Thursday, 9 July 2026
Hard News Team

'โรม' เซ็ง!! ไร้คนตอบปม 'หลานประยุทธ์' อาจเอี่ยวทุนจีน จี้!! อย่าให้ 'จันทร์โอชา' อยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม

'โรม' ตั้งกระทู้ถามสด ปมหลานประยุทธ์อาจเอี่ยวทุนจีน แต่ไม่มีใครมาตอบ เปิดความเชื่อมโยง ‘ตู้ห่าว’ เช่ารถทัวร์บริษัทก่อสร้างของ ‘ปฐมพล’ ตั้งคำถาม ตู้ห่าวโดนข้อหาฟอกเงิน ทำไม อสส. ไม่เรียกหลานประยุทธ์มาสอบ ชี้ ‘ประยุทธ์’ ยิ่งเงียบ ประชาชนยิ่งสงสัย จี้ อย่าให้ตระกูลจันทร์โอชา อยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม

(26 ม.ค. 66) รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีทุนจีนสีเทาเกี่ยวพันธุรกิจของหลานชาย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังตั้งกระทู้สดด้วยวาจา แต่ไม่มีรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ 

รังสิมันต์ กล่าวว่า การดำเนินคดีกลุ่มทุนจีนสีเทา เมื่อ 18 มกราคม 2566 อัยการได้มีคำสั่งฟ้อง ‘ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์’ หรือ ‘ตู้ห่าว’ กับพวก ในความผิด 9 ข้อหา ประเด็นที่ตนสนใจคือ ข้อหาฟอกเงิน หรือการปกปิดอำพรางเงินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ให้สืบได้ง่ายว่าต้นทางมันมาจากไหน ซึ่งการฟอกเงินเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงการค้ายาเสพติด 

รังสิมันต์ กล่าวว่า สำหรับกรณีตู้ห่าว เพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลบุกค้นผับจินหลิงแล้วพบว่า เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาขนาดใหญ่ ก็ควรตั้งข้อสงสัยได้แล้วว่ามีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินด้วยการเปิดสถานบริการต่าง ๆ ขึ้นมาบังหน้า แต่เมื่อย้อนไปดูกระบวนการดำเนินคดีที่ผ่านมา ตำรวจกลับไม่เคยแจ้งข้อหาฟอกเงินเลย ทั้งที่มีเวลาสืบสวนกว่า 1 - 2 เดือน เพิ่งจะมีเมื่อ 26 ธันวาคม หลังสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เข้ามาร่วมสอบสวน เป็นผลพวงจากการที่ ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์’ ไปร้องเรียนขอให้ อสส. รับคดีตู้ห่าวเป็นคดีนอกราชอาณาจักรเนื่องจากเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลกดดันให้ต่อมา ผบ.ตร. ต้องยื่นเรื่องเสนอต่อ อสส. ให้เข้ามารับคดีนี้ 

“พูดง่ายๆ คือถ้าไม่มีใครคอยตามจี้ ตำรวจก็คงไม่ไปเชิญ อสส. เข้ามาร่วมสอบสวน และอาจไม่มีการตั้งข้อหาฟอกเงินกับตู้ห่าวเลยก็ได้” รังสิมันต์กล่าว

รังสิมันต์ กล่าวว่า การที่ตำรวจไม่ตั้งข้อหาฟอกเงินกับตู้ห่าวตั้งแต่แรก ทำให้เกิดข้อกังขา 2 ประการ หนึ่ง อาจเป็นการเปิดช่องให้มีเวลายักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่จะเป็นของกลางได้ และสอง เกี่ยวพันไปถึงข้อเท็จจริงที่ว่าหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ มีส่วนในธุรกิจเทาๆ ของตู้ห่าวด้วย โดยพบว่าบริษัท เอ็มแอนด์เอ็มทรานสปอร์ตเซอร์วิส จำกัด บริหารโดยพี่ชายของภรรยาตู้ห่าว และระบุที่ตั้งบริษัทเป็นที่เดียวกับที่ตู้ห่าวแจ้งเป็นที่อยู่ตัวเอง จึงชัดเจนว่านี่คือบริษัทในเครือของตู้ห่าว บริษัทนี้ไปเช่ารถทัวร์จำนวนอย่างน้อย 33 คันจาก หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ของนายปฐมพล จันทร์โอชา ลูกชายของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. และน้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์

รังสิมันต์ กล่าวว่า รถทัวร์เหล่านี้ เมื่อดูประวัติของตู้ห่าวแล้ว น่าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะเอาไปใช้ทำทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือใช้พาคนจีนเข้ามาในไทยเพื่อทำกิจกรรมผิดกฎหมายในสถานบริการของตัวเอง ซึ่งรถทัวร์ 33 คันนี้ หจก.คอนเทมโพรารีฯ ไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ไปเช่าซื้อมาอีกทีหนึ่งผ่านบริษัทลีสซิ่ง โดยติดต่อกับผู้ผลิตรถประจำทางยี่ห้อ 'Sunlong' บริษัทนี้เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการเลี่ยงภาษีด้วย  

“ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ทำให้เป็นข้อสงสัยว่าการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานใต้บังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่แจ้งข้อหาฟอกเงินกับตู้ห่าวตั้งแต่แรก และไม่ยอมแจ้งเสียที เพราะอาจทำให้ต้องลากเอาปฐมพล เจ้าของ หจก.คอนเทมโพรารีฯ หลาน พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาด้วย ในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรถทัวร์ของตู้ห่าว ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการฟอกเงินจีนเทาด้วย ใช่หรือไม่” รังสิมันต์ กล่าว

'รมว.สุชาติ' เยี่ยมการฝึกบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ ป้อนสถานประกอบการ รองรับสังคมผู้สูงอายุ

(26 ม.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเยี่ยมชมการฝึกเตรียมเข้าทำงาน หลักสูตร การดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง โดยมี ดร.อุดม สุวรรณพิมพ์ ผู้ช่วยคณบดี คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดเชียงราย และผู้เข้ารับการฝึกอบรม ร่วมต้อนรับ ณ ศูนย์ฝึกอบรมวิสาหกิจชุมชนอำเภอแม่จัน (ป่าตึง) เชียงราย หลั่นล้าอีโคโนมี ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย

นายสุชาติ กล่าวว่า ในวันนี้ผมและคณะได้ลงพื้นที่มายังจังหวัดเชียงราย เพื่อเยี่ยมชมการฝึกเตรียมเข้าทำงาน หลักสูตร การดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานส่งเสริมคนไทยมีงานทำ เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานให้สามารถนำทักษะไปประกอบอาชีพทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน จึงได้ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย เป็นผู้ดำเนินการฝึกตามโครงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการสร้างทักษะฝีมือแรงงานให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรหรือแรงงานที่ให้บริการด้านการดูแลผู้สูงอายุให้มีทักษะเพิ่มขึ้นเตรียมพร้อมก่อนเข้าทำงาน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทยที่จะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ และหลายประเทศที่มีลักษณะของโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้ตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศมีความต้องการผู้มีความรู้ด้านการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น 

ด้าน นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า โครงการดังกล่าว สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย ได้บูรณาการกับโรงเรียนนวัตกรรมบริหารจัดการสถานพยาบาล คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งได้รับการรับรองให้ดำเนินการฝึกอบรมนอกสถานที่จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีผู้รับการฝึกซึ่งเป็นสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนอำเภอแม่จัน (ป่าตึง) เชียงราย หลั่นล้าอีโคโนมี จำนวน 26 คน ฝึกระหว่างวันที่ 16 ม.ค.65 - 8 พ.ค. 66

'จิรายุ' โวย 'บิ๊กตู่' ชิ่งตอบกระทู้สด 'ทุนจีนสีเทา' ลั่น!! วันนี้ไม่มา วีกหน้าก็จะถามอีก ขออย่ายุบสภาหนีก่อน

‘จิรายุ’ จวก ‘บิ๊กตู่’ หลังชิ่งไม่มาตอบกระทู้สด 'ทุนจีนสีเทา-ตั๋วนำเที่ยววีไอพี' ยันไม่มาวันนี้ สัปดาห์หน้าก็จะถามอีก ดักคอ อย่ายุบสภาหนีก่อนซักฟอก 152 ลั่น ถ้าจะยุบก็รีบยุบเสาร์ อาทิตย์ นี้เลย!

(26 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาในวันนี้ (26 ม.ค.) ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้รับหน้าที่ให้ถามกระทู้สด 2 กระทู้ และมีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ด้วย 1 กระทู้ โดยตนและพรรคก้าวไกล จะถามกระทู้เรื่องทุนจีนสีเทาในกรณีที่เข้ามาก่ออาชญากรรมและมีการข่มขู่พยาน รวมถึงตั๋ววีไอพีของนักท่องเที่ยวจีนที่มีการใช้บริการเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการขายบัตรอิดิสการ์ด ซึ่งเป็นบัตรวีไอพีให้กับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ราคา 5 แสนบาท ถึง 2 ล้านบาท ปรากฏว่าผู้ที่ขายคือกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้ขายให้กลุ่มทุนจีนสีเทาหลายคน ที่นักท่องเที่ยวหลายคนใช้สิทธิพิเศษนี้ผ่านตม.เข้ามา และซื้ออสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมา จึงได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีและรมว.ท่องเที่ยวฯ แต่ทั้ง 2 ท่านปฏิเสธและบอกว่าติดภารกิจ ซึ่งเป็นคำยอดฮิต แต่ในรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต้องมาตอบชี้แจงกระทู้ถามสดของที่ประชุมสภาฯ

“ท่านจะอธิบายว่าไม่ทราบล่วงหน้าไม่ได้ เพราะท่านนายกฯจะต้องเตรียมสแตนบายเพื่อที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาตอบแทน ฉะนั้น วันนี้ (26 ม.ค.) แม้ว่าท่านจะไม่มาตอบ แต่ผมก็จะขอถามทิพย์ ถามไปอย่างนั้น ถามท่านประธานไป แม้ท่านประธานจะตอบได้หรือไม่ได้ ก็คงไม่ตอบอยู่แล้ว เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าปลายเทอมของรัฐบาลชุดนี้ ผมไม่เคยเห็นนายกฯมาตอบกระทู้เลย ครั้งที่แล้วมอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯมาตอบ ก็ตอบไม่ชัดเจน ผมคิดว่าหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ทักท้วงก็รีบ ๆ ยุบสภาไปเลย เสียเวลาประเทศชาติและประชาชน ”นายจิรายุ กล่าว

เมื่อถามว่า แม้ไม่ได้ตั้งกระทู้ถามวันนี้ (26 ม.ค.) ฝ่ายค้านจะพิจารณานำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 หรือไม่ นายจิรายุ กล่าวว่า เราเอาเวลาอันใกล้ก่อน ในเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ในรัฐธรรมนูญเขียนว่ากระทู้สดต้องรีบถาม ถ้าไม่ถามก็จะเกิดปัญหา การอภิปรายมาตรา 152 หลังวันที่ 15 ก.พ. คิดว่าช้าไป ฉะนั้น สัปดาห์หน้าตนจะยื่นถามอีก

‘บิ๊กป้อม’ ประชุมวางแผนงบบูรณาการ 3 คณะรวด เกาะติดแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ – น้ำ - รบ.ดิจิทัล

พล.อ.ประวิตร  ประชุม วางแผนงบบูรณาการ 3 คณะ  เกาะติดแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ -น้ำ-รัฐบาลดิจิทัล  น้อมนำศาสตร์พระราชา สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ ย้ำ งานไม่ซ้ำซ้อน ปชช.มีส่วนร่วม/ได้ประโยชน์ตรงความต้องการ

(26 ม.ค. 65) เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ปี 67 ทั้ง 3 คณะต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็น 3 แผนงาน จากทั้งหมด 11 แผนงาน ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล

การประชุมคณะแรก (คณะที่ 1.1) การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี สมช.เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับ กอ.รมน. และ ศอ.บต. โดยที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบ กรอบงบประมาณรายจ่ายบูรณาการตามแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา จชต. งบปี67 มีหลักเกณฑ์ในการจัดทำงบฯที่สำคัญ อาทิ ต้องสอดคล้องกับเจตนารมย์และเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีการเชื่อมโยงสนับสนุนซึ่งกันและกัน แบบห่วงโซ่คุณค่า (value chain) คำนึงถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ของ UN รวมถึงให้มีการขยายผลตามแนวศาสตร์พระราชา และยุทธศาสตร์พระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เป็นต้น ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ให้นโยบายการทำงาน ต้องลดความหวาดระแวง สร้างกระบวนการยุติธรรมให้เด่นชัด มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความยากจน และการพัฒนาการศึกษา ให้เป็นรูปธรรม

ต่อด้วย การประชุมคณะที่สอง (คณะที่ 1.2) แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มี สทนช.เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก โดยที่ประชุมได้เห็นชอบ หลักเกณฑ์การพิจารณาแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประจำปี67 ซึ่งต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทฯน้ำ 20 ปี และเป็นแผน/โครงการ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำที่ กนช. เห็นชอบแล้ว รวมทั้งได้พิจารณาเห็นชอบ แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำประจำปี67 ซึ่งจะมี 21 หน่วยงานจาก 8กระทรวง รับผิดชอบ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ ให้ สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับประโยชน์ อย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน เนื่องจากน้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ต่อทุกคน ทุกพื้นที่ และการบริหาร งป.ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วย

‘ไทย’ ครองอันดับหนึ่งตัวเลือกของ นทท.จีน จุดหมายปลายทางต่างประเทศช่วงตรุษจีน

หางโจว, 25 ม.ค. (ซินหัว) — “วันแรกที่มาถึงกรุงเทพฯ ฉันไปเที่ยวตลาดกลางคืนค่ะ ทันทีที่ได้กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย ก็รู้สึกได้ทันทีเลยว่าชีวิตก่อนเกิดโรคระบาดได้กลับมาแล้ว” อู๋ นักท่องเที่ยวชาวจีนจากนครหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน บอกเล่าเรื่องราวการท่องเที่ยวในไทยผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเปิดเผยความประทับใจของตนให้ผู้ติดตามชาวจีนได้ฟัง

หลังจากจีนปรับเปลี่ยนนโยบายการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ตลาดการเดินทางขาออกของจีนซึ่งซบเซาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่งผลให้จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวจีนอย่างประเทศไทย กลายเป็นที่หมายปองอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลล่าสุดจากซีทริป (Ctrip) บริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน ชี้ว่าในช่วง 4 วันก่อนถึงวันหยุดตรุษจีน นักท่องเที่ยวจีนจองตั๋วเครื่องบินขาออกสู่กรุงเทพฯ มากที่สุด เป็นรองเพียงเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊าของจีน ตามมาด้วยภูเก็ตในอันดับที่ 5

ขณะฟลิกกี้ (Fliggy) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวอีกราย เผยว่าจำนวนผู้ยื่นขอวีซ่าไทยในจีนช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่วนจำนวนผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวของไทยก็เพิ่มขึ้น 10 เท่า เมื่อเทียบปีต่อปี

ชุยเยี่ยน ผู้จัดการทั่วไปของซีทริป ไทยแลนด์ (Ctrip Thailand) ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยมีการ เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยโรงแรมยอดนิยมในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เกาะสมุย ภูเก็ต และสถานที่อื่น ๆ ต่างถูกจองจนเต็มอย่างรวดเร็ว

ชุยแสดงความเห็นว่านโยบายการเดินทางของจีน ทำให้นักท่องเที่ยวจีนมีความเชื่อมั่นในการเดินทางไปต่างประเทศ บวกกับนโยบายต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เป็นมิตรของไทย ทำให้ไทยเป็นประเทศที่เนื้อหอมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน

ไต้ปิน ประธานสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน วิเคราะห์ว่านับตั้งแต่วันปีใหม่จนถึงเทศกาลตรุษจีน ตลาดการท่องเที่ยวจีนกำลังส่งสัญญาณเชิงบวก 2 ประการ หนึ่งคืออุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวของชาวจีนได้เปลี่ยนจากใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมาสู่การใช้จ่ายอย่างอิสระ สองคือด้านโครงสร้างการท่องเที่ยว โดยคนหนุ่มสาวและการท่องเที่ยวแบบระยะกลาง-ไกล กลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนการฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยว

‘ชัยวุฒิ’ ลั่น รัฐบาลไม่กลัวอภิปราย พร้อมตอบทุกเรื่อง มั่นใจ!! พรรคร่วมฯ ยังช่วย ‘บิ๊กตู่’ แม้ย้ายไป รทสช.

ชัยวุฒิ ย้ำ ประวิตร ลุย เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายแน่ บอก ชอบชื่อนี้ ลั่น รัฐบาล พร้อมตอบอภิปรายทุกเรื่อง ปล่อยฟรีฝ่ายค้าน ชี้ มีข้อบังคับสภาเป็นกรอบ แนะสื่อ ให้เกียรตินายกฯ อย่าถามเสียดสีให้มีอารมณ์

(26 ม.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุมและได้กำหนดการพิจารณาญัตติตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 15 - 16 กุมภาพันธ์ 2566 นี้ ว่า เชื่อว่ารัฐบาลอยากให้มีการอภิปรายเกิดขึ้น เพื่อที่จะได้รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลพร้อมชี้แจงอยู่แล้วว่าทำอะไรไปบ้าง มีแนวทางอย่างไรที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอนใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้มีกระแสข่าวว่าจะยุบสภาก่อน ที่จะอภิปราย นายชัยวุฒิ กล่าวว่า มีการบรรจุวาระการประชุมไปแล้วในวันที่ 15-16 กพ. ซึ่งตนเองก็อยากฟังฝ่ายค้านพูด เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาก็มีข้อมูลดี ๆ เยอะ แต่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็เยอะ รัฐบาลก็จะได้ชี้แจงด้วย และเรื่องที่เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน ซึ่งรัฐบาลก็จะได้รับฟังและนำไปแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาเพราะปัญหาของประชาชนมีจำนวนมาก ทั่วทุกมุมของประเทศ ถึงอย่างไรก็แก้ไม่หมดใครเป็นรัฐบาลก็ทำไม่ได้ทุกเรื่อง ค่อย ๆ ทำไปแต่อย่างน้อยได้ฟังการอภิปรายแล้วพยายามนำปัญหาไปแก้ไขให้ดีที่สุดเป็นประโยชน์ของกลไกการเมืองในระบบรัฐสภา 

เมื่อถามว่าจะไม่ถือว่าเป็นการเสี่ยงเกินไปใช่หรือไม่หากจะปล่อยให้ฝ่ายค้านอภิปรายโดยอาจถูกหยิบประเด็นที่รัฐบาลไม่ได้เตรียมทำการบ้านขึ้นมา นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนตัวตนมองว่า รัฐบาลทำหน้าที่ได้ดี ไม่มีอะไรตกหล่น หรือบกพร่อง แต่อย่างที่บอกแล้วว่าอาจจะมีปัญหาบางเรื่องที่ยังแก้ไขไม่ได้ หรืออาจจะมีข้อจำกัดบางอย่างซึ่งจะได้ชี้แจงประชาชนต่อไป 

“ผมว่าอย่าไปกลัวการอภิปราย เพราะเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นเฉพาะต้องอภิปรายในสภา ในสื่อโซเชียล คนก็รู้ทั่วไปหมดอยู่แล้ว เพียงแต่การอภิปรายเป็นกลไกในสภาตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้โอกาสสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหน้าที่ เราต้องเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เป็นสิ่งที่ดี อย่าไปกลัว” นายชัยวุฒิกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าปล่อยฟรีให้ฝ่ายค้านพูดได้เลย นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา ที่มีข้อบังคับอยู่ว่าบางเรื่องพูดไม่ได้ ห้ามผู้เสียดสี ก็มีข้อจำกัดอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จะช่วยดูแลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในสภาเหมือนเดิมหรือไม่ ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ย้ายสังกัดพรรคแล้ว นายชัยวุฒิ กล่าวว่า อย่าบอกเพียงพรรคพลังประชารัฐเลย คิดว่าทุกพรรคจะต้องช่วยกัน เพราะเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยกันทำงานในสภาอยู่แล้ว ทั้งชี้แจง ตอบโต้ แก้ปัญหาในสภา ผ่านวิปพรรคร่วมรัฐบาล

'บิ๊กตู่' จัดงานเฉลิมฉลอง 'ปีแห่งนวัตกรรมไทย-ฝรั่งเศสปี 2566' ตอกย้ำ!! ความร่วมมือ 'นวัตกรรมไทย-ฝรั่งเศส' เป็นรูปธรรม

(26 ม.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและฝรั่งเศสขับเคลื่อนความร่วมมือด้านนวัตกรรมระหว่างกันอย่างต่อเนื่องจนเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดงานเฉลิมฉลอง ‘ปีแห่งนวัตกรรมไทย - ฝรั่งเศสปี 2566 (2023 Thailand - France Year of Innovation)’ ในวันที่ 26 มกราคม 2566 ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร

นายอนุชา กล่าวว่า ไทยและฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นมายาวนาน และมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในหลายมิติ ซึ่งความร่วมมือด้านนวัตกรรมก็เป็นอีกมิติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายได้กำหนดให้ปี 2566 เป็นปีแห่งนวัตกรรมไทย - ฝรั่งเศส เป็นการขับเคลื่อนที่ต่อเนื่องมาจากการเดินทางเยือนไทยของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เมื่อเดือนพ.ย.2565 ที่ผ่านมา โดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องของไทยและฝรั่งเศส ได้ประสานความร่วมมือกัน และมุ่งหวังที่จะสร้างความร่วมมือระหว่างกันในมุมมองที่ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันของทั้งสองประเทศ

‘สมคิด’ ซัด!! ‘บิ๊กตู่’ อ้างลงพื้นที่ทำงาน แต่แฝงหาเสียง ย้อน!! เคยด่านักการเมืองเลวที่สุด แต่ตอนนี้ทำยิ่งกว่า

(26 ม.ค. 66) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้า พรรคเพื่อไทยกับคณะเป็นผู้เสนอ จนนำมาสู่การพิจารณาของสภา แม้สุดท้ายจะไม่สามารถแก้ไขได้เพราะสภาไม่ครบองค์ประชุม สภาล่มในที่สุด ทั้งนี้ เป้าประสงค์ของพรรคเพื่อไทยต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ฝ่ายไม่เห็นด้วยก็อ้างว่าเพราะการยกเลิกอำนาจส.ว.อเหลือวาระอีก 1 ปีจะไปแก้ทำไม เรื่องระยะเวลาไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นคือต้องยกเลิกให้ส.ว.มีสิทธิในการเลือกนายกฯ เพราะนายกฯ ควรมาจากส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน นายกฯ มาจากแคนดิเดตที่พรรคคัดสรรมา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างน้อยประชาชนก็ได้รับรู้รับทราบโดยสาธารณะ 

โฆษก ตร. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีสาวชาวไตหวันเที่ยวไทย อ้างว่า ถูกตำรวจไทยขอค้น ไถเงินกว่า 20,000 จนปล่อยตัว

วันนี้ (26 ม.ค.66) เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
กรณีสาวชาวไตหวันเที่ยวไทย อ้างว่า ถูกตำรวจไทยขอค้น ไถเงินกว่า 20,000 จนปล่อยตัว

จากเพจ มติชน: สาวชาวไต้หวัน อ้างถูก ตร.ไทยค้นตัว เรียกเงิน 27,000 บาท เตือน นทท.อย่าพกเงินสดเยอะ 
(วันที่ 25 มกราคม 2566 - 15:42 น.) สาวชาวไต้หวัน อ้างถูก ตร.ไทยค้นตัว เรียกเงิน 27,000 บาท เตือน นทท.อย่าพกเงินสดเยอะ

เมื่อวันที่ 25 มกราคม เฟซบุ๊กแฟนเพจ หนีห่าวไต้หวัน ฉันมาแล้ว ซึ่งนำเสนอเรื่องราวการท่องเที่ยว สังคม วัฒนธรรม ในไต้หวัน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก เล่าข่าวที่เกิดขึ้นกับสาวชาวไต้หวันรายหนึ่ง ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย โดยอ้างว่าถูกตำรวจไทยขอค้นตัว และรีดไถเงินกว่า 2 หมื่นบาท ซึ่งเธอได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายแห่ง โดยเฟซบุ๊กหนีห่าวไต้หวัน ฉันมาแล้ว ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สาวชาวไต้หวันเที่ยวไทย อ้างว่า ถูกตำรวจไทยขอค้นตัว ค้นกระเป๋า รีดไถเงินกว่า 20,000 บาท จนยอมปล่อยตัว” นั้น

ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า 

- ผู้กล่าวอ้างเป็น หญิงสาวชาวไต้หวัน อายุ 33 ปี  ให้ข่าวว่าเหตุเกิดวันที่ 4 ม.ค.66 เวลาประมาณ 01.00 น.
- พบว่ามีการเช็คอิน FB ที่แอสคอท(Ascott) ทองหล่อ ระหว่างที่พักในไทย
- เริ่มออกข่าววันที่ 7-8 ม.ค.ที่ไต้หวัน เพราะโพสในสตอรี่ IG ทุกสำนักข่าวออกข่าวเพียงวันเดียว แล้วก็ไม่มีข่าวออกมาอีกเพราะไม่มีหลักฐานมาขยายความต่อ  มีแต่คำกล่าวอ้างของเจ้าตัว
- สอบถามไปยัง สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่ดูแลคนไต้หวันในประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ไม่พบข้อมูลขอความช่วยเหลือ หรือร้องเรียน รับแจ้ง เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว 
- ตรวจสอบกับระบบ สตม.พบว่า เดินทางเข้าเมื่อ 29 ธ.ค.65 ทาง สนามบินสุวรรณภูมิ วีซ่า VISA ON ARRIVAL เพื่อการท่องเที่ยว  และเดินทางออกเมื่อ 5 ม.ค.66 สนามบินสุวรรณภูมิ 

สอบขยายผล  หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการตามที่เป็นข่าวจริง  จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาต่อไป

'นิพิฏฐ์' เปิดเหตุผล 4 ข้อ จากมุมนักกฎหมาย 'ทักษิณ' อาจไม่กลับไทย ต่อให้ชนะแลนด์สไลด์

‘นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ’ นักกฎหมายมือฉมัง เปิดเหตุผล 4 ข้อ ทักษิณไม่กลับไทย ต่อให้ชนะแลนด์สไลด์

(26 ม.ค. 66) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมายและนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า อนาคตของคุณทักษิณ ชินวัตร คุณทักษิณ ยังคงเป็นคนรวย ที่ล่องลอยไปในโลกนี้ได้เช่นเดิม ยกเว้น เมืองไทยที่ยังแวะเวียนมาไม่ได้ คงได้แต่ชะโงกหน้ามาดูแผ่นดินนี้ เวลานั่งเครื่องผ่านไป-ผ่านมาเท่านั้น ผมมีเหตุผล อธิบาย ดังนี้

1. คดีของคุณทักษิณ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต คดีเหล่านี้ ไม่มีใครกล้าออกพรบ.นิรโทษกรรม เพราะมีนักโทษคดีทุจริตอยู่เยอะทั้งนักการเมือง,ข้าราชการ หากนิรโทษกรรมคดีทุจริตกันหมด ผมคิดว่าประชาชนคงไม่ยอม เพราะคดีทุนจีนสีเทา คดีกรมอุทยานฯ ก็จะขอร่วมขบวนมาด้วย หรือ จะนิรโทษเฉพาะคุณทักษิณ ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้อีกเช่นกัน

2. คุณทักษิณ จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ตาม วิ.อาญา มาตรา 261 เป็นการเฉพาะตัว เฉพาะคดีทุจริตที่ถึงที่สุดแล้วเท่านั้น และหากได้รับพระราขทานอภัยโทษ คุณทักษิณก็ยังมีคดีอื่นที่ยังไม่ถึงที่สุดอีกหลายคดี คดีเหล่านั้นก็ขอพระราชทานอภัยโทษไม่ได้ เพราะยังไม่ถึงที่สุด คุณทักษิณก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีก เราก็ไม่รู้ว่าพอศาลจะตัดสิน คุณทักษิณจะหนีไปอีกหรือเปล่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top