Monday, 13 July 2026
Hard News Team

‘เพื่อไทย’ ชื่นมื่น!! ต้อนรับ ‘สมศักดิ์-สุริยะ’ คืนถิ่น เชื่อ!! ช่วยเติมเต็มโอกาส ‘แลนด์สไลด์’ ให้พรรค

(23 มี.ค.66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรค พท.นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหน้าหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค พท. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.พรรค พท.ให้การต้อนรับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรมว.ยุติธรรม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.อุตสาหกรรม รวมทั้ง นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยานายสมศักดิ์ เพื่อเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค พท.

จากนั้น นพ.ชลน่าน แถลงว่า วันนี้ถือเป็นวันดียิ่ง ดีกว่าวันที่ 20 มี.ค.ที่ผู้มีอำนาจคืนอำนาจให้ประชาชนขอต้อนรับผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่าน คือ นายสุริยะ, นายสมศักดิ์ และนางอนงค์วรรณ เรามีผู้ที่เคยทำงาน มีอุดมการณ์ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ซึ่งไม่ใช่คนใหม่ แต่เป็นคนที่สร้างสรรค์ผลงานกับพรรคมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย นายสุริยะเคยเป็นเลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์ และนางอนงค์วรรณ ก็เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง

ทั้งนี้ ด้วยมิติทางการเมืองที่ผันผวน เป็นเหตุให้พวกท่านต้องไปทำงานการเมืองกับพรรคอื่นๆ ประชาชนรู้ซึ้งได้ว่าท่านต้องดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเช่นนั้นเพื่อรักษาสภาพ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีทั้งสามท่านบนเวทีวันนี้ และในอนาคตข้างหน้าหวังว่าจะไม่มีมิติทางการเมืองที่บีบคั้นเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ เป้าหมายของเราคือทำงานเพื่อประชาชน เป้าหมายเด็ดขาดคือแลนด์สไลด์ 310 เสียง ปลดล็อกสิ่งที่เขียนในรัฐรรมนูญ ด้วยความสามารถของพวกท่านจะมาผนึกกำลังกับเราได้

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ผมมีความสุขและความหวัง ต้องขอบคุณพรรค พท.ที่เปิดโอกาสให้ตนเข้ามาช่วยงานให้สมบูรณ์แบบ เป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชน 100% วันนี้เราต้องแลนด์สไลด์ ตนจะเข้ามาเสริมเติมเต็มเพื่อให้สำเร็จ ที่ผ่านมาตนพอใจการทำงานของพรรค พท.

"วันนี้ฟ้าเปิด เมฆหมองจางหายสู่บรรยากาศประชาธิปไตย ผมประทับใจทีมเพื่อไทยที่เข้าใจ เป็นกลุ่มคนธรรมดาไม่ใช่คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ที่พูดกับชาวบ้านแล้วไม่เข้าใจ ซึ่งพรรค พท.สามารถทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและมีทีมงานที่คอยสนับสนุน ซึ่งในอดีตนโยบายพรรคไทยรักไทยสมัย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ บรรลุเป้าหมายเด่นชัด นำไปสู่การปฏิบัติได้ ไม่แลนด์สไลด์ก็เกือบแลนด์สไลด์โดยไม่ต้องมีพวกผมเลย ต้องขอขอบคุณพี่น้องสมาชิกพรรค พท.ที่ต้อนรับ โทรมาให้กำลังใจ ซึ่งผมพร้อมเดินหน้าทำงานให่พรรคอย่างเต็มที่" นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสุริยะ กล่าวว่า ต้องขอบขอบคุณผู้บริหารพรรค พท.ที่ได้ให้โอกาสพวกตนได้กลับเข้ามาทำงานร่วมกับพรรค พท.มีการต้อนรับที่อบอุ่น ที่ผ่านมามีผู้สื่อข่าวสอบถามตนมาตลอดว่าทำไมตัดสินใจมาเป็นสมาชิกพรรค พท.นั้น ทั้งนี้ 8 ปีที่ผ่านมาที่มีการทำรัฐประหาร ทำโครงสร้างเศรษฐกิจพลังทลาย จนนักลงทุนไม่กล้าเข้ามา 4 ปีหลังพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นรัฐบาลแต่เสียงไม่มากพอ ทำให้กระทรวงเศรษฐกิจไปอยู่พรรคอื่น ทำให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ และตนมีโอกาสไปพบกับประธานหอการค้า ช่วงหลังทุกคนบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย ถ้าเกิดอยู่ต่อไปคงทุกข์ยากลำบากมาก บางคนที่สนิทกันก็มากระซิบว่าท่านย้ายพรรคเถอะ และตนลงพื้นที่เจอเพื่อนฝูง ไม่มีใครเชียร์ให้อยู่พรรคพลังประชารัฐเลย ดังนั้นจึงต้องย้ายพรรค และต้องได้ ส.ส.แลนด์สไลด์เพื่อผลักดันนโยบายตามสโลแกนคิดใหญ่ ทำเป็น

‘รทสช.’ ไม่หวั่น หลังสมาชิกบางคนย้ายซบพรรคอื่น เผย ช่วงนี้พรรคเนื้อหอม มีผู้สนใจแห่ลงสมัครเพียบ

(23 มี.ค. 66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ แกนนำและคณะทำงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีผู้ที่สนใจมาสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมากในแต่ละวัน ล่าสุดมีสมาชิกมากกว่า 5 หมื่นรายแล้ว กรณีของนายพิศณุพงศ์ สิทธิโชคแก้วมูล ที่ไปสมัครเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองบางพรรค แล้วระบุว่า เคยเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติมาก่อน ทางพรรคได้ตรวจสอบแล้วพบว่า มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคจริง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเมื่อใดไม่ทราบ เพราะตามรายชื่อที่ กกต.แจ้งมายังพรรคเพื่อแจ้งบุคคลลาออกจากสมาชิก เมื่อวันที่ 7-10 มีนาคม ที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏชื่อของนายพิศณุพงศ์ แต่อย่างใด

‘รฟท.’ อัปเดตความคืบหน้า รถไฟทางคู่สายใต้ หัวหิน-ประจวบฯ งานโยธาเสร็จ 100% เตรียมเปิดปี 67 พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยว

(23 มี.ค. 66) การรถไฟแห่งประเทศไทย รายงานความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กม. มูลค่า 5,807 ล้านบาท ซึ่งเป็น 1 ใน 5 โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 1 ได้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาเสร็จสิ้นครบ 100% แล้ว และพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2567 นี้ 

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ มีระยะทางก่อสร้าง 84 กิโลเมตร เป็นการก่อสร้างทางวิ่งรถไฟใหม่เพิ่ม 1 ทาง ขนานไปกับทางรถไฟเดิม เป็นโครงสร้างทางรถไฟวิ่งระดับพื้นดินทั้งหมด ประกอบด้วย สะพาน 2 แห่ง สถานีรถไฟ 12 แห่ง ป้ายหยุดรถ 1 แห่ง ย่านเก็บกองและขนถ่ายตู้สินค้า (CY) จำนวน 2 แห่งที่สถานีสามร้อยยอด และสถานีทุ่งมะเม่า และงานก่อสร้างอื่นๆ เช่น งานระบบระบายน้ำ สะพานลอยคนเดินข้าม งานรั้ว งานก่อสร้างถนนยกระดับข้ามทางรถไฟ ถนนกลับรถยกระดับรูปตัวยู ถนนลอดใต้สะพานทางรถไฟ เพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางเสมอระดับรถไฟกับรถยนต์ 

ที่สำคัญการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ การรถไฟฯ ยังได้คำนึงคงความเป็นเอกลักษณ์ ความสวยงาม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรอบในพื้นที่ มีไฮไลต์สำคัญ เช่น สถานีรถไฟหัวหิน ได้ออกแบบสถานีให้เป็นแบบผสมผสานนำเอกลักษณ์และความสวยงามของสถานีรถไฟหัวหินเดิมมาไว้ที่สถานีหัวหินใหม่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยเมื่อสถานีแห่งใหม่เปิดให้บริการ สถานีหลังเดิมจะยังคงเปิดให้บริการควบคู่ไปด้วย

'อลงกรณ์' ขานรับข้อเสนอภาคเอกชนร่วมเดินหน้า 'ก้าวใหม่ประเทศไทย ก้าวใหม่ประชาธิปัตย์' ชูธง 12 แนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจและการพัฒนาสร้างศักยภาพใหม่ตอบโจทย์อนาคตประเทศไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ 'สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ'

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคฯ และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเห็น และข้อเสนอแนะของภาคเอกชน ที่มีต่อความคาดหวังในนโยบายของพรรคการเมืองวันนี้(23 มีนาคม 2566)ว่า

พรรคประชาธิปัตย์เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนรวมทั้งมุมมองวิสัยทัศน์ของภาคเอกชนล่าสุดเกี่ยวกับการพัฒนาประชาธิปไตย การพัฒนาประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์บนหลักการ 3 ประการคือ อุดมการณ์ประชาธิปไตย นโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมและแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจในความคาดหวังของภาคเอกชนที่มีต่อนโยบายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งในส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีแนวทางนโยบายอย่างน้อย 12 ประการ เสมือนคานงัดในการสร้างจุดเปลี่ยนประเทศไทย สู่ก้าวใหม่ ไทยแลนด์ โดยพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคเอกชน ได้แก่

1. การพัฒนาการเมืองโดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
2. การขจัดคอร์รัปชั่น โดยการสร้างระบบธรรมาภิบาล
3. การส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เสรี และเป็นธรรม ลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และพลัง
งาน

4. การปฏิรูประบบราชการโดยลดอำนาจรัฐ ลดขนาดภาครัฐ 

▪มุ่งกระจายอำนาจและทรัพยากรสู่ท้องถิ่นและชุมชน (Community Empowerment) 
▪การเพิ่มบทบาทภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่นทางเศรษฐกิจ
▪การพัฒนาเมือง และชนบท

5. การปฏิรูปภาคเกษตร ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรม 

▪การส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ 
▪การยกระดับเกษตรรายย่อยเป็นเกษตรแปลงใหญ่ 
▪การพัฒนาระบบสหกรณ์ 
▪การส่งเสริมสตาร์ทอัพเกษตรและ เอสเอ็มอี.เกษตร 
▪การส่งเสริมอาหารแห่งอนาคต
▪และการทำตลาดเชิงรุก ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

6. การพัฒนาโลจิสติกส์ เชื่อมไทย-เชื่อมโลก 

▪การเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจภายในประเทศและต่างประเทศ

7. การสร้างฐานการผลิต การแปรรูปการตลาด และกระจายการลงทุนสู่ทุกภูมิภาค

▪ภายใต้ฐานใหม่ 18 กลุ่มจังหวัดโดยเฉพาะคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเกษตร (Agroindustry)

8. การสร้างคนและการ Reskill- Upskill ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

▪โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ (12  S-Curves)
▪การส่งเสริมMSMEและStartup ด้วยกองทุนเอสเอ็มอี
▪และการทำงานแบบสร้างสรรค์

9. สร้างระบบธนาคาร และระบบการเงินของเศรษฐกิจฐานรากด้วย

▪ธนาคารหมู่บ้าน 
▪ธนาคารชุมชน 80,000 หมู่บ้าน และชุมชน 77 จังหวัด 
▪รวมทั้งส่งเสริมธนาคารเพื่อการลงทุนและเวนเจอร์แคปิตอล

10. ขับเคลื่อนภาคการผลิต (Real Sector) ภาคบริการภาคการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี นวัต
กรรมและซอล์ฟพาวเวอร์(Soft Power)

11. การปฏิรูปการบริการภาครัฐ

▪โดยปรับปรุง และยกเลิกกฎหมาย กฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรค และภาระทางการค้าธุรกิจและการบริการประชาชน

12. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าการลงทุนเสรี (FTA) และกลยุทธ์มินิ เอฟ
ทีเอ.(Mini FTA)ที่มีอยู่เดิมและข้อตกลงใหม่

▪ปูทางสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการของไทยในเวทีแข่งขันระหว่างประเทศ
▪พร้อมกับการใช้กองทุน เอฟทีเอ.รองรับผลกระทบทุกด้าน

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า นโยบายเหล่านี้เป็นการสานงานต่อ ก่องานใหม่ อย่างต่อเนื่อง ของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น 

▪การจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม 77 จังหวัด และศูนย์ความเป็นเลิฟเฉพาะด้าน 23 ศูนย์

▪เป็นโครงสร้างทางเทคโนโลยี และองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) 
ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 

▪เกิดเทคโนโลยีใหม่ 800 นวัตกรรมถ่ายทอดสู่เกษตรกรและฟาร์มเกษตร

▪การส่งเสริมนิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหารใน 18 กลุ่มจังหวัดบนความร่วมมือกับสภาอุตสาห
กรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) 

▪การยกระดับเกษตรรายย่อยเป็น เกษตรแปลงใหญ่ 1 หมื่นกลุ่ม 

▪การพัฒนาอาหารแห่งอนาคต เช่น โปรตีนจากพืช จากแมลงมีกว่า 1 แสนฟาร์ม 

▪การขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) 

▪ปฏิรูปกระทรวงเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริการประชาชนจากอนาล็อค เป็นดิจิตอล

▪การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลบิ๊กดาต้า เกษตรแห่งชาติ (National Big Data Center:NABC) ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 

▪การพัฒนาโลจิสติกส์ด้วยรถไฟจีน-ลาว เปิดบริการขนส่งสินค้าได้ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2565 

▪การปฏิรูประบบบริหารจัดการผลไม้ จนส่งออกทุเรียนผลสดสร้างรายได้ทะลุ 1 แสนล้านเป็นครั้งแรกในปี 2564 

การประกันรายได้เกษตรกรพืชเศรษฐกิจหลัก ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และปาล์มน้ำมัน

พสบ.28 รับน้อง พสบ.29 เสริมสร้างความสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง ให้เกิดความรักความสามัคคี เพื่อร่วมพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป

วันพุธที่ 22 มีนาคม 2566 ณ ห้องเทวกรรมรังรักษ์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี-รังสิต พัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร (พสบ.) รุ่นที่ 28 โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก โดยนายสกนธ์ นันท์ปิติพงศ์ เป็นประธานจัดงานรับน้อง พสบ.รุ่นที่ 29 
  
โดยมีพลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา และ พล.ท.จิรัฎฐ์ สุตาสุข เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ให้เกียรติเข้าร่วมงาน

การจัดงานดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรไมตรีอันดีระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ให้มีความรักใคร่กลมเกลียว และเกิดความรักความสามัคคี อันจะนำไปสู่การ ขับเคลื่อนกิจกรรมร่วมกันในอนาคตต่อไป 

'ชัยวุฒิ' ยัน!! ‘ลุงป้อม-ลุงตู่’ อยู่ฝั่งเดียวกัน ลั่น!! พร้อมจับมือทุกพรรค หากนโยบายตรงกัน

(23 มี.ค.66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างพรรค พปชร. นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นําโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ว่า เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ พรรคกลาง พรรคเล็ก ก็กินข้าวกันประจำอยู่แล้ว ส.ส.และนักการเมือง ก็เข้าออกกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่วงทานข้าวเมื่อวันที่ 22 มี.ค.อาจเป็นประเด็น เพราะนายอนุทินมา และเขาเป็นพรรคใหญ่ ก็มีการพูดคุยกันเรื่องการเมือง คุยกันประจำ แต่ยืนยันว่ามากินข้าวกันทุกพรรคอยู่แล้ว ยกเว้นพรรคฝ่ายค้าน เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวงกินข้าวมีการพูดถึงการจับมือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้คุยขนาดนั้น เพียงแต่บอกว่าเรื่องนี้ต้องรอหลังการเลือกตั้งก่อนว่าใครจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ ค่อยมาดูกัน เมื่อถามว่า ถือเป็นการส่งสัญญาณการจับมือกันในอนาคตหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนว่าสัญญาณชัดอยู่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลเดิมก็อยากทำงานร่วมกันต่อ เพราะทํางานร่วมกันมาก็ราบรื่นดี สามารถประสานงานกันได้ด้วยดี ก็ไม่อยากเปลี่ยนหรอก เมื่อถามว่า การจับมือในอนาคต จะมีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ด้วยหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ความจริงพรรค รทสช. ก็ถือเป็นพรรครัฐบาล ก็อยู่ด้วยกันนั่นแหละ

"พรรครวมไทยสร้างชาติจะไปจับมือกับใครถ้าไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ ความจริงทุกพรรคการเมืองจับมือกันได้หมด ถ้านโยบายหรือแนวคิดตรงกัน แต่สุดท้ายก็อยู่ที่การเลือกตั้ง เราต้องเอาความจริงมาคุยกัน พรรคร่วมรัฐบาลถ้าจะทำงานกันต่อ ก็ต้องอยู่ด้วยกันนั่นแหละ มันไม่มีใครได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้หรอก ก็ต้องอยู่ด้วยกันหมดแหละ" นายชัยวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า ตามข่าวที่ออกมา พรรค พปชร.ตั้งเป้าว่าจะได้ 70 เสียง เป็นไปตามนั้นหรือไม่ กล่าวว่า ความจริงเรื่องนี้ต้องทําโพล ซึ่งตัวเลข 70 ที่ออกมาเป็นการคาดการณ์ของบางคนที่มีการประเมินกัน บางคนก็ประเมิน 100 บางคนประเมิน 70 บางคนประเมิน 40 บางคนก็ประเมิน 150 ซึ่งเราอาจจะถึง 150 เสียงก็ได้ เพราะมีผู้สมัครเกรดเอ ตั้งเป้าไว้ 150 เสียง

"เป้า 150 ยังอยู่ ที่เราเคยพูดมาตลอดเพราะเรามี ส.ส.เกรดเอ 150 แต่ก็ยอมรับว่าไม่คิดว่าจะชนะทุกคน มันก็อาจจะมีพลาดบ้าง" นายชัยวุฒิ กล่าว

‘ดร.เอ้-องอาจ’ ลุยตรวจค่าฝุ่นหน้า รพ.รามาฯ ลั่น!! ปชป. พร้อมคืนอากาศสะอาดให้ ปชช.

(23 มี.ค.66) บริเวณสี่แยกตึกชัย โรงพยาบาลรามาธิบดี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันวัดค่าฝุ่นหน้าโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขตกรุงเทพชั้นใน ด้วยเครื่องตรวจฝุ่น PM2.5 คุณภาพสูง

โดยนายองอาจ กล่าวว่า หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศนโยบาย กทม. ไปเมื่อวานนี้ (22 มี.ค. 66) ทางพรรคจึงได้เดินหน้าลุยงานต่อเนื่อง โดยวันนี้ลงพื้นที่เพื่อตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ที่หน้าโรงพยาบาลรามาฯ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ค่าฝุ่นมีอันตรายต่อการดำเนินชีวิตของคนในกรุงเทพมหานคร และพรรคประชาธิปัตย์อยากเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้มีการอากาศสะอาดไว้หายใจ

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. เป็นประธาน

วันนี้ (23 มี.ค.66) เวลา 09.00 น. กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. เป็นประธาน ณ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (พัทยา)

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดปฏิบัติการปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย การกระทำความผิดในคดี 10 กลุ่มต้องห้าม, Overstay และความผิดอื่นๆ ที่มีผลการกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ พร้อมกันทั่วประเทศ และมี พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ ผกก.คธม.บช.ทท., พ.ต.อ.สมชาย ธีรภัทรไพศาล ผกก.2 บก.ทท.1, พ.ต.ท.วรพรต ผลานิสงค์ รอง ผกก.2 บก.ทท.1 , พ.ต.ท.พิชญะ เขียวเปลื้อง สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย สว.กก.2 บก.ทท.1 เข้าร่วม ณ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 (พัทยา) โดยมีข้อสั่งการดังต่อไปนี้

ศูนย์ KIND By CAMT มช. จัดกิจกรรมอบรมสร้างบทบาทของผู้นำด้านการจัดการความรู้ในองค์กร

วิทยาลัยศิลปะสื่อฯ โดย ศูนย์ KIND By CAMT มช. จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ตัวแทนบุคลากรส่วนงานการไฟฟ้าทั่วประเทศเพื่อสร้างบทบาทของผู้นำด้านการจัดการความรู้ในองค์กร

วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินงานกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรส่วนงานการไฟฟ้าทั่วประเทศ นำทีมจัดกิจกรรมและดำเนินงานโครงการโดย “ศูนย์รวมการจัดการนวัตกรรมองค์ความรู้ (KIND BY CAMT)” ได้ดำเนินการเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารระบบการจัดการความรู้ ตามกรอบมาตรฐาน ISO 30401: 2018 Knowledge Management Systems ภายใต้ “โครงการเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานการจัดการความรู้” โดยกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อจัดกิจกรรมอบรมและบรรยายให้ความรู้และแนวคิดในหัวข้อ “บทบาทของผู้นำกับการจัดการความรู้ในองค์กร” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้ และแนวคิด เกิดความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญ ของระบบการจัดการความรู้ ตามกรอบมาตรฐาน ISO 30401: 2018 โดยได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การวิเคราะห์องค์กร (Context of Organization)” โดยมีบุคลากรทั้งระดับผู้บริหาร หัวหน้าส่วนงาน และตัวแทนแต่ละส่วนงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. เข้ารับการอบรมและร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศ จำนวนกว่า 120 คน

‘อนุทิน’ ชี้!! ‘ภท.’ พกพาความจริงใจเข้ากรุง หวังใช้ผลงานมัดใจ แม้ไร้ ‘กระแส-กระสุน’

(23 มี.ค.66) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. ที่พรรคมีความเคลื่อนไหวที่เข้มข้นกว่าครั้งที่ผ่านมา ว่า เราเต็มที่กับการเลือกตั้งทุกครั้ง และเอาจริงในทุกเขตเลือกตั้ง เราเลือกคนที่เข้าใจพื้นที่ ต้องเกิดที่นั่น โตที่นั่น เป็นคนดี มีความสามารถ กับพื้นที่ กทม. เรามีประสบการณ์แล้วว่า คน กทม.ต้องการอะไร และเรามีแนวทางแก้ไขไว้ให้ ที่ผ่านมา หลานคนบอบช้ำจากเรื่องเศรษฐกิจ ที่มาจากเรื่องโรคระบาด มีการกู้หนี้ยืมสิน เราเลยมีนโยบายพักหนี้ หลายคน มีความลำบากเรื่องค่าครองชีพ เรามีนโยบายกำหนดอัตราการขนส่งคมนาคมใหม่ เพื่อลดภาระคนไทย

อีกทั้งเรายังมีนโยบายแยกย่อยออกไปอีก ทั้งเรื่องสังคม ความปลอดภัย เขตนี้ จะมีกล้องตรงถนน เขตนี้จะมีการยกระดับเรื่องการเดินทาง แต่ละเขตมีปัญหา และมีการดูแลที่ต่างกัน เราศึกษามาแล้วว่าท่านต้องการอะไร เราก็เสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมา เราพูดและเราทำ ผลงานเห็นชัดอยู่แล้ว ก็หวังว่าจะทำให้คนกรุงเทพฯ ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมา ตนดีใจที่เวลาไปไหนมาไหน มีคนเข้ามาถ่ายรูป ทักทายพูดคุยด้วย แสดงว่าเราก็มีคะแนน ที่ทำไปไม่เสียเปล่า

เมื่อถามว่า คิดอย่างไร ที่มีการตั้งฉายาว่าภูมิใจไทย เป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุง นายอนุทิน  กล่าวว่า เป็นเรื่องดี เพราะ คำพูดนี้ มันสะท้อนว่าคนต่างจังหวัดเวลาเขามากรุงเทพฯ เขามาด้วยความจริงใจ และจริงจัง หวังจะทำงาน พิสูจน์ตัวเอง ภูมิใจไทยก็เหมือนกัน เราก็หวังจะทำงานรับใช้ประชาชน กทม. และเราก็จริงใจ ตั้งใจด้วย ขอเพียงท่านให้โอกาส เราไม่ทำให้ผิดหวัง

เมื่อถามว่า เรื่องพรรคภูมิใจไทย ไม่มีกระแส อาจจะผิดหวังในพื้นที่เมืองหลวง นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคเราไม่มีกระแส ไม่มีกระสุน แต่เรามีผลงาน และผลงาน ก็น่าจะทำให้ประชาชนเห็นว่า เลือกพรรคภูมิใจไทยมา ท่านจะได้เห็นความเป็นรูปธรรม จับต้องได้ของนโยบายเรา เรากล้าบอกว่า เราเป็นพรรคพูดแล้วทำ เพราะเรามีผลงานมีความเชื่อมั่นจากประชาชน มีความน่าเชื่อถือต่อสิ่งที่เราให้ไว้กับประชาชน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top