Wednesday, 22 July 2026
Hard News Team

‘Digital Baht’ สกุลเงินดิจิทัลแห่งโลกอนาคต โมเดลจากจีน พัฒนาเพื่อความก้าวหน้า หรือใช้เป็นเครื่องมือควบคุมคน?

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 66 นายวิชัย กัมบีร์ หรือ ‘โค้ชโรมมี่’ ได้พูดถึงเรื่อง ‘สกุลเงินดิจิทัล’ หรือ ‘Central Bank Digital Currency’ ผ่านช่องติ๊กต็อกชื่อ ‘rommie.v’ โดยระบุว่า…

ในอนาคต หลายประเทศทั่วโลกกำลังพยายามทำตามประเทศจีน คือการทำสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือที่เขาเรียกกันว่า ‘Central Bank Digital Currency’ หรือที่ประเทศไทยอาจจะเรียกว่า ‘Digital Baht’ คือการที่สกุลเงินดิจิทัลถูกออกโดยธนาคารกลาง (รัฐบาล) แทนที่จะออกโดยธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะถูกทำให้เป็นออนไลน์ทั้งหมด สิ่งนี้อาจทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนกับเครื่องมือในการควบคุมคน

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? ลองมาคิดกันดูว่า เมื่อรัฐบาลเป็นผู้ออกสกุลเงินแบบเบ็ดเสร็จ หากคุณทำตามคำสั่งรัฐบาล รัฐบาลก็จะอนุมัติเงินให้คุณโดยง่าย แต่ถ้าหากวันใดวันหนึ่งคุณไม่ทำตาม หรือฝ่าฝืนคำสั่งรัฐบาลเพียงเพราะคุณไม่เห็นด้วยในทางการเมือง หรือเรื่องใดๆ ของรัฐบาลขึ้นมา รัฐบาลก็อาจจะขัดขวาง และไม่อนุมัติการออกเงินดิจิทัลให้คุณ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นคนผิดก็ตาม ซึ่งนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในประเทศจีน ณ ขณะนี้

“สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อก็คือ ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น เราไม่ควรที่จะไว้ใจให้ใครคนใดคนหนึ่งมากำหนดชะตาชีวิต โดยเฉพาะการมากำหนดว่า เราสามารถใช้เงินกับเรื่องใดได้ หรือไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม” โค้ชโรมมี่ กล่าว
 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ แถลงผลความคืบหน้าการขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ ดำเนินคดีนายตำรวจใหญ่เป็นนายทุนเบื้องหลัง

จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 66 กรณีนายเชิดเกียรติ ศักดิ์ศรี อายุ 24 ปี ผู้เสียหายได้มาร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กรณีถูกกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 7 คน อุ้มจากที่พักย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ ไปทำร้ายร่างกายและทวงเงิน และได้เอาทรัพย์สินของผู้เสียหายเป็นเงินสด โทรศัพท์มือถือและแทปเล็ต รวมมูลค่าประมาณ 100,000 บาท

โดยมูลหนี้มีความเกี่ยวข้องกับการลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ม.ค.66 ในพื้นที่ สน.โชคชัย ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ครบทั้ง 7 คน รวมทั้งยังดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ความช่วยเหลือในการค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของผู้เสียหายส่งให้กลุ่มผู้ก่อเหตุอีก 1 ราย ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอไปแล้วนั้น 

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนเร่งดำเนินการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันดังกล่าวด้วย เนื่องจากผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า เว็บพนันดังกล่าวมีนายตำรวจเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังด้วย โดยให้ดำเนินการสืบสวนความเชื่อมโยงและไล่เส้นเงินจากผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทั้งหมด

เบื้องต้นในส่วนของคดีปล้นทรัพย์นั้น ได้สรุปสำนวนฟ้องเสนอพนักงานอัยการแล้ว คดีอยู่ในชั้นศาล และในส่วนของสำนวนคดี ป.ป.ช.ซึ่งดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์นั้น ป.ป.ช.ได้พิจารณาชี้มูลความผิดและส่งให้ ภ.จว.สระแก้ว ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว 

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวพบว่า เว็บไซต์การพนันที่เกี่ยวข้องมี 3 เว็บไซต์ ได้แก่ sexy789 red789 และ blue789 โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนในการเป็นแอดมิน และการจัดหาบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมจำนวน 9 ราย โดยได้จับกุมและแจ้งข้อกล่าวครบแล้วทั้งหมด

ประกอบด้วย
1. พล.ต.ต.เอกภพ อายุ 52 ปี (เจ้าของเว็บ)
2. พ.ต.อ.ปวริศ  อายุ 41 ปี (จัดหาบัญชีม้า)
3. น.ส.พัชวัญญ์ อายุ 39 ปี (ซุปเปอร์แอดมิน)
4. นายมนตรี   อายุ 39 ปี (ซุปเปอร์แอดมิน)
5. น.ส.อมรรัตน์   อายุ 26 ปี (จัดหาบัญชีม้า)
6. นายสนธิ์  อายุ 57 ปี (บัญชีม้า)
7. นางวันเพ็ญ   อายุ 59 ปี (บัญชีม้า)
8. นายคมเดช   อายุ 32 ปี (บัญชีม้า)
9. น.ส.กนกวรรณ อายุ 37 ปี (บัญชีม้า)

โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันโดยการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่ของทรัพย์สินนั้นหรือกระทำด้วยประการใดๆเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ว่าในขณะได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องให้ทาง ป.ป.ง. ทราบและพิจารณาดำเนินการในการตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อยึดอายัดในขั้นต่อไปแล้ว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 6 คนที่ได้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในการอุ้มผู้เสียหายเพื่อนำไปทวงเงินได้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนได้มีการขยายผลดำเนินคดีกับเว็บไซต์การพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวด้วย โดยได้ข้อมูลจากผู้เสียหายว่า มีนายตำรวจอยู่เบื้องหลังการดำเนินการดังกล่าว

จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่สืบสวนและพนักงานสอบสวน ให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด และให้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีทุกราย แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศใดก็ตาม ทั้งนี้ขอยืนยันว่า จะมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาครบทุกคน ไม่มียกเว้นแน่นอน

IMD’ ขยับขีดความสามารถแข่งขันไทยดีขึ้น 3 อันดับอยู่ที่ 30 จาก 64

IMD’ ขยับขีดความสามารถแข่งขันไทยดีขึ้น 3 อันดับอยู่ที่ 30 จาก 64 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ชี้คะแนนหลายด้านดีขึ้นทั้งสมรรถนะเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพภาครัฐ - ธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ‘TMA’ ได้เผยผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศจาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ ‘IMD’ สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2566 ไทยปรับอันดับดีขึ้น 3 อันดับจากปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับ 30 จาก 64 เขตเศรษฐกิจในปีนี้ 

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาปัจจัย 4 ด้านที่ใช้ในการจัดอันดับ ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้นจากปีที่แล้วในทุกด้าน ได้แก่
    
1.) สมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) : ภาพรวมอันดับดีขึ้นจากปี 2565 ถึง 18 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 16 ในปี 2566 สาเหตุหลักจากปัจจัยย่อยการลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment) ที่ไทยอันดับดีขึ้นจากปีก่อนถึง 11 อันดับ และการค้าระหว่างประเทศ (International Trade) ที่ไทยอันดับดีขึ้นถึง 8 อันดับ จากปีก่อน 

2.) ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) : อันดับดีขึ้นจากปี 2565 ถึง 7 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 24 ในปี 2566 สาเหตุหลักจากปัจจัยย่อยกรอบการบริหารภาครัฐ (Institutional Framework) และกฎหมายธุรกิจ (Business Legislation) ที่ทั้ง 2 ปัจจัยย่อยนี้ ไทยอันดับดีขึ้นจากปีก่อนถึง 7 อันดับ

3.) ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) : ภาพรวมอันดับดีขึ้นจากปี 2565 ถึง 7 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 23 ในปี 2566 สาเหตุหลักจากปัจจัยย่อยผลิตภาพและประสิทธิภาพ (Productivity & Efficiency) ที่ไทยอันดับดีขึ้นจากปีก่อนถึง 9 อันดับ

4.) โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) : อันดับดีขึ้น 1 อันดับ จากปี 2565 มาอยู่ที่อันดับ 43 ในปี 2566 สาเหตุหลักจากปัจจัยย่อยโครงสร้างด้านเทคโนโลยี (Technological Infrastructure) ที่ไทยอันดับดีขึ้นจากปีก่อนถึง 9 อันดับ

โดยเมื่อเทียบกับในอาเซียนไทยอยู่อันดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์ ที่อยู่อันดับ 4 และมาเลเซีย อยู่อันดับที่ 27 ของโลก
 

‘น้องปาล์มมี่’ ช่วยแม่ขาย ‘น้ำลำไย’ เมนูคลายร้อนสุดฮิต ใช้ลำไยวันละ 70 กิโล ขายได้ 400 แก้ว สร้างรายได้ละวันหมื่น!!

ขนมาเท่าไรก็ขายหมด!! น้อง ม.6 ช่วยแม่หาเงิน ขายน้ำลำไย สร้างรายได้หลักหมื่นต่อวัน!!
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา น้ำลำไย ถือเป็นเมนูคลายร้อนที่ได้รับความนิยมและยังฮอตฮิตไม่สร่าง กลายเป็นอาชีพ ขายน้ำลำไย ที่สร้างรายได้ได้ดีอาชีพหนึ่งเลยทีเดียว

เมื่อไม่นานนี้ ‘น้องปาล์มมี่’ น.ส.อภิสรา โกมลวัฒนะ สาวน้อยวัย 18 ปี จากโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้ใช้เวลาว่างจากการเรียน มาขายน้ำลำไยในตลาดนัดกับครอบครัว ทำยอดขายต่อวันหลักหมื่น!!

น้องปาล์มมี่ เล่าว่า ปัจจุบันตนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนสาธิตพิบูลบำเพ็ญ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยตั้งใจจะสอบเข้าในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพราะชอบวาดรูป นอกจากเรียน-ติวหนังสือ และซ้อมวอลเลย์บอลแล้ว เมื่อมีเวลาว่างก็ไปช่วยแม่ขายน้ำพริกไข่ปูที่ตลาดนัดเป็นปกติอยู่แล้ว

กระทั่งช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมากระแสของ น้ำลำไย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก น้องปาล์มมี่จึงนำไอเดียที่ได้เห็นไปพูดคุยกับคุณแม่และคนที่บ้าน

“ปกติคุณแม่ขายน้ำพริกไข่ปูอยู่ที่ตลาดนัดอยู่แล้วค่ะ แล้วหนูเป็นคนชอบเล่นโซเชียล ก็ไปเห็นว่า ช่วงนี้คนเขานิยมน้ำลำไยกัน ใน TikTok นี่ดังมาก เลยเอาไปให้แม่ดูและคุยกันว่า มาลองทำกินทำขายดีไหม เพราะหนูก็อยากกินด้วย แล้วถ้าทำขายมันก็น่าจะรุ่งนะ เพราะในตลาดนัดที่แม่ขายอยู่ ณ ตอนนั้น ยังไม่มีร้านน้ำลำไยขายเลย พอคุยกันเสร็จแม่ก็บอกลองดูก็ได้ เขาก็อยากหาอะไรใหม่ๆ มาขายเหมือนกัน เพราะน้ำพริกไข่ปูมันก็ไม่ได้ขายดีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ก็เลยเปิดเน็ตดูว่าคนอื่นๆ เขาทำน้ำลำไยกันยังไง ให้พ่อให้พี่ให้น้องช่วยกันชิม ช่วยกันทำช่วยกันปรับสูตร ใช้เวลา 1 อาทิตย์ค่ะ ก็ได้สูตรที่ลงตัว ก็ไปขายกับแม่ที่ตลาดนัดเลย ตอนนี้ก็เปิดมาได้ 5 เดือนแล้วค่ะ” น้องปาล์มมี่ กล่าว

โดยร้านน้ำลำไยของน้องปาล์มมี่ ใช้ลำไยสายพันธุ์พวงทองในการทำ เพราะน้องบอกว่า ลำไยพันธุ์นี้รสชาติหวานและหอมกว่าพันธุ์อื่นๆ

“วันแรกที่ขายเลย เตรียมลำไยไปแค่ 10 กิโลเท่านั้นค่ะ ออกจากบ้านตั้งร้านบ่าย 2 โมง ประมาณ 5 โมงก็ขายหมดแล้วค่ะ มันเกินคาด เพราะหนูกับแม่ไปตั้งร้านเร็วด้วย ก็จะได้ลูกค้ากลุ่มแม่ค้าพ่อค้าที่เขามาตั้งร้านกันมาซื้อเป็นกลุ่มแรกๆ วันต่อๆ ไปก็เตรียมของเพิ่มขึ้นทีละนิดๆ จนปัจจุบัน ใช้ลำไยประมาณวันละ 70 กิโลค่ะ หนูขายแก้วละ 40 บาท ถ้าใส่ขวดหรือถุงก็ 50 บาท มันก็ขายได้ประมาณ 300-400 แก้วต่อวัน” น้องปาล์มมี่ กล่าว

ในเรื่องการลงทุน น้องปาล์มมี่ บอกว่า ส่วนนี้น้องไม่ทราบตัวเลขแน่ชัด เพราะคุณแม่เป็นคนจัดการทั้งหมด และได้บอกมาว่า ใน 1 วันที่ลงทุนซื้อของทำน้ำลำไย ลงทุนในเรื่อง ลำไย 70 กก. x 150 บาท น้ำตาล 600 บาท เตย 120 บาท ถุงแก้ว สติกเกอร์ 500 บาท และ น้ำแข็ง ประมาณ 1,000 บาท

“จริงๆ มันก็รู้สึกเหนื่อยนะคะ แต่ว่ามันสนุก เพราะเวลาไปตั้งร้านขาย เพื่อนๆ ก็จะแวะมาหากันเยอะ แต่ถ้าเรียนเสร็จกลับบ้านมาเฉยๆ มันก็เบื่อค่ะ” น้องปาล์มมี่ กล่าว

นอกจากกิจการน้ำลำไยที่ทำอยู่ น้องปาล์มมี่ยังเผยอีกว่า คุณแม่ได้ทดลองทำน้ำลำไยที่ผสมใบเตยลงไป เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า อีกทั้งยังมีแพลนจะต่อยอดทำเป็นรถ Food Truck เพื่อเปิดเป็นร้านสาขา 2 ด้วย

พิกัดร้าน น้ำลำไยสด ของน้องปาล์มมี่อยู่ที่ ตลาดโต้รุ่ง จังหวัดชลบุรี หรือสอบถามได้ที่เบอร์ 095-141-6428

รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น หรือ ‘รัศมีแข’ นักแสดง พิธีกร และนักวอลเลย์บอลลูกครึ่งไทย-เซเนกัล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงวอเลย์บอลทีมชาติหญิง

“ขอบคุณมากครับสำหรับวันนี้…และยังคงเหมือนเดิมนะเด็ก….รักนะครับ และศรัทธาเคารพวอเลย์บอลทีมชาติหญิงเสมอ…ขอบคุณสำหรับความสุขก่อนนอน….เชียร์สนุกมากครับ…แล้วเจอกันนะ”

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 รุดเยี่ยมให้กำลังใจ 2 ครอบครัวไทยพุทธ หลังเกิดเหตุลอบยิง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีทางกฎหมาย

วันนี้ 21 มิถุนายน 2566 เวลา 15.00 น. ณ วัดทรายทอง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส/ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ตลอดจนหน่วยงานราชการในพื้นที่ เดินทางให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุคนร้ายลอบยิงชาวบ้านไทยพุทธ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน เพื่อไปหาของป่า เป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย คือนายประเทือง พรหมทอง อายุ 42 ปี และนายนิวัฒน์ สังข์ทอง อายุ 55 ปี ประชาชนบ้านป่ากุง ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะจังหวัดนราธิวาส ซึ่งทั้ง 2 ราย เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 และเป็นสมาชิกโครงการราษฏรอาสารักษาหมู่บ้าน (อรบ.) กองพัน อรบ. รือเสาะ ซึ่งภายในงาน ยังมีพี่น้องประชาชนมุสลิมในพื้นที่ได้เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนให้กำลังใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย 

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจ ตลอดจนสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเกี่ยวกับการจัดการศพเบื้องต้น ก่อนจะสั่งการหน่วย ปรับมาจากการรักษาความปลอดภัยเป้าหมายอ่อนแอโดยเฉพาะกลุ่มไทยพุทธให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น เร่งตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ปิดกั้นเส้นทางเข้า - ออก ไม่ให้ประชาชนหรือผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามายังบริเวณจุดเกิดเหตุ หวั่นอันตรายหรือเกิดเหตุซ้ำซ้อน ช่วยกันดูแลพื้นที่ รวมทั้งตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทั้งเส้นทางหลัก เส้นทางรอง เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง พร้อมรวบรวมหลักฐาน ติดตามคนรายที่ก่อเหตุมาดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเร่งด่วน 

นอกจากนี้ ยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ ส่วนที่เกี่ยวข้องได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในการเข้าไปหาของป่า รวมทั้งมาตรการต่างๆ และให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยจุดเสี่ยง เฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์กับพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์อีก 

อย่างไรก็ตาม แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ฝากไปยัง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงพี่น้องประชาชน ได้ช่วยเป็นหูเป็น หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ หรือแจ้งเบาะแสสายตรงหาแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์  061 - 1732999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ จะมีการรดน้ำศพ นายประเทือง พรหมทอง  และนายนิวัฒน์ สังข์ทอง ในวันพรุ้งนี้ (22 มิถุนายน 2566) ณ วัดทรายทอง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส มีพิธีสวดพระอภิธรรมศพทุกคืน และจะมีพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 25 มิถุนายน 2566 นี้
ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ จ.นราธิวาส

ผบ.ตร. มอบรางวัลแก่ผู้กองฮีโร่ช่วยหญิงชราป่วยติดเตียงจากเหตุบ้านเพลิงไหม้และตำรวจด่านตรวจแอลกอฮอล์จับกุมผู้ก่อเหตุอุ้มทำร้ายร่างกายพร้อมอาวุธปืนและกระสุนปืนเพียบ

วันนี้ (21 มิ.ย.66) เวลา 11.45 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบเกียรติบัตรโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้แก่ข้าราชการตำรวจทั้งหมด 14 ราย 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า สำหรับโครงการ “ทำดี มีรางวัล” 
นั้นเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจและประชาชนที่ประกอบคุณงามความดีมีจิตสาธารณะ จนเป็นที่ยอมรับของสังคม ตลอดจนข้าราชการตำรวจที่มุ่งมั่นทุ่มเททำงานจนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างชื่อเสียงให้แก่หน่วยงาน และในกรณีนี้คือ
เหตุการณ์แรก กรณี “ตํารวจวิ่งฝ่าเปลวเพลิงช่วยชีวิตผู้ป่วยติดเตียง” ผู้ที่ทําความดี คือ ร.ต.อ.ชูศักดิ์ แสงรูจี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตํารวจนครบาล ทองหล่อ

โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย 66 เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ จึงได้นํากําลังไปยังที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านลักษณะทาวเฮ้าส์ และเมื่อทราบว่ามีผู้ป่วยติดเตียงติดอยู่ภายใน ร.ต.อ.ชูศักดิ์ฯ จึงได้ประเมินสถานการณ์และตัดสินใจวิ่งฝ่ากลุ่มควันและเปลวเพลิง เข้าไปภายในบ้าน และทําการช่วยเหลือโดยอุ้มหญิงผู้ป่วยติดเตียงที่กําลังสําลักควันไฟดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองออกมาได้อย่างปลอดภัย คลิปวีดีโอการช่วยชีวิตดังกล่าว ถูกส่งต่อไปในโลกสังคมออนไลน์ ได้รับกระแสชื่นชมเป็นอย่างมาก 

และเหตุการณ์ที่ 2 กรณี “จับคนร้ายที่ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์” ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ งานสายตรวจ1 กองบังคับการตํารวจราจร โดยเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.66 เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ ตํารวจปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณถนนร่มเกล้า เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ขับผ่านมาจึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ พบว่ามีชายตะโกนส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมาจากรถเชฟโรเลตสีขาว เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทําการตรวจสอบ โดยระหว่างนั้น ชายฉกรรจทั้ง 5 คน ที่โดยสารมาในรถทั้ง 2 คัน พยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมไว้ได้ทั้งหมดที่บริเวณจุดดังกล่าว

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทําการตรวจค้นรถทั้ง 2 คัน พบอาวุธปืนสั้นและปืนลูกซอง รวม 6 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 61 นัด และรถทั้ง 2 คัน ใช้ทะเบียนรถยนต์ปลอม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สน.มีนบุรี จากการ สอบสวนในเบื้องต้น ได้ข้อมูลว่าผู้เสียหายและผู้ต้องหารู้จักกัน โดยผู้เสียหายถูกทําร้ายร่างกายแล้วพาขึ้นรถมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจจะได้สอบสวนในรายละเอียดอีกครั้ง

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า “ตนขอชื่นชมในความกล้าหาญ ที่ให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และทันท่วงที ตนจึงได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” และเงินรางวัล รวมทั้งสิ้น 25,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่จะมอบรางวัลให้กับข้าราชการตำรวจหรือประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน ประกอบคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชน หรือทางราชการ ประพฤติตนดี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมและช่วยเหลือประชาชนจนเป็นที่ยอมรับต่อสังคม”

ปทุมธานี นายกแจ็สเสียใจผู้ว่าฯหมูป่าเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลศิริราช

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างนายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า พึ่งจะทราบข่าวท่านณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี อายุ 58 ปี เสียชีวิตอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลศิริราช ภายหลังเข้ารักษาอาการป่วยโรคมะเร็ง ที่โรงพยาบาลศิริราช จากท่านอดิเทพ กมลเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยเสียชีวิตในช่วงเย็นที่ผ่านมาก็รู้สึกเสียใจและเสียดายแทนพี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานี เพราะว่าช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ท่านมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

และได้ปฏิบัติหน้าที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้มีการประสานงานที่ดี ทั้งข้าราชการฝ่ายไหนก็ตาม นักการเมืองท้องถิ่นทั้งหมด ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด เพราะฉะนั้น การสูญเสียท่านไปพี่น้องชาวปทุมธานีก็เสียใจอย่างยิ่ง และเรากำลังเดินหน้าโครงการใหญ่ ๆ ที่ได้ท่านมาช่วยกันวางแผนการทำงานไว้หมดแล้ว ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป ฝากแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของท่าน แทนประชาชนจังหวัดปทุมธานีด้วยครับ

ภาพ/ข่าว วะจะนะชัย วาจาพารวย/รายงาน

สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์ที่ 12-16 มิ.ย. 66 จับตาปัจจัย ‘บวก-ลบ’ พร้อมแนวโน้ม 19-23 มิ.ย. 66

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์ล่าสุดผันผวน เฉลี่ยโดยรวมลดลงกว่า 1-2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นสัปดาห์นักลงทุนเทขายจากความวิตกต่ออุปสงค์พลังงานโลกที่อาจชะลอการฟื้นตัว หากธนาคารกลางรายใหญ่ยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อาจทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย อย่างไรก็ตาม ตลาดปรับตัวสูงขึ้นหลังจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลางสัปดาห์ราคาน้ำมันดิบลดลง หลังจากสหรัฐฯ รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น แต่ในช่วงปลายสัปดาห์ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดสูงสุดในรอบ 7 วัน หลังโรงกลั่นน้ำมันในจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก นำน้ำมันดิบเข้ากลั่นเพิ่มขึ้น

รมว.กระทรวงพลังงานรัสเซีย นาย Nikolai Shulginov กล่าวในงานสัมมนา St. Petersburg International Economic Forum ว่ารัสเซียจะผลิตน้ำมันดิบและคอนเดนเสท ในปี 2566 ลดลงจากปีก่อน 400,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 10.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้รัสเซียประกาศลดการผลิต 500,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วง มี.ค. 66 - ธ.ค. 67 เพื่อตอบโต้ชาติตะวันตก ซึ่งออกมาตรการกำหนดเพดานราคา (Price Cap) น้ำมันรัสเซียที่ขนส่งทางทะเล และราคา Brent จะกลับมาแตะระดับ 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (ราคา Brent ต่ำกว่าระดับ 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 66 เป็นต้นมา)

คาดการณ์ราคา ICE Brent สัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 70 - 80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จับตาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ - จีน ซึ่งมีแนวโน้มผ่อนคลายลง หลัง รมว. กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ นาย Anthony Blinken เยือนจีน ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 18 มิ.ย. 66 และพบปะหารือกับ รมว. กระทรวงการต่างประเทศของจีน นาย Qing Gang ทั้งนี้นาย Blinken เป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงสุดของสหรัฐฯ คนแรก ที่เยือนจีนอย่างเป็นทางการในรอบ 5 ปี

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ
• 14 มิ.ย. 66 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (Federal Open Market Committee: FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 5.00-5.25% ตามตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตามประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) ส่งสัญญาณอาจปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก 2 ครั้งสู่ระดับ 5.50-5.75% ภายในสิ้นปีนี้

• 15 มิ.ย. 66 ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากสำรองของธนาคารพาณิชย์ (Deposit Facility Rate), ดอกเบี้ยสำหรับสร้างสภาพคล่องให้ระบบธนาคารฯ (Main Refinancing Operations Rate) และดอกเบี้ยที่ให้ธนาคารฯ กู้ยืม (Marginal Lending Facility Rate) อยู่ที่ 3.50%, 4.0% และ 4.25% ตามลำดับ สูงสุดในรอบ 22 ปี ตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. 66 เป็นต้นไป

• EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุด 9 มิ.ย. 66 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 7.9 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 467.1 ล้านบาร์เรล

• Kpler รายงานอิหร่านผลิตน้ำมันดิบในเดือน พ.ค. 66 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 15.4% อยู่ที่ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดตั้งแต่ปี 2561และส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 43% จากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดตั้งแต่ปี 2561

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก
• สำนักสถิติแห่งชาติของจีน (National Bureau of Statistics: NBS) รายงานโรงกลั่นนำน้ำมันดิบเข้ากลั่น (Refinery Throughput) ในเดือน พ.ค. 66 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15.4% อยู่ที่ 14.66 ล้านบาร์เรลต่อวัน

• 13 มิ.ย. 66 ธนาคารแห่งชาติของจีน (People’s Bank of China: PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นระยะเวลา 7 วัน แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (7-Day Reverse Repurchase Agreement) ลง 0.1% มาอยู่ที่ 1.9% ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาสภาวะเงินฝืด

• Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) ปรับเพิ่มประมาณการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก (GDP) ในปี 2566 อยู่ที่ +2.7% จากปีก่อน (เพิ่มจากประมาณการณ์ครั้งก่อน ในเดือน มี.ค. 66 ที่ +2.6%) โดยปรับเพิ่ม GDP จีน อยู่ที่ +5.6% (เพิ่มจากประมาณการณ์ครั้งก่อน ที่ +4.3%)

• IEA คาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.45 ล้านบาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 102.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน (เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ครั้งก่อน 240,000 บาร์เรลต่อวัน)

ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ

วันนี้เมื่อ 24 ปีก่อน ‘ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ’ (mai) เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของธุรกิจที่มีศักยภาพขนาดกลางและเล็ก ซึ่งมีทุนชำระแล้วหลัง IPO ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ขึ้น โดยเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2542 เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่มีศักยภาพ ในการเติบโตสามารถระดมทุนผ่านตลาดทุนได้ โดยเน้นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตดี ในอนาคต (Business for the Future) หรือธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ 

สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการอื่นๆ หากมีคุณสมบัติ ครบตามเกณฑ์รับหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีความยินดีรับเป็นบริษัทจดทะเบียนเพื่อให้ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีบริษัทจดทะเบียนในหลากหลายอุตสาหกรรมให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนได้ ตามความเหมาะสม ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) สามารถรองรับธุรกิจได้ทุกขนาด ทุนจดทะเบียนชำระแล้วขั้นต่ำภายหลังกระจายหุ้น 50 ล้านบาทขึ้นไป และไม่มีการจำกัดทุนจดทะเบียนชำระแล้วขั้นสูง ซึ่งแตกต่างจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่รองรับได้เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีทุนชำระแล้วขั้นต่ำ 300 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น

ในปีแรกของการจัดตั้ง มีบริษัทเข้าจดทะเบียน จำนวน 3 บริษัท ขณะที่ปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2566 มีบริษัทจดทะเบียนใน mai 206 บริษัท โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 479,383 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 2,973 ล้านบาทต่อวัน  
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top