Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘อนุทิน’ ชี้ หาเสียงด้วยวาทกรรม ไม่ได้ช่วยขับเคลื่อนประเทศ ลั่น!! ขอทำการเมืองสร้างสรรค์ ไม่แบ่งแยก คำนึงถึงประโยชน์ ปชช.

‘อนุทิน’ ชี้ โค้งสุดท้าย สาดวาทกรรม คนไม่เกี่ยวการเมือง จุ้นจนวุ่นวาย สร้างความแตกแยกไม่จบสิ้น เหน็บ บางพรรค ทำงานเหมือนบริษัท สั่งซ้ายหันขวาหัน ดักคอ พวกจับขั้วก่อน ถามประชาชนหรือยัง

(8 พ.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่า ตน ไม่ได้สนใจเรื่องนอกพรรคเลย เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้จนจำไม่ได้แล้วว่าไปไหนบ้าง ตอนนี้ลงพื้นที่อย่างเดียว ไม่ได้ติดตามข่าวอื่น ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ลูกพรรคไม่ได้ติดต่อเรื่องใดๆ มาที่ตน ว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร วันนี้คงไม่คิดเรื่องอย่างนี้แล้ว เพราะต้องคิดอย่างเดียวว่า จะต้องทำให้ประชาชนมั่นใจและเลือกเขาเข้ามา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้พรรคภูมิใจไทยมีหมัดเด็ดในการหาเสียงอย่างไร หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรานำเสนอนโยบาย ที่มั่นใจว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน และพยายามทำให้ประชาชนเห็นว่า พรรคภูมิใจไทยยึดมั่นของการเป็นพรรคการเมือง ที่ไม่เน้นความแตกแยก เราไม่ชอบความแตกแยก ไม่แบ่งฝ่าย ตั้งใจทำงาน เพื่อเอาประเทศไทยออกจาก ประเทศที่ไม่มีความสามัคคีของคนในชาติ ให้เร็วที่สุดให้ได้

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวแบ่งแยก และมีขั้วเก่าขั้วใหม่เกิดขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า “กระแสมันมีคนสร้างขึ้นมา กระแสถูกสร้างโดยคน ผมคิดว่าประชาชนแยกแยะออกว่า ไปเชื่อในข้อมูลใดแล้ว เขาได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ หรือทำให้เสียประโยชน์อะไร เขาแยกแยะออก ตอนนี้มันเหมือนไม่ใช่เรื่องของการเมือง คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ก็เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองเยอะแยะไปหมด ไม่รู้เข้ามาทำไม เพราะมันเป็นเรื่องของการเมือง เป็นเรื่องของนักการเมือง เป็นเรื่องของผู้สมัคร ก็ควรที่จะต้องจำกัดวงผู้เล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผู้สมัครแต่ละคนที่เข้ามา ก็ต้องถือว่าผ่านคุณสมบัติเข้ามาแล้ว ซึ่งตรวจคุณสมบัติ โดย กกต.ว่า ผู้สมัครคนนั้นมีประวัติไม่ดีอะไรหรือไม่ หรือมีประวัติอาชญากรรมหรือไม่ ถ้ามีก็เข้ามาสมัครไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องถือว่าเขามีคุณสมบัติครบถ้วน มันไม่ใช่หน้าที่ของคนที่ไม่เกี่ยวข้อง และมาเที่ยวว่ากล่าวให้ร้าย ก็จะทำให้ความแตกแยกไม่จบไม่สิ้นเสียที พรรคภูมิใจไทยถึงไม่โต้ไม่ตอบ ไม่สนใจ เพราะถ้าไปโต้ตอบหรือไปสนใจ ก็จะทำให้มีความรู้สึก และถ้ามีความรู้สึกแล้ว ก็จะต้องโต้ตอบจนเกิดความขัดแย้งไม่จบไม่สิ้น เรามั่นใจว่าทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชนแล้ว เราก็จะเดินถนนของพรรคภูมิใจไทย”

เมื่อถามว่า หากผลเลือกตั้งออกมาเป็นไปตามกระแส จะทำให้ทิศทางของประเทศเปลี่ยนไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า กระแสไหนล่ะ หากเป็นกระแสของพรรคภูมิใจไทยเราก็เชื่อมั่น ตอนนี้ต่างคนต่างมีแฟนคลับของตัวเอง ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เวลาตนที่ไปปราศรัยที่ไหน ได้ให้สัญญากับชาวบ้านว่า ถ้าได้กลับเข้ามาทำงานให้ประชาชนอีก ก็จะดำเนินการตามนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แม้แต่นโยบายที่ทำมาแล้ว ก็พร้อมที่จะสนับสนุนให้ดำเนินการต่อไป ไม่มีการกีดกัน ตนคิดว่าเราทำงานการเมืองสร้างสรรค์ดีกว่า พอแล้วสำหรับการทะเลาะกัน เพราะผลสุดท้ายคนที่เสียประโยชน์ คือประชาชน นักการเมืองไม่มีใครเสียประโยชน์ การที่จะบอกว่าไม่เอาพรรคนั้นไม่เอาพรรคนี้ หรือต้องการจับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้ ก็ต้องถามว่าพรรคการเมืองเป็นของคนใดคนหนึ่งหรือเปล่า เข้ามาได้มามีบทบาท ก็เพราะประชาชนเลือกมา

‘ทภ.2’ ปล่อยคลิปการ์ตูน สื่อถึงความสำคัญของการมีทหาร ตัดพ้อโซเชียล!! ถูกโจมตี-ถูกตั้งคำถาม ทั้ง ๆ ที่ทำเพื่อชาติ

(8 พ.ค. 66) ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2 ได้ส่งคลิปภาพการ์ตูนประกอบเพลงแร็ป ที่ชื่อว่า ‘มีทหารไว้ทำไม’ เผยแพร่โดยไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้จัดทำขึ้น เนื้อหาเล่าเรื่องราวการปฏิบัติหน้าที่ของทหารในสนามรบ ท่ามกลางความเป็นห่วงของครอบครัวในเรื่องความปลอดภัย แต่ทหารก็ยังย้ำในหน้าที่ปกป้องชาติ และ ประชาชน ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะตัดไปเป็นภาพการ์ตูนผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตขาวชี้นิ้ว และมีข้อความเป็นคำพูดว่า “เราไม่ต้องการทหาร กลับเข้ากรมกองไป ไร้ประโยชน์ ประเทศอื่นเขาไม่รบกันแล้ว สมัยนี้เขาใช้เรือประมงไปรบแล้ว เปลือง และกระจอก เขาไม่รบกันแล้ว รบไปก็ไม่ชนะ“ โดยมีฉากหลังเป็นทหารเดินลาดตระเวนในสนาม 

นอกจากนั้น ยังมีภาพการ์ตูนทหารในภารกิจช่วยประชาชนช่วงน้ำท่วม ตัดสลับกับการ์ตูนชายเชิ้ตขาวคนเดิม ชี้นิ้วพร้อมคำพูดที่ว่า “กลับไป ไม่ใช่หน้าที่ทหาร อย่ามายุ่ง” ก่อนจะเป็นคำพูดของทหารที่บอกว่า “หน้าที่ของพวกเราคือช่วยประชาชนไม่ใช่เหรอ ?” ต่อด้วยประโยคคำพูดที่ว่า “เราคงต้องอดทน อดทนเข้าไว้ ไม่ว่าใครจะเกลียดเรา” 

ตบท้ายด้วยการ์ตูนทหารกราบเท้าหญิงสูงอายุนอนป่วย พร้อมกล่าวอำลา มีข้อความว่า “วันนี้ไม่ชอบทหารก็ไม่เป็นไร แต่ทหารพร้อมช่วยเหลือประชาชนอยู่เสมอ แม้ว่าประชาชนบางส่วนไม่ต้องการทหาร แต่ทหารก็ยังเตรียมตัวพร้อมไว้เสมอ เพราะนี่คือทหารไทยที่พร้อมรับทุกสถานการณ์ ขอให้กำลังใจทหารที่ทำงานมาโดยตลอด อีกทั้งขอขอบคุณทหารไทย จนกว่าจะพบกันใหม่เมื่อประชาชนต้องการ 

‘กกต.-ไปรษณีย์’ นำทีมสื่อร่วมสังเกตการณ์นับบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ยัน ไม่มีบัตรเสีย-ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน มั่นใจ!! เลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ

‘กกต.-ไปรษณีย์’ นำทีมสื่อมวลชนสังเกตการณ์นับจำนวนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อนส่งถึง 400 เขต ภายในวันที่ 12 พ.ค. 66 ขออย่ากังวลปมจ่าหน้าซองผิด ตรวจสอบได้ส่งถึงทุกคะแนนไม่มีบัตรเสีย การันตีไม่ทำคะแนนตกน้ำ มั่นใจ!! ไม่กระทบการเลือกตั้งเป็นโมฆะ

(8 พ.ค. 66) ที่สำนักงานไปรษณีย์ สำนักงานใหญ่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย ได้นำคณะสื่อมวลชนร่วมติดตามการนับจำนวนและคัดแยกบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ที่ผ่านการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า และบัตรลงคะแนนผู้พิการ ผู้สูงอายุ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่ส่งเข้ามาถึงประเทศไทยแล้ว

นายดนันท์ กล่าวว่า ในส่วนของบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรมีทยอยเข้ามา กว่า 60,000 ใบ หรือประมาณ 67% จาก 45 ประเทศ จากจำนวนทั้งหมด 67 ประเทศ มีคณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ กรมการกงสุล กกต. และไปรษณีย์ตรวจคัดแยก ขณะนี้ บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ถูกได้ขนส่งมายังศูนย์คัดแยกเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างทำการคัดแยกโดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วย กกต. และไปรษณีย์ โดยในเบื้องต้นอยู่ในส่วนของการตรวจนับ และคัดแยก ยังไม่ถึงการคัดกรองที่จำตรวจเรื่องของการจ่าหน้าซองบัตร

อย่างไรก็ตาม กระบวนการคัดแยก ตรวจสอบจะใช้เวลาภายในวันที่ 7-9 พ.ค. ช้าสุดคือ วันที่ 10 พ.ค.นี้ และเริ่มส่งไปยัง 400 เขต คาดว่าจะถึงภูมิลำเนาของภายในวันที่ 12 พ.ค.นี้ ยืนยันว่าการดำเนินการในศูนย์คัดแยกจะมีวอร์รูมคอยมอนิเตอร์ดูการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต.มาร่วมทำงานด้วย สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เข้าพื้นที่ต้องลงทะเบียน ยืนยันตัวตน ห้ามนำอุปกรณ์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือเข้าไป และเมื่อออกจากศูนย์ จะต้องมีการตรวจค้นก่อน สำหรับขั้นตอนการตรวจนับและคัดแยกบัตรเลือกตั้ง จะตรวจรหัสซ้ำ 3 รอบ เพื่อให้แน่ใจว่าบัตรลงคะแนนจะถูกส่งตรงตามที่ผู้ลงคะแนน

ด้าน นายแสวง กล่าวว่า จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าประมาณ 91.83% ต้องขอบคุณผู้มาใช้สิทธิ์ ที่มาด้วยแรงศรัทธาประชาธิปไตย ซึ่งสำนักงาน กกต.สัญญาว่า จะรักษาทุกเสียงที่ประชาชนได้ลงคะแนนไว้ ส่วนกรรมการประจำหน่วย และอนุกรรมการประจำเขต ซึ่งการทำงานอาจจะมีการผิดพลาดบ้าง แต่ขอบคุณที่อดทนทั้งต่อสภาพอากาศ และแรงเสียดทานทางการเมือง ทำงานร่วมกว่า 16 ชั่วโมง รวมถึงประชาชนที่ร่วมกันตรวจสอบการทำงานของ กปน. และ กกต. ซึ่งมีทั้งเรื่องจริง เรื่องเท็จ แต่สั่งให้ ผอ.ทุกจังหวัด รายงานเข้ามาทุกเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าว ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร มีการแก้ไขอย่างไร เป็นเรื่องดีที่สิ่งที่เราทำอยู่นั้นอยู่ในสายตาของประชาชนเสมอ

ส่วนวันเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. จะไม่ให้มีสิ่งผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นอีก และคาดว่าเลือกตั้งในวันดังกล่าว การบริหารจัดการจะง่ายกว่านี้ เพราะไม่ต้องส่งไปรษณีย์ และบุคลากรที่จะทำงานมีมากกว่านี้ การลงคะแนนตรงตามหน่วยเลือกตั้งนั้นๆ ประชาชนจะไม่สับสน แต่คิดว่าเรื่องหีบไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือ ปัญหาการจ่าหน้าซอง แต่ก็ยืนยันว่าเรามีกระบวนการตรวจสอบ ขอให้ผู้ใช้สิทธิ์มั่นใจว่า ซองบรรจุบัตรเลือกตั้งจะถูกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ์

นายแสวง ยังกล่าวถึงกระบวนการตรวจสอบคัดแยกบัตร กรณีกรรมการประจำหน่วยเขียนรหัสจังหวัด หรือเขตเลือกตั้งผิดพลาดว่า หลังปิดหีบจะมีการตรวจสอบว่าต้นขั้วที่ใช้ไป กับจำนวนบัตรที่ออกเสียงตรงกันหรือไม่ และกรรมการประจำหน่วยจะทำบัญชีมา เมื่อไปรษณีย์ได้รับถุงบัตรมาแล้ว ก็จะทำการตรวจเบื้องต้น เมื่อคัดแยกเสร็จก็จะดูว่า จำนวนซองที่คัดแยกกับยอดต้นขั้วตรงกันหรือไม่ ดังนั้น ยอดจะกระทบกันโดยอัตโนมัติ

“ถ้ามีการจ่าหน้าซอง ถ้าถูกต้องทั้ง 3 จุด ก็จะถูกแยกออกไปเลย แต่ถ้ามีปัญหากรอกครบแต่เขียนเขตหรือรหัสเลือกตั้งผิด จะยึดรหัสเขตเลือกตั้ง 3 ตัวท้าย ซึ่งอยู่ด้านล่างของซองเป็นหลัก แต่ถ้ากรอกไม่ครบ หรือไม่มีรายละเอียดใดๆ หรือไม่มีการกรอกอะไรเลย ซึ่งส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมี แต่ถ้ามีจะถูกส่งมาให้คณะกรรมการ ที่มีเจ้าหน้าที่ กกต. และไปรษณีย์วินิจฉัยว่า ซองนี้จะไปลงเขตใด ซึ่งจะต้องไปสอบทานกับต้นขั้วก่อน ยอมรับว่าอาจจะยุ่งยากพอสมควร” นายแสวง กล่าว

เมื่อถามว่า มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่า มีการกรอกรหัส 3 ตัวท้ายผิด นายแสวงกล่าวว่า เขตเลือกตั้งนั้นคิดว่าประชาชนทราบ แต่รหัสเขต 3 ตัวท้าย ไม่รู้ว่าประชาชนเข้าใจหรือไม่ อาจจะเข้าใจว่า กปน.ต้องกรอกรหัสไปรษณีย์ที่ตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของ กปน. แต่การที่เราออกแบบการจ่าหน้าซอง ให้เขียนถึง 3 ชั้น เพื่อที่เวลาเกิดปัญหาก็จะสามารถตรวจสอบได้ และสามารถส่งบัตรเลือกตั้งนั้นส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์อยู่ ดังนั้น ยืนยันว่า แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตการทำงานของ กปน. แต่ยืนยันว่าบัตรทุกใบไม่เป็นบัตรเสีย คะแนนเสียงไม่ตกน้ำ

‘กรณ์’ เคลียร์ชัด!! ‘เงินเดือน 4 หมื่นบาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี’ ชี้!! ช่วยลดหย่อนสูงสุด 4.8 แสนต่อปี ผู้เสียภาษีเป็นปลื้ม!!

เมื่อไม่นานมานี้ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรึ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ ฟังหูไว้หู ทางช่อง 9 MCOT HD ดำเนินรายการโดย ชุติมา พึ่งความสุข และอาจารย์วีระ ธีรภัทร ในหัวข้อ ‘The Special: คุยกับ ชาติพัฒนากล้า’ ในบางช่วงบางตอนได้พูดถึงนโยบายเงินเดือน 4 หมื่นบาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี โดยนายกรณ์ระบุว่า..

หากคุณมีเงินเดือน 6 หมื่นบาท ถามว่าคุณได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ไหม คำตอบคือ ได้!! เพราะว่าผมเขียนว่า 4 หมื่นบาทแรกไม่ต้องเสียภาษี นี่คือความหมายที่ต้องการจะสื่อนะครับ และก็เป็นแบบนี้ในทุก ๆ เดือน ไม่ใช่เอาเงินทั้งหมด 12 เดือนมารวมกัน แล้วคิดแค่ 4 หมื่นบาทแรกนะครับ แต่ต้องคิดแบบนี้ครับ เอาเงินเดือนในทุกเดือน ๆ มาคูณ 12 และหักลบค่าใช่จ่าย ลดหย่อนต่าง ๆ และหัก 480,000 ออกไป แล้วเหลือเท่าไหร่ค่อยมาเอามาคำนวณภาษี

“ก่อนหน้านี้ เกณฑ์การเสียภาษีอยู่ที่ 26,000 บาท ซึ่งมันนานมาแล้ว และค่าครองชีพทุกวันนี้ก็สูงขึ้น เท่ากับว่า 40,000 บาทในวันนี้ ก็คือ 26,000 เมื่อวันนู่นนั่นแหละ” นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์ ยังกล่าวอีกว่า ผมเจอคำถามที่ว่า แบบนี้รัฐไหวเหรอ? ในแง่ของรายได้จากภาษีมันลดลงจริง ๆ แต่ลดลงแค่นิดเดียว พอเราบอกว่า 4 หมื่นบาทแรกไม่ต้องเสียภาษี ทุกคนที่มีเงินเดือนได้ประโยชน์หมด หรือจำนวนกว่า 4 ล้านคน แต่สมมติว่ามีเงินเดือนเกิน 4 หมื่นบาท ก็จะได้ประโยชน์ 7,500 ต่อเดือน แต่หากคิดเป็นสัดส่วนของรายได้ กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยเขาจะประหยัดมากกว่า แต่โดยรวมทั้งหมดจะทำให้รายได้จากภาษีส่วนบุคคลของรัฐลดลงปีละ 2.1 หมื่นล้าน ชาติพัฒนากล้าคำนวณมาเรียบร้อยแล้ว เทียบกับรายได้ปกติประมาณ 1.5 หมื่นล้าน ก็ถือว่าลดลงไม่เยอะ 

นอกจากนี้นายกรณ์ยังกล่าวถึงสาเหตุที่คิดนโยบายนี้ในช่วงเวลานี้อีกว่า…มีเหตุผลอยู่ 3 ประเด็น 

1.ค่าครองชีพที่สูงขึ้น กลุ่มคนมีเงินเดือนคือกลุ่มที่เสียภาษีตลอด และหลีกเลี่ยงไม่ได้ แบกรับภาระมาเยอะ 

2. ลดภาษีนิติบุคคลมา 10 กว่าปีแล้ว จาก 30% ลดลงมาเหลือ 20% ถ้าไปดูกันจริง ๆ มันมีสิ่งที่เรียกว่า ลักลั่นอยู่ ก็เลยเป็นสาเหตุให้คนที่มีรายได้สูง เช่น หมอ นักแสดง เขาไปตั้งบริษัท และรับรายได้ผ่านบริษัท เพราะบริษัทจ่ายภาษีน้อยกว่าภาษีบุคคล

และ 3. ปีนี้ สำนักงบฯ ประเมินแล้วว่า เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1.7 หมื่นล้าน จึงมองว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มทำนโยบายนี้

‘น้องนาย’ อายุ 12 ปี ฝึกเป็นสัปเหร่อ ทำพิธีได้คล่องสุด ๆ เจ้าตัวบอกชอบอาชีพนี้ อยากช่วยพ่อ-ช่วยศพไร้ญาติไม่มีเงิน

(8 พ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดชากกอไผ่ ม.1 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เพื่อดูการทำงานของสัปเหร่อจิ๋ว ที่มีการแชร์กันบนออนไลน์ เกี่ยวกับสัปเหร่อที่มีอายุน้อยจนเป็นที่ฮือฮา และชื่นชมในความสามารถ ทั้งยังเรียนอยู่เพียงชั้น ป.6

เมื่อเดินทางไปถึงวัดชากกอไผ่ ซึ่งชาวบ้านกำลังเตรียม จัดพิธีฌาปนกิจให้กับศพไร้ญาติ จึงเข้าไปภายในงาน ได้พบกับ ด.ช.วุฒิภัทร์ รอดพ้น อายุ 12 ปี หรือ “สัปเหร่อเจ้านาย” ที่แต่งกายด้วยชุดซาฟารีสีดำ กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมพิธีการฌาปนกิจ ทั้งเปิดฝาโลง ล้างหน้าด้วยน้ำมะพร้าว และ สวดมนต์พิธีอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่ต่างก็เฝ้ามองด้วยตวามชื่นชมในความสามารถเกินเด็ก โดยมีนายอรัญ รอดพ้น อายุ 41 ปี บิดา ซึ่งเป็นสัปเหร่อของวัด คอยเป็นผู้ช่วยอยู่ห่างๆ

นายอรัญ กล่าวว่า บุตรชาย ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ที่โรงเรียนตากสินบ้านค่าย จ.ระยอง ช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอม จึงมาทำหน้าที่สัปเหร่อ สำหรับบุตรชาย ชอบติดตามตนเองมาทำหน้าที่สัปเหร่อตั้งแต่เด็ก และมีความชอบในอาชีพนี้ พยายามสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอน และมนต์พิธี ซึ่งตนเองก็ยินดีสอนให้ เพราะถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติ และยังได้ช่วยเหลือสังคมอีกด้วย แต่จะไม่ให้ทิ้งการเรียน โดยใช้เวลาว่างจากการเรียนมาช่วย จนกระทั่งปัจจุบันสามารถประกอบพิธีได้ครบ จนสามารถทำได้เพียงลำพังคนเดียว แต่ตนเองก็จะคอยแนะนำอยู่ด้วย

‘อภิสิทธิ์’ ลุยตลาดพลู ชวนเจ้าของประเทศไปใช้สิทธิ์ 14 พ.ค. นี้ อ้อนขอคะแนนให้ ‘แนน ศิริภา’ การันตีความสามารถ พร้อมรับใช้ปชช.

(8 พ.ค. 66) ที่ตลาดพลู เขตธนบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงให้ น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร ส.ส. กทม.เขตธนบุรี คลองสาน และราษฎร์บูรณะ หมายเลข 11 พรรคปชป. โดยนายอภิสิทธิ์ ขึ้นรถปราศรัยขนาดเล็กปราศรัย เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. นี้ เพื่อยืนยันสิทธิและยืนยันความเป็นเจ้าของประเทศ เพื่ออนาคตของทุกคน โดยขอให้พี่น้องชาวธนบุรี คลองสาน และราษฎร์บูรณะ เข้าคูหาเลือก น.ส.ศิริภา เบอร์ 11 บัตรสีม่วง มาเป็นผู้แทนของพี่น้องชาวฝั่งธนบุรี ส่วนบัตรสีเขียว เลือกหมายเลข 26 พรรคประชาธิปัตย์

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ ขอถ่ายรูปกับ นายอภิสิทธิ์ และบอกคิดถึงนายอภิสิทธิ์ เป็นจำนวนมาก โดยนายอภิสิทธิ์ พร้อมกับ น.ส.ศิริภา ได้เดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชน ที่มาเดินทางมาท่องเที่ยวตลาดพลู รวมถึงประชาชนที่มารอใช้บริการรถไฟที่สถานีรถไฟตลาดพลู เพื่อขอคะแนนเสียงและแสดงความตั้งใจในการเลือกตั้งครั้งนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น.ส.ศิริภา เป็นคนรุ่นใหม่ของปชป. ตนได้มีโอกาสทำงานกับ น.ส.ศิริภา  โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับด้านการต่างประเทศ ของพรรคปชป. น.ส.ศิริภาเป็นคนรุ่นใหม่ของพรรคที่มีบทบาทสำคัญ ในการเป็นตัวแทนของประเทศไทย ในการประชุมในการประชุมตัวแทนของพรรคการเมืองในระดับภูมิภาคมาแล้วหลายครั้ง ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ และยังเป็นเลขาส่วนตัวของ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ จึงขอยืนยันว่า น.ส.ศิริภา เป็นบุคคลที่มีความพร้อม มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ที่จะรับใช้พี่น้องประชาชน ในนามของพรรคประชาธิปัตย์

‘กรณ์’ ชีพจรลงเท้า!! ลุยช่วย ‘อรทัย-เทมส์’ หาเสียง จ.ภูเก็ต ชาวบ้านพร้อมเทคะแนนให้ มั่นใจ!! เป็นม้ามืดเข้าวิน 2 เขต

(8 พ.ค. 66) นายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมด้วย นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 เบอร์ 1 จ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง พบแกนนำชาวบ้านกลุ่มธุรกิจประมงชายฝั่ง เลี้ยงปลาช่อนทะเล หรือ Black Salmon เป็นสัตว์เศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดภูเก็ต ที่หวังจะเป็นตัวขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนชายฝั่ง ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้มั่นคงให้กับชาวบ้าน โดยนายกรณ์ ได้แนะนำเกี่ยวกับนโยบายกองทุนสร้างสรรค์ สู่การท่องเที่ยว พูดถึงนโยบายกองทุนสร้างสรรค์รายละ 1 ล้านบาท  

ต่อมาได้เข้าเยี่ยมประชาชนที่ตลาดสี่กอ อ.กะทู้ โดยมีประชาชนในตลาดให้ความสนใจกับนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์ ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด โดยชาวบ้านเล่าว่า ช่วงโควิดระบาดหนัก แม่ค้ามีภาระจึงไม่สามารถที่จะชำระหนี้ได้จนต้องพึ่งหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยแพงและยังไม่รู้ว่าจะผ่อนหมดเมื่อไร จึงหวังว่า นางสาวอรทัย เบอร์ 1 จะได้เป็นผู้แทนผลักดันให้นโยบายนี้เป็นจริง พ่อค้าแม่ค้ากะทู้พร้อมเทคะแนนให้ 

จากนั้นนายกรณ์ ลงพื้นที่เขต 2 ภูเก็ต เพื่อช่วยนายเทมส์ ไกรทัศน์ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 7 ที่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ที่ตลาดนาคา โดยมีนักท่องเที่ยว และพ่อค้าแม่ค้าให้การต้อนรับนายกรณ์ และคณะอย่างคึกคัก พร้อมกับส่งเสียงพร้อมสนับสนุนให้นายเทมส์เป็นผู้แทน เนื่องจากที่เป็นคนลงพื้นที่ต่อเนื่องมาตลอด 3 ปีตั้งแต่ช่วงโควิด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นประธานในคพิธีเปิดการอบรมสัมมนาพนักงานสอบสวนและทีมสหวิชาชีพ พัฒนาวามรู้ด้านกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์

วันนี้ (8 พ.ค.66) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง (ศพดส.ตร.) ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมสัมมนาพนักงานสอบสวนและทีมงานสหวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการคุ้มครองแรงงานต่างด้าว และการป้องกันการละเมิดสิทธิตามกฎหมายแรงงาน อันจะนำไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 รุ่นที่ 5 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรับการอบรมประกอบด้วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่แรงงาน และเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ จำนวน 100 คน เข้าร่วมการสัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพความรู้ในครั้งนี้

การอบรมสัมมนาเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงานเกี่ยวเนื่องกับการค้ามนุษย์ในครั้งนี้ นับเป็นรุ่นที่ 5 จากการจัดการอบรมสัมมนามาแล้วทั่วประเทศ ซึ่งปีนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงแรงงาน ให้จัดการอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานต่างด้าว ซึ่งมักตกเป็นเหยื่อของการบังคับใช้แรงงานและการละเมิดสิทธิต่างๆ ในการทำงาน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ปฏิบัติงานซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานสามารถบูรณาการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ระดับประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับแนวทางการแก้ไขในระดับสากล

‘ชัยวุฒิ’ เชื่อโค้งสุดท้าย คนกรุงเชียร์ลุงป้อม มั่นใจช่วยประเทศไทย ‘ก้าวข้ามขัดแย้ง’ 

(8 พ.ค. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับนายพณิชย์ วิทยาภัทร์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 2 เบอร์ 11 พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ชุมชนบ้านครัวเหนือ เขตราชเทวี รับฟังปัญหาพี่น้องในชุมชน พร้อมบอกเล่านโยบายของพรรคพลังประชารัฐให้กับพี่น้องในพื้นที่ได้รับฟัง นอกจากนี้ยังได้พบชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในชุมชนได้สอบถามถึงนโยบายของการหาเสียงของพรรคพลังประชาชน โดยนายชัยวุฒิได้ตอบคำถามของชาวต่างชาติเรื่องนโยบายให้นักท่องเที่ยวฟัง เมื่อตอบคำถามเรียบร้อย ก็นำทีมหาเสียงในชุมชนต่อและได้เห็นวิถีชีวิตของพี่น้องชุมชนชาวคลองแสนแสบ และยังได้เข้าไปเยี่ยมชมร้านลุงอู๊ดบ้านครัวผ้าไหมไทย ซึ่งเปิดมากว่า 100 ปี ได้เห็นการทอผ้าใหม่และสอบถามถึงเรื่องของเส้นไหมที่นำมาทอ ประวัติความเป็นมาของร้านและความเป็นมาของชุมชนมุสลิมที่คลองแสนแสบนี้

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “เมื่อก่อนสมัยที่ตนอยู่เตรียมอุดมศึกษา ต้องมาเรียนพิเศษที่กิ่งเพชร กิ่งเพชรเป็นย่านชุมชนที่อยู่กันหนาแน่นพอสมควร และก็มีตึกเก่าๆ เยอะ 8 ปี ไม่มีอะไรเลยครับ มีร้านกาแฟขึ้นมาอีกร้านนึง ซึ่งก็เป็นความสามารถของนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่มาปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติเยอะนะเดินมาในซอยไม่น่าเชื่อว่าคนต่างชาติจะเยอะ ตนคิดว่าต่างชาติน่าจะชอบวิถีคนไทย คือ เรียบง่าย ค่าครองชีพไม่สูง คนไทยใจดี เที่ยวไหนก็ไม่มีปัญหา ไม่มีอันตรายเหมือนอยู่ประเทศอื่น คนก็เลยมาเที่ยวกันเยอะ”

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อด้วยว่า “กทม. เป็นพื้นที่ฐานเสียงเก่าของพรรค ประชาชนคุ้นเคยอยู่แล้ว ตนเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้รับการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ อย่างการมาลงพื้นที่วันนี้ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในหลายๆ เรื่องที่ประชาชนสงสัย สุดท้ายตอนนี้ชาวบ้านเข้าใจแล้ว ต่างก็เชียร์ลุงป้อม อยากให้ลุงป้อมมาดูแลบ้านเมือง ก้าวข้ามความขัดแย้ง ทำให้กรุงเทพฯ อยู่ในความสงบสุข ที่มาเดินในย่านราชเทวี เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีคนมาท่องเที่ยว ช็อปปิ้งเต็มไปหมด มีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเดินหน้าต่อไปได้ บ้านเมืองต้องสงบสุข เราต้องไม่ทะเลาะกัน เพราะความขัดแย้ง ความรุนแรง จะทำให้นักท่องเที่ยวหรือการพัฒนาต่างๆ มีปัญหาอย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่คนกรุงเทพฯ ต้องการ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top