Thursday, 9 July 2026
Hard News Team

'พิธา' นำทัพ 'ก้าวไกล' เลาะโขง ไล่อัดโครงการรัฐ ชูนโยบายจริงจังแก้แล้ง แสดงว่า 8 ปีมานี้ 'จิงโจ้'

'พิธา' นำทัพก้าวไกลเลาะโขง เปิดเวทีปราศรัยบึงกาฬ แนะนำว่าที่ผู้สมัคร 4 จังหวัดอีสานเหนือ ชี้ บึงกาฬเป็นถึงปลายอีสาน-กึ่งกลางอาเซียน แถมยังมีถ้ำนาคาชูโรงท่องเที่ยว แต่กลับขาดการพัฒนา ขาดแคลนทั้งโรงแรม-โครงสร้างรองรับท่องเที่ยว พื้นที่ชลประทานแค่ 1% อัดพรรครัฐบาลชูนโยบายจริงจังแก้น้ำแล้ง แปลว่าที่ผ่านมาจิงโจ้หรือไง ลั่นก้าวไกลเป็นรัฐบาลเมื่อไรพร้อมดันทันที ‘สร้างงานซ่อมประเทศ’ ดัน พ.ร.บ.โฮมสเตย์-แก้ พ.ร.บ.โรงแรม สร้างดีมานด์แปรรูปยางพารา กระจายงบลง รพ.สต.

(11 ก.พ.66) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำและ ส.ส.พรรคก้าวไกล อาทิ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดชรัตน์ สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ร่วมเปิดเวทีปราศรัยแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส. ในจังหวัดภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร โดยในช่วงเช้า มีการเปิดเวทีที่ลานตลาดนัด บ้านอีสานพัฒนา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ก่อนที่ในช่วงเย็นจะมีการเปิดเวทีที่ ตลาดอำเภอเฝ้าไร่ จ.หนองคาย

ในเวทีช่วงเช้าที่ จ.บึงกาฬ พิธาได้ขึ้นกล่าวปราศรัยถึงนโยบายของพรรคก้าวไกล ที่จะตอบโจทย์ปัญหาของชาวบึงกาฬ โดยระบุว่าจังหวัดบึงกาฬเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งอยู่สุดปลายอีสาน และกึ่งกลางอาเซียน มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างถ้ำนาคา แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีการส่งเสริมให้มีโครงสร้างที่รองรับจุดเด่นเหล่านี้ ด้านการท่องเที่ยวบึงกาฬทุกวันนี้ยังมีปัญหาโรงแรมไม่พอ ไม่มีตำแหน่งงานในภาคการท่องเที่ยวรองรับมากพอ ตนไปถามคนทำรีสอร์ตที่พักเมื่อคืน ทราบมาว่ายังมีข้าราชการมารีดไถ เนื่องจากกฎหมายเกี่ยวกับโรงแรมมีข้อจำกัดและอุปสรรค ที่เอื้ออำนวยกับแค่โรงแรมขนาดใหญ่เท่านั้น

ดังนั้น นอกจากต้องกระจายงบประมาณที่เกี่ยวกับการโปรโมตการท่องเที่ยวลงมามากกว่าเดิมแล้ว เรายังต้องแก้ พ.ร.บ.โรงแรม และทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กมีโอกาสทำมาหากินได้อย่างถูกกฎหมาย ถ้าพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล เราจะผลักดัน พ.ร.บ.โฮมสเตย์ พร้อมแก้ พ.ร.บ.โรงแรมให้รองรับผู้ประกอบการขนาดเล็กทันที

‘สมคิด’ เตือน รบ. อย่าหันหลังหนีอภิปราย 152 ชี้!! ควรใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงกับ ปชช.

(11 ก.พ.66) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 ก.พ. หากเป็นเช่นนั้นจริงก็เป็นการเล่นเกมการเมืองเพื่อป้องกันตัวเอง และไม่เปิดโอกาสให้พรรคร่วมและฝ่ายค้านอภิปรายรัฐบาลได้ แม้ญัตติอภิปราย 152 จะไม่ตกไป แต่ฝ่ายค้านไม่สามารถเปิดการอภิปรายได้ ดังนั้นหากพรรคร่วมรัฐบาลจะใช้วิธีการนับองค์ประชุมมาเป็นเกมการเมือง เพื่อต้องการให้สภาล่มจากการไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถประชุมต่อไปได้ ก็จะเลื่อนญัตติออกไปเรื่อย ๆ ในครั้งต่อไป หากยังไม่ครบก็ไม่สามารถเปิดประชุมได้ จนกว่าองค์ประชุมจะครบจึงจะสามารถเปิดการอภิปรายได้ การทำเช่นนั้นไม่ดีกับทุกฝ่าย   

ปตท. หนุนทัพนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขัน เอเชีย มิกซ์ ทีม แชมป์เปี้ยนชิพ 2023

(11 ก.พ.66) นางกนกพร รอดรุ่งเรือง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ให้การต้อนรับและมอบกำลังใจแก่คณะนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย จากสโมสรแบดมินตันที ไทยแลนด์ ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันรายการ เอเชีย มิกซ์ ทีม แชมป์เปี้ยนชิพ หรือ ทีมผสม ชิงแชมป์เอเชีย 2023 ในระหว่างวันที่ 14 - 19 กุมภาพันธ์ 2566 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

‘พิธา’ นำทีมก้าวไกล เปิดตัว 10 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บุรีรัมย์ ชู โยกงบกองทัพเป็นสวัสดิการ - กระจายอำนาจสู่ ปชช.

‘พิธา’ นำทีม ‘ก้าวไกล’ เปิดเวทีแนะนำผู้สมัครบุรีรัมย์ เผยความจริงอีกด้านเมืองปราสาทหิน มีคนแก่ที่ใช้ชีวิตคนเดียว-เด็กด้อยโอกาส-คนหนี้ท่วมมากที่สุด เชื่อไม่มีใครเป็นเจ้าของบุรีรัมย์ พร้อมหยุดวงจรมือใครยาวสาวได้สาวเอา ลั่น คนบุรีรัมย์ต้องกินข้าวไม่ใช่กินถนน ประกาศก้าวไกลเปลี่ยนงบกองทัพเป็นสวัสดิการประชาชน-กระจายอำนาจภายใน 5 ปี ให้คนบุรีรัมย์ได้เลือกเอง

เมื่อวานนี้ (10 ก.พ.66) พรรคก้าวไกล นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยแกนนำและ ส.ส.พรรคก้าวไกล ร่วมเปิดเวทีปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้ง 10 คน ที่ลานข้างถนนคนเดินริมทางรถไฟ ในบรรยากาศที่เนืองแน่นไปด้วยประชาชนและผู้สนับสนุนที่เดินทางมารับฟังการปราศรัยในวันนี้

วิโรจน์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า 8 ปีที่ผ่านมาประชาชนมีความคับแค้นหลายเรื่อง ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภคแพงขึ้น ถูกอย่างเดียวคือค่าแรงและยาบ้า นอกจากการปฏิรูประบบราชการ ทหาร ตำรวจแล้ว เรายังต้องมีนโยบายสวัสดิการประชาชนเพื่อดูแลคนไทยทุกคนด้วย

วิโรจน์กล่าวต่อไปว่า หลังจากพรรคก้าวไกลเสนอนโยบายสวัสดิการประชาชนออกมา ก็มีคนบอกว่าถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วคนไทยจะขี้เกียจแน่ ๆ ตนขอถามกลับว่าประเทศแบบไหนที่ปล่อยให้คนแก่อายุ 70-80 ยังต้องขยัน ทำงานมาทั้งชีวิตแล้วพอแก่ตัวลงยังต้องตรากตรำทำงานอยู่อีก จะให้พวกเขาตายคางานเลยหรืออย่างไร ด้านประยุทธ์เองก็ถามว่าจะเอาเงินที่ไหนทำสวัสดิการ แต่ทีเวลาจะซื้อเรือดำน้ำ ซื้อรถถัง ยานเกราะ เครื่องบินรบ ครั้งละหลักพันล้านหมื่นล้าน ประยุทธ์ไม่เห็นจะเคยถามว่าจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ ปัญหาคือประเทศนี้ที่ผ่านมาคนถือทัพพีตักข้าวคนแรกไม่ใช่ประชาชน แต่ตักข้าวไปมากที่สุด เหลือแค่ก้นหม้อให้ประชาชน

“เพราะฉะนั้น ผมยืนยันว่ารัฐสวัสดิการเป็นเรื่องที่ทำได้ แค่ต้องอาศัยการจัดสรรงบประมาณใหม่ ไม่ให้เอาไปใช้กับเรื่องไร้ประโยชน์ เราต้องเปลี่ยนคนที่จะได้ถือทัพพีตักข้าวคนแรกเป็นประชาชน” วิโรจน์กล่าว

ด้านพิธา ระบุว่าวันนี้ตนกลับมาที่นี่เป็นครั้งที่สองในรอบสามเดือน มาทุกครั้งด้วยความเชื่อว่าคนบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ ไม่มีบ้านใหญ่ ต้องการความเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการระบบแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา แน่นอนว่าระบบที่เป็นมาทำให้หลาย ๆ คนเชื่อว่าบุรีรัมย์มีความเจริญ มั่งคั่ง มีคนมาเที่ยวหลายเทศกาล แต่ข้อมูลที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง คือข้อเท็จจริงที่ว่าผู้สูงอายุที่ต้องอยู่คนเดียว เด็กที่ด้อยโอกาส และประชาชนที่มีหนี้สินต่อรายได้มากกว่า 2 เท่า ล้วนอยู่ที่บุรีรัมย์เป็นจำนวนมากที่สุด

ความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาที่มหาศาลเช่นนี้ คือเหตุที่ทำให้ตนเชื่อว่าบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ คนบุรีรัมย์พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหากมีพรรคการเมืองที่สามารถมอบคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้แก่ชาวบุรีรัมย์ได้ ตนเชื่อว่าชาวบุรีรัมย์เองก็ต้องการเปลี่ยนงบประมาณกองทัพให้เป็นสวัสดิการประชาชน นี่ต่างหากที่จะทำให้ชาวบุรีรัมย์นอนหลับได้ ไม่ใช่แค่การสร้างถนนไปเรื่อย ๆ ชาวบุรีรัมย์ไม่ต้องการการเมืองแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา แต่ต้องการการกระจายอำนาจเหมือนกับทุกคนในทุกจังหวัดของประเทศนี้

'อัษฎางค์' ถาม 'อุ๊งอิ๊ง-นักข่าว' ใช้ภาษาอังกฤษคุยกันเพื่อ? สื่อสารกับ 'ชาวต่างชาติ' หรือ สื่อสารกับ 'คนไทย'

(11 ก.พ.66) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก กรณีบทสนทนาของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กับพิธีกรในรายการหนึ่ง ที่พูดไทยคำอังกฤษคำ จนไม่แน่ใจว่าอยากสื่อสารให้คนไทยหรือคนต่างชาติฟัง ว่า...

น้องอุ๋งอิ๋งและนักข่าวใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนาด้วยจุดประสงค์ใด?

1. เพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ หรือ
2. เพื่อสื่อสารกับคนไทย

แต่การพูดอังกฤษหลายคำแล้วแทรกไทยหนึ่งคำ ทำให้ชาวต่างชาติฟังไม่เข้าใจแน่นอน ในขณะที่คนไทยที่รู้ภาษาอังกฤษเข้าใจทั้งหมด

ในเมื่อเป็นคนไทยคุยกันเอง ให้คนไทยฟังแล้ว...จะสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ เพื่อ...?

ผมอยู่เมืองนอกมานานพอสมควร แต่เวลาได้ยินคนพูดไทยคำอังกฤษสองคำ สมองผมจะงง สมองมันสวิตช์ไปมาไม่ทัน ผมคงไม่เก่งเรื่องภาษาเหมือนคนที่เขาพูดสลับไปมาได้

น้องอิงลูกชายของผม โตที่ออสเตรเลีย เรียนหนังสือที่นี่ตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย เวลากลับเมืองไทยทุกครั้งตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ มักมีญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน อยากให้น้องอิงพูดอังกฤษให้ฟัง 

แต่น้องอิงไม่พูดอังกฤษกับคนไทยเลย แม้แต่เจอคนไทยในออสเตรเลียก็ไม่พูดอังกฤษกับคนไทย ยกเว้นจะพูดอังกฤษกับเพื่อนเด็กไทยที่โตในออสเตรเลียมาเหมือนกัน เพราะเขาเคยชินกับการคุยภาษาอังกฤษกันในโรงเรียน

คำไทยคำไหนที่น้องอิงไม่รู้จัก พูดไม่ได้ มักจะคอยกระซิบถามว่า คำภาษาอังกฤษคำนั้นคำนี้ ภาษาไทยพูดว่ายัง เสมอ

จนถูกแซวว่า ตกลงพูดภาษาอังกฤษได้มั้ย

'กรณ์' ชวนคนไทยเที่ยวชม Bangkok design week 2023 หนึ่งใน 'เศรษฐกิจเฉดสีเหลือง' ที่ 'ชพก.' อยากให้เห็นภาพตาม

ยิงนโยบายต่อเนื่อง!! 'กรณ์' เปิดมิติใหม่ 'เศรษฐกิจสร้างสรรค์' หนึ่งในเศรษฐกิจเฉดสีเหลือง หารายได้เข้าประเทศ ด้วยกองทุนสร้างสรรค์ พร้อมร่วมงาน Bangkok Design Week ยกเป็นตัวอย่างสำคัญในการพัฒนาย่านปากคลองตลาด

ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย ทีมงาน และว่าที่ผู้สมัครกทม. เขต 1 พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ 'โน้ต-นันทพันธ์ ศุภณ์ภัทรพงศ์' เดินทางเข้าร่วมชมงาน 'Bangkok design week 2023' ในย่านปากคลองตลาด ซึ่งเป็นตลาดดอกไม้ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งปีนี้ปากคลองตลาดเข้าร่วมพื้นที่สร้างสรรค์ในคอนเซปต์ 'ปากคลอง Pop Up' ปลุกชีวิตคนปากคลองตลาดด้วยงานดีไซน์ โดยมี 'อ.หน่อง' ผศ.ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ และนักศึกษา จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปกร เป็นแม่งานหลัก ออกแบบเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับความงามดอกไม้ ตั้งแต่ ดอก ใบ กิ่ง และต้น หรือ จะเป็นดอกไม้ดิจิทัล ที่คนรุ่นใหม่สามารถดีไซน์ได้ด้วยตัวเอง และไปปรากฏบนตัวตึก 'ไปรษณีย์ไทย' แห่งแรก และมีการกระจายจุดการแสดงรอบ ๆ ปากคลองตลาดกว่า 10 โปรแกรม 

ด้วยความห่วงใย ผบ.กองเรือยุทธการ นำคณะเยี่ยมและมอบสิ่งของกำลังพลและครอบครัวป่วยติดเตียง

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.66 พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และคุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม ประธานชมรมภริยากองเรือยุทธการ พร้อมผู้แทนจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และคณะเดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยาและเวชภัณท์ ให้กับกำลังพลที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านพักข้าราชการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมทั้งรับฟังปัญหาความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมพบว่า รายแรกที่บ้านพักของ จ่าเอกบุญชู ทัดสันเทียะ กำลังพลสังกัด เรือหลวงภูมิพล ที่ประสบอุบัติเหตุทางสมองและเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ 

โดยได้มอบเงินจำนวน 5,000 บาท เพื่อสนับสนุนเป็นเงินทุนเพื่อการศึกษาให้กับบุตรสาวของ จ่าเอกบุญชูฯ มอบเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เช่น สายดูดเสมหะ ทิชชู่ม้วน และทิชชู่เปียก พร้อมทั้งสอบถามถึงความเป็นอยู่และอาการเจ็บป่วยด้วยความห่วงใย จากนั้นได้เดินทางเข้าเยี่ยมและมอบสิ่งของให้กับที่ผู้ป่วยติดเตียงที่มักขาดแคลนสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่ (แพมเพิส) แผ่นรองปัสสาวะ กระดาษทิชชู่ อุปกรณ์ในการช่วยพยุงตามผนังจากปัญหาการเคลื่อนไหวไม่สะดวก รวมถึงข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืชและของใช้ในครัวเรือน รวม 3 ครอบครัว ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

ขณะที่ผู้ป่วยติดเตียงและครอบครัวต่างรู้สึกซาบซึ้งที่กองเรือยุทธการ ดูแลอยู่ตลอดเวลาไม่เคยทอดทิ้ง ที่ผ่านมาได้มีการประสานงานให้แพทย์และพยาบาล จากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ มาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอุ่นใจและมีความสุข เมื่อได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้คนภายนอก ทำให้มีพลังแรงใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไป

ซึ่งเป็นนโยบายของ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ที่ต้องการให้กำลังพลตลอดจนญาติในครอบครัวได้รับการดูแลที่ดี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานไม่มีห่วงอยู่ข้างหลัง สามารถทุ่มเทให้กับการทำงาน เพื่อกองทัพเรือและกองเรือยุทธการ ได้อย่างเต็มที่

และในโอกาสเดียวกันนี้ ยังได้เดินทางไปมอบต้นกล้าสมุนไพร อาทิ ต้นกระดูกไก่ดำ ต้นกระเจี๊ยบแดง หัวขมิ้น และหัวไพร สำหรับปลูกในโครงการ "ปลูกสุขภาพดีด้วยสมุนไพร" เพื่อนำไปปลูกตามบ้านในโซนต่างๆ ภายในกองเรือยุทธการอีกด้วย ที่ผ่านมาได้มอบให้นำไปปลูกแล้วจนสามารถเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ในครอบครัว อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับโครงการ "ปลูกสุขภาพดีด้วยสมุนไพร" เป็นหนึ่งในกิจกรรม "ครบรอบสิ้นพระชนม์ 100 ปี" พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาทหารเรือไทย (เสด็จเตี่ย) และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Good Home And Good Health” ที่ทางกองเรือยุทธการ ร่วมกับโรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ดำเนินโครงการและให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะสุขภาพที่ดีของกำลังพลทุกคน เป็นสิ่งที่สำคัญ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งรวบแก๊งเว็บพนันอุ้มวิศวกรรีดทรัพย์ ขยายผลเจ้าหน้าที่ค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ส่งคนร้ายใช้ข่มขู่

จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ก.พ.66 เพจสายไหมต้องรอดพร้อมด้วย นายเชิดเกียรติ ศักดิ์ศรี ผู้เสียหาย เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. จากเหตุถูกแก๊งเว็บพนันซึ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง อุ้มไปทำร้ายร่างกายอ้างว่าถูกผู้เสียหายโกงเงินหลักแสนบาท รวมทั้งปล้นเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปหลายรายการ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ม.ค.66 ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลได้นำเสนอไปแล้ว นั้น

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เร่งดำเนินการสืบสวนหาตัวกลุ่มผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างมาก เพราะมีการให้ข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ดังกล่าว และยังมีการก่อเหตุอย่างอุกอาจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนร่วมกับ สน.โชคชัย ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบในคดีดังกล่าว เร่งสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุในคดีดังกล่าว จึงสั่งการให้นำตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้เสียหายทำงานเป็นแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์มาแล้วประมาณ 5-6 ปี ทำหน้าที่คอยดูแลลูกค้าและให้คำแนะนำเรื่องฝากถอนเงิน โดยมีกลุ่มของผู้ก่อเหตุเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ ก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุตั้งข้อสงสัยว่า ผู้เสียหายโกงเงินไป เนื่องจากยอดเงินไม่ตรง จึงได้มีการนัดหมายเพื่อพูดคุยกัน โดยมีคนมารับผู้เสียหายไปเจอกลุ่มผู้ต้องหาที่ร้านกาแฟในเขต ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี มีกลุ่มผู้ต้องหารออยู่ประมาณ 4-5 คน ได้มีการซักถามผู้เสียหายเกี่ยวกับเงินที่หายไป แต่ผู้เสียหายปฏิเสธ จึงถูกกลุ่มผู้ต้องหาเตะต่อยหลายครั้ง และได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือและแท็ปเล็ตของผู้เสียหายไป และได้กดโอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหายไปจำนวน 25,000 บาท ระหว่างนั้นได้มีการแสดงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของผู้เสียหายเพื่อข่มขู่ จากนั้นได้พาผู้เสียหายนั่งรถไปที่ห้องพักของผู้เสียหายในย่านลาดพร้าววังหิน แขวง/เขตลาดพร้าว กทม. โดยคนที่พาไปได้มีการเปิดให้เห็นว่ามีการพกอาวุธปืนมาด้วย ทำให้ผู้เสียหายตกใจกลัวและยินยอมไปด้วยดี เมื่อถึงห้องพักพบว่าแฟนสาวของผู้เสียหายอยู่ด้วย กลุ่มผู้ต้องหาได้หยิบเอาทรัพย์สินเป็นรองเท้า และนาฬิกาเพิ่มไปอีก จากนั้นได้ขับรถกระบะหลบหนีไป ผู้เสียหายจึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือในเวลาต่อมา

จากข้อมูลดังกล่าว ประกอบกับการรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย

1. น.ส.พัชญ์วัญญ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี เป็นคนซักถามและเอาโทรศัพท์ผู้เสียหายไปโอนเงิน

2. นายมนตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี เป็นคนซักถาม

3. นายชัยชนะ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย (มอบตัว)

4. น.ส.รมิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เป็นคนช่วยเช็คข้อมูลบัญชีของผู้เสียหาย (มอบตัว)

5. นายธเนศ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย (มอบตัว)

6. นายกฤษฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เป็นคนขับรถพาไปห้องผู้เสียหาย (มอบตัว)

7. นายสุทัศน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี เป็นคนขับรถพาไปห้องผู้เสียหาย (มอบตัว)

โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน “ปล้นทรัพย์, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น โดยมีอาวุธ, หน่วงเหนี่ยว กักขัง หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือตกใจ โดยการขู่เข็ญ, กระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม ให้ได้รับความเดือดร้อน, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน” ล่าสุดผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวแล้วจำนวน 5 ราย เหลือติดตามจับกุม 2 ราย

นอกจากนี้ ในส่วนของการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของผู้เสียหายซึ่งกลุ่มผู้ต้องหานำมาข่มขู่นั้น จากการตรวจสอบพบว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความช่วยเหลือในการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว อยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผล หากพบว่าร่วมมือกับกลุ่มผู้กระทำความผิดจริง จะมีการดำเนินคดีถึงที่สุดต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top