะดวก โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ โดยสิทธิหรือนิติกรรม ที่จะดำเนินการจดทะเบียนต่างสำนักงานได้นี้จะต้องเป็นแบบที่ไม่มีการต้องประกาศหรือรังวัด ต้องมีเอกสารเป็นโฉนดที่ดินเท่านั้น และเจ้าของที่ดินต้องเข้าไปดำเนินการด้วยตนเอง  โดยผู้ต้องการใช้บริการจดทะเบียนที่ดินต่างสำนักงานแบบออนไลน์นี้  จะต้องจองคิวล่วงหน้าโดยโหลดแอปพลิเคชั่น e-QLands เพื่อเข้าไปลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้า 3 วันทำการ  โดยเข้าไปในแอปพลิเคชั่นแล้วกดเลือกจองคิวจดทะเบียนต่างสำนัก เลือกสำนักงานที่ใกล้บ้านหรือที่สะดวกรอการยืนยัน จากนั้นก็เดินทางไปจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินที่จองไว้ได้ 

“รัฐบาลขอเชิญชวนผู้ที่ต้องจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรมที่ดินใช้บริการจดทะเบียนที่ดินต่างสำนักงานแบบออนไลน์ ซึ่งจะเพิ่มความสะดวก ลดลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดเวลาทำนิติกรรมได้มาก เพราะปีหนึ่งๆในกรุงเทพมหานครมีผู้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมถึงปีละ 9 แสนรายการ โดยบริการนี้จะครอบคลุมที่ดินในกรุงเทพมหานครทั้งหมด 2.2 ล้านแปลง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว  

“บิ๊กช้าง” นั่งหัวโต๊ะประชุมติดตาม-สั่งการเหล่าทัพ เข้าช่วยเหลือปชช. ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ รวมไปถึงการฟื้นฟู 

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม  เป็นประธานศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ให้ทุกเหล่าทัพเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนจากสภาพอากาศแปรปรวนเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตก ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่อาศัยรวมถึงคอกเลี้ยงสัตว์และพื้นที่ทำการเกษตร โดยมี บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 3,241 หลัง ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21จังหวัด รวม58อำเภอโดยทางนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ขอบคุณหน่วยทหาร และกำลังพลในพื้นที่ ทภ. 2 และ ทภ.3 รวมทั้งหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ( นทพ.) ในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ที่ได้เข้าช่วยซ่อมแซม บ้านเรือนประชาชนรวมทั้งช่วยขนย้ายสิ่งของและผลผลิตทางการเกษตรอีกทั้งยังได้ช่วยเข้าปรับปรุงพื้นที่ทำการเกษตรและคอกเลี้ยงสัตว์ การอพยพสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัย 

“เทพไท”เฉลย ทำไม “จุรินทร์” ยอมรับเป็นนำ”ปริญญ์”เข้าปชป. ทั้งที่ขาดคุณสมบัติทุกข้อ  ชี้ “จุรินทร์”แถลงยอมรับความจริง แสดงถึงความเป็นสุภาพบุรุษ

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า จากการที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง และต้องขอถือโอกาสนี้ กราบขอโทษกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ในฐานะหัวหน้าพรรคขอเรียนว่า ตนมีส่วนสำคัญในการนำนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ เข้าพรรค แม้ว่ากระบวนการจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค และการดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค จะต้องผ่านการลงคะแนนให้ความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ก็ตาม หรือแม้แต่กรณีที่เราไม่อาจจะทราบการณ์ล่วงหน้าว่า จะเกิดอะไรขึ้นอย่างไร แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นมา ในฐานะหัวหน้าพรรค ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องรับผิดชอบ ต้องร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรค แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด

ผมคิดว่าคำพูดของนายจุรินทร์ที่ยอมรับว่า มีส่วนสำคัญในการนำนายปริญญ์ เข้าเป็นรองหัวหน้าพรรค ทำให้สังคมอยากรู้ว่า มีส่วนสำคัญอย่างไร จึงขออนุญาตอธิบายตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดังนี้ 1.นายปริญญ์ เป็นบุคคลภายนอก ซึ่งเพิ่งเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ การเข้าสู่ตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค ต้องมีคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรค ข้อ 31 ระบุว่า สมาชิกผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับเลือกตั้ง เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และเป็นสมาชิกติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

เว้นแต่สมาชิกที่มีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้  (1)เป็นหรือเคยเป็นกรรมการบริหารพรรค (2)เป็นหรือเคยเป็นคณะกรรมการสาขาพรรค (3)เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรค(4)เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค (5)เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่พรรคส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง และ(6)สมาชิกที่ประชุมใหญ่ มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ประชุมใหญ่ มีมติให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค 

ถ้าพิจารณาตามข้อบังคับพรรค นายปริญญ์ ขาดคุณสมบัติการเข้าเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงทำให้นายจุรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ใช้สิทธิ์เสนอตามข้อ31(6) ขอให้ที่ประชุมใหญ่ มีมติยกเว้นคุณสมบัติ เพื่อให้นายปริญญ์ มีคุณสมบัติเป็นรองหัวหน้าพรรคได้ จึงเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของนายจุรินทร์ ที่เป็นผู้เสนอชื่อนายปริญญ์ ให้ที่ประชุมใหญ่รับรองเข้าเป็นรองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ ซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้ให้การรับรอง เปรียบเสมือนการล็อกสเปกตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค จากโควต้าของหัวหน้าพรรค

2.เมื่อมีกระแสข่าวว่านายจุรินทร์ จะเสนอชื่อนายปริญญ์ ขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรค ทำให้มีสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง ที่ทราบประวัติของนายปริญญ์มาก่อน ได้เข้าให้ข้อมูลและท้วงติงเกี่ยวกับประวัตินายปริญญ์ต่อนายจุรินทร์ แต่เมื่อนายจุรินทร์ยืนยันที่จะใช้สิทธิ์เสนอชื่อ นายปริญญ์เป็นรองหัวหน้าพรรค ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ที่สามารถกระทำได้ และ3.การเสนอชื่อนายปริญญ์ ขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรค เพื่อทำภารกิจเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย ต้องการให้เข้ามาแทนที่บทบาทของนายกรณ์ จาติกวณิชย์ อดีตหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค เพราะนายกรณ์ เป็นคู่แข่งขันในตำแหน่งหัวหน้าพรรคกับนายจุรินทร์

รองโฆษกรัฐบาล ชวน  ปชช.ใช้บริการสำนักงานที่ดินออนไลน์ จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนอกพื้นที่ตั้งที่ดินได้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีนโยบายให้พัฒนาบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนโดยตรงนำระบบดิจิทัลเข้ามาปรับใช้กับการให้บริการ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้พัฒนาสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินออนไลน์ ให้ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครสามารถจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินแห่งใดของกรุงเทพมหานครก็ได้ที่ใกล้บ้านหรือที่สะดวก โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ โดยสิทธิหรือนิติกรรม ที่จะดำเนินการจดทะเบียนต่างสำนักงานได้นี้จะต้องเป็นแบบที่ไม่มีการต้องประกาศหรือรังวัด ต้องมีเอกสารเป็นโฉนดที่ดินเท่านั้น และเจ้าของที่ดินต้องเข้าไปดำเนินการด้วยตนเอง  

โดยผู้ต้องการใช้บริการจดทะเบียนที่ดินต่างสำนักงานแบบออนไลน์นี้  จะต้องจองคิวล่วงหน้าโดยโหลดแอปพลิเคชั่น e-QLands เพื่อเข้าไปลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้า 3 วันทำการ  โดยเข้าไปในแอปพลิเคชั่นแล้วกดเลือกจองคิวจดทะเบียนต่างสำนัก เลือกสำนักงานที่ใกล้บ้านหรือที่สะดวกรอการยืนยัน จากนั้นก็เดินทางไปจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินที่จองไว้ได้ 

“รัฐบาลขอเชิญชวนผู้ที่ต้องจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรมที่ดินใช้บริการจดทะเบียนที่ดินต่างสำนักงานแบบออนไลน์ ซึ่งจะเพิ่มความสะดวก ลดลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดเวลาทำนิติกรรมได้มาก เพราะปีหนึ่งๆในกรุงเทพมหานครมีผู้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมถึงปีละ 9 แสนรายการ โดยบริการนี้จะครอบคลุมที่ดินในกรุงเทพมหานครทั้งหมด 2.2 ล้านแปลง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว  

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' เผย!! รัสเซียทดลองจรวดข้ามทวีปสำเร็จ เป็นสัญญาณบอกชาติตะวันตกว่า...พร้อมรบนะ!!

'นันทิวัฒน์' เผยท่ามกลางสงครามยูเครน รัสเซียแถลงผลทดสอบจรวดข้ามทวีปรุ่นใหม่สำเร็จ เหมือนส่งสัญญาณบอกชาติตะวันตกว่า พร้อมรบนะ

21 เม.ย. 65 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘จรวดข้ามทวีปรุ่นใหม่ของรัสเซีย’ ระบุว่า ท่ามกลางความวุ่นวายของการสู้รบในยูเครน รัสเซียได้แถลงข่าวความสำเร็จของการทดสอบจรวดข้ามทวีปรุ่นใหม่เมื่อ 20 เมษายน

รัสเซียประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงจรวด RS-28 Sarmat ซึ่งเป็น Inter - Continental Ballestic Missile จาก Plesetsk ทางตอนเหนือของรัสเซียไปตกยัง Kura ที่คาบสมุทรคัมชัตกา ทางตะวันออกสุดของประเทศรัสเซีย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top