Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

รุกติดอาวุธทางปัญญาชาว ต.วังหินลาด สร้างเครือข่าย “นักข่าวชาวบ้าน” รู้เท่าทันกลโกงสื่อออนไลน์

พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ นายกสมาคมเครือข่ายหนังสือพิมพ์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ ภาคอีสาน เปิดเผยว่า แนวโน้ม การรับรู้ และเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ในปัจจุบันมีมากขึ้น ประกอบกับการเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้พื้นที่การเสนอข้อมูลข่าวสารสังคมทั่วโลกไม่ได้ขึ้นอยู่กับสื่อดั้งเดิม หรือนักข่าวกระแสหลัก จากสำนักข่าว หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์อีกต่อไป ปรากฏการณ์ของ “นักข่าวชาวบ้าน” ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ผลิตและเผยแพร่ข่าว ทำให้เกิดปรากฏการณ์ว่า “ใครๆ ก็เป็นนักข่าวได้” ดูจะไม่ใช่คำพูดเกินจริงสำหรับยุคนี้ ด้วยความที่อุปกรณ์การสื่อสารทุกวันนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้หลากหลายหน้าที่ และสามารถพกพาติดตัวได้ตลอด บวกกับทิศทางของข่าวในกระแสหลัก มักจะให้น้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป ข่าวของคนธรรมดา หรือเรื่องเล่าจากชุมชน จึงไม่ได้รับนำเสนอผ่านสื่อหลัก

“นักข่าวชาวบ้าน” คือ ปรากฏการณ์ที่ประชาชนจากหลายกลุ่ม หันมาจับกล้องสวมบทบาทเป็นนักข่าว บอกเล่าเรื่องราวในท้องถิ่นของตน แนวคิดนี้กำลังอยู่ในกระแสความสนใจ โดยมีการขยายแนวคิดนี้ ให้คนธรรมดาที่สนใจได้เปลี่ยนบทบาทเป็นนักข่าวชาวบ้าน ทำให้เกิดคำถามว่า “นักข่าวชาวบ้าน” มีมโนทัศน์เกี่ยวกับจริยธรรมสื่อในการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างไร การรายงานข่าวสาร ข้อมูล เรื่องราวเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ หรือความสนใจของประชาชนผ่านทางสื่อออนไลน์อย่างเป็นอิสระ โดยไม่ได้ผ่านการฝึกฝนหรืออบรมวิชาชีพสื่อสารมวลชน ผลิตเนื้อหาข่าวเผยแพร่ไปสู่สาธารณะด้วยตัวเอง การรายงาน ข้อมูลข่าวที่เน้นความรวดเร็วของนักข่าวชาวบ้านผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งไม่มีการตรวจสอบโดยกองบรรณาธิการ ทำให้เกิดปัญหาข่าวสารที่มีลักษณะไม่รอบด้าน หรืออาจมีการเผยแพร่รูปภาพที่ไม่สมควรออกไป นำไปสู่ปัญหาการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การละเมิดลิขสิทธิ์ หมิ่นประมาท และโฆษณาแฝง

ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีงานเจ เยาวราช 2565 'เถลิงถวัลย์ 70 พรรษา มหามงคล'

ที่ ห้องบอลรูม ชั้น 10 โรงแรม แกรนด์ไชน่าเยาวราช เวลา 10.00  น. วันนี้( 15 ก.ย.65) : นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายพินิจ  กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร  เขตสัมพันธวงศ์  นายธีรเดช  สินธพเรืองชัย  ประธานจัดงานประเพณีงานเจ  เยาวราช และผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ร่วมกันแถลงข่าวงาน “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2565”

นายธีรเดช สินธพเรืองชัย ประธานการจัดงาน “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2565” เปิดเผยว่า ประเพณีงานเจเยาวราชเป็นประเพณีสำคัญประจำปีที่เกิดจากแรงบันดาลใจ และศรัทธาของคนไทยเชื้อสายจีนในย่านเยาวราช และร่วมสืบทอดกันมาหลายยุคหลายสมัย ถือเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่เกิดจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งพ่อค้า ประชาชน ชุมชน ผู้ประกอบการภัตตาคาร ร้านอาหาร และกลุ่มผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงานเป็นประจำทุกปี กลายเป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลงานเจกรุงเทพฯ ที่มีผู้ถือศีลกินเจทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นจำนวนมาก

สำหรับ “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2565” มีกำหนดจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กันยายน - 4 ตุลาคม 2565 ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช ภายใต้แนวคิด “เถลิงถวัลย์ 70 พรรษา มหามงคล” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระพันปีหลวงที่พระองค์ทรงมีพระชนมพรรษายืนยาวถึง 90 พรรษา พร้อมร่วมดำรงไว้ซึ่งประเพณีถือศีลกินเจเยาวราชที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สักการะและขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งเยาวราชที่อัญเชิญมาไว้ในมณฑลพิธี โดยการจัดงานแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ งานด้านพิธีกรรม และงานด้านพิธีการ

สำหรับงานด้านพิธีกรรม : มี 3 องค์ประกอบ คือ มงคลสถาน : ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เยาวราช เป็นมณฑลพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเยาวราช ให้ความเคารพ และจัดพื้นที่ต้อนรับเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ สำหรับเทศกาลงานเจนี้ ได้ใช้พื้นที่บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เยาวราช เป็นพื้นที่มณฑลพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ 

ตำนาน 22 ศาลเจ้า : พิธีรวมผงธูปจาก 22 ศาลเจ้าในเยาวราช ซึ่งในแต่ละปีมีประชาชนจากทั่วทุกมุมโลกมากราบไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าต่าง ๆ ทั้ง 22 ศาลเจ้าเป็นจำนวนมาก ด้วยแรงอธิษฐาน แรงศรัทธาได้ส่งผ่านธูปที่ปักไปยังเทพเจ้าและศักดิ์สิทธิ์ คนแล้วคนเล่า ปีแล้วปีเล่า นานนับช่วงอายุคน ด้วยแรงอธิษฐานและความเชื่อมั่นในพลังแห่งศรัทธา จะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และเป็นมงคลชีวิตแด่ผู้ประพฤติดีทุกคน โดย ใน 1 ปีจะมีการ รวมผงธูปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อเป็นมวลสารสำคัญในการประกอบพิธี และจะอัญเชิญผงธูปมวลสารจาก 22 ศาลเจ้ามาประดิษฐานที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ  เยาวราช ตลอดงานกินเจ 10 วัน

'สี จิ้นผิง' ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ SCO คาด!! อาจมีการหารือนอกรอบกับ 'วลาดิมีร์ ปูติน'

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 2565 กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางถึงเมืองซามาร์กันด์ของประเทศอุซเบกิสถานเมื่อวันพุธ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ครั้งที่ 22 ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว

องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ในฐานะองค์กรทางการเมือง, เศรษฐกิจ และความมั่นคงที่เป็นคู่แข่งกับชาติตะวันตก โดยประกอบด้วยจีน รัสเซีย, อินเดีย, ปากีสถาน และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียกลางซึ่งแยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตเดิม

สีจิ้นผิงได้เข้าร่วมประชุมหารือกับประธานาธิบดีชัฟคัต มีร์ซีโยเยฟ และนายกรัฐมนตรีอับดุลลา โอรีพอฟ ของอุซเบกิสถาน โดยสำนักข่าวซินหัวกล่าวว่า ประเด็นหารือเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความร่วมมือทวิภาคี เพื่อประโยชน์ร่วมกันในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

รัฐบาล จ่ายต่อเนื่องอุดหนุนเด็กแรกเกิด ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเด็กมีพัฒนาการตามวัย

เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ได้โพสต์ข้อความถึงโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยระบุว่า โครงการดังกล่าว เป็นนโยบายสำคัญระดับชาติ มุ่งเน้นให้เด็กแรกเกิดได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ และมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพในอนาคต อันจะยังประโยชน์ดังนี้

1) ช่วยให้เด็กอายุ 0 – 6 ปี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และเป็นกำลังของสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต

2) การลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนแก่สังคมที่ดีที่สุดในระยะยาว โดยให้ผลตอบแทนกลับคืนมาในอนาคต 7 - 10 เท่า ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีทักษะที่สูงขึ้น ผลการเรียนที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การเจ็บป่วยที่ลดลง และลดจำนวนอาชญากรรมลง เป็นต้น

3) ทำให้เด็กแรกเกิดสามารถเข้าถึงบริการทางสังคมได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้รับการพัฒนาให้เติบโตอย่างเหมาะสมตามวัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดสวัสดิการตามภารกิจของหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความยากจนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

PROUD บุกตลาดเรียลดีมานด์ด้วยแนวคิด More Than Just Living ขยายสู่ CBD พร้อมเปิดโครงการใหม่มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท

PROUD เผยแนวคิด “More Than Just Living” สัมผัสการใช้ชีวิตที่มากกว่า ตอบทุกโจทย์ของการอยู่อาศัย เน้นบุกตลาดเรียลดีมานด์ พร้อมเติบโตในตลาดลักชัวรี่อสังหาฯ ทำเลหายากย่าน CBD (Central Business District) เผย portfolio 4 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท มั่นใจปีนี้กวาดรายได้ทำกำไร พร้อมตั้งงบ 5,000 ล้านบาทเดินหน้าซื้อที่ดิน-ขยายโครงการสร้างรายได้ต่อเนื่องในอีก 2 ปี 

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)  ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่  เปิดเผยว่า PROUD เน้นการพัฒนาโครงการออกแบบที่อยู่อาศัยและบริการภายใต้แนวคิด “More Than Just Living - สัมผัสการใช้ชีวิตที่มากกว่า” ด้วย 3 คุณค่า เพื่อสร้างประสบการณ์และความแตกต่างให้ลูกค้า รวมถึงสังคม ประกอบด้วย...

Sense Of Hospitality (การดูแลเอาใจใส่ในการบริการ) การดูแลที่มากกว่าแค่เรื่องบ้าน แต่รวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และการมีสุขภาพที่ดี 

Value Of Home Being (คุณค่าที่แท้จริงของบ้านหรือที่อยู่อาศัย) การออกแบบพื้นที่และฟังก์ชั่นเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดผ่านการวิจัยค้นคว้าที่เข้าใจในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง 

Harmonious Living (การผสานต่อความเป็นมา อย่างกลมกลืนแต่โดดเด่น) ด้วยการศึกษาพื้นที่และวิถีชีวิต เพื่อนำมาออกแบบอสังหาริมทรัพย์สไตล์พราว 

พร้อมดึง Partner ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการด้านสุขภาพ การบริหารงานบริการของโครงการระดับโลก และอีกหลากกลุ่มธุรกิจมาร่วมสร้างสรรค์รูปแบบการใช้ชีวิตที่มากกว่า ตั้งแต่การออกแบบที่อยู่อาศัยจนถึงการบริการหลังการขาย

“More Than Just Living” คือ หัวใจหลักในการพัฒนาทุกโครงการของ PROUD ถือเป็นจุดเด่นและได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้ามาโดยตลอด เริ่มที่ความสำเร็จจากโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน (InterContinental Residences Hua Hin) ที่ถือเป็น World Class Branded Residences หนึ่งเดียวในไทย ภายใต้แบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัล 

นายพสุ  ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า PROUD พร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ บนทำเลที่มีศักยภาพ เปิดโครงการไม่มากแต่เน้นการออกแบบและบริการที่ดีที่สุด มีมูลค่าเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงที่เป็นเรียลดีมานด์ เพื่อการอยู่อาศัยจริงและเพื่อการลงทุน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มากกว่า

ทั้งนี้ โครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้จะเข้ามาเสริมศักยภาพการเติบโตของบริษัท ประกอบด้วย โครงการเวหา (VEHHA)  มูลค่าโครงการราว 2.29 พันล้านบาท เปิดขายในช่วงเดือน ก.ย. 2565 เริ่มก่อสร้างในไตรมาส 4/2565 คาดจะสามารถทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงปี 2568  

โครงการวี อารีย์ (VI ARI) บ้านเดี่ยวใจกลางอารีย์ มูลค่ารวม 507 ล้านบาท โดยมีราคาขายต่อหลังประมาณ 70 ล้านบาท คาดจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4/2565 และโครงการคอนโดมิเนียม ย่านคอนแวนต์ มูลค่ารวม 3.9 พันล้านบาท คาดว่าทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงปี 2569 รวมโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย และโครงการใหม่ทั้งสิ้น 4 โครงการมีมูลค่ารวม 10,510 ล้านบาท พร้อมเตรียมงบซื้อที่ดินในปี 2565-66 จำนวน 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

'คนขายปลา' โพสต์เตือนคนรุ่นใหม่ อย่าทิ้ง 'โอกาส-อนาคต' เพียงเพราะประเมินว่าตนเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา ผู้จำกัดนิยามตนเองว่าเป็น 'คนขายปลา' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Nithipat Bhandhumachinda' ว่า...

กรณีของน้องมิลลินั้น ผมเองแม้จะไม่ได้ชอบแนวเพลงของน้อง และเคยออกความเห็นว่า ท่าเต้นและการแสดงบนเวที น่าจะต้องปรับปรุงให้มีความเป็นมืออาชีพกว่านี้ เพื่อจะนำตัวน้องเองขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้อย่างเต็มตัว

แต่ผมก็คงไม่ใช้พื้นที่เพื่อจะเย้ยหยันอะไรที่น้องเขาไม่ได้ไปแสดงที่เกาหลี และยังรู้สึกเสียดายโอกาสของน้อง ในฐานะศิลปินชาวไทยที่ไม่ได้ไปร่วมแสดงเป็นอย่างมากอีกด้วย

ประเด็นที่ผมอยากพูดถึงมากกว่า ก็คือ การเตรียมความพร้อม

ในฐานะเจ้าของธุรกิจนั้น หลาย ๆ ครั้งผมต้องสัมภาษณ์พนักงานใหม่ และก็ทำให้สังเกตได้ว่า ในขณะที่คนรุ่นเก่า ๆ หน่อยที่มาสมัครงานนั้น มักเตรียมความพร้อมด้านเอกสารต่าง ๆ มาอย่างดี กรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ ด้วยความตั้งใจพยายามคัดลายมืออย่างเต็มที่นั้น

กลับพบว่าน้อง ๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่หลาย ๆ ท่าน ขาดตกบกพร่องเรื่องการเตรียมเอกสาร ขาดนั่นบ้างนี่บ้างอยู่เป็นประจำ และลายมือที่เขียนมาบางทีก็เขียนมาเหมือนไม่เต็มใจ ไม่ทำให้แน่ใจว่าอยากจะทำงาน หรือแค่อยากจะหาเงิน

ซึ่งน้อง ๆ อาจมองว่าไม่สำคัญ แต่สำหรับคนที่มีหน้าที่ต้องพิจารณาแล้ว มันอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีนัยสำคัญในระดับจะได้งานหรือไม่กันเลยทีเดียว

เหมือนที่เห็นเพื่อนเฟซที่น่ารักของผมท่านหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่บางครั้งก็ต้องใช้พื้นที่เฟซเพื่อทวงงานจากลูกศิษย์ หรือแจ้งเตือนตารางการเรียนการสอน ซึ่งผมก็จะแปลกใจที่ อาจารย์กลับเหมือนจะห่วงอนาคตของลูกศิษย์ มากกว่าตัวลูกศิษย์จะมีความคิดที่จะห่วงอนาคตของตัวเอง

การได้วีซ่าหรือไม่ ในกรณีของน้องเขานี้ ผมแน่ใจว่าน้องเขาคงไม่ได้มีการกระทำผิดอะไรใด ๆ จนเข้าประเทศเกาหลีไม่ได้ หรือสาเหตุมาจากปัจจัยอะไรใด ๆ ภายนอก

บิ๊กเด่น สั่ง PCT รวบตัว อดีตทหารกัมพูชา หลบหนีมาซุกไทย หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเน็ตไอดอล ชาวกัมพูชาเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 63 ได้เกิดเหตุ นายวันเด็ด  เยือน (MR.YEUN VANDET )ซึ่งเคยรับราชการทหารในประเทศกัมพูชา ได้ก่อเหตุฆาตกรรมแฟนสาวของตนเอง ด้วยการใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงเข้าที่บริเวณศรีษะ ทำให้แฟนสาวเสียชีวิตในทันที เหตุเกิดที่ H03 Street B.T, Kantouk Cheung Village, Kantouk Commune, Kambol District, Phnom Penh Municipality, Cambodia. ซึ่งคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญเป็นที่สนใจของประชาชนชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ตายเป็นเน็ตไอดอล หน้าตาดีมีชื่อเสียงในโลกโซเชียลของประเทศกัมพูชา และมีการตั้งข้อสังเกตุสภาพศพของผู้ตายที่บริเวณใบหน้า มีลักษณะ “ยิ้ม” ขณะเสียชีวิต และมีหมายจับศาลชั้นต้นพนมเปญ ที่ 418/2020 ลงวันที่ 10 เม.ย. 63 ข้อหา "Muder" (ฆาตกรรม) ทางกรมตำรวจ ประเทศกัมพูชาโดย พล.ต.อ.วรรณวีระ สม ผู้ช่วย ผบ.ตร.ประเทศกัมพูชา ได้ประสานงาน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร (PCT) ช่วงการประสานงานทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ประเทศกัมพูชาจึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 / หน.ชป.5 ศปอส.ตร. (PCT 5) เฝ้าสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีดังกล่าวเพื่อเป็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ

ต่อมาได้สืบทราบว่านายวันเด็ดฯผู้ก่อเหตุได้หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ ปี 2563 หลบซ่อนตัวในประเทศไทยจนได้รายงานให้พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ทราบ โดยให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 /หน.ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2 / รอง หน.ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 พ.ต.อ.จักราวุธ  คล้ายนิล ผกก.สส.จว.ระยอง พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี ร.ต.อ.ภัสส์กร เฉลียวบุญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุด หน.ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 ร่วมกันจับกุมตัว

'ทิพานัน' กางข้อกม. ถามหาจุดยืน 'เพื่อไทย' หลัง 'ทักษิณ' พูดจาชี้นำ - หาเสียงให้พรรค

'ทิพานัน' ถามหาจุดยืน 'เพื่อไทย' เอาให้ชัด ใช้นักโทษหนีคดีหาเสียงแลนด์สไลด์ เตือนเสี่ยงถึงยุบพรรค โทษหนัก ทำ 'ทักษิณ' อาจเสี่ยงคุกอีก 5 ปี พร้อมปลุกคนไทยไม่เอาตระกูลคอร์รัปชันบริหารประเทศ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวใน Clubhouse ชี้นำให้เลือกพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ 2 สมัย และพูดถึงนโยบายค่าแรงต่าง ๆ ว่า นายทักษิณ ได้พยายามพูดจาสั่งการพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดต่างกรรมต่างวาระ ล่าสุดทำเหมือนเป็นหัวคะแนน ช่วยหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคเพื่อไทย มีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับการหาเสียงในครั้งนี้หรือไม่ 

เพราะถึงแม้ในหลายครั้งพรรคเพื่อไทยมักจะอ้างว่าเป็นสิทธิของนายทักษิณ และไม่สามารถห้ามให้นายทักษิณแสดงความเห็นชี้นำได้ แต่เท่าที่ติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมา ไม่มีครั้งใดเลยที่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะแสดงถึงการไม่สนองตอบ หรือแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าไม่ยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของนายทักษิณ และในช่วงโค้งแรกการหาเสียงครั้งนี้ก็เช่นกัน 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ต้องเคารพกฎหมาย และต้องทำความเข้าใจว่า เป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงครอบงำ ชี้นำการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองขัดพ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ 

ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม และมาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่า โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

'บิ๊กตู่' เคารพศาลฯ ชี้ชะตา 30 ก.ย.นี้ ไม่ว่าผลจะออกรูปใด ส่วนตอนนี้หนุนรัฐแก้น้ำท่วมเต็มที่ในหมวก รมต.กลาโหม

'บิ๊กตู่' ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ ยืนยันเคารพการพิจารณาของศาลฯ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด ขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่รมต.กลาโหม เร่งสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 โดยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าจะให้ความเคารพต่อผลการพิจารณาของศาลฯ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 15 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top