Friday, 3 July 2026
Hard News Team

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 3 ปี 2565

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ที่ ห้องปัญญาวิจิตรธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ธปท.สภอ.) ริมบึงแก่นนครเขตเทศบาลนครขอนแก่น นายศรัณย์  ธำรงรัตน์  ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประธานการแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีโดยมี นางรวิวรรณ์  ศิริเกษมทรัพย์  ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ,นายนพดล  บูรณะธนัง รองผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ,นายสุวัฒน์  วิเชียรศิริ รองผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ,นายวิศลย์  ปรีชา รองผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,นางกาญจนา  ภาพพิมาย ผู้จัดการศูนย์ ศูนย์จัดการธนบัตรขอนแก่น และสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมให้ความสนใจการแถลงข่าวในครั้งนี้

นายศรัณย์ ธำรงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวว่าเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 3 ปรับดีขึ้นจาก ไตรมาสก่อน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้เกษตรที่ยังขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่การผลิตหดตัวมากขึ้น จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ (supply disruption) ที่ยังมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพที่อยู่ใน ระดับสูงยังเป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน 1.การอุปโภคบริโภคขยายตัวต่อเนื่อง ตามการใช้จ่ายในหมวดบริการ สินค้าคงทน และสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสำคัญ 2.การลงทุนภาคเอกชน หดตัวเล็กน้อยตามการลงทุนด้านการก่อสร้างที่หดตัวต่อเนื่อง และการลงทุนด้านเครื่องจักรที่ชะลอตัวลง 3.การใข้จ่ายภาครัฐ หดตัวต่อเนื่อง ตามรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน
4.การค้าผ่านด่านศุลกากร หดตัวน้อยลงทั้งการส่งออกและนำเข้าจากจีนเป็นสำคัญ5.รายได้เกษตรกร ขยายตัวต่อเนื่อง จากด้านราคาเป็นสำคัญ ตามราคาปศุสัตว์และมันสำปะหลัง ขณะที่ผลผลิตชะลอลง 6.ภาคอุตสาหกรรม หดตัวมากขึ้น ตามการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ลดลงจากปัญหา Supply Disruption ในจีนที่เพิ่มขึ้น 7. การจ้างงานเพิ่มขึ้น ตามจำนวนผู้มีงานทำในระบบที่เพิ่มขึ้น (ม.33) และจำนวนผู้ว่างงานใหม่ในระบบที่ลดลง (ม.38) 8.อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นร้อยละ 6.89 ตามราคาอาหารสด ได้แก่ เนื้อสัตว์ และผักสดเป็นสำคัญ ขณะที่ราคาพลังงานชะลง 9. ภาคการเงิน ฝากเงินชะลอตัว ทั้งเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน ส่วนสินเชื่อขยายตัวเล็กน้อย ตามความต้องการเงินทุนของธุรกิจที่เริ่มฟื้นตัว หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย

4 กลุ่มต่างชาติ ซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยในไทยได้

สรุปย่อ ๆ เงื่อนไขให้ต่างด้าวซื้อที่ดิน

- เปิดให้ซื้อที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยแต่ห้ามขาย ซื้อได้แค่คนละไม่เกิน 1 ไร่ (ภายใน 5 ปีที่เปิดโครงการ) 
- ถ้ามีการแบ่งขายหรือขายก็จะถูกระงับทันที (ตามสัญญา)
- สามารถโอนให้ลูกหลานได้ แต่ลูกหลานก็ยังห้ามขายอยู่ดี
- เงื่อนไขคือ ต้องมีเงินมาลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท / คน และต้องลงทุนติดต่อกัน 3 ปี (ลงทุนค้างเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี)

กลุ่มคนที่จะซื้อได้มี 4 กลุ่มคือ... 

กลุ่มที่ 1 กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งร่ำรวยสูง 
กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้เกษียณอายุมาจากต่างประเทศ (รวย)
กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มผู้ที่ต้องการทำงานในประเทศไทย (รวย)
และกลุ่มที่ 4 คือกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (พอจะรวย)

'รมว.เฮ้ง' เล็งส่งเยาวชนฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น เปิด 4 ศูนย์รับสมัคร เริ่ม 21 พฤศจิกายนนี้

กรมการจัดหางานเตรียมรับสมัครและสอบคัดเลือกคนไทยไปฝึกงานประเทศญี่ปุ่น ผ่านองค์กร IM Japan ประจำปี 2566  เปิดศูนย์สอบกรุงเทพฯ ชลบุรี อุดรฯ ลำปาง เป้าหมาย นักศึกษา คนหางาน วุฒิม.6/ ปวช./ปวส. 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน และองค์กรพัฒนาแรงงานระดับนานาชาติ ประเทศญี่ปุ่น (IM Japan) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจในการดำเนินการจัดส่งผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานเทคนิคในสถานประกอบการของประเทศญี่ปุ่น โดยกำหนดให้กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการรับสมัครฯ การจัดฝึกอบรมก่อนเดินทาง และการส่งผู้ผ่านการฝึกอบรมจากประเทศไทยไปฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกรมการจัดหางานได้อนุมัติแผนการรับสมัครและสอบคัดเลือกฯ ประจำปี 2566 โดยกำหนดการรับสมัครและสอบคัดเลือก จำนวน 4 ครั้ง ณ ศูนย์สอบจังหวัดอุดรธานี ลำปาง ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร

“การเป็นผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิคฯ ผ่านองค์กร IM Japan ถือเป็นทางเลือกและการสร้างโอกาสของคนหางาน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังจะเรียนจบม.6 ปวช. หรือปวส. เพราะเป็นโอกาสที่จะเพิ่มพูนประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศและสร้างรายได้ไปพร้อมกัน โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิคฯ จะได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนแรก จำนวน 80,000 เยน หรือประมาณ 20,480 บาท ค่าที่พัก ค่าน้ำ-ค่าไฟ ฟรี เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด และเมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี จะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน รวมทั้งเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพ จำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 153,596 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565)” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า การสอบคัดเลือกจะมีการสอบข้อเขียน ด้านความรู้ทางคณิตศาสตร์ ด้านช่าง และภาษาญี่ปุ่น การทดสอบสมรรถภาพร่างกายและสอบสัมภาษณ์ เพื่อทดสอบทัศนคติ บุคลิกภาพ การปรับตัว และวุฒิภาวะทางอารมณ์ สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นเพศชายอายุ 18 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ จบการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา พ้นภาระการรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ไม่มีรอยสักหรือความผิดปกติทางร่างกาย ไม่มีความประพฤติเสียหาย ไม่เคยเป็นผู้ไปฝึกปฏิบัติงานเทคนิคที่ประเทศญี่ปุ่นโดยใช้วีซ่า “Technical Intern” ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักอาศัยโดยผิดกฎหมายทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ ไม่เคยเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกและถูกตัดสิทธิออกจากการฝึกอบรมก่อนเดินทางไปฝึกปฏิบัติงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น มีความสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร น้ำหนักได้สัดส่วนกับส่วนสูง สุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ สายตาปกติ ไม่บอดสี ไม่เป็นโรคต้องห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่น และสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงระหว่างการฝึกอบรมในประเทศไทยและระหว่างการฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่นได้

วธ.เชิญประชาชน-นักท่องเที่ยว ร่วมงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช ๒๕๖๕ 'ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน'

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช ๒๕๖๕ 'ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน' เน้นคุณค่า สาระ เพื่อแพร่ความงดงามของประเพณีสู่สายตานักท่องเที่ยว คุมเข้มงานปลอดโควิด ๑๙ รักษามาตรการความปลอดภัยทางบก-ทางน้ำ ชวนรักษาสิ่งแวดล้อม ลดขยะ มาด้วยกันใช้กระทงร่วมกัน งดจำหน่าย-งดดื่มของมึนเมา งดเล่นประทัดพลุดอกไม้เพลิง ชวนนุ่งผ้าไทย-ผ้าท้องถิ่น เชิญประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมงานในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กทม. 

(๓ พ.ย. ๖๕ โถงชั้น ๑ วธ.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทยในฤดูน้ำหลาก เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะสายน้ำที่ใช้ในการดำรงชีวิต เช่น แม่น้ำลำคลอง ประเพณีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยอันงดงาม ที่ปรากฏในรูปแบบของพิธีกรรม การประดิษฐ์กระทง การประดับประทีปโคมไฟในยามค่ำคืน การแสดงมหรสพ และการละเล่นรื่นเริงต่าง ๆ ในปี ๒๕๖๕ นี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติในงานลอยกระทง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ภายใต้แนวคิด 'ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน' 

ดังนี้ ขอความร่วมมือองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรมตามแบบประเพณีนิยมของแต่ละท้องถิ่น ให้ใช้กระทงที่ย่อยสลายง่ายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รณรงค์ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำสะอาด สบู่เหลว ก่อนหรือหลังทำกิจกรรม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด ๑๙ 

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า ในด้านสถานที่จัดงานควรปรับพื้นที่ให้เหมาะสม กว้างขวาง ไม่แออัด รักษามาตรการเรื่องความปลอดภัย ทั้งการจราจรทางบกและทางน้ำ ดูแลบริเวณท่าน้ำให้มีความมั่นคง สะดวก และปลอดภัย ควรงดการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มมึนเมา และห้ามการดื่มกินในบริเวณงานหรือใกล้เคียง งดการเล่นดอกไม้ไฟ พลุ หรือวัสดุที่ก่อให้เกิดอันตรายในที่สาธารณะหรือชุมชน ในส่วนมหรสพความรื่นเริง จัดการแสดงต่าง ๆ ทำได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะการจัดแสดงวัฒนธรรมของท้องถิ่น การแสดงพื้นบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน ที่จะทำให้เด็ก เยาวชน ประชาชนได้เห็นถึงมรดกภูมิปัญญาของไทย เพื่อเป็นการสร้างรายได้สู่ชุมชน และขอเชิญชวนให้ประชาชน 'แต่งไทย ไปลอยกระทง' เพื่อร่วมกันส่งเสริมการใช้ผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น เป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์การแต่งกายของแต่ละท้องถิ่น อันจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อีกด้วย

และขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน รวมถึงทักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทง ที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน” ตลาดวัฒนธรรมงานวัดย้อนยุค ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ในวันอังคารที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การแสดงทางวัฒนธรรม การประกวดกระทงประเภทสวยงามและสร้างสรรค์(รางวัลรวม ๑๕๐,๐๐๐ บาท) การสาธิตอาหารคาวหวาน การออกร้านสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม การจัดแสดงนิทรรศการข้อมูลองค์ความรู้คุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง และร่วมลอยกระทงอย่างปลอดภัยผ่านสไรเดอร์บริเวณท่าน้ำวัดอรุณฯ  

จากดาวรุ่งสู่ดาวร่วง!! พลิกปูมยุบพรรค ‘อนาคตใหม่’ เหตุสะดุดขาตัวเอง ไม่เล่นตามกติกา

ย้อนหลังไปเมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 แม้จะเป็นวันศุกร์ที่ 21 แต่สำหรับพรรคอนาคตใหม่แล้ว คงรู้สึกเหมือนเป็นศุกร์ 13 เพราะเป็นวันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมเพื่อลงมติคำร้องคดียุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท เนื่องจากกกต. ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 72 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กรณีพรรคอนาคตใหม่ว่าฝ่าฝืน มาตรา 72 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรดการเมือง 2560 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด

สำหรับพรรคอนาคตใหม่นั้น ก่อตั้งโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองประธานบริหารบริษัทไทยซัมมิท และนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ร่วมก่อตั้งอีก 24 คน ยื่นจดทะเบียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561

หลังจากนั้น เพียงปีเศษๆ เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 3 รองจากพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 81 คน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นส.ส.หน้าใหม่ เรียกได้เป็นพรรคการเมืองดาวรุ่งที่มาแรงมาก

แต่แล้วพรรคการเมืองที่กำลังมาแรงสุด ๆ กลับต้องสะดุดขาตัวเอง เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แจ้งทรัพย์สินรวมคู่สมรส หนี้สิน รายได้ แต่ทรัพย์สินที่น่าสนใจคือมีการแจ้งเงินปล่อยกู้ยืม พรรคอนาคตใหม่ 191.2 ล้านบาท สัญญาแรก 161.2 ล้านบาท และสัญญาที่สอง 30 ล้านบาท

ระหว่างที่รอการวินิจฉัยก็มีการเล่นแง่สร้างวาทกรรมมากมาย รวมถึงการบิดพลิ้วไม่ยอมทำตามที่ศาลขอ เช่น ศาลให้ส่งหนังสือของพยาน 17 ปาก ‘คดีเงินกู้ 191 ล้านพรรคอนาคตใหม่’ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ทางพรรคก็ไม่ส่ง ขอเลื่อน ศาลเมตตาเลื่อนให้ส่งวันที่ 17 ก.พ. ก็ออกมาท้าทายศาล บางคนถึงขั้นหมิ่นศาลเลยทีเดียว บรรดากองเชียร์อนาคตใหม่ออกมาฟูมฟายว่าโดนกลั่นแกล้งว่าศาลไม่ยอมไต่สวน โดยปิดหูปิดตาไม่ดูความจริงว่าที่ศาลไม่ไต่สวนเพราะข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วว่ามีการกู้เงินจริง ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ก็มาจากปากของทั้งธนาธรและสมาชิกพรรคนั่นเอง ต่อให้ไต่สวนอีกร้อยอีกพันคน ข้อเท็จจริงข้อนี้ก็ไม่เปลี่ยน

ก่อนหน้าวันวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีการกดดันศาลต่างๆ นานา มีการทำแคมเปญคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่นำโดยอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ โมเดลล่ารายชื่อเพื่อกดดันศาลนี่ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในยุคทักษิณ ชินวัตร ก็เคยเกิดขึ้นในปี 2544 ตอนนั้นมีคดีซุกหุ้นของทักษิณ บรรดาปัญญาชนปนยาชันออกมาเคลื่อนไหวใหญ่โต ล่ารายชื่อกดดันศาลให้คนโกงพ้นผิด ชื่นชมว่าทักษิณคืออัศวินควายคำ ปากบอกรัก
ประชาธิปไตย แต่กลับเอากฎหมู่มาขู่ให้อยู่เหนือกฎหมาย 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ เปิดตัวหนังสือ 'แนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 3' THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2023 

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดงานเปิดตัว หนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 3 (Thai Textiles Trend Book Spring / Summer 2023) และ การเสวนาวิชาการ 'การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2565' พร้อมจัดแสดงนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2565 ณ ICON Art and Cultural Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานในงานเปิดตัวหนังสือ และการเสวนาวิชาการฯ โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหารวธ. เฝ้ารับเสด็จฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2565   

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตั้งพระทัยที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองและคนในครอบครัว ควบคู่ไปกับการถนอมรักษาสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำ THAI TEXTILES TREND BOOK Spring / Summer 2022 เล่มแรกขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (Editor in Chief) ด้วยพระองค์เอง ต่อเนื่องมาถึงเล่มล่าสุด THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2023 เป็นเล่มที่ 3    

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดทำหนังสือ Thai Textiles Trend Book เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานผ้าไทยและเทรนด์แฟชั่นระดับโลก เพื่อเสนอแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักออกแบบ ช่างทอผ้า ชุมชน และผู้ประกอบอาชีพทุกสาขา โดยหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring / Summer 2023 เล่มล่าสุด นำเสนอแนวคิด 'วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อย' (Moving Culture) การเคลื่อนที่ทางวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนเอกลักษณ์ ของแต่ละถิ่นฐานบนผืนผ้า ซึ่งได้แรงบันดาลใจของบรรยากาศฤดูร้อนของไทย 

โดยทำการศึกษาควบคู่ไปกับงานภูมิปัญญา และงานหัตถศิลป์ สะท้อนแนวคิด ผ้าไทยหลายชนิด ที่มีที่มาจากวัฒนธรรมอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของวัฒนธรรมที่ไม่ตายตัว แต่มีการปรับตัวและแลกเปลี่ยนของอัตลักษณประจำถิ่นเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง โดยมีผ้าไทยประจำฤดูกาลนี้อย่าง 'ผ้าขาวม้า' และ 'ผ้าบาติก' เป็นตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

'สุทิน' ถามสด ต่างชาติซื้อที่ดิน 1 ไร่แลก 40 ลบ. คุ้มหรือ? ชี้!! นโยบายนี้เอื้อนายทุน - ซ้ำเติมประชาชนในชาติ

(3 พ.ย. 65) สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน ตั้ง #กระทู้สดด้วยวาจา กรณีมติคณะรัฐมนตรีแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยการได้มาที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ 

กระทู้สดด้วยวาจานี้ถามต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รองนายกรัฐมนตรีมาเป็นผู้ตอบกระทู้ 

สาระสำคัญคือ ชี้ชวนจูงใจให้ต่างชาตินำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่าคนละ 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการถือครองที่ดินได้คนละ 1 ไร่ โดยอ้างว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กรณีดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และวิตกกังวลสำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยโดยทั่ว

การส่งเสริมให้คนต่างชาติถือครองที่ดิน คือการเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของที่ดินในขณะที่คนไทยกำลังอ่อนแอ เพราะคนไทยกว่าร้อยละ 80 ยังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินสูงมากไปกระจุกอยู่กับนายทุนคนละหลายแสนไร่ และยังจะซ้ำเติมด้วยต่างชาติเข้ามาถือครองอีก เรื่องนี้ชาวบ้านวิตกกันถึงขั้นว่าเป็นการ ‘ขายชาติ’ 

แม้รัฐบาลในอดีตเคยทำ แต่ทำบนข้อจำกัดและความจำเป็น คือเมื่อปี 2542 และปี 2545 รัฐบาลไปกู้เงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ไอเอ็มเอฟกำหนด แต่ก็ออกกฎกระทรวงหรือมีมาตรการที่ระมัดระวัง รอบคอบและรัดกุม จนในที่สุดแล้วมีต่างชาติมาซื้อที่ดินเพียงแค่ประมาณ 7-8 ราย ก็ถือว่าเราไม่ได้เกิดการสูญเสียที่ดิน

แต่รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา อ้างว่าเพื่อความจำเป็นด้านเศรษฐกิจ อันมาจากวิกฤต เสมือนรัฐบาลยอมรับว่า วันนี้รัฐบาลได้จนมุมทางเศรษฐกิจ และจำเป็นแล้วที่ต้องใช้มาตรการนี้ หมายความว่าการเงินการคลังเรากำลังลำบาก ต้องรอแต่เงินต่างชาติอย่างเดียวแล้วหรือ? 

และที่รัฐบาลอ้างว่ามีมาตรการนั้น มาตรการดังกล่าวก็หละหลวมมาก คือที่อ้างว่าเปิดการลงทุนเพื่อให้ได้ผู้เชี่ยวชาญ ได้เงินลงทุน ได้เทคโนโลยี แต่ดูไปดูมา รัฐบาลนี้แค่อยากได้เงินเขาเท่านั้น เพราะแต่ละกลุ่มที่รัฐบาลเลือกมาคือ เศรษฐี ผู้เกษียณอายุ ซึ่งนี่ตรงกันข้ามกันกับที่บอกว่าอยากได้ผู้เชี่ยวชาญ ได้เทคโนโลยีได้การลงทุนสร้างงาน และมากกว่านั้น 

สุทินย้ำว่า เงินลงทุนแค่ 40 ล้านบาทคือ โอนเงินข้ามประเทศมาก็ได้ที่ดินเลย คนไม่ต้องมา โรงงานไม่ต้องมา เทคโนโลยีไม่ต้องมา นี่คือไม่ได้เกิดงานที่แท้จริง ไม่ได้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่เอาเงินมา 40 ล้าน ครบ 3 ปีได้ดอกก็ถอนออกไป ตรงนี้อันตราย 

จึงเกิดข้อสงสัยถัดมาว่า จริงๆ แล้ว รัฐบาลเจตนาช่วยเหลือกลุ่มทุนที่วันที่ถือที่ดินไว้เต็มมือหรือไม่? บางรายมีที่ดินหลายแสนไร่ บางรายมีคอนโดมิเนียมนับหมื่นห้อง ซึ่งวันนี้ขายไม่ออก ตรงนี้เป็นแรงจูงใจหรือแรงผลักดันจากกลุ่มทุนหรือไม่ว่าให้ต่างชาติมาช่วยซื้อที่ดินซื้อบ้าน ดังนั้นจึงมีข้อสงสัยว่า รัฐบาลมีเจตนาหรือไม่เจตนาที่จะเอื้อกฎหมายนี้ให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มนายทุนใหญ่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คนได้ประโยชน์คือทุนใหญ่ คนเสียประโยชน์คือชาวบ้าน 

วันนี้ พรรคเพื่อไทย จึงตั้งกระทู้ เพื่อถามนายกรัฐมนตรีว่า

1.) คณะรัฐมนตรีมีความจำเป็นหรือมีเหตุผลอะไรที่หนักหนาสาหัส ถึงขนาดต้องมีมติคณะรัฐมนตรีแบบนี้ออกมา

‘หัวรถจักรรถไฟ EV’ ตัวต้นแบบมาแน่ พ.ย.นี้ เปลี่ยนโลกขนส่ง ‘ลดใช้พลังงาน - ประหยัดค่าโดยสาร’

ไม่เพียงแค่ รถยนต์ EV, รถเมล์ EV และ เรือ EV ที่กำลังช่วยขับเคลื่อนพลังสะอาดให้สังคมไทยอยู่ในตอนนี้เท่านั้น ในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยก็กำลังจะเปิดตัว ‘หัวรถจักรรถไฟ EV’ ตัวต้นแบบภายในเดือนพ.ย. นี้ด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เคยเปิดเผยไว้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เร่งดำเนินการศึกษาการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งสาธารณะ กรณีรถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (EV on Train) เพื่อให้สามารถลดต้นทุนในการดำเนินการต่าง ๆ ลงได้ อันจะส่งผลให้ภาระที่ผลักถึงประชาชน โดยเฉพาะค่าโดยสารลดลงตามไปด้วย 

โดยรายงานเบื้องต้น เผยว่า ขณะนี้ ภาคเอกชน ได้ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และอยู่ระหว่างการพัฒนา ‘หัวรถจักรรถไฟ EV’ ต้นแบบ ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงานได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับหัวรถจักรดีเซล โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 65 และจะมีการทดสอบเดินรถในระยะสั้น ๆ ภายในปลายปี 65 อีกด้วย 

นายศักดิ์สยาม ยังระบุต่ออีกว่า ตอนนี้ประเทศไทยสามารถประกอบติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำหรับรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้เองแล้ว สอดคล้องกับหลากหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และกำลังดำเนินการกันอยู่ 

สำหรับ EV on Train ตัวต้นแบบของไทยนั้น เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อย จะต้องมาพิจารณาผลว่าเป็นอย่างไร หากได้ผลดี อาจต้องทบทวนแผนการจัดซื้อหัวรถจักร และรถโดยสารของ รฟท. ให้เป็นแบบ EV ต่อไป

ททท. เชียงใหม่ แถลงแผนปฏิบัติการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ประจำปี 2566

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ณ ท้องฟ้าจำลอง อุทยานวิทยาศาสตร์สิรินธรฯ (NARIT) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประธานแถลงแผนปฏิบัติการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ประจำปี 2566 นำเสนอแผนการปฏิบัติงานและทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2566

นางสาวภัทรองนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. กล่าวว่า ทิศทางการท่องเที่ยวของภาคเหนือมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการที่รัฐบาลประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคเฝ้าระวังที่ไม่อันตรายทำให้ประชาชนมีความผ่อนคลายในการใช้ชีวิตและการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ประกอบกับประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ทั้งนี้ในปี 2566 ททท. ได้วางทิศทางในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวภาคเหนือ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์เมนูประสบการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือภายใต้แนวคิด 'เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ' ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวัยทำงาน กลุ่ม Active Senior และกลุ่ม Multi Generation Family เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยการส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวต่างๆ ที่สามารถตอบโจทก์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ อาทิ โครงการ North X Clusive นำเสนองานคราฟท์ชุมชน/กิจกรรมชุมชน โครงการ North Experience Festival นำเสนอเส้นทางสายมู/เส้นทางย้อนวันวานเมืองเหนือ โครงการเสน่ห์กินริมน้ำ นำเสนออาหารถิ่น, มิชลินไกด์, ภิรมย์เวียงพิงค์ และโครงการ Amazing Northern Road Trip นำเสนองานเทศกาลประเพณี, เส้นทางขับรถเที่ยว Unseen New Series - วิ่ง เดิน Trail เป็นต้น

นางสาวเบญรัตน์ มรรยาทอ่อน ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรม ททท. ได้กล่าวถึงเทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2023 โลกหลังสถานการณ์โควิด-19 กับอนาคตสดใสของท่องเที่ยวเชิงอาหาร, Sustain to Regain ความยั่งยืนกลายเป็นทั้งเทรนด์ พร้อมกล่าวถึงทัศนคติของผู้บริโภคชาวไทยต่อ 'ความยั่งยืน' และเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ Work from Anywhere & Digital Nomad ทำงานไปเที่ยว ...เรื่องเดียวกัน มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นถึง 376% การท่องเที่ยว Health & Wellness สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก และ Innovation for a Betterment ปี 2023 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเริ่มมีนวัตกรรมใหม่ๆ ถูกนำมาทดลองใช้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยจากสัญญาณบวกของเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ปี 2565 ที่มีการฟื้นตัวในอัตราร้อยละ 2.8 ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวถึงร้อยละ 3.5 ในปี 2566 และจำนวนผู้เยี่ยมเยือนที่คาดว่าจะมีการขยายตัวร้อยละ 52.3 (ข้อมูลจากรายงานประมาณการศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ ไตรมาส 3/2565, สำนักงานคลังจังหวัดเชียงใหม่) เนื่องจากการผ่อนคลายทางการท่องเที่ยวมากขึ้น และสายการบินต่างๆ ทั้งเส้นทางในและต่างประเทศเริ่มกลับมาทำการบินอย่างเต็มรูปแบบ และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปีนี้เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับฤดูท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง 

โดยปัจจุบันมีสายการบินที่เปิดให้บริการเส้นทางบินในประเทศ จำนวน 6 สายการบิน 11 เส้นทาง และสายการบินที่เปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ จำนวน 7 สายการบิน 10 เส้นทาง ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงใหม่เพื่อสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างคึกคัก

ททท. สำนักงานเชียงใหม่ ได้กำหนดแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปี 2566 มีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวกระแสหลักและกลุ่มศักยภาพ และเพิ่มการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวผ่านการส่งมอบประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวของภูมิภาคภาคเหนือ ได้แก่

'อลงกรณ์' แปลกใจ 'ยุทธพล' คัดค้านโครงการแก้ปัญหาลิงแสมจังหวัดเพชรบุรี แนะทบทวนท่าที อย่าขวางความร่วมมือของ 2 กระทรวง เผยกรมปศุสัตว์ร่วมหารือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าฯ พร้อมทำงานร่วมกัน 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยวันนี้ว่า รู้สึกแปลกใจต่อท่าทีของนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ออกมาคัดค้านโครงการแก้ปัญหาลิงแสมจังหวัดเพชรบุรีทำให้เกิดความสับสนงุนงงของหลายฝ่ายต่อท่าทีของนายยุทธพล ทั้งที่ก่อนหน้านี้กรมปศุสัตว์ได้หารือกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าฯ เกี่ยวกับโครงการดังกล่าวและพร้อมร่วมมือทำงานร่วมกัน จึงขอให้นายยุทธพลทบทวนท่าทีเสียใหม่อย่าขวางความร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวงและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและจังหวัดเพชรบุรี

สำหรับกรมปศุสัตว์รับผิดชอบกฎหมายหลายฉบับครอบคลุมงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ โรคระบาดสัตว์และการทารุณกรรมสัตว์มีสัตว์แพทย์และงบประมาณที่พร้อมสนับสนุนจังหวัดเพชรบุรีร่วมมือกันแก้ไขปัญหาลิงแสมด้วยการใช้หลากหลายวิธีการโดยระดมความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคีภาคส่วนรวมทั้งมหาวิทยาลัย 13 แห่งที่มีคณะสัตว์แพทย์และเครือข่ายองค์กรเอกชนมูลนิธิด้านอนุรักษ์สัตว์ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยและในต่างประเทศรวมทั้งอดีตสัตว์แพทย์ที่เกษียณอายุก็พร้อมที่จะมาช่วยสนับสนุนจังหวัดเพชรบุรีโดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืชซึ่งรับผิดชอบกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าได้ทุ่มเททำงานหนักในการแก้ไขปัญหาลิงแสมโดยทำหมันลิงแต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณและกำลังคนทำให้การลดประชากรลิงไม่สามารถบรรลุเป้าประสงค์ดังปรากฎปัญหาให้เห็นในทุกวันนี้

“การทำหมันหลายปีที่ผ่านมาเพียง 500 กว่าตัวหรือเฉลี่ยปีละ 100-200 ตัวจากฝูงลิง 2-3 พันตัวด้วยสัดส่วนการทำหมันลิงต่อจำนวนลิงทั้งหมด 5-10% จึงไม่ทันต่อการแพร่ขยายพันธ์ุของลิงและฝูงลิงซึ่งโดยธรรมชาติลิงเพศผู้สามารถสืบพันธ์ได้วันละ 10 ครั้งและเพศเมียมีลูกได้ 2 ตัวต่อปี นอกจากนี้โดยพฤติกรรมของลิงที่อยู่เป็นฝูงเมื่อลิงเพศผู้เข้าสู่วัยหนุ่มจะถูกขับออกจากฝูงเดิมและไปสร้างฝูงใหม่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆในส่วนการดำรงชีพของลิงที่แย่งที่อยู่ที่กินในพื้นที่จำกัดก็มีการต่อสู้กัดทำร้ายกันบาดเจ็บระหว่างฝูงไม่เว้นแต่ละวันเป็นปัญหาสวัสดิภาพสัตว์ที่ต้องเร่งแก้ไขดูแลโดยเร็วเช่นกันอีกทั้งปัญหาการทำร้ายนักเรียนและนักท่องเที่ยวจนบาดเจ็บก็ยังมีให้เห็นและอาจติดโรคร้ายจากลิงมีอันตรายถึงชีวิต การเอาลิงกังไปไล่ลิงแสมเป็นครั้งเป็นคราวเฉพาะจุดแต่ก็ไม่ทั่วถึงและต่อเนื่อง ทุกคนยังอยู่ในภาวะเสี่ยงตลอดเวลา หากเกิดเหตุเป็นข่าวก็กระทบต่อภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและภาพลักษณ์โดยรวมของจังหวัดเพชรบุรี ในหลายประเทศจะไม่ใช้วิธีการทำหมันเพียงอย่างเดียวในการควบคุมและลดประชากรลิงให้อยู่ได้กับชุมชนและไม่ก่อผลกระทบทั้งด้านคุณภาพชีวิตและสุขภาพอนามัยความปลอดภัยและการประกอบอาชีพของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคระบาดจากสัตว์สู่คนจะประมาทไม่ได้บทเรียนกรณีวิกฤติโควิด19เป็นการแพร่ระบาดโรคจากสัตว์สู่คนที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นและรุนแรงขยายผลกระทบไปทั่วโลก เราจะอยู่ในความประมาทอีกต่อไปไม่ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top