Thursday, 2 July 2026
Hard News Team

'โบว์' แชร์ 'ความยาก-ความแปลก' เพื่อดึงดูดการกุศล อีกมุมของความพยายาม ที่ไม่อยากขอกันฟรีๆ

ไม่นานมานี้ คุณโบว์-ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมอิสระ และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

คนไทยอาจจะยังไม่ค่อยชินกับ challenge เพื่อการกุศล ที่มันจะมีองค์ประกอบของความยากความแปลก (และบางครั้งอันตราย) เพื่อดึงดูดความสนใจและการสนับสนุน และเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อจะบอกว่า “เป้าหมาย” ของการระดมทุนครั้งนี้สำคัญพอสำหรับคนที่ประกาศจะทำ challenge อันนั้นด้วย 

แต่สังคมเรามักจะมีแน้วโน้มอยากปกป้องห่วงใยและคิดแทนกันสูง เหมือนคนอีกคนเป็นลูกเป็นหลานในปกครองของเราหรือเป็นคนที่เรากำกับได้ ปรากฏการณ์ครั้งนี้ก็เลยออกมาแบบนี้ 

ทั้งที่ในโลกนี้ มีการแข่งขันมากมายที่เสี่ยงและเต็มไปด้วยอันตราย อย่างการบุกป่าฝ่าดงปีนผาขึ้นเขามาราธอนต่าง ๆ เมื่อมีมาตรการด้านความปลอดภัย จ้างทีมกู้ชีพตามสมควร (*เป็นอาชีพที่เขาจะต้องประเมินและทำงานตามหลักวิชาชีพอยู่แล้ว) เขาก็จัดกัน ทั้ง ๆ ที่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อชีวิตอยู่

อัปเดตราคา ‘หมู-เนื้อ-ไก่’

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

'นายกฯ' กำชับ!! ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแล เยียวยา ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุยอดรวมกว่า 13 ล้านบาท

โฆษกรัฐบาลเผย ความคืบหน้าหน่วยงานภาครัฐจ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บกรณีเหตุโศกนาฏกรรม จ.หนองบัวลำภู รวม 13,927,555 บาท โดย 'นายกฯ' กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแล เยียวยา จ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์โดยเร็ว 

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ จ.หนองบัวลำภู ของหน่วยงานภาครัฐขณะนี้ว่า ได้เร่งดำเนินการมอบเงินเพื่อช่วยเหลือ ตามข้อสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยล่าสุดวันนี้ (9 ต.ค. 65) 4 หน่วยงานภาครัฐ มีความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกรณีเหตุดังกล่าวรวม 13,927,555 บาท และมีหน่วยงานที่กำลังเร่งดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้ได้รับผลกระทบ ดังนี้...

1. คณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โอนเงินช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพและเงินทุนเลี้ยงชีพให้กับทายาทผู้เสียชีวิต จำนวน 34 ราย ๆ ละ 2 แสนบาท รวมเป็นเงิน 6,800,000 บาท ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงผู้ก่อเหตุและบุคคลในครอบครัวซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

2. กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานยุติธรรม ให้ความช่วยเหลือรวม 3,960,000 บาท โดยมอบเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 110,000 จำนวน 36 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บ 10 ราย อนุมัติในหลักการให้เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามรักษาจริง 

3. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในสังกัด ให้ความช่วยเหลือรวม 582,000 บาท แบ่งเป็น 1) พม. รายละ 10,000 บาท จำนวน 47 ราย รวมเป็น 470,000 บาท 2) พ.อช. รายละ 1,000 บาท จำนวน 47 ราย รวมเป็น 47,000 บาท และ 3) สมาชิกกองทุนชุมชน 74,000 จำนน 3 ราย เป็นเงิน 222,000 บาท 

4. สำนักงานประกันสังคม ให้ความช่วยเหลือรวม 2,585,555 บาท โดยอนุมัติ/มอบแล้วเมื่อวันที่ 7-8 ต.ค. 65 ดังนี้ 1) สิทธิประกันสังคม 7 ราย รวมจำนวนเงิน 2,425,555 บาท (เงินเข้าวันที่ 20 ต.ค. 65) 2) กระทรวงแรงงาน มอบเงินช่วยเหลือ รายละ 5,000  บาท จำนวน 32 ราย รวมเป็นเงิน 160,000 บาท 

“นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่มีกำหนดจะมอบเงินช่วยเหลือในวันที่ 11 ต.ค. 65 หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพ เช่น สำนักงานจังหวัด สำนักงานจัดหางาน กองทัพบก เป็นต้น รวมทั้งมีหน่วยงานที่อยู่ระหว่างการอนุมัติเบิกจ่ายตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแล เยียวยาจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ฯ โดยเร็วต่อไป” นายอนุชาฯ กล่าว  

นายอนุชาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามที่มีการสอบถามถึงการเปิดช่องทางการรับบริจาคกรณีเหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภูนั้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า เมื่อมีสาธารณภัยต่าง ๆ เกิดขึ้น จะมีประชาชนที่มีความประสงค์จะร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ยังไม่มีช่องทางที่จะร่วมดำเนินการเช่นนั้นได้

'ธนกร' ยัน!! รัฐทลายกระบวนการยาเสพติดต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งทำ อย่างที่บางฝ่ายพยายามบิดเบือน

'ธนกร' ยัน รัฐบาลทลายกระบวนการยาเสพติดต่อเนื่อง อัดไม่ใช่เพิ่งทำอย่างที่บางฝ่ายพยายามบิดเบือน ชี้!! ปี 65 ยึดอายัดทรัพย์แล้วกว่า 10,820 ล้านบาท เผยนายกฯ ย้ำชัด ยาเสพติดเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน! 

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐบาลซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม กำหนดให้การกวาดล้างยาเสพติดเป็นวาระสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมามีความก้าวหน้าในกระบวนการทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด โดยกระทรวงยุติธรรมได้แก้กฎหมายยาเสพติดกว่า 24 ฉบับมาเป็นฉบับเดียว คือ พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564  ซึ่งมีความทันสมัยและเท่าทันขบวนการค้ายาเสพติด เน้นยึดอายัดทรัพย์ผู้ค้า บำบัดผู้เสพ เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด 

ทั้งนี้ ในปี 2565 สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้ 10,820 ล้านบาท ซึ่งต่างจากในอดีต เช่น เมื่อปี 2557 ที่สามารถอายัดได้ 1,360 ล้านบาท แต่กลับยึดทรัพย์จริงได้เพียง 14 ล้านบาท นอกจากนี้ ในปี 2566 กระทรวงยุติธรรมยังตั้งเป้าอายัดทรัพย์มากกว่าปีนี้ 10 เท่า หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท เพราะข้อมูลเส้นทางการเงินของพวกบัญชีม้ามีถึง 250 บัญชี รวมทั้งยังเพิ่มช่องทางการแจ้งเบาะแสยาเสพติดเพื่อรับรางวัลนำจับ 5% โดยไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งคล้ายกับการเก็บข้อมูลในระบบ Blockchain ด้วย ช่วยทำให้ประชาชนกล้าแจ้งเบาะแสมากขึ้น จากเดิมที่มีการแจ้งเบาะแสมาเพียง 16,000 หมู่บ้าน จาก 80,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ

'ดีอีเอส' พบเพจต้องสงสัยมิจฉาชีพหลอกทำบุญจาก เหตุกราดยิง เตือน!! ปชช.ระวัง หากเจอรีบแจ้ง เพื่อปิดกั้นทันที

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากการที่สื่อต่าง ๆ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแจ้งเตือนให้ระวังมิจฉาชีพในสื่อสังคมออนไลน์ใช้โอกาสเปิดรับบริจาคทำบุญครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ที่ จ. หนองบัวลำภู ผ่านบัญชีธนาคารนั้น

โดยพบมีผู้โพสต์ทางโซเชียลมีเดีย จำนวน 13 เพจ ได้โพสต์หมายเลขบัญชีรับโอนร่วมทำบุญ เข้าข่ายต้องสงสัย 2 เพจ ถึงแม้แอดมินเพจได้มีการลบโพสต์ออกไปแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้ว ซึ่งหากพบมีการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและทันท่วงทีต่อไป จึงขอเน้นย้ำให้พี่น้องประชาชนตระหนักและตรวจสอบรายละเอียดก่อนที่จะโอนเงินบริจาค เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ซึ่งการโพสต์ดังกล่าวหากตรวจสอบพบการหลอกลวงประชาชนแล้ว มีลักษณะเข้าข่ายนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พรบ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 14 (1) มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 โทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Facebook /YouTube /IG และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดต่อไป

นายกฯ สั่ง ผบ.ตร. เร่งระดมกวาดล้าง 'อาวุธปืน-ยาเสพติด' สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

(9 ต.ค. 65) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และยาเสพติดแบบครบวงจรอย่างต่อเนื่อง เปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ที่สายด่วน 191,1599 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมักมีการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุอาชญากรรมสะเทือนขวัญ และหลายครั้งที่ผู้ก่อเหตุมีอาการคุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด สร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งยังสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงมีบัญชาให้ ตร. เร่งรัดปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ อาวุธปืน อย่างเร่งด่วนแบบครบวงจรและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชน ทั้งนี้ ตร.จะมีการระดมกวาดล้างเป็นช่วง ๆ แต่ในช่วงแรกจะระดมอย่างเร่งด่วนก่อน และจะทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ไม่เปิดเผยว่าช่วงใดบ้าง เพื่อเป็นการป้องปรามมิให้มีการกระทำความผิดกฎหมาย 

สำหรับมาตรการในการปราบปรามอาวุธปืน จะมุ่งเน้นไปที่บุคคลผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่มีความประพฤติไม่เรียบร้อย หรือมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม ต้องสืบสวนติดตามพฤติกรรมในเชิงลึก สามารถแจ้งให้นายทะเบียนเพิกถอนใบอนุญาตได้ 

นอกจากนั้นจะมีการตรวจค้นกลุ่มเสี่ยงเช่น กลุ่มวัยรุ่น เด็กแว้นที่มีพฤติกรรมชอบพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และชอบยิงปืน นักเลงอันธพาล ที่มีพฤติกรรมก่อความวุ่นวาย ก่อความเดือดร้อน รําคาญ บุคคลที่พกพาอาวุธปืนติดตามผู้มีอิทธิพล ผู้กว้างขวาง ผู้ประมูลรับเหมางานรายใหญ่ 

บุคคลที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ผู้ติดตามทวงหนี้ บุคคลพ้นโทษ บุคคลที่ถูกปล่อยตัวชั่วคราว ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน หรือความผิดอื่นโดยใช้อาวุธปืนในการกระทําความผิด บุคคลที่มีพฤติกรรม หรือลักลอบผลิต จําหน่ายหรือขายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ต (online) รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเฉพาะผู้ผลิต ผู้จําหน่าย รายใหญ่ และผู้มีประวัติถูกจับกุมในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซ้ำซาก

ในขณะเดียวกัน จะมีการตรวจค้นจับกุมแหล่งค้า ผลิต ซุกซ่อนอาวุธที่ผิดกฎหมาย แหล่งอบายมุข แหล่งมั่วสุม สถานบริการ กําหนดจุดตรวจ จุดสกัด และตั้งด่านตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ สกัดกั้นการลักลอบขนส่งอาวุธที่ผิดกฎหมาย ทั้งทางบกและทางน้ำ สุ่มตรวจ ค้นสัมภาระรถโดยสารสาธารณะ สกัดกั้นการลักลอบซื้อขาย นําเข้า และส่งออก อาวุธผิดกฎหมายตามแนวชายแดน การปราบปรามการค้าอาวุธข้ามชาติ 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการและควบคุมสั่งการ ในเรื่องนี้ ทั้งในระดับสถานี, กองบังคับการ และกองบัญชาการ เพื่อบริหารจัดการคดีไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน วางระบบการประสานงานและส่งต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ กวดขันควบคุมการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด 

ส่วนในด้านการปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก จะมีการบูรณาการกับทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น สาธารณสุข เพิ่มความเข้มในการปราบปรามจับกุมผู้กระทําความผิดในพื้นที่ รวมทั้งให้มีการขยายผลและใช้มาตรการทางทรัพย์สิน ทั้งยึด อายัดทรัพย์คดียาเสพติด การฟอกเงิน ต่อผู้กระทําผิดทุกกรณี 

'อิ๊งค์' ผงาด!! นำทีมเปิดชุดนโยบายเศรษฐกิจ ชูโรดแมปบันได 4 ขั้น พาเพื่อไทยชนะแบบแลนด์สไลด์

(9 ต.ค. 65) ที่ ThinkLab พรรคเพื่อไทย (พท.) ชั้น 1 แกนนำพรรคพท.ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคพท. นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.พรรค และประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคและคณะทำงานด้านยกเครื่องเศรษฐกิจ น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรคและประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม เปิดตัวนโยบายเพื่อไทย เพื่อชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ ในงานฟอรั่มนโยบายครั้งที่ 1

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ จะเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะช่วยพี่น้องประชาชนให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นและลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง พรรคพท.ได้เตรียม 3 เสาหลักสู่ชีวิตใหม่ของประชาชนพร้อมแล้วคือ 1. ผู้แทนราษฎรที่เข้าถึงพื้นที่ เข้าใจประชาชน 2. นโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาและทำได้จริงตามที่สัญญาไว้ และ 3. ผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีศักยภาพและความสามารถ ประชาชนสามารถฝากความหวังและมอบความไว้วางใจนำพาประเทศพ้นวิกฤต ซึ่งพท.จัดงานขึ้นเพื่อเปิดตัวเสาหลักนโยบายชุดนโยบายชุดเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด “พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อรายได้ใหม่ของประชาชน” ส่วนนโยบายชุดอื่น ๆ จะมีการเปิดตัวในลำดับถัดไป ประชาชนไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในวิกฤต ประชาชนเป็นทุกข์เพราะรายได้น้อย เป็นหนี้ ไม่มีกำลังซื้อ ร้านค้าขายของไม่ได้ โรงงานผลิตไม่ได้ ไม่จ้างงาน รัฐก็เก็บภาษีไม่ได้ รัฐบาลประยุทธ์แก้หนี้ด้วยการสร้างหนี้ แต่เพื่อไทยคิดต่าง เราจะทำให้เศรษฐกิจดีด้วยรายได้ใหม่ เราจะแก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้ และรายได้นั้นจะต้องเป็นรายได้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นให้กับคนทุกกลุ่ม ประเทศและประชาชนจะต้องถูกปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่มากมาย พท.วางทิศโดยมีเป้าเพื่อกอบกู้สถานการณ์ย่ำแย่ของประเทศไทย ขอให้เชื่อมั่นว่าพท.ทำได้จริง เพราะเราทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ประชาชนไทยจะต้องอยู่ดีกินดีอีกครั้ง

นายวิสุทธิ์ กล่าวนำเสนอนโยบายผ่าตัดเกษตรกรรม รดน้ำที่ราก สร้างเงินจากดิน พลิกเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรให้หายจนอย่างถาวรว่า การเกษตรจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ด้วยหลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ คือผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ ใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต พร้อมหาโอกาสใหม่ ๆ เช่น ใช้ความรู้สมัยใหม่เพิ่มผลผลิตจากพืชที่ปลูกอยู่แล้ว อาทิ ข้าว และยาง ผลิต และพืชอาหารสัตว์ อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง เพื่อทดแทนการนำเข้าและขยายการส่งออกด้วยโครงการโคขุนเงินล้าน สำหรับการบรรเทาทุกข์ระยะเร่งด่วน นโยบายพักหนี้เกษตรกร พร้อม ๆ กับการสร้างรายได้จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยโครงการบำนาญเกษตรกร ซึ่งจะทำเพื่อดูแลเกษตรกรรุ่นบุกเบิกและดึงดูดเกษตรกรรุ่นใหม่ เปลี่ยนเงินให้เปล่าเป็นต้นทุนสร้างชีวิตผลิตรายได้ให้เกษตรไทยอย่างยั่งยืน โดยมีหลักทำงานคือ ดินนำ น้ำดี มีต้นพันธุ์ ยืนยันราคา จัดหาแหล่งทุน สนับสนุนกรรมสิทธิ์ มีเป้าเปลี่ยนผืนแผ่นดินเดิมจากที่เคยสร้างรายได้ 10,000 บาท/ไร่/ปี เพิ่มเป็น 30,000 บาท/ไร่/ปี

นายเผ่าภูมิ กล่าวนำเสนอนโยบายเขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone; NBZ) ดึงเงินนอก ปลุกเงินใน เปลี่ยนเงินที่หลับใหลเป็นเงินที่สร้างเงิน ด้วยเขตธุรกิจใหม่ 4 แห่ง คือ เชียงใหม่, กรุงเทพ, ขอนแก่น, และหาดใหญ่ โดยพรรคพท.จะเดินหน้าสร้างกุญแจ 3 ดอกให้กับประเทศ คือกุญแจดอกที่ 1 กฎหมายธุรกิจชุดใหม่ เพื่อปลดล็อกปัญหาการทำธุรกิจในทุกมิติ รวมถึงดึงการลงทุนจากต่างชาติ เข้าแก้ปัญหาทั้งด้านใบอนุญาต แรงงาน นำเข้าส่งออก และการธุรกรรมระหว่างประเทศ กุญแจดอกที่ 2 สิทธิประโยชน์ใหม่ ภาษีจากกำไร ภาษีเงินได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงภาษีนำเข้าจะได้สิทธิประโยชน์ไม่แพ้ที่ใดในโลก กุญแจดอกที่ 3 ระบบนิเวศน์ใหม่ โดยการสร้างสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ระบบการศึกษาและการผลิตคนใหม่ และระบบธนาคารใหม่ เป็นกองหลังเพื่อผลักกองหน้าซึ่งได้แก่ภาคเอกชนให้ขับเคลื่อนได้ โดยกุญแจทั้ง 3 ดอกจะถูกสร้างขึ้นในเขตธุรกิจใหม่ และรายได้ใหม่จะถูกสร้างให้กับประชาชน

นายสุทิน กล่าวนำเสนอนโยบายเงินโอน คนสร้างตัว (Earned Income Tax; EIT) ว่า พรรคพท.ต่อสู้กับความจนเพื่อประชาชนมาอย่างยาวนาน นโยบายของพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชนจนมาถึงเพื่อไทยพิสูจน์แล้ว ว่าได้ช่วยลดความยากจนลงได้อย่างต่อเนื่อง เราเริ่มคิดจากนโยบายที่ทำได้จริง โดยเงินโอน คนสร้างตัวจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยเกินกว่าจะดำรงชีพ จะได้รับเงินภาษีแทนการจ่ายเงินภาษี จนกระทั่งมีความมั่นคงและสร้างตัวได้ ส่วนการจัดสรรความช่วยเหลือทางการเงิน จะเน้นไปที่กลุ่มที่มีความจำเป็นมากที่สุด ซึ่งประเด็นสำคัญที่สุดของนโยบายนี้ คือการสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานเข้ามาในระบบและมีโอกาสพัฒนาสร้างตัวเองไปด้วย

น.ส.ณหทัย กล่าวนำเสนอนโยบายเรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่าย ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Lifelong Earning) ว่า พท.จะสร้างแพลตฟอร์มจับคู่สมรรถนะของคนเข้ากับงานที่ใช่ เพื่อช่วยให้มีงานทำเร็วที่สุด ตรงกับสมรรถนะของตนเองมากที่สุด สร้างรายได้ที่ดีที่สุด โดยในแพลตฟอร์มนี้ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลายได้ตลอดเวลา สะสมเครดิตการเรียน และเทียบคุณวุฒิเพื่อไปต่อยอดการทำงานโดยไม่มีวันหมดอายุ นอกจากนี้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มนี้จะถูกนำมาใช้ เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างไม่ด้อยกว่าชาติใด นอกจากนี้เราจะฟื้นนโยบายแจกแทปเล็ตเพื่อการศึกษาและอินเทอร์เน็ตตำบลในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาใช้อีกครั้ง

ด้าน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า นโยบายของพรรคพท.จะดำเนินการด้วยโรดแมป “บันได 4 ขั้นเพื่อหมุดหมายชีวิตใหม่ของประชาชน” ดังนี้...

'ชัยวุฒิ' หวั่น!! คันกั้นน้ำขาด เร่งระบายด่วน! ยันมติครม. ต้องเอาน้ำลง 11 ทุ่ง ช่วยลดผลกระทบ

(9 ต.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่ บริเวณ เเนวคันกั้นน้ำขาด เเละเสียหาย ที่ บริเวณวัด ประสาท อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พร้อมกับ นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง โดย นายชัยวุฒิ ได้ให้กำลังใจ พร้อมพูคคุยกับประชาชน ผู้ประสบภัย ขณะที่จังหวัดสิงห์บุรี ได้นำอาหารเเห้ง จากผู้มีจิต ศรัทธา มามอบให้ผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 2,000 ครอบครัวด้วย

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สิ่งสำคัญตอนนี้เราเน้นจะดูเรื่องอาหารการกินมีการตั้งโรงครัวพระราชทานให้ถุงยังชีพน้ำดื่ม สะอาด แล้วก็ดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนผู้สูงอายุ คนป่วยติดเตียงที่มีสุขภาพไม่ดี ก็จะนำมาพักอยู่ที่โรงพยาบาล อําเภอพรหมบุรี ซึ่งจะรองรับผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงขณะนี้ เราเตรียมศูนย์พักพิงไว้ทุก ๆ อําเภอเพื่อ รองรับผู้ประสบภัย ที่น้ำท่วมหนัก นอกจากนี้ก็มีการจัดตั้ง สุขาชั่วคราวในทุก ๆ จุดที่ประชาชนบ้านถูกน้ำท่วมด้วย โดยในภาพรวมถือว่าสิงห์บุรี เเละจังหวัดในพื้นที่ ภาคกลาง ได้มีการวางแผนมาอย่างดี

'อนุทิน' สั่งดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองใน 9 รพ.เอกชน ยัน!! ต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง ตั้งแต่ 10 ต.ค.นี้

(9 ต.ค. 65) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้มีการยกเลิกสัญญาการให้บริการปฐมภูมิ ประจำ และรับส่งต่อทั่วไปกับ โรงพยาบาลเอกชน 9 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย ได้แก่ รพ.มเหสักข์, รพ.บางนา1, รพ.ประชาพัฒน์, รพ.นวมินทร์, รพ.เพชรเวช, รพ.ผู้สูงอายุกล้วยน้ำไท2, รพ.แพทย์ปัญญา, รพ.บางมด และ รพ.กล้วยน้ำไท เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขไม่ถูกต้อง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ (1 ต.ค. 65) เป็นต้นมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้ติดตามการดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองในโรงพยาบาลทั้ง 9 แห่ง อย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่า สปสช. ได้หารือกับโรงพยาบาลทั้ง 9 แห่ง และกรุงเทพมหานคร และมีมาตรการรองรับเพื่อให้ประชาชนยังได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ระหว่างการรักษา รวมถึงมีช่องทางเลือกหน่วยบริการใหม่โดยสะดวก

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ (10 ต.ค. 65) เป็นต้นไป สปสช. จะเปิดให้ประชาชนที่หน่วยบริการปฐมภูมิและประจำถูกยกเลิกซึ่งมีอยู่ประมาณ 2.3 แสนคน จากโรงพยาบาล 7 แห่ง ประกอบด้วย รพ.ประชาพัฒน์, รพ.นวมินทร์, รพ.เพชรเวช, รพ.ผู้สูงอายุกล้วยน้ำไท2, รพ.แพทย์ปัญญา, รพ.บางมด และ รพ.กล้วยน้ำไท สามารถเลือกหน่วยบริการใหม่ได้ผ่าน 4 ช่องทาง ประกอบด้วย 1. แอปพลิเคชัน สปสช. เลือกเมนูลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการ 2. ไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso เลือกเมนู เปลี่ยนหน่วยบริการด้วยตนเอง 3. สายด่วน สปสช. โทร.1330 และ4. ลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ที่ทำการของ สปสช. ชั้น 2 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สปสช. ได้แจ้งว่าประชาชนที่ต้องเลือกหน่วยบริการปฐมภูมิและประจำใหม่ครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ให้พิจารณาหน่วยบริการที่ใกล้บ้านหรือสะดวกก่อนตัดสินใจเลือก สามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยบริการใกล้บ้านได้ที่เว็บไซต์ สปสช. http://mscup.nhso.go.th/mastercup/ หรือสอบถามสายด่วน สปสช. 1330 ซึ่งระหว่างที่ยังไม่ได้เลือกหน่วยบริการใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีสถานะ 'สิทธิว่าง' นี้ สปสช. ได้หารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดเตรียมหน่วยบริการไว้รองรับแล้ว

สมาคมผู้สื่อข่าว ตปท.ประณาม CNN ปีนรั้วศูนย์เด็กเล็กหนองบัวลำภู บุกถ่ายคราบเลือด-จุดเกิดเหตุ

สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ ประณามผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ปีนรั้วศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรรค์ จ.หนองบัวลำภู บุกถ่ายทำจุดเกิดเหตุ อ้างว่าได้รับอนุญาตทั้ง ๆ ที่ไม่ปรากฏหลักฐาน ชี้ละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตอกกลับถ้าเป็นเหตุอาชญากรรมร้ายแรงในสหรัฐฯ ซีเอ็นเอ็นจะกล้าทำอย่างนี้หรือไม่?

จากเหตุการณ์กราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าในเวลาต่อมามีผู้สื่อข่าวและช่างภาพของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นของสหรัฐฯ ได้เข้าไปถ่ายทำในที่เกิดเหตุ และอ้างว่าได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในศูนย์ฯ โดยที่ไม่เคยมีสื่อมวลชนไทย หรือ ต่างชาติสำนักใดเคยได้รับอนุญาตให้เข้าไปในที่เกิดเหตุมาก่อน สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงความเหมาะสม

ช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (Foreign Correspondents' Club of Thailand) หรือ FCCT ออกแถลงการณ์จากการรายงานข่าวดังกล่าวของซีเอ็นเอ็น โดยระบุว่า พฤติกรรมในการรายงานข่าวดังกล่าวของซีเอ็นเอ็นนั้นสร้างความตกตะลึงให้แก่นักข่าวมืออาชีพซึ่งเป็นสมาชิกของ FCCT เนื่องจากทีมข่าวของซีเอ็นเอ็นได้เข้าไปยังจุดเกิดเหตุ (crime scene) โดยไม่ได้รับอนุญาต

"ชัดเจนว่าทีมข่าวซีเอ็นเอ็นได้เข้าไปยังจุดเกิดเหตุโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าพวกเขาจะอ้างอย่างไรก็ตาม นี่เป็นการกระทำที่ไร้ความเป็นมืออาชีพ และถือว่าละเมิดจริยธรรมของผู้สื่อข่าวในการรายงานข่าวอาชญากรรมอย่างร้ายแรง" แถลงกาณณ์ของ FCCT ระบุ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top