Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

'ชัยวุฒิ' เดือด!! กลต.ไม่ตรวจสอบ 'Forex 3D' เชิงลึก ปล่อยลวงปชช. ยืดเยื้อรวบหลักฐานส่ง ก.ดิจิทัลฯ สานต่อ

'ชัยวุฒิ' ฟาด กลต.ไม่ตรวจสอบ 'Forex 3D' เชิงลึก บริษัทลงทุนมีใคร ปล่อยหลอกลวงประชาชนเสียหายหมื่นล้านบาท ชี้ กลต.ต้องเร่งรวบรวมหลักฐานส่ง กระทรวงดิจิทัลฯ ปิดเว็บโดยด่วน หากพบส่อลอกลวงประชาชน 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงการหลอกหลวงประชาชน ในคดี 'Forex 3D' เสียหายเป็นหมื่นล้านว่า ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลฯ มีความเป็นห่วงในเรื่องของการเชิญชวนคนมาลงทุนทางช่องทางโซเชียลมีเดียผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ ช่องทาง Facebook หรือช่องทางในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการเชิญชวนคนมาลงทุนในหลายรูปแบบ และก็ได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง 

เพียงแต่ว่าโดยอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลฯ ไม่สามารถไปปิดเว็บไซด์ หรือ ปิดกั้นโซเชียลมีเดียในช่องทางนั้นได้ทันที เนื่องจากต้องรอให้หน่วยงานที่มีอำนาจรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อมีความผิดตามกฎหมาย ถึงจะส่งเรื่องมายังกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อปิดเว็บไซต์ดังกล่าว จากนั้นก็จะมีการแจ้งเตือนประชาชน 

'อลงกรณ์' รวมพลคนประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 คน จัดตั้งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 2,776 องค์กรใน 50 จังหวัด

'อลงกรณ์' รวมพลคนประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 คน จัดตั้งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 2,776 องค์กรใน 50 จังหวัด ตั้งงบสนับสนุนปีละ 200 องค์กร พร้อมเปิดตัวหมู่บ้านประมงท่องเที่ยวอีก 53 แห่ง เร่งพัฒนาอาชีพแปรรูปผลิตภัณฑ์ออกมาตรฐานประมงพื้นบ้านยั่งยืนสร้างแบรนด์ขยายตลาด Fisheries Shop เพิ่มรายได้ชาวประมงภายใต้นโยบายส่งเสริมพัฒนาประมงพื้นบ้านของรัฐมนตรีเกษตรฯ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงชชเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยเปิดเผยวันนี้ (18 ก.ย.) ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยครั้งที่ 4 ว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ โดยคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงพื้นบ้าน รายงานผลการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นแล้วจำนวนทั้งสิ้น 2,776 องค์กร สมาชิกจำนวน 104,891 ราย และความคืบหน้าโครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ องค์กรชุมชนประมงด้านชายฝั่ง 80 ชุมชน ด้านน้ำจืด 84 ชุมชน ด้านแปรรูป 36 ชุมชน และได้อนุมัติโครงการและกิจกรรมตามความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาอาชีพประมง จำนวน 200 องค์กรเรียบร้อยแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 20 ล้านบาทและจะสนับสนุนงบประมาณทุกปีๆละอย่างน้อย 200  องค์กรๆ ละ 100,000 บาท

“ภายใต้นโยบายสร้างความเข้มแข็งชุมชนและองค์กรเกษตรกรโดยเฉพาะประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นชาวประมงรายย่อยของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย กรมประมงโดยนายเฉลิมชัย สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมประมงได้บูรณาการทำงานเชิงรุกกับทุกภาคส่วนร่วมมือกันเร่งดำเนินการพัฒนาชุมชนและหมู่บ้านประมงพื้นบ้านเพื่อเพิ่มรายได้ด้วยโครงการใหม่ๆ โดยจัดตั้งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นทั้งประมงน้ำจืดและน้ำเค็มให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนและต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยว”

นายอลงกรณ์ยังเปิดเผยต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการพัฒนาผลิตผลผลิตภัณฑ์ประมงและการพาณิชย์ ที่ได้ถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการด้านสุขลักษณะที่ดีในการแปรรูปสัตว์น้ำ มีการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์และน้ำอุปโภคบริโภคมาตรวจคุณภาพ รวมทั้งถ่ายทอดเทคนิคการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ในองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น จำนวน 25 แห่ง จาก 18 จังหวัด ซึ่งอยู่ในภาคต่างๆ ได้แก่ภาคใต้ จำนวน 6 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 8 แห่ง ภาคเหนือ จำนวน 3 แห่ง ภาคตะวันออกจำนวน 2 แห่ง และภาคกลาง จำนวน 6 แห่ง และการออกหนังสือรับรองมาตรฐานการทำการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนและการแปรรูปสินค้าประมงพื้นบ้าน พร้อมกับการพัฒนาแบรนด์โดยให้การรับรองมาตรฐานการทำการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน จำนวน 128 ราย และการรับรองสินค้าประมงที่จำหน่ายบนเว็ปไซต์ Fisheries Shop ของกรมประมง 

สำหรับการพัฒนาหมู่บ้านประมงเป็นแหล่งท่องเที่ยวภายใต้โครงการฟิชเชอร์แมนวิลเลจรีสอร์ต (Fisherman’s Village Resort) มีความคืบหน้าโดยกรมประมงได้ส่งเสริมชุมชนประมงชายฝั่งที่มีศักยภาพ 22 จังหวัด สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ 53 แห่ง โดยมอบหมายให้กรมประมงขยายความร่วมมือกับทุกภาคีภาคส่วนพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชนประมงด้วย โดยนำแนวทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism) มาประยุกต์ใช้ และให้ส่งเสริมการตลาดแบบออนไลน์ (Online Market) เพื่อช่วยสนับสนุนการขายและการประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับหมู่บ้านประมงทางด้านการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย

'โซนี่ พิคเจอร์ส' ทุ่มพันล้าน ผุดธีมปาร์คแรกในโลกที่พัทยา มั่น!! ปี 2566 โกยนักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

โซนี่ พิคเจอร์ส จัดเต็ม กางแผน 10ปี อัดเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ลุยโปรเจกต์มูฟวี่ ธีม ปาร์ค ในไทย แห่งแรกและแห่งเดียวของโลก ปักหมุดที่พัทยา บนพื้นที่รวมกว่า 200 ไร่ เผยโฉมเฟสแรก 'โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส' เปิดให้บริการ 12 ต.ค. นี้ ส่วนเฟส 2 พร้อมเดินหน้าต่อทันที ในรูปแบบอินดอร์ เวอร์ชวล มั่นใจดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ หรือภายในปี 2566 มีผู้เข้าในบริการไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน

นายเลียแคท แดนจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Columbia Pictures Aquaverse เปิดเผยว่า บริษัทใช้เวลากว่า 7 ปีในการพัฒนาโครงการ 'โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส' มูฟวี่ ธีม พาร์ค ไทยแลนด์ ภายใต้การสนับสนุนของ EEC ซึ่งถือเป็นเป็นโปรเจกต์สวนสนุกแห่งแรกของโซนี่ พิคเจอร์ส และโครงการนี้ถือเป็นที่แรกของไทยและของโลกอีกด้วย โดยโครงการ 'โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส' นี้ เป็นสวนสนุกและสวนน้ำในธีมภาพยนตร์ระดับโลกที่ได้รวมคาแร็คเตอร์สุดโปรดและฉากสุดประทับใจจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดยอดนิยมตลอดกาลที่ครองใจแฟนๆ ทุกยุคทุกวัย อาทิ โกสต์บัสเตอร์ส บริษัทกำจัดผี (Ghostbusters) จูแมนจี้ เกมดูดโลกมหัศจรรย์ (Jumanji) แบดบอยส์ คู่หูขวางนรก (Bad Boys) โฮเทล ทรานซิลเวเนีย โรงแรมผีหนี ไปพักร้อน (Hotel Transylvania) อิโมจิ แอพติสต์ตะลุยโลก (The Emoji Movie) และอีกมากมาย  

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในไทยของทางโซนี่ พิคเจอร์สในครั้งนี้ อยู่ในแผนการลงทุนด้านความบันเทิงระยะยาวที่วางไว้ 10 ปี กับจำนวนที่ดินที่มีกว่า 200 ไร่ ภายใต้งบการลงทุนที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฟสแรก คือ 'โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส' บนพื้นที่ 35 ไร่ จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ 12 ต.ค. 2565 นี้ และเฟส 2 จะเป็นเรื่องของความบันเทิงในรูปแบบอินดอร์ กับการนำเทคโนโลยีด้าน VR และ AR มาใช้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้หลังจากที่นายเจฟฟรีย์ ก็อดซิค รองประธานบริหาร สายงานพันธมิตรทางการตลาด การบริหารแบรนด์ และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจบันเทิง โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมน จะเข้ามาดูแผนงานที่ประเทศไทย ในช่วงแกรนด์โอเพ่นนิ่ง 'โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส' ในวันที่ 11 ต.ค. ที่จะถึงนี้

“การที่โซนี่ พิคเจอร์ส เลือกประเทศไทย เป็นที่แรกของการลงทุนด้านสวนสนุกในครั้งนี้ ส่วนสำคัญมาจากศักยภาพของประเทศไทย และของพัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่รู้จักกันทั่วโลก อีกทั้งยังมีการพัฒนาอินฟาสตรัคเจอร์ด้านต่างๆ ที่จะอำนวยความสะดวก ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้น ภายใต้การดูแลและการแนะนำ รวมถึงทำงานร่วมกันกับทาง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมองว่าพัทยา และประเทศไทย มีศักยภาพเทียบเท่ากับ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ที่มีสวนสนุกระดับโลกมาเปิดให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ดิสนีย์แลนด์ หรือ สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ”

ที่สำคัญการเปิดตัว โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส สะท้อนถึงก้าวแรกของความร่วมมือในโปรเจคยักษ์ใหญ่ที่จะพลิกโฉมธุรกิจท่องเที่ยวแบบเสมือนจริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

นอกจากเครื่องเล่นและโชว์ต่างๆ ที่เตรียมไว้ จะมีการร่วมมือกับที่พักและโรงแรมชั้นนำ พาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยี ธุรกิจรีเทล และ F&B ที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของนักท่องเที่ยวในธีมพาร์คและสวนน้ำแห่งนี้ ที่สำคัญเชื่อว่าจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนกว่า 20 ล้านคน ที่มาเที่ยวในพัทยาและชลบุรี แบ่งเป็น โลคอล 10 ล้านคน และต่างประเทศอีก 10 ล้านคน หรือทำให้นักท่องเที่ยวยืดเวลาในการมาเที่ยวจากเดิมได้อีก 1-2 วัน โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2566 โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส จะมีผู้เข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1-1.2 ล้านคน

'นิพนธ์' ผนึก 'ดร.เอ้' ดึงเทคโนโลยี ปลุกสงขลา ปั้นเมืองต้นแบบแห่งการศึกษา เพื่อพัฒนาลูกหลานไทย

'นิพนธ์' จับมือ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ปลุกสงขลา 'เทคโนโลยีกับการพัฒนาเมือง เมืองเปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน' ยกสงขลาเมืองต้นแบบการศึกษา ทันสมัย ของประชาธิปัตย์ ยันพรรคมุ่งมั่นสร้างคนตลอดมา

เมื่อ 17 ก.ย. 65 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมามอบนโยบายแนวทางการบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา สมาชิกพรรคปชป. และผู้นำชุมชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลาเข้าร่วมประชุม ณ โรงแรม กรีนเวิลด์ อ.เมือง จ.สงขลากว่า 500 คน โดย มี ดร.สุวัชชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคปชป. (ดร.เอ้) มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ เทคโนโลยีกับการพัฒนาเมือง 'เมืองเปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน'

นิพนธ์ กล่าวว่า ผมอยากเรียนว่า ผมได้รับภารกิจของพรรคปชป.เดินหน้าเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง จึงขอถือโอกาสนี้เรียนกับพี่น้องว่า พรรคปชป.พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง วันนี้ปชป.เขต 1 สงขลาได้แสดงความพร้อมที่จะนำพรรคปชป.พร้อมเดินไปข้างหน้า โดยวันนี้เราจะได้ฟัง ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคปชป. จะมาบรรยายพิเศษให้ฟัง  

ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคปชป.อดีต อะไรที่เคยผิดพลาดหรือทำให้ทุกคนไม่พอใจก็ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ เพื่อเดินหน้าในการนำประเทศก้าวไปข้างหน้า วันนี้ก็จะได้ฟัง ดร.เอ้พูดถึงอนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนใหม่ๆ มาใช้ในด้านการศึกษาและพัฒนาประเทศ ดังนั้นถ้าเมืองเปลี่ยนประเทศ ก็เปลี่ยนไปด้วย และถ้าทำท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศก็เข้มแข็งไปด้วย ส่วนในเรื่องของคดีวันนี้ ผมก็มั่นใจว่าผมไม่ผิดเช่นกัน เพราะถือว่ามีการฮั้วประมูลกันจริง และนิติกรรมทุกอย่างจึงถือเป็นโมฆะ ดังนั้นตำแหน่งรัฐมนตรีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเอามาปกป้องตนเอง ก็ต้องขอขอบคุณทุกความห่วงใยและทุกกำลังใจ

วันนี้ปชป.เรามีผลงานมากมาย เพราะในอดีตปชป.เน้นสร้างคน นั่นคือให้การศึกษากับคน โดยนายชวน ในขณะเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2536 ได้มีนโยบายในเรื่องของนมโรงเรียนทั้งประเทศจนถึงปัจจุบันนี้ ร่วม 30 ปีมาแล้ว ในเรื่องของอาหารกลางวันโรงเรียน หลังนายอภิสิทธิ์เป็นนายก ได้มอบให้ผมทำในเรื่องของอาหารเช้าในโรงเรียนซึ่งสมัยตนเป็นนายกอบจ.ก็ทดลองนโยบายดังกล่าวแก่โรงเรียนตชด.ในจังหวัดสงขลา 10 โรงเรียนโดยใช้งบของ อบจ.สงขลา ทำให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์การเรียนของเด็ก นี่คือสิ่งที่ปชป.สร้างคนกับผลักดันนโยบายกินอาหารเช้าในโรงเรียน ในส่วนของทุน กยศ. นายชวนก็เป็นคนตั้งกองทุนนี้ขึ้นมา จนถึงปัจจุบันร่วม หกแสนล้านบาท 

นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ นี่คือคอนเซปต์ของพรรคปชป. ในการสร้างคน และต้องสร้างคนรุ่นใหม่ของประเทศไทยให้รู้ทันเทคโนโลยี จึงต้องมีการสอนให้คนรุ่นใหม่รู้จักมากขึ้น เพื่อให้คนของเรารู้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ การรักษาฟรีด้วยบัตรประกันสุขภาพ ในอดีตปชป.ก็เข้ามาดูแลในเรื่องของคุณภาพชีวิต ยกฐานะสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน  รวมถึงการให้เงินแก่ อสม.เป็นค่าตอบแทนในสมัย ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี และนโยบายเงินแก่ผู้สูงอายุตั้งแต่สมัยท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรี จนมาถึงท่านอภิสิทธิ์ เหล่านี้เป็นนโยบายของพรรคปชป.ทั้งสิ้น

ประกันรายได้ผู้สูงอายุก็เป็นอีกนโยบายหนึ่งของพรรคปชป. นอกจากประกันรายได้เกษตรกรที่พรรคปชป.ทำมาแล้ว จึงขอให้พี่น้องเชื่อได้ว่านี่คือนโยบายของพรรคปชป. ส่วนนโยบายกัญชา ที่ทางพรรคปชป.ค้าน เพียงเพื่อไม่ให้มีการนำกัญชามาสูบเสรีเท่านั้น แต่ให้ใช้เฉพาะทางการแพทย์อย่างเดียว  พี่น้องจึงวางใจได้ว่าสิ่งที่พรรคทำ ทำเพื่อประชาชน ในการสร้างคน และดูแลทุกชีวิตตั้งแต่ครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน นี่คือสิ่งที่มาบอกพี่น้องประชาชน พรรคปชป.จึงเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ ทันสมัย

ดร.เอ้ กล่าวตอนหนึ่ง ที่นี่ถือเป็นดินแดนที่มีสุภาพบุรุษที่เป็นลูกผู้ชายที่ชื่อนายนิพนธ์บุญญามณี เพราะเป็นผู้ทุ่มเทเสียสละไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสงขลา แต่ยังดูแลประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งบุคคลแบบนี้หาได้ยากไม่ว่าที่ไหน ดังนั้นถ้ารักนิพนธ์ ต้องเลือกสรรเพชญ นโยบายพรรคปชป.อุดมการณ์ ทันสมัย พรรคเราเป็นพรรคที่เป็นตัวแทนประชาชนทุกคน เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของ เป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ไม่เคยเสื่อมคลาย ไม่ว่าสิ่งดีวันใด เราคิดถึงพี่น้องประชาชนเสมอ วันนี้พรรคเราจะดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลลูกหลานให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แต่วันนี้โลกมันเปลี่ยนมีการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้

CIA ชี้!! จีนหวังกองทัพพร้อมลุย หากต้องบุกยึดไต้หวัน แม้ปักกิ่งจะต้องการรวมชาติกับเกาะแห่งนี้ด้วยสันติวิธี

เดวิด โคเฮน รองผู้อำนวยสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) เผยว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ต้องการให้กองทัพของเขามีแสนยานุภาพพร้อมสำหรับบุกยึดไต้หวันภายในปี 2027 จากคำกล่าวอ้างของผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น อย่างไรก็ตาม โคเฮน เชื่อว่าปักกิ่งยังคงต้องการรวมชาติกับเกาะแห่งนี้ด้วยสันติวิธี

เคที โบ ลิลิส ผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็นเป็นผู้รายงานความคิดเห็นดังกล่าวของ โคเฮน ในขณะที่เธอระบุด้วยว่า สี ไม่ได้กำลังเตรียมการสำหรับรุกรานไต้หวันเร็วๆ นี้ แต่เขาอยากให้กองทัพมีแสนยานุภาพเพียงพอสำหรับการเข้าควบคุมไต้หวันโดยการใช้กำลัง

"เขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำเช่นนั้น แต่ขอให้กองทัพวางสถานะของเขาอยู่ในจุดๆ หนึ่ง ซึ่งหากว่าเขาต้องการทำเช่นนั้น เขาจะสามารถดำเนินการได้" ลิลิส อ้างคำพูดของโคเฮน "จากการประเมินของประชาคมข่าวกรองทั้งหมด ยังคงเชื่อว่า สี ให้ความสนใจเข้าควบคุมไต้หวันผ่านหนทางที่ไม่ใช่วิถีทางด้านการทหาร"

ปักกิ่งเน้นย้ำอย่างเปิดเผยว่ามีความตั้งใจผนวกไต้หวันเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยสันติวิธี และในสมุดปกขาวที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม รัฐบาลจีนเน้นย้ำความตั้งใจไม่ใช้หนทางด้านการทหาร แต่ขอสงวนไว้ซึ่ง 'ทางเลือกของการใช้ทุกมาตรการที่มีความจำเป็น'

ไต้หวันปฏิเสธสูตร '1 ประเทศ 2 ระบบ' ที่ระบุอยู่ในสมุดปกขาวดังกล่าว โดยไทเปยืนกรานว่ามีเพียงประชาชนชาวไต้หวันเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตของตนเอง

'สุรนันทน์-สันติ' ลงพื้นที่บางแค พร้อมรับฟังปัญหา เพื่อนำมาสานต่อนโยบายที่มาจากความต้องการของประชาชนที่แท้จริง

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และประธานภาคกรุงเทพฯ, นายสันติ  กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค และนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีต ส.ส. กทม. ได้ร่วมกันเปิดศูนย์ประสานงานเขตบางแค โดยมีนางสาวปภัสรินทร์ กีรติอัคราวัชร์ เป็นผู้ประสานงานเขต

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า พื้นที่เขตบางแคเป็นพื้นที่เศรษฐกิจกึ่งอุตสาหกรรม และกึ่งเกษตรกรรม ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่ดี เราจะสามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชิงเกษตรกรรมที่มีคุณภาพในเมืองได้    รวมไปถึงหากมีการพัฒนาชุมชนดั้งเดิมให้เข้มแข็ง ด้วยการผลักดันเศรษฐกิจชุมชน ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาเข้มแข็งได้เหมือนในอดีต

นายสุรนันทน์ ยังกล่าวถึงเหตุผลในการตั้งพรรคสร้างอนาคตไทยว่า  ขณะนี้ประเทศไทยมีแต่ความขัดแย้ง เราจึงเสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ที่จะมาทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ จึงขอเสนอชุดความคิดใหม่ เพื่อเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะกองทุนสร้างอนาคตไทย 3 แสนล้านบาท จะมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ 1 แสนล้านบาท คืนให้รากหญ้า โดยใช้กระบวนการธนาคารของรัฐ ที่ดอกเบี้ยถูก รวมไปถึงโครงการพักหนี้ให้ประชาชนที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอีกด้วย

“รัฐบาลปัจจุบัน เป็นรัฐบาลเป็ดหัวขาด เพราะขาดผู้นำที่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ จึงเห็นว่าควรยุบสภา แล้วคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนโดยเร็ว” นายสุรนันทน์กล่าว

'พิธา' เยือนมาเลย์ ตามหาอนาคตให้เศรษฐกิจภาคใต้ ยกบทเรียนปีนังสร้างอุตสาหกรรมไฮเทค ฟื้นเมือง

หลังจบสมัยประชุมสภา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เดินทางไปเมืองจอร์จทาวน์ รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าพบนาย Chow Kon Yeow มุขมนตรี ผู้นำฝ่ายบริหารรัฐปีนัง และเข้าร่วมประชุมกับสภาอุตสาหกรรมรัฐปีนังและสถาบัน Penang Institute ที่เป็นสถาบันการวิจัยการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐปีนัง

พิธากล่าวว่า วาระในการเยือนปีนังในครั้งนี้คือการตามหาอนาคตให้กับอุตสาหกรรมไทย และเศรษฐกิจภาคใต้ของประเทศไทย หลายคนอาจทราบอยู่แล้วว่า ปีนังที่เคยเป็นท่าเรือส่งออกดีบุกและยางพาราของไทยมานับร้อยปี จนทุกวันนี้ไทยไม่เหลือดีบุกแล้ว เหลือแต่ยางพารา แต่ปีนังที่ผูกพันกับภาคใต้ของไทยมายาวนานได้ยกระดับตัวเองเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมไฮเทคระดับโลกไปแล้ว มีสมญานามว่า 'ซิลิคอนวัลเลย์' แห่งตะวันออก

“ผมเลือกมาปีนังเป็นที่แรกๆ หลังจากประกาศวิสัยทัศน์ ‘จากน้ำสะอาดสู่ชิพคอมพิวเตอร์’ เพราะปีนังมีความ ‘เหมือน’ และความ ‘ต่าง’ กับประเทศไทยที่ทำให้ผมเชื่อว่าการสร้างอุตสาหกรรมอนาคตที่ไฮเทคให้กับเมืองไทยยังเป็นไปได้” พิธากล่าว

ในส่วนความเหมือน พิธาขยายความว่าอยู่ที่ความสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E&E สำหรับปีนังอุตสาหกรรม E&E มีมูลค่าการส่งออกปีละ 3 ล้านล้านบาท จ้างงาน 300,000 คน สำหรับประเทศไทย E&E ก็สำคัญมากเช่นกันด้วยมูลค่าส่งออกปีละ 2 ล้านล้านบาท จ้างงาน 750,000 คน ซึ่งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งที่ไทยและปีนัง เริ่มสร้างมา 40 ปีก่อนเหมือนกัน เริ่มสร้างจากการเป็นฐานการประกอบชิ้นส่วนที่มูลค่าเพิ่มต่ำ และเน้นแข่งขันกับโลกด้วยราคาแรงงานที่ต่ำ แต่เมื่อจีนและเวียดนามเปิดประเทศในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ก็ทำให้ทั้งไทยและปีนังสูญเสียศักยภาพการแข่งขันเรื่องค่าแรงไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว

แต่สิ่งที่แตกต่าง พิธากล่าวว่า คือการที่ปีนังสามารถที่จะปรับตัว ยกระดับอุตสาหกรรม และคว้าโอกาสจากสงครามการค้าและวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์จนสามารถดึงนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตมาได้อย่างมหาศาลจนในปี 2564 การลงทุนในปีนังเติบโตถึง 440% สามารถกลับมาเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมไฮเทคระดับโลกได้อีกครั้ง มีโครงการลงทุนที่เป็นข่าวเช่น การลงทุนโรงงานประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ของ Intel มูลค่า 2.5 แสนล้านบาท

“สินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทยไปมาเลเซียก็คืออิเล็กทรอนิกส์ สินค้าส่งออกอันดับ 1 จากมาเลเซียมาไทยก็อิเล็กทรอนิกส์เหมือนกัน มาเลเซียเป็นผู้ผลิต Magnetic Disk มาผลิตเป็น Hard Disk Drive ส่งให้ไทยไปขายทั่วโลก แต่ถ้าเราจะยังเชื่อมโยงกันมากขึ้นต่อไปในอนาคต ประเทศไทยก็ต้องพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน ความเร็วของบริการภาครัฐ กฎระเบียบภาครัฐ และศักยภาพบุคลากร เพื่อให้ตอบโจทย์นักลงทุนไฮเทค” พิธากล่าว

'อุ๊งอิ๊ง' เยือนร้อยเอ็ด ช่วยผู้สมัครพท. หาเสียงชิงเก้าอี้นายก อบจ. มวลชนแห่รับ ตะโกน “ยินดีต้อนรับท่านนายกฯ”

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงโค้งสุดท้ายให้กับ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร้อยเอ็ด หมายเลข 2 พรรคพท.

โดยทันทีที่ น.ส.แพทองธารเดินทางมาถึงมีคณะมวลชนที่สวมเสื้อสีแดงยืนรอต้อนรับ พร้อมมอบดอกกุหลาบ พวงมาลัยดาวเรืองให้กับ น.ส.แพทองธาร ขณะเดียวกันประชาชนยังได้ผูกผ้าขาวม้ารอบเอวให้กับ น.ส.แพทองธาร เพื่อเป็นการต้อนรับตามประเพณีของคนอีสาน พร้อมทั้งกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับท่านนายกฯ” ทั้งนี้ ระหว่าง น.ส.แพทองธาร เดินรับดอกไม้ที่ประชาชนมามอบให้ ได้กล่าวย้ำกับประชาชนว่า ขอให้เลือกนายเศกสิทธิ์หมายเลข 2 ด้วย ก่อนเดินทางออกจากท่าอากาศยานร้อยเอ็ด 

สุดชื่นมื่น!! 'บิ๊กป้อม' พบปะผู้สมัคร ส.ส. อีสาน ในงาน 'พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน'

ที่จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคพลังประชารัฐ จัดงาน 'พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน' ซึ่งงานในครั้งนี้มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานเหนือและแกนนำพรรคพลังประชารัฐเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง นำมาโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สจ.ประภาลักษณ์ สิทธิ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู เขต 3, ว่าที่ พ.ต.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม, ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู เขต 2, นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์, ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 11, น.ส.กัญจน์พร วงศ์เวไนย, ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส ร้อยเอ็ด เขต 4 และนายสมรักษ์ คำสิงห์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น เขต 10

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น ซึ่งงานในครั้งนี้ได้มีการจัดเวทีเสวนาขึ้น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อพล.อ.ประวิตร นำโดยว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่ ดังนี้...

สจ.ประภาลักษณ์ กล่าวว่า "ปัญหาหลักของหนองบัวลำภูคือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนสายหลัก และถนนสายรอง ขอยกตัวอย่างถนนสายหลัก ที่เป็นปัญหาหนักตอนนี้ คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 210 สายอุดรธานี-วังสะพุง เป็นทางหลวงแผ่นดินแนวตะวันออก-ตะวันตกที่เชื่อมต่อจังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดเลยเข้าด้วยกัน มีปลายทางทิศตะวันออกบนถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 216 ในอำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ปัญหาหลักอีกเรื่องคือเรื่องนํ้า เพราะประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ประกอบอาชีพทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ จังหวัดหนองบัวลำภูยัง ขาดน้ำเพื่อการเกษตร มีน้ำไม่เพียงพอในการทําการเกษตร เนื่องจากไม่มีที่เก็บน้ำไว้ใช้ ที่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำลำพะเนียงคือ อยากให้มีที่กั้นน้ำไว้เป็นช่วงๆ เพื่อใช้ในการทำการเกษตร และดึงน้ำจากพะเนียงส่งไปเก็บ และกระจายไปยังตำบลต่างๆ ให้ทั่วถึง"

ว่าที่พันตรี สรชาติ กล่าวว่า "ผมกับท่านรัฐมนตรีสันติอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี วันนี้ก็ดีใจได้ไปอยู่ที่กระทรวงการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีท่านเป็นประธานคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เลือกตั้งครั้งที่แล้วผมได้มีโอกาสไปช่วยผู้สมัครหาเสียง ที่จังหวัดหนองบัวลำภูรู้เลยว่าพี่น้องอยากได้บัตรประชารัฐกันมาก แต่เราไม่สามารถเอาให้เขาได้ในขนาดนั้น ผมคุยกับท่านรัฐมนตรีสันติยังไงเราก็ต้องมีโอกาสเปิดให้ลงทะเบียนบัตรประชารัฐรอบใหม่ เพื่อให้พี่น้องชาวหนองบัวและทั่วประเทศได้รับบัตรที่อยากได้และต้องการจริงๆ และผมเชื่อแน่ว่า 'บัตรประชารัฐ' นี่ละจะทำให้เราได้ผู้แทนทุกจังหวัด"

นพ.กันณพงศ์ กล่าวว่า "ในฐานะที่ผมเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจ และมุ่งมั่น จะพัฒนาและสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้ประเทศของเรา จึงขออาสา และ ขอโอกาสให้ผม หมอโน่ นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์ ได้ร่วมอุดมการณ์ ไปกับพรรคพลังประชารัฐและผมมั่นใจว่า จะเป็นกำลังที่สำคัญของพรรค ที่จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไปครับ"

น.ส.กัญจน์พร กล่าวว่า "การเปลี่ยนการเมืองให้เป็นพลัง ด้วยการทำกิจกรรมกับพี่น้องประชาชนในหลายด้านทั้งทางด้านพลังใจ พลังกาย และพลังความรู้ พลังใจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสอนทำปุ๋ยพลังใจ สอนชาวนาทำปุ๋ยน้ำหมักรำข้าวใช้เอง ทดแทนปุ๋ยเคมีในภาวะปุ้ยแพงในวิกฤตพลังงาน โครงการปุ๋ยพลังใจ ลดต้นทุนการผลิต สร้างอาชีพ ลดรายจ่ายภาคเกษตร ลดหนี้ สร้างรายได้ สร้างพลังใจให้ชาวนาชาวสวนชาวไร่ภาคการเกษตร พลังกาย ผ่านสายยางวิเศษ ภูมิปัญญาการยืดเส้นเพื่อดูแลสุขภาพตัวเอง และพลังของความรู้ภูมิปัญญา โดยการเข้าไปทำงานสร้างความรู้ต่อยอดภูมิปัญญาอยู่กับพี่น้องประชาชน"

ทางด้าน นายสมรักษ์ ขึ้นกล่าวว่า "ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ผมตัดสินใจร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เชื่อหรือไม่ครับ วันนั้นโซเชียลถล่มผมเละเลย แต่ด้วยใจที่หนักแน่นของผม ชีวิตผมต่อยมวยมาตั้งแต่เด็ก ใครด่าผมก็ช่างเพราะผมได้เลือกแล้วว่า ชีวิตหลังจากนี้เราอยากจะทำเพื่อบ้านเกิด เพื่อพี่น้องประชาชน"

ปิดท้ายด้วย พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นกล่าวกับบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานเหนือและแกนนำพรรค ว่า...

"วันนี้ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบสมาชิกพรรคพลังประชารัฐทุกท่าน เราจะเปลี่ยนพรรคพลังประชารัฐให้เป็นพลังเพื่อชาติ เพื่อที่จะให้ทุกคนได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำงานให้กับประเทศชาติให้เกิดความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีรายได้น้อยเป็นลำดับที่ 76 ปีหน้าเราจะทำให้ขึ้นมาอย่างน้อย 10 อันดับ จะพัฒนาให้เรื่องน้ำ คน ยานพาหนะ รวมไปถึงเส้นทางต่างๆ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับทุกจังหวัดอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนงาน 

ไม่ใช่เกมออฟโทรน!! 'พงศ์พล-พรรคกล้า' แนะสภาคำนึงถึง ปชช. อย่าใช้เล่นเกมเอาคืนกัน

ไม่ใช่เกมออฟโทรน!! 'พงศ์พล' แนะสภาคำนึงถึง ปชช. อย่าใช้เล่นเกมเอาคืนกัน ชี้ 'ถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา' เกิดสุญญากาศต่อ ไม่มีกฎหมายคุมนานขึ้น - 'ยกดอกเบี้ยหนี้ กยศ.' ทำกองทุนพัง ผลกระทบจมเด็กรุ่นหลัง

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ คณะทำงานฝ่ายการเมือง พรรคกล้า กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เชื่อมโยงกรณีเห็นชอบ แก้ไขยกเลิกดอกเบี้ย ร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า  ทั้ง 2 ฝ่ายจะปฏิเสธกันไปมา ว่าไม่ได้มีนัยยะการเมือง แต่สิ่งที่เห็นตามหน้าเสื่อช่างชัดเจน เมื่อภูมิใจไทยโหวตสวนตามฝ่ายค้าน ให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย จากนั้น 'เสรีกัญชา' จากภูมิใจไทย ถูกตัดตอนจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน เป็นการเอาคืนทันทีของประชาธิปัตย์ 

นายพงศ์พล กล่าวว่า หากพักเรื่องการเมืองลงบ้าง มาดูที่เนื้อหาจริงๆ คำนึงถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง 'กัญชาเสรี' แบบ100% ไม่ดีแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงสุญญากาศ ที่ปล่อยออกมาแบบไม่มีกฏหมายลูกควบคุม แต่การที่ปัดตกถอนร่างกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง นั่นเท่ากับว่าเพิ่มระยะเวลาสุญญากาศ ให้กัญชายังเสพได้ - ขายได้

"แทนที่จะโหวตรับบางข้อที่เป็นประโยชน์ ไม่ต้องรับ 46 ข้อทั้งหมดก็ได้ เช่น มาตรา 37 ห้ามขายให้บุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร บุคคลอื่นใดตามที่ รมว.สาธารณสุข ประกาศกําหนด, มาตรา 37/7 ห้ามผู้ใดขับขี่ยานพาหนะในขณะมึนเมากัญชา กัญชง สารสกัด หรืออาหารตามกฎหมาย ขณะที่ผมไม่เห็นด้วยกับบางมาตรา ที่เพิ่มเข้ามา เช่น มาตรา 18 และ มาตรา 20 ปลูกกัญชา /กัญชง ในครัวเรือนได้ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ต้น ต้องจดแจ้งจากผู้รับจดแจ้ง ใบรับจดแจ้งมีอายุ 1 ปี" นายพงศ์พล กล่าว

ส่วนการยกเลิกไม่คิดดอกเบี้ย กยศ. นายพงศ์พล กล่าวว่า เรื่องนี้มีผลย้อนหลังให้ลูกหนี้กว่า 3.45 ล้านคน คิดเป็นค่าใช้จ่ายรัฐหลายหมื่นล้านบาท เป็นการช่วยเชิงประชานิยมที่ผิดพลาด ดูหวังผลคะแนนนิยม มากกว่ามองทั้งระบบ เพราะที่ควรแก้ด้วยการปรับดอกเบี้ยต่ำ 0.5-1% หรือเพิ่มระยะเวลาชำระหนี้ให้นักเรียนมากกว่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top