Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘กกต.’ ไขทุกข้อสงสัย เกี่ยวกับภาพรวม ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ พร้อมการันตี!! บัตรทุกใบถึงหน่วยนับคะแนนปลอดภัยแน่นอน

(7 พ.ค.66) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือก (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. แถลงข่าวภาพรวมการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากทุกจังหวัดว่าสถานที่ลงคะแนนล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 447 แห่ง และในเขตเลือกตั้ง 422 แห่ง จากจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้จำนวนทั้งสิ้น 2,235,830 คน ขอเชิญผู้ที่ลงทะเบียนไว้ออกมาใช้สิทธิ เพราะเมื่อลงทะเบียนใช้สิทธิวันที่ 7 พฤษภาคมแล้วจะไม่สามารถใช้สิทธิในวันที่ 14 พฤษภาคมได้ อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ ก็สามารถแจ้งเหตุจำเป็นนั้นได้ก่อนและหลังการเลือกตั้ง 7 วัน ทั้งนี้เท่าที่ดูการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเพียงบางจุด เช่น ที่ กทม. อากาศร้อนมาก สถานที่คับแคบ การจราจรติดขัด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและมีบริการในบางแห่ง รวมถึงการจราจรหนาแน่น เพราะบางแห่งมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิจำนวนมาก ก็มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า หน่วยเลือกตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีจุดพักคอยใกล้กับคูหาลงคะแนน ทำให้มีผู้ไปนั่งอยู่บริเวณดังกล่าวชะโงกมอง และบางส่วนใช้โทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป จะกระทบความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรมในการเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่เชื่อว่าทางกทม.และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง คงสังเกตและหาทางป้องกันได้

‘บิ๊กตู่’ สั่งเข้ม!! ป้องกัน-ปราบปราม-แก้ไขปัญหา ‘ยาเสพติด’ ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติดฯ’

(7 พ.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งการ เน้นย้ำ ให้ความสำคัญการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ขจัดยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีความมั่นคงปลอดภัย เป็นสังคมปลอดยาเสพติด สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด ด้วยมาตรการทางเลือกใหม่ สู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน”

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้กำหนดและดำเนินการอย่างแข็งขันภายใต้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด (พ.ศ.2566 - 2570) ซึ่ง ครม. เห็นชอบเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2566 มีแนวทางการดำเนินงาน 6 ด้าน ดังนี้

1. การป้องกันยาเสพติด เสริมสร้างความรู้เท่าทันและป้องกันยาเสพติดในเด็กและเยาวชน และสร้างความตระหนักและจิตสำนึกร่วมในการป้องกันปัญหายาเสพติด รวมทั้งพัฒนาระบบเฝ้าระวังและควบคุมปัญหายาเสพติดในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ 

2. ด้านการปราบปรามยาเสพติดมีเป้าหมาย สกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ไม่ให้เข้าสู่ประเทศและถูกใช้เป็นเส้นทางนำผ่านไปยังประเทศที่สาม ปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติด และเนินการทางวินัยและบังคับใช้กฎหมายลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 

3. ด้านการยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด ทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดด้วยมาตรการทางทรัพย์สิน 

4. ด้านการบำบัดรักษายาเสพติด การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคมของผู้เสพยาเสพติดและผู้เสพยาเสพติดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

5. ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ไทยมีบทบาทในการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพให้กับบุคลากรด้านยาเสพติดระหว่างประเทศ 

6. ด้านการบริหารจัดการ นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างบูรณาการในทุกระดับ บุคลากรภาครัฐที่ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดมีทักษะและสมรรถนะสูงพร้อมรับมือกับภัยคุกคามของปัญหายาเสพติดในยุคดิจิทัล พัฒนากลไกอำนวยการ ระเบียบ กฎหมาย เสริมสร้างสมรรถนะของบุคลากรภาครัฐที่ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด และการควบคุมและใช้ประโยชน์จากพืชเสพติด และพืชในการกำกับควบคุมดูแลพิเศษของรัฐ

นายอนุชา กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างถึง ชุมชน “สินไหโมเดล” จ.ระนอง ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างชุมชนที่ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งในระดับส่วนกลางและในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งภาคประชาชน ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกัน แก้ไข และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาทิ การให้ความรู้ การบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด และการสร้างอาชีพ ตามนโยบายและเจตนารมณ์มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผู้ติดยาเสพติดของรัฐบาล 

‘เจ้าของ’ เห็นใจ!! ‘โจรยิ้มหวาน’ ยกจักรยานราคาเป็นหมื่นให้ฟรี ๆ  เจ้าตัวเผยชายคนนี้สติไม่สมประกอบ แต่กำชับให้รักษาดี ๆ แล้ว

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 66 เจอแบบนี้เห็นทีคงต้องใจอ่อน! เมื่อผู้ใช้ติ๊กต็อก ‘tai_1138’ เผยคลิปจับได้ว่ามีชายรายหนึ่งขโมยจักรยานของเธอไป ซึ่งหายจากบ้านไปหลายวันแล้ว เมื่อเธอเจอของกลางจึงเข้าไปสอบถาม ชายคนนี้ยอมรับสารภาพว่าลักมาจริงๆเห็นจอดไว้ แต่ไม่ได้(ลัก) แบบนี้นะ แต่(รัก)จักรยานแบบนี้ เจ้าของเห็นใจจึงยกจักรยานให้ชายรายนี้ไปฟรีๆ เพราะเข้าใจว่าชายคนนี้อารมณ์ไม่ปกติ 

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือร่วมงานนิทรรศการด้านการป้องกันทางทะเลนานาชาติ - เอเชีย 2023 (IMDEX ASIA 2023) 

ในระหว่างวันที่ 3-5 พ.ค.66 พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมงานนิทรรศการด้านการป้องกันทางทะเลนานาชาติ - เอเชีย 2023 (IMDEX ASIA 2023 : International Maritime Defense Exhibition ASIA 2023) และเข้าร่วมการประชุมการรักษาความมั่นคงทางทะเลนานาชาติ ครั้งที่ 8 (The 8th IMSC : International Maritime Security Conference) ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงของกองทัพเรือและผู้แทนทางการทูตประเทศต่างๆ 40 ประเทศ , ประเทศร่วมแสดงนิทรรศการ 30 ประเทศ ตลอดจนเรือรบจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมงาน 25 ลำ โดยกองทัพเรือจัด ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมงานฯ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์

นิทรรศการด้านการป้องกันทางทะเลนานาชาติ - เอเชีย 2023 (IMDEX ASIA 2023) เป็นนิทรรศการที่จัดขึ้นทุก 2 ปี ณ สาธารณรัฐประเทศสิงคโปร์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกองทัพเรือและผู้แทนทางการทูตประเทศต่างๆ กว่า 40 ประเทศ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระชับความสัมพันธ์ตลอดจนประสานความร่วมมือทางด้านความมั่นคง และเทคโนโลยี ซึ่งในงานดังกล่าว ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เข้าพบหารือระดับทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพเรือมิตรประเทศ ซึ่งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ และเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลให้กับประเทศไทยตั้งแต่ระดับนโยบาย

สำหรับการประชุมการรักษาความมั่นคงทางทะเลนานาชาติ ครั้งที่ 8 (The 8th IMSC)  เป็นการประชุมต่อจากงาน IMDEX ASIA 2023 โดยมีวัตถุประสงค์ในการเจรจา หารือ และสร้างความร่วมมือให้ทะเลเป็นที่ที่ปลอดภัย มีความมั่นคง และเอื้อประโยชน์ให้แก่ทุกชาติอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ได้มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำจากทั่วโลกบรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างความมั่นคง ความร่วมมือ และสันติภาพในทะเล โดยกองทัพเรือได้แสดงจุดยืนในการรักษาความมั่นคงและสันติภาพในทะเลผ่านกรอบความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้ทะเลเป็นที่ที่ “คนไทย” สามารถแสวงหาประโยชน์ได้อย่างมั่นคง และปลอดภัย

จับเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ผลิตปืนเถื่อน ส่งขายทางออนไลน์ “บิ๊กจ๋อ”ส่งทีมสกัดก่อนการเลือกตั้งส.ส.

วันที่ 6 พฤษภาคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์  ผบก.สส.บช.น. แถลงผลงานของ พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง, พ.ต.ท.ชนะชัย ศิริ, พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.ฯ ร.ต.อ.ชัยยุทธ ศักดิ์เพชร รอง สว.ฯ ร่วมกันจับกุม นายอรรถพล ศรีสุข  อายุ  32  ปีอยู่ที่ 21 หมู่ที่ 7 ตำบลหน่อม อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด และทองคำ พิระภาค  อายุ 29  ปีอยู่ที่ 149/103 หมู่ที่ 4 ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกซองสั้น แบบไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนเบอร์ 12 ส่งผ่านระบบขนส่ง(พัสดุ) เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38อชิ้นส่วนโลหะลักษณะคล้ายโครงปืน ชิ้นส่วนโลหะลักษณะคล้ายลำกล้องปืน อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 5 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .22 ยี่ห้อ ROHM RG10 อาวุธปืนแบลงค์กันสภาพระหว่างรอการประกอบ 6 กระบอก  
อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์สภาพระหว่างรอการประกอบ กระสุนปืน ขนาด 9 mm 28 นัด กระสุนปืน ขนาด .38 mm. 76 นัด กระสุนปืน ขนาด .380 mm 35 นัด กระสุนปืนลูกซอง ขนาด 20 เกจ 17 นัด   กระสุนปืนลูกซองขนาด 410 เกจ 13 นัด กระสุนปืน ขนาด .22 LR 8 นัด
กระสุนปืน ขนาด .22 ชิ้นส่วนซองปืน 35 ชิ้น ชิ้นส่วนลำกล้องปืน 30 ชิ้น เครื่องเจาะไฟฟ้า เครื่องมือทำอาวุธปืน 

โดยกล่าวหา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาลได้ตรวจสอบผ่านเฟซบุ๊ค พบเพจซื้อขายอาวุธปืน ชื่อเพจ "ปืนเถื่อน" จึงแฝงตัวเข้าไปยังกลุ่มปิด (ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์) ชื่อกลุ่ม "คนเล่นปืน" จากนั้นได้ทำการล่อซื้ออาวุธปืนลูกซองสั้น แบบไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุน ส่งผ่านระบบขนส่งทางไปรษณีย์(พัสดุ) ตรวจสอบพบว่าภายในบรรจุอาวุธปืนและเครืองกระสุนปืนตามที่สั่งซื้อจริง เมื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของพัสดุพบว่าผู้ส่งชื่อ อรรถพล ศรีสุข

จึงได้ทำการสืบสวนจนเชื่อได้ว่านายอรรถพลเป็นผู้จัดส่ง มีส่วนรู้เห็นในการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อยืนคำร้องขอออกหมายจับ และเข้าตรวจค้นที่พัก ที่ จ.ปทุมธานี ลักษณะเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ พบหลักฐานต่างๆ
จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

'เศรษฐา' กร้าว!! พร้อมพาไทยเจริญ ไม่กระจุกอยู่แต่ในเมืองใหญ่ เลือก 'เพื่อไทย' ให้เด็ดขาด ประเทศไทยเปลี่ยนทันที

(7 พ.ค. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เมื่อวันที่ 5 ที่ผ่านมาในเวทีที่ Siam Paragon ได้พบกับคนหลากหลายกลุ่ม เจอตั้งแต่รุ่นใหม่จนรุ่นเก๋า (ที่ไม่เก่า) คนที่เริ่มทำงาน มีไฟแรงกล้า เป็นกลุ่มที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลต่อทิศทางของประเทศในอนาคต

คนเหล่านี้เป็น Generation ที่เกิดมาพร้อมเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดครับ เข้าถึงแหล่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แทบจะไร้ขีดจำกัดด้วย Search Engine, Social Media, หรือแม้กระทั่ง ChatGPT เทียบกับสมัยของผมที่ต้องรอฟังข่าวหรืออ่านจากหนังสือพิมพ์

เทคโนโลยีไม่ได้นำมาแต่ความสะดวกสบาย แต่เป็นความกดดันที่มากขึ้นสำหรับคนยุคใหม่ด้วย คนรุ่นใหม่ถูกคาดหวังว่าจะต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ ต้องฝันไกล ต้องทำให้ครอบครัวอยู่สบาย ต้องมีกินมีใช้ ต้องเก่งกว่าคนรุ่นพ่อแม่ ต้องอะไรหลายๆอย่างอีกมากมาย ความ “คาดหวัง” จากสังคมอาจจะไม่ใช่ “ความหวัง” ของคนเหล่านี้ ถ้าผู้ใหญ่ลองสวมหมวกของคนรุ่นใหม่ดู ผมว่าทุกท่านคงรู้สึกเห็นใจ การคืนและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทำตาม “ความหวัง” ได้ เป็นโจทย์ใหญ่ของผมในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

เรื่องของเศรษฐกิจ ผมได้พูดถึงนโยบายของพรรคไปหลายเรื่องก่อนหน้านี้ ทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท การยกระดับรายได้เกษตรกร วันนี้ผมเลยอยากพูดถึงโจทย์อีกข้อที่สำคัญของผม คือการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยเนื้อหอมอีกครั้ง กรุงเทพเรามีศักยภาพมาก เป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องออกไปเจรจา นำเงินลงทุน นำศักยภาพจากต่างชาติเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย สร้างงานและอาชีพ

ผมได้มีโอกาสพบกับทูต 23 ประเทศในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกันมากกว่า 70% ของโลก ทุกประเทศล้วนให้ความสนใจกับการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศไทยทั้งสิ้น แต่มีหลายเรื่องที่ถูกยกมาเป็นข้อติดขัด ไม่ว่าจะเป็นการขอวีซ่า การขอใบอนุญาต อุปสรรคด้านคอรัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจและลงทุนของบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก

อีกเรื่องที่ได้พูดคุยกับท่านทูตยุโรปคือเรื่องการเจรจาเพื่อพี่น้องชาวประมง ในรัฐบาลที่ผ่านมาได้ไปเซ็นกฏ IUU ที่ทำให้ชาวประมงออกหากินไม่ได้ เรือกว่า 40,000 ลำจอดอยู่ ส่งผลต่อคนนับแสนที่เกี่ยวข้องกับการประมง ผมยกประเด็นนี้ไปแล้วบอกกับท่านไปว่าผมจะกลับไปเจรจาเพื่อชาวประมงไทย ทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าสมุทรอีกครั้ง

อีกเรื่องที่อยากจะย้ำคือความห่วงใยของคนกรุงเทพ ที่รัฐบาลจะใช้เงินภาษีอย่างสุรุ่ยสุร่าย ผมเองก็เป็นผู้เสียภาษี ผมเข้าใจความเป็นห่วงเหล่านี้ดี และผมขอให้มั่นใจว่าหากผมได้เข้าไปทำงานให้พี่น้องประชาชน การวางแผนใช้จ่ายเงินจะต้องมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน จับต้องได้ 

ในช่วงท้ายของงาน ผมได้ทิ้งท้ายไว้ถึงเหตุผลที่ทำไมเราต้องมาพูดคุยกันเรื่องแลนสไลด์ในวันนี้ หลังจากรัฐประหารปี 57 ประเทศไทยได้ถูกปรับแก้กฏกติกา เสียงของประชาชนกับผู้มีอำนาจ มีไม่เท่ากัน ถูกกลไกภาครัฐที่บิดเบือน นำมาซึ่งรัฐธรรมนูญ 60 ที่ไม่เป็นธรรม พวกเราประชาชนคนไทยตอนนั้นหวังว่าการเลือกตั้งในปี 62 จะทำให้ประชาธิปไตยกลับมาเป็นของประชาชนอีกครั้ง 

อย่างที่ทราบดี ประชาชนแพ้ ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้ พวกเรารวมเสียงได้ รวมเป็น 234/500 ที่นั่ง โดยพรรคเพื่อไทยได้ที่นั่งมากที่สุดถึง 137 ที่นั่ง หากวันนั้นเรารวมใจ ประชาชนคนไทยให้เพื่อไทยอีก 17 ที่นั่ง เยาวชนไทย ประเทศไทย คงไม่เผชิญปัญหาหลากหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา

ทีม Data Analytics ของพรรคเพื่อไทยวิเคราะห์มา กว่าครึ่งนึงในเขตที่พรรคเพื่อไทยแพ้จากร้อยกว่าเขต เป็นเขตที่ฝั่งประชาธิปไตยเรารวมใจกันไม่พอ หากพวกเรารวมใจให้พรรคเพื่อไทยในวันนั้น วันนี้เราคงจะไม่ “จนแล้ว จนอยู่ จนต่อ” เยาวชนคนไทยจะไม่ถูกจับเพราะเห็นต่าง และวลี “ชังชาติ” คงจะไม่ถูกนำมาใช้โดยกลุ่มผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ฝักใฝ่เผด็จการ 

สะกิดใจคนไทย!! รัฐบาล 'ชุดไหน-พรรคใด' ก็เปลี่ยนประเทศยาก หากคนไทยยังเปี่ยมนิสัย 'ไม่ชอบให้บังคับ-กฎหมายไม่เคารพ'

(7 พ.ค. 66) ผู้ใช้งานติ๊กต็อก บัญชี ‘KornnikarThewie’ ได้โพสต์วิดีโอพูดถึงประเด็นของคนไทยกับพรรคการเมือง โดยระบุว่า...

"ได้อ่านนโยบายของพรรคก้าวไกล พูดอย่างเป็นกลาง ถึงได้กล้าพูดชื่อพรรค หลายๆ นโยบายได้มาจากประเทศยุโรป และดิฉันขอพูดในฐานะเมียฝรั่งที่อยู่ต่างประเทศ อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์มานาน มันดีมากถ้าใครถ้านโยบายพวกนี้จะทำได้จริงๆ 

"แต่สำหรับตัวเทวีเอง (คนอื่นไม่รู้ว่าคิดยังไง) คิดว่า โดยนิสัยและพื้นฐานของคนไทยแล้วเนี่ย เราจะต้องเกิดและตายใหม่ประมาณ 5 รอบ มันจึงจะใช้ได้ผลกับสิ่งที่เขาเขียนมาตามนโยบายแบบนี้

"เพราะประเด็นมันไม่ใช่นโยบาย ประเด็นมันอยู่ที่สันดานคนไทย เฮ้ย!! ที่พูดนี่ฉันคนไทย ฉันรู้ว่าสันดานฉันเป็นยังไง นิสัยคนไทยรักอิสระ นิสัยคนไทยไม่ชอบให้ใครมาบังคับ กฎหมายที่มันใช้ไม่ได้ผลเพราะเราหรือเปล่า ที่ทำให้กฎหมายมันใช้ไม่ได้ผล ถ้าเราพร้อมใจกัน เชื่อฟังตามกฎที่เขาออกมาไม่ว่ามันจะอะไรก็แล้วแต่ แต่เราเชื่อไหมอะ เอาจริงๆ เลยนะเทวีจะโคตรดีใจเลย ถ้าพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลและทำได้ แต่ขอโทษ รัฐบาลชุดไหนก็ทำไม่ได้ ถ้าคนไทยไม่เอาด้วย กูไม่เอาด้วยมึงจะทำยังไง 

‘พงษ์ภาณุ’ หวั่น ไทยหลุดโผลงทุนจาก ‘สหรัฐฯ - ยุโรป’ หลังตะวันตก เริ่มแง้มกันท่าชาติไม่เป็นประชาธิปไตย

‘พงษ์ภาณุ’ หวั่น ไทย หลุดเรดาร์ลงทุน หลังสหรัฐฯ - ตะวันตก อ้าง ‘ความมั่นคง’ จัดระเบียบ Supply Chains ใหม่ ปักหมุดฐานการผลิตประเทศที่ไว้วางใจ กีดกันชาติไม่เป็นประชาธิปไตย

(7 พ.ค. 66) นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้มุมมองต่อเศรษฐกิจของโลก ผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00-08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 66 โดยระบุว่า สืบเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อเมริกา กับจีน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดสงครามทางการค้ามาอย่างต่อเนื่อง จากผลพวงที่เกิดขึ้นทำให้สินค้าหลายแบรนด์ได้ย้ายฐานการผลิตออกจากจีน อาจกล่าวได้ว่า โลกกำลังจัดระเบียบ Global Supply Chains ใหม่จากเดิมที่เน้นประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ มาเน้นเรื่องความมั่นคงมากขึ้น

ย้อนกลับไปในอดีตหลายสิบปี ก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ในอุตสาหกรรมการผลิตและ Supply Chains ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไปยังพื้นที่เขตเศรษฐกิจ หรือประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้านการผลิตทั่วโลก บริษัทฯ ใหญ่ ๆ ประสบความสำเร็จจากการใช้ระบบนี้ ยกตัวอย่าง แอปเปิล และไนกี้ ที่มีการกระจายการผลิตชินส่วนไปในหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน เวียดนาม ไทย เป็นต้น ซึ่งประเทศเหล่านี้นับว่ามีประสิทธิภาพในการผลิตสูงและต้นทุนต่ำ

แต่ภายหลังเกิดความขัดแย้ง เริ่มเกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างกันอย่างชัดเจน เดิมที่ยึดผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่ปัจจุบันความมั่นคงปลอดภัยด้าน Supply Chains ถูกยกขึ้นมาให้ความสำคัญมากกว่า และแทนที่ประสิทธิภาพไปแล้ว

นายพงษ์ภาณุ ได้ยกตัวอย่างความมั่นคงทางด้าน Supply Chains ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่จากชาติตะวันตกได้บทเรียนจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งจีนปิดประเทศไป 3 ปี และสงครามระหว่างรัสเซีย - ยูเครน ที่ทำให้เกิดการหยุดชะงักด้าน Supply Chains ในหลาย ๆ จุด ทำให้บริษัทแม่ไม่สามารถผลิตสินค้าออกสู่ตลาดได้ ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาติตะวันตกนำมาใช้อ้าง เพื่อย้ายฐานการผลิต

แน่นอนว่า เมื่อเกิดการย้ายฐานการผลิต ย่อมมีประเทศที่ได้รับประโยชน์ โดยประเทศที่ได้รับอานิสงส์ในส่วนนี้มี 2 ประเทศในอาเซียน นั่นก็คือ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ที่มีปัจจัยสนับสนุนทั้งปัจจัยทางการเมืองและปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการดึงดูด Supply Chains เข้ามาเลือกเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ประเด็นที่น่ากังวลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย จากการย้ายฐานการผลิตที่ผ่านมาสหรัฐฯ และชาติตะวันตกมองว่าไทยไม่มั่นคงและจัดอยู่ในกลุ่มเผด็จการ (Autocracy) ส่วนประสิทธิภาพและต้นทุนก็สู้คนอื่นไม่ได้ Global Supply Chains จึงย้ายไปที่อื่นหมด ขณะเดียวกันเป็นที่น่าสังเกตว่า ในขณะที่ เวียดนามและอินโดนีเซีย ขยับเข้าใกล้สหรัฐฯ มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกลับดูเหมือนเดินห่างจากสหรัฐฯ มากขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ เห็นได้จาก กรณีที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้จัดเวทีการประชุมสุดยอดฝ่ายประชาธิปไตย ที่ใช้ชื่อว่า Summit for Democracy ครั้งที่ 2 เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะแบ่งประเทศในโลกออกเป็น 2 กลุ่ม คือประชาธิปไตย และเผด็จการ โดยในครั้งนี้มีการเชิญผู้นำกว่า 120 ประเทศเข้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย หรือมีแนวโน้มดัชนีชี้วัดความเป็นประชาธิปไตยอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นบวกในสายตารัฐบาลสหรัฐฯ และน่าสังเกตว่า เวียดนาม ได้เข้าร่วม ทั้งที่ปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ แต่ประเทศไทยกลับไม่ได้รับเชิญทั้ง 2 ครั้ง

“ถ้าหากว่าประเทศไทย ต้องการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากชาติตะวันตก จำเป็นจะต้องเข้าร่วมเป็นพันธมิตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นมิติทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นข้ออ้างของสหรัฐฯ และชาติตะวันตกที่จะนำมาพิจารณากระจาย Supply Chains โดยให้ความสำคัญในประเด็นความมั่นคงทางการเมือง มากกว่าประสิทธิภาพเหมือนเช่นในอดีต ในส่วนนี้ไทยเองจะต้องแสดงให้เห็นว่า ยังคงเป็นประเทศที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้อยู่ในเรดาร์ของประเทศมหาอำนาจภายหลังจากนี้”

นอกจากนี้ นายพงษ์ภาณุ มองว่า เรื่องต้นทุนพลังงานของประเทศไทยที่สูงขึ้น จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะมีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้เช่นกัน เพราะต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนหลักสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตในขณะนี้ ถือว่าสูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม และอินโดนีเซีย อยู่พอสมควร 

‘รองโฆษกฯ’ แจง หากลืมบัตร ปชช. ‘วันเลือกตั้งล่วงหน้า-วันจริง’  สามารถใช้บัตรปชช. ใบขับขี่ บัตรคนพิการ โชว์ผ่านแอปฯได้

(7 พ.ค. 66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งส่วนของการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ 7 พ.ค. 66 และใช้สิทธิในวันจริง 14 พ.ค. 66 จะต้องมีเอกสารที่เป็นหลักฐานในการแสดงตนเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งรวมถึงบัตรประจำตัวประชาชนหมดอายุก็สามารถใช้แสดงตนได้เช่นกัน บัตรหรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออก โดยต้องเป็นบัตรที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีหลงลืมหรือบัตร/หลักฐานข้างต้นไม่อยู่กับตัว สามารถใช้ภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดผ่านแอปพลิเคชันของหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้ได้ 3 แอปพลิเคชัน คือ แอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) เพื่อแสดงบัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์, แอปพลิเคชัน DLT QR LICENCE เพื่อแสดงใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ และแอปพลิเคชันบัตรคนพิการ เพื่อแสดงบัตรประจำตัวคนพิการอิเล็กทรอนิกส์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top