Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

‘เซเลนสกี’ หวั่นถูกตัดออกจากการเจรจา ‘ยูเครน-รัสเซีย’ อาจใช้ทุกวิถีทางล้มโต๊ะประชุมระหว่าง ‘ปูติน-ทรัมป์’

(14 ส.ค. 68) นักวิชาการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชาวเวียดนาม ดร. ฮวง เจียง (Hoang Giang) กล่าวกับสำนักข่าวสปุตนิกว่า ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กังวลอย่างมากที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาพลักษณ์และอำนาจของเขา

ดร.ฮวง เจียง แสดงทรรศนะว่า เซเลนสกีและทีมงานอาจพยายามทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางการประชุมครั้งนี้ หรืออย่างน้อยสร้างความกังวลและเงื่อนไขลบต่อการเจรจา พร้อมอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีฮังการี วิคเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orban) ว่า “ถ้าไม่ได้อยู่ที่โต๊ะเจรจา คุณก็กลายเป็นอาหารของฝ่ายอื่น”

ขณะที่ กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ข้อมูลข่าวกรองหลายแหล่งชี้ว่ารัฐบาลยูเครนอาจวางแผนการยั่วยุให้สับสนและขัดขวางการประชุมระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ที่มีกำหนดวันศุกร์นี้ (15 ส.ค.) โดยอาจใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นในเขตชูเกียฟของภูมิภาคคาร์คิฟใกล้ชายแดนรัสเซีย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสูญเสียต่อพลเรือนอย่างมาก

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียเตือนว่า อาจเกิดการยั่วยุในเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลยูเครนได้เช่นกัน และนักข่าวตะวันตกที่อยู่ในพื้นที่อาจรายงานเหตุการณ์ทันที ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันทางสื่อและการเมืองต่อการประชุมระหว่างผู้นำโลก

ตำรวจกัมพูชา บุกจับ “วัน มรณา” อินฟลูฯ-แม่ค้าชื่อดัง คาดปมไลฟ์สดวิจารณ์รัฐบาล!! ปกปิดยอดทหารเสียชีวิต

(14 ส.ค. 68) ตำรวจจังหวัดกันดาล กัมพูชา บุกจับ “เชง เสร็ยร็วต” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ “วัน มรณา” อินฟลูเอนเซอร์และแม่ค้าผลิตภัณฑ์ความงาม (Love Riya) ที่บ้านพักในโครงการ Borey ML Tiara 50m เมืองตาเขมา โดยการปฏิบัติการครั้งนี้มีการประสานงานระหว่างสำนักงานอัยการกับกองบัญชาการตำรวจจังหวัด ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

หลังจับกุม ตำรวจได้นำตัว “เชง เสร็ยร็วต” ไปสอบสวนที่สำนักงานตำรวจจังหวัด โดยยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุหรือข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ยืนยันเพียงว่าจะดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียด และปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อและสังคม เนื่องจาก “เชง เสร็ยร็วต” เป็นบุคคลมีชื่อเสียงในกัมพูชา ขณะเดียวกันมีหลายเพจทั้งในไทยและต่างประเทศรายงานตรงกันว่า ก่อนถูกจับ เธอเพิ่งไลฟ์สดวิจารณ์รัฐบาลว่าปกปิดยอดทหารเสียชีวิต

ทั้งนี้ “เชง เสร็ยร็วต” เคยเป็นที่รู้จักกว้างขวางจากภาพไวรัลที่แต่งชุดทหารหญิงใส่ส้นสูง เดินแจกของให้กองทัพกัมพูชา สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์มาก่อนหน้านี้

‘หุ่นยนต์สี่ขา’ จากจีน วิ่งเร็วทุบสถิติ ‘กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด’ โค่นเกาหลีใต้!! ระยะ 100 เมตร วิ่งได้ 16.33 วินาที

(14 ส.ค. 68) มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงในจีน ประกาศความสำเร็จ เมื่อเจ้า 'ไวท์ไรโน' (White Rhino) หุ่นยนต์สี่ขา พัฒนาร่วมโดยศูนย์ X-Mechanics คณะวิศวกรรมการบินและอวกาศ และศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกหางโจว สามารถวิ่ง 100 เมตร ได้ในเวลาเพียง 16.33 วินาที ทำลายสถิติโลก “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” เดิมของหุ่นยนต์ 'ฮาวด์' (Hound) จากเกาหลีใต้ที่เคยทำไว้ 19.87 วินาที เมื่อปี 2022 

ศาสตราจารย์หวัง หงเทา (Wang Hongtao) หัวหน้าโครงการเผยว่า การวิ่งระยะสั้น 100 เมตร เป็นบททดสอบทั้งพลัง ความเร็ว ความมั่นคง และการควบคุมท่ามกลางความเร็วสูง พร้อมย้ำว่าผลสำเร็จครั้งนี้สะท้อนว่าทีมวิจัยมาถูกทางด้านเทคโนโลยี

สำหรับจุดเด่นของไวท์ไรโนคือ แนวคิดการออกแบบ (Robot Forward Design) ที่จำลองการทำงานของข้อต่อและมอเตอร์ในหลายสภาพแวดล้อม เพื่อหาการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดตั้งแต่ต้น พร้อมติดตั้งชุดขับเคลื่อนกำลังสูงที่ทีมพัฒนาขึ้นเอง ทำให้ทั้งแรงบิดและการตอบสนองอยู่ในระดับเดียวกับ “กล้ามเนื้อนักแข่งจริง”

นอกจากนี้ ไวท์ไรโนยังแบกน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม จึงเหมาะกับการใช้งานในภารกิจช่วยเหลือภัยพิบัติ หรือการขนส่งในพื้นที่ทุรกันดาร โดยเป้าหมายต่อไปของทีมคือการต่อยอดให้หุ่นยนต์ไม่เพียง 'วิ่งเร็ว' แต่ต้อง “วิ่งได้อย่างมีประโยชน์ต่อสังคม” ด้วย

โฆษก ตร. แจง ผบ.ตร.ให้ความสำคัญคำของบประมาณให้คำนึงถึงประชาชน 

สวัสดิการตำรวจที่ขาดแคลน ทุกรายการหน่วยงานในสังกัดเสนอคำขอตามความต้องการในงบลงทุน ปี 69 ตร.ถูกตัดได้รับเพียง 15,000 ล้านบาทเศษ ไม่ใช่ 23,000 กว่าล้านบาทตามกล่าวอ้าง ซึ่งเป็นเพียงยอดคำขอแรก ส่วนบ้านพักตำรวจผู้ใหญ่ 7 หลัง ตร.เสนอขอตัดออกเองเพื่อความเหมาะสม 

(14 ส.ค. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สกพ./โฆษก ตร.) กล่าวว่า กรณีที่ปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ มีประเด็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับงบประมาณจำนวน 23,000 ล้านบาทเศษ นำไปใช้ในการก่อสร้างอาคารจำนวนมาก และมีการสร้างบ้านพัก 7 หลัง สำหรับข้าราชการตำรวจระดับสูงนั้น ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากข่าวที่ปรากฎออกไปเป็นการนำเสนอข่าวที่มีข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้สังคม ประชาชน อาจจะเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการของบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในบางประเด็น จึงขอเรียนว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ความสำคัญกับสวัสดิการความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจ เพื่อการปฏิบัติงาน การให้บริการประชาชน ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งการอำนวยความสะดวก ดูแลพี่น้องประชาชนตามอำนาจหน้าที่ จึงกำชับหน่วยในการเสนอของบประมาณปี 69 ให้คำนึงถึงเรื่องดังกล่าวประกอบคำขอ

โดยในคำเสนอของบประมาณปี 2569 ประเภทงบลงทุน การจัดทำคำขอ ตั้งคำขอตามความจำเป็น และความต้องการของหน่วย/หน่วยงานตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจ กองบังคับการ และกองบัญชาการ ได้เสนอความต้องการขึ้นมาตามขั้นตอน กระบวนการ และระเบียบทุกประการ ซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองของ ตร. โดยคำของบประมาณ งบลงทุน จะประกอบด้วย ครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้าง มีจำนวน 1,726 รายการ เป็นเงินจำนวน 23,164 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยเสนอมาตามความต้องการ และสำหรับการตั้งคำขอรายการสิ่งก่อสร้าง หน่วยต้องมีความพร้อมในที่ดิน ปลอดภาระติดพัน มีหนังสือได้รับอนุมัติการใช้ที่ดิน แบบการก่อสร้าง มาตรฐานพร้อม

แต่กระบวนการ ขั้นตอนในการเสนอคำของบประมาณ จะต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ อนุกรรมาธิการ และกรรมาธิการ ของรัฐสภาตามกฎหมาย ซึ่ง ตร. ได้เข้าชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น ต่อกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการทุกคณะ และผ่านเป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภทงบลงทุนของ ตร.ที่เสนอขอมา ได้ขอตัด ถูกปรับลด คงเหลือ 649 รายการ เป็นเงิน 15,597ล้านบาทเศษ ซึ่งในงบประมาณส่วนนี้เป็นสิ่งก่อสร้างอาคารที่ทำการ/ที่พักอาศัย เป็นเงินงบประมาณจำนวน 5,401 ล้านบาทเศษ มิใช่ 23,000 ล้านบาทเศษ ตามที่มีการเสนอข่าวแต่อย่างใด และในรายการสิ่งก่อสร้างนี้ เป็นการที่ ตร. ขอเสนอตัดงบประมาณของ ตร.เองในส่วนของบ้านพักข้าราชการระดับสูง วงเงินกว่า 91 ล้านบาทเศษ แม้ว่าบ้านพักดังกล่าวจะเป็นการเสนอของบประมาณครั้งแรก แต่ ผบ.ตร.ให้ตัดออก เพื่อป้องกันความสับสนเข้าใจผิดของประชาชน และได้นำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในส่วนอื่นๆ ที่จำเป็นต่อประเทศชาติต่อไป
    
โฆษก ตร. กล่าวว่า ขอย้ำว่า ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญในการตั้งคำของบประมาณในด้านการปฏิบัติงาน การบริการประชาชน และสวัสดิการตำรวจ คำของบประมาณอาคาร สถานที่ทำการ ที่พัก จะคำนึงถึงความต้องการของหน่วย ซึ่งในปัจจุบันยังไม่เพียงพอกับจำนวนกำลังพล สภาพที่พักขาดแคลนกว่า 40,000 นาย จากกำลังพลทั้งหมดรวมกว่า 200,000 นาย รวมถึงคุรุภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่หลายรายการยังขาดแคลน โดยทุกรายการเป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบและราคากลางที่สำนักงบประมาณกำหนด ที่ทุกหน่วยเสนอตั้งคำของบประมาณตามความจำเป็น ตามภารกิจหน่วย ตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจเสนอพิจารณาตามลำดับชั้น ซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคณะกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ความพร้อมในทุกด้าน ตลอดจนพิจารณาเหตุผลความจำเป็น รวมถึง ตร.ให้ความสำคัญในการพิจารณางบประมาณของกรรมาธิการ ได้เสนอขอตัดงบบางรายการออก เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ประชาชน และประเทศชาติ

นอกจากนี้ โฆษก ตร. ระบุว่า ผบ.ตร. ได้กล่าวว่า การนำเสนอข้อมูลต่างๆ ก็เป็นไปได้ที่มีเข้าใจตามข้อมูลที่มี แต่อยากสื่อสารและนำข้อมูลที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพราะไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการใด และการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการทุกประเภท ก็ย่อมต้องใช้งบประมาณมาเพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่ เพื่อให้เกิดความสงบสุขของสังคมและพี่น้องประชาชนต่อไป

ILINK กวาดรายได้ครึ่งปีกว่า 3,092 ล้านบาท เดินหน้าปรับแผนรุกตลาดเสริมแกร่ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

ครึ่งปีแรกยังโตมั่นคง ILINK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 รายได้รวม 3,092.79 ล้านบาท กำไรสุทธิ 161.77 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจจัดจำหน่ายสัญญาณ ชู LINK AMERICAN & GERMAN RACK และเตรียมลุยโครงการสายเคเบิลใต้น้ำมูลค่ารวมกว่า 1.08 หมื่นล้านบาท

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก (มกราคม – มิถุนายน 2568) ทำรายได้รวม 3,092.79 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 161.77 ล้านบาท แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความท้าทาย แต่บริษัทยังคงรักษาความแข็งแกร่งในทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก พร้อมปรับกลยุทธ์เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality Growth) และสร้างโอกาสจากโครงการขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ด้านธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Cabling Distribution Business) ยังคงเป็นหัวใจหลักของ ILINK ที่สร้างรายได้ต่อเนื่องมากว่า 38 ปี โดยในไตรมาส 2 นี้ สร้างรายได้รวม อยู่ที่ 1,356.80 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 9.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 144.88 ล้านบาท ลดลง 12.47% อย่างไรก็ตาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ LINK AMERICAN และ GERMAN RACK ที่ได้รับความนิยมสูง และมีความต้องการอย่างต่อเนื่องในตลาดปัจจุบัน ดังนั้น บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ครอบคลุมทั้งสายสัญญาณ LINK AMERICAN และ 19"GERMANY EXPORT RACK โดยขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมเพิ่มไลน์สินค้าในกลุ่มสายสำหรับโซลาร์เซลล์ (Solar Cable) และสายสัญญาณสำหรับ Data Center ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตจากการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และดิจิทัล นอกจากนี้ หากการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เป็น 0% เกิดขึ้นจริง จะส่งผลบวกต่อสินค้ากลุ่มสาย Solar ที่ ILINK พร้อมนำเข้าจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกทันที

ส่วนธุรกิจวิศวกรรมโครงการ (Turnkey Engineering Business) ทำรายได้ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 267.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 0.36 ล้านบาท ลดลงถึง 99.31% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ปัจจุบันจะมี Backlog ไม่มาก และเป็นโครงการที่เลื่อนส่งมอบ หรือ ต้นทุนสูงซึ่งมีกำไรต่ำ แต่ผู้บริหารย้ำว่าผู้ลงทุนควรจับตาโครงการขนาดใหญ่ที่จะสร้างกำไรอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะ โครงการสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 115 เควี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ไปยังเกาะสมุย มูลค่า 1,800 ล้านบาท ซึ่ง ILINK ชนะการประมูลแล้ว และอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากบอร์ด PEA เพื่อเริ่มดำเนินการ และโครงการสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 230 เควี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) มูลค่า 9,015 ล้านบาท ที่บริษัทเตรียมเข้าประมูลร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยหากผ่านคุณสมบัติ และชนะการประมูล จะถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงภาพรวมธุรกิจวิศวกรรมโครงการของ ILINK อย่างชัดเจน

สำหรับธุรกิจโทรคมนาคม และดาต้าเซ็นเตอร์ (Telecom Business & Data Center) ยังคงเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของบริษัทฯ ในการให้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบสื่อสารในยุคดิจิทัล ในนาม บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ได้เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/2568 ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก พร้อมเตรียมเข้าร่วมโครงการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และเพื่อสังคม (USO Phase 3) ของ กสทช. เพื่อขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในครึ่งปีหลังและต่อเนื่องในอนาคต

โดยบริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาสนี้ อยู่ที่ 663 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากบริษัท (ITEL) 21 ล้านบาท แม้บริษัทย่อยขาดทุนสุทธิ 18 ล้านบาท จากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกค้ารายหนึ่ง แต่รายได้ประจำ (Recurring Income) ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากฐานลูกค้าองค์กรและเอกชน พร้อมสัญญาลูกค้ารายใหม่กว่า 10 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 มีมูลค่า Backlog รวม 1.8 พันล้านบาท นับว่า ITEL เดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการติดตั้ง และวางระบบคลาวด์ครบวงจร (Cloud Implementor) พร้อมยกระดับ Interlink Data Center ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยสากล PCI DSS เวอร์ชัน 4.0.1 ควบคู่กับการดำเนินโครงการ “ITEL Green Data Center” เพื่อลดการใช้พลังงานและส่งเสริมพลังงานสะอาด รองรับบริการ AI และ Cloud Infrastructure และช่วยลดต้นทุนพลังงาน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) กับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากต่างประเทศ เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายสื่อสาร ศูนย์ข้อมูล และระบบคลาวด์ระดับโลก ครอบคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อยกระดับสู่การเป็น “Regional Player” เต็มรูปแบบ

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ครึ่งปีหลัง เรามีความมั่นใจว่าจะเห็นการเติบโตที่ดีขึ้นจากทั้งรายได้ และงานในมือจำนวนมาก โดยเรายังคงยึดกลยุทธ์บริหารต้นทุนอย่างรัดกุม พร้อมการลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ แม้ได้ปรับเป้ารายได้ปี 2568 ลงจาก 7,120 ล้านบาท เหลือ 6,500 ล้านบาท (เติบโต 5% YoY) แต่เรามีปัจจัยบวกจากโครงการขนาดใหญ่ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต”

ด้วยศักยภาพของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ พร้อมด้วยกลยุทธ์การขยายตลาด และการเข้าร่วมโครงการขนาดใหญ่ ILINK มั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคง และยั่งยืน สร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายต่อไปตามหลักกลยุทธ์ Quality Growth หรือ เติบโต ต่อเนื่อง และยั่งยืน แบบมีคุณภาพ

‘อัครเดช’ ปลื้มถกร่างงบประมาณราบรื่น มั่นใจรัฐบาลโหวตผ่านแม้เสียงปริ่มน้ำ

โฆษก รทสช.ปลื้มประชุมงบประมาณมาครึ่งทางราบรื่น ฝ่ายรัฐบาลโชว์ปึ๊กเสียงโหวตผ่านเเม้ปริ่มน้ำ ชมฝ่ายค้านทำหน้าที่สร้างสรรค์ ย้ำร่วมมือกันเร่งผ่านงบประมาณแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน

(14 ส.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงภาพรวมของการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ว่า บรรยากาศการอภิปรายใน 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสร้างสรรค์ ทั้งในส่วนของรัฐบาลที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายรัฐบาลได้เข้าร่วมการประชุมครบองค์ประชุม ส่วนฝ่ายค้านก็ไม่ได้เล่นเกมการเมืองหรืออภิปรายนอกประเด็น นอกจากนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ตั้งข้อสังเกตและพยายามปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นลง ส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ก็ชี้แจงถึงสาเหตุการต้องปรับลดหรือไม่ปรับลดงบประมาณได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีและตนหวังให้ที่ประชุมรักษาบรรยากาศและองค์ประชุมไปตลอดจนกระทั่งถึงเย็นวันพรุ่งนี้ที่จะมีการลงมติร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระที่ 3

นายอัครเดช กล่าวว่า จากบรรยากาศการอภิปรายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายมองประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และยังได้ร่วมด้วยช่วยกันในการเร่งผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ 2569 ที่ถือเป็นกฎหมายและเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลที่จะมาช่วยแก้ปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาเศรษฐกิจ, ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อันจะช่วยให้ทุกปัญหาของคนไทยได้คลี่คลายและประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

“ขอย้ำว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ 2569 เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญมากที่ต้องผ่านเพื่อให้รัฐบาลได้มีงบประมาณในปีหน้ามาใช้จ่ายขับเคลื่อนประเทศและแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ อันจะช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้” นายอัครเดช กล่าวทิ้งท้าย

พิษณุโลก ชุดปฏิบัติภารกิจทางการช่างกองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลพัฒนาที่ 3  สนับสนุน การปฏิบัติภารกิจทางการช่าง กองทัพภาคที่ 2

(14 ส.ค. 68) กองพลพัฒนาที่ 3 นำโดย พลตรี สกนธ์ เพชรทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ร่วมกับ สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก (ส.อ.ร.ด.) นำโดย คุณประนอม ทิวะพันธุ์ นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก และผู้ที่มีจิตอาสา ได้จัดหาสิ่งอุกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจสนับสนุน กองทัพภาคที่ 2 เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และร่วมมอบสิ่งของ และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจทางการช่าง ตามแนวชายแดน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน ณ กองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ทั้งนี้ พลตรี สกนธ์ เพชรทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ได้กล่าวขอบคุณ คณะสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก และผู้ที่มีจิตอาสาที่ได้ร่วมจัดหาสิ่งอุปกรณ์มามอบให้ในครั้งนี้ 

แม่ทัพภาคที่ 2 เผย ‘ในหลวง’ ทรงห่วงใยทหารแนวหน้า พระองค์ติดตามสถานการณ์ชายแดน ‘ไทย–กัมพูชา’ ทุกวัน

(14 ส.ค. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยระหว่างบรรยายพิเศษที่โรงเรียนสาธิตฯ ม.เกษตรศาสตร์ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามและสอบถามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชากับแม่ทัพทุกวัน ผ่านกองงานในพระองค์ พร้อมทรงห่วงใยกองทัพที่ปฏิบัติภารกิจแนวหน้าในฐานะ “องค์จอมทัพไทย”

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังถ่ายทอดข้อความจากทหารแนวหน้าถึงประชาชนว่า หากคนไทยสู้และให้กำลังใจ ทหารก็พร้อมสู้เต็มที่ เพื่อปกป้องแผ่นดินที่บรรพบุรุษรักษาไว้ ยืนยันว่ากองทัพไทยปฏิบัติการภายในเขตแดนไทยเท่านั้น และพร้อมผลักดันผู้รุกล้ำออกจากพื้นที่

พร้อมฝากถึงเยาวชนให้มีสติในการเสพสื่อ ไม่หลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือนหรือสร้างความแตกแยก ควรตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันปกป้องสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ทิ้งท้ายให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงความหมายของผืนธงชาติไทย 3 สี คือ แดงแทนเลือดและการเสียสละเพื่อแผ่นดิน ขาวแทนศาสนาและคุณธรรม และน้ำเงินแทนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นจอมทัพนำคนไทยต่อสู้รักษาเอกราชจนมีแผ่นดินอยู่มาถึงปัจจุบัน

ดร.หิมาลัย หนุนบริจาครั้วหนามให้ทหารชายแดน ชี้! เป็น “น้ำใจของคนไทย” ไม่ใช่เรื่องงบประมาณ

(14 ส.ค.68) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีการขอรับบริจาครั้วหนามจากกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งกำลังเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม โดยเฉพาะในแวดวงการเมือง โดยระบุว่า การบริจาครั้วหนามไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่ากองทัพมีงบประมาณเพียงพออยู่แล้ว แต่จากประสบการณ์ตรงที่เคยไปเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและทหารที่ชายแดนสุรินทร์ ซึ่งได้เห็นภาพที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงได้พบว่ากำลังพลหลายคนไม่ได้อาบน้ำมา 2–3 วัน ใบหน้าดำคล้ำจากฝุ่นและแสงแดด พวกเขาเล่าให้ฟังว่า “ยิงกันไม่หยุดเลยครับพี่” แต่แม้จะเหนื่อยล้า กำลังใจของพวกเขายังเต็มเปี่ยม พร้อมปกป้องแผ่นดินไทยอย่างไม่ลังเล

ในสถานการณ์เช่นนั้น ไม่มีใครมีเวลามานั่งพิจารณาความเหมาะสมของการขอรับบริจาค พวกเขาต้องการสิ่งที่ใช้ได้ทันที และสิ่งนั้นคือ 'ความเร็ว' และ 'น้ำใจ' จากคนไทยด้วยกัน อีกทั้ง รั้วหนามไม่ใช่ยุทธภัณฑ์ ไม่ใช่อาวุธสงคราม แต่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป และสามารถช่วยป้องกันชีวิตของทหารแนวหน้าได้ เช่นเดียวกับที่ชาวบ้านเคยบริจาคอาหาร เสื้อผ้า หรือแม้แต่กางเกงในให้กับทหาร รั้วหนามก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถส่งต่อได้ด้วยใจ

อย่างไรก็ตาม บางคนอาจตั้งคำถามว่า “ทำไมไม่จัดซื้อ?” คำตอบคือ—แม้จะมีงบประมาณ แต่กระบวนการจัดซื้อไม่ใช่เรื่องที่ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ และในภาวะที่ต้องการความพร้อมสูงสุด การบริจาคจากประชาชนจึงเป็นทางเลือกที่มีคุณค่า ซึ่งตนอยากให้มองเรื่องนี้ในมุมของ “การให้” มากกว่าการ “ตั้งคำถาม” เพราะทหารหลายคนที่อยู่แนวหน้า ไม่มีแม้แต่โฉนดที่ดินเป็นชื่อของตัวเอง แต่พวกเขากลับยืนหยัดปกป้องแผ่นดินที่เป็นของเราทุกคน

การบริจาคลวดหนามอาจดูเล็กน้อย แต่ใครจะรู้ว่าเส้นนั้นจะช่วยปกป้องชีวิตใครไว้ได้บ้าง เหมือนกับการทำบุญ เราไม่รู้ว่าบุญจะไปคุ้มครองใคร แต่เราทำด้วยใจ และหวังว่าจะส่งผลดี

สุดท้ายนี้ ดร.หิมาลัย ได้ฝากไว้ว่า ถ้าท่านมีน้ำใจ ก็ให้เถอะครับ ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ไม่ต้องให้ แต่ขออย่าตำหนิกัน เพราะในยามที่ประเทศต้องการความร่วมมือ ทุกน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ล้วนมีความหมาย

จีนเป็นเจ้าภาพประชุมไม่เป็นทางการระหว่าง ไทย–กัมพูชา เตรียมความพร้อมก่อนประชุมความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง ครั้งที่ 10

(14 ส.ค. 68) นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เป็นเจ้าภาพการประชุมไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชาในวันที่ 14 สิงหาคม ณ เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง ครั้งที่ 10

การประชุมครั้งนี้มีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย และนายปรักสุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาเข้าร่วม โดยเป็นเวทีเตรียมการสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีที่เป็นกลไกสำคัญของประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า นายหวัง อี้ จะเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 14–15 สิงหาคม พร้อมมีกำหนดการหารือไม่เป็นทางการระหว่างจีน ลาว เมียนมา และไทยด้วย

สำหรับผลลัพธ์และรายละเอียดการประชุมไม่เป็นทางการ ไทย–กัมพูชา ทางผู้สื่อข่าวจะติดตามและรายงานให้ทราบต่อไป ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือและการประสานงานระหว่างประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top