Friday, 3 July 2026
Hard News Team

สถาบันยานยนต์ ผนึก เกาหลี ร่วมเทสต์แบตเตอรี่รถอีวี เสริมศักยภาพการทดสอบแบตฯ รถยนต์ไฟฟ้าของประเทศ

สถาบันยานยนต์ ร่วมมือ เกาหลี พัฒนาการทดสอบแบตฯ ยานยนต์ไฟฟ้า เสริมศักยภาพการทดสอบของประเทศไทย

เมื่อวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2565 สถาบันยานยนต์ (สยย.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOC (Memorandum Of Cooperation) ด้านการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมกับ Korea Conformity Laboratories (KCL) ประเทศเกาหลีใต้ ณ ห้องประชุม 301 สถาบันยานยนต์ สำนักงานกล้วยน้ำไท

โดย นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล รักษาการผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ และ นายคิม แจฮง (Mr. Kim 
Jae Hong) ประธานของ KCL เป็นผู้ลงนามความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ เทคโนโลยีด้านการทดสอบ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านวิศวกรรม การพัฒนาผู้เชี่ยวชาญทางด้านการประเมินผลการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า การส่งเสริมห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า และการพัฒนามาตรฐานการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย และประเทศเกาหลีใต้ ให้เดินหน้าไปพร้อม ๆ กัน อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

‘สุราก้าวหน้า’ กระสุนสั่งลาของ ‘ก้าวไกล’ แค่คนไม่ได้หน้าในฐานะผู้เคาะนโยบาย

หลังจาก พรบ. ภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ .. พ.ศ. …. ที่พรรคก้าวไกลเสนอเข้าสภาวาระ 2 – 3 ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 (เรียกย่อว่า พรบ. สุราก้าวหน้า) ถูกกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ออกตัดหน้า พรบ. สุราก้าวหน้า ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

บรรดา ‘หัวก้าวหน้า’ ต่างก็ออกมาร่วมซัด กฎกระทรวงฉบับใหม่ ที่ว่ากันว่า ออกมาแย่งซีนบ้าง กันท่าบ้าง สาระสำคัญยังอวยยศให้นายทุนเหล้าเบียร์อยู่บ้าง แม้จะเป็นการออกมาร่วมกันสำทับแบบกลืนน้ำลายในคอ เพราะรู้ตัวดีว่ากฎกระทรวงใหม่นี้ ก็ไม่ได้มีอะไรที่หลุดจากพรบ.สุราก้าวหน้ามากมายก็ตาม 

ทั้งนี้ หากลองย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของกฎหมายสุราก้าวหน้าในสภา โดย เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.พรรคก้าวไกล แถลงเปิดตัวร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า อธิบายว่าร่างนี้แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต มาตรา 153 เพื่อให้มีการ ‘ปลดล็อกการผลิตสุรารายย่อย’ อีกทั้งยังรวมถึงการ ‘ปลดล็อกอนุญาตให้ทำสุราเพื่อบริโภคเองภายในครัวเรือน’ (แต่จริงๆ ก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายที่ทำให้ตัวเองไม่สามารถทำคราฟต์เบียร์ได้เสรีแล้วก็โวยวายจนกลายเป็นร่างเสนอ) ซึ่งหากมองจากกฎกระทรวงใหม่ ก็มีการ ‘ปลดล็อก’ เงื่อนไขในแบบที่สอดคล้องกับ พรบ.สุราก้าวหน้า ในระดับหนึ่งกันเลยทีเดียว

ว่าแต่ การเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า ‘ปลดล็อก’ ของกฎกระทรวงใหม่ 2565 มีความต่างจากปี 2560 และสอดคล้องกับ พรบ.สุราก้าวหน้าอย่างไรบ้าง?

1.
กฎกระทรวง 2560 >> บริวผับ (บรรจุขวดขายไม่ได้) ต้องมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท
พรบ. สุราก้าวหน้า >> ห้ามกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ
กฎกระทรวง 2565 >> ไม่กำหนดทุนจดทะเบียน

2.
กฎกระทรวง 2560>> บริวผับ (บรรจุขวดขายไม่ได้) ต้องมีกำลังผลิตขั้นต่ำ 100,000 ลิตร ไม่เกิน 1 ล้านลิตรต่อปี
พรบ. สุราก้าวหน้า >> ห้ามกำหนดกำลังผลิตขั้นต่ำและการกีดกันอื่นใด
กฎกระทรวง 2565 >> ไม่กำหนดกำลังผลิตขั้นต่ำ แต่ต้องมีเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด และ ***ปฏิบัติตาม กม. สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข***

3.
กฎกระทรวง 2560 >> โรงเบียร์ ต้องมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท
พรบ. สุราก้าวหน้า >> ห้ามกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ
กฎกระทรวง 2565 >> ไม่กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ

4.
กฎกระทรวง 2560 >> โรงเบียร์ ต้องมีกำลังผลิตขั้นต่ำ 10 ล้านลิตรต่อปี
พรบ. สุราก้าวหน้า >> ห้ามกำหนดกำลังผลิตขั้นต่ำและการกีดกันอื่นใด
กฎกระทรวง 2565 >> ไม่กำหนดกำลังผลิตขั้นต่ำ ***แต่ต้องมีสายการผลิตที่ติดตั้งระบบพิมพ์เครื่องหมายการเสียภาษี และผ่านความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม***

Alexa เอไอ ของ Amazon โชว์โหด!! แนะพ่อ ‘ต่อยคอเด็ก’ เพื่อให้หยุดหัวเราะ

พ่อชาวอังกฤษวัย 45 ปี สุดช็อกหลัง ‘Alexa’ ลำโพงเอไอของแอมะซอนที่เพิ่งได้มาตั้งคำถามถึงวิธีการเลี้ยงดูเด็กแนะนำให้เขาต่อยคอลูกเพื่อให้หยุดหัวเราะ แอมะซอนยืนยันรีบลบข้อมูลทันทีที่รู้เรื่อง

เดอะมิเรอร์ สื่ออังกฤษรายงานเมื่อวันที่ (1 พ.ย. 65) ว่า พ่อชาวอังกฤษวัย 45 ปี อดัม แชมเบอร์เลน (Adam Chamberlain) จากเชฟฟิลด์ (Sheffield) ตกใจและเปิดเผยต่อสาธารณะหลังพบว่า ‘อเล็กซา’ (Alexa) ซึ่งเป็นเอไอลำโพงคอมพิวเตอร์แอมะซอน Echo ที่โด่งดังและเพิ่งได้มาใหม่นั้น ได้แสดงวิธีการเลี้ยงดูเด็กที่เป็นอันตราย

โดย แชมเบอร์เลน ได้โพสต์วิดีโอคลิปที่เป็นการถามตอบระหว่างเขาและอเล็กซา และกลายเป็นที่โด่งดังไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งโดยในวิดีโอคลิปพบว่าคุณพ่อวัย 45 ปี ได้ตั้งคำถามถึงวิธีการทำให้เด็กหยุดหัวเราะ ซึ่งในคลิปเขาถามอเล็กซาว่า “อเล็กซา คุณจะหยุดเด็ก ๆ จากการหัวเราะได้อย่างไร”

และในวิดีโอคลิปพบว่าอเล็กซา ซึ่งเป็นเอไอตอบกลับมาว่า...

'แม่ค้าออนไลน์' โอด!! โดนเรียกภาษีย้อนหลัง 4 ล้าน หลังเจอสรรพากรแคปทุกโพสต์ เก็บทุกเม็ด

กำลังเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ เมื่อ ปุ๊กกี้ แม่ค้าออนไลน์คนดัง และโค้ชสอนด้านการตลาด อีกทั้งยังเป็นผู้สมัครเข้าประกวดมิสแกรนด์พิษณุโลก ได้ออกมาโพสต์ข้อความหลังถูกสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังกว่า 4 ล้านบาท 

โดยเพจ 'เชียงใหม่นิวส์ Chiang Mai News ข่าวเชียงใหม่' ได้โพสต์ข้อความ ว่า...

"ตั้งแต่โดนภาษีย้อนหลัง 4 ล้าน ก็ไม่โพสรายได้/สเตทเม้นอีกเลย เข็ด5555555 #ขอใช้ชีวิตเงียบๆ เตรียมวางแผนย้ายไปอยู่ ตปท.ละ เคสกี้โดนจับตามองมา 4 ปี แบบไม่รู้ตัว ตั้งแต่เฟสเก่า ยันเฟสใหม่ นามสกุลใหม่ แคปทุกโพส ทุกความสำเร็จของเรา ซื้อบ้าน รถ ที่ดิน ตามเก็บเหมือนเป็น FC เล๊ยยยย ต้องอธิบายให้ครบเอกสารประมาณ 2 แฟ้มใหญ่ ๆ ที่ทางเขาเก็บไว้🤣 โดนตรวจสอบแบบปวดหัวไปหมด  #หวังดีนะทุกคน จ่ายภาษีก็จริง แต่ถ้ารู้ว่าเราไม่เคลียร์จริงๆ เอกสารไม่ครบ โดนเหมา 60 / 40 +ค่าปรับจุก ๆ อย่าหาทำเลย ภาพลักษณ์ที่ได้ ไม่คุ้มกับเงินที่เสีย"

‘นักร้องไต้หวัน’ ปล่อยเพลงฮิตติดหูภาษาจีน แต่ฟังเป็นไทยได้ว่า “ไม่มี ไม่ใช่ ไม่ต้องกลัว”

(2 พ.ย. 65) เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘ลุยจีน’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ วิดีโอซิงเกิลเพลงใหม่ของ โชว์ หลัว (Show Lo) หรือที่รู้จักในชื่อ ‘เสี่ยวจู’ นักร้อง-นักแสดงชื่อดัง ชาวไต้หวัน ที่สร้างสรรค์เพลงที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาจีน แต่สามารถฟังและร้องออกมาพ้องเสียงกับภาษาไทยอย่างแยบยลไว้ว่า…

🇹🇭 ภาษาไทย Go Inter ละครับ หยั่งชอบเลย 5555555 
ไม่ต้องกลัวๆๆๆๆๆๆๆ
อัพแอนด์ดาวน์ อัพ อัพ แอนด์ดาวน์....
ช่วยด้วยหยุดร้องตามไม่ได้ โคตร Earworm🤣🤣🤣

เข้าไปฟังเพลงเต็มและเต้นตามอย่างเมามันส์ได้เลยครับ 5555 https://www.youtube.com/watch?v=g-l7aY0_vUQ 
Creative มากๆ👍

ตัวเนื้อเพลงเล่นกับภาษาไทยหลายคำที่ออกเสียงคล้ายภาษาจีน แล้วคนจีนชอบเอามาล้อว่าเวลาไปไทยให้ฝึกพูดคำไทยง่ายๆ เหล่านี้ไว้

ไม่มี (ม่าย หมี่) 买米 - ซื้อข้าว
ไม่ใช่ (ม่าย ไช่) 买菜 - ซื้อผัก
ไม่ต้องกลัว (ม่าย ตง กัว) 买冬瓜 - ซื้อฟัก
ไม่ต้องกลัวผี (ม่าย ตง กัว ผี) 买冬瓜皮 - ซื้อเปลือกฟัก
สวัสดีค่ะ (ซวา หว่อ ตี ข่า) 刷我的卡 - รูดการ์ดของฉัน

ผมล่ะอยากเห็นทีมที่มาสอนเต้นเลยครับ อารมณ์จริตอะไรคือได้มากกก 55555😆 So Thai ห่าว ไท่ กั๋วววว

โดย เพลงนี้มีชื่อว่า ‘買冬瓜’ แปลว่า ‘ซื้อฟักเขียว’ ซึ่งออกเสียงว่า ม่ายตงกัว พ้องกับภาษาไทยว่า “ไม่ต้องกลัว”

อีกทั้งในมิวสิกวิดีโอเพลงยังได้ทำโลเคชั่นล้อไปกับตลาดนัดของประเทศไทย โดยมีคำว่า ‘Thailand’ ประกอบอยู่ด้วย พร้อมมีซับไตเติลภาษาไทยประกอบไว้ด้วย 

‘พิธา’ วอนขอ ส.ส. โหวตหนุน ‘สุราก้าวหน้า’ ชี้!! เพื่ออนาคตเกษตรกร-ผู้ประกอบการรายย่อย

พิธา อภิปรายโค้งสุดท้าย ‘สุราก้าวหน้า’ เทียบกฎกระทรวงกับร่างสุราก้าวหน้าแตกต่างชัดเจน ยังคงกีดกันการค้ารายย่อยหนุนทุนใหญ่ผูกขาดเหมือนเดิม พร้อมกระตุกจิตสำนึก ส.ส. โหวตเสร็จคงจะกลับไปกินเหล้านอกต่อไม่ว่ากัน แต่ขอโหวตเพื่ออนาคตของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยด้วย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.สรรพสามิต หรือร่างกฎหมาย ‘สุราก้าวหน้า’ ที่กำลังมีการอภิปรายในวาระ 2 และจะมีการลงมติวาระ 3 ในวันนี้ พร้อมชี้ข้อเปรียบเทียบกับกฎกระทรวง ว่าด้วยการผลิตสุรา ที่ออกมาใหม่โดยรัฐบาลเมื่อวานนี้

พิธาระบุว่าหลักการที่สำคัญที่สุดในการพิจาราเรื่องนี้ คือการเอาสภาพข้อเท็จจริงและศักยภาพของผู้ประกอบการ มาเทียบกับร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า และกฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อวานนี้ ว่าสิ่งใดที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของประเทศและศักยภาพของผู้ประกอบการมากกว่ากัน

ซึ่งหากเป็นกฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อวานนี้ กล่าวได้ว่าเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนจากล็อกเก่ามาเป็นล็อกใหม่เท่านั้น หากพิจารณาตามข้อเท็จจริง ผู้ประกอบการจินหรือรำ ทั้งที่เชียงใหม่ หนองคาย สงขลา สุราษฎร์ธานี ที่เป็นผู้ประกอบการระดับโลก ส่งออกไปได้ 17 ประเทศ ชนะการประกวดทั้งที่ปารีส โตเกียว ฮ่องกง ชนะคู่แข่งจากออสเตรเลีย อาร์เจนติน่าจะไม่ได้รับการปลดล็อกจากกฎกระทรวงฉบับนี้ ด้วยการกำหนดกำลังการผลิตขั้นต่ำ 30,000 ลิตรต่อวันที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลย รวมทั้งการที่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็น

5 มิติ โครงสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจไทย

จากผลงานวิจัยศึกษาของ ADB (2015) พบว่าโครงสร้างของสถาบันทางเศรษฐกิจไม่ได้เอื้อให้ผลิตภาพของแรงงานไทยเติบโตทันกับการพัฒนาของอุตสาหกรรม ซึ่งมักพึ่งพิงเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากภาคธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาผ่านการลงทุนทางตรงระหว่างประเทศ สมประวิณ มันประเสริฐ นักการธนาคาร จึงเสนอแนวทางในการปรับโครงสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจใน 5 มิติ ได้แก่

1. การพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และการสร้างนวัตกรรม 
โดยยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

2. การปรับโครงสร้างการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากรที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต 
แรงงานไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในภาคการผลิตที่มีผลิตภาพต่ำและมีทักษะต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเปรียบเทียบกับระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จากการศึกษาของ World Economic Forum (2014) ยังพบว่าการศึกษาของแรงงานไทยมักไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน แนวนโยบายที่จะช่วยยกระดับการศึกษาของไทยเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณทางด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การยกระดับคุณภาพบุคลากรทางการศึกษา และสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคการผลิตมากขึ้น

เจ้าของร้านเหล้า เคลียร์ใจ ‘อิลสลิก’ แล้ว หลังด่า “ไอ้กวีขี้หมา” ชี้!! ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด

(2 พ.ย. 65) เรียกได้ว่ามีกระแสข่าวไม่เว้นช่วงเลย สำหรับหนุ่ม ‘อิลสลิก’ หรือทิฆัมพร เวชไทยสงค์ นักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดัง เพราะล่าสุดก็มีประเด็นกระแสดรามากับเจ้าของร้านเหล้าที่ว่าจ้างให้ไปทำการแสดง แต่กลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดและถูกโพสต์ด่าว่า “ไอ้กวีขี้หมา”

โดยเมื่อวานนี้ (1 พ.ย. 65) แร็ปเปอร์หนุ่ม ‘อิลสลิก’ หรือทิฆัมพร เวชไทยสงค์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Illslick - Thikhumporn Whetthaisong’ ถึงเรื่องคุณค่าของแฟนคลับ ไม่ได้วัดกันที่เงิน โดยระบุว่า…

“ราคาค่าตั๋วไม่ว่าจะมากหรือน้อย ไม่ได้วัดคุณค่าของคนฟัง ไม่ได้แปลว่าใครรักศิลปินมากกว่าใคร คนที่มีเงินน้อยจองตั๋วได้แค่ด้านหลังก็ไม่ได้แปลว่าไม่รักศิลปิน คนที่มีเงินมากอยู่หน้าสุดก็ไม่ได้แปลว่ารู้จักหรือร้องเพลงได้ทุกเพลง เงินไม่ได้วัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเงินมากหรือน้อยก็เท่าเทียมกัน ผมรักคนที่ฟังผมจริงๆ ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลัง ซื้อตั๋วกี่บาทก็ตาม ฝากไปถึงทุกๆ ที่ที่ผมจะไปแสดงที่เหลือ ไม่ว่าแฟนเพลงคนไหนจะซื้อตั๋วกี่บาท ผมอยากให้ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ใส่ใจไม่ต่างกันไม่ว่าคนพวกนั้นจะยืนที่ไหน ทุกคนคือคนฟังของผมครับ 💜”

หากอ่านแค่โพสต์ของหนุ่ม ‘อิลสลิก’ เฉยๆ ก็คงไม่ได้รู้สึกว่ามีเรื่องดรามาอะไร ซ้ำยังจะรู้สึกว่าหนุ่มอิสลิกแคร์แฟนๆ ที่รักของเขาทุกคน โดยไม่สนเรื่องเงินทองและไม่ได้วัดความรักของแฟนคลับจากเงินที่จ่ายค่าตั๋วชมการแสดง แต่หลังจากที่หนุ่ม ‘อิลสลิก’ โพสต์ข้อความไปแล้ว เจ้าของร้านเหล้าร้านดังก็ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้ทันที โดยระบุว่า…

“ผมว่าผมจะไม่พูดถึงละนะแต่คุณเริ่มก่อน การจ้างคุณมาเล่น เป็นงานที่ทุกคนในร้านเหนื่อยทั้งกายและใจกันที่สุด ตั้งแต่เปิดร้านมา 5 ปี ความเห็นส่วนตัวนะครับ คอนเสิร์ตครั้งนี้มีการเซ็นสัญญาก่อนคุณจะมีประเด็นกับนักร้องท่านอื่น จนทำให้ทางผมต้องเลื่อนการโปรโมตการมาเล่นของทางคุณไป ให้กระแสมันลดลงก่อน ส่วนเรื่องราคาตั๋วทำไมต้องราคานี้คุณลืมอะไรเปล่าว่าค่าตัวคุณ 450,000 บาท+ค่าที่พัก+ค่าเอนเตอร์เทนคุณ+ค่าภาษี ที่ต้องจ่ายเป็นเท่าไรละครับ”

สรุปค่าโต๊ะ+ค่าตั๋วทางร้านขายได้เป็นเงิน 200,000-270,000 (วันนี้ผมจะเข้าไปสรุปยอด) ขาดทุนมหาศาล คุณยังมาปากดีอีกนะไอ้กวี การแสดงของคุณ 40-45 นาที กับการแสดงที่ธรรมดาโคตรๆ และนิสัยแบบคุณผมนึกว่าเมื่อคืนผมจ้างเด็ก 3 ขวบ มาเล่นคอนเสิร์ต ทำตัวยังกับตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่สนใจคนอื่น ทางร้านได้ตกลงกับคนดีลงานว่าหลังจากเล่นคอนเสิร์ตเสร็จคุณต้องมาแจกลายเซ็นแฟนคลับ แต่คุณให้แฟนคลับคุณนั่งรอคุณนับ 100 คน 1 ชม. 30 นาที แต่คุณกลับโดยไม่ชี้แจงอะไรทั้งสิ้น บางคนขับรถมาจากนครศรีธรรมราช บางคนมาจากจันทบุรี บางคนมาจากโคราช บางคนเอาเค้กมาให้คุณ รอคุณอยู่ด้วยความรักในตัวคุณ คุณยังทิ้งพวกเค้าเลย อย่ามาพูดเอาหล่อเอาว่าตัวเองดูดีเลยครับ นิสัยแบบคุณถ้าทำบ่อยๆ จากนิสัยจะกลายเป็นสันดาน และจะเป็นสันดานที่ไม่ดีด้วย”

“#10ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ผมเห็นสันดานคุณกับตาแล้วครับ หนักกว่าที่เขาพูดกันอีกถุย ไอ้กวีขี้หมา! การค้าขายไม่มีคำว่านรกหรือสวรรค์ มีแต่กำไรหรือขาดทุน ผมขาดทุนผมไม่ว่าเรื่องเล็กแต่สิ่งที่คุณทำกับ FC คุณเอง ทำร้ายความรู้สึกทำร้ายจิตใจทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นเขารักคุณ คุณยังทำพวกเขาแบบนี้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ”

“สุดท้ายนี้ ถ้าคุณว่าเงินไม่ได้สำคัญ ไม่ได้วัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ คุณก็มาเล่นฟรีหรือค่าตัวซัก 1 แสนสิผมจะได้ขายตั๋ว 300 ทุกคน ไม่ใช่ค่าตัวขนาดนี้ แต่เล่นได้แค่นี้อ่ะนะ ถ้ารู้ก่อนเอาค่าตัวที่จ้างคุณไปซื้ออาหารแจกหมาจรจัดดีกว่า โอเคนะครับไอ้กวี”

หลังจากที่เจ้าของร้านเหล้าโพสต์ข้อความนี้ออกไป ‘ลิลลี่ ตัณฑ์เอกชน’ แฟนสาวของหนุ่ม ‘อิลสลิก’ ก็ได้ออกมาตอบโต้พร้อมชี้แจงว่า…

“ขอโทษนะคะ ทำไมอยู่ดีๆ มาด่ากันหรอคะ งงมาก ตอนอยู่ที่ร้าน พูดคุยกันปกติ และก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แล้วเรื่องที่พิมพ์มาคืออะไรคะ อยู่ๆ ก็มาว่า ทางเราก็ยังไม่ได้ไปว่าอะไรร้านเลยนะ แค่มีแฟนคลับบางคนมาน้อยใจที่ตัวเองไม่มีเงินมาดู เราไปอ่านเจอแล้วพิมพ์ถึงแฟนคลับ อย่ากังวลเรื่องมีเงินซื้อบัตรมั้ย ราคาเท่าไหร่ก็เหมือนกัน นอกจากนี้น้องๆ บางคนเขาก็ฝากของมาให้ทางร้านให้ศิลปิน แต่ร้านไม่ฝากให้ แล้วเอาของไปให้คนอื่นแทน เราเลยเขียนถึง โดยไม่ได้ว่าอะไรร้านนี่คะ แล้วอันนี้คืออะไร ที่พิมพ์มาก็ไม่ตรงความจริงเลยสักอย่างนะคะ แบบนี้แค่อยากให้คนมาด่ากัน เอากระแสหรอคะ ลี่รบกวนชี้แจงหน่อยค่ะ”

นอกจากนี้ ลิลลี่ได้ชี้แจงประเด็นแจกลายเซ็นว่า “ส่วนเรื่องแจกลายเซ็น จริงๆ แล้วตั้งแต่งานแรกที่เรารับ ทุกงานไม่มีการยืนยันรับปากว่าจะแจกลายเซ็นได้ชัวร์ 100% หรือแจกได้กี่นาที เพราะเราดูสถานการณ์หน้างาน จำนวนคน การ์ด ความปลอดภัย ดูเวลา และสถานที่ บางทีสะดวกพี่อิลแจกเป็นชั่วโมง ตอนเช็กอินไม่ได้แจกเลย เพราะจำนวนคนเยอะมาก มันแจกไม่ได้ จะใช้วิธีเซ็นฝากไป เซ็นเป็นร้อยๆ ชิ้น แค่คนไม่เห็น เพราะไม่ได้พูด และถ้าบอกว่ามีการสัญญาว่าจะตัองไปแจก น่าจะมีการผิดพลาดอะไรรึป่าวคะ มีหลักฐานมั้ยคะ ปกติพี่อิลจะนั่งแจกในรถตู้เอง หรือไม่ก็บางร้านเราก็ไปเกาะรั้วแจก ส่วน ร้านพี่ เราคุยงานอยู่ร้านจนถึงตี 2 ร้านปิด เพราะมีปัญหาเรื่องงานที่ต้องพูดคุยกัน ซีเรียสมาก ทางเจ้าของก็ไม่เข้ามาคุย ไม่ได้มาใส่ใจถามไถ่ด้วยตัวเอง แล้วตอนออกไปจากที่ห้องรับรอง ออกไปพี่อิลไม่เจอใคร ร้านก็ไม่ได้อะไรพี่อิลเลยนะคะ แบบนี้ใครผิดใครถูก พี่อิลมองหาไม่เจอแฟนคลับสักคนเลยกลับ ทำไมไม่เดินเข้าไปแจ้งพี่อิล และทำไมไม่แจ้งไม่ถามก่อนแสดงว่ามีการแจกมั้ย ที่ไหนตอนไหน สะดวกมั้ย ร้านให้เราขึ้นก็เที่ยงคืนแล้ว กว่าจะเล่นเสร็จ ถ้าไม่อยากแจก จะนั่งรอยันร้านปิดทำไมคะ รีบกลับไปนอนไม่ดีกว่าหรอ มีกล้องวงจรมั้ยคะ ว่าพี่อิลกลับตอนไหน”

รมว.สุชาติ ชื่นชมเยาวชนไทย-ผู้สนับสนุน หลังเด็กไทยคว้า 7 เหรียญแข่งขันฝีมือโลก

รมว.แรงงาน มอบรางวัลผู้เข้าแข่งขัน WorldSkills ครั้งที่ 46 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนการแข่งขัน ดันเยาวชนไทยคว้า 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผมขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 46 ที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลในเวทีระดับโลกมาได้ นี่คือความสำเร็จในการแสดงความสามารถและศักยภาพของเยาวชนไทย ที่มีทักษะฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้แตกต่างจากการแข่งขันในครั้งที่ผ่านมา โดยแยกสนามแข่งขันถึง 15 ประเทศแข่งขันทั้งหมด 62 สาขา ระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม 2565  ประเทศไทยส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 12 สาขา รวม 13 คน  มีประเภททีม 1 สาขา 

ผลการแข่งขันในครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจ ที่ไทยสามารถคว้ามาได้ 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม เหรียญเงินจากสาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) มีนายณัฐวุฒิ เพ็ชรงาม เป็นตัวแทน เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม 6 เหรียญ จากสาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกัด) มีนายสุทธิศักดิ์ อู่เล็ก เป็นตัวแทน  สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม 2 คน) มีนายณัฐวัสส์ ทองพินิจกุล และ นายชุติเดช ทองพินิจกุล เป็นตัวแทน สาขาการออกแบบเกมเชิงสามมิติ มีนายเจษฎาภรณ์ แก่นนอก เป็นตัวแทน สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย มีนางสาวศิริพร ทรปราณี เป็นตัวแทน สาขาการประกอบอาหาร มีนายภูริพัฒน์ วุฒิพัฒนานนท์ เป็นตัวแทน และสาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีนางสาวจุฑารัตน์ บุญนาค เป็นตัวแทน 

นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า รางวัลที่ได้รับช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการผลิตแรงงานที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในระดับสากล  สร้างการยอมรับจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงเปิดโอกาสให้แรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศได้มากขึ้นด้วย สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภายใต้การกำกับดูแลของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นให้แรงงานไทยมีทักษะฝีมือได้มาตรฐานสากล ส่งเสริมการมีงานทำและมีรายได้ที่มั่นคง  

ซึ่งการแข่งขันฝีมือแรงงานช่วยยกระดับให้เป็นแรงงานคุณภาพ (Super Worker) นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลก และเป็นการสร้างมิตรภาพและความเข้าใจอันดีต่อกันและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานในระดับนานาชาติต่อไป สำหรับเยาวชนที่เข้าแข่งขันในสาขาอื่น ๆ ที่ไม่ได้เหรียญรางวัล ผมขอเป็นกำลังใจให้ด้วยเช่นกัน เพราะการก้าวไปสู่เวทีระดับโลกได้ ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก จึงขอให้นำประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาปรับปรุงทักษะฝีมือของตนเองให้มากขึ้น และนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อวิชาชีพและการทำงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต

‘ส.ส.เพื่อไทย’ ชี้ หลายชาติมหาอำนาจเมินเอเปก เหตุ!! ไม่เชื่อมั่นในศักยภาพผู้นำของไทย

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 65 น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) หรือ เอเปก 2022 ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการจัดการประชุมในครั้งนี้ หวังสร้างผลงานให้ประทับใจผู้นำโลก เป็นที่น่าเสียดายหากในการประชุมที่กรุงเทพฯ นี้ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะผู้นำประเทศมหาอำนาจหลายประเทศไม่ให้ความสำคัญ ส่งเพียงผู้นำระดับรองมาร่วมประชุมแทน ไม่ว่าจะเป็นนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดี สหรัฐฯ เลือกไปงานแต่งหลานสาวมากกว่ามาร่วมประชุมที่ประเทศไทย ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ผู้นำหลายประเทศไม่มาร่วมประชุม เพราะไม่มีความเชื่อถือในตัวผู้นำของประเทศไทย 

น.ส.ทัศนีย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของนโยบายยกแผ่นดินไทยให้ชาวต่างชาติซื้อที่ดินในประเทศไทยได้นั้น รัฐบาลควรชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ ว่าเป้าประสงค์ของรัฐบาลคืออะไร ที่ผ่านมารัฐบาลใช้มาตรการทางภาษี เพื่อดึงนักลงทุนต่างประเทศให้มาลงทุนในประเทศไทย นักลงทุนก็ไม่มาลงทุน เพราะเขาไม่มั่นใจในนโยบายเศรษฐกิจของไทย และความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตานักลงทุนตกต่ำลงมาก 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top