Tuesday, 14 July 2026
Hard News Team

‘อภิสิทธิ์’ ชี้เกณฑ์ใหม่สุพรรณหงส์ทำค่ายเล็กไม่ได้เกิด ดันนโยบาย ‘ก้าวไกล’ ทลายทุนผูกขาด หนุนอุตฯสร้างสรรค์

‘อภิสิทธิ์’ ชี้กติกาใหม่สุพรรณหงส์ กีดกันคนตัวเล็กไม่ให้แจ้งเกิด-ลดความหลากหลายภาพยนตร์ไทย เสนอนโยบาย ‘ก้าวไกล’ ทลายทุนผูกขาด-ตั้งกองทุนส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อุดหนุนคนสร้างหนังทางเลือก-แก้กฎหมายเซนเซอร์

(30 มี.ค. 66) อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวถึงกรณีสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ออกกติกาใหม่ว่าภาพยนตร์ที่จะเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ต้องมีคุณสมบัติคือ (1) ต้องฉายในโรงภาพยนตร์ครบทั้ง 5 ภูมิภาค อย่างน้อย 5 จังหวัดใหญ่ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช ฉายผ่านสตรีมมิ่งอย่างเดียวไม่ได้ และ (2) ต้องมียอดผู้ชมไม่ต่ำกว่า 50,000 คน

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า กติกาดังกล่าวเป็นการจำกัดคนที่เข้ามาแสดงความสามารถในวงการภาพยนตร์ไทย ทำให้ผู้สร้างหนังรายเล็กที่หลายคนทำภาพยนตร์เฉพาะทาง ขาดทรัพยากรและอำนาจต่อรอง แทบไม่มีโอกาสแจ้งเกิดผ่านเวทีประกาศรางวัลด้านภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

จึงเห็นว่าคนในวงการภาพยนตร์ที่ไม่เห็นด้วยกับกติกานี้ ควรรวมตัวกันพูดคุยหาทางออกร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์เเห่งชาติ ขณะเดียวกันสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์เเห่งชาติเอง ก็ควรมีบทบาทเป็นตัวแทนของคนในวงการภาพยนตร์ที่มีความหลากหลายให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เป็นเพียงตัวแทนของนายทุนไม่กี่เจ้า โดยเฉพาะบางเจ้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตและเจ้าของโรงฉาย ซึ่งถือเป็นการกินรวบทั้งกระดาน อย่าปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นบรรทัดฐานของวงการภาพยนตร์ไทย

ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กังวลว่าจะเป็นปัญหาระยะยาวจากเรื่องนี้ คือประเทศไทยจะไม่มีคนตัวเล็กที่ทำภาพยนตร์ดี ๆ ในแง่มุมต่าง ๆ ออกมา โดยเฉพาะภาพยนตร์เฉพาะทาง ที่ตนเชื่อว่ามีตลาดอยู่ในเมืองไทยและต่างประเทศ เช่น ภาพยนตร์ของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล หรือ ‘เจ้ย’ ซึ่งเคยได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปาล์มทองคํา จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์

“หนังของเจ้ย ตลาดในเมืองไทยไม่ใช่ตลาดใหญ่มาก ไม่ได้เป็นที่รู้จักวงกว้าง แต่ในตลาดต่างประเทศกลับมีนายทุนอยากส่งเสริม แม้มีแง่มุมที่ดีว่าเป็นการแสดงให้เห็นว่าฝีมือผู้กำกับชาวไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย ว่าทำไมหนังแบบนี้ประเทศไทยไม่ส่งเสริม ไม่ได้รางวัล แต่กลับไปได้รางวัลจากประเทศอื่น ทั้งที่คนไทยเป็นผู้ผลิต เป็นเจ้าของเนื้อหา แต่ประเทศไทยและวงการภาพยนตร์ไทยไม่สามารถได้ประโยชน์จากงานของคนไทยอย่างเต็มร้อย” อภิสิทธิ์กล่าว

วงการหนังไทยระอุ ร่วม #แบนสุพรรณหงส์  หลังประกาศกติกาใหม่ ส่อกีดกันหนังฟอร์มเล็ก

กำลังเป็นประเด็นร้อนเลยทีเดียว สำหรับดรามาเกี่ยวกับกติกาการคัดเลือกภาพยนตร์เข้าร่วมชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ที่คนทำหนังหลายคนโวยว่าไม่ยุติธรรม

โดยสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติออกกติกาใหม่ว่า หนังที่จะเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ได้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

▪️ ต้องฉายในโรงภาพยนตร์ ฉายผ่านสตรีมมิ่งอย่างเดียวไม่ได้

▪️ ต้องฉายในโรงครบทั้ง 5 ภูมิภาค อย่างน้อยใน 5 จังหวัดใหญ่ คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช

▪️ ต้องมียอดผู้ชมไม่ต่ำกว่า 50,000 คน

ทั้งนี้ คนในวงการส่วนใหญ่มองว่าเกณฑ์การคัดเลือกนั้นเอื้อผลประโยชน์ให้กับค่ายใหญ่ ซึ่งมีภาพยนตร์ถึง 11เรื่องด้วยกันที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก หนึ่งในนั้นคือเรื่อง "เวลา" (Anatomy of Time) ที่เพิ่งคว้ารางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม "คมชัดลึกอวอร์ดครั้งที่19" และรางวัลจากต่างประเทศมาแล้ว

ศราวุธ แก้วน้ำเย็น ผู้กำกับศิลป์เรื่องดังกล่าวได้โพสต์ว่าภูมิใจมากที่ได้รางวัล คมชัดลึกอวอร์ด หลังจากที่ได้รางวัลจากหลายประเทศทั่วโลก แต่ถูกตัดสิทธิเอาชื่อออก ไม่ผ่านเกณฑ์การเข้าชิงรางวัลของเวทีใหญ่ "...หงส์มีหลักเกณฑ์ ใหม่ที่เพิ่งตั้งในปีนี้ว่า ว่าภาพยตร์ที่จะเข้าคัดเลือกต้องมีการเข้าฉายในโรงภาพยตร์ให้ครบ 5 ภูมิภาค ของประเทศไทย แต่ภาพยนตร์เรื่อง Anatomyoftime ไม่ได้ไปฉายให้ครบทุกภาคของประเทศก็เลยไม่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน"

ด้านคุณชายอดัม หรือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวพร้อมเผยว่า ปีนี้ถามทางสมาคมสมาพันธ์ไปแล้วและได้คำตอบว่าไม่สามารถปรับเปลี่ยนกติกาได้ และจะพิจารณาใหม่ในปีหน้า ลั่น "ปีนี้ขอไม่ไปสุพรรณหงส์นะครับ"

ต่อมา หรินทร์ แพทรงไทย นักตัดต่อเจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ ก็ได้โพสต์ #แบนสุพรรณหงส์ "เนื่องจากเกณฑ์การคัดเลือกหนังที่เข้ารอบไม่เป็นธรรม ผมจึงขอเรียกร้องให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทีมงานภาพยนตร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง งดการมีส่วนร่วมกับงานสุพรรณหงส์ที่จัดโดยสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ เพื่อเป็นการแสดงออกว่าพวกเราไม่ยอมรับเกณฑ์การคัดเลือกหนังที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับหนังค่ายใหญ่ สมาพันธ์ควรมีหน้าที่ส่งเสริมและยกระดับหนังไทยให้มีพื้นที่ฉายอย่างทั่วถึง ไม่ใช่การเอาเกณฑ์การฉายมาตัดสิทธิ์หนังในการคัดเลือกรางวัลจนเหมือนเป็นการฆ่าอุตสาหกรรมหนังไทยด้วยกันเอง ปีที่แล้วเรียกร้องให้ทีมงานได้พูดตอนรับรางวัล นอกจากจะไม่ได้แล้วปีนี้ตัดสิทธิ์หนังที่ฉายไม่ครบทุกภาคเฉยเลย #ไม่ให้ค่างานที่ไม่เห็นคุณค่าคนทำงาน"

พัฒนาการเรียนภาษาอังกฤษอย่างไรดี เมื่อไทยรั้งท้าย? | TIME TO KNOW EP.19

“พัฒนาการเรียนภาษาอังกฤษอย่างไรดี เมื่อไทยรั้งท้าย? คลิปนี้ได้พูดคุยกับ พลเรือตรีหญิง ดร.พัชรา วัดอักษร อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ อดีตนายทหารจากกองทัพเรือไทย ที่เป็นผู้ริเริ่มหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษของศูนย์ภาษาฯ ของกองทัพเรือ ซึ่งจะมาพูดคุยกันถึงมุมมองการเรียนการสอนภาษาอังกฤษว่าควรพัฒนาไปทิศทางไหน เมื่อไทยยังถูกจัดอันดับด้านภาษาอังกฤษรั้งท้าย ติดตามได้ในคลิปนี้

วันนี้ได้รับเกียรติจาก พลเรือตรีหญิง ดร.พัชรา วัดอักษร
อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ

ดำเนินรายการโดย อ๊อดโต้ วสันต์ 
Content Manager THE STATES TIMES

‘พัดไม้ไผ่ไทย’ ดังไกลเข้าตาแบรนด์ระดับโลก หลัง ‘Shake Shack’ ฟาสต์ฟู้ดดังสั่งทำเป็นของชำร่วย

'พัดไม้ไผ่' หรือ 'พัดสานไม้ไผ่' ฝีมือคนไทยที่เราต่างคุ้นตาปังไม่เลิก ล่าสุดสะดุดตาแบรนดฟาสต์ฟู้ดชื่อดังระดับโลก มอบให้ประดิษฐ์ของชำร่วยให้

โดยเพจเฟสบุ๊ก 'สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย' (sacit) ได้โพสต์เนื้อหารายละเอียดใจความว่า "พัดสานไม้ไผ่ เป็นหัตถกรรมที่คนไทยคุ้นชินเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นของใช้ที่ทุกคนต้องมีติดบ้าน ใช้สำหรับพัดเตาไฟ หรือพัดเพื่อคลายร้อน โดยวัสดุหลักที่ใช้เป็นพืชพื้นถิ่นตามธรรมชาติ คือ ไม้ไผ่"

"...แต่ปัจจุบันความนิยมใช้พัดสานลดน้อยลงตามกาลเวลา แต่สำหรับครูระยอง แก้วสิทธิ์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2557 ของ sacit ยังคงมุ่งมั่นที่จะสืบสานทักษะเชิงช่างของคนไทยประเภทนี้ไว้ เสน่ห์ของงานพัดของครูนอกจากความละเอียดในการสานเส้นไม้ไผ่ทีละเส้นอย่างประณีตแล้ว ยังโดดเด่นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและการให้สีสันและลวดลายของพัดให้เป็นเส้นสาย ตัวอักษร ภาพนักษัตร 12 ราศี และ รูปร่างสิ่งของต่าง ๆ สื่อถึงความมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร้ขอบเขต โดยปราศจากกรอบหรือกฎเกณฑ์ทำให้กลายเป็นพัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว"

"...ครูระยองยังได้รวมกลุ่มชาวบ้านในชุมชนบ้านแพรกมาทำหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่เป็นอาชีพ จนได้รับการยอมรับว่าพัดสานไม้ไผ่เป็นหัตถกรรมไทยที่มีชื่อเสียงและได้รับการยกย่องให้เป็นเอกลักษณ์ของ อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา กลายเป็นสินค้าที่ใครผ่านไปเที่ยวต้องซื้อหากลับมาเป็นของที่ระลึกอยู่เสมอ ความช่างคิดประดิษฐ์ทำของครู และยังสะท้อนเรื่องราวผ่านลวดลายบนพัดตามจินตนาการ ทำให้ได้พัดเก๋ๆเท่ๆไม่เหมือนใคร จนไปเข้าตาแบรนด์ระดับโลกอย่าง Shake Shack ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาซึ่งได้มาเปิดสาขาในไทย ปิ๊งไอเดียให้ครูรังสรรค์ลวดลายของพัดเป็นรูปเบอร์เกอร์สีเขียว อันเป็นสัญลักษณ์ของ Shake Shack ได้อย่างสวยงาม เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกแก่ลูกค้า สร้างความประทับใจและสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาในงานหัตถกรรมจักสานของไทยอย่างแท้จริง"

กทม. สั่งหยุดเก็บค่าผ่านทาง ‘ข้ามคลองพระโขนง’ พร้อมให้รื้อป้อมเก็บเงิน เปิดเป็นสาธารณะใช้สอยร่วมกัน

(30 มี.ค.66) ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (ปลัด กทม.) เปิดเผยถึงกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ว่าฯ กทม.เพื่อขอให้ตรวจสอบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กรณีการการสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง หรือสะพานแสนสำราญ บนพื้นที่โครงการ T77 บริเวณซอยสุขุมวิท 77 เพื่อออกสู่ถนนปรีดีพนมยงค์ 2 เขตวัฒนา ภายหลังมีการสร้างเสร็จแล้วปรากฏว่า มีการตั้งตู้เก็บค่าผ่านทาง ซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ว่า ทาง กทม.มีการสืบหาข้อเท็จจริง โดยทำหนังสือสอบถามไปยัง สำนักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ทาง สผ.ตอบกลับมาว่า EIA ดังกล่าว ไม่ได้ระบุให้มีการจัดเก็บค่าผ่านสะพานและถนนภาวะจำยอมแต่อย่างใด และกำหนดมาตรการจัดทำป้าย เพื่อแสดงให้บุคคลภายนอกพื้นที่โครงการได้ทราบว่าถนนภาวะจำยอมดังกล่าว มีสภาพใช้ประโยชน์เป็นถนนสาธารณะเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถใช้สัญจรได้

ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งกระทรวงกลาโหม  เลื่อนปลดประจำการ ‘ทหารเกณฑ์’ คราวละ 1 ปี

(30 มี.ค.66) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 275/2566 เรื่อง การเลื่อนกําหนดเวลาปลดทหารกองประจําการที่สมัครใจรับราชการในกองประจำการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ด้วยกระทรวงกลาโหมมีเหตุจำเป็นเลื่อนกำหนดปลดทหารกองประจำการ เพื่อพัฒนาการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจําการไปสู่ระบบทหารกองประจําการอาสาสมัคร โดยให้ทหารกองประจําการที่รับราชการครบกําหนดเวลาปลด รับราชการในกองประจําการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2479 และความในมาตรา 24 วรรค 5 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 จึงกำหนดการปฏิบัติในการเลื่อนกำหนดเวลาปลดประจำการ ดังนี้

- ยกเลิกคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 1388/2555 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2555 เรื่อง การเลื่อนกำหนดเวลาปลดทหารกองประจำการที่สมัครใจรับราชการในกองประจำการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์

- ให้เลื่อนกำหนดเวลาปลดทหารกองประจำการเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ คราวละ 1 ปี เว้นแต่มีกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถส่งทหารกองประจำการเข้ารับราชการได้ตามวงรอบปกติ ให้เลื่อนกำหนดเวลาปลดเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ให้ตรงตามวงรอบการปลดได้ แต่ต้องมีเวลารับราชการในกองประจำการในการเลื่อนกำหนดเวลาปลดทหารกองประจำการเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

- ให้ทหารกองประจำการที่รับราชการด้วยความขยันหมั่นเพียร มีความประพฤติดี และมีอายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.ที่จะเลื่อนปลดนั้น สมัครขอรับราชการในกองประจำการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ได้

‘ธนาธร’ ปราศรัยร้อยเอ็ด ชู น้ำประปาดื่มได้-รถเมล์ไฟฟ้า ขอโอกาส ปชช. กา ‘ก้าวไกล’ นำพาความเจริญสู่ประเทศ

(30 มี.ค. 66) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ลุยหาเสียงเวทีปราศรัยย่อยทั่วจังหวัดร้อยเอ็ด ขอโอกาสเลือกพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล นำพาความเจริญก้าวหน้าสู่สังคมไทย ไปสร้างประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตย

โดยในระหว่างการหาเสียง นายธนาธรได้ยกบทเรียนจากไต้หวัน ว่าเมื่อ 45 ปีก่อน รายได้คนไทยกับคนไต้หวันใกล้เคียงกัน แต่ผ่านมา 45 ปี คนไต้หวันรวยกว่าคนไทย 5 เท่า อะไรทำให้เป็นเช่นนั้น หากเรียนรู้จากไต้หวันหรือญี่ปุ่น จะเห็นคำตอบว่าเทคโนโลยีคือคำตอบ

“ลูกหลานคนอีสานที่ไปทำงานที่ระยอง ทั้งหมดเป็นบริษัทต่างชาติ แต่ไม่มีเทคโนโลยีของคนไทยเลย เมื่อไม่มีเทคโนโลยีของตัวเองก็แข่งขันไม่ได้ ดังนั้น เราต้องลงทุนในเทคโนโลยี อุตสาหกรรม เพื่อสร้างงาน สร้างสินค้า และเอาส่วนแบ่งจากตลาดโลกมาให้คนไทย” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร เสนอบทเรียนจากเทศบาลตำบลอาจสามารถ ในฐานะความสำเร็จในการสร้างน้ำประปาดื่มได้ เพื่อย้ำว่า คณะก้าวหน้าไม่ได้ทำได้แค่น้ำประปาที่ใสสะอาด แต่เป็นน้ำประปาดื่มได้ ทั้งหมด วัดค่าเป็นวิทยาศาสตร์ และการจะควบคุมคุณภาพของน้ำประปาได้ ต้องมีเซนเซอร์และสมาร์ทมิเตอร์ ไม่จำเป็นต้องมีคนจดค่ามิเตอร์ แต่ส่งข้อมูลประมวลผลด้วยระบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถสร้างอุตสาหกรรมน้ำประปาสะอาดขึ้นมาได้ ให้คนไทยกว่า 66 ล้านคน ไม่ว่าจะเกิดที่จังหวัดไหน มีสิทธิใช้น้ำประปาสะอาดเท่าเทียมกัน หากสร้างอุตสาหกรรมน้ำประปาดื่มได้ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท

นายธนาธร กล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลยังมีนโยบายสร้างอุตสาหกรรมรถเมล์ไฟฟ้า ที่คิดค้นด้วยวิศวกรคนไทย เพื่อทำให้ขนส่งสาธารณะเป็นทางเลือกของการเดินทางของคนไทยมากขึ้น ลดปัญหารถติด ค่าใช้จ่าย ฝุ่นควัน ฯลฯ ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย หากใช้รถเมล์ไฟฟ้าเชื่อมโยงสถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ทำให้เดินทางเข้าถึงสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และช่วยสร้างงานที่มีคุณภาพให้ลูกหลาน กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นายธนาธร ทิ้งท้ายด้วยการขอโอกาสจากประชาชนให้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล โดยกล่าวว่า หากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เชื่อว่าจะนำความก้าวหน้ามาให้สังคมไทย และสิ่งเหล่านี้เป็นภารกิจที่จะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ในการสร้างสังคมที่ดีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นเวลาของความทะเยอทะยาน ที่ต้องกล้าคิด กล้าทำ เพราะหากทำแบบเดิม ก็ได้เช่นเดิม

‘จุรินทร์’ ดีเบตเศรษฐกิจ ชู ‘สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ’ ขอโอกาส ให้ ‘ปชป.’ ได้เป็นรัฐบาล ช่วยขับเคลื่อนประเทศ

(30 มี.ค. 66) ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมเสนอนโยบายของพรรคในเวทีตอบข้อซักถาม ‘มุมมองของภาคธุรกิจต่อนโยบายขับเคลื่อนประเทศ’ จัดโดย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนทำงานร่วมกับสภาหอการค้า 4 ปีเต็ม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งพรรคการเมืองที่จะพาประเทศไปข้างหน้าหลังเลือกตั้งได้ อย่างน้อยต้องมี 2 ข้อ คือ 1.) หลักคิดในการพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน และ 2.) ต้องมีกลไกขับเคลื่อนประเทศที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

ขณะที่มีหลายพรรคพูดถึงนักการเมือง ระบบราชการ แต่เท่านี้ไม่พอ เพราะภาคประชาชนและเอกชน ก็เป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ถ้า ปชป.ตั้งรัฐบาล กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาประเทศรวมทั้งเศรษฐกิจ คือ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จะต้องมีบทบาทมากขึ้น และเป็น ‘New กรอ.’ ที่ไม่ใช่ประชุมในห้องแอร์ สั่งการแล้วจบ แต่ กรอ. ต้องขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพ และผลสัมฤทธิ์จริงในการแก้ปัญหาประเทศ

“ถ้า ปชป.เป็นรัฐบาล นายจุรินทร์เป็นนายกฯ ผมจะเชิญท่านสนั่น (ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย) แล้วเข้าไปร่วมกันแก้ปัญหาเหมือนที่เราทำกันใน กรอ.พาณิชย์ ทำจริง เห็นผลจริง” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า หลักคิดของ ปชป.ในการพาประเทศไทยไปข้างหน้า จะต้องอยู่ในกรอบยุทธศาสตร์ ‘สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ’ โดย ‘สร้างเงิน’ นั้น เป็นการสร้างเงินให้ทั้งคนไทยและประเทศ ด้วยการประกันรายได้คนไทยและประกันรายได้ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการประกันรายได้จากการส่งออกหรือการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ ปชป.ให้ความสำคัญทั้งเศรษฐกิจฐานราก เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจมหภาค รวมทั้งการลดความเหลื่อมล้ำและโครงสร้างพื้นฐาน

“นันทิดา” เดินหน้ายกระดับคนสมุทรปราการ!! ประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า สะดวก รวดเร็ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ภายในห้องประชุม Suanluang Ballroom 1-3 โรงแรมโนโวเทล บางนา กรุงเทพ อบจ.สมุทรปราการ ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ประกอบการขนส่ง และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้โครงการจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนธุรกิจข้อกำหนดขอบเขตและร่างสัญญาว่าจ้างเอกชนให้บริการเดินรถโดยสาร ประจำทางไฟฟ้าของจังหวัดสมุทรปราการ โดยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทาง สะดวก รวดเร็ว อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

โดยมี นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วย ดร.พิริยะ โตสกุลวงศ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ นายสรากร บรรจงจิตต์ ผู้อำนวยการกองผังเมือง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวรายงานการประชุม โดยมี นายศรัณย์ บุญญะศิริ ผู้จัดการโครงการฯ พร้อมทั้งนำเสนอการให้บริการเดินรถรถโดยสารประจำทางไฟฟ้าเส้นทางสถานีเคหะสมุทรปราการ (สถานีเคหะฯ) ไปถึงสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ / ตลาดคลองด่าน

ภายในที่ประชุมได้มีการเสวนาในหัวข้อ บริการรถโดยสารประจำทางไฟฟ้าเพื่อตอบสนองการขยายตัวทางเศรษฐกิจในฝั่งตะวันออกของจังหวัดสมุทรปราการ โดยการเสวนานั้น ประกอบด้วย นายทิวัตถ์ บ่มไล่ หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ ดร.ภัทรพล พรหมมัญ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี วิทยาเขตสมุทรปราการ ดร.พิริยะ โตสกุลวงศ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนผู้แทนจากกรมทางหลวง และนายศรัณย์ บุญญะศิริ ผู้จัดการโครงการฯ พร้อมทั้งตอบประเด็นข้อซักถามและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น 

ทั้งนี้ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบให้ บริษัท เอเอ็มพี คอนซัลแตนท์ จำกัด ดำเนินการศึกษา โครงการจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนธุรกิจข้อกำหนดขอบเขตและร่างสัญญาว่าจ้างเอกชนให้บริการเดินรถโดยสารประจำทางไฟฟ้าของจังหวัดสมุทรปราการ บัดนี้ การศึกษาได้ดำเนินการมาในระยะเวลาหนึ่ง 

'พปชร.' เคาะแล้ว!! รายชื่อ 92 ปาร์ตี้ลิสต์ ชัดเจน!! 'พล.อ.ประวิตร' เบอร์ 1 

(30 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร. 92 คน ดังนี้...

ลำดับที่ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 
ลำดับที่ 2 นายสันติ พร้อมพัฒน์ 
ลำดับที่ 3 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 
ลำดับที่ 4 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ 
ลำดับที่ 5 นายอุตตม สาวนายน 
ลำดับที่ 6 นายไพบูลย์ นิติตะวัน 
ลำดับที่ 7 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
ลำดับที่ 8 น.ส.พิม อัศวเหม
ลำดับที่ 9 นายวิรัช รัตนเศรษฐ
ลำดับที่ 10 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

ลำดับที่ 11 นายสกลธี ภัททิยกุล 
ลำดับที่ 12 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ 
ลำดับที่ 13 นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 
ลำดับที่ 14 นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ 
ลำดับที่ 15 นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ 
ลำดับที่ 16 น.ส.ธนพร ศรีวิราช 
ลำดับที่ 17 นายนิพันธ์ ศิริธร 
ลำดับที่ 18 นายอภิชัย เตชะอุบล 
ลำดับที่ 19 พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ 
ลำดับที่ 20 นายปัญญา จีนาคำ

ลำดับที่ 21 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 
ลำดับที่ 22 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ 
ลำดับที่ 23 นางสมพร จูมั่น 
ลำดับที่ 24 นายชวน ชูจันทร์ 
ลำดับที่ 25 นายวิเชียร ชวลิต 
ลำดับที่ 26 นายโกมินทร์ ทีฆธนานนท์ 
ลำดับที่ 27 นางวลัยพร รัตนเศรษฐ 
ลำดับที่ 28 นายสุพร ดนัยตั้งตระกูล 
ลำดับที่ 29 นายธนสาร ธรรมสอน 
ลำดับที่ 30 นายสุธี พงษ์เพียรชอบ 

ลำดับที่ 31 นายพิริยะ โตสกุลวงศ์
ลำดับที่ 32 นายไพรัตน์ ตันบรรจง 
ลำดับที่ 33 นายธนากร มณีโชติ 
ลำดับที่ 34 นายคุณปิน ติรณศักดิ์กุล 
ลำดับที่ 35 นายบำรุง สักลอ 
ลำดับที่ 36 นายเกรียงศักดิ์ ภู่พันธ์ตระกูล 
ลำดับที่ 37 นายราม คุรุวาณิชย์ 
ลำดับที่ 38 นายทักษิณ แก้วสามดวง 
ลำดับที่ 39 นายสมพร ดำพริก 
ลำดับที่ 40 นายภัฎ สุริวงษ์

ลำดับที่ 41 นายธีธวัช คำเงิน 
ลำดับที่ 42 นายจาตุรงค์ ถนามกลาง 
ลำดับที่ 43 พ.ต.อ.วีระ สนจุมภะ 
ลำดับที่ 44 นางมลธิชา ไชยบาล 
ลำดับที่ 45 นายปิยทัศน์ พรพินิจพจศ์ 
ลำดับที่ 46 พ.ต.ท.อนุรักษ์ จิรจิตร 
ลำดับที่ 47 น.ส.ปุณิกา เศรษฐกุลดี 
ลำดับที่ 48 นางภัทมน เพ็งส้ม 
ลำดับที่ 49 นายพนม ประเสริฐศรี 
ลำดับที่ 50 นายกีรติ เจริญศรี

ลำดับที่ 51 นายประวัติ กองเมืองปัก
ลำดับที่ 52 น.ส.สีตีฮาหยาด ปีไสย 
ลำดับที่ 53 นายไพฑูรย์ ผิวผาง 
ลำดับที่ 54 นายสิทธิพร แช่ม 
ลำดับที่ 55 นายประเสริฐ ขาวกิจไพศาล 
ลำดับที่ 56 นางจิราภรณ์ สุพล 
ลำดับที่ 57 นายสฤษฎ์พัฒน์ ภมรวิสิฐ 
ลำดับที่ 58 นางวิชญาดา บุญฤทธิ์ 
ลำดับที่ 59 นายวัชรพงศ์ ปิโย 
ลำดับที่ 60 นายโนชญ์ ชาญด้วยกิจ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top