Thursday, 2 July 2026
Hard News Team

9 เหตุผลที่ประเทศไทยขึ้นชื่อว่า เป็นประเทศที่โชคดีที่สุดในโลก!!

แม้จะเป็นบทความที่มีการแชร์มานานนับ 10 ปี แต่ประเทศไทย ในบริบทของความเป็นประเทศที่โชคดีที่สุดในโลกนั้น ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

9 เหตุผลที่ประเทศไทยขึ้นชื่อว่า เป็นประเทศที่โชคดีที่สุดในโลก!!

1.) ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางครัวโลกไม่ต้องกลัวอดตาย มีอาหารกินตลอดเวลา และส่งออกไปทั่วโลก 
2.) ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก มีป่าไม้ ภูเขา ทะเล ทองคำ จนได้ชื่อว่า ‘ดินแดนสุวรรณภูมิ’
3.) ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตแผ่นดินไหวโดยตรง แนวแผ่นดินไหวอ้อมประเทศไทยทั้งประเทศ ในขณะที่เกือบทั้งโลกอยู่ในเขตแผ่นดินไหวรุนแรง
4.) ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตพายุรุนแรง นานๆ จะเจอสักครั้ง เพราะพายุไต้ฝุ่นส่วนใหญ่ เกิดในทะเลจีนใต้ บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มาถล่มหนักเวียดนาม ลาว กัมพูชา และอ่อนตัวลง กลายเป็นพายุธรรมดาเมื่อเข้าประเทศไทย

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 13 ตุลาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

‘อนุทิน’ เบรกอย่าโยงกัญชากับยาเสพติด ขออย่าไปผูกกัน เป็นคนละเรื่องกัน

'อนุทิน' บอกคนละเรื่อง ขออย่าผูกโยงการแก้ปัญหายาเสพติดกับกฎหมายกัญชา ยัน สธ.มีความพร้อมเรื่องบำบัดผู้ติดยาทั้งร่างกายและจิตใจ

(12 ต.ค. 65) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเสนอการแก้ไขปัญหายาเสพติด ก่อนเข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาวุธปืนที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวง สธ.จะนำเสนอเรื่องการคัดกรองผู้ป่วย ส่วนรองอธิบดีกรมสุขภาพจิตจะรายงานเรื่องการเยียวยารักษาด้านสุขภาพจิต 

ส่วนที่จะนำผู้ติดยาเข้าบำบัดนั้น สธ.เป็นฝ่ายสนับสนุนโดยกรมการแพทย์ ก็มีสถาบันธัญญารักษ์ เป็นแม่ข่ายในการบำบัดและรักษาผู้ป่วยยาเสพติด รวมถึงโรงพยาบาลในทุกจังหวัด ก็พร้อมให้การรักษาหากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองส่งตัวผู้ป่วยมา ทั้งนี้หากผู้ติดยาเสพติดมีอาการมากก็จะมีการส่งไปตามสถานพยาบาลที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบำบัด

เมื่อถามว่าการรับมือผู้บำบัดจากนี้จะให้ผู้นำชุมชนเข้าไปค้นหาอย่างไร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า อาการผู้ติดยาหากเบาก็จะใช้การบำบัดรักษาและใช้วิธีการทำความเข้าใจให้ความรู้ แต่ถ้าอาการหนักก็จะให้การรักษาทางการแพทย์ตามขั้นตอน

'คปภ. ปลุกพลังนักบิด' จัดโครงการเชิงรุก!! นำร่องส่งเสริมการทำประกันภัย พรบ.

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น. ที่บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาขน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู โรงงาน 5 ต.แพกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดย คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จับมือ คนสมุทรปราการ เพื่อรณรงค์ปลุกพลังนักบิดเพื่อทำประกันภัย พ.ร.บ. โดย ตั้งเป้านำร่องให้นิคมอุตสาหกรรมบางปู และ นักบิดในจังหวัดสมุทรปราการ เข้าสู่การทำประกันภัย พ.ร.บ. 100% 

โดยมี นายชัยยุทธ มังศรี รองเลขาธิการด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ. ได้รับมอบหมายจาก ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งกล่าวเปิดงานในครั้งนี้  มีนายภูธนะ ชมภูมิ่ง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวถึงนโยบายในการดำเนินงานเพื่อสอดรับการดำเนินงานโครงการ และมี นางสาวสิริพักตร์ สุวรรณทัต ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กล่าวรายงาน และวัตถุประสงค์ของการจัดงาน 

โดยมี นายวิชัย ศักดิ์สุริยา รองประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาขน) กล่าวให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นายสัญญา จันทร์โท ผู้ช่วยผู้อำนวยการ นิคมอุตสาหกรรมบางปู นายพชร ศศิชาชยามร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.ท. เกียรติวิรุฬห์ จันทร์ดี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางปู นายเกษม สังข์ภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับประกันภัยและการตลาด บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพิมล ผู้จัดการภาคกลาง (พระนครศรีอยุธยา) บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาสาสมัครประกันภัย และพนักงาน บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาขน) เข้าร่วมในโครงการครั้งนี้

เนื่องด้วย ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย รวมถึงคุ้มครองและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนจากการประกันภัย โดยฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงาน คปภ. มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนประกันภัย พ.ร.บ. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นประกันภัยรถภาคบังคับที่จะช่วยเหลือให้ประชาชนทุกคนได้รับความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย อันเนื่องมากจากเหตุประสบภัยจากรถ และที่ให้ความคุ้มครองประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุจากรถให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหายในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุประสบภัยจากรถ โดยกฎหมายได้กำหนดให้รถทุกคันต้องทำประกันภัยรถภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) กับบริษัทประกันภัยเพื่อว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากรถ ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนจะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยอย่างทันท่วงที 

‘ชัชชาติ’ ชมนิทรรศการ ‘ฝัน ปัง ดัง รวย : 1 ครอบครัว 1 Soft Power’พรรคเพื่อไทย ‘แพทองธาร’ พาชมบูธ อธิบายแนวคิด ทางออกเศรษฐกิจไทย เปลี่ยนชีวิตคนไทยครั้งใหญ่ สร้างรายได้อย่างก้าวกระโดด 

นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ ‘ฝัน ปัง ดัง รวย : 1 ครอบครัว 1 Soft Power’ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจัดเต็มพื้นที่ 3 บูธเพื่อสื่อสารนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power ชูหลักคิดทางออกเศรษฐกิจไทยที่จะเปลี่ยนชีวิตประชาชนครั้งใหญ่อย่างก้าวกระโดด ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ Book Expo Thailand 2022 ที่บูธ I40 Exhibition Hall 6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้เชิญนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เยี่ยมชมห้องนิทรรศการทั้ง 3 บูธ พร้อมอธิบายหลักคิดของนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power ว่าในชีวิตทุกคนล้วนมีความฝัน มีจินตนาการเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของมนุษย์ โดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ห้องน้ำจึงเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเคยใช้ฟุ้งฝัน แต่ก็เป็นที่ที่เราทิ้งความฝันนี้ลงไปเพราะมันแทบเป็นไปไม่ได้ในโลกความจริง แต่พรรคเพื่อไทยมองเห็นว่า ความคิด ความฝัน ถ้าได้รับความเข้าใจและสนับสนุนอย่างถูกต้องให้มั่นใจในคุณค่าแล้ว จะเกิดเป็นความกล้าในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้ แต่ในทางปฏิบัติ จะทำอย่างไรให้ฝันของลูกหลานหรือของประชาชนเป็นจริงได้ เพราะทุกความฝันล้วนมีต้นทุน ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสเข้าถึงความฝันที่มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว 

แพทองธาร กล่าวต่อว่า นโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power เห็นความสำคัญที่ไม่ต้องการให้ฝันของใครต้องตกหล่น เราจึงออกแบบให้มีการตั้งศูนย์เรียนรู้ บ่มเพาะ ศูนย์เทรนนิ่ง ให้ประชาชนที่สนใจเข้าต่อยอดความรู้ ประสบการณ์อย่างเป็นขั้นบันได เพื่อให้คนเข้าถึงตั้งแต่ระดับ ตำบล อำเภอ ระดับประเทศจนถึงต่างประเทศ โดยจะประสานความร่วมมือกับโรงเรียน มหาวิทยาลัย จัดจ้างบุคลากร จัดฝึกอบรมเพิ่มพูนทักษะ และถ้าใครมีทักษะศักยภาพที่ดีอยู่ก็จะสนับสนุนให้ไปหาประสบการณ์ต่อในต่างประเทศ ดังนั้น  นโยบาย1ครอบครัว 1 Soft Power  จึงเป็นนโยบายที่จะเพิ่มโอกาสและขยายศักยภาพสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน

แห่บุญกฐิน!! พุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมทอดกฐินสามัคคี ถวายวัดบางพลีใหญ่กลาง 

ที่ศาลาการเปรียญ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ วัดบางพลีใหญ่กลาง ร่วมกับ ครอบครัวฟักศิริ ครอบครัวคล้ายนิยมและพุทธศาสนิกชน ร่วมจัดพิธีทอดผ้ากฐินสามัคคีประจำปี 2565 โดย ได้รับความเมตตาจากท่าน พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

โดยมี คุณพ่อสมาน คุณแม่นิล ฟักศิริ เป็นประธานฝ่ายอุปถัมภ์ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอบางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ตลอดจนครอบครัวคล้ายนิยม คหบดี ผู้ใจบุญตัวแทนสถานประกอบการ บริษัท ห้างร้าน คณะกรรมการ ไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอบางพลี คณะครู นักเรียนโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก รวมทั้ง พี่น้องประชาชนชาวอำเภอบางพลี ร่วมกันถวายผ้ากฐิน ประจำปี 2565

ผบ.ตร. แถลง จับยาบ้ากว่า 12 ล้านเม็ด คีตามีน 50 กก. ยึดทรัพย์ตัดรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติด 

วันนี้ (12 ต.ค.65) เวลา 14.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ 2 คดี พร้อมยาเสพติดของกลางยาบ้า 11,684,000 เม็ด คีตามีน 50 กิโลกรัม, ไอซ์ 2 กิโลกรัม และตรวจยึดทรัพย์สิน มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ เปิดเผยว่า คดีแรก จับกุมนายตนุภัทร อนันต์สิริพิทักษ์ กับ นายสืบศักดิ์ แซ่กือ กลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้บริเวณริมถนนสาย สิงห์บุรี-ลพบุรี (ทล.311) ขณะกำลังขับรถพยายามหลบหนีด่านตรวจ เพื่อลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้กับลูกค้าในจังหวัดสระบุรี ตรวจสอบภายในรถพบ กระสอบจำนวน 33 ใบ ด้านในบรรจุยาบ้า จำนวน 6,500,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยกระดาษสาสีขาว จำนวน 3,250 มัด, กระเป๋า 2 ใบ ด้านในบรรจุเคตามีน น้ำหนัก 50 กก. บรรจุอยู่ในห่อขาสีเขียว จำนวน 50 ห่อ 

นอกจากนี้ยังยึดโทรศัพท์มือถือได้ 3 เครื่อง, เงินสด 51,000 บาท พร้อมรถของกลางที่ร่วมขบวนการ รวม 3 คัน ส่วนผู้ขับขี่รถอีก 2 คันหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

สอบถาม 2 ผู้ต้องหา รับว่าตนมีอาชีพ “วิ่งผัก” แต่ได้มาร่วมกับ นายเกียรติพันธ์ แซ่ซ้ง ผู้ต้องหาที่หลบหนี รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ได้ค่าจ้าง 2 แสนบาท 

เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ฯ และร่วมกันกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ประเภท ๒ (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

ทั้งนี้ นายเกียรติพันธ์ ฯ ยังพบว่ามีหมายจับของศาลจังหวัดแม่สอด หมายจับที่ 21/2557 ลง 21 ส.ค.57 ในข้อหา “ฆ่าบุพการี” ด้วย 

อีกคดี ตำรวจ ปส. นำกำลังเข้าจับกุมนายเล่ง แซ่ม้า ได้ที่บริเวณป่าละเมาะ ริมถนน ทล.12 (ตาก-สุโขทัย) ต.ริมน้ำ อ.เมือง จ.ตาก หลังขับรถบรรทุกฝ่าการเรียกตรวจค้นของตำรวจ ปส. เพื่อลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ อ.เทิง จ.เชียงราย นำไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง ตรวจสอบภายในรถพบ ยาบ้า จำนวน 5,184,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยกระดาษสาสีขาว (ประดับตรา 999) จำนวน 2,592 มัด, ยาไอซ์ 2 กก. บรรจุอยู่ในห่อชาสีเขียวจำนวน 2 ห่อ พร้อมยึดรถบรรทุกที่ร่วมขบวนการ จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสดอีก 8,000 บาท แจ้งข้อหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) 

ก.แรงงาน ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 08.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีความอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล นายสุทธิ สุโกศล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เข้าร่วมด้วย ณ บริเวณโถงชั้นล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน

‘อลงกรณ์’ ลุยพัฒนาเกษตรฯยั่งยืนระดับตำบล นำร่องเพชรบุรีจังหวัดแรก ก่อนขยายไปทั่วปท.

'อลงกรณ์' เร่งวางรากฐานการพัฒนาเกษตรกรรม ยกระดับสู่ความยั่งยืน 7,255 ตำบลทั่วประเทศ ลุยเดินหน้าผนึกพลังชุมชนนำร่องเพชรบุรีโมเดลร่วมกับหน่วยราชการศูนย์ AIC และ ภาคเอกชน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งชาติเปิดเผยวันนี้ภายหลังเป็นประธานการประชุมเพื่อสร้างการรับรู้นโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลในจังหวัดเพชรบุรีภายใต้เพชรบุรีโมเดลเป็นจังหวัดแรก ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อและที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยมีคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล ตัวแทนส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตร กลุ่มอาสาสมัครเกษตร กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young smart farmer) ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตร ปราชญ์เกษตร กลุ่มผู้ใช้น้ำ ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือศูนย์ AIC เพชรบุรี ผู้แทนคณะทำงานเพชรบุรีโมเดล ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาแบรนด์เพชรบุรี คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ และผู้นำชุมชนในตำบลบ้านหม้อ ต้นมะม่วง ตำบลหนองโสน ตำบลธงชัย และตำบลบ้านกุ่ม เข้าร่วมประชุม

นายอลงกรณ์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการประชุมว่าต้องการที่จะให้แต่ละตำบลได้มีการพัฒนาระบบเกษตรกรรมในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนพร้อมกันทั่วประเทศ 7,255 ตำบล ขณะนี้มีการแต่งตั้งเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงเกษตร กระทรวงมหาดไทยและทุกภาคีภาคส่วนโดยหวังว่าการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนจะสร้างอาชีพสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรและชุมชน เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาหนี้สินและความยากจน โดยมีการส่งเสริมทั้ง3สาขาเกษตรคือพืช ประมงและปศุสัตว์ตามศักยภาพและอัตลักษณ์ของแต่ละตำบลเป็นการปักหลักวางหมุดหมายการพัฒนาแบบยั่งยืนลงไปถึงระดับชุมชนหมู่บ้าน ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ ได้แก่ ตลาดนำการผลิต เทคโนโลยีเกษตร 4.0 เกษตรปลอดภัย เกษตรยั่งยืน เกษตรมั่นคง การบูรณาการทำงานเชิงรุกทุกภาคส่วน และเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ซึ่งจะเป็นกลไกการพัฒนาหมู่บ้านตำบลแบบบูรณาการทุกภาคส่วน เชื่อว่ากลไกใหม่ที่วางไว้ทุกตำบลทั่วทั้งประเทศ จะเป็นเสาเข็มใหม่ 7,255 ต้นที่จะเป็นฐานที่แข็งแกร่งให้กับชุมชนและประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top