Thursday, 9 July 2026
Hard News Team

‘รมว.ชัยวุฒิ’ ไม่ถือ ‘ครูลูกกอล์ฟ’ ทำคลิปล้อ ด้านเจ้าตัวหยอด “หากมีเวลามาช่วยเทรนให้ด้วย”

จากกรณี ‘คณาธิป สุนทรรักษ์’ หรือ ครูลูกกอลฟ์ ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ได้โพสต์คลิปการให้สัมภาษณ์สื่อของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอีเอส พร้อมทั้งแนะนำการวางตัวขณะให้สัมภาษณ์เพื่อให้ภาพออกมาดูดี แม้คลิปดังกล่าวมองได้ว่า เป็นการล้อเลียนก็ตาม

ขณะที่ ทางด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้โพสต์ข้อความถึงครูลูกกอล์ฟ โดยไม่ถือสากับการทำคลิปล้อเลียนดังกล่าว พร้อมระบุว่า ขอบคุณ..คุณครูนะครับ เอาไว้ คุณครูมีเวลามาช่วยเทรนผมได้นะครับ … ขอบคุณครับ

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ ในเขตทัพเรือภาคที่1

วันที่ 2 ก.พ.66 พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ประธานคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 1/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ ในเขตทัพเรือภาคที่ 1 (ระดับผู้บริหาร) ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2566 ณ โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 

จองที่ชาร์จรถ EV ในจุฬาฯ ผ่านแอปฯ แต่ยามไล่ รู้ทีหลัง ผู้ให้บริการแจ้งห้ามใช้ 06.00-17.00 น.

ไม่นานมานี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ‘Sira Nakasiri’ ได้โพสต์ข้อความลงในกลุ่ม ‘EV Club Thailand Group’ ถึงกรณีที่ได้ เข้าไปใช้บริการสถานีชาร์จอีวี หรือรถยนต์ไฟฟ้า ใน MEA หรือสถานีชาร์จของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยสถานีชาร์จนี้ได้ตั้งอยู่ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยเรื่องพีกคือผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านนี้ ได้จองการชาร์จผ่านแอปพลิเคชันไปเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงจุดชาร์จ ทาง รปภ. ของจุฬากลับมาไล่ และไม่ให้ชาร์จ โดยอ้างว่าใช้ได้สำหรับผู้บริหารของจุฬาฯ เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ในแอป ก็เปิดให้จองชาร์จได้ปกติ 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งจับกุมหนุ่มใหญ่ชาวฝรั่งเศสมีพฤติกรรมแอบอ้าง 'บิ๊กโจ๊ก' เรียกเงินค่าคุ้มครองจากกลุ่มชาวต่างชาติในพื้นที่พัทยา

จากกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มชาวต่างชาติซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ว่ามีชายชาวฝรั่งเศสมีพฤติกรรมแสดงตนเป็นผู้มีอิทธิพล โดยแอบอ้างนายตำรวจในพื้นที่พัทยาและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) โดยมีการนำภาพถ่ายของตนเองซึ่งถ่ายภาพคู่กับนายตำรวจรายต่างๆ ขณะที่ตนเองเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (Volunteer) ไปใช้ในการแอบอ้างต่อกลุ่มชาวต่างชาติเพื่อเรียกรับเงินค่าคุ้มครองให้สามารถพักอาศัยอยู่ในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ได้นั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการตรวจสอบในกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดที่ส่งผลกระทบการการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศไทย หากพบการกระทำความผิดจริงให้ดำเนินการตามกฏหมายจนถึงที่สุด

จากการสืบสวนของชุดสืบสวนทราบว่า บุคคลดังกล่าวคือ นายเฮอวี่ คริสเตียน โรเบิร์ต ลีโอนาร์ด หรือ Mr.Herve Christian Robert Leonard อายุ 58 ปี สัญชาติฝรั่งเศส มีประวัติเคยถูกจับกุมในคดีเกี่ยวกับ ฉ้อโกงและกรรโชกทรัพย์ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมาแล้วหลายคดี โดยครบกำหนดการอนุญาตพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2563 แต่ยังไม่พบข้อมูลว่าเดินทางออกจากประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงตรวจสอบเพื่อแกะรอยหาของตัวของบุคคลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนใช้เวลาในการเฝ้าติดตามตัวนายเฮอวี่ฯ กว่า 4 เดือน จนทราบว่า หลังจากที่ นายเฮอวี่ฯ ถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงและกรรโชกทรัพย์ก่อนหน้านั้น ได้รับการประกันตัวออกมาระหว่างพิจารณาคดีของศาล แต่เมื่อถึงกำหนดนัดพิจารณาคดีกลับหลบหนี โดยนายเฮอวี่ฯ มีพฤติกรรมในการย้ายที่พักอาศัยบ่อยครั้ง ในวงรอบทุกๆ 2 – 3 สัปดาห์ เพื่อหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่พัทยา หัวหิน และ กรุงเทพมหานคร และแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยจะแจ้งกับสถานที่พักต่างๆ ว่าเอกสารหนังสือเดินทางของตนสูญหาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายเฮอวี่ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยที่คอนโดมิเนียมย่านลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมดังกล่าวจนพบ นายเฮอวี่ฯ พักอาศัยอยู่จริง ซึ่งรวมระยะเวลาในการเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ( 868 วัน ) และเพิ่งย้ายเข้ามาพักอาศัยที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวเพียง 2 สัปดาห์ จึงได้จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า นายเฮอวี่ฯ ถูกแจ้งความร้องทุกข์ในข้อหาฉ้อโกงและกรรโชกทรัพย์ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากผู้เสียหายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก และ ถูกออกหมายจับในคดีดังกล่าวจำนวนหลายหมายจับ ได้แก่ 

ผบ.ตร.สั่งเข้มขันน็อตด่านตรวจทั่วประเทศ ให้เป็นมาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมเตรียมลงดาบหน่วยที่ละเลย ให้ จเรตำรวจแห่งชาติลงตรวจสอบด่านนครบาล ตามที่ถูกกล่าวหา

วันที่ 2 ก.พ. 66 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร.เปิดเผยถึงประเด็นที่ นายชูวิทย์พูดถึงการตั้งด่านของตำรวจนครบาล มีการเรียกรับสินบนว่า “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.สั่งให้จเรตำรวจแห่งชาติ ลงตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป หากพบว่ามีหน่วยไหนทำผิด จะมีการดำเนินการเด็ดขาดทั้งวินัย อาญา และปกครอง”

โฆษก ตร.กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ผบ.ตร.กำชับ การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และด่านตรวจ ของตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศ ต้องมีมาตรฐาน เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบที่ ตร.สั่งการไว้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะประเด็น กล้อง Bodycam ของตำรวจ ในการตั้งด่านตรวจทุกครั้ง ตำรวจทุกนายต้องมี กล้อง Bodycam ทุกคนบันทึกภาพ และเสียงเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ หากไม่มี Bodycam ห้ามไม่ให้มีการตั้งจุดตรวจ ที่สำคัญตำรวจทุกนายต้องสวมใส่เครื่องแบบในการตั้งจุดตรวจทุกครั้ง ต้องไม่มีตำรวจนอกเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจอย่างเด็ดขาด

การตั้งจุดตรวจต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคม เช่น จุดตรวจจราจร ต้องตั้งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ มีสถิติอุบัติเหตุรองรับชัดเจนว่าทำไมต้องตั้งจุดตรวจตรงนี้ เพราะอะไร สำหรับด่านอาชญากรรม ต้องตั้งเพื่อป้องกันเหตุในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เกิดเหตุซ้ำซาก ประชาชนร้องเรียนในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งการอนุมัติการตั้งจุดตรวจ เป็นอำนาจของผู้บังคับการขึ้นไปในการอนุมัติ ถ้าหากจุดตรวจไหน ไม่มีมาตรฐาน มีการเรียกรับผลประโยชน์ เบื้องต้นจะมีการลงโทษระดับหัวหน้าสถานีตำรวจที่ปล่อยปละละเลย ไม่ใส่ใจในการตรวจสอบควบคุมดูแล และผู้บังคับการตามลำดับ หากไม่มีมาตรการควบคุม กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

กองทัพเรือจัดกิจกรรมรณรงค์การฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มกระตุ้น ให้แก่กำลังพลเพื่อลดการเจ็บป่วยที่รุนแรงจากสถานการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง

วันที่ 1 ก.พ. 66 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ และประธานคณะกรรมการบริหารวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาร่วมกิจกรรมรณรงค์การฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มกระตุ้น ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน ถ.อิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

‘ลุงหนู’ บอก รู้นานแล้ว ‘ทีมกำนันป้อ’ จ่อซบ พท. มองเป็นเรื่องดี จะได้เลิกวลี ‘ไล่หนูตีงูเห่า’

(2 ก.พ. 66) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานะภายในพรรคของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรมช.คมนาคม และอดีตกรรมการบริหารพรรค ว่า สถานะยังเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ต้องเช็กกับนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคฯ

ส่วนที่มีข่าวว่ามีทีมงานของนายวีรศักดิ์ จะย้ายไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยนั้น นายอนุทิน ระบุว่า เรื่องนี้รู้มานานแล้ว มองว่ามันก็ดี เพราะจะมีการคละเคล้ากันไป จะได้เลิกวลี ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ หากมาพรรคภูมิใจไทย เพราะคนของพรรคภูมิใจไทยก็ออกไปพรรคอื่น ซึ่งเราไม่ได้ไล่ใครทั้งนั้น ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง แล้วมาแข่งกันทำความดี และขายนโยบายให้กับประชาชนเพื่อตัดสินใจ

‘ชาวมุกดาหาร’ มั่น!! ‘ลุงป้อม’ ใจถึงพึ่งได้จริง เชียร์นั่งนายกฯ สานต่องานสำคัญเพื่อคนอีสาน

‘พล.อ.ประวิตร’ ลงพื้นที่ จ.มุกดาหาร พลิกฟื้น ‘ตลาดอินโดจีน’ กระตุ้นท่องเที่ยว/การค้าชายแดน พร้อมเปิดโครงการแก้ภัยแล้ง ช่วยเกษตรกรให้มีน้ำใช้ เพิ่มรายได้ อยู่ดีกินดี

(2 ก.พ. 66) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการต่อเนื่อง จากจังหวัดยโสธร ในช่วงเช้า โดยในช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร บริเวณตลาดอินโดจีนมุกดาหาร ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อติดตามโครงการก่อสร้าง-ปรับปรุงพื้นที่ ตลาดอินโดจีน งบประมาณ 94 ล้านบาทเศษ

ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้ถูกพับตก ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน จึงต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยยกระดับรายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงสามารถช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวชายโขง และการค้าชายแดน และยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้างถนนสาย ‘มุกดาสนุก สุขชายโขง’ งบประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง และรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้อีกด้วย

หากประเทศไทย ไร้ผู้นำที่ชื่อ ‘พลเอกประยุทธ์’ และขาดซึ่ง ‘หมอ’ หลากยุทธ์ ผู้กลบเสียงเห่า ‘หมา’

หากเปรียบในทางพุทธศาสนาที่องค์พระสมณะพุทธโคดมเคยทรงตรัสไว้ว่า "ผู้ใดอยากพ้นทุกข์ทั้งปวง ให้ปฏิบัติตาม ‘มรรค 8’ หรือ ‘หนทางสู่ความดับทุกข์ทั้งแปดประการ’ นี้เถิด" 

เฉกเช่นเดียวกันกับ ‘สถานการณ์โควิด 19’ ที่วันนี้ได้คลี่คลายลง ก็ด้วยหนทางพ้นทุกข์ภัยทั้ง 8 เช่นกัน

สำหรับวันนี้ 1 ใน 8 ที่อยากจะชวนกลับไปนึกถึง ซึ่งทำให้ไทยพ้นทุกข์จากพิษภัยโควิด หรือจะบอกว่า ‘ไทยรอดได้อย่างไรนั้น’ คือ ‘วิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ’

นับแต่ข่าวแพร่ระบาดของ 'ไวรัสอู่ฮั่น' ซึ่งต่อมาคือ 'Corona Virus 2019' (โควิด-19) บนแผ่นดินสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ เมืองอู่ฮั่น กระเซ็นกระสายออกมาว่า เกิดการติดเชื้อจาก 'ค้างคาว' แพร่สู่มนุษย์ จากคนสู่คน จนลุกลามขยายกลายเป็นวงกว้าง และเริ่มระบาดไปยังอีกหลายประเทศ ข่าวนี้ก็สร้างความวิตกกังวลทั่วทั้งโลก รวมถึงบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างไทย

จากเดิมแค่วิตกกังวล กลายเป็นความประหวั่นพรั่นพรึงทันทีที่ประเทศไทยพบเชื้อครั้งแรก ตอนต้นเดือนมกราคม 2563 โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น โดยต่อมาอีกราวสองสัปดาห์ก็พบ 'ผู้ติดเชื้อชาวไทยคนแรก' คือ คนขับรถแท็กซี่วัยห้าสิบปี ผู้เป็นสารถีรับส่งหญิงชาวจีนคนนั้นนั่นเอง ท้ายที่สุดการแพร่เชื้อดังกล่าว คือต้นตอติดเชื้ออีกหลายพื้นที่ จนเกิดคลัสเตอร์จุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สนามมวยลุมพินี ราชดำเนิน และชุมชนแรงงานมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

บรรยากาศหวาดวิตก เดินสู่ความหวาดหวั่น ที่สุดไทยทั้งประเทศก็จำต้องพานพบกับความมืดมนอนธการอย่างยาวนานเกินกว่า 1,000 ราตรี ภายใต้กรงเล็บทะมึนชื่อ 'โควิด 19' เชื้อร้ายไร้ปรานีผู้ไม่เลือกชนชั้นวรรณะ

ขณะนั้น วิสัยทัศน์ของผู้นำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อเหตุการณ์ตรงหน้า ซึ่งเกิดพร้อมกันไล่เลียงจนครบทุกประเทศบนโลก โดยอดคิดไม่ได้ว่า หากเรามีผู้นำคนอื่นที่มิใช่ ‘พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา' บ้านเมืองอาจมีสภาพไม่ต่างจากบราซิล, อินเดีย หรือสหรัฐอเมริกา ก็เป็นได้

แน่นอนว่าพลเอกประยุทธ์มิใช่อัศวินขี่ม้าขาว ควงปืนไล่ล่าเชื้อโรคจนกระเจิงหาย แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีลงมือทำทันทีคือการมอบความไว้วางใจให้ 'หมอ' ขึ้นเป็นแม่ทัพสงครามต่อกรโรคระบาด โดยท่านเลือกนั่งบังคับบัญชาภาพรวมเพื่อตัดสินใจ หลังรับข้อมูลสาธารณสุขครบถ้วนทุกด้าน มาตรการมากมายหลายเรื่องถูกกลั่นจากสมองขุนพลคณะแพทย์ผู้อาสารบภายใต้นาม 'ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)' วันแล้ววันเล่า ทั้งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงแผนระยะยาว โดยมีชีวิตคนไทยกว่า 67 ล้านคนเป็นประกัน

แม้ช่วงแรกของศึกจะมีการสร้างวาทกรรมเพื่อลดความน่าเชื่อถือ เพียงหวังผลทางการเมือง และประโยชน์ทางธุรกิจ จากบางกลุ่ม แต่สุดท้ายคนไทยส่วนใหญ่ก็พร้อมใจปฏิบัติตามกฎควบคุมโรคของรัฐบาล ตั้งแต่มาตรการเคอร์ฟิว สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือ จนถึงแนวคิด 'Work From Home'

‘ลุงหนู’ ยินดี ‘ลุงตู่’ ขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 รทสช. บอก มีกำลังใจให้เสมอ ส่วนการเมืองต้องแข่งขันกัน

(2 ก.พ.66) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรครวมไทยสร้างชาติเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 ว่า ก็ต้องแสดงความยินดีกับท่าน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยให้กำลังใจทุกพรรคการเมือง และทุกฝ่ายเสมอ เพราะทุกพรรคการเมืองมีความตั้งใจที่จะรับใช้ประเทศชาติ และประชาชน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top