Monday, 29 June 2026
Hard News Team

ครม.ตั้งกองทุนช่วยเหลือภาคการผลิตและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ (28 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือ และเพื่อปรับตัวของภาคการผลิตและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ทั้งนี้เพื่อช่วยประชาชนผู้ประกอบการ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ให้เกิดศักยภาพทางการแข่งขันและปรับตัว เพื่อใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้าต่อไป

>> ครม.ยกเว้นภาษีผู้ประกอบการเซิร์ฟเวอร์ เพื่อหนุนไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคในอนาคต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้อนุมัติหลักการ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการที่ให้บริการพื้นที่ของเซิร์ฟเวอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการจัดเก็บและประเมินผลที่เชื่อมต่อข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และการให้บริการสำรองข้อมูล เพื่อป้องกันเหตุขัดข้องและทำให้ข้อมูลเกิดความเสียหาย การให้บริการเชื่อมต่อเครือข่าย กับผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ต และผู้ให้การคลาวด์ เราจะให้บริการ บริหารจัดการระบบ และรักษาความปลอดภัยทางสารสนเทศ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองการสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล ของภูมิภาคในอนาคต

>> ครม.ได้เห็นชอบแผนดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 3.3 แสนล้าน เชื่อ EEC จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของไทย-อาเซียน ในอนาคต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อีกเรื่องที่เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลก็คือการพัฒนาพื้นที่ EEC ซึ่งรัฐบาลได้วางรากฐานไว้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 ทั้งการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค ระบบโครงข่ายคมนาคมไร้รอยต่อ ทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางอากาศ หลายอย่างอยู่ในระหว่างดำเนินการ แม้ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง ก็ต้องดำเนินการหาวิธีการที่เหมาะสม และให้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ เพื่อยกระดับระบบการขนส่ง โลจิสติกส์ เพื่อรองรับเมืองใหม่อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมอัจฉริยะ และพลังงานสะอาด

‘อนุทิน’ ติดโควิด หลังกลับจากตปท. พบ มีอาการเล็กน้อย ไม่ต้องนอนรพ.

ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ICEB) และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 170 ของสำนักงานองค์การนิทรรศการนานาชาติ (BIE 170th General Assembly) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ (19-21 มิถุนายน 2565) เพื่อร่วมนำเสนอความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการจัดงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ ที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2028 (Specialised Expo) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเดินทางต่อพร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหาร UNAIDS ครั้งที่ 50 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ (21-24 มิ.ย. 65)

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2565 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและระคายคอ ผลตรวจ ATK เป็นบวก ขณะนี้แพทย์สั่งแยกตัวเพื่อความปลอดภัย 1 สัปดาห์

วันนี้ (28 มิถุนายน 2565) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หัวหน้าคณะผู้แทนไทยเดินทางกลับจากปฏิบัติราชการต่างประเทศมาถึงประเทศไทย มีอาการเล็กน้อย คือ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและระคายคอ ได้ตรวจ ATK พบผลบวก จากการสอบสวนโรคคาดว่า ได้รับเชื้อระหว่างการไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ เพราะต้องมีการพบปะ พูดคุย และสัมผัสมือกับผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบตามเกณฑ์ที่แนะนำก่อนการเดินทาง ทำให้ไม่มีอาการป่วย แพทย์สั่งแยกตัวเพื่อความปลอดภัย 1 สัปดาห์ โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล สำหรับผู้ร่วมเดินทางหากเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้สวมหน้ากากตลอดเวลา งดไปในพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนจำนวนมากและสังเกตอาการป่วย หากเริ่มมีอาการทางเดินหายใจให้ตรวจ ATK และดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์

กองทัพเรือ จัดหน่วยเรือเดินทางเยี่ยมเมืองท่าพระสีหนุวิลล์ ราชอาณาจักรกัมพูชา

ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กรุณา อนุญาตให้ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และคณะเข้ารายงานตนและรับฟังโอวาท ในการที่กองทัพเรือ ได้อนุมัติ จัดหน่วยเรือเดินทางไปเยี่ยมเมืองท่าพระสีหนุวิลล์ ราชอาณาจักรกัมพูชา ระหว่างวันที่ 4 - 10 กรกฎาคม 2565

และอนุมัติให้ ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมประชุมประสานงานทางทะเลระหว่าง ทัพเรือภาคที่ 1 และกองทัพเรือกัมพูชา ระหว่างวันที่ 6 - 9  กรกฎาคม 2565

เด็กน้อยสุดขยัน เวลาว่างฉาบปูนช่วยแม่ ชาวเน็ตแห่ชม 'เป็นวิชาที่มีค่ายามโต'

ปรบมือรัว ๆ !! พบเด็กน้อยสุดขยัน ช่วยแม่ทำงานตั้งแต่เด็ก ไม่เพียงมีอาชีพช่างฉาบปูนติดตัว แต่ยังฉายแววนายช่างใหญ่ จากคลิปที่ผู้เป็นแม่ได้โพสต์ขณะที่ลูกได้ช่วยทำงานฉาบปูน ผ่านติ๊กต็อก @nongnch4348 โดยระบุข้อความว่า "ลูกชายคนเล็กก็ใช้ได้นะเนี่ย ถ่ายทอดวิชาให้ลูกๆ555" 

ขณะที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปได้มีคนเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมเป็นจำนวนมาก เก่งมากลูก วิชานี้จะสามารถเลี้ยงเจ้าและครอบครัวได้ไปตลอดชีวิต พี่ก็โตมาได้เพราะอาชีพนี้ (พ่อเป็นช่างก่อสร้าง , น้องเก่งค่ะถ้าเป็นรุ่นนี้ก็เล่นเกมส์อย่างเดียว ต้องชมคุณแม่ กับคุณพ่อ ที่สอนลูก และให้โอกาสเขาได้ทำ ในสิ่งที่เป็นอาชีพในครอบครัวค่ะ, อาชีพนี้แม่ผมเลี้ยงคนในครอบครัวให้อิ่มปากอิ่มท้อง7คน #ครอบครัวรับเหมาก่อสร้างครับ , ผมนี้อายเลย เก่งมาก ๆ หนูอาชีพติดตัวไปอยู่ก้อไม่อดตาย พี่เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนเก่ง , เก่งจังค้าบสุดยอดอนาคตนายช่างใหญ่แน่ลูกมันจะเป็นข้อได้เปรียบของหนูในการใช้ชีวิต เป็นต้น

‘อัษฎางค์’ ไขคำตอบแห่งกาลเวลา ชี้ไทยเป็นไปไทยได้ เพราะมีบรรพบุรุษ ประเพณี สถาบันพระมหากษัตริย์

ไม่นานมานี้ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ ระบุว่า…

ส่งเสริมความเสมอภาค สิทธิ ความเท่าเทียม ด้วยการยกเลิก รากเหง้าของความเป็นไทย ยกเลิกจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่งดงาม ! 

ผมเคยเล่าเรื่องที่เด็กไทยในเมืองไทย ต่อต้านขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยให้ลูกฟัง

น้องอิง ลูกชายของผมซึ่งเรียนหนังสือในต่างประเทศมาตั้งแต่เล็ก ๆ จนถึงมหาวิทยาลัย พูดกับผมถึงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

ให้สังเกตดูดี ๆ ว่า
“คนที่ไม่มีอดีต มักเป็นคนที่ไม่มีปัจจุบัน และจะไม่มีอนาคต”

น้องอิง ขยายความเพื่ออธิบายข้อความดังกล่าวว่า...
ความหมายคือ คนที่ปฏิเสธอดีต มักเป็นคนที่ในปัจจุบัน “เป็นคนที่ไม่มีอะไร” ไม่มีแม้กระทั่งอนาคต เขาจึงต้องกลบเกลื่อนความเป็นตนเอง ด้วยการปฏิเสธอดีต เพราะเขาไม่มีอะไรมาตั้งแต่อดีต

ส่วนคนที่ “มีอะไร” มาตั้งแต่อดีต มักจะภูมิใจในตนเอง ว่าเขามี “อะไรมาตั้งแต่อดีต” ซึ่งมันทำให้ “มีปัจจุบันและจะมีอนาคต”

อเมริกันชน ทนไม่ไหว ค่าน้ำมันพุ่งทุกวัน หันไปเจาะถังดูดน้ำมันรถ ปล้นโจ่งแจ้ง

ท่ามกลางราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นรายวันในสหรัฐอเมริกานั้น ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ชาวอเมริกันแห่กันขโมยน้ำมัน ด้วยการเจาะจากถังรถคนอื่นหรือจากหัวจ่ายปั๊ม และนำกลับไปขายต่อในราคาถูกผ่านแอปพลิเคชัน ท่ามกลางความปวดหัวของเจ้าของปั๊มที่ขาดทุน และสร้างความหวาดกลัวให้บรรดานักขับชาวอเมริกันทั่วประเทศ ซึ่งปรากฏอัตราอาชญากรรมการขโมยน้ำมันจากปั๊มพุ่งขึ้นถึง 25% 

รายงานจากฟ็อกซ์นิวส์เมื่อ (27 มิ.ย.65) ได้เกิดปรากฏการณ์อเมริกันชนแอบขโมยน้ำมันทั่วประเทศ ทั้งขโมยจากหัวจ่ายปั๊ม หรือแม้แต่จากรถยนต์คนอื่นที่กำลังจอดอยู่ รวมไปถึงเจาะระบบเครือข่ายสถานีจ่ายน้ำมันท่ามกลางราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ที่ปรับราคาสูงขึ้นรายวันเป็นประวัติการณ์

สำหรับเทรนด์ใหม่ที่กำลังสร้างความหวาดกลัวให้สังคมอเมริกันนี้เริ่มแผ่เป็นวงกว้าง และได้มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ABC7 ซานฟรานซิสโกเบย์แอเรีย ที่ได้รายงานด้วยความระทึกต่อเหตุการณ์หัวขโมยแอบเจาะน้ำมันดูดจากรถ SUV อย่างหน้าตาเฉยในเมืองโอ๊คแลนด์ ขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในรถ ได้ขว้างค้อนสีแดงเข้าไปที่รถที่โดนขโมยน้ำมันไปราวครึ่งถัง ทำให้กระจกรถแตกเป็นรูโหว่ระหว่างที่กำลังขับออกไป

ขณะที่ด้านเดลีเมล สื่ออังกฤษเปิดเผยว่า เมื่อ (17 มิ.ย.) ที่ผ่านมา มีหัวขโมยน้ำมันรายหนึ่งที่แอบเจาะน้ำมันจากรถบรรทุกคันหนึ่งที่จอดใกล้กับรถกระบะของตัวเองเกิดติดไฟลุกตามร่างกายขึ้นมาในเมืองซอลต์เลคซิตี รัฐยูทาห์ ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าระหว่างการเจาะเพื่อทำให้เข้าไปถึงตัวถังน้ำมันของรถทำให้เกิดประกายไฟขึ้นจนเกิดเรื่อง

ฟากฟ็อกซ์นิวส์ ได้รายงานโดยอ้างความเห็นจาก เจฟ เลนาร์ด (Jeff Lenard) รองประธานโครงการความริเริ่มยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมประจำสมาพันธ์ร้านสะดวกซื้อแห่งชาติสหรัฐฯ NACS (National Association of Convenience Stores) ได้ชี้ถึงปรากฏการณ์ขโมยน้ำมันทั่วประเทศนี้ว่า นี่ไม่ใช่กระแสโรบินฮู้ดที่ขโมยจากคนรวยเพื่อช่วยเหลือคนจน

'หมอเหรียญทอง' ปิดตำนาน รพ.สนามพลังแผ่นดิน ย้ำ จะไม่ลืมตำนานความประทับใจนี้ชั่วชีวิต

ผมจะไม่มีวันลืมตำนาน รพ.สนามพลังแผ่นดิน…ตำนานแห่งความประทับใจของผมชั่วชีวิต ถึงแม้ทุกวันนี้ผมยังคงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกับไอ้กุ๊ยหลักสี่อีกนานก็ตาม

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.สนามพลังแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปิดตำนาน รพ.สนามพลังแผ่นดิน …หน่วยปฏิบัติการสงครามชีวภาพสู้ภัยโควิดพิทักษ์รักษาพสกนิกรใต้ร่มพระบารมี

เราใช้เวลา 12 วันรวมพลังแผ่นดิน จิตอาสาประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมแรง ร่วมกาย ร่วมใจ ทั้งบริจาคทรัพย์สิน จนก่อตั้ง ‘รพ.สนามพลังแผ่นดิน’ จนสำเร็จ

ถึงแม้ว่าจะเป็น รพ.สนามที่ถูกอันธพาล ‘กุ๊ยหลักสี่’ ระราน แต่เราก็สามารถเปิด รพ.สนามพลังแผ่นดินที่สามารถรักษาชีวิตผู้ป่วยโควิดอาการหนัก(จัดชั้นสีแดงและสีเหลือง) จำนวนมากหลายหมื่นรายในสถานการณ์ผู้ป่วยจำนวนมากที่ประสบปัญหาไม่มี รพ.สามารถรองรับผู้ป่วยโควิดอาการหนักจำนวนมาก ๆ ได้

ตัวผมเองยังต้องขึ้นศาลหลายคดีทั้งในฐานะโจทก์ และฐานะจำเลยตราบจนปัจจุบัน แต่ผมภูมิใจมากที่ได้ใช้ประสบการณ์ทหารหมอ ประสบการณ์เสนาธิการฝ่ายยุทธการ ริเริ่มจัดตั้ง ‘รพ.สนาม ระดับ 3’ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ไม่ใช่เพียงแค่ ไอ ซี ยู สนามที่สามารถรับผู้ป่วยโควิดอาการหนักจำนวนมาก แต่ยังมีขีดความสามารถเฉพาะทางอื่น ๆ สำหรับผู้ป่วยโควิดอีกด้วย

‘พิชัย’ ซัด ‘ประยุทธ์’ ไร้กึ๋นบริหารพลังงาน แนะเก็บเงินก๊าซ LPG ที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมเปโตรเคมีมาอุด

‘พิชัย’ สอน ‘ประยุทธ์’ เก็บเงินจากก๊าซ LPG ที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมเปโตรเคมี กก. ละ 5-8 บาทได้เงินเป็นหมื่นล้าน ทำได้ทันที ชี้ ออก 8 มาตรการแทบไม่ช่วยเหลือประชาชน หวั่นผู้นำไร้วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน จะล้มละลายเหมือนศรีลังกา

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยยังน่ากังวลอย่างมากใน 4 ปัญหาที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตือนไว้แล้วตั้งแต่ต้นปีคือ ปัญหาราคาพลังงาน ทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า ปัญหาข้าวของแพงและอัตราเงินเฟ้อสูง ปัญหาหนี้ ทั้งหนี้ประเทศและหนี้ประชาชน และปัญหาดอกเบี้ยขาขึ้น โดยทั้ง 4 ปัญหานี้จะเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ออก 8 มาตรการ โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน แต่ในความเป็นจริงเป็นการช่วยเหลือที่น้อยมาก หรือแทบไม่ช่วยเลย ที่ช่วยก็ช่วยเฉพาะคนกลุ่มที่เล็กมาก แถมหลายมาตรการยังเป็นการซ้ำเติมมากกว่าจะเป็นการช่วยเหลือโดยขอวิเคราะห์ดังนี้

1. มาตรการช่วยแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ที่ถือบัตรสวัสดิการของรัฐ และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นค่าก๊าซหุงต้มเดือนละ 100 บาท ซึ่งเท่ากับช่วยวันละ 3.33 บาท ซึ่งน้อยมาก 

2. มาตรการตรึงราคา NGV สำหรับแท็กซี่ ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน ซึ่งก็ดีแต่มีคนจำนวนไม่มากนักที่ได้ประโยชน์

3. วางกรอบขายปลีก  LPG ที่ 408 บาท / ถัง 15 กก. นี่ไม่ใช่ช่วยแต่เป็นการเพิ่มราคาก๊าซหุงต้ม เพราะปัจจุบันยังขายอยู่ที่ 363 บาท สำหรับถัง 15 กก.  โดยรัฐจะขึ้นราคาไปอีก 3 ครั้งจนถึง 408 บาทซึ่งไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือเลย 

4. มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยให้เอกชนสามารถนำมาหักภาษีได้ 1.5 เท่า เมืองรอง 2 เท่า แต่รัฐบาลกลับมีแนวคิดจะเก็บค่าเหยียบแผ่นดินคนละ 300 บาท ซึ่งเป็นการย้อนแย้งกับมาตรการนี้ ทั้งที่การดึงดูดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศน่าจะสำคัญและจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของไทยมากกว่า 

5. อุดหนุนราคาดีเซล 50% ในส่วนที่สูงเกิน  ลิตรละ 35 บาท นี่เท่ากับเป็นการประกาศว่าจะขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเกินกว่าลิตรละ 35 บาท และอาจจะสูงเกินลิตรละ 38 บาทอีกด้วย ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือแต่อย่างใด 

6. ขอความร่วมมือจากโรงกลั่น ในการส่งกำไรจากส่วนต่างของน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะได้ผลไหม โรงกลั่นต้องไปถามผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก่อนหรือไม่ ถ้าทำได้ก็ดี 

7. ช่วยเหลือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เดือนละ 250 บาท หรือวันละ 8 บาทกว่าเท่านั้น แถมมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนมีเพียง 157,000 คนเท่านั้น 

8. ขอความร่วมมือประหยัดพลังงาน ยังงงว่านี่เป็นการช่วยเหลือได้อย่างไร 

ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่าทั้ง 8 มาตรการ แทบไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนเลย แถมยังซ้ำเติมความยากลำบากอีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม และขึ้นราคาน้ำมันดีเซล เป็นการเพิ่มภาระอย่างชัดเจน

หนุ่มข้างห้องบอกลายาย หลังผูกพันดูแลกันมา 10 ปี ชาวเน็ตชื่นชม พร้อมสอบถามข้อมูลช่วยเหลือคุณยาย

คลิปไวรัล หนุ่มเผยนาทีเศร้า บอกลายายข้างห้องอยู่ตัวคนเดียว หลังตัวเองย้ายห้องไปอยู่ที่อื่น ทำเอายายถึงกับร้องไห้ เพราะดูแลกันมาเป็น 10 ปี

กลายเป็นคลิปวิดีโอที่เรียกน้ำตาจากชาวเน็ตไปไม่น้อย หลังจากผู้ใช้แอปพลิเคชั่น TikTok ชื่อว่า _kunpan ได้โพสต์คลิปบอกลายายที่พักอาศัยอยู่ข้างห้อง ทำเอาคุณยายถึงกับร้องไห้เมื่อรู้ว่าเขาต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น หลังจากมีความผูกพันกันเพราะอยู่ข้างห้องกันมานานเป็น 10 ปี

โดยคลิปดังกล่าวระบุข้อความว่า "อยู่ห้องข้างยาย 10 ปี ย้ายออก ยายร้องไห้ สงสารยายมาก #ยายอยู่คนเดียวไม่มีลูก"

เจ้าของโพสต์ เปิดเผยว่า ยายข้างห้องอยู่คนเดียวมานานเป็น 50 ปีแล้ว เพราะลูกของแกเสียชีวิตไปตอนอายุ 19 ปี โดยยายมีรายได้แค่จากเงินเบี้ยคนชรา และเงินเก็บเมื่อตอนเกษียณ

ตำรวจ PCT ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ Fifa555 ยึดเงินสดกว่า 42 ล้านบาท ม้ากดเงินโดนด้วย

วันนี้ (28 มิ.ย. 65) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT : Police Cyber Taskforce แถลงผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ Fifa555 จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ยึดเงินสดกว่า 42 ล้านบาท พร้อมของกลางจำนวนมาก 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดำเนินการ กวดขันจับกุมอาชญากรรมทางออนไลน์ 5 กลุ่ม ช่วงวันที่ 20 - 30 มิ.ย.65 พร้อมทั้งติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ รับจ้างเปิดบัญชี (บัญชีม้า) 

คดีนี้ ชุดปฏิบัติการที่ 4 PCT นำโดย พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น./หน. ชป.4 PCT, พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ รอง ผบก.ปส.4 ทำการสืบสวนพบ เว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่าย Fifa555 มีการโฆษณาชักชวนเล่นการพนันออนไลน์อย่างแพร่หลายโดยใช้หอพักย่าน ถ.เพชรบุรีตัดใหม่เป็นที่ทำงาน 

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการสะกดรอยจนพบว่าผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 กดเงินเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะนำเงินส่งให้กับผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมขณะตรวจค้นพบเงินสดติดตัวจำนวนหลายล้าน ต่อมาได้พา น.ส.มรกตฯ ไปค้นห้องพักย่านเพชรบุรีตัดใหม่พบเงินอีกหลายสิบล้าน ขณะเดียวกัน ตำรวจชุดจับกุมยังได้แบ่งกำลังกันเข้าตรวจค้นที่ต่างๆ ตามหมายค้นของศาลอาญา พบเงินสดอีกหลายสิบล้านบาท  

ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย เป็นชาย จำนวน 3 ราย หญิง 3 ราย พร้อมด้วย รถยนต์  3 คัน เงินสด จำนวน 42 ล้านบาทเศษ บัตรเอทีเอ็ม 70 ใบ โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่องกระเป๋าแบรนด์เนม 5 ใบ เครื่องนับธนบัตร 2 เครื่อง รวม 6 รายการ มูลค่ากว่า 43,000,000 บาท  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top