Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

'สมคิด' ลั่นจัดหนัก 'ประยุทธ์' บริหารไม่โปร่งใสเอื้อพวกพ้อง แนะพรรคร่วมรัฐบาลฟังข้อมูลก่อนตัดสินใจหวั่นตายในสนามเลือกตั้ง

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ถือเป็นครั้งสุดท้าย ที่จะมีการลงมติ พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคเก็บข้อมูลทำงานอย่างเต็มกำลัง ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้เชื่อว่าประชาชนจะได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ การอภิปรายครั้งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องตอบเพราะพี่น้องประชาชนจับตาดูอยู่ 

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีงูเห่าเพิ่มขึ้น เชื่อว่าไม่น่าจะมีแล้ว เพราะประชาชนคงไม่ยอมแล้ว ที่ไปแล้วก็ไม่ว่ากันส่วนที่ยังอยู่ก็ต้องสู้กันต่อไป ส่วนพรรคเศรษฐกิจไทยที่ตัดสินใจร่วมฝ่ายค้านจะเป็นพลังที่จะช่วยให้ฝ่ายค้านได้คะแนนเพิ่มขึ้นทั้งนี้ส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาล หากฟังคำอภิปรายแล้วมีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไม่แน่ว่ารัฐบาลจะรอดหรือไม่ เพราะอยู่ที่การอภิปรายของฝ่ายค้าน เชื่อว่าเป็นช่วงปลายรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องระวังตัวเอง เพราะต้องไปตอบคำถามประชาชนในสนามเลือกตั้ง ถ้ายังเข้าข้างรัฐบาลอย่างไม่มีเหตุผล พรรคการเมืองนั้นก็เตรียมตัวตายในสนามเลือกตั้ง

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า การอภิปรายจะมุ่งเน้นไปที่ความล้มเหลวของรัฐบาล ที่ผ่านมาทั้งหมด เพราะรับปากประชาชนแล้วทำไม่ได้ นอกจากนี้ 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลล้มเหลวไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้เลย อีกทั้งการบริหารประเทศมีความไม่โปร่งใส การทำงานของรัฐบาลให้การช่วย เหลือพรรคพวกมาตลอด ซึ่งอยากให้ประชาชนรอฟังการอภิปรายของฝ่ายค้าน

'เพื่อไทย' ค้าน 'ประยุทธ์' ให้ต่างชาติซื้อที่ดิน ชี้ แนะ งดเก็บภาษีหุ้น เร่งสร้างธุรกิจสมัยใหม่

'เพื่อไทย' ค้าน 'ประยุทธ์' ให้ต่างชาติซื้อที่ดิน ชี้ เศรษฐกิจทรุดหนัก รายได้ลด เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยขาขึ้น หนี้พุ่ง หุ้นตก คลิปโตร่วง ทำคนลำบาก แนะ งดเก็บภาษีหุ้น เร่งสร้างธุรกิจสมัยใหม่ เพิ่มจ้างงานรายได้สูง และเลือกเพื่อไทยกันมากๆ

นางสาวจุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางรัก และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้ชาวต่างประเทศซื้อที่ดินในประเทศไทยได้ในจำนวนไม่เกิน 1 ไร่ โดยต้องนำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และต้องคงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปีในธุรกิจหรือกิจการประเภทที่กำหนดนั้น คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยขอคัดค้านนโยบายดังกล่าว 

ทั้งนี้เพราะคนไทยเองประมาณ 80% ยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ซึ่งหากให้ต่างชาติเข้าซื้อที่ดินได้ ก็จะยิ่งทำให้คนไทยหมดโอกาสที่จะเป็นเจ้าของที่ดินมากขึ้น ทั้งนี้จะคิดเหมือนประเทศสหรัฐไม่ได้ เพราะรายได้ต่อหัวของประชากรสหรัฐสูงกว่ารายได้ต่อหัวของประชากรไทยมาก อย่างไรก็ดี ยังเห็นด้วยและควรส่งเสริมให้คนต่างชาติซื้อคอนโดได้ในสัดส่วน 49% ซึ่งก็สามารถมาอยู่ในประเทศไทยอย่างสะดวกได้อยู่แล้ว 

ทั้งนี้ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศไทยทรุดหนัก เศรษฐกิจแย่มาตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ไวรัสโควิดแล้ว ขนาดสื่อหลักของต่างประเทศยังบอกว่าประเทศไทยเป็นคนป่วยของอาเซียน พอมาเจอวิกฤตกาณ์โควิดเศรษฐกิจก็ยิ่งทรุดหนัก แถมหลังโควิดเศรษฐกิจไทยก็ยังฟื้นตัวช้า ขนาดแบงค์ชาติยังยอมรับว่าประเทศไทยฟื้นตัวช้าสุด ในขณะที่ประเทศอื่นฟื้นตัวกันแล้ว และยังมาเจอวิกฤติสงครามรัสเซียยูเครนทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยกำลังจะขึ้น ส่งผลให้พี่น้องคนไทยรายได้ลด หนี้สินเพิ่ม หนี้ประเทศพุ่ง หนี้เสียเพิ่ม หนี้ครัวเรือนสูงถึงเกือบ 15 ล้านล้านบาท และทะลุ 90% ของจีดีพีไปแล้ว และคาดกันว่ากำลังจะมีการระเบิดของหนี้ในอีกไม่ช้า หากรัฐบาลยังบริหารอย่างที่เป็นอยู่ ธุรกิจที่ซบเซามานาน และมีหนี้สินเพิ่มมาก หนี้เดิมก็ลำบากแล้ว แต่กำลังจะต้องประสพปัญหากับดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้น 

นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขี้น ทำให้หุ้นตก คลิปโตตก ทองคำตก ขาดทุนกันถ้วนหน้า อีกทั้งการขาดดุลการคลังที่มาก และ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่เงินตราต่างประเทศไหลออกจากไทยมากกว่าเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้ามา และเงินทุนยังไหลออกอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ซึ่งทำให้ค่าเงินบาทอ่อนสุดในรอบ 7 ปี และค่าเงินบาทจะยิ่งอ่อนค่าลงอีก จะส่งผลยิ่งทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น เรื่องเหล่านี้ดูเหมือนพลเอกประยุทธ์จะไม่มีความรู้ความเข้าใจเลย 

ดังนั้นในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ คนไทยไม่มีเงินและไม่มีรายได้ ความเข้มแข็งทางการเงินของคนไทยอ่อนแอ แต่พลเอกประยุกต์จะอนุญาตให้ต่างชาติมาซื้อที่ดินไทย จะทำให้คนไทยจำเป็นต้องขายที่ดินให้ต่างชาติในราคาถูกและเสียเปรียบต่างชาติ ดังนั้น เรื่องนี้ควรต้องยกเลิกไป จนกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น และ รายได้ต่อหัวของคนไทยพุ่งสูงกว่านี้มากค่อยกลับมาคิดกันใหม่ นอกจากนี้ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยยังคัดค้านการเก็บภาษีหุ้น เพราะการส่งเสริมตลาดทุนให้พัฒนาขึ้นไปยังจำเป็น 

ทัพหญิงพปชร. จี้!! ส.ก.ก้าวไกลแสดงความรับผิดชอบ ควรไขก๊อกตำแหน่งที่ได้ความไว้วางใจจากปชช.ด้วย

(17 ก.ค. 65) ที่พรรคพลังประชารัฐ.(พปชร.) น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. แถลงข่าวเรียกร้องถามหาความรับผิดชอบของพรรคก้าวไกล กรณีนายอานุภาพ ธารทอง ส.ก.เขตสาทร พรรคก้าวไกล หลังถูกดำเนินคดีคุกคามทางเพศ ที่ขณะนี้มีการประกาศลาออกจากพรรคแล้ว ให้พิจารณาถึงตำแหน่งสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ที่มาจากความไว้วางใจของประชาชนด้วย แม้ไม่ใช่ตำแหน่งที่ผูกพันกับตำแหน่ง ส.ส. ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแต่จิตสำนึกก็สำคัญเช่นกัน จึงไม่ได้อยากให้ในเรื่องนี้เงียบไปอย่างเช่นกรณี สก.เขตวัฒนาที่ถูกร้องเรียนคุกคามทางเพศสาวประเภทสองก่อนหน้านี้ด้วย

'กรณิศ' โต้ 'ก้าวไกล' บิดเบือนแรง กรณีสั่งซื้อ iPad พ้อ!! ข้าราชการไม่มีสิทธิใช้เครื่องมือที่ทันสมัยหรือ?

กรณิศ โต้ ส.ส.ก้าวไกลบิดเบือด ใช้มโนคติ คิดเองว่าสำนักนายกฯ จะซื้อ iPad ให้ข้าราชการ ชี้!! ข้าราชการมีสิทธิใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เพราะเป็นหน้าตาของประเทศ 

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ​(พปชร.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แถลงชี้แจงกรณีที่ส.ส.พรรคก้าวไกล มีการพาดพิงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าจะซื้อ iPad ProM1 ตัวท็อป พร้อมอุปกรณ์เสริมให้กับข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจำนวน 135 เครื่องเป็นเงิน 10 ล้านบาท ว่า...

'สนธิรัตน์' แนะ รัฐเตรียมการรับมือผลกระทบค่าไฟฟ้า-ค่าเงินบาทต่อประชาชน ห่วงติดกับดักระเบิดระลอกใหม่

วันนี้ (17 ก.ค.65) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย และอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยระบุว่า ค่าไฟ  และค่าเงินบาท เป็น 2 เรื่องกระทบปากท้องที่ต้องจับตา สัปดาห์ก่อนตนสำรวจข้อมูลเรื่องสถานการณ์ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จะเห็นว่าส่งผลกระทบต่อพวกเราเต็มๆ โดยสัปดาห์นี้มีอีก 2 เรื่องที่ขอพูดถึงเพราะถือเป็น “ระเบิดเวลาปัญหาปากท้อง” ลูกต่อไป

1. ค่าไฟฟ้า (ค่าเอฟที FT) ที่กำลังเตรียมจะเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยหน่วยละ 5 บาท ในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคมที่จะถึงนี้ ต้องเตรียมรับมือกับค่าไฟที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลขีดสามารถในการส่งก๊าซของแหล่งบงกชเหนือ หรือ GBN  ว่าลดลงจากเดิม 500 เหลือ 385 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (ช่วง 29 มิ.ย. - 16 ก.ค. 65) ซึ่งความสามารถที่ลดลงนี้อาจจะมีผลต่อการผลิตไฟฟ้า 

ทั้งนี้ ตนขออธิบายว่า ก๊าซธรรมชาติถูกนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการใช้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลือเป็นการใช้ในภาคอุตสาหกรรม โรงแยกก๊าซ NGV และอื่นๆ โดยปัจจุบันความสามารถในการผลิตเราเทียบกับช่วงปีก่อนเหลือเพียงแค่ 65 เปอร์เซ็นต์ ลดลงกว่า 20.6 เปอร์เซ็นต์ ในการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้เอง 

ขณะที่สัดส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.8 เปอร์เซ็นต์ โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 35 เปอร์เซ็นต์ ด้วยค่าก๊าซที่ตลาดโลกมีราคาแพงเราต้องนำเข้า ปัจจุบันแบ่งเป็นการนำเข้าจากเมียนมาร์ 17 เปอร์เซ็นต์ จากแหล่งยาดานา ซอติกา และเยตากุน และอีก 18 เปอร์เซ็นต์ คือนำเข้า LNG จากประเทศผู้ผลิตอื่น ๆ  ซึ่งในอนาคตการนำเข้าในสัดส่วนนี้จะเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่ายิ่งความสามารถการผลิตเรามีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ เราก็จำเป็นต้องพึ่งการนำเข้าที่มากขึ้น และแน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยต้นทุนด้านการแปรสภาพ LNG ให้เป็นก๊าซธรรมชาติและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าขนส่ง

นายสนธิรัตน์ ระบุว่า ในส่วนของการนำเข้าทั้งจากเมียนมาร์ และ LNG จากผู้ผลิตเป็นการจัดซื้อโดยจ่ายเป็นเงินสกุล USD (ดอลลาร์สหรัฐ) และยิ่งค่าเงินบาทยิ่งอ่อนมากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่า ราคาก๊าซจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย นี่จึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสนใจในเรื่องค่าเงินบาท

2. ค่าเงินบาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. เงินบาทอ่อนค่าไปที่ 36.73 บาทต่อ 1 USD อ่อนค่าสูงสุดในรอบ 15 ปี และมีแนวโน้มผันผวน และมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงอีก จากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และมีผลต่อการแข็งค่าของ USD และความกังวลสถานการณ์โควิดในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องค่าเงิน และสถานการณ์เหล่านี้ยังไม่จบง่าย ๆ เราคงจะได้เห็นสถานการณ์ที่ยาวต่อจากนี้ ทั้งความขัดแย้งรัสเซีย ยูเครนที่ทอดระยะเวลาออกไป ปัญหาเงินเฟ้อ และการเพิ่มดอกเบี้ยของ FED ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ ในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้

สำหรับค่าเงินที่อ่อนลงแม้จะเป็นความโชคดี และเอื้อต่อการส่งออกในบ้านเราที่มากขึ้น แต่ถึงอย่างไร ก็เป็นผลกระทบในเชิงลบสำหรับธุรกิจภาคเอสเอ็มอี (SME) ที่นำเข้าสินค้า ที่จะได้รับทั้งผลกระทบจากต้นทุนสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นและไม่มีกำลังพอที่จะพัฒนาขีดความสามารถต่อภายใต้เงื่อนไขที่เป็นอยู่ รัฐจะต้องหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป ไม่ว่าจะผ่านการจ้างงาน หรือพัฒนาความสามารถในการแข่งขันต่อไป

'อรรถวิชช์' เซ็ง ฝ่ายค้าน ไม่เอ่ยถึง รมว.พลังงาน ในศึกอภิปรายฯ ทั้งที่น้ำมันแพง-ค่ากลั่นสูงเกินจริง

'อรรถวิชช์' ผิดหวังฝ่ายค้าน น้ำมันแพง ค่ากลั่นสูงเกินจริง แต่ไม่มีชื่อ 'รมว.พลังงาน' ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ วอนทุกฝ่าย อย่าทำให้ธุรกิจพลังงานเป็นแดนสนธยา 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมด้วย โค้ชกานต์ นายกานต์ เพชรบูรณ์ คณะทำงานด้านกีฬา พรรคกล้า เปิดงานแข่งขันเปตอง K-Sport Mini Open เพื่อหาทุนสนับสนุนนักกีฬาเปตองระดับเยาวชน โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันถึง 66 ทีม ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่มีจัดการแข่งขันฟุตซอล โดยกลุ่ม Kla Sport ของพรรคกล้า ใช้กีฬาสานสัมพันธ์ในพื้นที่ ผลักดันนโยบายพัฒนาเยาวชนสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ สร้างรายได้ 

'รัสเซีย-เมียนมา' ความสัมพันธ์แบบ 'มหามิตร' แม้เวลาเปลี่ยน 'เพื่อนหมี' ยังเคียงข้างเสมอ

หลังจากที่เกิดการรัฐประหารในเมียนมา ก็เริ่มมีชื่อหลายประเทศที่เข้ามาสนับสนุนรัฐบาลทหารของเมียนมา และประเทศหนึ่งที่ในอดีตแทบจะไม่มีใครพูดถึงเลย แต่แท้จริงมีความสัมพันธ์กับกองทัพเมียนมาอย่างแน่นแฟ้น นั่นก็คือ รัสเซีย

ความแน่นแฟ้นนี้สามารถย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่พม่ายังตกอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ และช่วงหนึ่งที่มีการลุกฮือขึ้นต่อต้านอังกฤษจากผู้นำที่ชื่อ 'นายพลอองซาน' จนถึงช่วงที่ได้รับเอกราชจากอังกกฤษนั้น นายพลอองซาน ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งพม่า ถึงกับถูกจารึกไว้ในงานเขียนของ โจเซฟ ซิลเวอร์สตีน ที่เขียนไว้ใน 'มรดกทางการเมืองของอองซาน' ว่า...

"นายพลอองซาน หนี้สินทางปัญญาต่อ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำโซเวียต และผู้นำคอมมิวนิสต์คนอื่นๆ ได้ผลักดันให้เขาสามารถปลดแอกพม่าจากอังกฤษและนำพาพม่ามาเป็นประเทศสังคมนิยมในที่สุด ซึ่งในระหว่างการต่อสู้กับจักรวรรดิอังกฤษนั้น ทางโซเวียตให้ทั้งการสนับสนุนทางศีลธรรมและความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มนักปฏิวัติชาวพม่าที่กำลังต่อสู้กับการล่าอาณานิคมของอังกฤษด้วย"

แม้ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย รัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ก็ยังดำเนินนโยบายกับทางเมียนมา ว่าไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศและยังยับยั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อช่วยเมียนมาอีกด้วย

ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมา กับรัสเซียยิ่งแนบแน่นมากขึ้นเมื่อรัสเซียได้มีส่วนร่วมในโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ และได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ด้านการป้องกันรายใหญ่ให้แก่กองทัพเมียนมา 

'หมอโต' อุทิศร่างเป็น 'อาจารย์หมอ' หลังเสียชีวิตจากเหตุการณ์ช่วย นทท. จมน้ำ

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ร่วมอาลัย 'หมอโต' ทำหน้าที่ช่วยชีวิตผู้อื่นจนนาทีสุดท้าย เสียชีวิตขณะลงไปช่วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจมน้ำที่หาดกะตะ จ.ภูเก็ต จนเสียชีวิตทั้งคู่ อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ คณะแพทยศาสตร์ มช. เพื่อน ร่วมงาน ระบุเป็นคนดี

จากกรณี นายแพทย์สุรสิทธิ์ พงษ์เลาหพันธุ์ หรือหมอโต อายุ 55 ปี นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลลำปาง ได้ลงไปช่วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังจะจมน้ำทะเลที่หาดกะตะน้อย ต.กะรน จ.ภูเก็ต ขณะเดินทางไปเที่ยวกับครอบครัว

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน คือนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ และนายแพทย์สุรสิทธิ์ พงษ์เลาหพันธุ์ ความกล้าหาญของคุณหมอได้รับการยกย่อง และไว้อาลัยแก่การจากไปของคุณหมอ ในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง

ฮ.แม่ทัพภาค 4 ตก!! รอดหมดทั้ง 7 คน หลังลงฉุกเฉินกลางสวนยางพารา

(15 ก.ค. 65) เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์กของกองทัพภาคที่ 4 ร่อนลงจอดฉุกเฉินกลางสวนยางพาราของชาวบ้านหมู่ที่ 1 บ้านคลองยน ตำบลวังใหญ่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งมี พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และเจ้าหน้าที่ทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) อยู่ภายในเครื่องรวม 7 นาย และในขณะเกิดเหตุได้มีชาวบ้านในละแวกดังกล่าวที่เห็นเหตุการณ์ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และเข้าไปช่วยเหลือทหารที่อยู่ในเครื่องออกมาร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยที่อยู่ใกล้เคียง 

หลังเกิดเหตุกำลังเข้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้ง ฉก.สงขลา ตชด.43 รวมทั้งตำรวจ สภ.เทพา และฝ่ายปกครองอำเภอเทพา ได้เข้าตรึงกำลัง และเคลียร์พื้นที่ เพื่อความปลอดภัย รวมทั้งเร่งดำเนินการช่วยเหลือทหารที่อยู่บนเครื่องทั้งหมดออกมาได้อย่างปลอดภัย เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งมีทั้งหมด 7 นาย ยังคงรู้สึกตัวดี ประกอบด้วย แม่ทัพภาคที่ 4, ช่างเครื่อง 2 นาย, นักบิน 2 นาย, ทส. 1 นาย และช่างภาพ 1 นาย 

โดยล่าสุดแม่ทัพภาคที่ 4 ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บาดเจ็บกระดูกสะโพกขวาหัก และมีเลือดออกภายใน ส่วนทหารอีก 6 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเทพา และอยู่ในระหว่างการยืนยันอาการ ประกอบด้วย พ.ต.ประสาร ด้วงชาญ, ร.อ.วิสารท์ ชูสังกิจู, ร.ท.ณัท โสหากาค์, จ.ส.อ.พพิทณุ พันเต, จ.ส.อ.ธีรพงษ์ คูหาแก้ว และ ส.ท.พีระวิทย์  โอสถเจริญ 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ก ลำดังกล่าว ได้นำ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ทหาร รวม 7 นาย เดินทางออกจากค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยขึ้นบินราว 08.45 น. ที่ผ่านมา และคาดว่า ในระหว่างเดินทางถึงพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เครื่องยนต์อาจจะเกิดขัดข้อง และทางนักบินได้พยายามนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน แต่ในระหว่างที่ลดระดับลง เครื่องได้ไปเกี่ยวกับยอดต้นยางพารา และเสียการทรงตัว แต่โชคดีที่แม่ทัพภาคที่ 4 และทหารภายในเครื่องทั้งหมดแค่ได้รับบาดเจ็บ

โดยจากนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบในส่วนของเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ก และทำการเก็บกู้ตามขั้นตอนต่อไป อาจจะในช่วง 1-2 วันนี้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องรางของขลังที่ท่านแม่ทัพภาค 4 นำพาติดตัวประจำก็คือ หลวงพ่อทวด ขณะที่ส่วนองค์ประธาน คือ พระกริ่งปวเรศ รุ่น 2 ปี 2530 วัดบวรนิเวศน์วิหาร

‘ปชป.’ ยันทำงานในฐานะพรรคร่วมตามภาระหน้าที่ ไม่เหมือนเห็บเหาที่สูบเลือดประเทศหมดแล้วโดดหนี

โฆษก ปชป. แย้ง ‘ธรรมนัส’ อย่าเหมารวมพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมลำปาง เพราะรัฐบาลเสียงตก ชี้ต้องมองให้หลายมิติ พร้อมซัดกลับ ‘สุทิน’ เห็บเหาที่สูบเลือดประเทศหมดแล้วโดดหนีก็มี

(15 ก.ค. 65) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ออกมาระบุ ที่พรรคเศรษฐกิจไทย แพ้การเลือกตั้งซ่อม จ.ลำปาง เพราะประชาชนภาคเหนือตอนบนไม่เอารัฐบาลว่าเป็นการวิเคราะห์การเมืองในแนวของ ร.อ.ธรรมนัส ที่อาจจะเหมารวมผลการเลือกตั้งว่าพี่น้องประชาชนในภาคเหนือไม่เอารัฐบาล ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วมีหลายมิติที่ควรจะพูดถึงให้รอบด้าน แต่หากการวิเคราะห์ดังกล่าวเพียงเพื่อเป็นเหตุผลในการถอนตัวทิ้งรัฐบาลดูแล้วก็จะไม่เป็นธรรมต่อรัฐบาล เชื่อว่านักการเมืองมืออาชีพมองสถานการณ์การเมืองออกในช่วงสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องเดินหน้าทำงานให้กับประชาชน หากประเทศมีปัญหาใด ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกันหาทางแก้ไขฟันฝ่าให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น การร่วมรัฐบาลเราตระหนักในหน้าที่ที่เราต้องทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและส่วนรวมให้ได้มากที่สุดตามเงื่อนไขที่ได้มีข้อตกลงไว้เมื่อครั้งร่วมรัฐบาล ไม่ได้มีความคิดจะไปแก่งแย่งหรือแทงข้างหลังใครเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ส่วนตน

นายราเมศ กล่าวต่อว่า สำหรับอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยืนยันมาตลอดว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบตามระบบประชาธิปไตย ซึ่งมีการเปิดอภิปรายกันทุกปี ไม่มีความกังวลใจใดๆ พร้อมชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา และถ้าหากรัฐมนตรีของพรรคมีการทุจริต ก็ยินดีให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เชื่อว่านายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะชี้แจง ในส่วนของพรรค ทั้งในบทบาทฝ่ายบริหารที่ได้ร่วมรัฐบาลรัฐมนตรีของพรรคก็จะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส.ทุกคนก็เช่นกันที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนทำงานเพื่อส่วนรวมให้เต็มที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top