Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 811852

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 811851, 811853

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท :  525 , 142

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 891 , 512

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 50

‘พีระพันธุ์’ เคลียร์ชัดปมซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด ทุกวันนี้ชนทุนพลังงานเพื่อประโยชน์ประชาชน

‘พีระพันธุ์’ เคลียร์ชัดปมซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด พร้อมสนับสนุนการตรวจสอบทุกขั้นตอน ย้ำไม่ได้มาเล่นการเมือง แต่เน้นทำงานแก้ปัญหาประชาชน หนุนใช้พลังงานทางเลือกสร้างรายได้ให้คนไทย เพิ่มความมั่นคงชุมชน

เมื่อวานนี้ (31 ก.ค.68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับแนวทางการลดค่าไฟ และการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดขนาดกำลังการผลิต 5,200 เมกะวัตต์ และ 3,600 เมกะวัตต์ โดยชี้แจงว่า การรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวทั้ง 2 รอบ ไม่ได้เกิดจากมติของรัฐบาลชุดปัจจุบัน  แต่ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลปัจจุบันกำลังเข้ามาแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ต้องเข้าใจด้วยว่า อำนาจต่าง ๆ ของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งแม้จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานแต่ก็ต้องอาศัยมติและความเห็นจากคณะกรรมการในที่ประชุมซึ่งมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมด้วย รวมทั้งตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ให้ความเห็นในเชิงกฎหมาย และเมื่อที่ประชุมมีมติแล้ว ก็ต้องดำเนินการไปตามมติดังกล่าว อย่างไรก็ดี แม้ปัญหาไม่ได้เกิดจากรัฐบาลปัจจุบันแต่รัฐบาลปัจจุบันกำลังพยายามแก้ไข โดยมีมติ กพช. ชะลอการลงนามในสัญญารับซื้อไฟฟ้าข้างต้น และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเจรจาปรับลดราคาการรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าว โดยใช้ราคาล่าสุดของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เป็นฐานอ้างอิงในการเจรจา 

วันนี้สามการไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพราะต้องปฏิบัติตามมติ กพช. โดยตนยินดีให้มีการตรวจสอบในทุกขั้นตอนและพร้อมที่จะสนับสนุนข้อมูลทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความจริงให้กระจ่าง และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เห็นแก่นายทุนหรือทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ และตลอดเวลาที่ผ่านมาตนก็ได้พยายามแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชน และมาตรการส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดค่าไฟให้พี่น้องประชาชนนั้น นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดขึ้นอยู่กับแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า(PDP) ซึ่งขณะนี้กำลังจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดทำแผน PDP ชุดใหม่ ในแผนดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดมาเป็นลำดับแรก ซึ่งพลังงานดังกล่าวมาได้จากหลากหลายแห่ง โดยเฉพาะจากเศษวัสดุเหลือใช้ซึ่งตนมุ่งเน้นไปที่การสร้างความรู้ให้ประชาชนนำเศษวัสดุทางการเกษตรหรือวัสดุที่เหลือใช้ในพื้นที่มาผลิตเป็นไฟฟ้า โดยต้องมาคำนวณว่า ในแต่ละปีประเทศไทยสามารถผลิตไฟฟ้าในรูปแบบดังกล่าวได้เท่าใด ส่วนที่เหลือจึงไปใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้า และนอกจากการมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าในภาคประชาชนแล้ว ตนยังมุ่งหวังให้มีโรงไฟฟ้าชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชนและช่วยสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าของภาคประชาชนได้ต่อไป

นายพีระพันธุ์ยังกล่าวแสดงความคาดหวังว่า คณะกรรมการจัดทำแผน PDP ชุดใหม่ จะนำแนวนโยบายนี้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส มีอิสระโดยแท้จริง พร้อมย้ำด้วยว่า ตนไม่ได้เข้ามาเล่นการเมือง แต่เข้ามาเพื่อตั้งใจทำงานและแก้ปัญหาให้คนไทย

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของมติหรือปัญหาด้านพลังงานที่เกิดช่วงก่อนปี 2567 นั้น ตนและพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงพลังงาน เพราะในขณะนั้นช่วงท้ายรัฐบาลตนดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีภารกิจหน้าที่คนละอย่างกัน และยังไม่มีพรรครวมไทยสร้างชาติร่วมรัฐบาลในขณะนั้นด้วย พร้อมกล่าวว่า ตั้งแต่ที่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตนได้ดำเนินการทุกอย่าง อย่างตรงไปตรงมา ชัดเจนด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทำให้ไม่ถูกใจนายทุน

‘ฮุน มาเนต’ ขอบคุณ ‘ทรัมป์’ ลดภาษีสินค้านำเข้าเหลือ 19% แถมมีส่วนสำคัญ!! ช่วยผลักดันหยุดยิงชายแดนไทย-กัมพูชา

(1 ส.ค.68) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจลดภาษีนำเข้าสินค้าจากกัมพูชาลงเหลือ 19% จากเดิมที่สูงถึง 49% โดยชี้ว่าเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจและประชาชน พร้อมยกย่องทีมเจรจากัมพูชาที่ทำงานอย่างหนัก

ฮุน มาเนต เปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับทรัมป์ถึง 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 และ 28 กรกฎาคม เพื่ออธิบายสถานการณ์ฟื้นตัวของกัมพูชาหลังสงครามยาวนาน และเสนอให้ลดภาษีนำเข้า เพื่อยกระดับชีวิตประชาชน ซึ่งทรัมป์ตอบรับข้อเสนอและให้คำมั่นว่าจะทำให้กัมพูชามีความสุข

นอกจากนี้ ฮุน มาเนต ยังระบุว่า ทรัมป์ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการหยุดยิงโดยตรงระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ เพื่อมุ่งสู่สันติภาพถาวรในภูมิภาค พร้อมขอบคุณรองนายกฯ ซุน จันทอล และทีมเจรจาที่ร่วมกันผลักดันข้อตกลงนี้จนสำเร็จ

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ ไทยต้องรู้ทันเกมข้าศึกข้างบ้าน หลังเขมรแสดงออกชัดเจน ส่อเลือกข้างซบสหรัฐฯ

รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ว่า อย่าโลกสวย  รู้ทันเกมข้าศึกข้างบ้าน แผนเขมร ข้าศึกข้างบ้าน ขยับเร็วเดินเกมวางหมากไว้ในทุกรูปแบบ !! เมื่อเดือนก.พ. ฮุนมาเนต เพิ่งพบกับทีมผู้บริหาร SpaceX ของอิลอน มัสก์ ผู้ให้บริการโครงข่ายสัญญาณดาวเทียม Starlink

ม.เกษตรฯ เปิดตัวเลขนักศึกษาชาวต่างชาติป.โท/เอก ชี้ชาวกัมพูชามีสิทธิ์เรียนในฐานะเพื่อนบ้านอาเซียน

(1 ส.ค. 68) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของประเทศไทยที่มีนักศึกษาชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท/เอก) เป็นจำนวนมาก โดยตัวเลขล่าสุด 5 อันดับแรก ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 พบว่า อันดับ 1 เป็นนักศึกษาจีน มีจำนวน 147 คน ตามมาด้วยอันดับ 2 กัมพูชา 34 คน อันดับ 3 เมียนมา และเวียดนาม ประเทศละ 33 คน อันดับ 4 อินโดนีเซีย 23 คน และอันดับ 5 ฟิลิปปินส์ 20 คน

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่มีเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระรามรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกส่งกำลังใจให้นิสิต จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความห่วงใยและตระหนักถึงความปลอดภัยและสุขภาวะของนิสิตเป็นสำคัญ ขอส่งกำลังใจให้นิสิตทุกคนจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา... โดยเฉพาะนิสิตชาวไทยที่มีครอบครัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงนิสิตกัมพูชาที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทุกวิทยาเขต ...

ในนามของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขอให้ความมั่นใจต่อนิสิตทุกคนไม่ว่าจะมาจากภูมิภาคใดเชื้อชาติหรือสัญชาติใดก็ตามว่า ความหลากหลายและมิตรภาพที่ดีคือพลังในการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่สงบสุขและเข้าใจซึ่งกันและกันและขอยืนยันเจตนารมณ์ในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงโดยเร็วภายใต้แนวทางสันติวิธี

ยะลา-บิ๊กโต้ง‘ ผบช.ภาค9!! เปิดโต๊ะแถลงข่าวปฏิบัติการลับคดีความมั่นคง ในห้วงที่ผ่านมา พร้อมด้วย หน่วยงานความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย ร่วมกันแถลงข่าว 

สำหรับคืบหน้าคดีความมั่นคงนั้น (ปิดล้อมตรวจค้น 35 ครั้งสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 20 คน ออกหมายจับจำนวน 63 ออกหมายคน ล่าสุด ได้ออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 13 คน)

(1 ส.ค.68) เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง 3 ฝ่าย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย  พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4  พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9  พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายโอฬาร บิลสัน ปลัดจังหวัดยะลา ได้ร่วมแถลงความคืบหน้าในคดีความมั่นคง และ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม อาคารศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า อำเภอเมือง 
จังหวัดยะลา  

พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ตามที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9  ดำเนินการเร่งรัดติดตามตัวผู้ก่ออาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว และกำชับทางเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบในเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับให้หน่วยขึ้นตรงที่เกี่ยวข้อง ติดตามผู้กระทำผิดและบังคับใช้กฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ไม่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์ ดำเนินการใช้มาตราการจากเบาไปหาหนัก คำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น ต่อเมื่อมีพยานหลักฐาน ที่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวกับการก่อเหตุ เท่านั้น 

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกว่า ความคืบหน้าทางด้านคดีความมั่นคงในห้วงที่ผ่านมา ทางกองกำลังทหารพราน งานสืบสวนคดีความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันติดตามผู้กระทำผิดเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งผลการดำเนินการในห้วงเดือน กรกฎาคม เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 35 ครั้ง ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 20 คน ปัจจุบันมีผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ในกระบวนซักถาม รวม 18 คน เกี่ยวข้อง 10 เหตุการณ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดในพื้นที่ฝั่งอันดามัน การดำเนินคดี  ได้รวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การออกหมายจับ จำนวน 63 หมาย จับกุมแล้ว 13 หมาย รวมผู้ต้องหา 13 คน  

ทั้งนี้ ทุกคดีที่รู้ตัวผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อออกหมายจับและติดตามจับกุม การเชิญตัวสู่กระบวนการซักถาม เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนสอบสวนชั้นก่อนการดำเนินคดี ซึ่งเป็นกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน ปรับทัศนคติ ระงับยับยังเหตุ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ผู้หลงผิดและให้การเป็นประโยชน์ ได้กลับคืนสู่สังคม เมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานว่าไม่ส่วนเกี่ยวข้องภายหลักจากการซักถามตามเหตุควรสงสัยต่างๆ 

“จากการปฏิบัติการเชิงรุกในห้วงเดือน เมษายน 2568 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนรู้ตัวผู้กระทำความผิดโดยคลี่คลายคดีไปแล้ว 20 คดี นำไปสู่การออกหมายจับ 101 หมาย จับกุม 36 คน 38 หมาย 

สำหรับการแยกประเภทผู้ก่ออาชญากรรมออกจากชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้ใช้ชีวิตตามปกติสุขเหมือนที่ผ่านมา 

การปฏิบัติที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่เท่าที่จำเป็น  โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน นิติธรรม นิติรัฐ บังคับใช้กฎหมายด้วยความเสมอภาค และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเท่านั้น สำหรับผู้ก่ออาชญากรรม ผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ สนับสนุน หรือ ผู้ก่อเหตุ  เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหลักสากล และการพิจารณาในชั้นศาลทุกคดี ต้องขอบคุณเครือข่ายภาคประชาชน และชุมชนที่ได้ให้ความร่วมมือ แจ้งเบาะแสต่างๆ ที่เป็นประโยชน์  เราจะร่วมกันทำให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”  

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าทางด้านคดีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เป็นไปตามหลักสากล พบว่ากลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกัน  ส่วนเหตุระเบิด ที่ จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา นั้น มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ซึ่ง ในคดีนี้ได้ดำเนินการสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยภาพรวมรายละเอียด พบว่า มีการดำเนินการ เตรียมการก่อเหตุตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา67  และ มีการสำรวจเป้าหมาย จนกระทั่งมาก่อเหตุในช่วงปลายเดือนมิถุนายน มีจุดมุ่งหมายให้เกิดระเบิดในช่วงปลายปี เพื่อทำลายต่อระบบเศรษฐกิจ เป้าหมายคือพื้นที่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่  คดีนี้ทำการสืบสวนจนเสร็จสิ้น ทราบตัวผู้กระทำความผิดรวม 26 คน ศาลอนุมัติหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังทยอยแจ้งข้อกล่าวหาสุดท้ายอีกประมาณ 5 คน 

“ในส่วนของความปลอดภัย ระเบิดที่ใช้ในเหตุนี้ 16 ลูก ทางท่านแม่ทัพภาค 4  สั่งการให้กำลังในพื้นที่ เก็บกู้ทั้งหมดแล้ว พื้นที่ปลอดภัย ส่วนมาตรการป้องกัน ทางท่านผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็ได้กำชับให้กำลังในพื้นที่ตรวจตรา เฝ้าตรวจ เพื่อสร้างความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และพื้นที่ท่องเที่ยว ในเขตภูธรภาค 8 และภาค 9 ส่วนเหตุผลในการวางระเบิด เพื่อให้เกิดเหตุระเบิดในช่วงปลายปี ก็สืบเนื่องมาจากต้องการปกปิดร่องรอย หลักฐาน ไม่ว่าจะเป็น CCTV หรือหลักฐานทางดิจิตอลต่างๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการแก้ไขการจัดเก็บภาพให้นานขึ้นแล้ว ระเบิดทุกลูกถูกตั้งเวลามากกว่า 4 เดือนขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามขอให้มั่นใจ ในเรื่องของความปลอดภัยพื้นที่ท่องเที่ยว ที่ได้มีการวางมาตรการเอาไว้แล้ว”

‘ฮุนเซน’ โพสต์แจงดรามาครอบครัว วอนหยุดโยงภรรยาเป็น ‘ลูกเมียน้อย’ พ่อตา

(1 ส.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับว่าไม่อยากใช้ช่องทางสาธารณะเพื่อพูดเรื่องส่วนตัวในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหา แต่จำเป็นต้องออกมาชี้แจง เพราะเกรงจะเกิดความเข้าใจผิดจากคำพูดของหลานสาวคนหนึ่งในวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียล

ฮุน เซน ระบุว่าหญิงสาวในคลิปกล่าวว่าเป็นญาติของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นลูกชายของตน โดยอ้างถึงสายสัมพันธ์ทางครอบครัวที่อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่า พ่อของภรรยาตนมีภรรยาสองคน ซึ่งไม่เป็นความจริง และถือเป็นการพาดพิงที่กระทบต่อเกียรติยศของครอบครัว

ฮุน เซน ยืนยันว่า ฮุน มาเนต เป็นบุตรชายตามสายเลือด และยังให้เกียรติญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวอย่างเหมาะสม การกล่าวอ้างของหลานสาวในครั้งนี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อฮุน มาเนต แต่ยังบั่นทอนความไว้วางใจที่ตนและภรรยา (บุน รานี) มีต่อหลาน ๆ คนอื่นด้วย

ท้ายโพสต์ ฮุน เซน วิงวอนให้หลานสาวหยุดพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะทันที เพราะไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียงของตนและภรรยา แต่ยังลุกลามไปถึงพ่อแม่ของภรรยาตน ซึ่งเป็นคู่สมรสที่ซื่อสัตย์ต่อกันมาตลอดชีวิตอีกด้วย

ยะลา - บิ๊กโต้ง‘ ระดมกำลัง ปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' สร้างชุมชนปลอดยาเสพติด-กระท่อม

(1 ส.ค. 68) ที่ บริเวณหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เป็นประธานปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' พร้อมด้วย นายก้องสกุล จันทราช รองผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด แผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด

ซึ่งทาง จังหวัดยะลา ตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจ สำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 และกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ได้บูรณาการ ความร่วมมือกัน เพื่อให้การปฏิบัติเป็นรูปธรรม ภายใน 3 เดือน มุ่งเน้นให้มีการ Re X-ray ค้นหาผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด เข้าสู่กระบวนการบำบัด และดำเนินการจับกุม ผู้ค้ายาเสพติดทำการยึดทรัพย์สิน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้หมดสิ้นไปทุกราย 

สำหรับการปฏิบัติการในวันนี้ ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งสิ้น จำนวน 200 นาย ในการเข้าปิดล้อมตรวจค้น จับกุมและยึดทรัพย์สิน เป้าหมายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่รับผิดชอบ

ทั้งนี้ พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9  ได้เน้นย้ำภารกิจ เปิดปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' วันนี้ ขอให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกนาย ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ให้เต็มความสามารถเข้มแข็ง โดยยึดหลักปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีความอดทน อดกลั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ อย่าได้ประมาท และให้ใช้ความระมัดระวังพยายามใช้ความละมุนละม่อม ความสุภาพ ในการปฏิบัติงาน โดยหลีกเลี่ยงการใช้กำลังอย่างที่สุด รวมทั้ง ให้ใช้ยุทธวิธี ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เน้นความปลอดภัย ของผู้ปฏิบัติงาน เป็นสำคัญ 

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.นราธิวาส เร่งขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามอาการบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำลังตำรวจนราธิวาสที่บาดเจ็บจากการปฎิบัติหน้าที่ขณะตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนสายสากอ-แว้ง เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา จำนวน 6 นาย ขณะนี้ทุกนายพ้นขีดอันตรายและอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนี้ 

1. ว่าที่ร้อยตำรวจตรี วุฒิชัน แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
2. ดาบตำรวจ จิระ จุลนิล มีบาดแผลบริเวณใบหู แก้ม ปวดหัว แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
3. ดาบตำรวจ มะซากี มามุ มีบาดแผลบนใบหน้า ปากเย็บ แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
4. ดาบตำรวจ กูมหาเดร์  กูเง๊าะ  มีอาการแน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดีช่วยเหลือตัวเองได้
5. จ่าสิบตำรวจ ชายดี  เจ๊ะเปาะสู แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี
6. สิบตำรวจตรี โมฮเซน อาลีโต๊ะมะ แน่นหน้าอก หูอื้อ รู้สึกตัวดี

ในการนี้ พลโท ไพศาล  หนูสังข์ ได้สอบถามอาการผู้บาดเจ็บ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจ ขอให้ผู้บาดเจ็บทุกนายรักษาสุขภาพ ร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็งโดยเร็ว ขอให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทีมแพทย์พยาบาล พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องสิทธิสวัสดิการให้เร็วที่สุด ยืนยันทุกภาคเร่งติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด พร้อมฝากทีมแพทย์ พยาบาล ดูแลใส่ใจใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘เฉลิมพร’ ชี้ทรัมป์เจรจาเก่ง!! ใช้จิตวิทยาต่อรองภาษี เปิดมาที่ 36-46% แล้วลดเหลือ 19% ทำคนไทยดีใจทั้งที่ยังขาดทุน

(1 ส.ค. 68) นายเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ผู้ดำเนินรายการด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Chalermporn Tantikarnjanarkul' ว่า…

“ใครจะว่าทรัมป์บ้า แต่เขาเจรจาเก่งมากนะครับ ถ้าให้ภาษี 19-20% แต่แรก รับรองไม่มีใครยอม แต่พอเปิด 36-46% แล้วลดมา 20% คนที่ได้ 19% เลยดีใจเหมือนได้กำไร ทั้งที่ขาดทุนกันหมด” 

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารใช้อำนาจภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) ในการกำหนดภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ทั่วโลก (Reciprocal Tariff) 

โดยไทยโดนอัตราภาษี 19 % จาก 36 % และจะมีผลในอีก 7 วันหลังจากวันลงนามคำสั่ง จากเดิมที่กำหนดมีผล 1 ส.ค. 68


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top