Thursday, 2 July 2026
Hard News Team

'มาคาเลียส' จัดโปรโมชั่น '10.10 ลดทั้งเว็บ' เพียงซื้อวอเชอร์ครบ 1,000 บาท ลดทันที 10%

(8 ต.ค. 65) 'มาคาเลียส' (Makalius) แหล่งรวมอี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย จัดโปรโมชันเด็ดเอาใจเหล่าทราเวลเลร์สสายลุยที่ชอบท่องเที่ยวในฤดูฝน 'มาคาเลียส 10.10 จัดหนัก จัดเต็ม ลดทั้งแพลตฟอร์ม 10%' เพียงสั่งซื้อวอเชอร์ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร เรือสำราญ ครบทุก 1,000 บาท ลดทันที 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2565 เวลา 00.00 - 23.59 น.

'ชัยวุฒิ' ตรวจน้ำท่วมปทุมธานี เผย รบ.เตรียมผันน้ำลงทุ่ง ชี้!! ที่ลุ่มต้องทำใจ รับคุยชาวบ้านแล้ว ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกัน

'ชัยวุฒิ' ตรวจน้ำท่วมปทุมธานี ชี้ ระดับน้ำยังคุมได้ มองจังหวัดเตรียมแผนรับมือดีเยี่ยม สิ่งสำคัญต้องอย่าให้ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ รับที่ลุ่มต่ำต้องทำใจ เผย รบ.เตรียมผันน้ำลงทุ่ง บอกคุยกับชาวบ้านแล้ว ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกัน

(8 ต.ค.65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดปทุมธานี พร้อมเยี่ยมผู้ประสบภัย ณ องค์การบริหารส่วนตำบลกระแซง

โดยนายชัยวุฒิ ระบุว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมจังหวัดปทุมธานี ตนรับทราบว่าตอนนี้ระดับน้ำท่วมสูงมาก หลายจุดข้ามคันกั้นน้ำเจ้าพระยา ไปท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจ เท่าที่ลงพื้นที่ ตอนนี้ยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ตน ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีว่ายังไม่ต้องเป็นห่วง สถานการณ์น้ำยังป้องกันได้ ตอนนี้น้ำท่วมแค่พื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง ตนต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สามารถป้องกันน้ำได้เป็นอย่างดี

นายชัยวุฒิ บอกอีกว่า จังหวัดปทุมธานีวางแผนการรับมือน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี โดยยังไม่มีรายงานปัญหา เรื่องการตัดน้ำหรือไฟฟ้า ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมมาก มองว่าพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่มีความคุ้นชินอยู่แล้ว เพราะการอยู่นอกคันกั้นน้ำหรือผนังกั้นน้ำ เวลาน้ำล้นตลิ่ง จะเป็นชุมชนที่ได้รับปัญหาก่อนอยู่แล้ว แต่นโยบายหลักของรัฐบาลคือต้องทำไม่ให้น้ำข้ามไปท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งจะสร้างความเสียหายมาก

ทั้งนี้ ทางรัฐบาลและจังหวัดปทุมธานีก็ร่วมมือกันได้อย่างดีไม่มีปัญหา มันอยู่ที่ปริมาณน้ำด้วยว่า น้ำที่ไหลออกมาจากทางภาคเหนือ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่เท่าที่ดูจากกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ก็มีข้อมูลว่าช่วงสัปดาห์นี้น่าจะเป็นจุดสูงสุดแล้ว หากเราผ่านจุดนี้ไปได้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว

ส่วนการนำข้อมูลกลับไปหารือกับคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว นายชัยวุฒิ ระบุว่าจะนำไปหารือคณะรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่าพื้นที่ลุ่มต่ำบางทีอาจต้องยอมรับสภาพเพราะไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ 

“พื้นที่ที่อยู่ริมแม่น้ำหรือพื้นที่ลุ่มต่ำก็ต้องยอมรับสภาพว่าบางทีมันไม่สามารถป้องกันได้ แต่เราต้องมองว่าภาพรวมเราต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วมที่ป้องกันพื้นที่ชุมชนพื้นที่เศรษฐกิจหรือพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ให้เสียหาย เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ตามปกติสุข แต่ส่วนบางพื้นที่ที่เราต้องการไม่ได้จริงๆ เราก็จะดูแลเยียวยาให้มากที่สุด”

'บิ๊กตู่' ปั้น 'ศูนย์ธุรกิจ EEC-เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ' สำเร็จ ตั้งเป้าเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ TOP 10 ของโลกในปี 2580

'ทิพานัน' ย้ำ 'พล.อ.ประยุทธ์' สร้างศูนย์ธุรกิจ EEC - เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะสำเร็จ ชี้ปี 2566 เปิดให้เอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เชื่อสร้างงาน 200,000 คน ดันมูลค่าจ้างงาน 1.2 ล้านล้านบาท

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายในการพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจ และการเงินระดับภูมิภาคในพื้นที่ EEC โดยมติคณะรัฐมนตรี (วันที่ 22 มีนาคม 2565) ได้อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จำนวน 14,619 ไร่ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดำเนินโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ เป็น 'ศูนย์กลางธุรกิจและการเงินระดับภูมิภาค' เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต โดยธรรมชาติ มนุษย์ และเทคโนโลยีอยู่ร่วมกันมุ่งสู่เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) เป็นพื้นที่แห่งนวัตกรรมและคุณภาพชีวิตระดับสากลของประเทศไทย และจะเป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 1 ใน 10 ของโลกในปี 2580 โดยคาดว่าสามารถสร้างงานทางตรง 200,000 คน มูลค่าการจ้างงาน 1.2 ล้านล้านบาทภายในปี 2575

'Mazda' โชว์!! 9 เดือนแรกยอดขายโต 8% โกย 30,000 คัน พร้อมอวดโฉม 'บริการใหม่' มัดใจลูกค้าให้อยู่กันไปยาวๆ

(8 ต.ค. 65) ท่ามกลางความผันผวนและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย แต่วันนี้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มมีทิศทางที่สดใสมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดขายสะสมของตลาดรถยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2565 ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 18% 

ด้านมาสด้า ก็เป็นอีกค่ายที่กลับมาได้อย่างงดงาม โดยมียอดขายเติบโต 8% พร้อมยอดจำหน่ายรวมช่วง 9 เดือนแรกของปีที่ 27,995 คัน และในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็ได้ประกาศเตรียมส่งรถยนต์รุ่นพิเศษบุกตลาด พร้อมทั้งเตรียมมัดใจลูกค้าด้วยบริการหลังการขายใหม่ Mazda Ultimate Service อุ่นใจกว่า...ทุกการดูแลรถคุณ เพิ่มความมั่นใจด้านการบริการหลังการขาย พร้อมดูแลลูกค้าแบบพรีเมี่ยม สร้างคุณค่าแบรนด์และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในระยะยาว และตอบรับกับสถานการณ์การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 9 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน 2565 เป็นต้นมา ตลาดรถยนต์ต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้านที่ส่งผลลบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไทย แต่ทั้งนี้แล้ว ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ จากภาครัฐ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่จากหลากหลายค่ายรถ รวมถึงแคมเปญและงานจัดแสดงรถยนต์ต่างๆ จึงทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มกลับฟื้นตัวดีขึ้น และเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงท้ายของไตรมาสที่สาม ที่สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในประเทศไทยได้ปรับตัวไปในทิศทางบวก อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การส่งออกที่เติบโต และปัจจัยทางด้านการขาดแคลนเซมิคอนดัคเตอร์ที่ปรับตัวดีขึ้น จึงทำให้เริ่มเห็นทิศทางการเติบโตของยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยตามมา

แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางปัจจัยบวกและปัจจัยลบหลายๆ ด้านเหล่านี้ ยอดขายสะสมรถยนต์มาสด้าในช่วง 9 เดือน แรกของปี ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2565 ก็ยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างเหนียวแน่นสูงถึง 8% โดยมียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 27,995 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า 2 จำนวน 15,340 คัน (เพิ่มขึ้น 13%) และ มาสด้า 3 จำนวน 1,287 คัน (ลดลง 20%) ในขณะที่ มาสด้า CX-30 ทำยอดขายได้สูงสุดของรถประเภทอเนกประสงค์เอสยูวี ด้วยจำนวน 5,180 คัน (ลดลง 3%) ตามมาด้วย มาสด้า CX-3 จำนวน 3,725 คัน (เพิ่มขึ้น 19%) มาสด้า CX-8 จำนวน 745 คัน (เพิ่มขึ้น 16%) และ มาสด้า CX-5 จำนวน 610 คัน (เพิ่มขึ้น 12%) ส่วนรถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 มียอดขายสะสม 1,103 คัน (เพิ่มขึ้น 15%) และรถสปอร์ตเปิดประทุน มาสด้า MX-5 อีกจำนวน 5 คัน (เพิ่มขึ้น 67%) ตามลำดับ

เฉพาะเดือนกันยายนที่ผ่านมา มาสด้ามียอดขายรวมทั้งหมด 2,752 คัน แบ่งออกเป็นรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 จำนวน 269 คัน (เพิ่มขึ้น 87%) รถอเนกประสงค์เอสยูวี จำนวน 1,220 คัน (เพิ่มขึ้น 33%) ได้แก่ มาสด้า CX-30 จำนวน 653 คัน มาสด้า CX-3 จำนวน 391 คัน มาสด้า CX-8 จำนวน 115 คัน มาสด้า CX-5 จำนวน 51 คัน และมียอดขายรถยนต์นั่ง จำนวน 1,263 คัน (ลดลง 24%) ได้แก่ มาสด้า2 จำนวน 1,144 คัน และมาสด้า3 จำนวน 119 คัน ตามลำดับ

MDES เตือนภัย!! มิจฉาชีพหากินบนความโศกเศร้า เปิดรับบริจาคร่วมทำบุญญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงฯ

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายกราดยิง ภายในศูนย์เด็กเล็ก ที่จังหวัดหนองบัวลำภู จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ได้สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงขอให้ระวังผู้ไม่หวังดีแอบอ้างใช้โอกาส เปิดรับบริจาคทำบุญครอบครัวผู้เสียชีวิต ผ่านบัญชีธนาคาร จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้รับบริจาคก่อนโอนเงินให้ความช่วยเหลือใดๆ เนื่องจากขณะนี้มีมิจฉาชีพใช้โอกาสนี้ ในการหลอกลวงประชาชน 

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Facebook /YouTube /IG และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดต่อไป 

ม.เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์นนทบุรี เขตเหนือ) เปิดหลักสูตรใหม่เพื่อสื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 เวลา 14.00 น. ณ อาคารเลิศสรรพวิทย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์นนทบุรีเขตเหนือ) คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (ศูนย์นนทบุรี เขตเหนือ) และ สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) ได้ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวการจัดหลักสูตรใหม่ เพื่อสื่อมวลชน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล สุวรรณภูมิ, คุณลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย), ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุรชัย เอมอักษร คณบดีคณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าร่วมพร้อมทั้งเปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ ภาคสมทบ สำหรับนักข่าว รุ่นที่ 1 ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานระหว่างดร.อนุรักษ์ เมฆพะโยม อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ และคุณนิอร บุญญลาภาเลิศ (คชสีห์นิวส์ 8) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานของสมาคมสมาพันธฺ์นักข่าว (ประเทศไทย) ส่วนสื่อมวลชนที่สนใจสามารถติดต่อที่ คุณสืบสวัสดิ์ สุขธนโชติอุดม เลขานุการสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) โทร.082-789-9808

'รัฐบาล' ห่วงใยสภาพจิตใจปชช. หลังเกิดเหตุกราดยิงฯ ด้านกรมสุขภาพจิต แนะนำ 5 ข้อ 'ลดเครียด-ดูแลจิตใจ'

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเหตุโศกนาฏกรรมที่จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อให้เกิดความเสียใจแก่คนไทยทั้งประเทศ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเครียดทางด้านจิตใจกับประชาชนทุกคน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยในสภาพจิตใจของผู้ที่เผชิญเหตุการณ์ที่รอดชีวิต ผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมทั้งประชาชนคนไทยที่เกิดความเครียดทางด้านจิตใจจากเหตุการณ์ดังกล่าว

คปภ. เร่งแก้ปัญหาเบี้ยประกันภัยรถ EV แพง ผุด 3 ทางออกเร่งด่วน สร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อ

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 65 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ซึ่งประชาชนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลจากนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรการจูงใจทางภาษี ซึ่งปัจจุบันนี้ มีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 2.84 แสนคัน แบ่งเป็น รถยนต์ไฮบริด 2.28 แสนคัน รถยนต์ไฮบริดปลั๊กอิน 3.7 หมื่นคัน และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอร์รี่ 1.8 หมื่นคัน 

และมีการประเมินจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า สิ้นปี 2565 ยอดขายรวม 6.3 หมื่นคัน แบ่งเป็นรถยนต์ไฮบริด 4.2 หมื่นคัน รถยนต์ไฮบริดปลั๊กอิน 1.1 หมื่นคัน และ รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอร์รี่ 1 หมื่นคัน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประชาชนลังเลในการตัดสินใจซื้อรถ EV คือ เบี้ยประกัน ที่พบว่า เบี้ยประกันภัยของรถยนต์ไฟฟ้าแพงกว่าเบี้ยประกันภัยของรถยนต์ทั่วไปอย่างมาก ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย พัฒนา ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย ได้เชิญบริษัทประกันภัยที่มีการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายบริษัท และผู้แทนจากคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทยหลายครั้ง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในประเด็นหลักๆ คือ 

1.) บริษัทประกันกำหนดเบี้ยประกันภัยรถ EV แต่ละสัญชาติไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละบริษัทที่รับประกันภัยรถยนต์กลุ่มนี้ 
2.) การรับประกันภัยรถ EV มีจำนวนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับรถสันดาป ในปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 800:1 ต้นทุนในการเกิดเหตุของรถ EV สูงกว่ารถสันดาปค่อนข้างมาก

'ทิพานัน' แจงปม โซเชียลแชร์ข้อความบิดเบือน ยัน!! 'บิ๊กป้อม' เสียใจกับเหตุกราดยิงฯ อย่างแท้จริง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์ ตัดต่อข้อความจากบทสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จากเหตุกราดยิงภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ จ.หนองบัวลำภู ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่า ไม่ควรฉวยโอกาสตัดตอนข้อความและบทสัมภาษณ์ นำไปสื่อสารในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความไม่สบายใจในสังคม ในช่วงเวลาที่อยู่ในความโศกเศร้าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้

ซึ่งในความเป็นจริง สื่อมวลชนได้สอบถามกรณีคนร้ายปลิดชีพตัวเองและเสียชีวิตก่อน เป็นเรื่องดีหรือไม่ เพราะทำให้ไม่เกิดเหยื่อเสียชีวิตเพิ่มเติม โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่ได้โชคดีหรอก การเสียชีวิต” และมีคำถามจากสื่ออีกว่า ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตตำรวจ และ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “จะให้ทำอย่างไร ก็คนติดยาเสพติด” ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามต่อว่ามีรายงานว่าติดยาเสพติดจึงให้ออกจากราชการ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ใช่ๆ ใช่”

เรื่องรักนักเรียนนายร้อย ตอนที่ 1 : รักแรกพบที่โต๊ะจีน

ในที่สุดผมก็ได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนนายร้อยแล้วครับ ซึ่งผมเป็นนักเรียนนายร้อย จปร. รุ่นที่ 40 และเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 29

ต้องบอกก่อนว่าการจะเข้ามาเรียนที่โรงเรียนนายร้อยได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมต้องอาศัยความมานะและอดทนพอสมควรกว่าจะพาตัวเองที่มีความฝันให้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งที่นี่ก็มีทั้งการเรียนและการฝึกนะครับ ในส่วนของวิชาการเรียนก็มีทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมายเลย หรือจะบอกว่าการเรียนที่นี่เหมือนกับนักศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยทั่วไปก็ไม่ผิด นอกจากนี้ก็มีการเรียนวิชาทหารด้วย ใช้เวลา 1 ปี แบ่งเป็น 2 เทอมนะครับ

ในส่วนของการฝึกที่ผมได้บอกไป ที่นี่จะฝึกวิชาทหาร โดยจะมีฝึกในเทอมสุดท้ายในหน่วยทหารต่างๆ ทั่วประเทศ

โรงเรียนนายร้อยแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำ หรือเรียนอีกแบบก็คือ ‘โรงเรียนกินนอน’ ซึ่งจะมีที่พักในโรงเรียน มีการปกครองดูแลจากนายทหารปกครอง และนักเรียนนายร้อยรุ่นพี่ๆ อีกมากมาย

ต้องขอบอกก่อนเลยว่าการอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยเป็นเวลา 5 ปี ทำให้ผมได้ปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ แนวคิด และอุดมการณ์ในชีวิตในเวลาต่อมา

ถ้าผู้อ่านอยากรู้เรื่องราวโดยละเอียด และมีความสนุกสนานอย่างไร ก็คงต้องหาหนังสือ best sellers ในยุคหนึ่งมาอ่านดูครับ โดยหนังสือชื่อว่า 'กว่าจะเป็นนายร้อย จปร.'

เอาล่ะครับ มาฟังเรื่องรักจากนักเรียนนายร้อยกันดีกว่า ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งนะครับ ผมขอสมมติว่า พระเอกของเรื่องชื่อ 'นักเรียนนายร้อย ก.' มีพระเอกก็ต้องมีผู้ร้ายนะครับ ผู้ร้ายมีชื่อว่า 'นักเรียนนายร้อย ส.' และมีตัวตลกชื่อ 'นักเรียนนายร้อยจ้ำ' นะครับผม

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ปลายปี 2531 สมัยที่พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครับ ในตอนนั้นได้มีนโยบายที่จะทำให้นักเรียนนายร้อยได้รู้จักกับนักเรียนพยาบาลของทุกเหล่าทัพ เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์ในการประสานงานช่วยเหลือกันในยามสงคราม (อันนี้ผมคิดเอง)

แต่ก็มีคนบางส่วนบอกว่า เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณของกองทัพ ถ้าสมมติว่า มีใครได้รักและแต่งงานกันก็จะใช้บ้านเพียงหลังเดียว ไม่ต้องใช้บ้านหลายหลังเหมือนกับคนที่เป็นโสด (มีรุ่นพี่บอกผมมาครับ)

นักเรียนนายร้อย ก. นักเรียนนายร้อย ส. และนักเรียนนายร้อยจ้ำ ก็เป็นนักเรียนนายร้อยปีที่ 1 เรียกว่าเล็กสุดในโรงเรียนเลยครับ แต่ก็ถูกกำหนดให้มาร่วมในงานในครั้งนี้ด้วย 

ณ ห้องนอนนักเรียนนายร้อย 

หลังจากอาบน้ำจนสบายตัว ประแป้ง ทาโรลออน และฉีดน้ำหอมจนฟุ้งทั่วตัวแล้ว นักเรียนนายก. และนักเรียนนายร้อยจ้ำ ก็ได้มานั่งคุยกันในเรื่องภารกิจแปลกๆ ที่ได้ยินมา

“เฮ้ย ก. หัวหน้าหมู่บอกว่า วันนี้ต้องได้ชื่อและที่อยู่ พยาบาลที่จะมากินเลี้ยงงานคืนนี้” นักเรียนนายร้อยจ้ำพูดขึ้น ทว่านักเรียนนายร้อย ก. กลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นใดๆ

“แล้วไงต่อ?” นักเรียนนายร้อย ก.ถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ 

“ภารกิจคือ ให้พยาบาลตอบจดหมายมาให้ได้” นักเรียนนายร้อย จ้ำ อธิบายให้เพื่อนฟังต่อ 

“เรียกว่า จีบให้ได้ ว่างั้นใช่ไหม?” นักเรียนนายร้อย ก.ถามกลับอย่างรู้ทัน

“ใช่” นักเรียนนายร้อย จ้ำ ตอบ

“เวลามันสั้นแค่นี้จะเป็นไปได้อย่างไง?” นักเรียนนายร้อย ก. ตั้งคำถาม ทว่านักเรียนนายร้อยจ้ำไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เพื่อนถามเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

นักเรียนนายร้อยจ้ำ หวีผมปาดซ้ายขวาสองครั้งที่หน้ากระจกเล็กๆ ในตู้เสื้อผ้า ก่อนตอบเสียงดังว่า

“ด้วยหน้าตาและภารกิจที่ได้รับมอบ ไม่มีอะไรที่นักเรียนนายร้อยทำไม่ได้หรอกนะ” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top