Friday, 3 July 2026
Hard News Team

ผบ.ตร.พอใจการดูแลความปลอดภัยงานลอยกระทง

ผบ.ตร.พอใจการดูแลความปลอดภัยงานลอยกระทง ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างเข็มแข็ง สั่งดำเนินคดีคนจุดพลุ ผู้ว่าจ้าง เหตุพลุระเบิดนครพนม พร้อมถอดบทเรียน

(9 พ.ย.2565) เวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.เปิดเผยถึง การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลลอยกระทงเมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า  “ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการ ดูแลความสงบเรียบร้อย อำนวยความสะดวกการจราจรในเทศกาลลอยประทง มีเหตุที่น่าสนใจ

เหตุพลุระเบิด บริเวณลานพนมนาคา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม  มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  15 คน  เบื้องต้นพบว่า หลังจากเปิดงาน  มีการจุดพลุจำนวน 3 ลูก โดยพลุลูกที่ 3 ระเบิดหลุดออกจากปล่องจุด ไม่พุ่งขึ้นไปบนฟ้า แตกกระจายไปบนพื้น โดนผู้คนที่มาเที่ยวงานได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับการรักษา ทำแผลกลับบ้านหมดแล้ว ในทางคดี พบว่า การจุดพลุ ไม่ได้มีการขออนุญาตโดยถูกต้อง  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นคนที่จุดพลุ ผู้ว่าจ้าง และบุตรสาวของผู้ว่าจ้างทำหน้าที่ คอยส่งสัญญาณให้จุดพลุ ในข้อหา กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย และ ทำให้เกิดเสียงดังจนทำให้ประชาชนตกใจหรือเกิดความเดือดร้อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 221, 390 และ 370 คดีนี้มีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 7 ปี ส่วนการจัดทำพลุหรือจัดซื้อพลุ อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลว่า ได้ซื้อมาจากที่ใด และได้รับอนุญาตให้จำหน่ายหรือไม่ ซึ่งจะมีการดำเนินคดีต่อไป สำหรับการชดใช้หรือเยียวยาค่าเสียหาย เทศบาลนครพนม ได้แสดงความรับผิดโดยการจะชดใช้และเยียวยาให้กับผู้บาดเจ็บทุกราย ทั้งนี้ได้สั่งการให้หน่วยลงไปตรวจสอบโดยละเอียดถึงสาเหตุอีกครั้ง เพื่อนำมาถอดบทเรียนในการป้องกันเหตุต่อไป

ลอยกระทงวิถีใหม่ ชู soft power เผยแพร่ความงามสืบสานประเพณีไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ลอยกระทงวิถีใหม่ ชู soft power เผยแพร่ความงามสืบสานประเพณีไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจ

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช ๒๕๖๕  #ลอยกระทงวิถีใหม่สืบสานประเพณีไทยสู่ความยั่งยืน เน้นคุณค่า สาระ ถ่ายทอดความงดงามของประเพณีในรูปแบบตลาดวัฒนธรรมงานวัดย้อนยุค สู่สายตานักท่องเที่ยว คุมเข้มมาตรการความปลอดภัยทางบก-ทางน้ำ ประชาชนพร้อมใจร่วมลดขยะ มาด้วยกันใช้กระทงร่วมกัน นักท่องเที่ยวคึกคักนุ่งผ้าไทย สร้างสีสัน เผยแพร่ soft power สู่สายตาชาวโลก  

​ในพิธีเปิดงานลอยกระทง ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ประธานกล่าวว่า

ปี ๒๕๖๕ นี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดกิจกรรมลอยกระทงภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน” เพื่อส่งเสริม เผยแพร่ค่านิยมและวัฒนธรรมความเป็นไทย ลอยกระทงเป็นประเพณีที่งดงาม มีคุณค่าสาระ สะท้อนภูมิปัญญาที่ให้คนตระหนักถึงความสำคัญและแสดงความกตัญญูต่อของแม่น้ำ ลำคลอง ที่ได้หล่อเลี้ยงชีวิต จึงเป็นประเพณีนิยมที่ควรอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดให้เกิดความยั่งยืน สืบไป

ภายในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากทูตานุทูตและผู้แทนสถานทูตประจำประเทศไทย ๑๒ ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ เวียดนาม กัมพูชา ญี่ปุ่น พม่า  สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ลาว  อินเดีย บรูไน และผู้แทนองค์กรต่างประเทศ คือ สหภาพยุโรป EU และศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหาร วธ. และเครือข่ายวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ร่วมงาน

กิจกรรมภายในงาน ช่วงเช้าเริ่มด้วยการประกวดประดิษฐ์กระทงในประเภทสวยงามและประเภทสร้างสรรค์ ชิงโล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัลจากกระทรวงวัฒนธรรม และมีการจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่คุณค่าสาระความสำคัญของประเพณีลอยกระทง ให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ และยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ สาธิตการทำกระทง สาธิตการทำเทียนหอม สาธิตการทำต้นไม้ฟอกอากาศจิ๋ว  สาธิตการทำอาหารไทย ผัดหมี่แดงสูตรโบราณ-ข้าวคลุกกะปิ สาธิตการทำขนมไทย บัวลอยและถั่วแปบ เป็นต้น ซึ่งผู้เข้าร่วมงานและนักท่องเที่ยวยังได้เดินชมงาน สัมผัสเสน่ห์ของประเพณีวัฒนธรรมในบรรยากาศแบบย้อนยุค

โดยในพิธีเปิดงาน เวลา ๑๘.๑๐ น. เริ่มด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม จากนั้นนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานกล่าวเปิดงาน และมอบโล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตรเงินรางวัลรวม ๑๕๐,๐๐๐ บาท ในการประกวดกระทงในประเภทสวยงามและประเภทสร้างสรรค์ จำนวน ๑๒ รางวัล จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารวธ. คณะทูตานุทูต เครือข่ายหน่วยงานร่วมจัด ได้ร่วมกันลอยกระทง ณ บริเวณท่าน้ำวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร และได้เดินชมกิจกรรมสาธิตต่าง ๆ อาทิ การทำอาหาร-ขนมไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ การทำผัดไทกุ้งสด การทำเมี่ยงคำสมุนไพรเสียบไม้ การทำขนมเบื้อง เป็นต้น และเที่ยวชมผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมในงานตลาดวัฒนธรรมงานวันย้อนยุค

นอกจากนี้ ยังได้ชื่นชมมหรสพความบันเทิงแบบไทย การแสดงพื้นบ้านของไทย ได้แก่ การแสดงนาฏศิลป์โดยเยาวชนจากสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน ประกอบด้วย การแสดงชุดสืบสานแห่งสายวารี การแสดงประทีปโคมสุโขทัย และการแสดงชุดลอยกระทงวิถีไทย เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีลูกทุ่งนำโดยศิลปินแห่งชาติ เพลิน พรหมแดน ปิดท้ายด้วยการขับร้องเพลงลูกทุ่ง โดยศิลปินลูกทุ่งรุ่นใหม่มาแรง ได้แก่  นัท มาลิสา, ปะแป้ง พลอยชมพู และ นัน ไมค์ทองคำ เป็นต้น และภายในวัดยังมีการจัดงาน “Bangkok River Festival 2022 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ ๘” โดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประชาชนสามารถเที่ยวชมร่วมกิจกรรมได้อย่างเต็มอิ่ม

ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานลอยกระทงวิถีใหม่ฯ คราคร่ำไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งมีจำนวนมากที่สวมใส่ผ้าไทย นุ่งผ้าท้องถิ่นมาร่วมงานลอยกระทงอย่างคึกคัก เป็นการสร้างสีสันความสวยงามให้กับงานลอยกระทงปีนี้ได้เป็นอย่างดี และยังได้เดินเที่ยวชมตลาดวัฒนธรรมงานวัดย้อนยุค เพลิดเพลินกับซุ้มสาธิตผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมมากมาย 

นราธิวาส-ผบ.ฉก.นราธิวาส เปิดการฝึกทบทวนหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมป่าภูเขา เน้นย้ำกำลังพลเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์

(9 พ.ย.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมป่าภูเขา ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกทบทวนหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมป่าภูเขาโดยได้รับฟังการบรรยายสรุปการฝึกทบทวน หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมป่าภูเขา ในพื้นที่รับผิดชอบของของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ซึ่งจัดจาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 , หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 รวมมีผู้เข้าการฝึกทั้งสิ้น 72 นาย โดยมีกำหนดการฝึกตั้งแต่วันที่ 8 - 17 พฤศจิกายน2565 แบ่งเป็น 2 ขั้น  ได้แก่  
ขั้นที่ 1 การฝึกภาคที่ตั้ง จะทำการฝึกตั้งแต่วันที่ 8 - 14 พฤศจิกายน 2565 ณ อาคารพละ กรมทหารราบที่151 และ ขั้นที่ 2  เป็นการฝึกในพื้นที่ปฏิบัติการจริง จะทำการฝึกตั้งแต่วันที่ 15 - 17  พฤศจิกายน 2565 โดยมี พันเอก สฐิรพงษ์  อาจหาญ ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้  พันเอก ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 /หัวหน้าชุดควบคุม หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมป่าภูเขา  และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับ 

ทั้งนี้ พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว กล่าวว่า การฝึกทบทวนหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมป่าภูเขา ในครั้งนี้มี วัตถุประสงค์ เพื่อฝึกทบทวนการปฏิบัติการทางด้านยุทธวิธี รวมถึงเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในมาตรการเชิงรุกและปฏิบัติทางยุทธวิธีต่างๆ ในพื้นที่ป่าภูเขาให้มีมากยิ่งขึ้น จนให้เกิดความชำนาญในการปฏิบัติงานเป็นบุคคล และเป็นชุดปฏิบัติการ เพิ่มความคุ้นเคยสร้างความมั่นใจในการใช้อาวุธประจำกาย เพื่อผลทางด้านขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติการรบในสถานการณ์จริง โดยเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ตอบโต้ต่อเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามได้ทันเวลา ทำให้ได้เปรียบในการต่อสู้ของเหตุการณ์ พร้อมทั้งเพื่อสามารถใช้อาวุธประจำกายได้อย่างฉับพลัน มีความชำนาญในการแก้ไขเหตุติดขัดได้อย่างทันท่วงที และสามารถตอบโต้ได้ทันทีเมื่อถูกโจมตีจาก ผกร. ตลอดจนเพื่อศึกษาและเรียนรู้บทเรียนที่ได้จากการปฏิบัติการในพื้นที่ป่าภูเขาในปีงบประมาณ 2565 อันจะนำไปสู่การแก้ไขและปรับปรุงการปฏิบัติทางยุทธวิธีให้มีความละเอียดรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมป่าภูเขา จึงต้องมีความรอบรู้ รู้เท่าทันต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นหน้างาน มีไหวพริบปฏิภาณ มีความอดทน อดกลั้น สามารถปฏิบัติงานจนสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ ขอให้กำลังพลได้ ตั้งใจเก็บเกี่ยวความรู้เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติหน้างานให้ได้มากที่สุด และพร้อมที่จะปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับพื้นที่ ในการนี้ พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ได้ขอบคุณกำลังพลทุกนาย ที่พวกเราทุกคน มีความตั้งใจในการฝึก และมีความเสียสละ ที่จะทำการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ป่าภูเขา ในการค้นหา ลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ แหล่งพักพิง และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อจำกัดเสรี ทำลายความพยายามการปฏิบัติ และติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรง จนสามารถนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ต่อไป

ขอนแก่น-เทศบาลนครขอนแก่นคว้ารางวัลพระปกเกล้าทองคำสันติสุขฯการันตีครบ 3 ด้าน

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดรายงานว่า ที่ อาคารอิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เทศบาลนครขอนแก่นโดยการนำของนายธีระศักดิ์ ทีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เข้าร่วมรับมอบโล่ "รางวัลพระปกเกล้าทองคำประจำปี 2563 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศ ด้านการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์" จากสถาบันพระปกเกล้า ภายใต้การจัดงานการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 22 ประจำปี 2563 เรื่อง"จินตภาพใหม่การกระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ : บทเรียนจากโควิด - 19" Reimagining Decentralization to Reduce Inequality : Lessons Learned from the COVID -19 Crisis ระหว่างวันที่ 6 - 8 พฤศจิกายน 2563 และได้รับเกียรติจาก รศ.วุฒิสาร ต้นไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว 

โดยมีคณะจากทางเทศบาลนครขอนแก่น ประกอบด้วย นายจุลนพ ทองโสภิต รองนายกเทศมนตรี นายบุญฤทธิ์ พาณิชย์รุ่งเรือง ประธานสภาเทศบาล, นายสมภพ วงศ์ก่อ เลขานุการนายกเทศมนตรี ,สมาชิกสภาเทศบาล (ดร.โกเมน กันตวธีระ, นายกฤษฏ์ สว่างไสว ,นายกนิษฐ์ อาวัชนาการ, นางวรินทร์พร ณิชาภัทรนารากุล, นางรัชดา ลีลาสวัสดิ์ชัย, นายวรินทร์ เอกบุรินทร์, ว่าที่ ร.ต.บัญชา สิงห์คำป้อง) ,นายวิทยา ภูโยสาร ปลัดเทศบาล ,นางกฤษณา แสนสอาด รองปลัดเทศบาล ,นายมานพ ช่องตะคุ ผอ.สำนักการศึกษา ,นางอินทิรา ฆารเจริญผอ.กองวิชาการและแผนงาน ,นางวทัญญุตา ธวัชโชติผอ.ส่วนสังคมสงเคราะห์ รักษาการ ผอ.สำนักสวัสดิการสังคม ,นางเบณณาภา พัชรพิบลชัย ผอ.ส่วนบริหารงานคลังและพนักงานเทศบาลนครขอนแก่น ตลอดจนตัวแทนเครือข่าย อาทิ นายชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ ผอ.สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขอนแก่น ( TCDC) ,นายประดิษฐ์จรัสอสุชีวะ แกนนำผู้ดูแลเยาวชนเด็กชายขอบ ,นายสมชาติ ชัยอยุทธ์ ประธานชุมชนสามเหลี่ยม 3 พร้อมด้วยคณะทำงานและกลุ่มเยาวชนเด็กชายขอบ ร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการประกวดรางวัลพระปกเกล้าทองคำ ประจำปี2563 ด้านการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์นั้นเทศบาลนครขอนแก่นได้นำเสนอโครงการ / กิจกรรม ที่แสดงให้เห็นถึง คำว่า "สันติสุขและสมานฉันท์" ภายใต้แนวคิด "เมืองแห่งความสุข เป็นมิตรกับคนทุกกลุ่มวัย"ประกอบด้วย 3 โครงการใหญ่ คือ 1.เมืองแห่งความเท่าเทียมและเป็นมิตรกับเยาวชน 2.ศรีจันทร์ ผ่านสร้างสรรค์ ความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ 3.คนขอนแก่นไม่ทอดทิ้งกันอนึ่ง ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2544 จนถึง พ.ศ.2563 เทศบาลนครขอนแก่น ได้ส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลพระปกเกล้า ทั้ง 3 ด้าน คือ 1.ด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 2.ด้านการเสริมสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชน และประชาสังคม 3.ด้านการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ ซึ่งเทศบาลได้รับรางวัลรางวัลพระปกเกล้า ทั้ง 3ด้าน มาโดยตลอด จำนวน 10 ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับรางวัลพระปกเกล้าทองคำนั้น ทศบาลได้รับรางวัลไปแล้ว2 ครั้ง คือ ปี พ.ศ.2549 รางวัลพระปกเกล้าทองคำ สำหรับองค์กรปกครองส่วนห้องถิ่น ด้านการความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน และ ปี พ.ศ.2559 รางวัลพระปกเกล้าทองคำ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้าการเสริมสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชน และประชาสังคม ดังนั้น การได้รับรางวัลพระปกเกล้าทองคำ ประจำปี 2563 ด้านการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ในครั้งนี้ จึงทำให้เทศบาลนครขอนแก่นเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลพระปกเกล้าทองคำ ครบทั้ง 3 ด้านเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ นายธีระศักดิ์ ทีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน และพี่น้องชุมชนที่ได้ให้ความร่วมมือและเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมตรวจสอบ เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นมากที่สุด ตลอดจนสามารถได้รับรางวัลเป็นเครื่องหมายการันตีถึงการพัฒนาบ้านเมืองไปในทิศทางที่ชัดเจนและถูกต้อง

โดยในการนี้ เทศบาลนครขอนแก่นได้จัดบูธนิทรรศการเกี่ยวกับแนวคิด รายละเอียดของ 3 โครงการ (ซึ่งเทศบาลได้นำเสนอเข้าประกวด) คือ 1.เมืองแห่งความเท่าเทียมและเป็นมิตรกับเยาวชน 2.ศรีจันทร์ ย่านสร้างสรรค์ ความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ 3.คนขอนแก่นไม่ทอดทิ้งกัน) เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนทั่วไป ซึ่งเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 22 ประจำปี 2563 และ เสด็จเยี่ยมชมบูธนิทรรศการอีกด้วย

'มาดามแป้ง' รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

'มาดามแป้ง' รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ CEO บมจ.เมืองไทยประกันภัย, ประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟ.ซี. และผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการตลาด คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 โดยมีนักฟุตบอลหญิง ได้แก่ ขวัญฤดี แสงจันทร์, อรทัย ศรีมะณี และ วารุณี เพ็ชรวิเศษ ร่วมแสดงความยินดี

“มาดามแป้ง” เป็นบุคคล ที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่การบริหารธุรกิจ ในฐานะ CEO บมจ.เมืองไทยประกันภัย รวมถึง วงการกีฬา ในบทบาทผู้จัดการทีม ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่เคยพาทีมสร้างประวัติศาสตร์ ไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 สมัยติดต่อกัน ในปี 2015 และ 2019 ต่อเนื่อง ถึงการเป็นผู้จัดการทีม ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในปัจจุบัน และ งานสังคมเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้ง “ครัวมาดาม” ในช่วงวิกฤติโควิด-19 และ ก่อตั้ง “มูลนิธิมาดามแป้ง” ภายใต้แนวคิด ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน 

ก่อนที่ล่าสุดจะมีโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการตลาด คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ต่อจากปี 2564 ที่เพิ่งเข้ารับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ จาก วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย

“ปริญญาฯ ใบนี้ นอกจากเป็นเกียรติสำหรับตัว แป้ง และ ครอบครัวแล้ว ยังถือเป็นกำลังใจ ที่จะทำให้ แป้ง มีความมุ่งมั่น และ พัฒนาตัวเองต่อไป เพื่อทำสิ่งต่าง ๆ ออกมาให้ดีที่สุด รวมถึง การช่วยเหลือ และ ตอบแทนสังคมด้วย” มาดามแป้ง กล่าวด้วยความภูมิใจ

ผบ.ตร. ชื่นชม สิบตำรวจโท สายตรวจ สภ.ธัญบุรี สวมจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โดดคว้ามือปืนไล่ยิงคู่อริขณะหลบหนี มอบรางวัล 'ทำดี มีรางวัล'

(9 พ.ย.65) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบประกาศเกียรติคุณและรางวัล โครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.ธัญบุรี ที่เข้าระงับเหตุคนร้ายไล่ยิงคู่อริ ซึ่งตำรวจดังกล่าวอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน หลังจากออกเวร

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่ากรณีคลิป ตำรวจสายตรวจของ สภ.ธัญบุรี  จังหวัดปทุมธานี โดดเข้าล็อคตัวมือปืนวัยรุ่น ยิงคู่อริ และกำลังจะหลบหนี บริเวณถนนเลียบคลอง 4 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว  ส.ต.ท.ธนวัฒน์ ธรรมสา ผบ.หมู่(ป.) สภ.ธัญบุรี อยู่ระหว่างเดินทางกลับที่พักหลังจากออกเวร โดยพบเหตุซึ่งหน้า คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่คู่อริ จึงได้ใช้ความกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆ โดดคว้าตัวคนร้าย จนรถคนร้ายล้มลง และสามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้ เป็นไปตามยุทธวิธีของตำรวจ และเจตนารมณ์ของ ตร. ตนขอชื่นชมในความกล้าหาญ การตัดใจอย่างเด็ดเดี่ยวพร้อมด้วยไหวพริบปฏิภาณและจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และทันท่วงที ในการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในการทำงานของตำรวจ ตนจึงได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้เป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจและสังคมสืบไป

เชียงใหม่-งานอลังการประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ 'แสงศิลป์ ถิ่นล้านนา'

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน อลังการประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2565 “แสงศิลป์ ถิ่นล้านนา” เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตภูมิปัญญา ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนา มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประเพณี ตอกย้ำการเป็นเมืองเทศกาลโลก

เมื่อเย็นวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานอลังการประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2565 ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2565 เวลา 17.00 น. – 22.00 น. ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ 

การจัดงานภายใต้แนวคิด “แสงศิลป์ ถิ่นล้านนา” เพื่อสืบทอดและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประเพณี เพื่อสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดเชียงใหม่ โดยในปีนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้มุ่งเน้นการสืบทอดและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเดือนยี่เป็งของเชียงใหม่ ที่มีเอกลักษณ์ของชาวล้านนา ซึ่งเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงและที่ชื่นชอบของทั้งชาวไทยและชาวชาวต่างชาติ ตอกย้ำการเป็นเมืองเทศกาลโลก World Festival and Event City ประจำปี 2022

โอกาสนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และ นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน ร่วมขอขมาพระแม่คงคา ก่อนที่จะลอยกระทงที่ท่าน้ำ เพื่อความเป็นสิริมงคล และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม

ประชุมติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่มิเตอร์

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้แทนกรมการขนส่งทางบก ประกอบด้วยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดี นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดี นายปิยะ โยมา ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งผู้โดยสาร ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับผู้แทน 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย สมาคมประสานงานรถรับจ้างสุวรรณภูมิ สมาคมผู้ขับรถแท็กซี่สาธารณะ สมาคมแท็กซี่ยานยนต์ไฟฟ้า และ บจก. โฮวา เพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่มิเตอร์ (ประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2565)

ทั้งนี้ จากการประชุมดังกล่าว สรุปข้อเท็จจริง ดังนี้ ผู้แทนทั้ง 4 สมาคมฯ เห็นว่าอัตราค่าโดยสารที่เป็นข้อสรุปจากคณะทำงานฯ (7.34%) ยังไม่สะท้อนต้นทุนการประกอบการที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แท็กซี่มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นโดยเร็ว ทางผู้แทน 4 สมาคมฯ จึงขอยอมรับอัตราค่าโดยสารที่เป็นข้อสรุปจากคณะทำงานฯ ก่อน หากแต่เพื่อให้อัตราค่าโดยสารมีความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของสังคม ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ตั้งคณะทำงาน/คณะกรรมการ เพื่อศึกษาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม ทั้งนี้ โดยให้มีผู้แทนจากกลุ่มแท็กซี่ทุกกลุ่ม หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และภาควิชาการ

บก.สส.สตม. จับนักลงทุนจีนสวมบัตรประชาชน

ตามที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ประจำปี พ.ศ.2565 (APEC 2022 Thailand) ในห้วงระหว่างวันที่ 14 - 19 พ.ย.2565 ประกอบกับนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ที่กำชับให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการระดมกวาดล้าง สืบสวนจับกุม ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยเน้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และความผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง

เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่กำลังจะมีขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ อีกทั้งทำให้การปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปราม สืบสวนจับกุม เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  โดยพล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ธนิต  ไทยวัชรามาศ  ผบก.สส.สตม.  พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ณภัทรพงศ  สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. จึงได้จัดให้มีการ Operation X-ray พื้นที่ หาคนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย  

ผลการดำเนินการ สามารถจับกุม นายเชา (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.125/2565 ลง 20 เม.ย. 64 ข้อหา  แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน,เป็นผู้สนับสนุนในการขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทยฯ โดยการนำหมายค้นศาลอาญาเข้าค้นอาคารพาณิช ย่านสุทธิสาร ถนนวิภาวดีรังสิต เขตพญาไท กรุงเทพฯ  พร้อมทั้งได้ตรวจยึดของกลาง จำนวนหลายรายการ อาทิ เช่น ชุดเครื่องแบบทหารพร้อมติดป้ายชื่อของผู้ต้องหา,คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ,รถยนต์ จำนวน 2 คัน ,โฉนดที่ดินจำนวน  3  ใบ ,บัตรประชาชนจีน 1 ใบ ,หนังสือเดินทาง จำนวน 3 เล่ม เป็นต้น เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน ทำการตรวจสอบว่ามีการกระทำความผิดอื่นใดอีกหรือไม่  จากการสืบสวนก่อนจับกุม พบว่าผู้ต้องหามักใช้รถติดธงประจำประเทศทั้งไทยและจีน คล้ายกับรถของสถานทูต และยังมีรถตำรวจนำขบวนอีก 1 คัน โดยคาดว่าเป็นทะเบียนรถปกติ ไม่ใช่รถของสถานทูตแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าเป็นการพยายามทำให้ดูเหมือนรถของสถานทูตเท่านั้น ส่วนรถตำรวจคาดว่าเป็นรถปลอม

โดยการดำเนินการครั้งนี้ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เน้นค้นหาจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522  และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง  รวมทั้งคนต่างด้าวที่มีหมายจับ โดยเมื่อมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว จะทำการขยายผลการจับกุมทุกรายเพื่อให้ทราบถึงผู้ร่วมกระทำความผิด เครือข่ายของผู้กระทำความผิด และให้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิด/เครือข่ายของผู้กระทำความผิด ต่อไป 

ตร. บุกตรวจจับกุมค้าปืนออนไลน์ 10 จุดทั่วกทม. ยึด ‘ยาเสพติด - ปืน 40 กระบอก - กระสุน 2,000 นัด’

(9 พ.ย. 65) เวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น., พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น., พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.ดส.บช.น., พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์, พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล, พ.ต.ท.ชยุต ยอดยิ่งนาทกุล รองผกก.ดส.บช.น., พ.ต.ต.หญิง พรรัมภา พัฒนาวาท สว.กก.ดส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.2 กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.ชป.2 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.บช.น. แถลงผลระดมปิดล้อมตรวจค้นผู้ค้าอาวุธปืนออนไลน์การกระทำความผิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 10 จุด 

ได้จับกุมนายเรืองวิทย์ คุปตพันธ์ อายุ 25 ปี, นายนพเก้า สายโสภา อายุ 33 ปี, นายศิรศิลป์ ศรีมะเริง อายุ 32 ปี, นายอัฐพันธ์ คงสกุล อายุ 20 ปี, นายเอ อายุ 16 ปี และนายธัญพิสิษฐ์ บุณยธรรม อายุ 24 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนและอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดปืนพกสั้น 28 กระบอก ปืนลูกซอง 12 กระบอก ปืนยาวไรเฟิล 1 กระบอก แม็กกาซีน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 5 อัน กระสุนปืนรวม 2,248 นัด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวม 48.64 กรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 59 เม็ด จับกุมได้เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา 

พล.ต.ต.นิตินันท์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนทางออนไลน์ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ดำเนินการเพื่อป้องเหตุที่จะเกิดขึ้นช่วงประชุมเอเปก จากการสืบสวนทางชุดสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.ชป.2 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.บช.น. ได้ทำการขออนุมัติศาลขอหมายค้น 10 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร จับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย อาวุธปืน 41 กระบอก กระสุนปืน 2,248 นัด ยาเสพติดจึงนวนหนึ่ง จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวได้มีการสั่งปืนออนไลน์จากผู้กระทำความผิดที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยได้จับกุมไปก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงได้มีการขยายผลการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top