Thursday, 9 July 2026
Hard News Team

กระทรวงแรงงาน จับมือ 9 หน่วยงานรัฐ + เอกชน MOU ความร่วมมือด้าน 'การส่งเสริมการมีงานทำ'

วันที่ 27 มกราคม 2566 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำ ณ ห้องประชุม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน โดยมีนายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี

นายสุรชัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด - 19 ที่เริ่มคลี่คลาย ระบบเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น จนมีแนวโน้มจะเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน กระทรวงแรงงานจึงได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการให้บริการจัดหางาน เพื่อช่วยเหลือผู้ว่างงานให้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยการขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e - Service) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้านแรงงาน หรือ Big Data โดยในวันนี้กรมการจัดหางาน กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวม 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมโรงแรมไทย บริษัทจัดหางาน จ็อบ มายเวย์ จำกัด บริษัทจัดหางาน กู๊ด จ๊อบ โปรเพสชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจัดหางาน เก็ทลิงส์ จำกัด และบริษัทจัดหางาน อินเทิร์นชิพส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำ เพื่อจัดทำระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้านแรงงาน หรือ ระบบ Labour Big Data Analytics สำหรับเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลด้านความต้องการแรงงาน และด้านกำลังแรงงาน เพื่อใช้แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และการว่างงาน 

“ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้จะช่วยเตรียมความพร้อมการวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และแนวทางการพัฒนาประเทศ สอดรับกับนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้กระทรวงแรงงานบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการสร้างโอกาสการเข้าถึงอาชีพ ให้ประชาชนมีรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าว

‘อุ๊งอิ๊ง’ VS ‘หญิงหน่อย’ อาภรณ์ อุดมการณ์ ความรู้ ความรวย

เทียบฟอร์มกันชัดๆ ระหว่าง ‘อุ๊งอิ๊ง’ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลูกสาวคนเล็กของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ‘หญิงหน่อย’ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ผู้ช่ำชองในวงการการเมืองไทยมากกว่า 30 ปี

ย้อนอดีต 'ไทย-เขมร' เกียรติแห่งการวัดเชิงในยุทธจักรหมัดมวย สู่ วิวัฒนาการ เปลี่ยน 'คาดเชือก' มา 'สวมนวม' เพื่อเซฟชีวิตนักสู้

ไม่นานมานี้ เฟซบุ๊ก 'Kornkit Disthan' ของคุณกรกิจ ดิษฐาน นักเขียนด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมตะวันออก ได้โพสต์สาเหตุที่มวยไทยต้องวิวัฒนาการจากคาดเชือก มาเป็นสวมนวม ว่า...

เหตุที่มวยไทยต้องวิวัฒนาการจากคาดเชือก มาเป็นสวมนวม ก็เพราะนักมวยเขมรตายด้วยน้ำมือนักมวยไทยเมื่อ ๒๔๖๗ 

ศึกนั้น นายแพ เลี้ยงประเสริฐ ชาวไทยต่อยนายเจีย แขกเขมร จนถึงแก่ความตายที่สนามมวยหลักเมือง แต่นั้นมามวยไทยก็เปลี่ยนโฉมหน้าไป 

ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะบอกว่า ‘มวย’ ทั้งไทยและเขมรนั้นมีการ ‘แลกเปลี่ยน’ กันถึงใจยิ่งกว่าวิจิตรศิลป์หรือนาฏศิลป์เสียอีก 

แต่มวยมีหลักฐานการแลกเปลี่ยนน้อยกว่าเรื่องโขนละคร เรารู้แต่ว่าเขมรก็มีมวยของเขา ไทยก็มีมวยของเรา และนักชก ๒ ชาติมักจะไปชกเหย้าชกเยือนกันบ่อย ๆ 

มวยไทย มวยเขมร รวมถึงมวยลาว และพม่า ต่างก็ชกกันได้ คล้ายกัน แต่แม่ไม้ ลูกไม้ เชิงมวยย่อมต่างกันไปตามขนบครู 

ดังที่มวยฝรั่ง (Boxing) ก็ไม่ได้มีขนบเดียว อย่างที่จะเห็นว่าฝรั่งเศสเรียกมวยว่า Boxe anglaise (มวยอังกฤษ) ให้ต่างจาก La boxe française (มวยฝรั่งเศส) ที่มีการเตะด้วย ที่เรียกว่า ‘ซาวาต’ (Savate)

นี่คือสิ่งที่ทำให้มวยไทยก็คือมวยไทย มวยเขมรก็คือมวยเขมร ไม่อาจอ้างได้ว่าใครเป็นบรรพบุรุษของใคร ใครเกิดก่อน และใครลอกใคร เพราะไม่มีใครหน้าไหนล่วงรู้ได้ มีแต่ข้อมูลที่จับแพะชนแกะขึ้นมาเพื่อที่จะยกตัวเองให้เหนือกว่าคนอื่น 

ถ้าเขมรภูมิใจในมวยของตัวเองก็ไม่ต้องสร้างประวัติศาสตร์กับขนบปลอม ๆ ขึ้นมา แค่ย้อนกลับไปต้นศตวรรษก่อนก็จะรู้ว่านักมวยไทยกับนักมวยเขมรเขาไม่ได้สู้เพื่อแย่งชิงว่าใครเป็นบิดาใคร แต่ประลองกันว่าเชิงมวยใครเหนือกว่ากัน

มันต้องวัดกันแบบนี้ 

ดูเหมือนว่ามวยเขมรเชิงดี ๆ จะมาจากพระตะบอง ดังในภาพประกอบคือมวยที่เมืองพระตะบอง ในยุคนั้นยังชกกันบนลานทราย นุ่งสมพตคือถกเขมร และยังคาดเชือก

นายเจียร์ พระตะบอง หรือเจีย แขกเขมรนั้นเป็น ‘ครัวเขมร’ คือมุสลิมจาม น่าจะเป็นเครือเดียวกับแขกบ้านครัวที่พระนครกรุงเทพฯ ได้ยินมาว่านักมวยเขมรมักประลองกับนักมวยแขกครัว (คือพวกจาม) 

และมวยเขมรก็ชอบมาชกที่ไทย และไทยก็ชอบไปชกที่เขมร ราวกับว่าต้องการวัดฝีมือกัน

จิตร ภูมิศักดิ์ เคยอยู่ที่พระตะบองมาก่อน เล่าว่าเวลามวยไทยชกกับมวยเขมรที่พระตะบอง คนเขมรมักจะเชียร์ให้ไทยแพ้ว่า “ไทย แพ้ เฮ ! เฮ ! ไทย แพ้ เฮ !” เวลานักมวยเขมรได้เปรียบ แต่เวลานักมวยไทยไล่บี้บ้าง เขมรก็จะเงียบไปตามระเบียบ

ตอนนั้น ไทยเราครอบครองพระตะบองไว้ คนเขมรเกิดชาตินิยมจึงไม่พอใจไทย และมักจะระบายด้วยการเชียร์มวยตัวเองแบบนี้

พระตะบองคงเป็นเมืองมวยจริง ๆ พระองค์เจ้านโรดม นรินทเดช เจ้านายเขมรทรงเล่าไว้ในหนังสือฝรั่งเศสว่า พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ พระเจ้าแผ่นดินเขมรก็ทรงโปรดมวย ถึงขนาดทรงเป็นแชมป์ (champion de boxe) 

พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์นั้นทรงเคยประทับที่พระตะบองมานาน ต่อมามาประทับที่บางกอก น่าคิดว่าจะทรงเรียนเชิงมวยจากครูที่พระตะบองและกรุงเทพฯ ด้วยหรือเปล่า?

พระตะบองนั้นเคยเป็นดินแดนของไทยมานาน ก่อนจะถูกฝรั่งเศสเอาไปให้เขมร แล้วต่อมาหลวงพิบูลสงครามไปชิงกลับมา (ในยุคของจิตร ภูมิศักดิ์) แล้วก็กลับไปเป็นแผ่นดินกัมพูชาอีก

ไม่ได้หมายความว่ามวยเขมรต้องรับมาจากไทย แต่มันอาจหมายความว่ามวยไทยและเขมรมีพระตะบองเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยน

ย้ำว่าแลกเปลี่ยนและประลองกัน ไม่มีหรอกที่จะอ้างว่า "ข้าเป็นบรรพบุรุษของเอ็ง" เพราะต่างก็มีเชิงที่ต่างกัน

ถ้อยคำของไทยและเขมรนั้นต่างก็แลกกันแลกกันมา 

อย่างคำว่า ‘ประฏาล’ ที่กลายคำเรียกมวยเขมรว่า ‘ประฏาลเสรี’ (กับ กุน ขแมร์) นั้น คำว่า ประฏาล (ប្រដាល់) ประกอบด้วยคำว่า ฏาล (ដាល់) ซึ่งเป็นญาติกับคำว่า ฎะบาล (ត្បាល់) ในคำไทยที่รับมาคือ ตะบัน ที่ทุกวันนี้วงการข่าวมวยก็ยังใช้คำว่าตะบันกันอยู่

สังเวียน หมายถึงเวทีต่อสู้ มากจากภาษาเขมรว่า ‘สํเวียน’ (សង្វៀន) คือ สนามต่อสู้

ชกมวยแล้วต้องมีการพนันขันต่อ ภาษาเขมรว่า ภฺนาล̍ (ភ្នាល់) บางตำราว่าเขมรได้คำนี้จากไทย แต่บางคนว่าไทยสืบทอดจากเขมร 

ปี่พาทย์มวยเขมรประกอบด้วยสรไลย (ស្រឡៃ) สัมโพร (សំភោរ) ฉิง (ឈិង)

‘บิ๊กตู่’ เร่งเดินหน้าโครงการสนามบินอู่ตะเภา ยัน เริ่มก่อสร้างต้นปี 66 ช่วยฟื้นฟูอุตฯการบิน

‘บิ๊กตู่’ เร่งเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เริ่มก่อสร้างต้นปี 66 นี้แน่นอน คาดสร้างผลตอบแทน 3.05 แสนล้าน จ้างงานเพิ่ม 15,600 ตำแหน่ง/ปี ใน 5 ปีแรก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโต ฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบิน 

(27 ม.ค. 66) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.) ให้ความสำคัญเดินหน้าปฏิรูปประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนในทุกมิติ โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเร่งด่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ จึงเร่งผลักดันโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักสำคัญของ EEC เพื่อยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลัก แห่งที่ 3 เชื่อมสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ด้วยรถไฟความเร็วสูง ทำให้ทั้ง 3 สนามบินสามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้มากถึง 200 ล้านคนต่อปี ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ Logistics & Aviation เป็นศูนย์กลางของ 'มหานครการบินภาคตะวันออก' รวมถึงเป็น 'เมืองท่าที่สำคัญ' เชื่อมโยงขยายกรุงเทพไปทางตะวันออก ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ ตั้งอยู่ในต.พลา อ.บ้านฉาง จังหวัดระยอง เป็นโครงการในรูปแบบ PPP มีมูลค่าการมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 290,000 ล้านบาท ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 28 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ที่ประชุมกพอ.ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ได้รับทราบและพิจารณาความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก หลังจากเอกชนคู่สัญญา และกองทัพเรือ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงการใช้สนามบินอู่ตะเภาร่วมกัน (Joint Use Agreement) และรายงาน EHIA ได้รับการอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรี โดย สกพอ. ได้แจ้งให้เอกชนรับสิทธิตามสัญญาแล้ว เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 จากนี้ สกพอ. จะแจ้งให้เอกชนเริ่มงานก่อสร้างได้ในช่วงต้นปี 2566  หลังจากเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนครบถ้วน

‘บิ๊กป้อม’ โดดประชุมใหญ่ พปชร. อ้างเวลาราชการ คาดเตรียมคุย ‘อุตตม-สนธิรัตน์’ ชวนกลับพรรค บ่ายนี้

‘บิ๊กป้อม’ โดด ประชุมใหญ่ พปชร. อ้างเวลาราชการ เตรียมเปิดโต๊ะดีล ‘อุตตม-สนธิรัตน์’ บ่ายนี้ ชวนกลับพรรค ลุยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 ม.ค.ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พรรคพลังประชารัฐจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1 / 2566 มีวาระสำคัญแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ.2561 เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค เลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีกรรมการบริหารพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัทธิยกุล หัวหน้าทีมกทม. และสมาชิกพรรค เข้าร่วม ตามที่กฎหมายกำหนด

นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค และส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวก่อนประชุมว่า การประชุมวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยให้เหตุผลว่ายังอยู่ในเวลาราชการ จึงมอบหมายให้ตน ทำหน้าที่ประธานการประชุม

รู้จัก 'ปลื้ม สุรบถ' ลูกนายหัวชวน หลังขยับนั่ง ส.ส.ป้ายแดงของ ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายสุรบถ หลีกภัย หรือ ปลื้ม ลูกชายของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จ่อจะได้เป็นผู้เเทนฯ สมัยเเรก ในช่วงท้ายของสภาฯ ชุดปัจจุบันซึ่งจะครบวาระ 4 ปี ในเดือนมี.ค. 2566 เนื่องจากนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ยื่นใบลาออกจาก การเป็นส.ส.ในวันที่ 19 ม.ค.2566 ต่อเนื่องจากนางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส. ต่อประธานสภาฯไปก่อนหน้า 

ทั้งนี้ นายอิสระ เป็นคณะทำงานใกล้ชิดของนายชวน หลีกภัย ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานต่าง ๆ ของประธานสภาฯ โดยตลอด รวมทั้งได้รับแต่งตั้งเป็น เลขานุการประธานรัฐสภา ก่อนหน้าจะมาดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ส่วน นายสุรบถ หรือ ปลื้ม อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 33 ของ ปชป. เป็นอดีตรองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม และเคยเป็นพิธีกรวีอาร์โซ และยังเคยเป็นที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการด้วย

นายสุรบถ เกิดเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2530 ปัจจุบัน อายุ 36ปี เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของชวนและนางภักดิพร สุจริตกุล เป็นที่รู้จักของสังคมมาตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยมักนิยมเรียกติดปากว่า 'น้องปลื้ม' โดยชื่อ 'สุรบถ' นั้น แปลว่า ท้องฟ้า เป็นชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากภักดิพร ผู้เป็นมารดาได้ขอพระราชทานจากพระองค์ท่านในฐานะที่ทรงเป็นสหายร่วมชั้นเรียนมาด้วยกันในโรงเรียนจิตรลดา

>> ประวัติการศึกษา 
นายสุรบถสำเร็จการศึกษาชั้นอนุบาลจากโรงเรียนจิตรลดา ประถมศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มัธยมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน และโรงเรียนพร้าววิทยาคม (เป็นประธานนักเรียน และตั้งวงดนตรี ชื่อ 'วงหมากเหนือ' เป็นมือคีย์บอร์ดของวง) และระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

>> บทบาททางการเมือง
ที่ผ่านมานายสุรบท นอกจากความเป็นบุตรชายของนายชวนแล้ว ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมักได้รับคำวิจารณ์ว่าเสนอความคิดเห็นได้เฉียบแหลม จนได้รับฉายาว่า 'มีดโกนน้อย' คู่เคียงกับฉายา 'มีดโกนอาบน้ำผึ้ง' ของบิดาเคยช่วยนายชวนหาเสียงให้แก่พรรคประชาธิปัตย์อย่างสม่ำเสมอ 

กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 รับมอบสารอาหารไอโอดีนพระราชทานฯ จากทะเลสู่ดอย

ชาวประมงสมุทรปราการและสมุทรสาคร ร่วมแรงร่วมใจ น้อมเกล้าฯ ถวาย ปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และ อาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ก่อน ส่งมอบ ปลากะตักแห้ง และ อาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทานให้กับ ผู้แทนกองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 เพื่อดำเนินการส่งต่อ ให้แก่ เด็กนักเรียน และ ประชาชน พื้นที่ราบสูงในถิ่น ทุรกันดาร 

สมาคมการประมงสมุทรปราการ สมาคมการประมงคลองด่าน และประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดพิธีส่งมอบ ปลากะตักแห้ง และ อาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน ให้แก่ผู้แทนกองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 ตามโครงการพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน 

โดย นาย พิชัย แซ่ซิ้ม นายกสมาคมการประมงสมุทรปราการ เป็นตัวแทน กล่าวรายงานความเป็นมา และรายละเอียดของโครงการฯ ต่อนายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ประธานในพิธี ก่อนร่วมกัน น้อมเกล้าฯ ถวายอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ต่อพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี ผู้แทนหน่วยงาน เข้าน้อมเกล้าฯถวาย อาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน

ภายหลังผู้เเทนหน่วยงาน น้อมเกล้าฯ ถวาย อาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ประธานในพิธี เข้ารับอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน ก่อนส่งมอบต่อให้ พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ผู้แทนกองทัพเรือ ดำเนินการส่งต่อให้แก่ เด็กนักเรียน และประชาชน พื้นที่ราบสูงในถิ่นทุรกันดารต่อไป โดยได้ทำพิธี ส่งรถขบวนลำเลียงสิ่งของพระราชทาน ที่จัดจาก กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกันที่บริเวณ หน้า สมาคมการประมงสมุทรปราการ

ต่อมา เมื่อเวลา 15.30 น. ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร
สมาคมการประมงสมุทรสาคร และชมรมเรืออวนลากจังหวัดสมุทรสาคร จัดพิธีส่งมอบ อาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทานให้แก่ ผู้แทนกองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 ตามโครงการพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน เช่นเดียวกัน

นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร กล่าวรายงานความเป็นมา และรายละเอียดของโครงการฯ ต่อ นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานในพิธี ก่อนร่วมกันน้อมเกล้าฯ ถวาย  อาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน หน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีผู้แทนหน่วยงาน เข้าน้อมเกล้าฯถวาย

ภายหลังผู้เเทนหน่วยงาน น้อมเกล้าฯ ถวาย อาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานในพิธีเข้ารับอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน ก่อนส่งมอบต่อให้ พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ผู้แทนกองทัพเรือ ดำเนินการส่งต่อให้แก่ เด็กนักเรียน และ ประชาชนพื้นที่ราบสูงในถิ่น ทุรกันดารต่อไป หลังจากเสร็จสิ้นพิธีส่งมอบ ได้ส่งรถขบวนลำเลียงสิ่งของพระราชทานที่จัดจาก กองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาครเช่นกัน

‘ลุงหนู’ เผย ‘ศักดิ์สยาม’ ไม่กังวล ปมยื่นฟ้องถอดตำแหน่ง ยัน ไม่ติดใจ ‘เพื่อไทย’ ไล่งับ เข้าใจเรื่องการเมือง

(26 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 14.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทย ยื่นให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม สิ้นสุดลง เป็นการดิสเครดิตก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ ว่า นายศักดิ์สยาม ชี้แจงไปแล้วในประเด็นนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อเดือน ก.ย.65 และนายศักดิ์สยาม ชี้แจงข้อกล่าวหาในสภาไปแล้ว และสิ่งที่พิสูจน์ได้คือ นายศักดิ์สยาม ได้รับคะแนนไว้วางใจในประเด็นที่ถูกกล่าวหา คะแนนห่างกับคะแนนไม่ไว้วางใจเป็นร้อยคะแนน จึงน่าจะโอเค ส่วนเรื่องที่จะไปยื่นอะไรเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย หากอยู่ภายใต้กฎหมายสามารถยื่นได้ 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเป็นการดิสเครดิตกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประชาชนที่ติดตามอย่างใกล้ชิดจะพิจารณาได้ว่าวัตถุประสงค์เป็นอย่างไร 

กองทัพเรือ ฟื้นฟูช่วยเหลือเยียวยาจิตใจให้แก่กำลังพลเรือหลวงสุโขทัย หลังผ่านสถานการณ์วิกฤติ

กองทัพเรือ โดยกองเรือยุทธการ ร่วมกับชมรมภริยากองเรือยุทธการ และโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ จัดกิจกรรมฟื้นฟูช่วยเหลือเยียวยาจิตใจให้แก่กำลังพลเรือหลวงสุโขทัย 

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 66 พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มอบหมายให้ พลเรือตรี อนิรุธ สวัสดี รองเสนาธิการ กองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฟื้นฟูช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ ให้แก่กำลังพลเรือหลวงสุโขทัย หลังจากที่ผ่านสถานการณ์วิกฤติ โดยมีชมรมภริยากองเรือยุทธการ และทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจภาวะวิกฤตสุขภาพจิต รพ.อาภากรฯ ร่วมกันจัดกิจกรรมฯ และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน 80 นาย 

โดยการจัดกิจกรรมมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจให้แก่กำลังพลอย่างทันท่วงที ลดผลกระทบทางด้านจิตใจและมุมมองความขัดแย้งทางความคิด จนทำให้มีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งและกลับคืนมาใช้ชีวิตตามปกติ 

‘ตำรวจ’ เร่งประสาน ‘ดาราไต้หวัน’ ขอข้อมูลเพิ่ม หลังอ้างถูกตำรวจ ‘ค้นตัว - รีดไถ’ ขณะเที่ยวในไทย

(26 ม.ค. 66) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณีดารานักแสดงชาวไต้หวัน 安于晴 (อันหยูชิง) หรือ Charlene An อ้างว่า ถูกตำรวจไทยขอค้นตัว ค้นกระเป๋า รีดไถเงินกว่า 20,000 ถึงยอมปล่อยตัว ว่า เบื้องต้นทราบตัวนักแสดงสาวคนดังกล่าว และมีข้อมูลว่าเดินทางเข้าประเทศไทยในวันที่ 29 ธันวาคม 2565 เดินทางออกในวันที่ 5 มกราคม 2566 จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการเช็กอินห้องพักโรงแรมย่านทองหล่อ ขณะโดยสารด้วยรถตู้เอนกประสงค์ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานให้คนขับเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม และได้ประสานที่พักตรวจสอบว่านักแสดงสาวเข้าพักที่โรงแรมจริงหรือไม่ 

รวมทั้งประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจจราจร และสน. ทองหล่อ ซึ่งมีการตั้งด่านทั้งความมั่นคงและตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีการตั้งด่านในช่วงเวลาที่นักแสดงสาวดังกล่าวอยู่ในประเทศไทยในพื้นที่ใดบ้าง โดยเน้นไปจุดที่มีคนต่างชาติพักอาศัย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ ทองหล่อ ห้วยขวาง ลุมพินี 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการติดต่อไปยังนักแสดงคนดังกล่าวแล้วโดยช่องทางผ่าน Instagram และ Facebook เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ และประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับเช่นกัน 

ยืนยันว่าเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในทุกมิติ เบื้องต้นพบว่าเป็นการเช็กอินหลังเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว แต่หากตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดจริงสามารถดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ได้เลย โดยไม่ต้องรอผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์แจ้งความ

โฆษก ตร.กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดตั้งแต่ช่วงปีใหม่ แต่เพิ่งมีประเด็นในช่วงนี้ติดต่อกันเป็นการทำงานทำลายภาพลักษณ์ตำรวจหรือไม่นั้น จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลที่มีการโพสต์ลงในโซเชียลจะไม่บอกว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ เพราะบางครั้งเมื่อเขากลับไปแล้วก็มีการเช็กอินอีกรอบว่าอยู่ที่นี่ที่นั่น จะต้องตรวจสอบและหากพบว่าใครผิดก็ต้องดำเนินการอาญาและวินัย ส่วนเป็นการดิสเครดิตตำรวจหรือไม่ขอให้เป็นดุลยพินิจของประชาชนและสื่อมวลชนเอง ตำรวจบอกได้อย่างเดียวว่าไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นวันไหนก็จะต้องตรวจสอบ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top