Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘พิธา’ งานเข้า!! นักร้องตบเท้าแห่ยื่น กกต. สอบ 4 ประเด็น ชี้ เกี่ยวข้องกับมิติทางการเมือง เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง

(28 เม.ย. 66) ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นหลักฐานต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบ กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ให้สัมภาษณ์ผ่ายรายการของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถึงการร่วมงานศพคุณพ่อ ในช่วงรัฐประหาร​ เมื่อปี​ 2549

โดยนายเรืองไกร​ กล่าวว่า วันนี้จำเป็นต้องมายื่นร้องเรียน เพราะกรณีดังกล่าว เข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2561 มาตรา 73 (5) และต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะเกี่ยวข้องกับมิติทางการเมืองที่หาเสียง ทั้งที่ขณะนี้ก็อยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีคำพูดให้เกิดประเด็นทางสังคม ซึ่งเมื่อนำบทสัมภาษณ์ในรายการของสรยุทธ ไปเทียบกับรายการของนางสุริวิภา​ กุลตังวัฒนา​ หรือ ‘หนูแหม่ม​’ ที่นายพิธา​ ได้ให้สัมภาษ​ณ์เมื่อปี 2552 ซึ่งพิธาก็ได้ออกมาบอกว่าเป็นข้อเท็จจริงทั้งคู่

นายเรืองไกร​ กล่าวว่า​ จึงต้องยื่นร้องต่อ กกต. ซึ่งมีทั้งสิ้น 4 ประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก เรื่องที่นายพิธา อ้างว่า นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ซึ่งความจริงแล้วขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ของนายทักษิณ ชินวัตร

ประเด็นที่สอง นายพิธาบอกว่า คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 ขณะที่นายพิธา ได้โชว์ภาพกระดานงานศพ กำหนดจัดงาน ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.2549 โดยมีเจ้าภาพเป็นภรรยาและบุตร

ประเด็นที่สาม นายพิธา บอกว่า ตนทำงานเป็นข้าราชการการเมือง ช่วยงานนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในสมัยรัฐบาลของนายทักษิณ แต่นายพิธา ชี้แจงว่า ขณะนั้นตนเรียนหนังสือที่บอสตัน ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

ประเด็นที่สี่ นายพิธา บอกว่า ตนเองถูกอายัติเงินในบัญชี 2-3 เดือน และไม่สามารถนำเงินมาจัดงานศพคุณพ่อได้ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการควบคุมบัญชีต้องผ่านคำสั่งของ คมช. โดยขณะนั้นตนเองทำงานอยู่ที่ สตง.ไม่เคยเห็นรายชื่อของนายพิธาเข้าข่ายโครงการที่จะต้องตรวจสอบ

พร้อมกันนี้นายเรืองไกร ยังได้ยกคำ วินิจฉัยของ กกต. เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่าแลง เขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ว่ามีการหาเสียงอันเป็นเท็จ ต้องถูกดำเนินคดี

“หากตรวจสอบคนอื่นได้ ตนเองก็ต้องตรวจสอบได้เช่นกัน ในฐานะเป็นบุคคลสาธารณะ กกต.ต้องรีบดำเนินการพรรคที่อ้างว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ต้องตรวจสอบกันเอง เรื่องแบบนี้ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมขอให้ตรงไปตรงมา ตนเองอยู่การเมืองมา เคยตรวจสอบแล้วทุกฝ่าย” นายเรืองไกร​ กล่าว

เมื่อถามว่า กังวลว่าจะถูกฟ้องอีกหรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่า ไม่กลัว เพราะอย่างไรก็แล้วแต่ นายพิธาเป็นนักการเมืองมาแล้ว 4 ปี กรณีที่นายพิธาเคยฟ้อง คือ มาตรา 326 และ มาตรา 328 แต่มีมาตรา 329 คุ้มครอง ต่อมาทางกรรมการพรรคอนาคตใหม่บางท่านได้มาพูดคุยกับตน และในที่สุดเมื่อขึ้นศาล ทนายของพรรคก็ได้เจรจา และถอนไป ก็ขอบคุณ ตนร้องเรียนปกติ ถ้าวันนี้จะฟ้องอีก ตนก็ยินดี จะได้พิสูจน์ที่นายพิธาเคยระบุว่า ทุกคนควรถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่พอนายพิธาโดนเองกลับมาฟ้อง นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ประชาชนควรได้รับทราบ

คำต้องห้ามทางการบินทั่วโลก โทษหนัก!! แต่เบาหวิวในไทย

ไม่กี่วันก่อนมีข่าว ‘เล็ก’ ที่เป็นเรื่อง ‘ใหญ่’ พอสมควร แม้จะไม่ทันเกิดเรื่องใหญ่เช่นที่ว่ามาก็ตาม กรณีนั้นเกิดจากกลุ่มคนมีชื่อเสียงบนโลกคลิปวิดีโอออนไลน์แพลตฟอร์มยูทูบ (youtube.com) หรือรู้จักกันว่า ‘ยูทูบเบอร์’ (YouTuber) นั่นเอง

กลุ่มคนเหล่านั้นทั้งหมดสร้างบทสนทนาอันตรายในท่าอากาศยานแห่งหนึ่ง โดยข่าวอธิบายคำพูดบางส่วนออกมาประมาณนี้...

สมมติ 1 : มันมีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ‘ระเบิด’ 
สมมติ 2 : พี่ลองไปพูดตรงที่ตรวจคนเข้านะ จะได้โดนไล่ออกไปเลย ไปค่ะ เชิญ
สมมติ 1 : กูอยากกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ‘ระเบิด’
สมมติ 2 : พี่กำลังล้อเล่นกับระบบ ทำเป็นแบบว่าล้อเล่น พลิกลิ้น พลิกแพลง ลองไปพูดตรงโน้นเลยค่ะ 
สมมติ 1 : มึงแต่งตัวเปรี้ยว ‘ระเบิด’ อันนี้ได้ไหม 
สมมติ 2 : พี่…หนูไม่รู้ด้วยนะ

เป็นที่รู้กันว่าคำเรียก ‘ระเบิด’ (Bomb) หรือคำอันมีความหมายเกี่ยวข้อง ล้วนคือ คำต้องห้ามทุกกรณีในสนามบินทุกแห่งทั่วโลก รวมถึงบนอากาศยาน และอาณาเขตปริมณฑลโดยรอบ ซึ่งไทยเราบัญญัติกฏหมายไว้อย่างรุนแรง โดยถือว่า “...แจ้งข้อความซึ่งเป็นเท็จ จนเป็นเหตุ หรือน่าจะเป็นเหตุ ให้ผู้ที่อยู่ในท่าอากาศยาน หรือในอากาศยานระหว่างการบิน ตื่นตกใจ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

หลายปีก่อนมีเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งขึ้นโดยสารเครื่องบินเที่ยวบินภายในประเทศ และคะนองปาก (ด้วยปราศจากบุพการีอันจะคอยเคยสั่งสอนอบรมหรือไม่ก็หาทราบ) หนึ่งในนั้นตะโกนหยอกเพื่อนว่า “กูพกระเบิดมาด้วยนะเว้ย!”

เพียงไม่กี่พยางค์เท่านั้น ลูกเรือจึงแจ้งต่อกัปตันผู้ควบคุมเครื่องฯ จนที่สุดคำสั่ง ‘ฉุกเฉิน - งดบิน’ ก็เกิดพร้อมกับการเข้าตรวจทุกซอกมุม กระเป๋าทุกใบ และไม่พ้นกับผู้โดยสาร (และลูกเรือ) ทุกๆ คน ส่วนเด็กปากเปราะต้นเหตุก็ถูกนำไปสอบสวนปากคำ - กักตัวชั่วคราว รอผู้ปกครอง (ที่ไม่ค่อยว่างสอนลูกหลาน) มารับตัวกลับบ้าน หลังจ่ายค่าปรับเต็มจำนวนที่กฏหมายระบุ

‘หางโจว’ รายงานความคืบหน้า งาน ‘เอเชียนเกมส์ 2023’ เผย พร้อมทุ่มเทการเตรียมงานเต็มที่เพื่อผู้เข้าแข่งขันทุกท่าน

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 66 สำนักข่าวซินหัว, ปักกิ่ง รายงานว่า ‘เฉิน เว่ยเฉียง’ เลขาธิการคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาหางโจว เอเชียนเกมส์ ประจำปี 2023 แถลงว่า การจัดเตรียมการแข่งขันฯ ในปีนี้ กำลังเดินหน้าไปอย่างราบรื่น โดยมีผู้เข้าชมสถานที่จัดการแข่งขันและฝึกซ้อมเกือบ 10 ล้านครั้งแล้ว ตั้งแต่เปิดให้เข้าชม

เฉิน กล่าวว่า หางโจวอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้น ชาวเมืองต่างสนุกสนานกับการออกกำลังกาย ในสถานที่ระดับโลกด้วยเช่นกัน

มีการจัดงานสัมมนาหัวหน้าคณะนักกีฬาระยะเวลา 3 วันที่หางโจว เมื่อวันอังคาร (25 เม.ย.) ที่ผ่านมา โดยมีหัวหน้าคณะผู้แทน 45 คนของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติในเอเชียเข้าร่วม เพื่อติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเตรียมงานเอเชียนเกมส์ 2023

เปิด 5 นโยบายพลิกอีสาน จาก ‘พรรคพลังประชารัฐ’

เปิด 5 นโยบายพลิกอีสาน จาก ‘พรรคพลังประชารัฐ’ เป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต 25 ล้านประชากรถิ่น
ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ ตั้งแต่ ‘รถไฟ-ถนน-นิคม-อาชีวะ-ท่าเรือบก’

1. สร้างรถไฟทางคู่ ‘บึงกาฬ-อู่ตะเภา’ ระยะทาง 480 กิโลเมตร : เป็นโครงการทางรถไฟคู่ที่เริ่มต้นโดยผ่าน ‘บึงกาฬ-อุดรธานี-สกลนคร-กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์-สุรินทร์-นครราชสีมา-สระแก้ว-ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง และระหว่างทางยังเชื่อมต่อกับจังหวัดคู่สัมพันธ์อย่าง หนองคาย, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และ อุบลราชธานี อีกด้วย

2. พัฒนาทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจร ขนานตลอดแนวทางรถไฟ : โดยเปลี่ยนแผ่นดินที่แห้งแล้งเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทางรางทันสมัย

3. เนรมิตนิคมอุตสาหกรรม ขนาด 2 หมื่นไร่ กระจายทั่วอีสาน อย่างน้อย 6 แห่ง : เพื่อสอดรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต อาทิ…

- อุตสาหกรรมอาหาร / แปรรูปสินค้าเกษตรพร้อมรับประทาน / Lab ฆ่าเชื้อสินค้าเกษตร
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยี
- อุตสาหกรรมนวัตกรรม
- อุตสาหกรรมพลังงาน
- อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า
- อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
- อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
- อุตสาหกรรมแขนพลหุ่นยนต์ AI

หากเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้ราว 4.5 ล้านล้านบาท พร้อมช่วยสร้างการจ้างงานได้กว่า 3 ล้านตำแหน่ง

4. ก่อสร้างวิทยาลัยอาชีวะ 12 แห่ง : เป้าหมายเพื่อป้อนให้นิคมอุตสาหกรรมใกล้บ้านตามแผนนิคมฯ 2 หมื่นไร่ (ตามข้อ 3) โดยในวิทยาลัยแห่งนี้จะทำการจัดสรรหลักสูตรการศึกษาพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการต่อสังคมนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น สาขาคอมพิวเตอร์ / สาขาโปรแกรมเมอร์ AI / สาขาวิศวกรรมหุนยนต์ และสาขาเทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้า

‘เพื่อไทย’ ชูนโยบาย ‘คมนาคมไทย’

‘เพื่อไทย’ ชูนโยบาย ‘คมนาคมไทย’ ปรับราคาค่าโดยสารให้ถูกลง ยกระดับการเดินทางให้รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย เพื่ออำนวยสะดวกสบายแก่ประชาชนทุกคน พร้อมผลักดันทันที หากได้เป็นรัฐบาล โดยมีนโยบาย ดังนี้

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ยกระดับคมนาคมในต่างจังหวัด
ยกระดับรถไฟโดยสารทั่วประเทศ
ยกระดับการขนส่งโลจิสติกส์สินค้า
ยกระดับสนามบินสุวรรณภูมิให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

กกต. ตีกลับ หนังสือขออนุมัติ 1.1 หมื่นล้าน แก้ค่าไฟแพง หลังตรวจพบ เอกสารไม่ได้ผ่านมติของคณะรัฐมนตรี

(28 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเสนอ กกต. ขออนุมัติวงเงิน 11,112 ล้านบาท ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน มีรายงานเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2566 ซึ่งเป็นวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือนำส่งหนังสือของกระทรวงพลังงาน ที่ขอให้ กกต. พิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบในการที่คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติใช้งบกลาง 11,112 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน มายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)   

‘พท.’ ชูนโยบายเชิงรุก เร่งเจรจาการค้า ตอบโจทย์เศรษฐกิจ หวังขยายฐานตลาดสินค้าไทยสู่เวทีโลก สร้างเม็ดเงินให้ชาติ

(28 เม.ย. 66) พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญด้านต่างประเทศที่จะเชื่อมไทยเชื่อมโลก เปิดตลาดสินค้าเกษตรใหม่ ๆ เร่งเจรจาการค้า กอบกู้เกียรติภูมิประเทศในเวทีโลก เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนโยบายต่างประเทศของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า จะเป็นนโยบายเชิงรุกที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ ให้เป็นการต่างประเทศที่กินได้ เกิดประโยชน์ตกถึงมือประชาชน

ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะมีแนวนโยบายดังนี้
1.) ฟื้นฟูบทบาทของไทยในเวทีโลก บนพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

2.) กำหนดท่าทีของประเทศอย่างสมดุลในพลวัติภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยไทยจะเป็นผู้ส่งเสริมสันติภาพ และความรุ่งเรืองอย่างแข็งขันในประชาคมโลก เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย

3.) ปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย และธุรกิจไทยในต่างประเทศอย่างเข้มแข็ง

4.) หนังสือเดินทางไทยแข็งแรง เดินทางง่ายได้ทั่วโลก เร่งเจรจายกเว้นวีซ่าให้พาสปอร์ตไทย

5.) นโยบายต่างประเทศที่กินได้ เชื่อมโลกเชื่อมไทย เปิดตลาด เพิ่มรายได้จากการค้าชายแดน เร่งเจรจาข้อตกลงทางการค้า FTA กับอียูและอังกฤษ ผลักดัน soft power ทางการทูตไทย และพลัง soft power ด้านอื่น ๆ ของไทย

‘เพื่อไทย’ เตรียมเดินสายปราศรัยภาคอีสาน 2 วัน 4 จังหวัด มุ่งทำคะแนนโค้งสุดท้าย แม้โพลสำรวจจะการันตีความนิยม

(28 เม.ย. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงถึงการลงพื้นที่ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 29-30 เม.ย.นี้ ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย รวมทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทย จะลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ, สุรินทร์, มหาสารคาม และบุรีรัมย์

โดยจะเริ่มเวทีปราศรัยที่ อ.กันทรลักษ์ และ อ.เมือง จากนั้นไปที่ อ.อุทุมพรพิสัย เสร็จจาก จ.ศรีสะเกษ 3 เวทีในช่วงบ่าย ในช่วงเย็นจะไปเปิดเวทีปราศรัยที่ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ จากนั้นวันที่ 30 เม.ย.จะเริ่มเปิดเวทีปราศรัยที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม จากนั้นไปต่อที่ อ.ละหานทราย และ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

‘ชาติพัฒนากล้า’ ร่วมหารือนักธุรกิจรุ่นใหม่ ชู ‘โคราชโนมิกส์’ หวังยกระดับโคราชและภาคอีสานสู่ระเบียงเศรษฐกิจ

(28 เม.ย. 66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 5 พรรคชาติพัฒนากล้า ได้พบปะกับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของโคราช เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ‘งานดี มีเงิน ของไม่แพง’ โดยเฉพาะของจังหวัดนครราชสีมา มีนโยบาย ‘โคราชโนมิกส์’ ซึ่งเป็นนโยบายเฉพาะในการพัฒนาโคราชและภาคอีสาน เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา ประกอบด้วยนโยบาย 5 ด้าน คือ

1.) นโยบายการสร้างภาคอีสานให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ของโคราช
2.) นโยบายการสร้างระบบคมนาคมที่เข้มแข็งและทันสมัย
3.) นโยบายการสร้างให้โคราชอีสานเป็นดินแดนแห่งเมืองท่องเที่ยวที่เป็นอินเตอร์
4.) นโยบายโคราชอีสานเป็นเมืองผลิตอาหารให้กับโลก
5.) นโยบายการแก้ไขปัญหาที่พี่น้องประชาชนประสบมาก ๆ คือ น้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำประปาไม่เพียงพอ หรือนโยบายโคราชเมืองน้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง ประปาเพียงพอ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top