Thursday, 9 July 2026
Hard News Team

‘อัยยวัฒน์’ ปลดหนี้ ‘เลสเตอร์’ เฉียด 8,000 ลบ. ตอกย้ำความสำเร็จแห่งยุค ภายใต้เจ้าของคนไทย

(2 ก.พ. 66) 'จิ้งจอกสยาม' เลสเตอร์ ซิตี้ หมดภาระหนี้สินเรียบร้อย หลังล่าสุด 'คุณต๊อบ' อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรหนุ่มไฟแรง ทำการปลดหนี้เฉียด ๆ 8,000 ล้านบาท ได้สำเร็จ

เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมาว่า คุณต๊อบ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรคนปัจจุบัน ได้ทำการปลดหนี้ทั้งหมดของสโมสรจำนวน 194 ล้านปอนด์ (ประมาณ 7,954 ล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อย

ก่อนหน้านี้ เลสเตอร์ มีหนี้สิน 194 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นวงเงินที่กู้ยืมมาจากบริษัทแม่อย่าง คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล (เคพีไอ) ที่ครอบครัวศรีวัฒนประภาถือหุ้นทั้งหมด โดย คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล ได้ให้เงินกู้ยืมเหล่านี้แก่สโมสรในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นทุนในการก่อสร้างสนามฝึกซ้อมระดับโลกแห่งใหม่ของสโมสรที่ ซีเกรฟ และเพื่อสนับสนุนการลงทุนของสโมสร ทั้งทีมชายและทีมฟุตบอลหญิง ในช่วงการระบาดของโควิด-19

การแปลงเป็นทุนช่วยให้งบดุลของสโมสรแข็งแกร่งขึ้น, ลดต้นทุนดอกเบี้ย และตอกย้ำความมุ่งมั่นของ คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล ในการสนับสนุนความมั่นคงของสโมสรในระยะยาว

นับเป็นครั้งที่สองที่กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้น ตั้งแต่ครอบครัวศรีวัฒนประภา เข้าดูแลกิจการสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2010 โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2013 ซึ่งตอนนั้นปลดหนี้จำนวน 103 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,223 ล้านบาท) 

‘บิ๊กป้อม’ ใช้ใจบันดาลแรง นำทัพ ‘พปชร.’ ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่

ถ้าใครได้ฟังสิ่งที่ออกจาก ‘ลุงป้อม’ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จากงานกิจกรรมระดมทุนพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2566 ที่ผ่านมานั้น จะเห็นภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างแรก ก็คือ แกพูดเยอะขึ้น ไอ้ที่เห็นภาพแบบถามคำตอบคำอย่างที่คุ้นนั้น แทบจะพลิกจนคนเห็นแล้วตกใจ

ส่วนหนึ่ง ก็อาจจะเป็นเพราะการตัดสินใจ ประกาศก้าวขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 30 ของไทย โดยมีทัพ พปชร. ที่ยังคงอยู่ให้ความเคารพ และผลักดันแบบไม่มีใครคิดแตกแถว

แถมทุกคนยังแลดูเชื่อมั่น และอยากให้พี่ใหญ่แห่ง 3ป. นี้ ขึ้นมาอยู่ในสถานภาพสมกับบารมีที่มีอย่างจริงจัง

ในวันนั้น ทุกถ้อยคำของ ‘ลุงป้อม’ บอกเล่าตามแรง ที่แกมักจะพูดว่า มีแรงกลับคืนมาได้ เพราะใช้ใจบันดาล ซึ่งเนื้อความวันนั้น จับสาระสำคัญได้เยอะกว่าที่ผ่านมา เสมือนที่ผ่านมาแกเลือกที่จะไม่พูดเลยยังไงยังงั้น

วันนั้น ลุงป้อม พูดถึง สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันวา่า สังคมไทยยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้ง พรรคพลังประชารัฐ ยังคงมุ่งมั่น ยืนหยัด ที่จะทำงานการเมืองสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ 'การสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข' ให้พี่น้องประชาชนชาวไทย มีความอยู่ดี กินดี อย่างมีความสุข ใน 3 พันธกิจหลัก...

1.) สวัสดิการประชารัฐ ขจัดความเหลื่อมล้ำ
2.) เศรษฐกิจประชารัฐ สร้างความสามารถ และโอกาสที่เท่าเทียม
3.) สังคมประชารัฐ สงบสุข เข้มแข็ง และแบ่งปัน

พิธีกรมีการถามเรื่อง ผมไม่รู้?
ลุงป้อมตอบว่า ที่ผมตอบว่า "ไม่รู้" ความจริงแล้ว ผมอาจจะรู้ก็ได้นะครับ แต่ว่าผมก็จะต้องหาผู้รู้ที่รู้มากกว่าผม มาแนะนำผม คนที่รู้เนี่ย อยู่รอบตัวผมเยอะแยะ ผมก็เอามาใส่ในตัวผมให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้

พิธีกรถามเปิดใจลุงป้อม เรื่องการใช้ใจบันดาลแรง ไม่ใช่ใช้แรงบันดาลใจ

ลุงป้อมตอบว่า พลังประชารัฐ ใจบันดาลแรง และตัวเองก็เอาใจนี่แหละครับ ในการที่จะบันดาลแรงที่ได้ร่วงโรยไป ทุกวันนี้เดินก็ไม่ค่อยไหว แต่ก็ใช้ใจบันดาลแรงนี่แหละ ในการเดิน

ตลอดงานในวันนั้น ดู ลุงป้อม จะมีความเป็นตัวเองมากที่สุด มีรอยยิ้มที่แลดูมีความสุขแบบผ่อนคลาย แถมยังมีการฉายพูดถึงสิ่งที่อยากบอกกับผู้ร่วมงานวันนั้นแบบคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ เดินหน้าประเทศไทย ลุงป้อมพูดถึงปัญหาความยากจน พวกชาวนา ชาวไร่ พวกเกษตรกรหาชาวกินค่ำ ที่จะต้องดูแลคนพวกนี้ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และก็จะได้ทำให้ประเทศไทยนั้น มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

เคล็บลับให้ได้ใจคน คือ 'ความจริงใจ' ไม่ว่าใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นฝูง เป็นน้อง พูดอะไรไป “ความจริงใจ ซื้อใจคน”

พูดถึงชีวิตช่วงผ่านศึกสงครามมาหลาย ๆ สงคราม เป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร ซึ่งตลอดระยะเวลานั้นก็ได้พยายามทำงานประเทศชาติ เพื่อกองทัพ และก็เพื่อประชาชน และพอมาทำงานการเมือง ก็หวังที่จะทำการเมืองเพื่อประชาชน ให้ประชาชนเราได้อยู่ดี กินดีขึ้น

ทำไมประเทศไทย ถึงรอดจากภัยโควิด19?

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ในประเทศไทย จะคลี่คลายลงในระดับที่ทำให้คนไทยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเปิดประเทศจนมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกไหลกลับคืนสู่ประเทศ ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็ว

แต่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมานี้ หากประเทศไทย ‘ยอมแพ้’ และไม่มีใครลุกขึ้นมาสู้ พวกเราคงไม่ได้มาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีงามเฉกเช่นทุกวันนี้

ปาระเบิดปิงปองศูนย์ประสานงาน ‘เพื่อไทย’ ดอนเมือง ว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่ วอน!! จนท.ช่วยดูแลเข้มงวด

(2 ก.พ. 66) นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมคณะเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบริเวณหน้าศูนย์ประสานงานเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เขตดอนเมือง ของนายสุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย หลังถูกมือดีปาระเบิดปิงปองใส่ป้ายหน้าสำนักงานฯ

นายสุธนพจน์ เปิดเผยว่า เหตุเกิดในช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีผู้ขับขี่จักรยานยนต์พร้อมคนซ้อนท้าย ขี่รถจักรยานยนต์มาบริเวณป้ายที่ทางเราเพิ่งติดไปเมื่อวานนี้ ก่อนคนซ้อนจะควักระเบิดปิงปองปาใส่ป้าย ซึ่งอยู่หน้าบริเวณศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งเขตดอนเมืองของพรรคเพื่อไทย โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ และเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดของเขตกำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่

‘รมว.จุติ’ ยกย่อง ‘อาคม’ หลังขึ้นแท่น รมว.คลังแห่งปี 66 ช่วยพา ศก.ไทย ฝ่าภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ

รมว.พม. ยินดี ‘อาคม เติมพิทยาไพสิฐ’ รับรางวัล รมว.คลังแห่งปี 2566 ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จากนิตยสาร The Banker ยกย่องบริหารเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพในวิกฤติซ้อนวิกฤติ 

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 66 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) แสดงความยินดีกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งปี 2566 (Finance Minister of the Year 2023) ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จากนิตยสาร The Banker ในเครือ Financial Times สื่อสิ่งพิมพ์ด้านเศรษฐกิจและการเงินชั้นนำที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล 

นายจุติ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศไทยได้รับรางวัลดังกล่าว เพราะความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ ทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรเงินกู้อยู่ในระดับที่น่าเชื่อถือ ไม่ผันผวน อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับปานกลาง และหนี้สาธารณะอยู่ในเกณฑ์ดี อีกทั้งมีการจัดสรรงบประมาณที่ตอบโจทย์ประเทศ รักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้เป็นอย่างดี

‘ภูมิใจไทย’ เปิดตัว ‘กำนันฉอย’ ส.ส.กาญจน์ ที่ดึงมาจาก พปชร.

(2 ก.พ. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ชูมือเปิดตัว นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (ซ้ายมือนายอนุทิน) เข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย

นอกจากนี้ ยังมีนายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ อดีต ส.ส.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ, นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ และ นางนันทนา สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้ มาร่วมแสดงความยินดีด้วย

‘เพื่อไทย’ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครฯ เพิ่ม 61 คน แง้ม!! ต้นเดือน มี.ค. จัดปราศรัยใหญ่ ที่โคราช

‘เพื่อไทย’ เปิดอีก 61 ผู้ประสงค์รับสมัครเลือกตั้ง มี ลูกชาย-หลาน พร้อมทีมงาน ‘กำนันป้อ’ ‘โฮม ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช’ โผล่ร่วมงานด้วย จ่อลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่โคราช ต้นมี.ค.

(2 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรคพท. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค พร้อมด้วยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร่วมแถลงเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางและภาคใต้รวม 61 คน

โดยนพ.ชลน่าน กล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นกลยุทธ์หนึ่งในสามกลยุทธ์หลักของพรรคเพื่อไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ 

1.) แคนดิเดตนายกฯ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่นำพาการบริหารการเลือกตั้งหรือบริหารแผ่นดิน ย้ำว่าพร้อมประกาศทั้ง 3 รายชื่อ โดยจะประกาศในระยะเวลาอันใกล้ 

2.) กลยุทธ์นโยบายที่เป็นนโยบายจับต้องได้ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้แต่ทำสำเร็จมาแล้ว 

และ 3.) ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย ที่เราจะประกาศรายชื่อทั้ง 61 คน มั่นใจว่าผู้สมัครทุกคนมีศักยภาพและความพร้อม

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า วันนี้ พรรคเพื่อไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. 61 คน ซึ่งล้วนเป็นอดีตส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคการเมืองอื่น หลายคนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกบริหารสภาท้องถิ่น และเป็นตัวแทนที่อยู่ในเขตเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนมาตลอด

เมื่อถามว่า การได้บ้านใหญ่ของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาจะช่วยเสริมทัพให้พื้นที่จ.นครราชสีมาได้มากแค่ไหน และจะมาช่วยงานพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยนายวีระศักดิ์มีปัญหาด้านสุขภาพ ขอพักรักษาตัวแต่ก็ได้ส่งบุตรชาย หลาน และทีมงานเข้ามาเพิ่มศักยภาพพรรคเพื่อไทย ซึ่งจ.นครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่ เรามีความพร้อมอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึง กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีกำหนดการลงพื้นที่หาเสียงในจ.นครราชสีมา จะส่งผลกระทบกับพรรคเพื่อไทยในพื้นที่นี้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เดิมทีเราวางโปรแกรมปราศรัยในพื้นที่จ.นครราชสีมาไว้แล้ว ตั้งใจว่าต้นเดือนมีนาคมหลังจากเปิดตัวผู้สมัครแล้ว และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตครบ เราจะทำการปราศรัยใหญ่ที่จ.นครราชสีมา

ด้านนพ.ชลน่าน กล่าวเสริมว่า ตนมองว่ายิ่งเป็นการหาเสียงให้พรรค พท.เป็นอย่างดียิ่ง มั่นใจว่าประชาชนจะเกิดการเปรียบเทียบและเห็นในสิ่งที่มีความชัดเจนในการทำงาน ทำหน้าที่ และอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ไปหาเสียงทุกจังหวัด เพราะพรรคเพื่อไทยจะได้หาเสียงได้ง่ายขึ้น

‘บิ๊กป้อม’ พอใจ การพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนในอีสานคืบหน้า พร้อมสั่งทุกหน่วยงานเข้ม 10 มาตรการจัดการน้ำ รับมือฤดูแล้ง

(2 ก.พ. 66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางลงพื้นที่ภาคอีสาน จ.ยโสธร และ จ.มุกดาหาร ตรวจติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อการเกษตร และพบปะรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมี ผวจ.ยโสธร และ ผวจ.มุกดาหาร เลขา สทนช. และหน.ส่วนราชการต่าง ๆ ให้การต้อนรับ

ภาพรวมสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำยังเกิดขึ้น ในบางพื้นที่ที่ฝนทิ้งช่วง ความคืบหน้าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปี 61-65 จว.ยโสธร มีพื้นที่รับประโยชน์เพิ่ม 61,103 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 33,053 ครัวเรือน สามารถจุน้ำเพิ่ม 37 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ได้รับการป้องกันกว่า 2,500 ไร่ 

สำหรับ จว.มุกดาหาร มีพื้นที่รับประโยชน์เพิ่ม 51,290 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 25,089 ครัวเรือน สามารถจุน้ำเพิ่ม 11.5 ล้าน ลบ.ม. และสามารถนำน้ำบาดาลมาใช้เพิ่มเกือบ 10 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี โดยดำเนินทั้งการก่อสร้างแหล่งน้ำ ระบบส่งน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ และระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ ต่อจากนั้นได้ลงตรวจความคืบหน้าการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน บ.หนองบึง ต.ห้องแซง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และพบปะรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่

‘บี พุทธิพงษ์’ ห่วง ปชช. หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่ง!! แนะ สวมหน้ากากอนามัย - ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น

‘พุทธิพงษ์’ เตือนประชาชนดูแลสุขภาพ!! หลังค่า PM 2.5 พุ่งสูงมาก ให้กำลังใจคนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่สู้ฝุ่นพิษ

(2 ก.พ. 66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ระบุข้อความว่า…

วันนี้…คงต้องเตือนทุก ๆ ท่านครับ ให้ระวังสุขภาพ ตื่นเช้ามารู้สึกได้ว่าเหมือนจะเป็นหวัด พอตรวจสภาพอากาศและเห็นจากการรายงานของไทยรัฐออนไลน์ ค่าฝุ่นวันนี้สูงมากและน่าจะหนักขึ้นตลอดทั้งวัน ขอให้กำลังใจคนกรุงเทพฯ และเชียงใหม่นะครับ ดูแลสุขภาพ ถ้าไม่จำเป็นก็ควรเลี่ยงออกไปข้างนอก แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรใส่หน้ากากอนามัย คงจะช่วยได้บ้างนะครับ ดูแลสุขภาพกันด้วยครับ #ชีวิตคนเมือง #เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ

ออกหมายจับ ‘ธาริต' หลังเบี้ยวศาลนัดอ่านฎีกาครั้งที่ 7 อ้างพักฟื้นผ่าตัด แต่อาจหลบหนีศาลคดีสลายชุมนุมปี 53

(2 ก.พ. 66) ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำสั่ง/ คำพิพากษาศาลฎีกา ครั้งที่ 7 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.310/2556 ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุรุนแรงทางการเมือง ปี 2553 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน "เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 วรรคสอง

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสี่ โจทก์ ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์ แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสี่กระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษากลับ ให้จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 3 ปี ลดโทษให้1ใน3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี

จำเลยทั้งสี่ยื่นฎีกา อ้างว่า มีพยานหลักฐานใหม่ในคดี ขอให้ศาลฎีกา พิจารณา พิพากษาใหม่ และนายธาริต จำเลยที่ 1 มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อนโดยให้เหตุผลต่างกันหลายครั้ง โดยครั้งหลังสุด ขอเลื่อนโดยให้เหตุผลเนื่องจากต้องผ่านิ่วในไตทั้ง 2 ข้าง ใช้เวลารักษานานราว 4 เดือน รวมทั้ง นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมล หรือน้องเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตที่วัดปทุมวนารามเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 และญาติผู้เสียชีวิตราย อื่นๆ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความที่สามในคดีด้วย

ศาลอาญาจึงมีคำสั่งให้ส่งคำร้องทั้งหมดให้ศาลฎีกา พิจารณาเพื่อมีคำสั่งคำร้อง โดยองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาจะพิจารณาผ่านระบบจอภาพผ่านศาลอาญา

นัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกาวันนี้ ทนายโจทก์ที่ 1-2 จำเลยที่ 2-4 ทนายจำเลยที่ 1 พนักงานอัยการในฐานะทนายจำเลยที่ 3,4 ผู้รับมอบอำนาจนายประกันจำเลยทั้ง4มาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา

ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่าตามที่ได้แถลงต่อศาลในนัดที่แล้วว่า จำเลยที่ 1 เจ็บป่วยเป็นโรคนิ่วในไตทางด้านซ้ายและด้านขวา ต่อมาในวันที่ 29 มกราคม 2566 จำเลยที่ 1 ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ โดยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดส่องกล้องผ่านท่อไตและใส่สายระบายเลือดไว้ในท่อไตทั้งสองข้าง จำเลยที่ 1 จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้นและต้องติดตามอาการเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อประเมินสภาพไตและก้อนนิ่วอีกครั้ง รายละเอียดตามคำร้องขอเลื่อนคดี ฉบับลงวันที่ 1 ก.พ.66 พร้อมเอกสารแนบท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top