Tuesday, 7 July 2026
Hard News Team

กกต.ติดอาวุธความรู้ แลกเปลี่ยนความเห็น

วันที่ 19 มกราคม 2566 นางสาวพัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ ระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ 'ความร่วมมือระหว่างส่วนกลางและจังหวัดในการรณรงค์การใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.' กับผู้เข้ารับการอบรมโครงการให้ความรู้แก่ภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์ระดับจังหวัด รุ่นที่ 1 โดยการจัดอบรมครั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ภาคีเครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งทุกระดับ 

'เพชร' โต้ 'ดู๋-สัญญา' คนดีไม่มีเครื่องวัด!! การจั่วหัวแบบสุภาพ เพื่อปกปิดกมลสันดาน

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกทวิตเตอร์ เมื่ออดีตนักแสดงเกรดบี 'กรุณพล เทียนสุวรรณ' หรือ 'เพชร กรุณพล' ออกมาทวิตข้อความเห็นต่างจากดารารุ่นพี่ พิธีกรรุ่นใหญ่ 'ดู๋ - สัญญา คุณากร' ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ผ่านรายการ 'Thairath Talk Live' โดยทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ได้ทำการตัดต่อเนื้อหารายการดังกล่าว ลงเป็นคลิปสั้นโพสต์โปรโมตบนสังคมโซเชียลมีเดีย โดย THE STATES TIMES ก็ขอถอดเนื้อหาใจความ 'สังคมต้องการคนดีมากกว่าคนเก่ง - ข้อคิดจากดู๋ สัญญา' ดังต่อไปนี้...

"...คุณต้องสร้างคนดี เพราะคนดีเท่านั้นที่จะได้รับการตอบรับต่อทุกงานที่ทำ สมมติว่าคุณอยู่ที่ทำงาน คุณจะสังเกตเห็นคำพูด เฮ้ย คนนี้เป็นคนดี ซึ่งนั่นคือคนที่คุณต้องการอยากทำงานด้วย อยากอยู่ด้วย ไม่ใช่เพราะไอ้นี่มันเก่ง เลยอยากทำงานด้วยกันกับมัน ไม่ มันเก่งแต่เฮงซวย นิสัยไม่ดี คุณต้องการอยู่กับคนดี จริง ๆ มนุษย์ต้องการอยู่กับคนดี แต่คุณกำลังพยายามทำให้ทุกคนเป็นคนเก่ง ถ้าเป็นของ ๆ คุณ แต่ความจริงคนเก่งไม่ได้เป็นที่ต้องการร้อยเปอร์เซ็นเท่ากับคนดี" สัญญา คุณากร กล่าว

จากประเด็นนี้เองทำให้อดีตผู้สมัครจาก 'พรรคก้าวไกล' กลุ่มการเมืองซึ่งมักมีความเห็นแย้งต่อทุกอย่าง โดยเฉพาะกับเรื่องความดีงาม ออกมาทวิตตอบโต้ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว @Petchy66 แทบทันที

"...ขอเห็นต่างกับพี่ดู๋นะครับ คนดีมันไม่มีเครื่องวัดครับ วันนี้ดีพรุ่งนี้เลวก็มีถมไป ดีต่อหน้าลับหลังโคตรชั่วก็ไม่น้อย เราจึงต้องการคนเก่งมาทำงาน มาแก้ปัญหา และมาสร้างวิธีที่สามารถตรวจสอบทั้งคนดีและคนชั่ว ไม่ให้ทุจริต ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนกับคนอื่นครับ"

ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเผยแพร่ข้อความนี้ออกไปก็สะสมยอดเข้าชมมากกว่าสองแสนวิว และยอดรีทวิตเกิน 6,000 ครั้ง พร้อมความคิดเห็นอีกบางส่วน

อันที่จริง ผมก็ไม่มีเจตนาให้เกิดความแตกแยก แค่อยากนำเสนอข่าวที่เป็นจริงเท่านั้น เพียงแต่เมื่อนายกรุณพลได้สื่อสารความคิดเห็นของตนสู่สื่อสาธารณะ ความคิดนั้นก็ย่อมกลายเป็นความคิดเห็นสาธารณะ เพราะฉะนั้นผมก็เลยขออนุญาตเห็นแย้ง (ภาษาพวกคุณก็ "เห็นต่าง" นั่นแหละ) จากคุณเพชรอีกที เป็นข้อ ๆ ไป ตามมารยาทอันควรปรากฏบนพื้นที่สาธารณะ

"...ขอเห็นต่างกับพี่ดู๋นะครับ" (ตอบ) เอาเข้าจริงแล้วประโยคทำนองนี้มันเหมือนกับคำขึ้นต้นจดหมาย ซึ่งคล้ายเป็นมารยาทบังคับ แต่ผมเชื่อว่าคุณเพชรไม่มีสิ่งที่ว่านั้น คำขึ้นต้นทวิตนี้จึงเป็นเพียงเพื่อแสดงความ 'อ่อนแอ' และ 'ขาดกลัว' ต่อบุคคลชื่อ 'สัญญา คุณากร' หรือ 'พี่ดู๋' รุ่นพี่ในวงการของคุณนั่นเอง โดยอาศัยจั่วหัวแบบสุภาพปกปิดกมลสันดาน

"...คนดีมันไม่มีเครื่องวัดครับ" (ตอบ) ความเชื่อเรื่องเครื่องวัดอะไรนี่ คงเกิดจากที่คุณเพชรพาตัวไปเกลือกกลั้วกับสังคม 'โสมมคติ' นานเกินควรนั่นเอง เพราะหากลืมตามองหาผู้รู้สักนิด คุณก็อาจเคยได้ยินว่า "ศีล คือ เครื่องวัดความดีของคน" ที่หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี พระอริยเจ้ากล่าวเทศนาสอนมนุษย์ไว้ และท่านยังอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดถึง "...ผู้ไม่มีศีลนั้น เปรียบอุปมามนุษย์เหมือนกับสัตว์ธรรมดา ถ้ามีศีลจึงเรียกว่า มนุษย์แท้"

กระทรวงเกษตรฯ เปิดหลักสูตร วิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 3

รวมแวดวงภาครัฐ เอกชน  Smart Farmer เข้าร่วม หวังยกระดับและพัฒนาวงการเกษตรไทย สร้าง ขีดความสามารถการแข่งขันด้านการเกษตรโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วย 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้นายทองเปลว กองจันทร์ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง(วกส.) ด้านวิชาการ รุ่นที่ 3 จัดประชุมและแถลงเปิดหลักสูตร ร่วมกับนายอนันต์ สุวรรณรัตน ประธานกรรมการมูลนิธิเกษตราธิการ ที่ปรึกษาฯ (ผู้อำนวยการหลักสูตรฯ) และนายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ รองประธานอนุกรรมการฯ และดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ คณะทำงาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

นายทองเปลว กล่าวว่า กระทรวงเกษตร ฯ ได้ใช้หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) เพื่อเชื่อมโยงบุคลากรภาครัฐและเอกชน ให้ร่วมกันขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านการเกษตรให้ ไปในแนวทางเดียวกัน พร้อมทั้งตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจ BCG ที่รัฐบาล เล็งเห็นว่าหากใช้การเกษตรรูปแบบเดิมทำให้การสร้างผลผลิตรายได้ที่น้อย และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก เมื่อปรับมาดูแลรักษาด้านสิ่งแวดล้อม และในรูปแบบที่ทำน้อยได้มาก สร้างโอกาสให้มีรายได้ที่สูงขึ้น ในรูปแบบ BCG ก็จะช่วยพัฒนาวงการเกษตร สร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรได้มากยิ่งขึ้น 

ขณะที่นายอนันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับผลสำเร็จของหลักสูตรตั้งแต่รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 มาแล้ว เป็นการเชื่อมโยงบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ทั้งภาครัฐและเอกชน สมาร์ทฟาร์มเมอร์เกษตรกรรุ่นใหม่ เข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆให้สามารถนำไปต่อยอดการเกษตรยุคใหม่ที่ทันสมัยได้ดีมากยิ่งขึ้น

'กองทัพอากาศ' จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2566

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 66) พลอากาศเอก อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2566 ในส่วนของกองทัพอากาศ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช โดยกองทัพอากาศได้จัดกำลังพลสวนสนาม จำนวน 5 กองพัน ได้แก่
1. กองพันนักเรียนนายเรืออากาศ กรมนักเรียนนายเรืออากาศ รักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
2. กองพันนักเรียนจ่าอากาศ โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ
3. กองพันทหารอากาศโยธิน กรมทหารอากาศโยธิน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน
4. กองพันทหารต่อสู้อากาศยาน กรมทหารต่อสู้อากาศยาน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน
5. กองพันปฏิบัติการพิเศษ กรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน 

พร้อมทั้งจัดเครื่องบินขับไล่แบบที่ 19/ก (F-16) จากฝูงบิน 103 กองบิน 1 และเครื่องบินโจมตีและธุรการแบบที่ 2 (AU-23) จากฝูงบิน 501 กองบิน 5 บินผ่านบริเวณพิธี นอกจากนี้ นายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารชั้นประทวน และทหารกองประจำการ ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมพิธีฯ ได้เข้าปฏิญาณตนในพิธีครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่บุคคลซึ่งเข้ามารับราชการทหารจะต้องเข้าร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จึงจะถือว่าเป็นทหารโดยสมบูรณ์ ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้อ่านโอวาทของ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เนื่องในวันกองทัพไทย ความตอนหนึ่งว่า “วันกองทัพไทย เป็นวันสำคัญของคนไทย ได้ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถึงวีรกรรมความกล้าหาญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกระทำยุทธหัตถี ได้รับชัยชนะประกาศอิสรภาพ มีเอกราชในราชอาณาจักรจนเป็นผืนแผ่นดินประเทศไทยมาถึงจวบจนทุกวันนี้ 

ในวันนี้ทหารทุกเหล่าทัพ จะต้องเข้าร่วมการประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล อันถือเป็นเครื่องหมายแทนองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นจอมทัพ และเป็นหลักชัยอยู่ท่ามกลางทหารทั้งปวง ขอให้ทหารทุกท่านจงยึดมั่นและรักษาคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้ให้ไว้โดยเคร่งครัดและมั่นคง ปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบอย่างดีที่สุด กองทัพไทยมีหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นปัจจัยสำคัญของบ้านเมืองที่ทหารจักต้องรักษาไว้เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ ต้องดูแลช่วยเหลือประชาชน พัฒนา และแก้ไขปัญหาของชาติ เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ให้มีความถูกต้อง ด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจ มีความรักสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีระเบียบวินัย และมีจิตอาสาในการทำความดี พร้อมทั้งพัฒนาตนเอง ให้มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้มีศักยภาพ พร้อมสนับสนุนการดำเนินภารกิจของกองทัพไทยให้บรรลุความสำเร็จ และสร้างเสริมประเทศชาติให้มีความผาสุก ร่มเย็น สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป”

ขสมก. - รฟท.จัดรถ Shuttle Bus ให้บริการฟรี เชื่อม สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – หัวลำโพง

ขสมก. - รฟท. จัดรถ Shuttle Bus บริการฟรี! เชื่อมต่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-หัวลำโพง ตั้งแต่เวลา 04.30-23.00 น.

(19 ม.ค. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางของขบวนรถไฟทางไกล สายเหนือ ใต้ อีสาน ทั้งขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว จำนวน 52 ขบวน มาที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยเริ่มจะจำหน่ายตั๋วโดยสารอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ 19 ม.ค. นี้ เป็นต้นไป

น.ส.รัชดา กล่าวว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดเดินรถ Shuttle Bus บริการฟรี เส้นทาง “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) (ทางด่วน)รองรับการเปิดให้บริการรถไฟทางไกล จำนวน 52 ขบวน ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทาง เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟทั้ง 2 แห่ง

'โบวี่' แจงโพสต์ "ไป ตปท. กลับมารักเมืองไทยกว่าเดิม" หลัง 'โซเชียล' ดรามาใส่ "ไม่เคยลำบากหรือเปล่า?"

กลายเป็นประเด็นดรามาบนโลกโซเชียล หลังจากที่นักแสดงสาว โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีข้อความระบุว่า "ไป ตปท. มา เกือบ 1 เดือน กลับมารู้สึก รักเมืองไทยกว่าเดิม #ของดีที่อยู่ใกล้มือ"

งานนี้หลังจากที่เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความไปนั้น ปรากฏว่ามีชาวเน็ตได้เข้ามาคอมเมนต์กันอย่างหลากหลาย พร้อมกับตั้งคำถามว่าไม่เคยลำบากหรือเปล่า และบางคอมเมนต์ได้บอกว่าหรืออยู่ที่เมืองไทยมีอภิสิทธิ์เยอะ

ด้านสาว โบวี่ หลังได้อ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ จึงได้เข้ามาชี้แจงใต้โพสต์ดังกล่าวว่า "การรักประเทศไทย ไม่ได้หมายความว่า เราจะหยุดพัฒนาประเทศแต่ยิ่งเรารักประเทศ เราก็ยิ่งอยากจะพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น (ตามความสามารถที่เราทำได้) ประเทศไทยเรายังมีส่วนที่พัฒนาได้มากกว่านี้อีกเยอะแต่เสน่ห์ดี ๆ ที่เรามีและน่ารักษาไว้ ก็มีมากมายเช่นกัน"

พร้อมกับบอกเพิ่มเติมว่า "ตัวโบเองก็ไม่ได้เกิดมาสบายนะเคยสมัครเป็น พนักงานเซเว่นแต่เขาไม่รับ มาแล้วเหมือนกันพ่อแม่โบเข้ามาจาก ตจว. อยู่บ้านเช่ารวม ๆ กันกับญาติตอนเด็ก ๆ เห็นพ่อแม่ลำบากดิ้นรน ก็คิดว่าจะทำยังไงดีที่จะช่วยให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้จึง 'พยายาม' พัฒนาตัวเอง พยายามตั้งใจเรียน เพื่อจะได้มีความรู้ความสามารถไปทำงานที่ดี ได้เงินเดือนที่ดีช่วงจบ ม.6 เคยไปสมัครเป็น พนักงานเซเว่น แต่เขาไม่รับเพราะอายุไม่ถึง เลยไปทำงานเป็นพนังงานยืนเฝ้าร้านขายของในห้าง วันนึงได้ประมาณ 250 บาท นั่งรถเมล์ไปทำงาน หลับน้ำลายยืดบนรถเมลล์เพราะรถติดมาก และเราก็เหนื่อยพอเข้ามหาวิทยาลัยได้"

ถอดรหัสสโลแกนใหม่ ‘พรรคพลังประชารัฐ’ กับนัยยะ ‘ก้าวข้ามความขัดแย้งไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย’

ยิ่งใกล้ครบวาระรัฐบาล การเมืองไทยยิ่งทวีความเข้มข้น ทุกการเคลื่อนไหวของทุกพรรคการเมืองล้วนถูกจับจ้อง 

เช่นเดียวกับ ‘พรรคพลังประชารัฐ’ พรรคแกนนำรัฐบาล จากการเลือกตั้งครั้งก่อน แต่ทว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า อาจจะไม่ได้เป็นพรรคแกนนำในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล นั่นเพราะส.ส.ในสังกัดยังไหลออกไม่หยุด หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า เก้าอี้ส.ส.ที่เคยมี คงไม่ได้เท่าเดิม

นั่นจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย พี่ใหญ่ 3 ป. ‘บิ๊กป้อม - พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ’ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องทำการบ้านอย่างหนัก หากต้องการนำพรรคกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งให้ได้ 

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา เป็นการประกาศนโยบายแรก ที่สร้างความฮือฮา และ เป็นกระแสให้พูดถึงอย่างมาก กับการประกาศ ‘เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 700 บาทต่อเดือน’ หากได้จัดตั้งรัฐบาล

แน่นอนว่า นโยบายที่ออกมา ถูกใจชาวบ้านในระดับรากหญ้า และกลุ่มเปราะบาง เพราะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์เต็ม ๆ ขณะที่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นนโยบายที่สร้างชื่อให้กับพรรคพลังประชารัฐอย่างมาก

ไม่เพียงเท่านั้น ในงานแถลงข่าวเปิดตัวนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจ นั่นคือการชูคำขวัญ หรือ สโลแกนใหม่ของพรรคที่จะใช้หาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า “ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่”

คำขวัญดังว่า อาจจะดูเป็นสโลกแกนธรรมดา แต่หากวิเคราะห์ลึกลงไป จะเห็นนัยยะที่ซ่อนไว้ และจุดยืนของพรรคพลังประชารัฐและพลเอกประวิตรได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะคำว่า “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” ที่พลเอกประวิตร ย้ำเป็นพิเศษ และถือเป็นจุดยืนของพรรค ที่พร้อมจะสานสัมพันธ์กับทุกฝ่าย ก้าวข้ามความขัดแย้ง และหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยไร้ความขัดแย้ง

“ปัจจุบันสังคมไทยยังคงมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แตกแยกเป็น 2 ขั้ว ผมขอยืนยันจุดยืนของพรรคพลังประชารัฐ อย่างหนักแน่นว่า เราพร้อมจะสานสัมพันธ์กับทุกฝ่ายเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และเพื่อสร้างพลังแห่งความสามัคคี เพื่อนำทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เพื่อนำประเทศไทย ไปสู่เป้าหมายที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน” พล.อ.ประวิตร ประกาศต่อหน้าสื่ออย่างหนักแน่น

19 ม.ค. 66 บันทึกประวัติศาสตร์ ‘รถไฟไทย’ ทางไกลสายเหนือ-ใต้-อีสาน ใช้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

เพจโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure โพสต์ข้อความระบุว่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง!!! หลัง 19 มกราคม 66 12:00 น. หลังเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์!!! {ย้ายต้นทาง/ปลายทาง รถไฟ 52 ขบวน/ปิด 6 สถานีระดับดิน/รถไฟโดยสารทั้งหมดขึ้นยกระดับ}

19 มกราคม 2566 อีกหนึ่งวันที่จะเป็นวันสำคัญ ที่จะต้องถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ของการพัฒนาระบบรางไทย!!! ที่จะเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยการย้ายรถไฟทางไกล 52 ขบวน มาเริ่มต้นทางที่สถานีนี้

ซึ่งจะเป็นการยกระดับใหญ่อีกครั้งหนึ่งของการรถไฟ และโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของไทย!!!

แล้ว 19 มกราคม 2566 หลังเที่ยง (12:00 น.) จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง??? มาเตรียมตัวและทำความเข้าใจไปด้วยกันครับ!!!

แน่นอน ว่าเราทราบกันแล้วว่าจะมีรถไฟทางไกล ทั้งหมด 52 ขบวน เข้ามาเริ่มต้น/สิ้นสุด ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แบ่งตามสายทางได้ดังนี้
- สายเหนือมี 18 ขบวน ได้แก่
3 4 7 8 9 10 13 14 51 52 109 102 105 106
107 108 111 และ 112

รถไฟทางไกลสายใต้ มี 24 ขบวน ได้แก่
31 32 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46
83 84 85 86 167 168 169 170 171 172
173 และ 174

รถไฟทางไกลสายอีสาน มี 24 ขบวน ได้แก่
21 22 23 24 25 26 67 68 71 72 75 76
77 78 133 134 135 136 139 140
141 142 145 และ 146 

*** รถไฟสายเหนือ-อีสาน 'ทั้งหมด'!!! จะขึ้นทางยกระดับร่วมกับรถไฟสายสีแดง 
โดยจอดแค่ สถานีดอนเมือง และ รังสิต เท่านั้น!!!
สถานีระดับดินตั้งแต่ กม.11 ถึง รังสิต จะปิดทั้งหมด!!!
ผู้โดยสารที่มีตั๋ว และจะลงระหว่างทางในสถานีเดิม สามารถใช้ตั๋วโดยสาร ต่อรถไฟไปลงที่สถานีที่ต้องการได้ฟรี!!!
รายละเอียดการใช้ตั๋วโดยสารเดินทางสายสีแดง
https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1597488807356259/

‘อินเดีย’ ขึ้นแท่น ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก สวนทาง ‘จีน’ ที่ประชากรลดลงในรอบ 60 ปี

อินเดียมีประชากรมากที่สุดในโลกแซงหน้าจีนเรียบร้อยแล้ว ขณะที่จีนมีประชากรลดลงในรอบ 60 ปี

World Population Review องค์กรอิสระที่ศึกษาสำมะโนประชากรคาดการณ์ว่าอินเดียมีประชากรถึง 1.417 พันล้านคนแล้วในช่วงสิ้นปี 2022 และกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดแซงหน้าจีนแล้วเรียบร้อย

จากจำนวนประชากรของอินเดียตามที่คาดการณ์ที่ 1.417 พันล้านคน ทำให้อินเดียมีประชากรมากกว่าจีนอยู่เกิน 5 ล้านคนก่อนหน้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยว่า ขณะนี้จีนมีประชากรอยู่ 1.412 พันล้านคน ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ตั้งแต่ช่วงปี 1961

องค์การสหประชาชาติได้คาดการณ์ว่าอินเดียจะเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดแซงหน้าจีนภายในปีนี้ แต่จากคาดการณ์ของ World Population Review อินเดียมีประชากรถึง 1.432 พันล้านคนแล้ว ส่วนองค์กรวิจัย Macrotrends คาดว่าตัวเลขประชากรล่าสุดของอินเดียอยู่ที่ 1.428 พันล้านคนแล้ว ทั้งนี้ ไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากอินเดียเนื่องจากโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถสำรวจตัวเลขประชากรได้

World Population Review ยังคาดการณ์ว่าแม้ประชากรของอินเดียจะเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ แต่จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2050 

ครึ่งหนึ่งของประชากรอินเดียมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ทำให้นายกรัฐมนตรี Narendra Modi เร่งสร้างงานให้คนในประเทศมากขึ้นเพื่อให้เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ เพราะอินเดียแม้จะมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชียและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 ได้ดี แต่ประชากรราว 800 ล้านคนยังพึ่งพาโครงการจัดหาอาหารของรัฐบาลอยู่

อินเดียเป็นประเทศที่อยู่ได้ด้วยการผลิตอาหารภายในประเทศ เป็นผู้ผลิตข้าว ข้าวสาลี และน้ำตาลใหญ่เป็นอันดับ 2 เป็นประเทศที่บริโภคน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดและเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำหรับรับประทานมากที่สุด อินเดียยังเป็นตลาดที่ใช้ทองและเหล็กกล้ามากเป็นอันดับที่ 2 และเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 3 รวมทั้งเป็นประเทศที่มีตลาดการบินภายในประเทศใหญ่มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก

ขณะที่อินเดียมีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จีนกลับมีประชากรลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ข้อมูลจาก National Statistics Bureau เผยว่า ประชากรจีนลดลง 850,000 คนในปี 2022 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2021

อีอีซี เปิดความสำเร็จ รวมพลังเครือข่ายพลังสตรีกว่า 600 คน สร้างการรับรู้คนในพื้นที่ เฝ้าระวังดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมพัฒนาสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างงาน เพิ่มรายได้ให้คนอีอีซีต่อเนื่อง

วันนี้ (19 ม.ค. 2566) นายคณิศ แสงสุพรรณ ประธานที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี เข้าร่วมมอบนโยบายการดำเนินงานของเครือข่ายพลังสตรี อีอีซี ปี 2566 ภายในงานประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลโครงการเสริมสร้างเครือข่ายการดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเฝ้าระวังการใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผัง อีอีซี (EEC Woman Power) โดยมีนายเกษมสันต์ จิณณวาโส ที่ปรึกษาพิเศษด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีอีซี เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยนายธัชพล กาญจนกูล รองเลขาธิการสายงานพื้นที่และชุมชน อีอีซี เข้ามอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่เครือข่ายพลังสตรีอีอีซี จากพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด ที่เข้าร่วมงานฯ  ณ โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี

​โครงการ เครือข่ายพลังสตรี อีอีซี นับเป็นโครงการสำคัญที่ อีอีซี ได้ดำเนินการมาต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 4 ในปี 2566 นี้ เพื่อให้กลุ่มพลังสตรีใน 3 จังหวัด (ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา) ที่เข้าร่วมโครงการฯ กว่า 600 คน เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจนโยบายต่างๆ ของอีอีซี และร่วมเป็นเครือข่ายในการดูแลเฝ้าระวังการใช้ประโยชน์ที่ดินในอีอีซี ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดในแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน อีอีซี รวมถึงการยกระดับอาชีพ และผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ ซึ่งพลังสตรีได้มีส่วนร่วมในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่วิสาหกิจชุมชนให้ขายสินค้าท้องถิ่นได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top