Thursday, 9 July 2026
Hard News Team

'โอซิล' อดีตนักเตะอาร์เซนอล ร่วมแพ็กอาหาร - ของใช้ บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในตุรเคีย

(10 ก.พ. 66) 'เมซุต โอซิล' อดีตเพลย์เมกเกอร์ของอาร์เซนอล เผยภาพที่ตนกำลังช่วยแพ็กของ เพื่อนำไปให้กับผู้ที่ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวตุรเคียและซีเรีย

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ มีการรายงานว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด พร้อมกับอาฟเตอร์ช็อกอีกว่า 40 ครั้ง ส่งผลให้จนถึงตอนนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตทะลุ 12,000 รายเข้าไปแล้ว และมีผู้สูญหายอีกนับพัน

ล่าสุด โอซิล นักเตะดาวดังของสโมสรในตุรเคียอย่าง สโมสรฟุตบอลอิสตันบูล บาซาคเซฮีร์ ได้เผยภาพที่เขา และเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ต่างช่วยแพ็กของเพื่อส่งให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ทางต้นสังกัดได้จัดตั้งขึ้น เพื่อส่งต่อทั้งอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ประสบภัย ในขณะที่ทางการตุรเคียได้สั่งงดการแข่งขันกีฬาทั้งหมดภายในประเทศ

ทีม USAR Thailand พร้อมสุนัข K9 'เซียร่า-ซาฮาร่า' เดินทางถึงตุรเคียแล้ว รอต่อเครื่องไปเมืองอาดานา

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 อัปเดตความเคลื่อนไหว ทีม USAR Thailand จำนวน 42 คน พร้อมสุนัข K9 2 ตัว คือ 'น้องเซียร่า' และ 'น้องซาฮาร่า' ขณะนี้เดินทางถึงประเทศตุรเคียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยระหว่างรอต่อเครื่องได้เตรียมการประชุมทีม USAR Thailand เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมภารกิจ ค้นหาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศตุรเคีย

ทั้งนี้ Facebook Fanpage กองส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย ได้โพสต์ภาพความน่ารักในระหว่างที่น้อง K 9 เซียร่าและซาฮาร่า รอต่อเครื่องจากเมืองอิสตันบูล เพื่อเดินทางไปยังเมืองอาดานานั้น ได้เจอเพื่อนสุนัขทีมค้นหาอื่น ที่เดินทางมาร่วมปฎิบัติภารกิจในครั้งนี้ ได้มีการถ่ายภาพร่วมเฟรมเป็นที่ระลึกน่าเอ็นดู

ยานแม่ 'ฮุนได' ลุยเอง!! ปักหมุดไทยไลน์ประกอบรถยนต์ EV พร้อมเปิดตัว บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) 1 เม.ย.นี้

หลังจากแหล่งข่าวของบริษัท ฮุนไดมอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับบริษัท ฮุนได มอเตอร์ ประเทศเกาหลี เพื่อเข้ามาดูแลและทำตลาดรถยนต์ฮุนไดในประเทศไทยเองทั้งหมด ซึ่งเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2565 ผู้บริหาร ฮุนได มอเตอร์ แสดงความพร้อมดำเนินธุรกิจในประเทศไทย 100% โดยมีแผนจะรุกทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างจริงจังนั้น

ล่าสุด บริษัทแม่ Hyundai เตรียมลงมือมาบริหารตลาดในประเทศไทยเอง หลังยอดขายรถ EV มาแรง โดยจ่อที่จะขึ้นไลน์ผลิตในประเทศไทยในวันที่ 1 เมษายนนี้ ภายใต้ทุนจดทะเบียนกว่า 70 ล้านบาท ภายใต้ชื่อบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย)

ทีมกู้ภัย กลุ่ม ปตท. เดินทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ใน ‘ตุรกี-ซีเรีย’

(10 ก.พ. 66) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศตุรกีและซีเรีย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้าง ประชาชนหลายล้านคนเดือดร้อนจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้น 

สมาชิกชมรม PTT Group SEALs กลุ่ม ปตท. ได้แก่ บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&E ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติ ได้ส่งทีมปฏิบัติการ พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ครบชุด เพื่อช่วยเหลือเรื่องการตรวจสอบสารเคมีในจุดเกิดเหตุ ก่อนดำเนินการค้นหาช่วยเหลือกู้ภัย โดยทีมปฏิบัติการเข้าร่วมภารกิจเดินทางไปพร้อมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในนามรัฐบาลไทย ภายใต้บันทึกข้อตกลงโครงการ Urban Search and Rescue (USAR) เพื่อให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติทั้งภายในและต่างประเทศ มีกำหนดปฏิบัติภารกิจเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 9 - 19 กุมภาพันธ์ 2566

‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ โต้ ‘คริส’ ใส่ร้ายก้าวไกล ลั่น!! คนแบบนี้ไร้สปิริต ไม่เคยคิดเสียดาย

(10 ก.พ. 66) นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ตอบโต้นายคริส โปตระนันทน์ อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ว่า…

“ในส่วนตัวไม่เคยเสียดายคนอย่างคริส โปตระนันทน์ การใส่ร้ายพรรคไม่ใช่สปิริตที่ดี เช่น กล่าวหาว่าไม่มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค”

ยุทธการกวาดล้างมังกรซ่อนกาย

กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ทำการสืบสวนคนต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติขึ้นไป โดยได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบสารสนเทศ สตม. พบว่ามีคนต่างด้าวที่ถือหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติ เดินทางเข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทย จำนวน 117 ราย จากนั้นกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ได้ประสานไปยังสถานทูตตามหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวเหล่านั้น เพื่อขอทำการตรวจสอบประวัติ จากการตรวจสอบประวัติของคนต่างด้าวดังกล่าวทั้ง 117 ราย พบว่า เป็นบุคคลที่รัฐบาลต่างประเทศได้มีการออกหมายจับไว้ที่ประเทศต้นทาง จำนวน 17 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับ แชร์ลูกโซ่ และ ฉ้อโกง ซึ่งทั้ง 17 ราย ได้หลบหนีและเข้ามาพำนักในประเทศไทย  

กองบังคับการสืบสวนสอบสวน จึงได้นำข้อมูลคนต่างด้าวทั้ง 17 ราย มาตรวจสอบโดยละเอียดรวมทั้งขอหนังสือยืนยันและสำเนาหมายจับจากสถานทูตเพื่อนำมาประกอบการขออนุมัติเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยในระหว่างการประสานข้อมูลกับสถานทูตนั้น ได้มีคนต่างด้าวบางส่วนได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปแล้ว คงเหลืออยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียง 3 ราย เมื่อได้รับการยืนยันและสำเนาหมายจับจากสถานทูต กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจึงได้ทำการอนุมัติเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรไทย ของคนต่างด้าวทั้ง 3 ราย ดังกล่าว และได้ออกสืบสวนติดตามคนต่างด้าวทั้ง 3 ราย เพื่อนำตัวมาผลักดันส่งออกนอกราชอาณาจักรไทย  

นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังพบว่า คนต่างด้าว ใน 117 ราย ที่ถือหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติ และยังไม่ได้เดินทางออกไปจากราชอาณาจักไทย เป็นผู้ที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต (Overstay) อีกจำนวน 58 ราย  

ต่อมาวันที่ 9 ก.พ. 2566 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวน เปิดปฏิบัติการ ยุทธการกวาดล้างมังกรซ่อนกาย ขึ้น โดยได้ทำการจับกุม คนต่างด้าวที่ถือหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติ และมีหมายจับของประเทศอื่น ซึ่งกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยไปแล้ว ได้จำนวน 3 ราย ซึ่ง คนต่างด้าวทั้ง 3 รายนี้ เป็นผู้ที่หลบหนีการกระทำผิดมาพำนักและอยู่ในประเทศไทย โดยมีรายละเอียด ดังนี้  

1.) นาย เสี่ยว (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี มีหมายจับสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้อหา ความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ จับกุมได้ที่คอนโดหรูย่านพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
2.) นาย ลี (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี มีหมายจับสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้อหา ฉ้อโกง จับกุมได้ที่บ้านพักย่านพัฒนาการ เขตสานหลวง กรุงเทพฯ  
3.) นางสาว เฉิน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี มีหมายจับสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้อหา ฉ้อโกง จับกุมได้ที่หน้าร้านอาหารย่านสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 

รมว.กระทรวงพาณิชย์เปิดงานโครงการ 'พาณิชย์…ลดราคา! Grand Sale ทั่วไทย'

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าลดราคาสินค้า บรรเทาความเดือดร้อน ลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกร ทำให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้เพิ่มมากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ ภายใต้โครงการพาณิชย์...ลดราคา! Grand Sale ทั่วไทย จำนวน 274 จุด ทั่วประเทศ 

คาดว่าสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนประมาณ 350 ล้านบาท ในครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานจำหน่ายสินค้าลดราคาให้แก่ประชาชน โดยได้รับความร่วมมืออันดีจากผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ/ห้างท้องถิ่น นำสินค้าอุปโภคบริโภค มาจำหน่ายรวม 10 หมวดสินค้า กว่า 1,000 รายการ โดยลดสูงสุด 75 % ประกอบด้วย หมวดอาหารสด อาหารแปรรูป ข้าวสาร ซอสปรุงรส สินค้าชำระร่างกาย ผลิตภัณฑ์ซักล้าง ของใช้ประจำวัน เครื่องแต่งกาย เครื่องครัว/เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าชุมชน ระหว่างวันที่ 10 – 12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ บริเวณลานกีฬาใต้สะพานพระราม 8 กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายสินค้าไฮไลท์ในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ

'EA' ร่วมกับ 'มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์' สนับสนุนเครื่องออกซิเจน มอบให้ 'มูลนิธิกระจกเงา' ต่อลมหายใจผู้ป่วยในชุมชน

(10 ก.พ.66) กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ สนับสนุนเครื่องผลิตออกซิเจนจำนวน 100 เครื่อง ประกอบไปด้วย เครื่องขนาด 5 ลิตร จำนวน 50 เครื่อง และเครื่องขนาด 10 ลิตร จำนวน 50 เครื่อง 

5 หน่วยงานร่วมแถลงข่าวสร้างความชัดเจน 'บุหรี่ไฟฟ้า'

​วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 13.30 น. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ และกรมควบคุมโรค ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวเพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจกรณีการบังคับใช้กฎหมายกับบุหรี่ไฟฟ้าและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ณ ห้องประชุม 4 ชั้น ๒ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ​กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่าง ๆ และการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับ “บุหรี่ไฟฟ้า การสูบ - ครอบครอง ไม่ได้นำเข้า - ผลิต - ขาย ผิดกฎหมาย หรือไม่ ” ขอชี้แจงข้อเท็จจริง
เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้​​

​1.) กรณีผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีคำสั่งที่  9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ซึ่งมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหลายชนิด รวมทั้งโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง และมีปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจส่งผลกระทบเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ผู้ใดขายหรือให้บริการ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top