Sunday, 5 July 2026
Hard News Team

ญาติหนุ่ม 28 สมองตาย สร้างบุญครั้งใหญ่ บริจาคอวัยวะ ต่อลมหายใจอีก 6 ชีวิต

(16 ธ.ค. 65) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Jaroensook Limbanchongkit Pone' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า..

ที่ #ประจวบคีรีขันธ์

หนึ่งชีวิตต่อ❤️ลมหายใจ มอบอวัยวะ ให้กับอีก 6 ชีวิต 🙏เป็นบุญอันประเสริฐ

ผู้ป่วยชายอายุ 28 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บทางสมอง อย่างรุนแรง ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ทีมศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง ได้พยายามดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ รักษาโดยการผ่าตัดสมอง ดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤติ แต่ไม่อาจรักษาให้สมองกลับฟื้นคืนมาได้ อยู่ในภาวะสมองตาย  

ทีมพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย ได้ปรึกษาหารือ กับบิดา มารดา และญาติผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ถึงแนวทางการรักษา และโอกาสที่สมองจะกลับฟื้นคืนมามีน้อยมาก จึงได้ขอรับบริจาคอวัยวะให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เพื่อนำไปให้ผู้ป่วย ที่รอคอยการปลูกถ่ายอวัยวะ

'เพื่อไทย' เดือด 'ทิพานัน' ยังไม่หยุดพูดจาล้ำเส้น จ่อ 'แจ้งความ-ร้องกกต.' เหตุใส่ร้าย พท.ด้วยความเท็จ

ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ได้ดำเนินคดีเอาผิดกับ ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมาแล้ว หลังเผยแพร่ข่าวผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทย www.thaigov.go.th ระบุว่า ‘ทิพานัน ห่วงเพื่อไทยเปิดนโยบาย ซ้ำรอยอดีต คิดใหญ่ โกงเป็น จี้หยุดวาทกรรมเศรษฐกิจไม่ดี ยกผลประกอบธุรกิจตระกูลชินวัตร ตอกกลับขณะที่ภาคธุรกิจ 112 องค์กรจ่อขึ้นเงินเดือน’ โดยใช้ถ้อยคำในลักษณะที่ทำให้ผู้เห็นและอ่านข้อความ มีความเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ดี คิดทำนโยบายเรื่องใหญ่เพื่อหวังจะโกงหรือทุจริต ซึ่งล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น

พรรคเพื่อไทยจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ให้ดำเนินคดีกับ ทิพานัน ศิริชนะ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กรณีนำเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 และความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง จนกว่าคดีจะถึงที่สุด  

นอกจากนี้ ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ยังได้ยื่นคำร้องต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ขอให้ดำเนินการสืบสวนและไต่สวน และดำเนินคดีกับ ทิพานัน ศิริชนะ ตามมาตรา 169 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ 2561 เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 73(5) เป็นความผิดตามมาตรา 159 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ 2561 เนื่องจากการกระทำของ ทิพานัน ศิริชนะ เป็นการเจตนาใส่ร้ายด้วยความเท็จ เพื่อจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครและพรรคเพื่อไทย และจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งงดเว้นการลงคะแนนให้กับผู้สมัครและพรรคเพื่อไทย

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงกรุณาให้ เลขานุการในองค์ฯ พร้อมคณะ เชิญผ้าไตรประทาน ถวายผ้าป่าสามัคคีแด่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง แขวงท่าแขก สปป.ลาว

วันนี้ (16 ธ.ค. 65) หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงกรุณาให้ เลขานุการในองค์ฯ พร้อมคณะ เชิญผ้าไตรประทาน ถวายผ้าป่าสามัคคีแด่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง แขวงท่าแขก สปป.ลาว ในการนี้ มี ท่านวันไช พองสะหวัน เจ้าแขวงท่าแขก หัวหน้าห้องการ หน่วยงานสำนักงานแขวงท่าแขก เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน พ่อค้า ประชาชน ต้อนรับ และเข้าร่วมทำบุญในพิธีการนี้ด้วย

นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย เลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ กล่าวถึงมูลเหตุของพิธีการนี้ว่า ย้อนไปครั้นเมื่อหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ (รัชกาลที่ 4) เสด็จเยือนแขวงคำม่วน สปป.ลาว เชื่อมสัมพันธไมตรี บ้านพี่ เมืองน้อง ปรองดองสามัคคี ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมประเพณี มิตรภาพบ้านน้อง เมืองพี่ ไทย-ลาว เมื่อวันที่ 26 เดือนตุลาคม พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าแขวงท่าแขกเฝ้ารับเสด็จ ครั้งนั้นได้เสด็จวัดพระธาตุศรีโคตรบอง ถวายเครื่องสักการะพระธาตุศรีโคตรบอง ทรงร่วมสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาส และเจ้าแขวงท่าแขกได้ทูลเรื่องการก่อสร้างศาลาการเปรียญของวัด ซึ่งหลังเก่าได้ทรุดโทรมไปมาก ทางวัดจึงได้ทำการรื้อ และก่อสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้เสร็จทันก่อนวันทำบุญประเพณีใหญ่ประจำปีของวัด ในวันขึ้น15ค่ำ เดือนสาม (เดือนสามเพ็ง) ของปี 2566 จึงทรงมีศรัทธา ทรงปวารณาองค์รับเป็นประธานช่วยสร้างศาลาการเปรียญตามที่เจ้าแขวงทูลขอมา ด้วยเหตุนี้ จึงรับสั่งให้เลขานุการในองค์ฯ ประกาศบอกบุญแด่คณะญาติธรรมในองค์ฯ ร่วมตั้งกองบุญผ้าป่าสามัคคีครั้งนี้ เพื่อนำเงินปัจจัยที่ได้รับบริจาคทั้งหมดถวายสร้างศาลาการเปรียญวัดพระธาตุศรีโคตรบอง ให้เสร็จตามวัตถุประสงค์ ซึ่งการบุญครั้งนี้ได้มีผู้อุปถัมภ์หลักหลายท่าน ที่ร่วมประสานงานช่วยทั้งแรงกาย แรงทรัพย์ดังนี้

รมต.อนุชา ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ติดตามการแก้ปัญหากรณีชุมชนชาวเลหลีเป๊ะได้รับความเดือดร้อนจากการปิดกั้นทางสัญจรในชุมชน

วันนี้ 16 ธันวาคม 2565 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชาตรี ณ ถลาง ปลัดจังหวัดสตูล,คณะทำงานสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ผู้แทนสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ชุมชนชาวเลหลีเป๊ะ เกาะหลีเป๊ะ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เพื่อติดตามและรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงจากประชาชน และผู้แทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กรณีการปิดกั้นเส้นทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการปิดกั้นทางสัญจรในชุมชน ที่ชาวบ้านใช้สำหรับเดินทางไปโรงเรียน โรงพยาบาล สุสาน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสัญจรของนักท่องเที่ยว 

เมื่อคณะเดินทางไปถึงได้หารือกับชาวบ้านนับร้อยคนที่มารอรับ โดยชาวบ้านได้เล่าถึงสภาพปัญหาและข้อเสนอต่างๆโดยเฉพาะการขอให้เปิดเส้นทางดั้งเดิมเหมือนในอดีต นอกจากนี้ชาวบ้านได้เสนอข้อเรียกร้อง ให้แก้ไขปัญหาโดยมีเนื้อหาสรุปว่า ชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนอย่างรุนแรงจากกรณีการซื้อขายที่ดินของผู้ที่ครอบครองเอกสาร น.ส.3 เลขที่ 11 จึงขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการเพื่อดำรงความเป็นธรรม ป้องกันการละเมิดสิทธิชุมชนดั้งเดิมและเพื่อเป็นการป้องกันความขัดแย้ง ลดความรุนแรง และคุ้มครองชุมชนดั้งเดิม

'เทพมนตรี' ฉะ 'กรมข่าวลือ' เล่าความเท็จ แพร่ข่าวปลอม ชี้!! บางคนเชื่อเพราะเกลียด ได้ยินก็หลงเชื่อทันที

'เทพมนตรี' ฉะ กรมข่าวลือ รู้เรื่องคนอื่นดีไปหมด ยกเว้นเรื่องที่ตนควรหุบปาก หรือ คิดชั่วต่อคนอื่น ชี้บางคนเชื่อเพราะเกลียดได้ยินก็หลงเชื่อทันที เผย เคยสอบสวนหนอนบ่อนไส้ จับลงโทษไปแล้ว แต่หนอนมันเยอะ ชอบเล่าความเท็จเผยแพร่ข่าวปลอม

(16 ธ.ค. 65) นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

สังคมไทย มีกรมข่าวลือ และนกรู้มากมาย รู้เรื่องคนอื่นดีไปหมด ยกเว้นเรื่องที่ตนควรหุบปาก หรือ คิดชั่วต่อคนอื่น เสียดายการศึกษาไม่ได้พัฒนาอะไรเลย บางคนเชื่อเพราะเกลียดได้ยินก็หลงเชื่อทันที แพร่กระจายข่าวสารกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของคนอื่น

พรรคเพื่อไทย ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้หายจากพระอาการประชวร

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค นางสาวแพทองธาร ชินวัตรประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม. ถวายแจกันดอกไม้ หน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

DSI ลงพื้นที่สอบการสร้างรีสอร์ตรุกป่า ที่ดินและลำน้ำสาธารณะ ในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

(วันที่ 14 ธันวาคม 2565) เวลา 14.00 น. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งการให้ นายวรพจน์  ไม้หอม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นายไกรศรี สว่างศรี ผู้อำนวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 บูรณาการร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขตพื้นที่ 5 (ปปท.เขต 5) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน ฝ่ายปกครองอำเภอบ่อเกลือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 สำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน (กอ.รมน.จว.น่าน) เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรบ่อเกลือ  สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาแพร่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา และเครือข่ายภาคประชาชนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI Station Nan) ลงพื้นที่บ้านสว้าเหนือ หมู่ที่ 3 ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน กรณี ประชาชนร้องขอให้ตรวจสอบโดยอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนจากการที่มีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ บุกรุกเข้าครอบครองที่ป่า บุกรุกที่สาธารณะและเปลี่ยนแปลงเส้นทางลำน้ำว้า การถมที่ดินริมน้ำ ขยายพื้นที่ทับลำน้ำ หวงกันพื้นที่ริมน้ำไว้เป็นของตนเอง จนทำลายแหล่งพันธุ์ปลา ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิม รวมทั้งปิดทางเดินสาธารณะเข้าออกหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนไม่สามารถใช้ลำน้ำได้อย่างปกติ  

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ มีการแบ่งพื้นที่ให้เช่าสร้างรีสอร์ต จำนวน 2 แห่ง สร้างโรงเรือนที่พักส่วนตัวและที่พักคนงาน บริเวณก่อสร้างอยู่ใกล้กับฝายชลประทาน ทำให้เสี่ยงต่อการพังทลายในช่วงน้ำหลากอย่างมาก มีการใช้แรงงานต่างด้าวขนหินมาสร้างเนินดิน เพื่อเจตนาให้เป็นที่งอกมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางลำน้ำว้า ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาแพร่ นอกจากนี้ ได้มีประชาชนในพื้นที่และผู้ครอบครองพื้นที่เดิม เข้าให้ข้อมูลประกอบพยานหลักฐานยืนยันแนวเขตว่ามีการล่วงล้ำลำน้ำ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และยังพบว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ จึงอาจจะเป็นพื้นที่ป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 อีกด้วย ซึ่งหากผู้ใดบุกรุกอาจจะเป็นความผิดฐานบุกรุกป่า การก่อสร้างโรงเรือน และการประกอบกิจการโรงแรมไม่พบว่ามีการขออนุญาตตามกฎหมาย

อธิบดี DSI บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ คืนผืนป่าต้นน้ำน่าน 300 ไร่

เมื่อวานนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานโครงการร่วมแรง ร่วมใจ เพื่อฟื้นฟูต้นน้ำอย่างมีส่วนร่วม ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา บ้านปางยาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้จัดการโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงลุ่มน้ำน่าน ปลัดอาวุโสอำเภอปัว ร่วมโครงการฯ  

สืบเนื่องจากการเกิดปัญหาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย 'ยุติธรรมสร้างสุข' ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2562 เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้นำแนวคิดจากนโยบายดังกล่าว มาพิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน ด้วยการบูรณาการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานทุกภาคส่วน  

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อม ป.ป.ส. เข้าตรวจโรงแรมดีวาลักษณ์ เชื่อมโยงตู้ห่าว

วันนี้ (15 ธ.ค.65) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายธนากร คัยนันท์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รอง เลขาธิการ ป.ป.ส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เข้าตรวจสอบโรงแรมดีวาลักซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ บริษัท ดีวาลักซ์ รีสอร์ทแอนด์สปา จำกัด เลขที่ 88 หมู่ 3 ต.ศีรษะจรเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทซึ่งอยู่ในรายชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว ผู้ต้องหาในคดีผับจินหลิง ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอข่าวไปแล้ว นั้น

โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม และได้มีการแจ้งเข้าควบคุมกิจการ โดย เลขาธิการ ป.ป.ส. อาศัยอำนาจตามมาตรา 73 วรรคสองประกอบมาตรา 68 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ มีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของนายตู้ห่าว และแจ้งคำสั่งอายัดทรัพย์สินของบริษัท ดีวาลักซ์ รวมทั้งโฉนดที่ดินที่ตั้งของโรงแรมดังกล่าวจำนวน 5 แปลง รวมเนื้อที่ 37 ไร่ มูลค่ากว่า 2,970 ล้านบาท รวมทั้งรายได้อื่นใดที่อาจเกิดขึ้นหลังจากรับทราบคำสั่งนี้ จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ทราบทั้งหมด และดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารและบัญชีกองทุนในชื่อของนางพัชรินทร์ อิทธิวัฒนา ในฐานะกรรมการบริษัทดังกล่าว อีกจำนวน 7 บัญชี โดยมีนางพัชรินทร์ฯ รับทราบคำสั่งของ เลขาธิการ ป.ป.ส. 

เชียงใหม่เตรียมจัดงาน ‘MFL2022 Chiang Mai Fashion & Lifestyle 2022’ ชูเสน่ห์ผ้าทอล้านนา

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 เวลา 15.00 - 16.00 น. ณ Chef's Together by Aod & Dan นายอัศนีบูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) สำนักงานเชียงใหม่ และนายธนกร สมฤทธิ์ สมาคมการค้าผู้ประกอบการธุรกิจไมซ์และออกาไนซ์เซอร์ภาคเหนือตอนบน กรรมการผู้จัดการบริษัท เกรท มอร์โซลูชั่น จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน CMFL2022 Chiang Mai Fashion & Lifestyle 2022

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ ถือได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางทางมาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือแม้แต่การเข้ามาทำธุรกิจที่จังหวัดเชียงใหม่หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มผ่อนคลาย ภาคอุตสาหากรรมการท่องเที่ยว ของเชียงใหม่ก็กลับมาฟื้นตัวขึ้น โดยสังเกตได้จากในช่วงวันหยุดยาว หลายๆ ครั้งที่ผ่านมากมีผู้คนเดินทางเข้ามาที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างมาก รวมไปถึงในพื้นที่ ที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ดูแลด้วยครับ สร้างมูลค่าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้เริ่มขึ้นแล้ว ทางเทศบาลนครเชียงใหม่เองได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการสร้างการเวียนทางเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมต่างๆซึ่งการงาน CMFL2022 Chiang Mai Fashion & Lifestyle 2022 ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ เห็นว่าเป็นกิจกรรมที่นำเอาศักยภาพอุตสาหกรรมสิ่งทอในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมีความโดดเด่น มีอัตลักษณ์ มานำเสนอในรูปแบบที่มีความน่าสนใจ สร้างโอกาสและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบ ได้สร้างผลงานดีๆ ร่วมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองเชียงใหม่ด้วยการใช้ แลนด์มาร์คของเมือง เป็นสถานที่จัดงาน และนำเสนอรูปแบบวิถีชีวิตในรูปของแฟชั่นอีกด้วย ในอนาคตหากมีการต่อยอด อาจจะกลายเป็นเป้าหมายของนักออกแบบระดับโลก มาจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ยินดีให้การสนับสนุนกิจกรรมดีๆ ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top