Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

ขุดอีก!! ชาวเน็ตจับโป๊ะ!! ‘พิธา’ พลิกลิ้น จุดยืนเรื่องกัญชา ปี 62 บอกหนุนเต็มอัตรา แต่ล่าสุดบอกยัดเข้าบัญชียาเสพติด

(6 พ.ค. 66) โดนอีกระลอก หลังชาวเน็ตขุดคลิปที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เคยใช้ประเด็น ‘กัญชาสันทนาการ’ หาเสียงเมื่อปี 62 โดยระบุว่า…

“ประเทศไทย จะต้องเป็น Medical Hub และเป็น Tourism Hub เกี่ยวกับกัญชา เป็นอันดับ 1 ของเอเชียให้ได้ ผมได้ไปที่ประเทศจาไมก้า บ้านเกิดของ ‘บ็อบ มาเลย์’ ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษ ที่สามารถมีการสูบกัญชาแบบสันทนาการได้ หรือตอนที่ผมอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา การทำให้กัญชาเป็นเรื่องของสันทนาการไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเลย และการที่ผมได้ไปเยี่ยมบ้านเกิดของ ‘บ็อบ มาเลย์’ ในครั้งนั้น ทำให้ผมได้ ‘จ๊อย’ (กัญชาแบบพันลำ) มา 1 จ๊อย โดยจ่ายเงินประมาณ 2,000 บาท

“เขานำเงินที่ได้จากกัญชาสันทนาการ มาทำให้กลายเป็นภาษีที่นำไปช่วยในส่วนของภาคการศึกษา โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนสาธารณะมีเงินจากตรงนี้ โอกาสมีมากมายมหาศาล เงินที่ได้จากกัญชา ที่เป็นภาษี สามารถนำไปช่วยเหลือคนในสังคมได้อีกมากมายแค่ไหน การที่เราปลดล็อกกัญชา มันมีสิ่งที่สามารถช่วยได้มากมายแค่ไหน”

‘บิ๊กป้อม’ ลุยหาเสียง จ.ตรัง พร้อมเซลฟีกับ ปชช.เป็นที่ระลึก ลั่น!! หาก ‘พปชร.’ ได้เป็น รบ.จะทำให้ทุกคนหัวเราะดังกว่านี้

‘บิ๊กป้อม’ เซลฟีบอกรักชาวตรัง เก็บภาพเป็นที่ระลึก โปรยยาหอม แก้ราคาน้ำมันปาล์ม 7 ปี จากนี้ไปราคาจะมีความเสถียรภาพ

(6 พ.ค. 66) ที่จังหวัดตรัง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ภาคใต้ ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (ศาลากลางจังหวัดตรัง) นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และคณะกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก ในฐานะผู้ดูแลกำกับการเลือกตั้งพื้นที่ กทม. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง และ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ทีมเศรษฐกิจพรรค พปชร. พร้อมด้วยผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย นายนิพันธ์ ศิริธร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายกิตติพงศ์ ผลประยูร เขต 1 เบอร์ 3, นายทวี สุระบาล เขต 2 เบอร์ 6, พ.ต.ท.นัทธพงศ์ ใจสมุทร เขต 3 เบอร์ 1 และ พ.ต.อ.บรรลือ ชูเวทย์ เขต 4 เบอร์ 4

โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวปราศรัยว่า ตนและพรรคพลังประชารัฐพร้อมจะรับใช้ชาวจ.ตรังทุกคน เราเลือกคนดีและคนเก่งมาเป็นผู้แทนของประชาชน จึงขอให้เลือกผู้สมัครของพลังประชารัฐทั้ง 4 เขต และเลือกพรรคพลังประชารัฐเบอร์ 37 บัตรสีเขียว วันนี้ตนอยากให้คนไทยรักกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง และความยากจนไปด้วยกัน ขอให้เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัครทั้ง 4 คนที่ยืนอยู่ตรงนี้

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนดูแลและแก้ปัญหาราคาน้ำมันปาล์มมา 7 ปี โดยราคาขยับขึ้นจากบาทกว่า ไปเป็น 7 บาท ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ประมาณ 5-6 บาท ทันทีที่พรรค พปชร.เป็นรัฐบาล ตนจะทำให้เกิดความเสถียรเพื่อให้ชาวจังหวัดตรังอยู่ดีกินดีขึ้น ปัญหาราคายางตกต่ำจะต้องหมดไป ซึ่งขอยืนยันว่า นโยบายแก้ไขปัญหาราคายาง และราคาปาล์ม ของพรรค พปชร.สามารถทำได้จริง และเราพร้อมทำทันที

“เราจะมาช่วยกันเพื่อพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ชาวจ.ตรังได้อยู่ดีกินดี ซึ่งตามนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ เราต้องการให้คนไทยทุกคนมีความสุข เราจะทำให้เมืองตรังเป็นเมืองอัจฉริยะ เราจะพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่นี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ทุกคนที่นี่ต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน เราจะสร้างงานสร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวจ.ตรัง เพื่อให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมาก ผมขอฝากพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัครของพรรคไง้กับชาวตรังทุกคนด้วย” พล.อ.ประวิตร กล่าว

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในวันที่ 7 พ.ค.นี้ เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า ขอให้ทุก ๆ คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อย่าลืมกาเบอร์ 37 รวมถึงผู้สมัครทั้ง 4 เขตของพรรคพลังประชารัฐ ขอให้เราเข้าไปทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนในสภา และพรรคประชารัฐพร้อมที่จะดูแลประชาชนให้มีความเจริญรุ่งเรือง ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ดีกินดี และมีความสุขตลอดไป

TPN GLOBAL เปิดโอกาสให้หญิงแต่งงานแล้ว เข้าร่วมเวทีประกวด MUT 2023 ได้เป็นครั้งแรก

‘TPN GLOBAL’ เปิดโอกาสให้หญิงแต่งงานแล้ว ร่วมเวทีประกวด MUT 2023 ได้ครั้งแรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Unlimited’ จักรวาลไร้ขีดจำกัด ยกระดับคุณค่าคุณผู้หญิงทุกคน

(6 พ.ค. 66) บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN Global) ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวด Miss Universe Thailand (มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์) แถลงการจัดเวทีประกวด ‘มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023’ (MUT 2023) ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Unlimited’ จักรวาลไร้ขีดจำกัด 

โดยแม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้บริหารการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ กล่าวว่า “เวที MUT2023 มีเป้าหมายในการค้นหาความสามารถ ความกระตือรือร้น และความมุ่งมั่นของผู้หญิงไทย ที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น และยกระดับวัฒนธรรมและสังคมของประเทศไปสู่ระดับสากล ดังนั้น ผู้เข้าประกวดในปีนี้จะต้องผ่านการคัดเลือก และทำลายทุกข้อจำกัดในตัวเอง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคต”

สำหรับในปีนี้ ยังถือเป็นปีแรก ที่เปิดโอกาสให้กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเข้าร่วมประกวดได้ เพื่อให้ตรงกับบริบทของเวที Miss Univers แต่ยังคงต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามแนวคิดหลัก 5 ด้าน ของ MUT ได้แก่...

- LEADERSHIP (ความเป็นผู้นำ) มีความสามารถในการส่งต่อแรงบันดาลใจ และนำพาคนอื่น ๆ ไปสู่เป้าหมายร่วมกัน 
- INSPIRATION (แรงบันดาลใจ) มีความสามารถในการกระตุ้นให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเอง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่
- MOTIVATION (แรงจูงใจ) มีความสามารถในการส่งเสริมให้สู้ฝ่าความยากลำบาก และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง 
- INNOVATION (สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม) มีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา นำวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อสร้างความสำเร็จที่แตกต่าง
- และ TEAMWORK (มุ่งทำงานเป็นทีม) มีความสามารถในการร่วมมือในการสร้างความสำเร็จของตัวเองและทีมเวิร์คได้อย่างดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพลังบวกของหญิงไทยให้ก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่าง ๆ และมุ่งหน้าไปสู่จุดสูงสุดของ ‘จักรวาลของความสำเร็จ’ นั่นคือการเป็น Miss Universe Thailand 2023

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ MUT จัดการประกวดโดยคัดเลือกสาวงามจากทุกภาคทั่วประเทศไทย ในระดับตัวแทนจังหวัด ซึ่งผู้ที่ชนะในระดับจะได้รับเทียร่า MUT 2023 จาก God Diamonds ในรูปแบบเดียวกันไว้ในครอบครอง ซึ่งดีไซน์ขึ้นภายใต้แนวคิด ‘The Beginning of Across the Universe’ จุดเริ่มต้นของการเดินทางตามความฝันของหญิงสาว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ บนทิศทางที่มั่นคงและแข็งแกร่งแห่ง ‘ศึกความฝันสู่ดวงดาว’ ด้วยการใช้สัญลักษณ์ ‘ดวงดาวแปดแฉก’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลหมายถึงเข็มทิศหรือดวงดาว แทนความหมายของการเริ่มต้นเดินทางสู่ความฝันที่ต้องข้ามจักรวาลกว้างใหญ่ ที่ต้องใช้เข็มทิศนำทางเดินไปสู่ความสำเร็จที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

‘เพจเชียร์’ ปลุกพลังเงียบ หนุน ‘ลุงตู่’ อยู่ต่อ เพื่อประเทศสงบ-มั่นคง ไม่แคร์ผลโพล-เสียงโซเชียล ชี้!! ผลงานตลอด 8 ปี เป็นที่ประจักษ์

(6 พ.ค. 66) แฟนเพจเฟซบุ๊ก ‘ลุงตู่ตูน’ ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์คลิปวิดีโอพูดคุยกับประชาชนถึงความรู้สึกที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดยต่างชื่นชมผลงานตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล รวมไปถึงนโยบายต่าง ๆ ที่หากเข้าใจ และนำไปสู่การปฏิบัติจริงแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะจับต้องได้ และครอบคลุมถึงคนทุกกลุ่มทุกอาชีพ

รวมไปถึงบุคลิกของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนักการเมืองที่ปากกับใจตรงกัน รวมทั้งเรียกร้องให้พลังเงียบออกมาช่วยกัน เพื่อจะได้สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะหาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ ต่อ ประเทศไทยไปไกลกว่านี้แน่นอน

“โซเชียล คือเรื่องของโซเชียล แต่เรื่องของความเป็นจริงเราต้องจับต้องได้ เราตัดสินใจได้ง่ายในการที่จะเลือกตั้งครั้งนี้ เราไม่ได้สนใจว่า โซเชียลจะเป็นอย่างไร โพลจะเป็นยังไง เพราะว่ามองเห็นความโดดเด่นของผลงาน 8 ปีที่ ลุงตู่ ทำมา ทำให้รู้สึกว่า ลุงตู่คือคนเดียวที่จะนำพาประเทศไปได้ ทำให้ประเทศเราเจริญรุ่งเรือง” ประชาชนรายหนึ่ง ระบุ

ด้าน ประชาชนอีกรายหนึ่ง ได้กล่าวถึงโครงการอุโมงค์ยักษ์ผันน้ำแม่แตง-เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลลงสู่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ซึ่งแก้ปัญหาน้ำภาคการเกษตร และน้ำท่วม ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน ว่า เป็นผลงานที่ชัดเจนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ รวมไปถึงการลงพื้นที่พบปะและตรวจเยี่ยมประชาชน เป็นสิ่งที่ทำให้ตนประทับใจ

เวลาเปลี่ยน เมืองไทยเปลี่ยน : ทางต่างระดับแยกบ้านจั่น เลี่ยงเมืองอุดรธานี

อีกหนึ่งโครงการใหญ่ที่รัฐบาลมอบให้ประชาชนในภาคอีสานของไทยก็คือ ‘ทางต่างระดับแยกบ้านจั่น เลี่ยงเมืองอุดรธานี’ ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน 

‘ม.รังสิต’ ระดมความคิด ดึง ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง-ภาคประชาชน’ ถก!! วาระประเทศไทย อนาคตที่ต้องมองให้ไกลกว่าการเลือกตั้ง

(6 พ.ค. 66) สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) จัดงานเสวนา ‘วาระประเทศไทย ไปให้ไกลกว่าเลือกตั้ง’ ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ก่อตั้ง สถาบันปฏิรูปประเทศไทย เป็นประธาน ซึ่งภายในงานมีการพูดคุยเรื่องแนวทางการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล ในหัวข้อ ‘ประเทศไทยกับภัยคุกคามใหม่ ที่ประชาชนต้องรู้’ โดยมี นายสำราญ รอดเพชร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

โดยในงานนี้ ยังได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมารวมปาฐกถาในการเสวนาในครั้งนี้ รวมถึงตัวแทนประชาชนจากหลายหน่วยงานมาร่วมฟังการเสวนา เพื่อหาทางออกให้ประเทศร่วมกันในครั้งนี้ 

ดร.อาทิตย์ กล่าวว่า การเมืองจะเป็นสิ่งที่ดีงาม และเป็นสิ่งจำเป็นต่อสังคม ถ้าการเมืองทำทุกวิถีทางเพื่อประโยชน์ของประชาชน หากต้องการเห็นบ้านเจริญรุ่งเรืองและประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น การเมืองก็ต้องดีด้วยเช่นกัน แต่ปัจจุบันการเมืองที่เราเห็นเป็นการเมืองสามานย์ระบบ ที่ล้มเหลวในทุกระดับ ขาดจิตสำนึกที่ดีและขาดความรับผิดชอบในบ้านเมือง ทำให้ประชาชนต้องกลายเป็นทาสอีกครั้งหนึ่ง คำถามคือ ทำไมเราถึงต้องยอมตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังเช่นนี้ สภาพการเมืองที่มีแต่การแบ่งพรรคแบ่งพวก มีแต่ความขัดแย้งแตกแยกแย่งชิงผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง

“ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องลุกขึ้นมาร่วมกันปฎิรูป เพื่อพาประเทศไทยฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ เราต้องปฏิรูปประเทศให้เป็นสังคมธรรมาธิปไตย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด เพราะประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ เราต้องสร้างสังคมแบ่งปัน ลดความขัดแย้ง ต้องรวมพลังประชาชนโดยยึดถือประโยชน์ของชาติเหนือสิ่งอื่นใด ซึ่งทุกคนต้องตระหนักว่าประเทศชาติจะดำรงอยู่ได้ ก็ด้วยคนไทยทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง บนผืนแผ่นดินเดียวกันนี้ ผลักดันประเทศชาติสู่ความสำเร็จและความมั่งคั่งประชาชนทุกคนทุกกลุ่มทุกส่วนในทุกภูมิภาคภาค ซึ่งเป็นการปฏิรูปประเทศที่บรรลุผลอย่างแท้จริง” ดร.อาทิตย์ กล่าว

หลังจากนั้น ด้าน ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้กล่าวชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ โดยเผยว่า ท่ามกลางการเลือกตั้งที่มีการเอาประเทศเป็นเดิมพัน แข่งกันแทงหวยว่าเราจะเลือกพรรคไหนเป็นรัฐบาลโดยปราศจากข้อเท็จจริง เพราะการเลือกตั้งเป็นต้นทางของการสร้างประชาธิปไตย สถาบันปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยรังสิต จึงได้มีการร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อจัดงานในครั้งนี้ขึ้นมา 

“การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดทุกเรื่อง การเลือกตั้งอาจจะได้รัฐบาล แต่ปัญหาจะหยุดได้ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของประชาชน เพราะนักการเมืองมาแล้วก็ไปตามวาระของรัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาไม่ได้มาแล้วก็ไป จะมีก็แต่ประชาชนที่ต้องแบกรับปัญหาต่อไป นี่จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องสรรสร้างทางออกที่แท้จริงและยั่งยืน ภายใต้เครือข่ายภาคประชาชนในฐานะส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ประชาธิปไตย จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดเวทีนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นเป็นเวทีประชาธิปไตยของประชาชนโดยแท้จริง”

‘บิ๊กโจ๊ก’ มอบรางวัล ‘ผู้สื่อข่าวดีเด่นภาคสนาม-ทุนการศึกษาแก่บุตรหลานสื่อ’ พร้อมเชิดชู 18 ตร.ผ่านรางวัลต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฏร์

สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมฯ มอบรางวัลเชิดชูเกียรติต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ และผู้สื่อข่าวดีเด่นภาคสนาม พร้อม มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคม

(6 พ.ค. 66) ที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของนักข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมมอบทุนจำนวน 120 ทุน

นายไพโรจน์ กล่าวว่า การมอบทุนการศึกษานี้นั้น มอบให้ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนจบ ป.ตรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในภาคสนาม นอกจากนี้ ทางสมาคมพิจารณารางวัล และรางวัลเชิดชูเกียรติผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และรางวัลคนดีศรีสังคม ทั้งหมดนี้ เป็นการยกย่องการปฏิบัติหน้าที่ของท่านที่ทำความดีให้สังคม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ได้เห็นการทำงานของสมาคมตลอด และสมาคมจะเป็นตัวชี้วัดการทำงานของตำรวจทุกปี สะท้อนภาพรวมการทำงานทั้งด้านบวกด้านลบ อีกทั้งสมาคมฯ ยังมีการจัดงานมอบทุนการศึกษาประจำทุกปี เป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ 18 นาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม อาทิ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สาขาปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ดีเด่น, พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สาขาปราบปรามยาเสพติดดีเด่น, พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคเจ็ด สาขาปราบปรามอาชญากรรมดีเด่น, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว สาขาป้องกันปราบปรามคอรัปชันดีเด่น, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนนครบาลสาขา สืบสวนอาชญากรรมดีเด่น, พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม สาขาจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น, พ.ต.ต.ประเวศน์ แสงพรม สว.กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ สาขาจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น

“ครูดีในดวงใจ” | TIME TO LISTENING EP.24

วันนี้ TIME TO LISTENING EP.24 ได้พูดคุยกับ ครูอ๋อย สุภิญญา จุฑามาศ ครูผู้มีจิตวิญญาณในความเป็นครู ผู้ทุ่มเทเสียสละ ช่วยเหลือดูแลนักเรียนอย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ จนได้รับรางวัลครูดีในดวงใจ รางวัลระดับประเทศในแวดวงการศึกษาไทย ซึ่งครูอ๋อยมีวิธีการรับมือกับลูกศิษย์หนีเรียนยกห้องอย่างไร และการเป็นครูที่ดีมีองค์ประกอบอย่างไร? EP นี้เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเป็นครู

ดำเนินรายการโดย ไอยรา อัลราวีย์
Content Manager

แขกรับเชิญ สุพินดา จุฑามาศ 
ข้าราชการบำนาญ กระทรวงศึกษาธิการ ครูดีในดวงใจระดับประเทศ ครั้งที่ 4 ปี 2550  

ติดตามได้ใน THE STATES TIMES PODCAST
และสามารถรับชมคลิปอื่น ๆ ได้ที่ :  https://youtube.com/playlist?list=PL60bae1syuyLBnnkZJ5-QgtyID5DqrnG4

🎥 ช่องทางรับชม
Facebook: THE STATES TIMES PODCAST
YouTube: THE STATES TIMES PODCAST
TikTok: THE STATES TIME PODCAST

‘นิพนธ์’ ขอแฟนคลับ ‘ประชาธิปัตย์’ อย่าหวั่นไหวไปตามกระแสโพล ปลุกคนไทยแสดงพลัง 7 และ 14 พ.ค.นี้ เลือก ปชป.ทั้งคนทั้งพรรค

(6 พ.ค. 66) นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยถึงสถานการณ์เลือกตั้ง ที่ขณะนี้มีการพูดถึงคะแนนผลสำรวจ (โพล) ของพรรค ปชป. ว่าไม่อยากให้แฟนคลับประชาธิปัตย์ตื่นตระหนก และสังคมเชื่อไปกับกระแสข่าวดังกล่าว ซึ่งส่วนตัวมองเป็นเรื่องปกติที่พรรคมุ่งในการลงพื้นที่เข้าถึงพี่น้องประชาชน เพื่อนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์มากกว่า และนโยบายต่างๆ ของพรรคนั้น อาจมองไม่หวือหวา หรือเรียกความสนใจ เพราะพรรคไม่ได้มีการสร้างกระแส สร้างภาพหรือสร้างคอนเทนต์ ให้เป็นที่สนใจ แต่ถ้าพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ของการเสนอนโยบายที่เป็นไปตามกรอบของการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะเห็นว่าสิ่งที่ ปชป.ประกาศนั้น จะสอดคล้องกันระหว่างภาระงบประมาณกับประโยชน์ที่จะตกแก่ส่วนรวมและประชาชน ซึ่งเราเน้นสิ่งที่ทำได้จริง ไม่ใช่จะประกาศเพื่อสร้างกระแส เพราะเราเป็นสถาบันทางการเมืองต้องรัดกุม ไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศ ส่วนกระแสข่าวที่ปรากฏนั้นจะเป็นเรื่องสมมติทันที ถ้าพี่น้องประชาชนแสดงพลังเทคะแนนเสียงสนับสนุน ปชป.ในวันที่ 7 และ 14 พ.ค.นี้ เลือกตั้งทั้งพรรคทั้งคน

เหนียวแน่น ชัดเจน!! เบอร์ 2 'รองโจ' ตัวเต็งเขต 4 ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย เอื้ออาทรขจรวิทย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เบอร์ 2 เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยคณะลงพื้นที่หาเสียงภายในชุมชนบ้านเอื้ออาทร ซอยขจรวิทย์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมีผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เบอร์ 2 เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ นำคณะลงพื้นที่อ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องภายในบ้านเอื้ออาทร ซอยขจรวิทย์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

โดยมี ทางผู้นำชุมชนและพี่น้องประชาชนจำนวนมากต่างเดินตามให้กำลังใจทางผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมทั้งร่วมรับฟังการอภิปรายหาเสียงจากทางผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เบอร์ 2 เขต 4 พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ หรือ รองโจ พรรครวมไทยสร้างชาติ 

จะเห็นได้ว่าจากการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้ ได้การตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากพี่น้องประชาชนบ้านเอื้ออาทร ขจรวิทย์ ประกอบกับ ก่อนหน้านี้ทาง พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ เคยให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้มีพี่น้องประชาชนในขุมชนจำนวนมากพร้อมที่จะให้การสนับสนุน พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เบอร์ 2 เขต 4 ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top