Sunday, 5 July 2026
Hard News Team

วาทกรรมอำพราง สูตรสำเร็จนักการเมืองที่ใช้ครองใจมวลชน แต่ผลกรรมตกอยู่ที่ประชาชนร่ำไป

จากการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองโดยมีประชาชนเป็นแกนหลัก ภายใต้นาม ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ (พธม.) ตั้งแต่กลางสมัยรัฐบาล ‘ทักษิณ 1’ ต่อเนื่องกระทั่งประเทศไทยเดินเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2549 สังคมไทยเริ่มถูกแบ่งด้วยขั้วการเมืองออกเป็นสองฝักฝ่ายอย่างชัดเจน เป็นเหตุให้ความสามัคคีของชนชาวสยามซึ่งพร้อมจะขาดผึงอยู่รอมร่อถูกทุกทำลายลงอย่างไร้หนทางหลีกเลี่ยง

เริ่มจากมีคนกลุ่มคน ‘สวมเสื้อสีแดง’ เข้าลอบทำร้ายผู้ชุมนุมพันธมิตรซึ่ง ‘สวมเสื้อสีเหลือง’ อันมีนัยหมายถึง ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อในหลวงรัชกาลที่ 9

ลองไปหาดูได้ไม่ยากว่าสีแดงแรกเริ่มนั้นสกรีนบนอกเสื้อว่าอะไร

แม้ดูเหมือนความชุลมุนจะจบลงที่เหตุรัฐประหาร 29 กันยายน ของปีเดียวกัน โดย ‘คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ’ (คมช.) ความระส่ำระสายแตกแยกของผู้คนก็ไม่มีทีท่าเบาบางจางลงแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับมีมวลชนจัดตั้งจากฝ่ายการเมืองผู้สูญเสียผลประโยชน์ โดยตั้งเป้าหลักคือต่อต้านการยึดอำนาจ เริ่มจากกลุ่มคนเล็กๆ ปราศรัยในสนามหลวง จนเติบโตกลายเป็น ‘กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ’ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง

เข็นเสื้อแดง นปช. ออกมาชนเสื้อเหลือง พธม. อย่างเต็มรูปแบบ

สร้าง ‘ตีนตบ’ (พลาสติก) ออกมาฉะสู้กับ ‘มือตบ’ ประมาณนั้น

สิ่งเหล่านี้ล้วนคือน้ำมือนักการเมืองผู้กระสันแย่งชิงความได้เปรียบทั้งสิ้น

แม้กลุ่มคนผู้รวมตัวเรียกร้องทางการเมืองในภายหลัง ซึ่งเรียกตนเองว่าเป็น ‘ประชาชน’ ที่รับรู้ทั่วไปว่ามาจากการ ‘จัดตั้ง’ โดยกลุ่มนักการเมืองผู้สูญเสียประโยชน์และอำนาจยืนกำกับการแสดงอยู่เบื้องหลัง และหันมาใช้วิธีการดั้งเดิม คือ สร้างสูตรสำเร็จทางความเชื่อด้วย ‘วาทกรรม’

นักการเมืองไทยทุกยุคทุกสมัยรู้ดีว่า ‘วาทกรรม’ คือ ‘สูตรสำเร็จของการครองใจคน’ เปรียบประดุจอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน โดยผู้บริโภคไม่ต้องคอยกังวลใส่ใจว่าส่วนผสมหรือกรรมวิธีการปรุงนั้นมีที่มาอย่างไร เพียงแค่ผลิตป้อนให้รสชาติอร่อย ‘แซบ ลำ นัว หรอย’ ถูกปากถูกใจ (สาวก) เป็นพอ

คำ ‘ไพร่ อำมาตย์ และฝ่ายประชาธิปไตย’ จึงถือกำเนิดจนถูกจดจำนำมาใช้ต่ออย่างแพร่หลายยาวนาน นั่นเพราะ ‘วาทกรรม’ บริโภคง่ายไม่ต้องอาศัยกระบวนการทางความคิดมาบดย่อยให้ยุ่งยาก ไม่ต่างจากเหตุการณ์ต่อสู้ชิงอำนาจ ‘ฝ่ายประชาธิปไตย’ กับ ‘ฝ่ายอนุรักษ์นิยม’ ยุค พ.ศ. 2475 ที่ใช้การแจก โปรยใบปลิวตามท้องถนน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นวาทกรรมบิดเบือนให้ร้าย และถูกผลิตจากโรงงานการเมือง

ศ.ดร.ธีรยุทธ บุญมี อดีตแกนนำนักศึกษา และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย เคยกล่าวถึงเรื่องวาทกรรมไว้อย่างน่าสนใจว่า “...น่าเป็นห่วงวิกฤติรอบใหม่ในลักษณะวาทกรรมที่จะรุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ และจะค่อยทำลายคนที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มอื่น หรือคนอื่น ทีละเล็กทีละน้อย”

ราชสีห์ของหนูคือปชช. ‘อนุทิน’ ลั่น!! จะช่วยเหลือ - รับใช้ ปชช. พร้อมหนุนทุกคนที่ทำเพื่อประเทศชาติ

เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค. 65) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ขณะปฏิบัติภารกิจที่ จ.นครพนม หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศความชัดเจนทางการเมืองเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า ต้องแสดงความยินดีกับท่านด้วย เพราะว่าท่านก็แสดงความชัดเจนทางการเมืองให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็น พี่น้องประชาชนก็จะมีตัวเลือกผู้นำของประเทศ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอย่างเป็นทางการ ในความที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราก็เป็นกำลังใจให้ท่าน ในเรื่องการแข่งขันทางการเมือง การลงเลือกตั้ง ก็หวังว่าท่านจะเป็นกำลังให้กับพวกตนบ้าง

เมื่อนักข่าวถามว่า ตอนนี้เป็นคู่แข่งทางการเมืองกันแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า อย่าไปถือว่าเป็นคู่แข่งนะ เราต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้พี่น้องประชาชน เวลาจะคิดอะไร ต้องคิดว่าประโยชน์นั้นเกิดแก่ประชาชน เกิดกับบ้านเมือง เราไม่มามองว่าเราเป็นคู่แข่งกัน เราต่างแข่งกันทำความดี เสนอนโยบายที่มันดี ๆ เสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ให้กับประชาชน มันไม่มีผู้แพ้ มีแต่ผู้ที่จะส่งการบ้านให้กับประชาชนแล้วเกิดประโยชน์มากที่สุด คิดแค่นี้พอ

‘จุรินทร์’ ควง ‘สุทัศน์-นิพนธ์’ ออนทัวร์สกลนคร เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร มั่นใจปักธงสกลนคร ชู ‘ประกันรายได้-ดันอีสานเชื่อมไทยเชื่อมโลก ผ่านการค้า-ส่งออก’

วันนี้ 24 ธันวาคม 2565 ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันนำ ‘จุรินทร์ ออนทัวร์’ เดินทางไปจังหวัดสกลนคร เพื่อเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดสกลนคร ที่หอประชุม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร โดยมีพี่น้องชาวสกลนครมารอต้อนรับเป็นแถวยาวเพื่อผูกผ้าขาวม้าและมอบพวงมาลัยดอกไม้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการขอถ่ายรูปกับนายจุรินทร์อย่างใกล้ชิด ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายจุรินทร์ ได้กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า จังหวัดสกลนครเคยมีผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ มาแล้วถึง 7 สมัย ดังนั้นประชาธิปัตย์กับคนสกลนครจึงมีความผูกพันกันมายาวนาน นับตั้งแต่ ‘ประชา ตงศิริ’ ส.ส.ที่ทุ่มเททำงานหนักเข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาธิปัตย์ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต สืบต่อด้วย ‘อนงค์ ตงศิริ’ ส.ส.หญิงคนแรกของสกลนคร และเป็น ‘หญิงเหล็ก’ ในวงการเมือง 

นอกจากนี้ยังมี ‘ทวีวัฒน์ ฤทธิฤาชัย’ ‘องุ่น สุทธิวงศ์’ ไปจนถึง ‘อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย’ เป็นช่วงเวลาที่ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องชาวสกลนครอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และทุกคนมีบทบาทโดดเด่นในสภาอย่างน่าชื่นชมที่ล้วนเกิดจากมือของคนสกลนครที่เคยให้โอกาสประชาธิปัตย์มาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา 

สำหรับการเลือกตั้งเที่ยวหน้า พี่น้องชาวสกลนครคงจะให้โอกาสกับประชาธิปัตย์อีกคำรบหนึ่ง หากจะถามว่าประชาธิปัตย์เอาอะไรมาขายกับคนสกลนครในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง คำตอบสั้น ๆ ก็คือ ประชาธิปัตย์ขายความเป็นประชาธิปัตย์ ขายนโยบาย ขายผลงานให้พี่น้องชาวสกลนครอยู่ดีกินดีต่อไปในอนาคต ที่สำคัญก็คือขายผู้สมัครที่ประชาธิปัตย์คัดสรรบุคคลที่มีศักยภาพและมีความรู้ความสามารถที่จะไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนคนสกลนครได้ต่อไป 

“ที่บอกว่าขายความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากความผูกพันที่ต่อเนื่องมายาวนานแล้ว ในเรื่องนโยบายและผลงานพี่น้องคงเห็นอยู่ชัดเจนว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่เข้าร่วมรัฐบาล แม้เราจะมีแค่ 52 เสียงใน 500 เสียง แต่ 3 ปีกว่าๆ จนเข้าปีที่ 4 ประชาธิปัตย์สร้างผลงานให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศมากเกินจำนวนเสียงที่ได้รับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายประกันรายได้เกษตรกร จึงเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่ประชาธิปัตย์ทำมากับมือ ไม่เฉพาะกับคนภาคเหนือ คนภาคกลาง คนภาคใต้ แต่ให้กับคนอีสานเป็นการเฉพาะด้วย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 

พร้อมกับเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนั้นเรายังขับเคลื่อนการส่งออกเพื่อให้สินค้าเกษตรของพี่น้องคนภาคอีสาน คนสกลนครสามารถส่งไปขายต่างประเทศ นำเงินเข้าประเทศมาสร้างความร่ำรวยให้กับประเทศด้วย และต่อไปในอนาคต อีสานจะต้องไม่อยู่แค่ภาคการเกษตร แต่เราจะต้องทำให้อีสานลืมตาอ้าปากได้ ด้วยการทำอีสานเชื่อมประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจและทำอีสานเชื่อมโลกต่อไปในอนาคตด้วย นโยบายอีสานเชื่อมไทยอีสานเชื่อมโลก จึงเป็นการใช้การเกษตรเป็นฐาน และใช้การส่งออกเป็นการสร้างเงินให้ประเทศ รวมทั้งใช้การท่องเที่ยวสร้างเงินให้กับชาวอีสาน และต่อไปสกลนครต้องขายการท่องเที่ยวพร้อมกับซอฟท์พาวเวอร์  ที่เป็นการนำศิลปะวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนอีสาน และมีความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองมาขายเพื่อดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอีสาน และสกลนครต่อไป 

ของขวัญปีใหม่ กองทัพเรือ บริการตรวจสภาพรถยนต์ ฟรี 24 รายการ

กองทัพเรือ เปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ 2566 ให้แก่ประชาชน และกำลังพลกองทัพเรือ ตรวจสภาพรถฟรี 24 รายการ ระหว่างวันที่ 23 - 28 ธ.ค.65 เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนช่วงเทศกาลปีใหม่

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.65 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี เปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนเทศกาลปีใหม่ 2566 กับกองทัพเรือ โดยกรมการขนส่งทหารเรือ ซึ่งจัดให้มีการตรวจสภาพรถฟรี จำนวน 24 รายการ ให้กับประชาชน และกำลังพลกองทัพเรือ ระหว่างวันที่ 23 - 28 ธ.ค.65 ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพรถ และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ ลานจอดรถ กองรถยนต์ กรมการขนส่งทหารเรือ

ตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2566 ด้านกำลังพล ในการยกระดับคุณภาพชีวิต และสวัสดิการของกำลังพลกองทัพเรือ โดยให้จัดกิจกรรมที่เป็นการลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ให้กับกำลังพล ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ มักจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น กองทัพเรือโดยกรมการขนส่งทหารเรือจึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้รถยนต์ของประชาชน ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ กองทัพเรือที่เข้ารับบริการ มีสภาพพร้อมใช้ ทำให้เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยจัด ‘งานครบรอบ 117 ปี แห่งการพระราชทานนาม’

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและถวายพานพุ่มพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันครบรอบ 117 ปี แห่งการพระราชทานนามโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โดยมีนายพูลศักดิ์ จิตสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารคณะครู บุคลากรทางการศึกษา ภาคีเครือข่าย นักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และ ผู้มีเกียรติทุกเข้าร่วมงาน 

นายพูลศักดิ์ จิตสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวว่าโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นด้วยพระบรมราโชบายขยายการศึกษาออกสู่หัวเมืองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือกำเนิดเป็นโรงเรียนเมืองนครเชียงใหม่หรือโรงเรียนรัฐบาลตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ ตั้งอยู่บริเวณที่ดินคุ้มหลวงของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ซึ่งได้รับประทานที่ดินจากเจ้าดารารัศมี พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

และเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 8 ต่อมาได้รับพระราชทานนามโรงเรียนว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พุทธศักราช 2448 และเป็นโรงเรียนในพระอุปภัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2532 เป็นต้นมา

กองทัพเรือ ส่งร่าง 2 กำลังพลเรือหลวงสุโขทัย กลับบ้านเกิด สุราษฎร์ธานี อย่างสมเกียรติ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ธ.ค.65 ที่ สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 1 ฟ๊อกเกอร์ mk 400 หมายเลข 2111 ลำเลียง ร่างกำลังพล เรือหลวงสุโขทัย จำนวน 2 นาย คือ จ.อ.จักรพงศ์ พูลผล จ่าปืน แผนกอาวุธและการเรือ เรือหลวงสุโขทัย หมวดเรือที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ และพลทหาร อัครเดช โพธิ์บัติ พลเรือ แผนกเดินเรือ เรือหลวงสุโขทัย ไปยังสนามบิน กองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะใช้รถยนต์ลำเลียงร่างไปยังวัดบ้านเกิดของแต่ละนาย โดยมีกองทหารเกียรติยศ ส่งอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางคณะผู้บังคับบัญชา กำลังพลกองทัพเรือ ตลอดจน ประชาชน ในพื้นที่ 

โฆษก ตร. เตือนภัย แชร์ลูกโซ่บ้านออมทอง เพจเฟซบุ๊ก เฟื่อง โกลด์ ดัง ออมทอง ขายทองออนไลน์ อ้างดารามีชื่อร่วมโปรโมต เหยื่อสูญเงินกว่า 700 ล้านบาท


วันนี้ (24 ธ.ค. 65) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยกรณี บ้านออมทอง เพจเฟซบุ๊ก เฟื่อง โกลด์ ดัง ออมทอง ขายทองออนไลน์ โพสต์โฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุนออมทอง อ้างดารามีชื่อร่วมโปรโมท หลอกให้ร่วมลงทุนและเป็นตัวแทนหาสมาชิกมาร่วมลงทุนออมทองผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนเชิดเงินหลบหนีไปรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 700 ล้านบาท

โฆษก ตร. กล่าวว่า ตามที่เป็นข่าวกรณี บ้านออมทอง ซึ่งมีหน้าร้านอยู่ที่จังหวัดสระบุรี โดยใช้ชื่อว่าร้านทองเฟื่อง โกลด์ ดัง และมีเพจเฟซบุ๊กชื่อเฟื่อง โกลด์ ดัง ออมทอง ขายทองออนไลน์ โพสต์โฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุนออมทอง อ้างได้ค่าตอบแทนสูง ลงทุนระยะสั้น 23,000 บาท ครบ 1 เดือน จะได้รับทองคำน้ำหนัก 1 บาท ซึ่งราคาต่ำกว่าท้องตลาด นอกจากนี้ยังชักชวนให้เป็นตัวแทนหาสมาชิกมาร่วมลงทุนออมทอง โดยจะได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าตอบแทน 300 บาท ต่อการลงทุนออมทองคำน้ำหนัก 1 บาท คนร้ายสร้างความเชื่อถือโดยการช่วงแรกมีการจ่ายปันผล ได้รับทองคำ หรือ ค่าตอบแทนจริง ประกอบกับมีกลุ่มตัวแทน หรือหน้าม้า คอยรีวิวสร้างความมั่นใจ กับบ้านออมทองแห่งนี้ เพราะมีที่ตั้งร้านทองชัดเจน เปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 1 ปี 5 เดือน และทุกเดือนพวกเขาก็ได้เงินตรงตลอด ส่วนทองคำลูกค้าจะเอาเมื่อไรก็ไม่เคยเบี้ยว อีกทั้งอ้างว่าเคยมีการเชิญ อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 มาร่วมโปรโมทร้าน ทำให้ดูน่าเชื่อถือ จึงมีเหยื่อหลงเชื่อไปชักชวนคนรู้จักมาร่วมลงทุนรวมกว่า 700 ล้านบาท

โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า วิธีป้องกันตนเองต่อภัยโจรออนไลน์ในหลากหลายรูปแบบ ในกรณีนี้สามารถตั้งข้อ สังเกตว่าอาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ออมทอง ได้ดังนี้

1. ทุกคนสามารถที่จะร่วมลงทุนในการออมทองได้ ไม่จำกัดอายุ อาชีพ เพศ การศึกษา หรือประสบการณ์ใดๆ และสามารถนำเงินมาร่วมลงทุนในการออมทองได้ไม่จำกัด

2. บ้านออมทองแห่งนี้ ลงทุนระยะสั้น 23,000 บาท ครบ 1 เดือน จะได้รับทองคำน้ำหนัก 1 บาท ซึ่งราคาต่ำกว่าท้องตลาด

3. ลักษณะการออมทอง คือการเปิดรับตัวแทน(แม่ข่าย) เน้นการสร้างเครือข่าย รายรับที่ได้มาจากการหาสมาชิกเพิ่ม ตัวแทนจะได้รับรายได้เป็นเปอร์เซ็น เช่น ถ้าลูกข่ายออมทองน้ำหนัก 1 บาท ตัวแทนก็จะได้เงิน 300 บาท

4. มีการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยช่วงแรกจ่ายค่าปันผล ได้รับทองคำ หรือค่าตอบแทนจริง อีกทั้งกล่าวอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในสังคมร่วมโปรโมทร้าน

5. การชักชวน ระดมหาสมาชิก จะมีการเร่งรัดให้ตัดสินใจเข้าร่วมให้ลงทุน โดยผู้ชักชวน ปิดบังไม่ให้ข้อมูลให้ครบทุกด้าน

พม. สมุทรปราการ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อถวายพระพรชัยมงคล แด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เมื่อวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2565 เวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา ณ อาคารเอนกประสงค์สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ โดยนางวรรณภา สุขคง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อถวายพระพรชัยมงคล ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดีแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ One Home พม.สมุทรปราการ / เคหะจังหวัดสมุทรปราการ / สถานธนานุเคราะห์ 33 จังหวัดสมุทรปราการ / หน่วยงานเครือข่าย อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ /โรงเรียนวิสุทธิกษัตรี / สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการ และผู้แทนคนพิการ เข้าร่วมพิธีฯ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

รมว.พิพัฒน์ เปิดแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาภาคใต้ และสายมูเตลู กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2565 เวลา 09.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ‘แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาของภาคใต้ และสายมูเตลู เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่’ โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีเปิดงาน ณ วัดเขาพระทอง ตําบลเขาพระทอง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การต้อนรับ

เพื่อไทย จี้ ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ เคลียร์ปมสัญญาบอลโลก ชี้!! กกท. เอื้อนายทุนเจ้าเดียว - ปชช. ถูกลิดรอนสิทธิ์

(24 ธ.ค. 65) นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เร่งสะสางปมปัญหาการถ่ายทอดสัญญาณการแข่งขันฟุตบอลโลก แม้การถ่ายทอดสดจะจบสิ้นลงไปแล้ว แต่ปัญหาเรื่องการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ยังไม่จบ เพราะการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในการกำกับดูแลของรัฐ มีการทำสัญญาให้สิทธิ์ขาดในการถ่ายทอดแก่เอกชนรายหนึ่ง ซึ่งไม่เป็นไปตามกฎ must carry ของ กสทช. เป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยถูกลิดรอนสิทธิ์ในการรับชมอย่างไม่เป็นธรรม จนสังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเอื้อประโยชน์นายทุนหรือไม่ เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ อย่าแกล้งปล่อยให้เงียบหายโดยไร้ข้อสรุป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top