Sunday, 5 July 2026
Hard News Team

รัฐบาล ปลื้ม 11 เดือน ต่างชาติลงทุนในไทยพุ่ง 74% ส่งสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว สร้างงานกว่า 5 พันตำแหน่ง

โฆษกรัฐบาล โว ต่างชาติเชื่อมั่นลงทุนไทย เพิ่มขึ้นถึง 74% รัฐบาล เร่ง สร้างงานสร้างรายได้ เศรษฐกิจฟื้นตัว

เมื่อวันนี้ (22 ธ.ค. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีเรื่องน่ายินดี ตัวเลขการลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตลอด 11 เดือนของปี 2565 (มกราคม - พฤศจิกายน) มูลค่ารวมกว่า 112,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2564 ถึงร้อยละ 74 เกิดการจ้างงานคนไทยกว่า 5,000 คน โดยพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ขานรับและดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลอย่างแข็งขัน ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณบวกต่อเนื่อง ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนชาวต่างชาติ และสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่คนไทย

นายอนุชา กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2565 กระทรวงพาณิชย์ได้อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 530 ราย โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 

1) ญี่ปุ่น 137 ราย (ร้อยละ 26) เงินลงทุน 39,000 ล้านบาท 
2) สิงคโปร์ 85 ราย (ร้อยละ 16) เงินลงทุน 11,999 ล้านบาท 
และ 3) สหรัฐอเมริกา 70 ราย (ร้อยละ 13) เงินลงทุน 3,343 ล้านบาท

‘สุชาติ’ จัดเต็ม มอบของขวัญปีใหม่ 2566 'ให้ ฟรี ลด แรงงานสุขใจ'

วันที่ 22 ธันวาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงข่าวของขวัญปีใหม่กระทรวงแรงงาน ปี 2566 โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ บริเวณชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงาน 

นายสุชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน ทุกกลุ่ม และได้สั่งการให้ทุกกระทรวงพิจารณาของขวัญที่จะมอบให้ประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นกำลังใจแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้น และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.65 ได้เห็นชอบมาตรการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้นในปีนี้มีของขวัญปีใหม่ จำนวน 6 ชิ้น ภายใต้เคมเปญ 'ให้ ฟรี ลด แรงงานสุขใจ' เพื่อมอบความสุขแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนี้ 

ชิ้นที่ 1 ให้ สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนดอกเบี้ยต่ำ ส่งเสริมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประกันตน เพื่อไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่นๆ และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในบัญชีเงินกู้ที่กู้อยู่กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ วงเงินโครงการไม่เกิน 30,000 ล้านบาท ภาระดอกเบี้ยของผู้ประกันตนลดลง ตลอดระยะเวลาการกู้ประมาณ 8,472 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถใช้สิทธิในการลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ปีที่ 1-5 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.99 % ต่อปี คงที่ 5 ปี ปีที่ 6–8 อัตราดอกเบี้ย MRR – 2.00 % ต่อปี และปีที่ 9 เป็นต้นไปจนถึงตลอดอายุสัญญา อัตราดอกเบี้ย MRR – 0.50 % ต่อปี ปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาท 

ชิ้นที่ 2 ให้ เข้าถึงสิทธิการรักษา 5 โรคตามที่โรงพยาบาลกำหนด ได้แก่ โรคมะเร็งเต้านม ก้อนเนื้อที่มดลูก โรคนิ่วในไตหรือถุงน้ำดี โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษา จำนวน 7,500 คน ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2566 โดย MOU ระหว่างสำนักงานประกันสังคมและสถานพยาบาลเฉพาะทางที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ลดการรอคอยการผ่าตัด โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลที่ดำเนินการผ่าตัดโดยตรง 

ชิ้นที่ 3 ให้ งานทำ 'ต้องการทำงาน ต้องได้ทำงาน' ประชาชนที่ต้องการมีงานทำ ได้มีโอกาสเลือกสมัครงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ และความถนัดของตนเอง ได้มีงานทำ มีรายได้ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กรมการจัดหางานได้เตรียมตำแหน่งงานว่างที่หลากหลายไว้ให้บริการ จำนวน 613,784 อัตรา เป็นตำแหน่งงานว่างในประเทศ 563,784 อัตรา และต่างประเทศ 50,000 อัตรา ผู้สนใจติดต่อสมัครงานผ่านระบบ E –Service ที่เว็บไซต์ www.ไทยมีงานทำ.com สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 -10 และรถโมบายจัดหางานเคลื่อนที่ 

ชิ้นที่ 4 ฟรี ค้นหาความเสี่ยง โรคหลอดเลือดและโรคหัวใจในสถานประกอบการใน 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ สมุทรปราการ ชลบุรี นนทบุรี ปทุมธานี ระยอง พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร เป้าหมายผู้ประกันตน 300,000 คน เน้นการค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ แบ่งกลุ่มตามความเสี่ยง เสี่ยงสูง ปานกลาง น้อย โรงพยาบาลนัดหมายประเมินเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคล ระยะเวลา 6 เดือน ติดตามผล ระบบ Telemedicine และดำเนินการปรับพฤติกรรม ตรวจประเทมินคัดกรองความเสี่ยง และดำเนินการบันทึกข้อมูลด้วยระบบ IT จะทำให้ผู้ประกันตนได้รับการประเมินสภาวะสุขภาพ โดยเฉพาะโอกาสการเสียชีวิตโรคหัวใจและหลอดเลือด และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เกิดเป็นต้นแบบด้านการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในสถานประกอบการ ซึ่งโครงการนี้เริ่มตั้งแต่มกราคม 2566 เป็นต้นไป 

ชิ้นที่ 5 ฟรี อบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูงและระดับวิชาชีพ จำนวน 10,000 คน หลักสูตรกฎหมายความปลอดภัยฯ ทักษะการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและลูกจ้างได้รับการดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ลดค่าใช้จ่ายให้กับนายจ้าง ในการส่งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ เข้ารับการฝึกอบรมกับหน่วยงานฝึกอบรม โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม - มีนาคม 2566 

ข้อคิดจากวิกฤติเงินเฟ้อ ‘อาร์เจนติน่า’ ผลพวงจากนโยบายประชานิยมสุดโต่ง

ก่อนอื่นคงต้องขอแสดงความยินดีกับทีมฟุตบอลอาร์เจนติน่าที่เพิ่งคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาสดๆ ร้อนๆ สร้างความดีอกดีใจให้ชาวอาร์เจนติน่าถึงกับออกมาฉลองกันทั่วประเทศอย่างมืดฟ้ามัวดิน และคาดว่าคงฉลองกันอีกนานยันหลานบวช  ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับชาวอาร์เจนติน่าที่ผูกพันกับฟุตบอลมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องราวประเทศนี้ จริง ๆ แล้วหากย้อนประวัติศาสตร์อาร์เจนติน่าจะเห็นว่าเป็นประเทศที่น่าสนใจมากประเทศหนึ่ง เพราะเคยเป็นประเทศเกษตรที่รวยที่สุด พรีเมี่ยมที่สุด เนื่องจากปลูกหญ้าที่ดีที่สุดได้ เลยทำให้มีเนื้อวัวชั้นดี เป็นแผ่นดินเหมือนเทพประทาน รวยขนาดเมื่อ 100 ปีก่อน มี GDP ที่ 7 ของโลก แถมพร้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ถือเป็นประเทศแถบละตินอเมริกา ที่มีคนยุโรปอยู่เยอะเป็นอันดับต้น ๆ แถมน่าจะมีทรัพยากรล้ำค่าเยอะมาก ดูจากชื่อประเทศ Argentina มาจากคำว่า 'Argentum' ในภาษาลาติน แปลว่า เงิน หรือแร่เงิน แต่คำถามที่ตามมาคือ ทำไมปัจจุบันถึงกลายเป็นประเทศที่เงินเฟ้อ 100% และมีวิกฤติเศรษฐกิจตลอดเวลา

สาเหตุของความตกต่ำล่มสลายคือนโยบายประชานิยมตั้งแต่ยุคเปรอง จนมีศัพท์ว่า peronismo outlast perong คือระบบเปรองนั้นมีชีวิตยาวนานกว่าเปรอง ท้าวความถึงเปรองแล้วคงต้องเขียนถึงภรรยาตัวจี๊ดของเปรองด้วย หลายคนจดจำละครบรอดเวย์เรื่องเอวิต้าได้จากบทเพลงแสนเศร้าคือ Don’t cry for me Argentina เพลงนี้ไม่ใช่แค่เพลง แต่คือโฆษณาชวนเชื่อยุคนั้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเรื่องทางการเมืองในอาร์เจนติน่า

ภาพพจน์ของอวิต้ายังเป็นที่ถกเถียงกัน เพราะก้ำกึ่งระหว่างนางฟ้าผู้อุทิศตนเพื่อคนยากกับหญิงทะเยอทะยานกระหายอำนาจ เอวิต้านั้นถูกมองว่าเป็นทั้งนักบุญและนางบาป แล้วแต่ฝ่ายไหนจะมองจากแว่นสีใด แม้ร่างจะดับสูญไป แต่ยังทิ้งคำถามคาใจชาวโลกว่า แท้จริงแล้วเธอและสามีนำพาอาร์เจนตินาไปสู่ความรุ่งโรจน์หรือหายนะกันแน่

เอวิต้าเกิดในครอบครัวยากจน แต่ทะเยอทะยาน จึงเดินทางมาสู่เมืองหลวงและใช้เต้าไต่เพื่อหาโอกาส 'เกิด' จนกลายเป็นนางแบบและนักแสดง ในปี ค.ศ. 1944 เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ที่เมืองซานฮวน

ฮวน เปรอง รองประธานาธิบดีและหัวหน้ากรมแรงงานสวัสดิการสังคม จัดงานระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเชิญดารานักร้องคนดังมาร่วมงาน คืนนั้นทั้งคู่ได้พบกันเป็นครั้งแรก และกลายเป็นคนรักใหม่ของฮวน เปรอง

ฮวน เปรองตั้งระบบประกันสังคมแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในอาร์เจนตินา เอื้อประโยชน์ให้ชนชั้นล่าง เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดารากหญ้าจนได้ฐานคะแนนเสียงจากคนเหล่านี้ รัฐบาลทหารมองว่าเปรองมีอำนาจมากเกินไปจึงสั่งจับ แต่พวกกลุ่ม 'เดสกามิซาโดส' Descamisados หรือกรรมกรและคนยากจนในเมืองรวมตัวประท้วงให้ปล่อยตัว จากนั้นฮวน เปรองก็แต่งงานกับเอวิต้า เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจกับชนชั้นสูงและทหารในกองทัพอย่างหนัก

ต่อมาเปรองสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในนามพรรคแรงงาน และได้รับเลือกอย่างถล่มทลาย เอวิต้าจึงกลายเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสามสิบ เอวิต้าสร้างภาพพจน์ให้ตนเป็นแม่พระคนยากทำให้ชนะใจชนชั้นแรงงาน ส่วนเปรองชูนโยบายเอื้อต่อกลุ่มชนชั้นล่างเพื่อสร้างความนิยมอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ชื่อ 'อาร์เจนตินาใหม่' สรุปง่าย ๆ คือประชานิยมเราดี ๆ นี่แหละที่ใช้ผูกใจรากหญ้าให้รักใคร่ใหลหลง

เปรองส่งเอวิต้าไปเดินสายทั่วยุโรปในนาม 'เส้นทางสายรุ้ง'  เมื่อกลับมาก็ก่อตั้ง 'พรรคสตรีเปรองนิยม' ฟังดูเหมือนจะดีงามที่ให้สิทธิแก่สตรี แต่แท้จริงแล้วต้องการดึงผู้หญิงมาเป็นฐานเสียงให้เปรองนั่นเอง เมื่อเปรองได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง เอวิต้าใช้เงินโปรยหว่านเพื่อผูกใจชนชั้นแรงงานผ่านโฆษณาชวนเชื่อ แม้กระทั่งในตำราเรียน ที่เน้นสอนให้รักเอวิต้าและเปรองเหมือนพ่อแม่ตน พูดง่าย ๆ คือตั้งระบบเปรองนิยมนั่นเอง

เจ้าของร้านเผย 'โตโน่' โดดน้ำ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ช่วยสร้างสีสัน ลูกค้าประทับใจ ไมค์พังก็ของโตโน่

เจ้าของร้านอาหารริมรางสเตชั่นไม่ติดใจ หลังจ้างศิลปินหนุ่มโตโน่ ภาคิน พร้อมทีมงาน มาทำการแสดงที่ร้านก่อนที่โตโน่จะระเบิดความมันส์แล้วกระโดดลงบ่อน้ำของทางร้านท่ามกลางความตกตะลึงทั้งเจ้าของร้านทั้งลูกค้าและพนักงาน มองเป็นการสร้างสีสันและลูกค้าเองก็ชื่นชอบส่วนไมโครโฟนนั้นเป็นของโตโน่

(22 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่คลิปภาพศิลปินนักร้องหนุ่มโตโน่ ภาคิน ทำการแสดงอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นก่อนจะกระโดดลงบ่อน้ำพุน้อยของทางร้านซึ่งจัดตกแต่งไว้สวยงามที่หน้าเวทีพร้อมกับไมโครโฟนซึ่งจมลงไปกับน้ำก่อนที่จะยื่นให้กับ ชายอีกคนซึ่งระบุว่าเป็นพนักงาน ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา โดยแยกเป็นสองฝ่ายทั้งชื่นชอบและตำหนิ

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นาย ณัฐพล พูลเขตรกรม อายุ 49 ปี เจ้าของร้านริมรางสเตชั่น ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวเดินดูจุดที่โตโน่ทำการแสดง ซึ่ง เป็นเวทีความสูงจากพื้นข้างล่าง 1.30 เมตร ขณะที่จากพื้นปกติลงก้นบ่อน้ำที่โตโน่กระโดดลงไป 30 เซนติเมตรรวมความสูงที่โตโน่กระโดดลงไปถึงก้นสระ ประมาณ 2 ม. ซึ่งบริเวณโดยรอบจะมีโต๊ะของลูกค้าตั้งอยู่จำนวนหลายโต๊ะ

พร้อมทั้งเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้กับผู้สื่อข่าวดู โดยบรรยากาศขณะที่โตโน่ทำการแสดงนั้นเริ่มตั้งแต่เวลาห้าทุ่มไปจนถึงเที่ยงคืนกว่ากว่ารวมกว่า 1 ชั่วโมงโดยบรรยากาศช่วงที่โตโน่ทำการแสดงทั้งร้องทั้งเต้นสุดมันส์โดยมีลูกค้าต่างโยกเข้าจังหวะพร้อมทั้งหยิบกล้องโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้เก็บเป็นที่ระลึกก่อนที่โตโน่จะทำลักษณะเหมือนสำรวจดูและเคลียพื้นที่ก่อนจะทำการกระโดดลงมาท่ามกลางความตกตะลึงของลูกค้าที่อยู่รอบข้างบ่อน้ำรวมทั้งเจ้าของร้านและพนักงานของร้านด้วย ก่อนที่โตโน่จะยื่นไมค์ที่จมลงไปในน้ำขณะกระโดดลงมา ยื่นให้กับชายคนหนึ่ง ซึ่งทราบว่าเป็น ทีมงานของ โตโน่ เองรวมทั้งไมโครโฟนก็เป็นของโตโน่ด้วยเช่นกัน

ทบทวนตัวเองก่อนปีใหม่ ตั้งคำถามซักฟอกใจ นำ 'ชีวิต' มุ่ง 'วิถีแห่งความสุข' ตามสูตรของตัวเอง

คำถามหนึ่งที่เป็นคำถามสำคัญและนับเป็นคำถามอมตะในวิวัฒนาการของมนุษยชาติ นั่นคือใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีทันสมัย เปลี่ยนโลกและสังคมว่องไวเลื่อนไหลตลอดเวลา กระแสความเจริญทางเทคโนโลยีที่ดูเหมือนย่อโลกใบนี้ให้เล็กลง กลับกลายเป็นว่ากลับกักขังเราในกรอบหน้าจอแคบ ๆ ที่รับรู้ทุกสิ่งอย่างทุกเรื่องราว แต่ไม่สัมผัสเต็มเปี่ยมกับสิ่งใด เปลี่ยวเหงาทั้งที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน ลึก ๆ แล้วรู้สึกว่าชีวิตยังไม่เติมเต็ม ตอบไม่ได้ว่าความสุขคืออะไร และมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

ช่วงปลายปีเช่นนี้ถือเป็นช่วงพิจารณาชีวิต เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะมองไปข้างหน้า และหันกลับมามองข้างหลัง เพื่อถามตัวเองว่าจากนี้จะเดินไปสู่ทิศทางใด จะใช้ชีวิตแบบไหนในอนาคต  

ยิ่งใกล้สิ้นปีแต่ละหน ยิ่งต้องหันมาทบทวนตัวเอง โดยใช้ 'ดวงตาภายใน' มองตน ว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้สร้างประโยชน์อะไรต่อโลกใบนี้บ้าง เคยกระทำผิดพลาดบาดใจใครไปบ้าง ช้าไปไหมที่จะขอโทษใครบางคน และสายไปหรือยังในการปรับปรุงตัวเอง

การดำเนินชีวิตไม่มีผิดถูกก็จริง แต่บางย่างก้าวของเราอาจทำให้ฝุ่น หรือเม็ดกรวดกระเด็นกระทบใครบ้างก็ได้

เบื่อไหมกับการเวียนว่ายกลางทะเลข่าวสารข้อมูลที่เต็มไปด้วยเสียงก่นด่าระหว่างผู้เห็นต่าง กี่ปีแล้วที่วนเวียนอยู่ ณ จุดนี้ สิ่งนี้คือสาระสำคัญในชีวิตหรือไม่ ในที่สุดมักลงท้ายด้วยการตั้งคำถามว่า “ทำอย่างไรถึงจะมีความสุข"

หากถามศิลปินว่าความสุขในชีวิตคืออะไร อาจจะได้คำตอบแบบ อัลแบร์ กามู นักเขียนรางวัลโนเบลและนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส เคยกล่าวไว้คือ “อยู่ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง พ้นจากความทะเยอทะยาน ทำงานสร้างสรรค์ และรักใครสักคน”

เทศบาลสวรรคโลกและจังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามม้าลายหน้าโรงเรียนและเพิ่มจุดแจ้งเตือนทางม้าลาย

วันนี้ (22 ธันวาคม 2565) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุและปรับปรุงทางม้าลาย โดยมีนายสมชาติ ลิมประพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยมีผู้บริหารเทศบาลฯ และอบต.ในพื้นที่และฝ่ายการศึกษาให้การต้อนรับ มีนายอนุสรณ์ มณีเลิศ นายอำเภสวรรคโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครูนักเรียนเข้าร่วมในกิจกรรม และทาสีแดงขาวบนทางม้าลายร่วมกัน ให้เป็นสัญลักษณ์เตือนการหยุดและชะลอรถที่สัญจรเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ณ บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลเมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ด้วยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสุโขทัย ต้องการให้ผู้ขับขี่รถบนท้องถนนตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการขับขี่รถที่ไม่มีระเบียบวินัยและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุ ในการนี้มีการปล่อยแถวรณรงค์ขับขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัย 100% และมีการปรับปรุงทางม้าลายให้ชัดเจน

‘ศักดิ์สยาม’ ตั้งเป้า 3 ปี ไทยเป็นฮับในอาเซียน ถ่ายทอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบราง

เมื่อไม่นานมานี้ (15 ธ.ค. 65) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ ‘ผนึกกำลังพันธมิตรพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางของภูมิภาค’ ระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) และกลุ่มธุรกิจระบบรางฝรั่งเศส โดยการสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ไม่มีกำหนดกรอบระยะเวลา เป็นการต่อยอดความร่วมมือการผนึกกำลังพัฒนาศักยภาพบุคลากร เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างสถาบันวิจัยฯ และกลุ่มอุตสาหกรรมระบบรางจากประเทศฝรั่งเศส 5 บริษัท โดยเป็นบริษัทที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีระบบราง ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ความร่วมมือนี้จะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันที่เป็นรูปธรรมเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ 

1. การสร้างสถาบันพัฒนาบุคลากรระบบราง ที่เป็นกลไกการพัฒนาบุคลากรระบบราง ทั้งระดับช่างเทคนิคทักษะสูง และระดับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ โดยร่วมกับสถาบันและหน่วยงานเครือข่าย เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง

2. การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนฝรั่งเศส และภาคเอกชนไทย เพื่อสร้างอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนระบบรางภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Thai First ของกระทรวงคมนาคม โดยไม่เพียงแค่ผลิตได้ แต่คาดหวังให้เกิดผู้ประกอบการไทยที่มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้

และ 3. การวิจัยและพัฒนาร่วมกัน และถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบรางชั้นแนวหน้าระหว่างกลุ่มธุรกิจระบบรางชั้นนำของฝรั่งเศส และเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทย เพื่อส่งเสริม และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การถ่ายทอด และการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาคอาเซียนภายใน 2-3 ปีหลังจากนี้

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ดังนั้นเวลานี้ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องรับความรู้ และเทคโนโลยีจากหลากหลายประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งนอกจากจะนำความรู้เพื่อมาใช้ผลิตบุคลากรในการเตรียมรองรับทางคู่ 4,000 กิโลเมตร (กม.) ทั่วประเทศ และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทยแล้ว ยังสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับประเทศอื่น ๆ เพื่อร่วมพัฒนาระบบขนส่งทางรางในระดับอาเซียนด้วย

กระบี่-อำเภอคลองท่อม และหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมทำบุญตักบาตร เจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล แด่ 'พระองค์ภา' ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วันที่ 22 ธันวาคม 2565 นายไพศาลศรีเทพนาย อำเภอคลองท่อม พ.อ. ธนวัฒน์ สายสกุล ผบ.กองพัน ร 15 พัน 1 นายพิริยะ ศรีสุขสมวงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ และหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการพ่อค้าประชาชน ซึ่งทางอำเภอคลองท่อมได้จัดกิจกรรม โดยมี พระครูสถิตนราธิการเจ้าอาวาสวัดคลองท่อมทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา รวมถึงพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารินีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดคลองท่อม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เพื่อขอให้ทรงหายจากอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ววัน ตามที่ประชาชนได้รับทราบแถลงการสำนักพระราชวังเรื่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารินีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่งพระประชวรลงเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศต่างมีความห่วงใยและปรารถนาในการร่วมกันถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากเพื่อถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

สวนสัตว์ขอนแก่นมอบของขวัญส่งความสุขให้ประชาชนชาวไทย ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566

สวนสัตว์ขอนแก่นมอบของขวัญส่งความสุขให้ประชาชนชาวไทย ผ่าน แคมเปญมา 4 จ่าย 3 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 65 – 2 ม.ค. 66

สวนสัตว์ขอนแก่น เตรียมมอบของขวัญส่งความสุขให้กับประชาชนชาวไทย ผ่าน แคมเปญมา 4 จ่าย 3 ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 65 – 2 ม.ค. 66 โดยแคมเปญดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้พักผ่อนหย่อนใจในการพาครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อน มาท่องเที่ยวชมสัตว์ป่านานาชนิดภายในสวนสัตว์ขอนแก่น ในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ นอกจากนี้ทางสวนสัตว์ขอนแก่น ได้จัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปีนี้ ได้แก่ 1) กิจกรรมชม Sky walk flora view season 4 ณ จุดชมวิวบนสะพาน Sky walk ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่ประดับตกแต่งไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ พร้อมลวดลายบนสะพานออกแบบเป็นลวดลายของยีราฟที่มีสีสันสดใส , 2) กิจกรรมชมการแสดงความสามารถพิเศษของแมวน้ำแสนรู้ , 3) กิจกรรมชมขบวนพาเหรดของหนูยักษ์คาปิบาร่า , 4) กิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ป่าผ่านกิจกรรมการให้อาหารเสือ-สิงโต , นกแก้วซันคอนัวร์ , ยีราฟ , ช้างไทย หรือ ให้อาหารกวางหลากหลายสายพันธุ์ พร้อมเดินชมวิวบน boardwalk ณ ส่วนจัดแสดงทุ่งแสนกวาง นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมกิจกรรมถ่ายภาพกับเหล่ามาสคอตสัตว์ป่าสุดน่ารักที่จะออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 65 ถึง วันที่ 2 ม.ค. 66 ที่กำลังจะมาถึงนี้

​นายณรงวิทย์ ชดช้อย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ ทางสวนสัตว์ขอนแก่น พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบความสุข ความสนุกสนาน และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ในการเที่ยวชมสัตว์ป่านานาชนิดในรูปแบบใหม่ ผ่านกิจกรรมต่างๆที่สนุกสนานและได้รับความรู้ พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศของธรรมชาติ และ สัมผัสลมหนาวส่งท้ายปี 2565 ณ สวนสัตว์ขอนแก่น

ผักในตลาด จ.สงขลา หลายชนิดเริ่มปรับราคา ส่งผลให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดลดน้อยลง และยังมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้น

วันนี้ (22 ธ.ค. 65) ตลาดผักที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ขณะนี้ผักหลายชนิดเริ่มปรับราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะผักบุ้งจีนราชบุรี จากเดิม กก.ละ 60 บาท ขึ้นเป็น กก.ละ 90 บาท ถั่วฝักยาว จากเดิมกก.ละ 60 บาทขึ้นเป็น 80 บาท ผักคะน้า จากเดิม กก.ละ 40-50 บาท ขึ้นเป็น 60 บาท ผักกวางตุ้งจากเดิม กก.ละ 40 บาทขึ้นเป็น 50 บาท มะเขือยาวจากเดิมกก.ละ 50 บาท ขึ้นเป็น 80 บาท มะเขือเปราะจากเดิม กก.ละ 50 บาทขึ้นเป็น 60 บาท ส่วนผักชียังคงราคาเดิม กก.ละ 250 บาท ต้นหอมยังคงราคากก.ละ 150 บาทและผักขึ้นฉ่ายยังคงราคา กก.ละ 150 บาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top