Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้บริจาคดวงตาที่ถึงแก่กรรม เนื่องในโอกาสวันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ประจำปี 2565

​วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2565 ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้บริจาคดวงตาที่ถึงแก่กรรม เนื่องในโอกาสวันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ประจำปี 2565 โดยมีเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธาน ณ ห้องราชมณเฑียร โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

​ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 มีภารกิจในการจัดหาดวงตาบริจาคจากผู้เสียชีวิต เพื่อมอบให้กับจักษุแพทย์นำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการที่ขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาบริจาคกับศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม ตลอดจนส่งเสริมการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

​ปัจจุบันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยได้ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 57 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยได้ดำเนินภารกิจในการจัดหาดวงตาบริจาคจากผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุขของประเทศและภาคเอกชน รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายในด้านการแพทย์ มีการพัฒนาองค์ความรู้ที่ทันสมัย อันเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรของหน่วยงานเครือข่าย เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานด้านการจัดหาและบริการดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือ ให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการได้รับการปลูกถ่ายกระจกตาอย่างรวดเร็ว ทั่วถึงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

​จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ผ่านมา ทำให้ศูนย์ดวงตาได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปริมาณดวงตาที่จัดเก็บได้ลดลงเป็นอย่างมาก ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยจึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายใหม่ๆ ในการจัดหาและบริการดวงตา โดยจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพพยาบาลประสานงานการบริจาคดวงตาประจำหอผู้ป่วย (TCWN) เพื่อเพิ่มจำนวนการจัดหาดวงตาจากผู้บริจาคภาวะหัวใจหยุดเต้น (cardiac death) นอกจากนั้นยังจัดทำโครงการ“ดวงตาสดใสใกล้บ้าน” ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานเครือข่าย โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาดวงตาบริจาคให้แก่ผู้ป่วยกระจกตาพิการ ได้รับการปลูกถ่ายกระจกตาเพิ่มมากขึ้น​

​ข้อมูลศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 มีผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนรอรับการปลูกถ่ายกระจกตา จำนวน 17,699 ราย ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายกระจกตา (สะสม) จำนวน 16,137 ราย และมีผู้แสดงความจำนงบริจาคดวงตา (สะสม) จำนวน 1,489,930 ราย โดยจัดเป็นผู้ป่วยรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนรอปลูกถ่ายกระจกตาประมาณ 3,000 รายต่อปี แต่มีผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเพียง 800 รายต่อปี 

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ยังมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยกระจกตาพิการให้ได้รับการรักษาอย่างดีที่สุดในท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดไป​

​การจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้บริจาคดวงตาที่ถึงแก่กรรม เป็นกิจกรรมสำคัญที่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2565 ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ได้มีการมอบโล่ขอบคุณหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ช่วยเหลือภารกิจของศูนย์ดวงตาดวงตาสภากาชาดไทย และงดการเชิญทายาทของผู้อุทิศดวงตาเข้าร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลฯ เนื่องจากสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฉะเชิงเทรา แจกข้าวสาร 5,000 ถุง น้ำดื่ม 500 แพ็คให้ผู้ประสบความเดือดร้อนและกลุ่มเปาะบาง ในงานทิ้งกระจาด ประจำปี 2565

(21 ส.ค. 65) เวลา 16.00 น. ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นายไมตรี ไตรติลานันท์  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีแจกข้าวสาร เนื่องในงานทิ้งกระจาด ประจำปี 2565 พร้อมด้วยนางจันทรรัตน์ ไตรติลานันท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.รัฐสภา นพเกตุ รองนายกอบจ.ฉะเชิงเทรา โดยมี เดชาวุฐ ธีรภัทรไพศาล ประธานกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฉะเชิงเทรา ร่วมมอบข้าวสาร ถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 5,000 ถุง น้ำดื่ม 500 แพ็ค พร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมและให้แก่ ผู้แทนโรงเรียนและชุมชน จำนวน 13 แห่ง มารับข้าวสาร เพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อน และนำข้าวสารไปแจกจ่ายในโอกาสต่อไป ประกอบด้วย โรงเรียนเทศบาล2 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) / ชุมชนในเขตเทศบาล  เหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา / โรงเรียนก้อนแก้วราษฎร์บำรุง / โรงเรียนวัดประตูท่าไข่ / โรงเรียนบ้านวังตะเคียน / โรงเรียนนครเนื่องเขต / โรงเรียนฉะเชิงเทราปัญญานุกูล / ศูนย์ศึกษาพิเศษประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา / ผู้ใหญ่มานัส โท้เป๋า หมู่ 1 ต.บางแก้ว / ผู้ใหญ่ธนเนศ รักษานนท์ หมู่ 2ต.โสธร / คุณอัจฉรา แก้วดี ประธานชมรมบันเทิงคนแปดริ้ว  และวัดโพนงาม อ.สนามชัยเขต 

รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธานในพิธีแถลงผลการศึกษาหลักสูตร การบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3

เมื่อ 19 ส.ค.65 พลเอก นเรนทร์ สิริภูบาล รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธานในการแถลงผลงานทางวิชาการของผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร“การบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง” (Security Management and Leadership For Executives Program:
สวปอ.มส.SML) รุ่นที่ ๓ โดยมี พลเอก สิทธิพล นิ่มนวล ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ถนนวิภาวดีรังสิต

โดยมีผู้บังคับบัญชาเข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ อาทิ พลเอก ศิราวุฒิ วงศ์ขันตี ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, พลโท ไพศาล งามวงษ์วาน ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นต้น 

สำหรับการแถลงผลงานทางวิชาการที่จัดขึ้นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปให้กับผู้เข้ารับการอบรม (2) การสร้างนักบริหารรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจในวิธีคิดเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงองค์รวม (Strategic & comprehensive security) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ และ(3) การบริการความรู้สาธารณะด้านความมั่นคงองค์รวมและยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากในปัจจุบัน นับได้ว่าหลักสูตร สวปอ.มส.SML ทำหน้าที่เป็น Platform ในการสร้างและเผยแพร่อค์ความรู้ด้านความมั่นคงและยุทธศาสตร์เพื่อสังคมอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งการแถลงผลงานทางวิชาการในครั้งนี้ล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ในยุทธศาสตร์และนโยบายของประเทศ ผลการศึกษาได้สะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในมิติความมั่นคงต่างๆ ของโลกและภูมิภาค โดยเฉพาะปัจจัย หรือตัวแปรที่เกิดขึ้นใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาในระดับนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของประเทศในศตวรรษนี้

‘สร้างอนาคตไทย’ ลั่น!! พร้อมเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง จัดทัพผู้สมัครครบ 400 เขตทั่วประเทศ หนุน ‘สมคิด’ นายกฯ

(21 ส.ค.65) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และประธานภาคกรุงเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ทีมงานกรุงเทพของพรรคมีความพร้อมที่จะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง โดยมีผู้แสดงความจำนงลงสมัครรับเลือกตั้งเต็มพื้นที่ครบทุกเขต

ทีมงานเดินพบปะพี่น้องประชาชน ได้รับรู้ปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจที่ทรุดต่อเนื่อง ปัญหาสิ่งแวดล้อม การจราจรที่ติดขัด และปัญหาคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำ ประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง  อยากให้มีการเลือกตั้ง เพื่อเปลี่ยนรัฐบาล

'วาโย' อัด สธ. จัดงบให้ รพ.ไม่เป็นธรรม 'บุรีรัมย์' ได้มากกว่าเพื่อน 156 เท่า

'วาโย' อภิปรายการจัดสรรงบประมาณพัฒนาระบบสุขภาพโดยกระทรวงสาธารณสุข ชี้เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำกระจุกตัว พบโรงพยาบาลกลุ่ม 'เฉลิมพระเกียรติ ได้มากกว่าเพื่อน 1.5 เท่า ในลิสต์พบบุรีรัมย์ตามคาด ได้มากกว่าเพื่อน 156 เท่า ถึง 598.5 ล้านบาท

วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วาระ 2 มาตรา 25 กระทรวงสาธารณสุข ได้อภิปรายขอตัดลดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขลง 7.5%

โดยวาโยระบุว่างบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข 1.2 แสนล้านบาท แม้จะดูเหมือนเยอะ แต่ก็เป็นงบประมาณบุคลากรไปแล้วราว 1 แสนล้านบาท อีก 2 หมื่นล้านบาทที่เหลือ เป็นงบประมาณที่ใช้ในโครงการพัฒนาระบบสุขภาพประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นงบผูกพัน

ซึ่งในส่วนของงบประมาณโครงการพัฒนาระบบสุขภาพราว 2 หมื่นล้านบาทนี้ ส่วนที่เยอะที่สุดคืองบประมาณค่าดำเนินการ แต่รองลงมาคือค่าก่อสร้าง ที่มีสัดส่วนถึง 32%, การจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ 15% และที่เหลือ 14% เป็นงบประมาณอุดหนุนในส่วนต่างๆ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นต้น

วาโยอภิปรายต่อไปว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกต คือค่าก่อสร้างโรงพยาบาลที่อยู่ในกลุ่ม 'เฉลิมพระเกียรติ' ได้งบประมาณมากกว่าโรงพยาบาลที่ไม่มีชื่อต่อท้ายมากกว่ากันถึง 1.5 เท่า

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขมีโครงการพัฒนาระบบสุขภาพโดยแบ่งเป็น 3 ประเภทโครงการ คือ โครงการพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิและเครือข่ายระบบสุขภาพระดับอำเภอ, โครงการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพสู่ความเป็นมืออาชีพ และโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

'สหรัฐฯ-เกาหลีใต้' เดินหน้า 'ซ้อมรบ' ตามแผน เมินเสียงประท้วงเดือดนับหมื่นกลางกรุงโซล

กองกำลังร่วมเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เปิดการซ้อมรบร่วมประจำปีตามกำหนดแผนเดิมเมื่อวันอังคาร (16 ส.ค.) เพียง 3 วันหลังจากที่นักเคลื่อนไหวหัวเสรีนิยมในกรุงโซลออกมาชุมนุมประท้วงนับหมื่นคน เพื่อแสดงออกถึงการ 'ไม่เอาสงคราม'

ปฏิบัติการฝึกร่วมเพื่อจัดการวิกฤต (crisis-management drill) ที่มุ่งตระเตรียมแผนรับมือหากเกิดสถานการณ์ขั้นวิกฤตก่อนที่สงครามจะปะทุ จะกินระยะเวลารวม 4 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะเริ่มการซ้อมรบภายใต้รหัส 'อุลชิ ฟรีดอม ชิลด์' (Ulchi Freedom Shield : UFS) ซึ่งถือเป็นการฝึกในช่วงฤดูร้อนที่จะมีการซ้อมเคลื่อนกำลังพลเข้าโจมตีด้วย (field maneuvers) ด้วย

คณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ (JCS) แถลงเมื่อวันอังคาร (16 ส.ค.) ว่า การฝึก UFS นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันตนเอง และเป็นการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ที่จัดเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 ส.ค. ไปจนถึง 1 ก.ย.

เกาหลีเหนือออกมา 'ประณาม' การฝึกยุทธวิธีครั้งนี้ว่าเป็นแผนซ้อมรุกรานโสมแดง

JCS ย้ำในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (16 ส.ค.) ว่า ปฏิบัติการฝึกครั้งนี้จะมีการซ้อมเคลื่อนพลโจมตีด้วย เพื่อประเมินความสามารถในการปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการควบคุมปฏิบัติการของทหารเกาหลีใต้ในช่วงสงคราม (wartime operational control) จากวอชิงตันไปสู่มือโซล

ทั้งนี้ การควบคุมปฏิบัติการของทหารเกาหลีใต้ถูกมอบให้เป็นหน้าที่ของกองบัญชาการยูเอ็นที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ หลังจากที่สงครามเกาหลีปะทุขึ้นเมื่อช่วงปี 1950-53 โดยเกาหลีใต้เพิ่งจะได้รับอำนาจควบคุมปฏิบัติการทางทหารของตนเองในยามสันติ (peacetime operational control) เมื่อปี 1994

นักเคลื่อนไหวเสรีนิยมในเกาหลีใต้หลายพันคนออกมารวมตัวประท้วงที่กรุงโซลเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ส.ค. ก่อนจะถึงวันครบรอบ 77 ปีการปลดปล่อยคาบสมุทรเกาหลี โดยผู้ประท้วงเหล่านี้ต่างป่าวร้องสโลแกนต่อต้านสหรัฐฯ เช่น 'สลายกลุ่มพันธมิตรเกาหลี-สหรัฐฯ' และ 'แผ่นดินนี้ไม่ใช่ฐานก่อสงครามของอเมริกา'

กลุ่มนักเคลื่อนไหวยังได้ชูแผ่นป้ายและสัญลักษณ์ต่างๆ ที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ เช่น 'ไม่เอาการซ้อมรบ, ไม่เอาสหรัฐฯ' และ 'ไม่เอาความร่วมมือทางทหารเกาหลี-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น'

'สมศักดิ์' มอบรางวัลจับยาเสพติด 13 หน่วยงาน 3.2 ล้านไปแบ่งสายลับ ชวนชาวบ้านร่วมแจ้งเบาะแส 1386 ยันได้เงินจริง หวังทุกคนร่วมด้วยช่วยกันให้ลูกหลานปลอดภัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อไม่ให้ลูกหลานของเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวและทำให้หมดไปจากสังคม เป้าหมายหลักของเรา คือ การยึดทรัพย์ขยายผลจับกุมทั้งเครือข่าย โดยเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2565 ที่จ.ชลบุรี ได้มีพิธีการจ่ายเงินสินบนค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับผู้ค้ายาเสพติด โดยขณะนี้มี 64 หน่วยงานที่ได้รับรางวัล รวมเป็นเงิน 11,833,935 บาท และได้มีหน่วยงานที่เข้ารับเงินสินบนแล้ว 13 หน่วยงาน เป็นเงิน 3,244,904 บาท ซึ่งการจ่ายเงินในครั้งนี้จะมีส่วนของประชาชนที่แจ้งเบาะแสด้วย โดยหน่วยงานที่รับมอบจะนำไปแบ่งให้เอง เนื่องจากต้องรักษาความลับให้กับผู้แจ้งเบาะแส

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรายังได้นำทรัพย์สินของผู้ค้ายาเสพติดที่จับกุมและยึดได้มาประมูล ซึ่งในปี 2565 ทาง ป.ป.ส. ได้จัดการขายทอดตลาด 61 ครั้ง 6,339 รายการ มูลค่าการขาย 353 ล้านบาท ส่วนการขายทอดตลาดล่าสุดที่ จ.ชลบุรี มีทรัพย์สิน109 รายการ มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ 2 คัน ทองรูปพรรณ 107 รายการ มูลค่าประมาณ 2.8 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้มาจะใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่และเป็นเงินรางวัลต่อผู้แจ้งเบาะแสต่อไป  

นายกฯ ขอบคุณ ส.ส. ร่วมถกงบ 3.185 ล้านล้าน ยัน!! ใช้งบอย่างรอบคอบ ไม่ยอมให้ทุจริตแน่นอน

'ธนกร' เผย นายกฯ ติดตามประชุมงบฯ ใกล้ชิด ขอบคุณ ส.ส.เสียสละเวลา-ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ลั่นรัฐบาลใช้งบฯ ด้วยความรอบคอบ นายกฯ ไม่ยอมให้เกิดทุจริตแน่นอน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ในวาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แล้วว่า เท่าที่ทราบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังคงติดตามการทำหน้าที่ของวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นกฎหมายที่สำคัญ และจำเป็นอย่างมากต่อประเทศและประชาชน อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่า ส.ส.บางส่วนอาจจะติดภารกิจสำคัญในพื้นที่ที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งบางท่านไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ ส.ส.ท่านไหนที่สามารถมาร่วมประชุมสภาฯ ได้ ก็ขอให้หารือกันด้วยเหตุผลเพื่อผลักดันให้กฎหมายสำคัญฉบับนี้ผ่านสภาฯ ได้ เพราะการพิจารณากฎหมายงบประมาณนั้นเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้

'ธนกร' เชื่อ!! 'คนละครึ่งเฟส 5' ช่วย ปชช. ได้จริง ปลื้ม!! ผลตอบรับดี 2.3 แสนสิทธิเต็มตั้งแต่วันแรก

'ธนกร' ปลื้ม ประชาชนตอบรับ 'คนละครึ่งเฟส 5' แห่ยืนยันสิทธิ พร้อมลงทะเบียนรายใหม่ 2.3 แสนสิทธิเต็มจำนวนแล้วตั้งแต่วันแรก ขณะที่ร้านค้าเข้าร่วมโครงการฯ แล้วกว่า 2.1 แสนร้านค้า คลังพร้อมโอนเงิน 800 เข้าแอปฯ เป๋าตังเริ่มใช้ 1 กันยายน นี้ ชม 'บิ๊กตู่' เดินมาถูกทาง

(20 ส.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ติดตามโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 ที่วานนี้ (19 สิงหาคม ) กระทรวงการคลัง ได้เปิดให้ประชาชนเคยใช้สิทธิโครงการฯ จำนวน 26.27 ล้านสิทธิ ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ และประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมหรือไม่เคยใช้สิทธิโครงการฯ ลงทะเบียนรับสิทธิวันนี้เป็นวันแรก ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com และแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งประชาชนตอบรับโครงการฯ ให้ความสนใจเข้าไปยืนยันตัวตนจำนวนมาก ทำให้ในช่วงเช้าแอปฯ เป๋าตังขัดข้อง ซึ่งธนาคารกรุงไทยก็ได้รีบประสานแก้ไขจนใช้งานได้ในที่สุด ถือเป็นโครงการฯ ที่ประชาชนทุกคนรอคอย สามารถบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในช่วงนี้ที่ราคาสินค้าสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์พลังงานและปัจจัยอื่น ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ทุกระดับ ทั้งเจ้าของร้านค้า หาบเร่ แผงลอย รถเข็น กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก สร้างเม็ดเงินสะพัดในชุมชน 

นายธนกร กล่าวถึงความคืบหน้าของจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2565) ว่า มีผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 217,261 ร้านค้า แบ่งเป็นผู้ประกอบการร้านค้ารายเดิมจากโครงการฯ เฟส 4 จำนวน 215,735 ร้านค้า และผู้ประกอบการร้านค้ารายใหม่จำนวน 1,526 ร้านค้า ซึ่งในส่วนของร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องทุกวัน จนกว่ากระทรวงการคลังจะปิดรับสมัคร 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top