Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘ตุ๊กกี้’ ฟาดยูทูบเบอร์บุกถ่ายบ้านที่ ตจว. - ปลุกพ่อป่วยมาสัมภาษณ์ ลั่น!! ไม่รู้จัก-ไม่สนิทกัน แม้ลบคลิปแล้ว ก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

(8 พ.ค. 66) ทำเอานักแสดงตลกดัง ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ถึงกับขำไม่ออก เมื่อแฟนคลับได้ส่งคลิปของยูทูบเบอร์ช่องนึง ทำคอนเทนต์บุกบ้านพ่อแม่ของตนเองที่ต่างจังหวัด เข้าไปพูดคุยสัมภาษณ์โดยที่ตนเองไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย ทำเอาเจ้าตัวถึงกับต้องลุกขึ้นมาโพสต์ฟาดหนัก ๆ ไว้ว่า

“เสียใจมาก ที่สุด 🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺 ท่านไปบ้านหนูไม่บอกหนูสักคำหนูสงสารพ่อแม่หนูมาก เราไม่รู้จักกันนะคะ ไม่สนิทกันเลย นี่คือการไม่เคารพสิทธิ์ ของมนุษย์
พ่อหนูไม่สบาย ก็ปลุกมาสัมภาษณ์ ท่านไม่ติดต่อลูกเค้าเลย ท่านก็รู้นี่คือพ่อแม่ตุ๊กกี้

#พ่อกับแม่ก็บ้านนอก เค้าให้ทำไรก็ทำ
#ดูไปร้องไห้ไป ทำไมใจร้าย และ ไม่ให้เกียรติกันขนาดนี้
#เพื่อยอดวิว จนลืมกาละเทสะ 🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺
#ใหญ่หน้ายาว
#เชื่อมะหนูเพิ่งเห็นคลิป จากการส่งมาจาก แฟนคลับ ที่อุบล !!!!!! 😡😡😡😡😡😡😡😡.

#ตุ๊กกี้ กะคนมีชื่อเสียง หาตัวง่ายมาก
สังกัด เวิร์คพอยท์ !!!!!!!!!
#ควรทำไงดี ฟ้องดีไหมคะ ?”

'เศรษฐา' ฝากถึงติ่ง 'ก้าวไกล' วันที่ 14 มาคุยกันใหม่  ย้ำ!! เลือก ‘เพื่อไทย’ ประเทศเปลี่ยนทันที ไม่ต้องลอง

(8 พ.ค. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ Srettha Thavisin ดังนี้...

“เก่งไปหมด 14 แล้วมาคุยกันใหม่ ชัวร์ ๆ เพื่อไทยประเทศเปลี่ยนทันที ไม่ต้องลอง”

‘ตำรวจ’ คุมตัว ‘อดีตพระอาจารย์คม’ พร้อมพวกอีก 2 ราย ฝากขังศาลอาญา หลังยักยอกเงินวัด 180 ลบ. พร้อมค้านประกัน

(8 พ.ค. 66) พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อขอฝากขัง 3 ผู้ต้องหา ได้แก่ 1. นายคม หรืออดีตพระอาจารย์คม อายุ 39 ปี 2. นายวุฒิมา หรือพระหมอ อายุ 38 ปี 3. น.ส.จุฑาทิพย์ อายุ 35 ปี

โดย ท้ายคำร้องได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี

สำหรับคดีนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้จับกุม 1. นายคมฯ หรืออดีตพระอาจารย์คม อายุ 39 ปี 2. นาย วุฒิมา หรือพระหมอ อายุ 38 ปี และ 3. น.ส.จุฑาทิพย์ฯ อายุ 35 ปี

ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ Election Security and Public Order Management Centre

ตำรวจ รปภ.เข้มส่งบัตรเลือกตั้งกาแล้ว เข้าศูนย์ไปรษณีย์ หลักสี่
“ศลต.ตร.เผย” เลือกตั้งล่วงหน้า พบถ่ายรูปบัตรเลือกตั้ง - ขายเหล้า 12 คดี
 

วันนี้ ( 8 พฤษภาคม 2566 ) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ตร. ) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) มอบหมาย ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. ร่วมในภารกิจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ในด้านการรักษาความปลอดภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 
พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทำหน้าที่ โฆษก ศลต.ตร.เปิดเผยว่าภายหลังปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ศลต.ตร.ได้ส่งกำลังตำรวจทางหลวง ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธร คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมภารกิจขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว จากศูนย์ไปรษณีย์ 15 แห่งทั่วประเทศ กลับมายังศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ กทม. เพื่อคัดแยกส่งยังหน่วยเลือกตั้งต่อไป โดยขบวนรถขนบัตรเลือกตั้ง เดินทางออกจากศูนย์ไปรษณีย์จังหวัดต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 21.00 น. และถึงจุดหมายที่ศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่เป็นที่เรียบร้อยทั้ง 15 ขบวน ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยรถทุกคันตำรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีตำรวจตระเวนชายแดนพร้อมอาวุธนั่งประจำรถ มีรถตำรวจทางหลวงนำขบวน และปิดท้ายขบวน โดยมีตำรวจท้องที่คอยดูแลความปลอดภัยระหว่างพักรถ  
 
สำหรับสถานการณ์โดยรวมในวันเลือกตั้งล่วงหน้า และการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งนั้น โฆษก ศลต.ตร.กล่าวว่า ภาพรวมทั่วประเทศสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ศลต.ตร.ได้รับรายงานการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 12 คดี เป็นคดีจำหน่ายสุรา ในเวลาห้าม 8 คดี ในท้องที่ สน.ลุมพินี 2 คดี สน.คลองตัน 1 คดี สภ.โซ่พิสัย จว.บึงกาฬ 1 คดี สภ.ป่าตอง จว.ภูเก็ต 1 คดี ,สภ.วิชิต จว. ภูเก็ต 1 คดี, สภ.บ่อผุด จว.สุราษฎร์ธานี 1 คดี และ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช 1 คดี

‘มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก’ ลงแข่งยูยิตสูครั้งแรกในชีวิต คว้าเหรียญทอง-เงิน มาได้!! หลังซุ่มฝึกกับแชมป์โลก

(8 พ.ค. 66) มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊ก เข้าร่วมการแข่งขันกีฬายูยิตสูครั้งแรก และสามารถคว้าทั้งเหรียญทอง และเหรียญเงิน มาครอบครองได้สำเร็จ

สำหรับซีอีโอหนุ่มวัย 38 ปี เริ่มต้นฝึกซ้อมศิลปะการป้องกันตัวแบบผสม หรือ MMA ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2022 ซึ่งเจ้าตัวหลงใหลในการต่อสู้เป็นอย่างมาก โดยมีการเปิดเผยว่าเขาซุ่มฝึกซ้อมกับแชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพ อย่างมิคีย์ มูซูเมซี เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน เพื่อเตรียมตัวสำหรับทัวร์นาเมนต์ล่าสุด

แน่นอนว่าความพยายามของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อเจ้าตัวอัพภาพ พร้อมบรรยายผ่านแคปชันบนเฟซบุ๊กว่าเข้าร่วมการแข่งขันยูยิตสูเป็นครั้งแรกในชีวิต และสามารถคว้าทั้งเหรียญทองกับเหรียญเงิน ไปครอง

ก.แรงงาน ติวเข้มเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รุ่นที่ 2 ผนึกกำลังทีมสหวิชาชีพ ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ มุ่งไทยสู่เทียร์ 1 

วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.30 น. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน 
เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับปี พ.ศ. 2565) รุ่นที่ 2 โดยมี นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน นางโสภา เกียรตินิรชา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมด้วย นางสาวโสภณา บุญ-หลง  ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กล่าวรายงาน ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร 

นายบุญชอบ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานสำคัญและเป็นหน่วยงานหลักในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านความมั่นคง โดยรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกันการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองดูแลและป้องกันไม่ให้แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงแรงงาน “MOL พลิกโฉมตลาดแรงงานไทย” ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566  ได้กำหนดให้ “เร่งรัดการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและป้องกันการค้ามนุษย์ เพื่อมุ่งสู่การเป็น Tier 1” ซึ่งนโยบายดังกล่าวหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้นำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ในการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการบังคับใช้แรงงาน และการนำแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติฯ (NRM) นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ซึ่งการปฏิบัติงานดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มศักยภาพด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้แก่เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทีมสหวิชาชีพ ให้มีความความรู้ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน และได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 

“กระทรวงแรงงาน พร้อมที่จะร่วมผนึกกำลังกับทีมสหวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ในการยกระดับการขับเคลื่อนการต่อต้านการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และการค้ามนุษย์ในประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ และได้รับการจัดอันดับในรายงานการค้ามนุษย์ให้อยู่ในระดับ Tier 1 ต่อไป” ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวในท้ายที่สุด 

‘ชนินทร์’ อ้อนขอโอกาส ปชช. อีกครั้ง หากในอดีตยังคงโกรธ ‘ปชป.’ พร้อมปล่อยคลิป “คุณคือลมหายใจ” เพื่อส่งสารไปยังคนกรุงเทพฯ

(8 พ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.นี้ พรรคการเมืองต่างปรับยุทธศาสตร์การหาเสียง โดยความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีความน่าสนใจ คือ นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางกอกน้อย บางพลัด เบอร์ 7 ภายหลังที่การหาเสียงสะดุดไปหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากติดโควิดและประสบอุบัติเหตุ ล่าสุดเมื่อออกจากโรงพยาบาล นายชนินทร์จึงเร่งหาเสียง และเพิ่มจัดทำคลิป “คุณคือลมหายใจ” เพื่อส่งสารไปยังคนกรุงเทพฯ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/Chaninroongsang และแอปพลิเคชันติ๊กต็อก https://www.tiktok.com/@bang_chanin

นายชนินทร์ กล่าวว่า ความรู้สึกในคลิปดังกล่าวเปรียบได้ว่าตนเป็นตัวแทนของเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนในกรุงเทพฯ ที่ทำงานอย่างไม่ย่อท้อให้กับพื้นที่ของตัวเองตลอด 4 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในการจัดทำนี้ได้เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบายกรุงเทพฯ แล น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง มาร่วมในคลิปนี้ด้วย ซึ่งตนได้เลือกเพลงประกอบที่มีเนื้อหาใจความประกอบตรงกับสถานการณ์

‘กระเป๋าย่านลิเภา’ ในสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี งานหัตถศิลป์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระพันปีหลวง

(8 พ.ค. 66) ภายหลังจาก ‘พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว’ และ ‘สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี’ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักรตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

มีอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึง นอกเหนือพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นสิ่งที่หัวข้อสนทนาและถกถามกันในหมู่ชาวต่างชาติ นั่นก็คือ ‘กระเป๋าทรงถือ’ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ทรงเลือกถือ นั่นเอง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีชาวอังกฤษได้เขียนโพสต์ลงในทวิตเตอร์ระบุว่า "That purse is fabulous. Anyone know who made it?" มีความหมายประมาณว่า ‘กระเป๋าใบนั้นช่างสวยเลิศเหลือเชื่อ ใครก็ได้บอกหน่อยว่าใครทำ’ 

หลังจากนั้นก็มีชาวไทยหลายคนเข้าไปตอบข้อความนั้น โดยสรุปในความรวมได้ว่า ‘กระเป๋าทรงถือ’ ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เป็นงานหัตถกรรมจากย่านลิเภา งานหัตถศิลป์ฝีมือคนไทยจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก ‘มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ’ ได้โพสต์ข้อความอธิบายเกี่ยวกับ ‘กระเป๋าย่านลิเภา’ โดยระบุว่า…

“กระเป๋าย่านลิเภา คือ เครื่องจักสานชนิดหนึ่งที่สานโดยเส้นย่านลิเภาซึ่งเป็นพืชในสกุลเฟิร์นหรือไม้เถาชนิดหนึ่ง (ไม้เถาเรียกย่านลิเภาในภาษาปักษ์ใต้) ส่วนใหญ่พบในป่าทางภาคใต้ของประเทศไทย เส้นย่านลิเภา มีความเหนียวทนทานเหมาะที่จะทำกระเป๋า

ซึ่งกว่าเราจะได้ผลิตภัณฑ์จักสานย่านลิเภาแต่ละชิ้นนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะต้องใช้ความอดทนบวกกับทักษะฝีมือ ถือเป็นงานหัตถกรรมที่มีกรรมวิธียุ่งยากซับซ้อนไม่แพ้งานหัตถกรรมชนิดอื่น

#มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ #จักสาน #ย่านลิเภา”

ทางด้านผู้ใช้เพจ ‘ดร ณัชร สยามวาลา Nash Siamwalla, PhD’ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงประเด็นนี้เช่นกัน โดยระบุว่า...

“😍🙏 เห็นแล้วนึกถึงตอนเด็ก ที่ทันเห็นสมเด็จพระพันปีหลวงทรงพระราชทานคำแนะนำช่วยชาวบ้านนำกระเป๋าย่านลิเภานี้สู่สายตาชาวโลกครับ ตอนนั้นเป็นวันเฉลิมฯ 12 ส.ค. ที่ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทต่อมหาสมาคมที่เข้าไปถวายพระพรที่ตำหนักดุสิตาลัย คุณหญิงย่าเข้าเฝ้าฯ ด้วยจำแม่นเลยเห็นในถ่ายทอดสด พระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรมีมากมายจาระไนไม่หมด เห็นมากับตา สัมผัสมาด้วยตนเอง 😊🙏❤️”

‘มณีรัตน์’ หนุนขายของออนไลน์-ลดค่าขนส่งระหว่างประเทศ ติดปีกให้ e-Commerce ไทย ก้าวขึ้นแข่งขันได้ในระดับสากล

เมื่อวานนี้ (7 พ.ค. 66) มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 23 พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ปัจจุบันการซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ค้าจีนสามารถส่งส่งสินค้ามาถึงผู้ซื้อในไทย ค่าส่งเพียง 20 บาท !! เขาทำกันได้อย่างไร ?? 

ค่าส่งสินค้าที่สูงเป็นปัญหาใหญ่ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คนไทยกำลังประสบกันอยู่ เพราะบางครั้งค่าส่งสินค้าภายในประเทศยังเสียค่าส่งแพงกว่านี้ !! 

รัฐบาลจีนให้ความสำคัญและผลักดันธุรกิจค้าปลีก e-commerce ของจีนจนสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้ผู้ค้าปลีกออนไลน์จีนสามารถแข่งขันในระดับโลกได้ คือค่าขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่ถูกมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทำให้ผู้ค้าจีนได้เปรียบผู้ค้าประเทศอื่น ๆ ด้านราคาเมื่อคิดรวมค่าขนส่งกับค่าสินค้าเข้าด้วยกัน โดยรัฐบาลจีนให้ความช่วยเหลือผู้ค้าในส่วนนี้ โดยการสนับสนุนค่าส่งสินค้าไปต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม, ผลักดันเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพ, ควบคุมราคาค่าส่งสินค้าให้มีความเหมาะสม, ร่วมกับการเจรจาลดหย่อนภาษีนำเข้ากับประเทศคู่ค้า

ในทางกลับกันประเทศไทยมีสินค้าไทย ที่ได้รับความที่นิยมจากลูกค้าชาวจีนและประเทศอื่น ๆ จำนวนมาก แต่หากคนไทยขายของออนไลน์ส่งไปต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน กลับต้องเสียค่าขนส่งสูงกว่าจากจีนมาไทยหลายเท่า เป็นปัญหาที่ดับฝันโอกาสทางธุรกิจของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์รายย่อยชาวไทยในการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มไปสู่ตลาดโลกอย่างสิ้นเชิง

ในครั้งนี้หากได้มีโอกาสได้เข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ประเด็นการค้าขายออนไลน์ เป็นประเด็นสำคัญที่อยากจะผลักดัน โดยหนึ่งในนั้นคือการปลดล็อก ลดค่าขนส่งสินค้ารายย่อยระหว่างประเทศ เพื่อติดปีก e-Commerce ไทย สนับสนุนให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล

‘นิพิฏฐ์’ ขอไม่ซ้ำเติม หลังเห็นข่าวพระเสพเมถุน-ยักยอกเงินบริจาค แต่ฝากคนไทยควรศรัทธาอย่างมีสติเสมอ เพื่อป้องกันถูกพระหลอก

(8 พ.ค. 66) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เป็นเช่นนั้นเอง” ระบุว่า เห็นข่าวพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เสพเมถุน และ ยักยอกเงินบริจาคที่เกิดจากความศรัทธาของประชาชน ผมเฉยๆ ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่เคียดแค้นอะไร ถือว่า “ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง” ประการสำคัญ ผมไม่ซ้ำเติมเหตุการณ์ให้ศาสนาต้องบอบช้ำ

แต่ไม่สบายใจอยู่อย่างเดียว คือ หากท่านไม่สามารถครองสมณเพศได้ ควรสึกออกมาเสียก่อน วัตรปฏิบัติของพระในพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งปฏิบัติได้ “ยากที่สุด” บางเรื่องเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติของมนุษย์เสียด้วยซ้ำ พุทธศาสนิกชนเอง ก็ควรทบทวน ในการใช้ศรัทธา ทุกกระบวนการจึงต้องมี “ปัญญา” กำกับด้วยเสมอ แต่นั่นแหละ เราเข้าวัดฟังธรรม บริจาค ก็เพราะศรัทธา แต่ปัญญาเราไม่ได้พกพาเข้าไปในวัดด้วย จึงเกิดเหตุด้วยประการฉะนี้ เราถูกพระหลอก ก็เหมือนเราถูกแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หลอกนั่นแหละ ศาสนาของพระพุทธองค์ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ มีการปฏิบัติ ตั้งแต่ง่ายไปถึงยาก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top