Saturday, 4 July 2026
Hard News Team

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวระบบบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถ

วันที่ 1 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 น. ณ ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานกำกับกฎเกณฑ์และกฎหมาย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และพันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย  พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รอง จตช. และผู้บริหารของทั้ง 4 หน่วยงาน ได้ร่วมกันแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถ หรือระบบตัดแต้ม และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อสร้างระบบดังกล่าว ให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานสากล ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติ กำหนดไว้ใน “ระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่ พ.ศ.2565” ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 142/1 โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มกราคม 2566 ซึ่งจะเป็นมาตรการเสริมในการสร้างวินัยการขับขี่เพิ่มเติมจากการออกใบสั่งเพื่อบังคับใช้กฎหมายตามปกติ ภายใต้สโลแกน 'มุ่งเน้นการสร้างวินัยการขับขี่ปลอดภัย ให้โอกาสแก้ไขไม่กระทำผิดซ้ำ สร้างความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย และเป็นมาตรฐานสากล'

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า สาระสำคัญของระบบนี้ คือ กำหนดให้ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่แต่ละราย จะมีคะแนนความประพฤติคนละ 12 คะแนน (ไม่ว่าผู้นั้นจะได้รับใบอนุญาตขับขี่กี่ชนิดก็ตาม) หากทำผิดตามกฎจราจรในข้อหาที่ระบุไว้ จะถูกตัดคะแนนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้ 
การตัดคะแนน 
1) กลุ่มความผิดหลักที่เป็นปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุ (20 ฐานความผิด) จะถูกตัดคะแนนเมื่อทำผิดทันที โดยความผิดในกลุ่มนี้แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่
 - ตัด 1 คะแนน เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ  
 - ตัด 2 คะแนน เช่น ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (ฝ่าไฟแดง)  
 - ตัด 3 คะแนน เช่น ขับรถชนแล้วหนี 
 - ตัด 4 คะแนน เช่น เมาแล้วขับ ขับรถในขณะเสพยาเสพติด 
2) กลุ่มความผิดอื่นๆ ตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก และกฎหมายที่เกี่ยวกับรถหรือการใช้ทาง จำนวน 42 ฐานความผิด ตามบัญชีท้ายระเบียบ ความผิดกลุ่มนี้จะถูกตัดคะแนนเฉพาะกรณีไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งในเวลาที่กำหนดเท่านั้น เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรในทาง จอดในที่ห้ามจอด ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ขณะขับรถ เป็นต้น 
 วิธีการตัดคะแนนนั้น จะดำเนินการโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ระบบฐานข้อมูลใบสั่ง PTM ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบันทึกการทำผิดกฎจราจรและตัดคะแนนในแต่ละครั้ง การสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่
 - หากผู้ขับขี่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือห้ามขับรถ (ทุกประเภท) เป็นเวลา 90 วัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว และหากฝ่าฝืนไปขับรถในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 156  
- หากถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นครั้งที่ 3 ภายใน 3 ปี อาจจะถูกสั่งพักใช้มากกว่า 90 วัน  และหากยังถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่อีกเป็นครั้งที่ 4 อาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ 

การคืนคะแนน แบ่งเป็นการคืนคะแนนโดยอัตโนมัติ และการคืนคะแนนเมื่อผ่านการอบรมจากกรมการขนส่งทางบก ดังนี้   
1) การคืนคะแนนอัตโนมัตินั้น คะแนนที่ถูกตัดไปในแต่ะครั้ง จะได้รับคืนเมื่อครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันกระทำผิดครั้งนั้นๆ เว้นแต่เป็นกรณีที่ถูกตัดเหลือ 0 คะแนน จะได้รับคืนเมื่อพ้นกำหนดเวลาการสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ โดยได้รับคืนเพียง 8 คะแนน
2) การคืนคะแนนโดยวิธีการเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบกอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมี 2 กรณี 
- กรณีที่คะแนนเหลือน้อยกว่า 6 คะแนน สามารถขอเข้ารับการอบรมจากกรมการขนส่งทางบกได้ แต่อบรมได้เพียงปีละ 2 ครั้ง 
- กรณีที่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน  และต้องการคะแนนกลับคืนมาทั้งหมด 12 คะแนน  สามารถขอเข้ารับการอบรมจากกรมการขนส่งทางบกได้ เมื่อผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก ก็จะได้รับคืนคะแนนตามที่กำหนด

‘ตำรวจ’ เปิดปฏิบัติการ ‘ชัตดาวน์บ่อขยะเถื่อน’ ลุยตรวจ 16 จุดทั่วกรุงฯ รวบผู้ทำผิดได้ 7 คน

วันที่ (1 ธ.ค. 65) พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. สั่งการให้พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม), พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.1 บก.ปทส. นำกำลัง เปิดปฏิบัติการ SHUT DOWN!! บ่อขยะเถื่อนทั่วกรุง Season 2 เข้าตรวจสอบเป้าหมายในเขตต่าง ๆ 16 จุดทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ เขตลาดกระบัง 3 จุด, เขตสะพานสูง 3 จุด, เขตประเวศ 1 จุด, เขตมีนบุรี 2 จุด, เขตคลองสามวา 1 จุด, เขตบึงกุ่ม 1 จุด, เขตบางแค 1 จุด, เขตหนองแขม 2 จุด, เขตสวนหลวง 2 จุด ที่มีการลักลอบเปิดบ่อขยะเถื่อน ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเป็นมลพิษทางอากาศ ซึ่งจากการกำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกวิธี อีกทั้งยังกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรครวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไปสู่แหล่งน้ำและพื้นที่ใกล้เคียง 

ส่วนผลปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดได้ 7 คน คือนายพัฒพร ถาวร อายุ 29 ปี, น.ส.บัวไทย นนเทศา อายุ 40 ปี, นายป่าน ภาคแก้ว อายุ 61 ปี, นายอภิสิทธิ์ กิจเกียรติ์ อายุ 27, ปี น.ส.นงค์ลักษณ์ สงเมือง อายุ 28 ปี, นายกิตติศักดิ์ สิริกิตติสุนทร อายุ 42 ปี และน.ส.ชัญญา สอนพ่วง อายุ 48 ปี 

สื่อผู้ดี เผย ‘แจ็ค หม่า’ อาศัยที่ญี่ปุ่นนาน 6 เดือนแล้ว หลัง ‘รัฐบาลจีน’ เข้ากวาดล้างธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี

‘แจ็ค หม่า’ ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา บริษัทอีคอมเมิร์ซชั้นนำของโลก อาศัยอยู่ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นมาเกือบ 6 เดือนแล้ว หลังจากไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะ ภายหลังจากที่ทางการจีนกวาดล้างภาคธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า ‘แจ็ค หม่า’ ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา บริษัทอีคอมเมิร์ซชั้นนำของโลก ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมากับครอบครัวของเขาที่กรุงโตเกียวและเมืองอื่น ๆ ของญี่ปุ่น และบอกว่าหม่าแวะเวียนไปที่โมสรส่วนบุคคลหลายแห่งในกรุงโตเกียวอยู่เป็นประจำ จนกลายเป็นผู้สนใจสะสมศิลปะสมัยใหม่ของญี่ปุ่นรวมถึงการหาแนวทางขยายผลประโยชน์ทางธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน นอกจากนั้น ยังมีผู้พบเห็นเขาไปปรากฏตัวในสถานที่อื่น ๆ อีกเช่น เกาะมายอร์กาในสเปนเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ และอิสราเอล

สุดปลื้ม!! กรมทะเลและชายฝั่ง พบไข่เต่าทะเลรังที่ 2 คาดเป็นแม่เต่ามะเฟืองตัวเดิม 

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ภายหลังจากที่พบการขึ้นมาวางไข่ของเต่ามะเฟือง บริเวณหาดบางขวัญ หมู่ที่ 8 ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ล่าสุดได้รับรายงานจากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ว่าพบร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล ขณะเดินลาดตระเวน จึงประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก และศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 ลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อตรวจสอบวัดขนาดพายได้ 220 ซม. อก 110 ซม. และดำเนินการขุดค้นหาไข่เต่าทะเล ซึ่งห่างจากรังฟักไข่เต่ามะเฟืองรังที่ 1 ไปทางทิศใต้ประมาณ 500 เมตร พบไข่เต่าทะเลที่ระดับความลึก 60 ซม. ขนาดไข่ 5.5 ซม. นับได้ทั้งสิ้น 141 ฟอง มีไข่ดี 118 เป็นไข่ลม 23 ฟอง

สันนิษฐานว่าไข่เต่าทะเลที่พบน่าจะเป็นของแม่เต่ามะเฟืองตัวเดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะย้ายไข่เต่าทะเลไปพักไว้รวมกันกับรังแรกบริเวณคอกเพื่อป้องกันสัตว์มากินไข่ พร้อมทั้งสั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟืองจังหวัดพังงา เพื่อลาดตระเวนและเฝ้าระวังติดตามการขึ้นมาวางไข่เต่าทะเลตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับให้ทุกฝ่ายดูแลไข่เต่าทะเลอย่างใกล้ชิด พร้อมเผยความรู้สึกยินดีอย่างยิ่งในการกลับมาของแม่เต่าทะเลครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนให้ถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติและความสำเร็จของการทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก เมื่อสภาพแวดล้อมดีและพื้นที่ปลอดภัย ลูกเต่าฟักออกจากไข่ก็จะมีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์และสามารถรอดปลอดภัยกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ต่อไป

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นมาวางไข่ของแม่เต่าทะเลบริเวณจังหวัดพังงารอบนี้นับเป็นหลุมที่ 2 ของปีนี้ที่แม่เต่าทะเลกลับขึ้นมาวางไข่ซ้ำที่เดิม ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ทุกภาคส่วนต่างร่วมมือกันฟื้นฟูแหล่งวางไข่เต่าทะเลให้สมบูรณ์ เตรียมพร้อมรับมือกับการกลับมาวางไข่ของแม่เต่าทะเล ซึ่งปัจจัยสำคัญของการอนุรักษ์ คือชุมชนชายฝั่งและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ซึ่งเป็นกำลังหลักในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์และพื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้คงความสมบูรณ์ดังเดิม ทั้งนี้ กรม ทช. จะดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศธรรมชาติทางทะเล รวมถึงข้อมูลด้านสัตว์ทะเลหายากแก่ผู้ที่เยี่ยมชม ตลอดจนติดตั้งกล้องวงจรปิดเฝ้าระวังติดตามการพัฒนาของตัวอ่อน เมื่อลูกเต่าทะเลฟักเป็นตัว ประชาชนสามารถเข้าร่วมรับชมการถ่ายทอดสดผ่านแอฟพลิเคชั่น CamHipro โดยนำ QR Code มาแสกนเพื่อรับชมบรรยกาศอย่างใกล้ชิด

Tesla Model Y เตรียมเปิดตัวในไทย 7 ธ.ค. นี้ คาดราคา 3 รุ่นย่อย อยู่ที่ 1.8xx – 3.4xx ลบ.

ราคาประมาณการ Tesla Model Y เวอร์ชั่นไทย 1,8XX,000 – 3,4XX,000 บาท เตรียมเปิดตัว 7 ธันวาคม 2022 นี้ !

รายงานข่าวจาก Headlightmag.com ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือหนาหูออกมามากมายเกี่ยวกับการเข้ามาลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในประเทศไทยด้วยตนเอง ของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหม่ทางฝั่งอเมริกาอย่าง Tesla นอกจากภาพถ่ายของ Tesla Model Y ขณะกำลังวิ่งทดสอบในประเทศไทย ตลอดจนข้อความ “สวัสดีประเทศไทย” ที่ถูกเผยแพร่ออกมาจาก Line Official ของ Tesla Thailand ในช่วงที่ผ่านมา

ล่าสุด ข่าววงในของทาง Headlightmag.com ได้ให้ข้อมูลว่า Tesla (Thailand) เตรียมเปิดตัว Tesla Model Y ในประเทศไทย วันที่ 7 ธันวาคม 2022 ที่กำลังจะถึงนี้ ณ ห้างสรรพสินค้าสยาม พารากอน ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่จะนำเข้ามาประเดิมทำตลาดในประเทศไทยที่มีทิศทางการเติบโตของรถยนต์ EV สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการนำเข้ามาทั้งคัน (CBU) จากประเทศจีน

สำหรับ ราคาประมาณการของ Teslea Model Y เวอร์ชั่นไทย คาดการณ์โดย Headlightmag.com ทั้ง 3 รุ่นย่อย มีดังต่อไปนี้

Tesla Model Y Rear-wheel Drive : 1,8xx,000 บาท
Tesla Model Y Long Range AWD : 2,7xxx,000 บาท
Tesla Motor Y Performance :  3,4xx,000 บาท

ข้อมูลของระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าของ Tesla Model Y  มีดังต่อไปนี้

รุ่น Single Model RWD
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัวที่ล้อคู่หลัง (Rear-wheel Drive) กำลังสูงสุด 347 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion Phosphate (LFP) ความจุ 57.5 kWh รองรับการชาร์จด้วย DC Fast Charge สูงสุด 170 kW

มอเตอร์เวย์ M9 บางบัวทอง-บางขุนเทียน เตรียมหาเอกชนร่วมทุน มูลค่ากว่า 6.4 หมื่นลบ.

มอเตอร์เวย์วงแหวนตะวันตก M9 บางบัวทอง-บางขุนเทียน เตรียมหาเอกชนร่วมทุน แก้ปัญหาการเดินทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มูลค่ากว่า 64,300 ล้านบาท

เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' โพสต์ความคืบหน้าการแก้ปัญหาการเดินทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ระบุว่า...

คณะกรรมการ PPP อนุมัติ มอเตอร์เวย์วงแหวนตะวันตก (M9) บางบัวทอง-บางขุนเทียน เตรียมหาเอกชนร่วมลงทุน แก้ปัญหาการเดินทางฝั่งตะวันตก กรุงเทพ มูลค่ากว่า 64,300 ล้านบาท!!!

วันนี้เอาข่าว update มอเตอร์เวย์วงแหวนกาญนาภิเษก ด้านตะวันตก หรือ M9 ซึ่งเป็นการเพิ่มโครงข่ายการเดินทางทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ ให้เต็มโครงข่าย 

จากแต่เดิม ฝั่งตะวันตกเป็นถนนระบบเปิด ซึ่งผ่านมา 230 กว่าปี การพัฒนาถนนระบบเปิดก็ทำให้เมืองโตแบบไม่มืการควบคุม ทำให้จราจรเพิ่มขึ้นมาก!!! จึงต้องมีการยกระดับ เพื่อให้วงแหวนกาญนาภิเษก ทั้งหมดเป็นระบบปิด 

มาทำความเข้าใจ โครงการมอเตอร์เวย์ M9 ช่วง บางบัวทอง-บางขุนเทียนกันก่อน

โครงการนี้เป็นโครงการในการทำมอเตอร์เวย์ระบบปิด รอบกรุงเทพ ซึ่งช่วงนี้จะทำยกระดับบนวงแหวนกาญจนาภิเษก ฝั่งตะวันตก 

***รายละเอียดช่วงบางบัวทอง-บางขุนเทียน...

- ระยะทางรวม 38 กิโลเมตร
- รูปแบบทางวิ่งเป็น ทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ข้างละ 3 ช่องจราจร
- ทางแยกต่างระดับ 4 แห่ง ได้แก่ บางใหญ่, ศรีรัช, บรมราชชนนี และ บางขุนเทียน
- ทางขึ้น-ลง 7 จุด ได้แก่ บางบัวทอง 1, บางใหญ่, นครอินทร์, บรมราชชนนี, พรานนก-พุทธมณฑล, เพชรเกษม และพระราม 2 
- และทางขึ้น อย่างเดียว 2 จุด ได้แก่กัลปพฤกษ์ และเอกชัย

ซึ่งในแบบของ ทางขึ้น-ลง มอเตอร์เวย์ทุกจุด มีจุดกลับรถเพื่อรองรับ และบริการรถด้านล่าง (คล้ายกับทางด่วนบูรพาวิถี ด่านกิ่งแก้ว)

***รายละเอียดเส้นทาง มอเตอร์เวย์ M9 ช่วง บางบัวทอง-บางขุนเทียน 

จะเริ่มจาก จุดสิ้นสุดของ มอเตอร์เวย์ M9 ช่วง บางปะอิน-บางบัวทอง ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ บนถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก สาย 9 ฝั่งตะวันตก สิ้นสุด ก่อนถึงต่างระดับบางบัวทอง จุดตัดกับถนน 345

โดยในโครงการช่วงนี้จะเป็นการปรับปรุงถนนเดิมให้เป็น มอเตอร์เวย์ และทำเป็นระบบปิดสมบูรณ์ โดย ทำคู่ขนานเพื่อให้บริการกับผู้ใช้ถนนท้องถิ่น และทดแทนถนนเดิม (กำลังสร้างอยู่)

จากจุดเชื่อมต่อ จะทำเป็นทางยกระดับ มุ่งหน้า บนถนนวงแหวนตะวันตก ข้ามต่างระดับบางบัวทอง  มาทางใต้ ผ่าน จุดตัดถนนบางกรวย-ไทรน้อย พร้อมกับทำทางขึ้น-ลง บางบัวทอง 1 มุ่งหน้าทางทิศใต้

จากนั้น จะมุ่งหน้ามาต่อ โดยช่วงนี้พอมาเจอกับโครงสร้างของโครรถไฟฟ้าสายสีม่วง บริเวณหน้าศูนย์ซ่อมบำรุงคลองบางไผ่ 

ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกันระหว่างทางยกระดับมอเตอร์เวย์ และทางรถไฟที่อยู่บริเวณเกาะกลางถนน ทำให้ไม่มีพื้นที่ในการวางเสาทางยกระดับมอเตอร์เวย์ 

ทางยกระดับมอเตอร์เวย์ จะเบนออกไปทางด้านตะวันตกของรถไฟฟ้าสายสีม่วง  เลียบคู่กับ โครงสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงไปจนถึงต่างระดับบางใหญ่ 

ตรงนี้จึงจำเป็นต้องมีการเวนคืนด้านข้างฝั่งตะวันตกของทางวิ่งรถไฟฟ้า ตลอดช่วงทับซ้อน ประมาณ 5-20  เมตร ตามความจำเป็นของพื้นที่

บริเวณต่างระดับบางใหญ่ จะเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญมากของโครงการ ซึ่งจะพัฒนาจากต่างระดับเดิม ระหว่างถนนรัตนาธิเบศร์ และวงแหวนตะวันตก เข้ากับ มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี และมีมอเตอร์เวย์ M9 นี้วิ่งมาบนแนว ถนนวงแหวนอีกที 

โดยจุดนี้จะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง มอเตอร์เวย์ สายอีสาน (M6) และ ใต้ (M81) ได้เลย

หลังจากนั้น มุ่งหน้าต่อบนถนนวงแหวนตะวันตก จะมีทางขึ้น-ลง บางใหญ่ มุ่งหลังทางทิศใต้ เพื่อรองรับรถที่มาจากทางถนนรัตนาธิเบศร์ และ ต่อมาอีกช่วงหนึ่ง จะเป็นทางขึ้น-ลง นครอินทร์ มุ่งหน้าทางทิศเหนือ เพื่อรองรับรถจากถนนนครอินทร์ (สะพานพระราม 5)

แล้วต่อมาจะเข้าสู่ต่างระดับศรีรัช ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับทางด่วน ศรีรัช-วงแหวน และถัดมาอีกหน่อยนึง ก็จะเข้าต่างระดับบรมราชชนนี (คู่ขนานลอยฟ้า) 

แล้วมุ่งหน้าลงใต้ต่อ จะเจอ ทางขึ้น-ลง บรมราชชนนี มุ่งหน้าทิศใต้ ,ทางขึ้น-ลง พรานนก-พุทธมณฑล มุ่งหน้าขึ้นเหนือ (รับรถจากถนนเพชรเกษม), ทางขึ้น-ลง เพชรเกษม มุ่งหน้าลงใต้, ทางขึ้น กัลปพฤกษ์, ทางขึ้นเอกชัย, ทางขึ้น-ลงพระราม 2 เชื่อมต่อระดับดินกับถนนพระราม 2 

แล้วสุดท้าย มุ่งหน้าเข้าต่างระดับ บางขุนเทียน ซึ่งจุดนี้ก็เป็นอีกต่างระดับที่สำคัญของโครงการ 

โดยจะสามารถเชื่อมต่อกับโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่คือ มอเตอร์เวย์ M9 วงแหวนใต้ (บางขุนเทียน-บางนา), ทางด่วนบนถนนพระราม 2 (พระราม 3-บางขุนเทียน), มอเตอร์เวย์ M82 (บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว)

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของโครงการนี้ คือระบบเก็บค่าผ่านทางแบบใหม่ ซึ่งเป็นแบบใช้กล้องตรวจสอบ และเก็บเงินตามภายหลัง (Open Road Tolling: ORT) หรือทางกรมทางหลวง เรียกว่า M-Flow

ซึ่งการเก็บค่าผ่านทางแบบนี้จะเป็นการเก็บค่าผ่านทางตามการใช้งานภายหลัง โดยการใช้กล้องตรวจจับที่ป้ายทะเบียนรถ คล้ายกับการเก็บค่าใบสั่ง 

มีหลายประเภทใช้แบบนี้เช่น จีน, สิงคโปร์ และสวีเดน ซึ่งจะสามารถพัฒนาไปในการใช้คิดค่าใช้จ่ายในการเข้าออกพื้นที่ชั้นในของเมืองได้ด้วย

แต่ในการทำแบบนี้ ต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อไม่ให้ผู้ขับรถเลี่ยงจ่ายค่าผ่านทาง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงขนาดไหน และจะมีปัญหาการหลุดรอดของรถที่สวมทะเบียนปลอมรึเปล่า

แต่การทำด่านแบบ Open Road Tolling จะสามารถลดพื้นที่การก่อสร้างด่านได้มาก และลดปัญหาจราจรติดขัดหน้าด่านได้มหาศาลด้วยเช่นกัน

โครงการนี้วางแผนการลงทุนเป็นรูปแบบ ร่วมทุน (PPP) เพื่อลดการลงทุนของภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

ซึ่งในโครงการนี้จะลงทุนทั้งหมด 65,484 ล้านบาท แบ่งเป็น 

- ค่าการลงทุน 51,601 ล้านบาท
- ค่าซ่อมบำรุง และดำเนินงาน 13,247 ล้านบาท

จากการคาดการณ์ จะมีรถใช้บริการในปีแรก 184,736 คัน/วัน และอีก 30 ปี จะโตไปที่ 273,631 คัน/วัน

***โดยจะมีค่าผ่านทาง...

รถ 4 ล้อ ค่าแรกเข้า 10 บาท และคิดตามระยะทาง 1.5 บาท/กิโลเมตร

จะสามารถจัดเก็บค่าผ่านทางได้ในปีแรก 1,716 ล้านบาท/ปี และอีก 30 ปี จะโตไปที่ 5,206 ล้านบาท/ปี

ซึ่งทั้งหมดพัฒนาตามตามแผนแม่บทมอเตอร์เวย์ปี 2558 ตามลิ้งค์นี้
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/779639645807850/?extid=0&d=n

โดยจะเชื่อมต่อกับ มอเตอร์เวย์ M9 ช่วง บางปะอิน-บางบัวทอง ที่กำลังก่อสร้างอยู่ ใครสนใจลองดูได้จากในลิ้งค์นี้ครับ

ตอนที่ 1
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/574731009632049/?extid=0&d=n

ตอนที่ 2
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/579896119115538/?extid=0&d=n

ซึ่งถ้าช่วงนี้เสร็จจะเชื่อมต่อมอเตอร์เวย์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ถึง 3 สายคือ...

'จุรินทร์' ตีปีกการค้าชายแดน 10 เดือนปี 65 โต 4.50% ชี้!! ลาวคู่ค้าอันดับหนึ่งไทยแซงหน้ามาเลเซีย

การค้าชายแดน 10 เดือนโต 4.50% อานิสงส์เงินบาทสามารถแข่งขันได้ราคาดี ด่านชายแดนเปิดมากขึ้น ล่าสุดเปิดแล้ว 97 แห่ง ลาวคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยแซงหน้ามาเลเซียที่ติดลบ 21%

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การส่งออกชายแดนยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 คิดเป็นมูลค่า 54,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.50% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่การส่งออกผ่านแดนปรับตัวลดลงเนื่องจากผู้ส่งออกหันกลับไปขนส่งสินค้าทางเรือและทางอากาศเพิ่มขึ้นจากค่าระวางเรือที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องดังนั้นการค้าผ่านแดนและการค้าชายแดนมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,450,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1.74% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 855,839 ล้านบาท ลดลง 0.66% และการนำเข้ามูลค่า 594,471 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.41% โดยไทยได้ดุลการค้าในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565 ทั้งสิ้น 261,368 ล้านบาท

ส่วนการค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 144,477ล้านบาท ลดลง 2.92% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 81,937 ล้านบาท ลดลง 0.17% และการนำเข้ามูลค่า 62,540 ล้านบาท ลดลง 6.31% โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนตุลาคม 2565 ทั้งสิ้น 19,397 ล้านบาท

ทั้งนี้ไทยการค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ (มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา และสปป.ลาว) ซึ่งเดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่าการค้ารวม 87,297 ล้านบาทนั้น เพิ่มขึ้น 3.59% โดยการส่งออกไป กัมพูชา และ สปป.ลาว ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา และการส่งออกไปเมียนมากลับมาขยายตัวอีกครั้ง ดังนี้...

- สปป.ลาว มูลค่าส่งออก 15,168 ล้านบาท (+43.67%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป, น้ำมันดีเซล และน้ำตาลทราย

- มาเลเซีย มูลค่าส่งออก 14,713 ล้านบาท (-21.72%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ, รถยนต์และส่วนประกอบและยางพารา

- เมียนมา มูลค่าส่งออก 11,200 ล้านบาท (+6.16%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล, น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ และเครื่องสำอาง, เครื่องหอมและสบู่

- กัมพูชา มูลค่าส่งออก 13,563 ล้านบาท (+9.49%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ

โดยสรุปแล้ว การค้าชายแดน 10 เดือนโต 4.50% และมี สปป.ลาว เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย

ส่วนการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม (จีน, เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ) เดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่ารวม 57,180 ล้านบาท ลดลง 11.42% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 27,293 ล้านบาท ลดลง 8.36% และการนำเข้ามูลค่า 29,887 ล้านบาท ลดลง 14.04% โดยการส่งออกผ่านแดนไปเวียดนามยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา ดังนี้...

'เสี่ยเฮ้ง' ส่งแรงงานไปแดนกิมจิเพิ่ม 3 กลุ่ม 15,000 คน ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มโอกาสตลาดงานไทยในต่างแดน

(1 ธ.ค. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบถึงผลการหารือระหว่างนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กับนาย มุน ซึง ฮย็อน (Mr. Moon Seoung-hyun) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ซึ่งทำให้ไทยได้โควตาการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเทศเกาหลีเพิ่ม

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าในส่วนของประเด็นแรงงานไทย ที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ หากไทยจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศจะเป็นโอกาสยกระดับเพิ่มทักษะฝีมือแรงงาน ทำให้คนไทยมีงานทำ นำรายได้กลับมาพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ ตลาดแรงงานต่างชาติในสาธารณรัฐเกาหลี นับว่าเป็นตลาดแรงงานที่มีศักยภาพและเป็นตลาดที่น่าสนใจ เนื่องจากแรงงานต่างชาติได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเทียบเท่าคนในชาติ รวมทั้งอัตราค่าจ้างแรงงานค่อนข้างสูง ทำให้มีแรงงานไทยจำนวนมาก เดินทางไปทำงาน ซึ่งจากข้อมูลในเดือนกรกฎาคม ปี 2565 มีจำนวนแรงงานไทยสะสมอยู่ในเกาหลีเป็นจำนวนถึง 12,950 คน

งานเข้า!! เพจดังแฉ 'อุ๊งอิ๊ง - SC ASSET' เป็นเจ้าของหมู่บ้านทุนจีน โยง 'สีเทา'

'เพจดัง' แฉ อดีตบิ๊กสีกากียุค 'ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ' หนุนออกสัญชาติไทยให้ 'ตู้ห่าว' พบหมู่บ้านทุนจีน โยง 'สีเทา' มีโครงการของ SC ASSET - 'อุ๊งอิ๊ง' หุ้นใหญ่ด้วย 

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง หลังจากเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 65 เพจเฟซบุ๊ก The METTAD ได้แชร์วิดีโอจากเพลย์ลิสต์ TOP HIGHLIGHT พร้อมข้อความระบุว่า...

ตำรวจค้นรังหมู่บ้านหรูเครือข่าย 'ตู้ห่าว' ยึดเงินสดรถหรูแหล่งกบดานมาเฟียทุนจีนโยงอสังหาฯ คนตระกูลชินฯ ถึงว่าทำไม 'พท.' รูดซิปปาก รัฐบาลล้างบางทุนจีนสีเทา เพราะมีอดีตบิ๊กนายพลสีกากียุค 'ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ' หนุนหลังออกสัญชาติไทยให้ 'ตู้ห่าว' เปิดทางสะดวกเข้ามาทำธุรกิจสีเทา จึงเงียบเป็นเป่าสากไม่โจมตีรัฐบาล กลัวจะเข้าเนื้อตัวเอง

ก่อนหน้านี้ เพจเฟซบุ๊ก The METTAD โพสต์ภาพกราฟิกเชื่อมโยงความไม่ชอบมาพากล พร้อมข้อความ ระบุด้วยอีกว่า...

“พอทุนจีนเริ่มสนุกขึ้น แต่สื่อกลับเงียบปาก
ฝาก Thai PBS สื่อน้ำดี ขยี้หน่อยครับ”

ด้านเว็บไซต์ สถาบันทิศทางไทย-Thai Move Institute ได้ระบุความเกี่ยวเนื่องของกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกันว่า "ข้อเท็จจริง หมู่บ้าน แกรนด์ บางกอก บลูเลอวาร์ด สุขุมวิท ทุนจีนสีเทาเหมาซื้อ พบ 'อุ๊งอิ๊ง' ถือหุ้นใหญ่" ขณะที่ Top News ได้มีการขยายรายชื่อและสัดส่วนผู้ถือว่าหุ้นใหญ่บริษัท SC Asset  ดังนี้...

1. แพทองธาร ชินวัตร ถือหุ้น 28.82%
2. พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ถือหุ้น 27.89%
3. บรรณพจน์ ดามาพงศ์ ถือหุ้น 4.77%
4. คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ถือหุ้น 2.78%

สอดคล้องกับไทยรัฐที่ได้รายงานว่า ตำรวจไปบุกค้นบ้านทุนจีนสีเทาในหมู่บ้าน แกรนด์ บางกอก บลูเลอวาร์ด สุขุมวิท และหมู่บ้านอื่น ข่าวระบุมีการซื้อเหมาเกือบยกโครงการ 50 หลังจาก 66 หลัง โดยหมู่บ้าน แกรนด์ บางกอก บลูเลอวาร์ด สุขุมวิท เจ้าของโครงการ คือ SC Asset ซึ่งมีรายชื่อผู้ถือหุ้น SC Asset อันดับ 1 คือ นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังตำรวจ บช.สอท. ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ปิดล้อมตรวจค้น 11 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ จ.สมุทรปราการ เพื่อหาหลักฐานตรวจยึดสิ่งผิดกฎหมายของกลุ่มทุนจีนสีเทา

โดยตำรวจกระจายกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายกลุ่มทุนจีนสีเทา 10 หลัง ในโครงการบ้านหรู 4 แห่ง ประกอบด้วย บ้านหรู 4 หลังในหมู่บ้านแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขุมวิท ซอยแบริ่ง-ลาซาล ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นโครงการบ้านหรูหลังละกว่า 50 ล้านบาท 

ขณะที่บ้านหลังที่ 5 และ 6 อยู่ในหมู่บ้านทรูแกรนด์ โมนาโก ซอยกาญจนาภิเษก 50 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. 

บ้านหลังที่ 7 ม.บุราสิริ วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. 

บ้านหลังที่ 8, 9 และ 10 ในหมู่บ้านลดาวัลย์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางละมาด เขตตลิ่งชัน กทม. 

‘รมว.สุชาติ’ ส่ง ผู้ช่วยฯ เปิดประชุมวิชาการประกันสังคม เร่งขับเคลื่อนยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานทุกมิติ ‘ฟื้นเศรษฐกิจ - ท่องเที่ยว’ ภาคเหนือ

วันที่ 1 ธันวาคม 2565 เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการจัดงานประชุมวิชาการประกันสังคม 5 ภาค ประจำปี 2565 (ภาคเหนือ) Modernizing SSO 2022 : ก้าวสู่ระบบประกันสังคมที่ทันสมัย พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ‘นโยบายการพัฒนา และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน’ โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ ณ โรงแรม คุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้กระทรวงแรงงานช่วยดูแลพี่น้องแรงงาน ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 รวมทั้งนายจ้าง ผู้ประกอบการให้เหมือนคนในครอบครัว พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงแรงงานช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความเท่าเทียมกัน ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการช่วยเหลือนายจ้าง และผู้ประกันตน ผ่านโครงการต่างๆ เช่น การตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกในสถานประกอบการ โครงการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตน โครงการ Factory Sandbox โครงการ ม.33 เรารักกัน โครงการเยียวยานายจ้าง และผู้ประกันตนในพื้นที่เข้มงวดสูงสุด 29 จังหวัด โครงการเยียวยาผู้ประกันตนกิจการสถานบันเทิง โดยสถานการณ์ปัจจุบันโควิด-19 ได้คลี่คลายลง รัฐบาลมีนโยบายผ่อนคลายมาตรการและเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

โดยทิศทางของธุรกิจท่องเที่ยวและบริการร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก ในจังหวัดเชียงใหม่ และทุกจังหวัด ทางภาคเหนือได้กลับมาคึกคัก ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการส่งเสริมการจ้างงาน ส่งผลดีให้พื้นที่เศรษฐกิจและการมีงานทำของกำลังแรงงานในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น ในวันนี้ ผมได้มีโอกาสมาเป็นประธานเปิดประชุมวิชาการประกันสังคม 5 ภาค ปี 2565 เป็นครั้งที่ 3 (ภาคเหนือ) จังหวัดเชียงใหม่ ผมมีความเชื่อมั่นว่าการประชุมวิชาการประกันสังคม และที่จัดต่อๆ ไปอีกทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุดรธานี และภาคตะวันออก ที่จังหวัดชลบุรี จะเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจความสำคัญของงานประกันสังคมแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนางานประกันสังคม จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การขยายผลด้านสิทธิประโยชน์ให้มีความยั่งยืน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ประกันตน ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกันตนให้ได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top