Saturday, 11 July 2026
Hard News Team

เฮือกสุดท้าย!! ‘พล.ท.ภราดร’ เย้ย ‘กลุ่มอำนาจนิยม’ ฝืนแลนด์สไลด์ ชี้ ‘ความกลัว’ ภาพลักษณ์ถูกทำลาย เป็นเหตุปั่นกระแส ‘โพลสีเทา’

เพื่อไทย เย้ยเฮือกสุดท้ายปีกอำนาจนิยม ปล่อยข่าวสีเทา ชี้นำยุบพรรค ฝืนกระแสแลนด์สไลด์

(14 มี.ค.66) พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทยอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ปรากฏการณ์การปล่อยข่าวการยุบพรรคการรัฐประหารที่ถี่ยิบในขณะนี้เป็นความพยายามสร้างกระแสด้วยวิธีคิดของ ’กลุ่มอำนาจนิยม’ ( พวกลัทธิบูชาทหาร + เผด็จการทางการเมือง ) ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ซึ่งโดยปกติ ในโลกเสรีประชาธิปไตย จะไม่มีปรากฏการณ์เช่นนี้ให้เห็น เพราะผู้คนเหล่านั้นเป็นแค่มีความคิดแบบอนุรักษ์นิยมเท่านั้น มิได้บูชาลัทธิผู้นำทหาร แบบของเรา

ซึ่งสาเหตุที่มีปรากฏการณ์เช่นนี้ในบ้านเมืองเรา ก็เพราะ’ความกลัว’ ของกลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่พยายามสร้างภาพมาตลอดว่าพวกเขาคือ ‘คนดี’ มีคุณภาพ แตกต่างจากนักการเมือง ที่มาจากการเลือกตั้งต่าง ๆ นานา แต่ตลอดเวลา 8 ปี ของการปกครองโดยฝ่ายอนุรักษ์ฯพบว่าหาเป็นเช่นนั้นไม่ ยืนยันได้จากฉายาที่สื่อตั้งให้ว่ารัฐบาลหน้ากากผู้ดี นายกฯแปดเปื้อน ทุกอย่างล่อนจ้อนว่า สิ่งที่ผู้ปกครองฝ่ายอนุรักษ์ฯ ทำมาคือ การโกหก คือ การสร้างภาพ ไม่มีแม้แต่ ‘วิสัยทัศน์’ นำพาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้คือ การทุจริต การใช้อำนาจที่มิชอบและตรวจสอบไม่ได้ทั้งในแวดวงราชการและทางการเมือง ที่เรียกกันว่า ‘สีเทา’ อยู่ไปทั่วทุกองคาพยพ วิธีการเดียวที่จะปกปิดและรักษาภาพลักษณ์อันเน่าเฟะนี้ได้ คือต้องชนะการเลือกตั้งเท่านั้นหรือต้องหาทางกระทำทุกอย่างให้ฝ่ายประชาธิปไตยไม่ได้มีพื้นที่ในทางการเมือง มิเช่นนั้นฝ่ายอนุรักษ์ฯ จะหมดสิ้นซึ่งความน่าเชื่อถือทันที

ผบ.ตร.เอาจริง สั่งตำรวจคุมเข้มยกระดับแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เร่งบังคับใช้กฎหมาย รถควันดำ ลักลอบเผา โรงงาน การก่อสร้าง ที่ก่อเกิดมลพิษ เน้นบูรณาการร่วมทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาทุกมิติ ตามนโยบายรัฐบาล

วันนี้ (14 มี.ค.66 ) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เปิดเผยว่า “ ตามข้อสั่งการความห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อประชาชนกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เกินมาตรฐานที่เกิดขึ้น โดยให้ทุกหน่วยบูรณาการยกระดับร่วมกันแก้ไขปัญหาทุกมิติ


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ขานรับนโยบาย สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ตร.ยกระดับเพิ่มมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เกินมาตรฐาน ที่มีมาจากหลายสาเหตุทั้ง การคมนาคมขนส่ง การเผาในที่โล่งแจ้ง การเกิดไฟป่า ภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และหมอกควันต่างๆ  
ผบ.ตร.ได้มีวิทยุสั่งการ ไปยังทุกหน่วยให้ดำเนินการดังนี้

1) เพิ่มความเข้มตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวดกับผู้ที่นำรถยนต์ที่มีลักษณะปล่อยพิษควันดำมาใช้บนถนน  ออกคำสั่งห้ามใช้รถที่ก่อให้เกิดมลพิษ รวมทั้งบูรณาการร่วมกับขนส่ง หน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน สนับสนุนด้านเครื่องมืออุปกรณ์ เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

2) เพิ่มมาตรการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย กับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมไม่ให้ปล่อยมลพิษทางอากาศ และการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดฝุ่น


3) ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผาพืชไร่และพื้นที่เพาะปลูก การเผาในที่โล่งแจ้ง และกิจการที่ก่อให้เกิดอันตราย 

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)เสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้ำระดับลุ่มน้ำ "ลุ่มน้ำบางปะกง" ทั้ง11จังหวัด

วันจันทร์ที่ 13 มีค. 66 ณ.โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมือง ฉะเชิงเทรา 
นายจักรกฤษ พุ่มสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำบางปะกง กรรมการลุ่มน้ำและเลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำบางปะกง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 สำนักนายกรัฐมนตรี (สทนช.)
และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนโครงการ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และความยั่งยืนขององค์กรผู้ใช้น้ำระดับลุ่มน้ำบางปะกง ทั้ง 11จังหวัดเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำจากภาคเกษตรกรรม 235 องค์กร ,ภาคอุตสาหกรรม 46 องค์กร, ภาคพาณิชยกรรม 16 องค์กร  


ได้ร่วมหารือ สภาพปัญหาด้านทรัพยากรน้ำ รวมถึงเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับท้องถิ่นให้เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้แทนองค์กรต่างๆเพื่อกำหนดแนวทางเพื่อพัฒนาความยั่งยืนต่อไป

อาลัย ‘มาซาโทชิ อิโตะ’ มหาเศรษฐีญี่ปุ่น ผู้ปั้น ‘7-11’ สู่แฟรนไชส์ดังทั่วโลก

‘มาซาโทชิ อิโตะ’ มหาเศรษฐีญี่ปุ่นผู้ปั้น ‘7-11’ เป็นแฟรนไชส์ดังไกลระดับโลก เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 98 ปี

สำนักข่าว BBC รายงานในวันนี้ (13 ม.ค.) ว่า นายมาซาโทชิ อิโตะ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่นผู้ปลุกปั้น 7-11 ให้เป็นอาณาจักรแฟรนไชส์ระดับโลก และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Seven & i Holdings ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของร้านสะดวกซื้อ 7-11 เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 98 ปี

แถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า นายอิโตะเสียชีวิตลงด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มี.ค.2566 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัท Seven & i Holdings ที่นายอิโตะถือหุ้นใหญ่ ยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า Ito Yokado ห้างเก่าแก่กว่า 100 ปีของญี่ปุ่น

อ.เจษฎา ไขข้อสงสัยคลิปไวรัล ‘ผมชี้ตั้ง’ สัญญาณเตือนให้รีบหนี ‘เสี่ยงฟ้าผ่า’

อ.เจษฎา ให้ความรู้คลิปไวรัล นักท่องเที่ยวผมชี้ เป็นสัญญาณเตือนอันตราย อาจเกิดฟ้าผ่า พร้อมแนะข้อปฏิบัติให้รีบหนี หาที่หลบที่ปลอดภัย

วันที่ 13 มีนาคม 2566 มีรายงานว่า จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์คลิปนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือสำราญ จู่ๆ เส้นผมชี้ตั้ง แต่หลายคนยังคงถ่ายรูป หัวเราะกันอยู่ ทั้งที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย อาจเกิดฟ้าผ่าขึ้นได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ โดยระบุว่า เจอแบบนี้ ให้หนี หลบเข้าร่มก่อน อย่าเซลฟี่กันเพลิน จะเสี่ยงโดนฟ้าผ่าเอา

โดยก่อนหน้านี้ ศ.ดร.เจษฎา เคยให้ความรู้ว่า หลักๆ คือ เวลาที่จะเกิดฟ้าผ่า อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของประจุไฟฟ้าบริเวณเหนือพื้นดิน และทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตแบบที่เรารู้สึกได้ เช่น ขนลุกชัน ผมตั้งชัน ได้

คำแนะนำคือ ให้หาที่หลบที่ปลอดภัย เช่นหลบเข้าในอาคาร เข้าไปในรถยนต์ (แล้วห้ามแตะตัวถังที่เป็นโลหะ) หรือถ้าอยู่กลางที่โล่งแจ้ง ไม่มีที่หลบ ให้นั่งยองๆ ลงต่ำ แต่อย่าไปหลบใต้ต้นไม้หรืออยู่ในกระท่อมกลางนา ฟ้ามักจะผ่าลงมาที่จุดที่โดดเด่น (ป.ล.ส่วนเรื่องใส่โลหะ หรือใช้โทรศัพท์มือถือ แล้วจะล่อฟ้า อันนี้ไม่จริงครับ)

ส่วนที่มีคนสงสัยว่า แทนที่จะนั่ง ถ้าใช้เป็นวิธีนอนราบกับพื้นไป จะได้มั้ยครับ? คำตอบคือ ควรจะต้องพยายามสัมผัสพื้นให้น้อยที่สุด และให้เกิดจุดห่างระหว่างอวัยวะที่สัมผัสพื้น 2 จุดให้น้อยที่สุด

‘กองทัพธรรม’ จากไทยมุ่งสู่แดนพุทธภูมิ จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา

“โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่9” เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ว่า การทำอะไรทำจริงจังและจริงใจอย่างมีเป้าหมายด้วยศรัทธาที่แน่วแน่นั้น นำมาสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะงานด้านพระพุทธศาสนา ซึ่งพระครูธีรธรรมปราโมทย์ หรือ หลวงพ่อสำเริง ธมฺมธีโร เจ้าอาวาส วัดดอยเทพนิมิต ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้พิสูจน์ให้เห็นผ่านการกระทำตลอดระยะเวลาการดำเนิน “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา” ทั้ง 9 ครั้ง เป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี ที่อดทนบนหนทางแห่งวิริยะบารมี

ล่าสุดคณะสงฆ์ อุบาสก และ อุบาสิกา ใน “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 9” กว่า 100 ชีวิต เสมือน “กองทัพธรรม” เดินเท้าผ่านเมืองกุสินารา และ สาลวโนทยาน สถานที่ปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยหลวงพ่อสำเริงฯเมตตานำกองทัพธรรมนำผ้าจีวรห่มองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมณโคดมบรมครู และนำคณะกองทัพธรรมปฏิบัติบูชาในวันมาฆะบูชาที่ “วัดไทยกุสินารา” เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย 

สำหรับวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2566 คณะสงฆ์ได้มุ่งหน้าสู่ประเทศเนปาล โดยมีเป้าหมายไปยังสถานที่ประสูติ ณ ลุมพินีสถาน  

สำหรับเส้นทางของ “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 9” ในประเทศอินเดีย และ เนปาล เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา  เริ่มปักหลักที่วัดสิขิม เมืองคยา โดยเดินเท้าเข้าสู่เส้นทางแม่น้ำเนรัญชรา ผ่านสภาพอากาศที่ร้อนในตอนกลางวัน และ หนาวในตอนกลางคืน รวมทั้งแวะพักกางเต้นท์ตามจุดต่างๆ ในอินเดีย อาทิ โรงเรียนมัธยม และ มหาวิทยาลัย และวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ.2566 เดินเท้าผ่านเมืองคยา มุ่งหน้าสู่กรุงราชคฤห์ ผ่านลัฏฐิวัน สวนตาลหนุ่ม ,วัดเวฬุวัน, เขาคิชกูฎ , ถ้ำสัตตบรรณคูหา และ โรงพยาบาลของหมอชีวกโกมารภัจจ์  เป็นต้น

เมื่อถึงกรุงราชคฤห์แล้ว พักที่ “วัดไทยสิริราชคฤห์” 2 คืน 3 วัน และมุ่งหน้าสู่เมืองนาลันทาง มหาวิทยาลัยนาลันทา รวมทั้งเข้ากราบสักการะพระพุทธรูปองค์ดำ และ เข้าสู่เมืองไวสาลี ผ่านแม่น้ำของพระเจ้าลิจฉวี และ เข้าสู่เมืองกุสินาราดินแดนปรินิพพาน คือ “สาลวโนทยาน” และ มุ่งหน้าสู่ประเทศเนปาล เพื่อไป “ลุมพินีสถาน” สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ และ กลับมายังเมืองพาราณสี เพื่อไปยังสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และเดินเท้ากลับมายังจุดเริ่มต้นที่พุทธคยา เมืองคยา ในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2566 และ ปิดโครงการในวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2566 

ในพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ระบุว่า วิริยะบารมีเป็นหนึ่งใน 10 บารมีธรรม หรือ ทศบารมี โดยวิริยะ คือ ความเพียร, ความแกล้วกล้า, ไม่เกรงกลัวอุปสรรค, พยายามบากบั่นอุตสาหะ, ก้าวหน้าเรื่อยๆไป และ ไม่ทอดทิ้งธุระหน้าที่ (energy; effort; endeavour : อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=325)

มกุฎราชกุมารซาอุฯ เปิดตัว ‘ริยาด แอร์’  สายการบินแห่งชาติใหม่ เพิ่มรายได้ภาค non-oil

ริยาด, 13 มี.ค. (ซินหัว) — สำนักข่าวซาอุดีอาระเบีย (SPA) รายงานว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อับดุลอาซิซ อัล ซาอุด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ประกาศเปิดตัวสายการบินแห่งชาติใหม่ ซึ่งมีชื่อว่าริยาด แอร์ (Riyadh Air) เมื่อวันอาทิตย์ (12 มี.ค.) ที่ผ่านมา

สำนักข่าวฯ คาดว่าสายการบินดังกล่าว ซึ่งถือครองโดยกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบียอย่างสมบูรณ์ จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมจากกิจกรรมที่ไม่ใช่น้ำมัน (non-oil) เพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.89 แสนล้านบาท) และสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 200,000 อัตรา

ปักธงด้ามขวาน!! ‘ปชป.’ บุก 3 จังหวัดชายแดนใต้  พบปะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง

ปักธงด้ามขวาน! ปชป.บุก 3 จว.ชายแดนใต้ รวมพลังประชาธิปัตย์ ลั่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง เร่งผลักดันแหล่งเงินทุนเพื่อกองทุนเกษตรกรตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสำหรับเลี้ยงโคเนื้อ

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 13 มีนาคม 2566 ที่ จ.ยะลา น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อาทิ นายเมธี อรุณ ผู้สมัคร ปชป.เขต 2 นราธิวาส , นายสนิท นาแว ผู้สมัคร ปชป.เขต 1 ปัตตานี , นายมนตรี ดอเลาะ ผู้สมัคร ปชป.เขต 2 ปัตตานี , ส.อ.สุริยา กูทา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 4 , นายประสิทธิชัย พงษ์สุวรรณศิริ ผู้สมัคร ปชป.เขต 1 ยะลา , นายอับดุลเล๊าะ บุวา ว่าที่ผู้สมัคร เขต 2 ยะลา และนายณรงค์ ดูดิง ผู้สมัคร ปชป.เขต 3 ยะลา

น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลอด 10 ปี ได้ลงพื้นที่ร่วมทำกิจกรรมกับพี่น้องในจังหวัดชายแดนใต้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนจะเป็นผู้แทนราษฎร วันนี้ดีใจที่ได้มาพบปะ พูดคุย กับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าผู้สมัครทุกคนจะมีโอกาสปักธงในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค และนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ได้รับรู้ถึงปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นอย่างดี 

ทั้งเรื่องปัญหาความไม่สงบ ปัญหาปากท้องและที่ดินทำกิน จึงได้มีการผลักดันนโยบายออกมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อาทิ นโยบายความมั่นคงของอาหารสู่ครัวโลกมุสลิม สนับสนุนและส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมอาชีพประมง ฟื้นฟูนาร้างให้กลับมาเป็นนาข้าว ส่งเสริมให้ปลูกไผ่ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งจะเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเร่งผลักดันเรื่องแหล่งเงินทุนเพื่อเป็นกองทุนให้เกษตรกรตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสำหรับเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งโครงการโคบาลจังหวัดชายแดนใต้ ยกระดับโคเนื้อสู่ตลาดฮาลาล สร้างรายได้ชุมชน

BTS ยันทำถูกต้องตามกฎหมาย ปม สัญญาเดินรถสายสีเขียวส่วนต่อขยาย

บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กับพวกรวม 13 คน รวมถึง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BTS นายคีรี กาญจนพาสน์ และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ในฐานะกรรมการของ BTSC เกี่ยวกับการทำสัญญาให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 โดยมีการกล่าวหาในประเด็นหลักว่าการทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (กฎหมายร่วมทุน)

บริษัทชี้แจงดังนี้
(ก) กรณีนี้ยังคงเป็นเพียงขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการป.ป.ช. เท่านั้น และ BTSC ยังไม่ได้ถูกฟ้องร้องเป็นคดีแต่อย่างใด BTSC มีสิทธิคัดค้านและแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการของกฎหมาย โดย BTSC ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ผันผวนระยะสั้น!! CIMBT มองปิด SVB กระทบตลาดสหรัฐจำกัด  ชี้ ตลาดเงิน-ตลาดทุนไทย ผันผวนระยะสั้น

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหาร สำนักวิจัยและที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIBMT) วิเคราะห์ว่า การปิด SVB น่าจะส่งผลกระทบจำกัดต่อตลาดการเงินสหรัฐฯ

1.SVB คือใคร
SVB หรือ Silicon Valley Bank เป็นแบงก์ใหญ่เป็นอันดับ 16 ในสหรัฐด้วยสินทรัพย์ 2.09 แสนล้านดอลลาร์ โดยมาทำธุรกิจกับกลุ่ม Start up หรือกลุ่มเทค ล่าสุดในวันศุกร์ที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมาถูกสั่งปิดโดย FDIC หรือ Federal Deposit Insurance Corp. คล้ายๆหน่วยงานคุ้มครองเงินฝาก (แต่คุ้มครองเพียง 250,000 ดอลลาร์ ซึ่งมีเพียง 3%ของบัญชีในแบงก์นี้ (อีกราว 97% มีเงินมากกว่าและยังไม่จ่ายส่วนที่เหลือคืนจนกว่าจะขายทรัพย์สินได้ ลองนึกภาพธุรกิจจะจ่ายคู่ค้าหรือพนักงานยังไง)          

2.ทำไมล้ม
ปัญหาของแบงก์นี้คือเกิดจากความน่าเชื่อถือ เกิด bank run หรือคนไม่มั่นใจแห่ถอนเงินจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มาจาก partners ที่เป็น Private Equity, Venture Capital, Tech, Health tech แค่วันพฤหัสบดีที่ 9 มี.ค. วันเดียวมีคนถอนเงินฝากไปราว 1 ใน 4 ของเงินฝากทั้งหมด แบงก์ขาดกระแสเงินหมุนเวียน เจอปัญหาสภาพคล่องจนลามเป็นปัญหาล้มละลาย FDIC จึงต้องมาระงับกิจการ โอนเงินฝากให้แบงก์ที่จะจัดตั้งใหม่ ขอย้ำว่าวิกฤตินี้ไม่เหมือนปี 2008 ตอนเลห์แมนล้ม ตอนนั้นคือปัญหาความเสี่ยงด้านเครดิต จากการลงทุนในอนุพันธ์ด้านอสังหา ตอนนี้คือความเสี่ยงด้านตลาดหรือสภาพคล่อง

3.ทำไมคนไม่ไว้ใจ
อยู่ ๆ ราคาหุ้นร่วงลง 60% ในวันเดียวจากความกังวลว่าจะเกิดการเพิ่มทุนจำนวนมากเพื่อชดเชยการขาดทุนมหาศาลจากการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จริงๆ ถ้าไม่ขายก็ไม่ขาดทุน (แต่ต้องรับรู้ Fair Value ผ่าน Balance sheet)  เรียกว่า unrealized loss คือราคาพันธบัตรลดลงต่ำว่าหน้าตั๋ว เพราะเมื่อดอกเบี้ยขึ้นแรง ราคาพันธบัตรที่สวนทางกับดอกเบี้ยที่ขึ้นจะลดลง เมื่อ SVB ต้องการเงินก็จำเป็นต้องขายขาดทุน พอขาดทุนก็ต้องการเงิน ไปขอเพิ่มทุน คนก็กลัวเทขายหุ้น คนฝากก็ panic ตกใจถอนเงิน จนเป็นภาวะปิดตัวเช่นนี้ และอีกประเด็นที่ทำไมขาดเงินก็เพราะธุรกิจเทคในสหรัฐ โดยเฉพาะเทคตัวเล็กขาดทุนอยู่มาก ยังไม่มีกำไรหรือกระแสเงินสดดี พอดอกเบี้ยขึ้นต่อเนื่องยิ่งมีปัญหา กระทบแบงก์นี้ไปด้วยที่เน้นธุรกิจกลุ่มนี้

4.จะลามไหม
ในช่วงวันพุธที่ 8 มี.ค.ถึงวันพฤหัสบดีที่ 9 มี.ค.เราเห็นราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับย่อลงเพราะความกังวลว่าจะมีแบงก์อื่นล้มด้วยไหม แต่ปัญหานี้น่าอยู่ในแบงก์ขนาดเล็กที่เน้นกลุ่มเทคหรือ start up เป็นหลัก ซึ่งต่างกับแบงก์ใหญ่ ในวันศุกร์แล้วหุ้นแบงก์ใหญ่ฟื้น แต่แบงก์เล็กลงต่อ โดยรวมไม่น่าลาม โดยธนาคารที่มีการถือตราสารที่ดี ยังสามารถเข้าถึงสภาพคล่องจากเฟดได้ แต่อาจมีแบงก์ที่มีปัญหาเพิ่มในกลุ่มที่ขาดทุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นแรงในสหรัฐ จนราคาพันธบัตรลดลง (จริงๆ ถ้าถือจนครบอายุสัญญาจะไม่ขาดทุน) ต้องดูว่าใครร้อนเงินอีก หรือมีใครโดนแห่ถอนเงินจากวิกฤติศรัทธาบ้าง (หลักๆ คงจะเป็นธนาคารที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับกลุ่มเทค ที่ลงทุนใน Crypto ในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ทางการสหรัฐฯนำโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และองค์กรประกันเงินฝากในสหรัฐฯ (FDIC) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบธนาคารของสหรัฐฯ โดย 1) ประกาศรับประกันเงินฝากทั้งหมดของธนาคาร SVB  โดยผู้ฝากเงินจะสามารถเข้าถึงเงินทั้งหมดของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม เป็นต้นไป และจะไม่สูญเสียผลประโยชน์แต่อย่างใด 2) ประกาศข้อยกเว้นความเสี่ยงเชิงระบบที่คล้ายคลึงกันสำหรับ Signature Bank ซึ่งผู้ฝากเงินจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆเช่นกัน 3) ประกาศจัดหาเงินกองทุนพิเศษให้กับ FDIC เพื่อให้มีเพียงพอในการสร้างความมั่นใจให้กับระบบธนาคารของสหรัฐฯ  จากสถานการณ์ล่าสุด เราจึงเห็นตลาดเงินตลาดทุนของสหรัฐฯ ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นตอบสนองต่อมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว

5.ตลาดเงินตลาดทุนจะผันผวนอย่างไร
ตลาดหุ้นน่าจะยังผันผวนจากความกังวลว่าจะมีแบงก์ไหนเป็นรายต่อไปที่ล้ม หรืออย่างน้อยก็ห่วงการลงทุนในกลุ่มการเงินไว้ก่อน รวมทั้งกลุ่มเทคขนาดเล็กที่คนอาจกังวลปัญหาขาดเงินทุน โดยเฉพาะช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นเช่นนี้

6.จะเกิดการว่างงานรุนแรงหรือไม่
ปัญหาการว่างงานในสหรัฐ หากจะเพิ่มขึ้นก็น่ากระจุกในกลุ่มเทคที่จะมีการเลิกจ้างเพิ่มเติม แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำต้นทุนสูงตาม รายได้โตไม่ทัน ต้องหาทางลดรายจ่าย ลดคน แต่ไม่น่ารุนแรงไปกระทบภาคอื่นมาก สหรัฐยังมีอัตราการว่างงานต่ำ แม้ขยับเป็น 3.6% แต่ก็นับว่าต่ำมาก โดยเฉพาะยังมีการเติบโตของค่าจ้างในกลุ่มภาคบริการมาก หาคนทำงานยาก ปัญหานี้ยังลากยาว ไม่น่าส่งผลให้คนว่างงานมากขึ้นจากกรณี SVB ล้ม

7.เงินเฟ้อมีโอกาสลดลงหรือไม่หากเศรษฐกิจมีปัญหา
อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐมีโอกาสลดลงจากปีก่อนที่เฉลี่ย 8% ปีนี้น่าอยู่ที่ราว 4% แต่หากจะลดลงแบบเดือนต่อเดือนคงยาก เพราะอัตราค่าจ้างยังสูงขึ้น บริษัทยังต้องขยับราคาสินค้าเพิ่ม และการคาดการณ์ราคาสินค้ายังสูง แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐมีปัญหาชะลอลงแรงจริง อัตราเงินเฟ้อก็อาจลดลงได้บ้าง แต่ไม่น่าลงได้เร็วเหมือนในอดีต เพราะมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ห่วงโซ่อุปทานยังมีปัญหา

8.เฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยรอบเดือนมีนาคมหรือไม่และจะจบรอบเร็วขึ้นได้ไหม
หากเฟดจะลดความร้อนแรงของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมไม่ขึ้น 0.50% แต่ขึ้นเพียง 0.25% และระดับดอกเบี้ยสูงสุดอาจอยู่ที่ระดับ 5.75% ไม่ใช่ไปแตะระดับ 6.00% และใกล้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งความไม่แน่นอนจากตัวเลขอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นการเพิ่มของค่าจ้างไม่ร้อนแรงการขึ้นดอกเบี้ยอาจเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังจำเป็นอยู่ เพราะเงินเฟ้อยังสูง กรณี SVB อาจไม่มีน้ำหนักมากหากไม่ลามและรุนแรง

9.ผลกระทบต่อไทยหลังปัญหาสภาพคล่องในสหรัฐ
โดยมากผลกระทบต่อไทยในระยะสั้นจะผ่านตลาดเงินและตลาดทุนที่ยังมีแนวโน้มผันผวนในสัปดาห์นี้ อาจมีแรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงบ้างในระยะสั้น แต่ตลาดน่าให้น้ำหนักการชะลอตัวของค่าจ้างแรงงานและอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ แต่อาจรอตัวเลขเงินเฟ้อ ยอดค้าปลีก และอื่นๆเพื่อดูสัญญาณว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยต่อแรงหรือไม่ ซึ่งกรณี SVB อาจมีน้ำหนักด้านเสถียรภาพตลาดการเงิน ทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป เงินน่ากลับมาตลาดเกิดใหม่ เงินบาทน่าขยับแบบ sideway 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ ส่วนหาก SVB มีปัญหาลามต่อหรือมีความไม่แน่นอนต่อก็อาจกระทบภาคการส่งออกของไทยซึ่งก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้วให้ชะลอต่อได้ ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกน่าย่อลงตามอุปสงค์ที่อ่อนแอลง ทำให้การนำเข้าไทยลดลงตาม ไม่น่ามีปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเหมือนก่อนหน้า ส่วนภาคการท่องเที่ยวของไทยไม่น่ากระทบ โดยรวมปัญหานี้น่ากระจุกในสหรัฐ ไม่น่ากระทบเอเชียแปซิฟิกมากนัก โดยเฉพาะจีนที่ยังเติบโตได้ดี แต่แน่นอนว่าการส่งออกไม่สดใส

สำหรับธนาคารพาณิชย์ของไทย คงไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ไม่ได้อนุญาตให้ธนาคารลงทุนใน Crypto โดยตรง ขณะที่กลุ่มการเงินก็ยังคงถูกกำกับอย่างเข้มงวดจาก Regulators ของไทย

10.คำแนะนำการลงทุนในช่วงนี้
เราเชื่อว่าปัญหาภาคธนาคารของสหรัฐกระจุกในธนาคารขนาดเล็กที่เชื่อมโยงกลุ่มเทค หรือกลุ่ม start up รวมทั้งมีการขาดทุนทางตัวเลขที่ไม่รับรู้ (unrealized loss) สำหรับธนาคารที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แต่ด้วยความน่าเชื่อถือที่ยังดี และหากธนาคารถือพันธบัตรจนครบอายุสัญญาก็ไม่เสี่ยงขาดทุน (ผลกระทบน่าจะอยู่ในระดับจำกัด) จึงมองว่าเป็นความผันผวนระยะสั้น ไม่ลามจนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี กระจายการลงทุนทั่วโลกยังน่าทำได้ นอกจากนี้ ที่ลุ้นคือเงินเฟ้อสหรัฐแม้ยังอยู่ในระดับสูง แต่มีท่าทีชะลอลง ซึ่งนักลงทุนน่าหาจังหวะเข้าสะสมพันธบัตรหรือตราสารหนี้ที่ใกล้ถึงจุดสูงสุด ส่วนภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะจีนยังน่าสนใจ เราอาจให้น้ำหนัก A-share หรือหุ้นในจีนมากกว่า H-share ที่มีกลุ่มเทคในฮ่องกง โดยรวมน่าเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในจีน และจีนน่าหาทางลดความผันผวนในตลาดทุนเทียบสหรัฐได้

Lesson learned ข้อคิดที่ได้จากกรณี SVB
1. อย่าใส่ไข่ทุกใบในตะกร้าใบเดียว ควรกระจายการลงทุน อย่าเป็นเหมือนคนฝากเงินใน SVB ที่พึ่งแบงก์เดียว รวมทั้งนักลงทุนไม่ลงทุนในสินทรัพย์ใดประเภทเดียว

2.วิกฤติเปลี่ยนรูปแบบเสมอ จากด้านเครดิตปี 2008 เป็น mismatch และสภาพคล่องปี 2023 หรืออาจมีรูปแบบใหม่ๆ เข้ามา แต่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นในระดับสูงเช่นนี้อาจเห็นธุรกิจอื่นที่มีปัญหาซ่อนไว้รอประทุขึ้นได้

3.แม้ตลาดจะฟื้น แต่นักลงทุนยังควรระมัดระวังความผันผวนต่อไปจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐ น่าแบ่งเงินลงทุนเป็นหลายๆ ไม้ ค่อยๆลงทุนทีละน้อยจนครบเป้าหมาย ไม่แนะนำลงทุนทีเดียวครบ เพราะเราไม่มีทางรู้ทิศทางตลาดและไม่จำเป็นต้องได้ราคาต่ำสุดเสมอไป แต่น่าได้ความสบายใจไปด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top