Thursday, 2 July 2026
Hard News Team

'เพื่อไทย' ลงพื้นที่ดูระดับน้ำหลัง กทม. ประกาศเตือนปชช.นอกคันกั้นน้ำยกของสูง พร้อมเปิดช่องทางให้ ปชช.ติดต่อ หากต้องการแรงคนช่วยขนย้ายข้าวของ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กทม. แถลงเตือนประชาชนนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบปลั๊กไฟ และติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่ โดย นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตธนบุรี-คลองสาน ระบุว่า ขณะนี้ ในพื้นที่เขตคลองสาน พบปัญหารอยรั่วของเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนหลายจุด เมื่อฝนตกหนัก มักเกิดปัญหาน้ำท่วมซึ่งเป็นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลซึมเข้ามาท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน รวมถึงน้ำฝนยังระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ช้า ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายจุด ตนได้ลงพื้นที่พบปะ เเละเข้ามารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในหลายๆ จุดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม พบว่า เมื่อเกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณถนน และเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณบ้านเรือน ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ได้รับความลำบาก ตลอดจนน้ำเข้าท่วมภายในบ้านทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านเกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยตนขอให้พี่น้องประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง และติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที

ด้าน นายรัฐพงศ์ ระหงษ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางซื่อ-ดุสิต  พบปะพูดคุยกับพี่น้องในเขตดุสิต-บางซื่อที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้าให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำคลองบางซื่อที่ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยการระบายน้ำอย่างเร่งด่วน

ขณะที่นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตพระนคร-ป่อมปราบ-สัมพันธวงศ์ ได้ลงแรงช่วยประชาชนบรรจุกระสอบทราย เพื่อเพิ่มระดับแนวกั้นน้ำ บริเวณสวนสันติไชยปราการ เขตพระนครเนื่องจากระดับน้ำขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตนได้ตรวจเยี่ยม แนวกั้นน้ำตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา มีการจัดกระสอบทรายเสริมระดับตลอดแนวประตูน้ำเทเวศร์ ซึ่งบริเวณนี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ตรวจเมื่อช่วงดึกของวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย และตนได้เข้าเยี่ยมประชาชนแนวริมแม่น้ำย่านทรงวาด ท่าน้ำราชวงศ์ ท่าน้ำจักวรรดิ์ มีน้ำท่วม ช่วงน้ำหนุน แต่ น้ำลดลงไว แต่บริเวณนี้มีผู้รุกแนวแม่น้ำจำนวนมากไม่สามารถทำเขื่อนกั้นได้ ขณะนี้ได้มาประสานงานกับ กทม. เพื่อจัดสรรงบประมาณมาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้แล้ว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในวันพฤหัสบดี ที่ 13 ต.ค. 65 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำหรับในปี 2565 หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และพสกนิกรชาวไทย ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลพร้อมกันทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดให้มีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพวงมาลา เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในวันพุธ ที่ 12 ต.ค. 65 ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิสนุ  ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจเข้าร่วมพิธี 

โดยมีกำหนดการ ดังนี้

• เวลา 07.00 น. พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล 
ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
• เวลา 08.45 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล
ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
• เวลา 09.15 น. พิธีวางพวงมาลา ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

'จุรินทร์' เปิดฉาก ประชุม STEER ความร่วมมือเศรษฐกิจ ไทย-สิงคโปร์ ครั้งที่ 6 ดันยกระดับ ลงทุน-เกษตร-ท่องเที่ยว-ทรัพย์สินทางปัญญาไทย

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 9.30 น. นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมกรอบความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ระหว่างไทยและสิงคโปร์ (Singapore–Thailand Enhanced Economic Relationship หรือ STEER) ครั้งที่ 6 ระดับรัฐมนตรี ร่วมกับ ดร. ตัน ซี เหล็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมคนที่สองของสิงคโปร์ ที่โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปีนี้ครบรอบ 20 ปีพอดีที่การประชุม STEER ได้เป็นเวทีขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคี ระหว่างไทยและสิงคโปร์ ในหลากหลายสาขา อาทิ สินค้าเกษตร เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการประชุมทั้ง 5 ครั้งที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ปัจจุบันสิงคโปร์มีนักลงทุนที่มาลงทุนในประเทศไทยถือเป็นอันดับที่ 1 ของไทยในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 5 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 4 ของไทยในอาเซียนรองจาก มาเลเซีย เวียดนามและอินโดนีเซีย และเป็นอันดับที่ 8 ของไทยในโลก

“ที่ผ่านมาเราล้วนเผชิญท้าทายปัญหาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า โควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน และเงินเฟ้อ รวมทั้งข้อจำกัดทางด้านการค้าและการลงทุนที่มีกฎกติกาเพิ่มขึ้น แต่ทั้งไทยและสิงคโปร์สามารถฟันฝ่าผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ด้วยกันปัจจุบันถือว่าเป็นโอกาสดีที่ไทยกับสิงคโปร์จะมีการประชุมร่วมกันในเวที STEER ในวันนี้ เพื่อใช้เป็นเวทีขับเคลื่อนความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนระหว่างกันของทั้งสองประเทศซึ่งจะได้หารือในรายละเอียดกันต่อไป” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

สืบนครบาลบุกรวบแก๊งต้มตุ๋นขายยาเบาหวานทางโซเชียลตรวจค้นพบบัตรเอทีเอ็ม 12 ใบ 

ตามนโยบายของพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในทุกรูปแบบโดยเฉพาะอาชญากรรมในโลกออนไลน์ และปราบปรามยาเสพติดซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับสังคม และเป็นอันตรายแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก

ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล IDMB  สืบทราบว่า มีกลุ่มคนร้ายที่มีพฤติกรรมหลอกขายยารักษาโรคแอบแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มไลน์ต่างๆ แล้วทิ้ง QR Code ไว้ หากใครสนใจซื้อสินค้า ให้ติดต่อมาทาง QR Code ดังกล่าว ได้มีผู้เสียหายหลายรายตกเป็นเหยื่อโอนเงินค่าสินค้าร่วมแสนบา ไปยังบัญชีของคนร้า แต่กลับไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ กลุ่มผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีจนถึงที่สุด 

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง  ผบช.น. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล IDMB  ประกอบด้วย พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ  พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.  พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 พ.ต.ต.สมพงษ์ เกตุระติ พ.ต.ต.ทศรัสมิ์ กิติธารา  ร.ต.อ.ธีระเดช พรมลาย ร.ต.อ.วีรพงษ์ คุณสมิตปัญญา ร.ต.อ.อภิชัย ชัชวาลปรีชา  ร.ต.อ.ธนพล มโนสร พร้อมกับพวก เร่งสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายให้ได้โดยเร็ว 

หลังทราบเรื่อง สืบนครบาลสามารถพิสูจน์ทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีจำนวน 3 ราย พบประวัติเคยหลอกลวงในรูปแบบต่างๆนับไม่ถ้วน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ 

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 เวลาประมาณ 15.30 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. บุกจับกุมผู้ต้องหา 

1.น.ส.อรวรรณ ทิพย์มาก อายุ 40 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 130/248 ม.10 ต.วัดประดู่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาที่ 1
ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1045/2565 ลงวันที่ 27 ก.ย.65 
2.น.ส.รวิวรรณ สุวรรณสมุทร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.1 ต.ไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาที่ 2
ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1046/2565 ลงวันที่ 27 ก.ย.65 
3.นายณภูพรรษ์ คล้ายแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.13 ต.ตรีณณรงค์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ผู้ต้องหาที่ 3
ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.337/2565 ลงวันที่ 14 ก.ย.65 

โดยกล่าวผู้ต้องหาทั้งหมดว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และผู้ต้องหาที่ 2 กับ 3 ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมด้วยของกลาง 

1. บัตรเอทีเอ็ม จำนวน 12 ใบ
2. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 เล่ม
3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง
4. เงินสด จำนวน 45,000 บาท 
5. ยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 0.98 กรัม (ของน.ส.รวิวรรณฯ)
6. ยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 2.05 กรัม (ของนายณภูพรรษ์ฯ)

กล่าวคือ  เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565  เวลาประมาณ 15.30 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบนครบาล บุกจับกุม น.ส.อรวรรณ ทิพย์มาก น.ส.รวิวรรณ สุวรรณสมุทร และ นายณภูพรรษ์ คล้ายแก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ที่โรงแรมเดวิส เลขที่ 88 ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ผู้ต้องหาทราบ ดังนี้

1. น.ส.อรวรรณ ทิพย์มาก อายุ 40 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 130/248 ม.10 ต.วัดประดู่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1045/2565 ลงวันที่ 27 ก.ย.65 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

2. น.ส.รวิวรรณ สุวรรณสมุทร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.1 ต.ไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1046/2565 ลงวันที่ 27 ก.ย.65 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

3. นายณภูพรรษ์ คล้ายแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.13 ต.ตรีณณรงค์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.337/2565 ลงวันที่ 14 ก.ย.65 ความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ โดยวิธีการกระทำความผิดของมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะมีการแอบแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มไลน์ต่างๆ เช่น กลุ่มไลน์ซื้อขายยารักษา หรือกลุ่มไลน์ขายสินค้าทางการแพทย์ แล้วทิ้ง QR Code ไว้ หากใครสนใจซื้อสินค้า ให้แอดเฟรนผ่านทาง QR Code ที่คนร้ายทิ้งไว้ในกลุ่ม   

‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่อุบลฯ-ศรีสะเกษ เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย ผลพวงพายุโนรู

พล.อ.ประวิตร' ลงพื้นที่ จ.อุบล-ศรีสะเกษ เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัย ผลพวงพายุโนรู สั่งภาครัฐ ระดมความช่วยเหลือ อย่างเต็มที่ ย้ำ รัฐบาลพร้อมเยียวยาทุกครัวเรือนอย่างทั่วถึง 

เมื่อ 12 ต.ค. 65 เวลา 14.00 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รอง นรม. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. และในฐานะ ผอ.กอนช. พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากภาวะน้ำท่วม

โดยเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เดินทางถึงสำนักงานชลประทานที่ 7 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  มีนายชลธี ยังตรง ผวจ.อุบลราชธานี ให้การต้อนรับ จากนั้นได้เข้าห้องประชุม รับฟังการบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จาก สทนช. กรมชลประทาน บก.ทท. มทบ.22 และปภ. ตามลำดับ สรุปภาพรวม จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม อันเกิดจากพายุโนรู และร่องมรสุมที่พัดผ่านประเทศไทยทำให้ฝนตกหนัก ต่อเนื่อง เป็นบริเวณกว้างส่งผลให้ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม ที่มีน้ำคงค้างอยู่ก่อนแล้ว และมีปริมาณน้ำมากกว่า ทุกปี เฉลี่ยร้อยละ 25 แต่พื้นที่น้ำท่วมน้อยกว่าปี 54 และปี 62 สืบเนื่องจาก รัฐบาลได้นำ 13 มาตรการรับมือฤดูฝน มาใช้อย่างได้ผล  

'ชัยวุฒิ' ลงพื้นที่ตามติดน้ำท่วม จ.นครสวรรค์ เผย การจัดการน้ำ - ช่วยเหลือประชาชน เป็นไปด้วยดี

วันนี้ (12 ตุลาคม 2565) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ บรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่ รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานในพื้นที่ประสบอุทกภัยร่วมประชุมรับฟังนโยบายผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด้วย ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ 

โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวภายหลังรับฟังบรรยายสรุป ว่า จากปริมาณน้ำในพื้นที่แม้จะถึงระดับสูงสุด แต่จากการคาดการณ์ปริมาณฝน ซึ่งไม่มีการตกเพิ่มเติม ในระยะ 2-3 วัน จะส่งผลให้น้ำลดระดับได้ และปริมาณน้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งระบบป้องกันน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทั้งจังหวัดนครสวรรค์เอง และจังหวัดใกล้เคียง ถือว่ามีการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกพืชในบริเวณพื้นที่รับน้ำให้มีความเข้าใจ และกำหนดรอบในการปลูกพืช เพื่อใช้พื้นที่ในการรองรับน้ำ หรือ ชะลอน้ำที่ผ่านทางจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อลดผลกระทบให้กับพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ

หลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย ชุมชนบางปราง ทางรถไฟ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง / วัดจอมคีรีนาคพรต ตำบลนครสวรรค์นอก อำเภอเมือง / อบต.บางเคียน อำเภอชุมแสง / วัดสระเศรษฐี และวัดสำโรง ตำบลน้ำทรง อำเภอพยุหะคีรี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ 

'โรม' ทิ้งบอมบ์!! เสนอปฏิรูป 'ตำรวจ-ทหาร' หยุดอาชญากรรมที่มีต้นตอมาจากองค์กรมีสีซ้ำซาก

รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจของคนไทยทั้งประเทศ 

อยากเรียนต่อพี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนว่า เหตุการณ์ที่มีการใช้อาวุธในลักษณะแบบนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก 8 ก.พ. 63 จ่าสิบเอกนายหนึ่งเกิดเหตุที่นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 30 คน ต่อมา 14 ก.ย. 65 เกิดเหตุที่กองทัพบก กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน และล่าสุด 6 ต.ค. 65 ก็มีเหตุเกิดอีกครั้งหนึ่ง และล่าสุด 6 ต.ค. 65 ก็เกิดเหตุครั้งล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิต 38 คน เป็นเด็กเล็ก 22 คน เหตุการณ์ทั้งหมดผู้กระทำล้วนแต่เป็นทหาร-ตำรวจชั้นผู้น้อย

รังสิมันต์กล่าวว่า ตนทราบดีว่าเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้เราไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สิ่งที่สังคมเราอยากที่จะเห็น และจริงจังคือการป้องกันให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำและลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นต่อไป ย้อนกลับไปนับแต่การกราดยิงที่โคราช เราแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงขององค์กรตำรวจทหารเลยแม้แต่น้อย ตลอดที่เวลาที่ตนทำงานศึกษาติดตามเรื่องนี้พบว่าภายในองค์กรเหล่านี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ดีของเจ้าหน้าที่ของรัฐและเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งหลายครั้งส่งผลเสียต่อเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย บางครั้งหนักถึงขนาดที่อาหารการกินของชั้นผู้น้อยก็มีการแบ่งแยก

“ปัญหาสุดคลาสสิกที่อยู่กับสังคมมานานคือ การใช้เส้นสายฝากคนของตัวเองเข้าทำงาน ระบบตั๋วต่างๆ รวมถึงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด บ่อนการพนัน สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ไปจนถึงการค้ามนุษย์ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ล้วนต้องอาศัยการสมคบของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสิ้น คนทั้งสังคมรู้ว่านี่คือสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริงขององค์กรตำรวจและทหาร” รังสิมันต์กล่าว

'กุนซือ' ทีมชาติหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาร่ำไห้ หลังโดนโซเชียลด่า "ทีมเล็กจะไปแข่งทำไม?"

ภาพของกุนซือชาวญี่ปุ่นของทีมชาติหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา U-17 ที่หลั่งน้ำตาระหว่างการแถลงข่าว เหตุโดนบูลลี่จากโลกออนไลน์

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลัง มิชิเทรุ มิตะ กุนซือชาวญี่ปุ่น นำทีมหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี แพ้ให้กับ จีน 11-0 ขณะที่นัดก่อนแพ้ ออสเตรเลีย 23-0 จนเสียไปถึง 34 ประตู จาก 2 นัด ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี 2023

‘วิโรจน์’ งานเข้า!! ฟากอดีตคนอนาคตใหม่ แฉ!! พรรคอนาคตใหม่ตั้งวอร์รูมถล่มคนเห็นต่าง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาทันที หลังจาก ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.อนาคตใหม่และก้าวไกล เรียกเสียงฮือฮา ด้วยการทวีตภาพอุปกรณ์สมาร์ตโฟนหลายเครื่อง ที่กำลังเปิดช่อง TikTok ของตน อวดในทวิตเตอร์ พร้อมข้อความว่า...

“Wiroj 77 @wirojlak
ผมเข้าสู่โลก Tiktok มาได้สักพักแล้วนะครับ
ท่านใดสนใจคอนเท้นต์ Tiktok ของผม ก็
สามารถติดตามได้ที่ tiktok.com /@wirojlak
ได้เลยครับ ( ^____^ )/”

แต่ชาวทวีตดันตาไว ไปเห็น กระดาษโน้ต ใบเล็กๆ ของ เจ้าแม่เพชรออนไลน์ รายหนึ่ง ด้านล่าง ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ว่า...

“คอมเมนท์
1. ขอบคุณค่ะ
2. ความรู้ใหม่ๆ ขอบคุณ
3. ชอบคลิปนี้
4. เพิ่งรู้เลย
5. กดติดตามแล้ว
6. FC จ้า
7. แชร์ให้แล้ว
8. ขอแชร์”

ทำให้ ชาวทวิตเตอร์ พากันเข้ามาถามว่า นี่มันคือการปั่นคอมเมนท์ ทำไอโอใช่หรือไม่ โดยที่ ชาวทวิตเตอร์ บางส่วน เริ่มสงสัย ว่า ดร.วิโรจน์ ไปเกี่ยวข้องอะไรกับ มาดาม*** ของ *********** หรือมาใช้บริการปั้นช่อง TikTok กับทีมงานที่ปั้นช่องของมาดาม*** 

โป๊กแตก!! หนนี้ จึงทำให้ ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ต้องรีบลบภาพออกไป ก่อน ทวีตข้อความพร้อมรูปใหม่ว่า... 

“ติดตาม Tiktok ของผมได้ที่ลิ้งค์นี้นะครับ http://tiktok.com/@wirojlak ผมลองทำลองเรียนรู้ มาได้สักพักแล้ว
ขอลงภาพใหม่ เนื่องจากภาพเดิมไปพาดพิงคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องครับ”

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ถูกชาวเน็ตไล่ขุด และจับโป๊ะที่มาของยอดไลก์ ยอดวิว และนิยามของคำว่า ไอโอ กันข้ามวันข้ามคืน

แต่ที่หนักสุด คือ เรื่องนี้เจอแรงแฉจาก ‘ดร.โจ’ อดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกาศลาออกจากพรรคไปก่อนหน้านี้ ได้มาโพสต์ข้อความเผยความจริงว่า…“พรรคนายกโซเชียล มีการจ้างบริษัทเอเจนซี่ ตั้งวอร์รูมทำงาน 7:00-24:00 คอยจับตาตามเพจ ทวิตเตอร์ โซเชียลมีเดียต่างๆ แล้วสร้างไอดีผี ซอมบี้ส้ม เข้าไปรุมด่า รุมถล่มคนที่มาวิจารณ์พรรค (รวมถึงปั่นโหวต อิอิ)”

โดย เพจ ดร.โจ ชาญวิทย์ ใจสว่าง ได้คอมเมนต์ตอบกลับผู้ที่แสดงความห่วงใยว่าจะถูกซอมบี้มาถล่ม เพราะ ดร.โจ วิจารณ์พรรคอนาคตใหม่ ไว้ด้วยดังนี้...

‘เฟส ที่ไม่มีตัวตน ถูกสร้างมาจาก บริษัท ดูแลเว็บไซต์ครับ เราตรวจสอบจนพบ มีการใช้ทีมเฝ้าหน้าจอ ที่วิจารณ์พรรค เขาสร้างไว้เป็นร้อยๆ เฟส นับไม่ทัน แล้วจะถล่ม พร้อมกัน ก๊อปภาษา แต่งคำต่างนิดหน่อย แล้วถล่มเรียงกันเลย เขาติดตามทุกคน ที่วิจารณ์พรรค ที่ตั้งแยกไปอยู่อีกสถานที่หนึ่ง (ไม่เปิดเผยออกสื่อนะครับ) ทำงาน 7.00-24.00 เต็มกำลัง รอคิดภาษาสำนวนด่าคน เพื่อให้คนที่ไม่รู้เรื่องราว พลอยเกลียดชังไปด้วยคำเหล่านี้ เฟสเหล่านี้ จะไปถล่ม พร้อมกับเพื่อนการเมืองของผมครับ ดังนั้น ฝ่ายไอทีของผม ตรวจสอบ เฟสผี แล้วสกัด ไม่ให้เข้ามา ด่าทอ อย่างไร้เหตุผล สกรีนตัวตนเฟสก่อน ผมยอมรับความแตกต่าง พูดคุย สอบถามกันนะครับ ว่า จริงเท็จอย่างไร คุยกัน แต่ผม ไม่พร้อมตอบโต้ กับคน ไม่ถามหาข้อมูลแลกเปลี่ยนใดๆ โดยเฉพาะเฟสผี ใช้คนปลอม เข้ามา เพื่อประณาม หยาบๆ อย่างเดียว ขอบคุณครับ คุณริสา รวมถึง ขอบคุณทุกคน ที่ อ่านข้อความนี้ด้วยครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top