Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

กระทรวงเกษตรฯ' จับมือ 'หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย' ตั้งกลไกใหม่ 'กรกห.' มุ่งเป้าหมายประเทศมหาอำนาจอาหารภายในปี 2030

'กระทรวงเกษตรฯ' จับมือ 'หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย' ตั้งกลไกใหม่ 'กรกห.' ขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู่เป้าหมายประเทศมหาอำนาจอาหารภายในปี 2030

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรละสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วยในวันนี้ ณ ห้องประชุม อาคารบรรเจิดชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการลดความเหลื่อมล้ำด้วย 3 แนวทางการ (3 Value Chains) คือ การค้า&การลงทุน เกษตร&อาหารและท่องเที่ยว&บริการเพื่อขับเคลื่อนBCGและESG Model เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืนภายใต้การขับเคลื่อนของ 29 คณะกรรมการยุทธศาสตร์ 12 คณะทำงานโดยโครงสร้างเครือข่ายได้แก่ หอการค้า 76 จังหวัด  สมาคมการค้า 144 สมาคม หอการค้าต่างประเทศ 40 ประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าและ YEC รวมสมาชิก 114,849 ราย ซึ่งหอการค้าทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนั้น รองประธานหอการค้า ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา และดร.ขนินทร์ ชริศราพงษ์ กก.บห. รวมทั้งนส.ณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยนำเสนอประเด็นการหารือ
1. การปฏิรูปเศรษฐกิจด้วยการสร้างเกษตรมูลค่าสูง
2. การเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพงาน APEC 2022
3. การสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต  
4. การส่งเสริมและพัฒนาปศุสัตว์ไทย (โคเนื้อ)
5. การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง (PET Foods)

ทางด้านนายอลงกรณ์ ได้กล่าวถึง 5 ยุทธศาสตร์การบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แก่ 1.การตลาดนำการผลิต 2.ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 3.นโยบาย 3s Safety Security and Sustainability เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน 4.ยุทธศาสตร์เชิงรุกสร้างการบูรณาการระหว่างหน่วยงานองค์กรภาคีเครือข่าย และ5.ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อปฏิรูปภาคเกษตรกรรมสู่เกษตรมูลค่าสูง ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมายประเทศส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารท็อปเทนของโลกและมหาอำนาจอาหารภายในปี 2030 พร้อมกับเสนอกลไกความร่วมมือในรูปคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หริอ กร.กห. เช่นเดียวกับที่ได้จัดตั้งกรกอ.คือคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าฯ ได้แสดงความเห็นด้วยและยินดีที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงประเด็นความร่วมมืออื่นๆเช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการพัฒนา NSW (Trade & Services 4.0) ,มาตรการสุขอนามัยSPS และมาตรการปกป้องทางการค้า , การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน ,โครงการ The Brand Projectสู่เกษตรมูลค่าสูง ,โครงการพัฒนาตลาดและร้านค้าเกษตรออนไลน์และออฟไลน์ ,โครงการพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตร ,โครงการส่งเสริมระบบประมูลสินค้าเกษตร ,โครงการพัฒนาระบบความเย็น (Cold Chain) , โครงการ GMP plus ,โครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองและชนบท ,โครงการพัฒนาโลจิสติกส์การค้า , ความร่วมมือด้านมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตร , การสนับสนุนการค้าและการกระจายผลไม้และสินค้าเกษตรเช่นการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรและช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ, การพัฒนาแรงงานและการส่งเสริมการศึกษาภาคเกษตรโดยมหาวิทยาลัยหอการค้า, การผนึกความร่วมมือระหว่างเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC) ตลอดจนการสนับสนุนการขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (ศูนย์ AIC) 77 จังหวัดและศูนย์ความเป็นเลิศ 23 ศูนย์ ซึ่งมีหน้าที่วิจัยและพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตร ซึ่งมีหอการค้าจังหวัดเป็นกรรมการบอร์ดAICเพื่อต่อยอดการพัฒนาธุรกิจเกษตรเช่นสตาร์ทอัพเกษตรและเอาเอ็มอี.เกษตรในแต่ละจังหวัด เป็นต้น

ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการตำรวจทุกหน่วยช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการตำรวจทุกหน่วยช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มีน้ำท่วม เนื่องจากในช่วงนี้เป็นฤดูมรสุม มีฝนตกทั่วทุกภาคของประเทศ และมีบางพื้นที่มีน้ำท่วมจากฝนที่ตกหนักรวมถึงตกอย่างต่อเนื่อง  

พล.ต.ต.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงสั่งการไปยัง ทุกหน่วยทั่วประเทศ จัดชุดปฏิบัติการ พร้อมให้การช่วยเหลือทันทีที่มีเหตุ โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกอพยพคนและยกสิ่งของขึ้นที่สูง การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ เด็ก และผู้สูงอายุ รวมถึงอำนวยความสะดวกจัดเส้นทางการจราจร ให้สัญจรไปมาได้ ในช่วงน้ำท่วม นอกจากนี้ ให้สถานีตำรวจพิจารณาจัดรถอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ ที่รถเล็กไม่สามารถเคลื่อนไปได้  โดยให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ที่สำคัญที่สุดคือต้องป้องกันปราบปรามอาชญากรรม  ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้

หัวหน้าจเรตำรวจประชุมคณะที่ปรึกษาสำนักงานจเรตำรวจ ครั้งที่ 3

วันนี้ ( 21 ก.ค. 65 ) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ หัวหน้าจเรตำรวจ เป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษาสำนักงานจเรตำรวจ ครั้งที่ 3/2565 โดยมี พล.ต.ต.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช รองจตร., พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผบก.บก.อก.จต., ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธานกต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน)  ประธานที่ปรึกษาสำนักงานจเรตำรวจ, คุณขวัญชัย บุญสุวรรณ, คุณภาสกร กฤตยารักษ์สกุล, คุณมังกร จารุสถิติ, คุณสินาท เฮงสุวนิช, คุณศุภชัย อิทธิปาลกุล และคณะที่ปรึกษาทุกท่านร่วมเข้าประชุม พร้อมกันนี้ ดร.พีรวัฒน์ และ ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ 

นราธิวาส-รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสเป็นประธานพิธีงานพหุวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ไทยพุทธ ไทยมุสลิม

วันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ณ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 89 (บ้านโคกสยา)
พันเอกก่อเกียรติ เข็มแดง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพหุวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ไทยพุทธ มุสลิม โดยมีพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18

นายสุพจน์ มณีรัตนโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นราธิวาส เขต 2 นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายธนาธิป พรหมชื่น กำนันตำบลสุไหงปาดี นายเพียร มโนภักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี นายคณิตพงษ์ พันธ์โภชน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา(89) หน่วยงานราชการทุกหน่วยงาน ผู้นำศาสนาอิสลาม ผู้นำชุมชน คณะครู ประชาชนและนักเรียนร่วมให้การต้อนรับ

โครงการพหุวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ไทยพุทธ ไทยมุสลิม มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ อันดีระหว่างชุมชนไทยพุทธ ไทยมุสลิมภายใต้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ดีงามร่วมกันอย่างมีความสุขและเข้าใจในวิถีชีวิตของแต่ละสังคม

ก.แรงงาน ประชุมหารือติดตามความคืบหน้าส่งแรงงานไทยไปทำงานซาอุดีอาระเบีย

วันที่ 21 กรกฎาคม 2565 เวลา 14.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับ ดร.อับดุลลาห์ อะบู ธีนีน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคม

ซาอุดีอาระเบีย ประเด็นความคืบหน้ากระชับความสัมพันธ์ด้านแรงงานระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) โดยมี นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน 
 

สุโขทัย-ออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่ พร้อมหน่วยแพทย์ พอ.สว ให้บริการประชาชน

จังหวัดสุโขทัย นำหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองสุโขทัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการของรัฐ และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อราชการ

วันนี้ 21 กรกฎาคม 2565 ที่หมู่ที่ 3 วัดบ้านขวาง ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยส่วนราชการเปิดกิจกรรมงานปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดสุโขทัย และโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

'อำนวย บุญริ้ว' นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เปิดโครงการ 'นักดับเพลิงรุ่นจิ๋ว' เผย!! สร้างความพร้อม เรียนรู้ทักษะ สู่นักผจญเพลิงรุ่นจิ๋ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เป็นประธาน เปิดโครงการ 'นักดับเพลิงรุ่นจิ๋ว' ประจำปี 2565 โดยมีหนูน้อยเยาวชนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ระดับชั้นอนุบาล 1- ชั้นอนุบาล 3 จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมการฝึกอบรม ณ บริเวณอาคารโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยมี จ.อ.สุทัศ ทับวันนา ผู้อำนวยการกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการในครั้งนี้ พร้อมด้วย คณะเจ้าหน้าที่กองบรรเทาสาธารณภัย คณะครู เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

โดยทางด้าน นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า โครงการ 'นักดับเพลิงรุ่นจิ๋ว' คือการให้ความรู้แก่หนูน้อยเยาวชน หรือ เด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ชั้นอนุบาลซึ่งโครงการนักดับเพลิงรุ่นจิ๋ว ในปี 2565 มีเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1- ชั้นอนุบาล 3 จำนวน 226 คน เข้าร่วมในโครงการนี้ พร้อมทั้ง มีการฝึกอบรม การให้ความรู้ การฝึกทักษะ แก่เยาวชนโดยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ อีกทั้ง ให้เด็กนักเรียนได้ทดสอบการใช้ถังดับเพลิงในการดับไฟที่กำลังลุกไหม้ 

ฉะเชิงเทรา-จเรตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมดูการบริหารงาน สภ.บางคล้า พร้อมนำความปราถนาดีจาก ผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.ทุกนาย

วันนี้ ( 21 ก.ค. 2565 ) เวลา 09.35 น. พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช.,พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จตร.(สบ.8) , พล.ต.ต.ไพศษล พฤกษจำรูญ ผบก.กต.1 จต. พ.ต.อ.ศรัณย์กร อินทรจักร์ นว.(สบ.4) ตร., พ.ต.ท.พงษ์ปกรณ์ พิพัฒนสมพร รองผกก.สส.บก.ตม.6 สตม.ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในการปฏิบัติราชการตามนโยบาย ตร. ณ สภ.บางคล้า โดยมี พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา,พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา,พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับ และพบ พ.ต.อ.พรชัย พรชัย กิตติชญาน์ธร ผกก.สภ.บางคล้า,พ.ต.ท.เอกภพ  ธรรมาธิกุล รอง ผกก.สส.สภ.บางคล้า , พ.ต.ท.สมศักดิ์  อินสุข   รอง ผกก.ป.สภ.บางคล้า ,พ.ต.ท.เลอศักดิ์ มั่นสมบูรณ์ สวป.ฯ,พ.ต.ท.เดชฤทธิ์ ศรีคชา สว.(สอบสวน)ฯ, พ.ต.ท.อำพันธ์ แสนสีจันทร์ สว.อก.ฯ, พ.ต.ต.พชรธัช สมานกิตติธร สว.สส.ฯ,พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.บางคล้า ให้การต้อนรับ ได้รับรายงานสถานการณ์และข้อมูลต่าง ๆ เช่น การดำเนินการจัดทำห้อง CCTV เพื่อรองรับโครงการ Smart Safety Zone  

ส.ส.ก้าวไกล แฉ!! รัฐบาล กลางสภาฯ ปมใช้งบแผ่นดินซื้อสปายแวร์สอดแนมประชาชน

ส.ส. ก้าวไกล แฉกลางสภา รัฐบาลประยุทธ์ สั่งซื้อสปายแวร์ถึง 3 ชนิดที่เป็นอาวุธสงครามระดับโลก แต่กลับนำมาใช้สอดแนมประชาชน เผย เหยื่อมีทั้งนักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน และนักเคลื่อนไหว นักการเมืองก้าวหน้า-ก้าวไกล ช่อ-ปิยบุตร โดนแฮ็กหลายครั้ง

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเปิดโปงการซื้อสปายแวร์ระดับอาวุธสงครามร้ายแรง 3 ชนิด ตั้งแต่ปี 2557-2565 โดยหนึ่งในนั้นคือสปายแวร์เพกาซัส ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากการเปิดรายงานของไอลอว์ ที่ระบุว่านักวิชาการ นักกิจกรรม และนักสิทธิมนุษยชนอย่างน้อย 30 คน ถูกแฮ็กโดยเพกาซัส

พิจารณ์อ้างอิงรายงานจาก Citizen Lab ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมในแคนาดา ที่เชี่ยวชาญด้านการติดตามการจารกรรมทางไซเบอร์และการใช้สปายแวร์ ระบุว่าพบการใช้เพกาซัสในไทยครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 มีการทำงานใน time zone หรือ เขตเวลาของไทย อีกทั้งยังชี้ไปที่ Website ชื่อว่า Siamha, thtube และ thainews และมีการใช้งานเพกาซัสอย่างต่อเนื่องมาจนถึงอย่างน้อยในปี 2564

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการสั่งซื้อสปายแวร์อื่นๆ อีก ได้แก่สปายแวร์ที่ชื่อ RCS  จากบริษัท Hacking Team ในอิตาลี คู่แข่งของเพกาซัส โดยชื่อหน่วยงานที่ซื้อคือกรมราชทัณฑ์ ซื้อในปี 2556 ในราคา 286,482 ยูโร หรือประมาณ 11.5 ล้านบาท บวกค่าธรรมเนียมการจัดการรายปีอีก 52,000 ยูโร หรือประมาณ 2 ล้านบาท และกองทัพบก ซื้อในปี 2557 ในราคา 360,000 ยูโร หรือประมาณ 14.4 ล้านบาท

ที่สำคัญ พิจารณ์ได้เปิดเผยว่าตรวจสอบพบหลักฐานการเบิกจ่ายงบประมาณของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อซื้อชุดอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Circles จำนวน 9 รายการ ในระหว่างปี 2558-2563 และพบอีก 10 รายการที่เบิกจ่ายงบประมาณซื้อชุดอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือเช่นเดียวกัน แต่ไม่ระบุยี่ห้อ โดยจากรายงานของ Citizen Labs ตรวจพบการใช้งานสปายแวร์ Circles โดยหน่วยงานราชการไทย 3 หน่วยงาน คือหน่วยข่าวกรองทหารบก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

‘วิโรจน์’ แฉงบสำนักระบายน้ำกทม. 7,700 ล้าน ซัดมีแต่โครงการใหญ่ แต่ไร้ผู้รับเหมารับงาน

วิโรจน์ แฉงบสำนักระบายน้ำ กทม. 7,700 ล้าน ผู้ว่าคนก่อนทำทิ้งไว้มีแต่โครงการใหญ่ จ้างที่ปรึกษา เบิกจ่ายช้า หาผู้รับเหมาไม่ได้ แต่ก็ยังตั้งงบไว้ เหมือนล็อกสเป็ครอผู้รับเหมารายใดรายหนึ่งเฉพาะ

วันที่ 21 ก.ค. 65 เวลา 00.20 น. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อสังเกตถึงงบ กทม. ปี 66 ว่ามีปัญหาจำนวนมากที่ต้องเข้าไปจัดการแก้ไขเพื่อให้ผู้ว่าชัชชาติแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอยได้

โดยนายวิโรจน์กล่าวว่า หนี่งในปัญหาที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพในช่วงเวลานี้ คือการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศโลกมีความแปรปรวนเป็นพิเศษ และปัญหาน้ำท่วมแบบที่เกิดในวันนี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของปีนี้ เพราะอย่าลืมว่าเราเพิ่งผ่านวัน "เข้าพรรษา" มาแค่ไม่กี่วัน 

หัวใจของปัญหาน้ำท่วมที่ต้องเร่งแก้ไข นอกจากเส้นเลือดใหญ่ หรือเส้นเลือดฝอยแล้ว สิ่งที่สำคัญที่เปรียบประหนึ่งกระดูกสันหลัง ก็คือ การจัดสรรงบประมาณของ กทม. ว่าถูกจัดสรร และนำไปใช้ได้อย่างตรงจุดหรือไม่

พรรคก้าวไกลมีข้อสังเกตงบประมาณสำนักระบายน้ำ ปี 66 จำนวน 7,704.48 ล้านบาท ที่ผู้ว่าคนก่อนทำทิ้งไว้ ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วพบได้ว่า

1. มีโครงการการก่อสร้างจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นโครงการอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ โครงการสร้างพื้นรับน้ำ หรือโครงการสร้างอาคารรับน้ำสำหรับการระบาย ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนที่ตั้งไว้ ทำให้เกิดการก่อสร้างล่าช้า ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก หลายโครงการที่เลยกำหนด ผู้รับเหมาก็ทิ้งงาน งบประมาณก็ขาดแคลนไม่ต่อเนื่อง ทำให้โครงการถูกลากยาว สร้างไม่จบไม่สิ้น

2. มีการตั้งโครงการก่อสร้างยักษ์ใหญ่จำนวนมาก แต่ไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้ แต่ก็ตั้งงบประมาณในส่วนนี้คาเอาไว้เสมอ เหมือนกับจะล็อคสเป็ครอผู้รับเหมารายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ ทำให้แผนการระบายน้ำไม่ถูกดำเนินการให้แล้วเสร็จ ปัญหาเดิมก็ค้างอยู่อย่างนั้น

3. โครงการก่อสร้างของสำนักระบายน้ำคิดแต่การทำการใหญ่ที่มีผลกระทบสูง แต่ไม่มีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อย่างการทำประชาพิจารณ์ 

4. สำนักระบายน้ำเสียเงินจำนวนมากไปกับการจ้างที่ปรึกษาในการก่อสร้าง แถมที่ผ่านมาการตรวจรับงาน ก็มีปัญหางานด้อยคุณภาพหลุดออกมาเต็มไปหมด แต่ที่ปรึกษารายเดิม ๆ ก็ยังถูกจ้างอยู่วันยังค่ำ ไม่เคยคิดจะเปลี่ยน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top