Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘ดร.สุวินัย’ มอง ‘กุนซือก้าวไกล’ เดินเกม ‘ยอมหักไม่ยอมงอ’ เชื่อ!! มี ‘พิมพ์เขียว’ ในใจ ถึงยอมสละ ‘พิธา’ ไม่ได้นั่งนายกฯ

(18 ก.ค. 66) สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Suvinai Pornavalai’ ในหัวข้อ ยุทธศาสตร์การปฏิวัติ : ที่พรรค ‘ปฏิวัติประชาน’ จะหยิบมาใช้ โดยระบุว่า…

ตอนนี้ ผมมองข้ามช็อตไปหลายก้าวแล้ว คือมองว่า ‘กุนซือก้าวไกล’ กำลังวางแผนอะไร กำลังคิดอะไรกันแน่ในอีก 4 ปี 8 ปีข้างหน้า ถึงขนาดเดินหมาก ‘ยอมหักไม่ยอมงอ’ เรื่องการผลักดันแก้ ม.112 โดยยอมสละ ‘เบี้ยพิธา’ ไม่ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่เก้าอี้นี้อยู่ใกล้แค่เอื้อม

การที่ ‘กุนซือก้าวไกล’ วางแผนอย่างลึกซึ้งถึงขั้นเลือดเย็นแบบนี้ ย่อมมีเหตุผลเดียวเท่านั้น คือพวกเขามี ‘พิมพ์เขียว’ ของยุทธศาสตร์การปฏิวัติประชาชน เพื่อล้มล้างการปกครอง ล้มล้างสถาบัน อยู่ในหัวแล้วนั่นเอง

นักยุทธศาสตร์ได้จำแนก ‘ยุทธศาสตร์การปฏิวัติ’ จากมุมมองของนโยบายทางทหาร ออกเป็น 8 วิธี ดังต่อไปนี้

(1) ยุทธศาสตร์การกบฏแบบดั้งเดิม
-ใช้กองกำลังติดอาวุธขนาดเล็กในการกบฏ
-ยุทธวิธีที่ใช้คือเข้าโจมตียึดคลังอาวุธเพื่อแจกจ่ายให้มวลชนที่ต้องการเข้าร่วมการกบฏ
-เข้ายึดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
-ตั้งด่านกีดขวางเพื่อปิดถนนในเมืองใหญ่ ขัดขวางการเคลื่อนตัวของกองกำลังฝ่ายรัฐ

(2) ยุทธศาสตร์การกบฏโดยการประท้วงหยุดงานทั้งประเทศ
- มุ่งทำลายรัฐผ่านการเคลื่อนไหวโดยประชาชนจำนวนมากเพียงครั้งเดียว
- ต้องรอให้เกิดการแตกแยกภายในอำนาจรัฐของชนชั้นปกครองด้วย

(3) ยุทธศาสตร์การก่อการร้ายที่ต้องการให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
- เน้นการลอบสังหารบุคคลสำคัญโดยองค์กรลับ
- มุ่งสร้างความหวาดกลัวในหมู่ศัตรู และต้องการให้ศัตรูโต้ตอบด้วยกำลังหรือความรุนแรง

(4) ยุทธศาสตร์การกบฏของพวกคอมมิวนิสต์
-ให้ความสำคัญที่สุดกับการจัดตั้ง ‘พรรคแนวหน้า’ (Vanguard Party) เพื่อปลุกระดมมวลชนให้มีจิตสำนึกปฏิวัติที่ต้องการล้มล้างการปกครอง ผ่านการให้การศึกษาทุกช่องทาง
-จัดตั้งองค์กรทางการเมืองและทางการของภาคประชาชน
-ยุยงให้ทหารระดับล่างแปรพักตร์มาอยู่ฝั่งผู้ก่อกบฏ

(5) ยุทธศาสตร์สงครามประชาชนยืดเยื้อ
- ตามแนวทางของเหมาเจ๋อตุง ที่ใช้ชนบทล้อมเมือง
- ต่อสู้ด้วยสงครามจรยุทธ์หรือสงครามกองโจรเป็นหลัก

(6) ยุทธศาสตร์การรัฐประหาร
- การทำรัฐประหารส่วนมากเกิดจากการ ‘ฉกฉวยโอกาส’ มากกว่าเป็นการวางแผนยุทธศาสตร์การปฏิวัติ
- การรัฐประหารเป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ดีมากระหว่างคณะปฏิวัติกับกองกำลังอื่น ๆ ในประเทศ มาเป็นตัวกำหนดความสำเร็จ

(7) ยุทธศาสตร์ชนะการเมืองเลือกตั้งแบบติดอาวุธ
- ก่อนอื่นมุ่งยึดอำนาจรัฐส่วนหนึ่ง ผ่านวิธีทางกฎหมายโดยชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายก่อน
- เมื่อมั่นใจว่าได้มวลชนขนาดใหญ่มากพอแล้ว จึงเอาไปรวมกับทรัพยากรของกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายตน เพื่อปฏิวัติประชานชน ยึดอำนาจรัฐแบบเบ็ดเสร็จในที่สุด

(8) ยุทธศาสตร์สงครามปฏิวัติแบบผสม (Hybrid Revolutionary Warfare)
- ยุทธศาสตร์นี้ยึดการสู้รบทุกรูปแบบ มาผสมผสานกัน ผ่านการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย, การเคลื่อนไหวประท้วงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเคลื่อนไหวประท้วงเรื่องการศึกษา เป็นต้น
- โดยมีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่การมี ‘กองกำลังทหาร’ เป็นของตัวเอง โดยพัฒนามาจากการจัดตั้ง ‘กองกำลังกองโจร’ ที่ทำหน้าที่ป่วนเมืองมาก่อน

อ่านแล้ว ท่านผู้อ่านตกผลึกหรือยังว่า ตอนนี้ พรรคปฏิวัติประชาชน อย่างพรรคก้าวไกล กำลังใช้ยุทธศาสตร์การกบฏแบบไหน ในการขับเคลื่อนขบวนการปฏิวัติประชาชนของพวกเขา ?

ผมสรุปให้อีกครั้งก็ได้ว่า…

ยุทธศาสตร์การกบฏของพรรคปฏิวัติประชาชนนั้น จะมีเป้าหมายเพื่อทำให้สถานการณ์บานปลายยิ่งขึ้นจนรัฐบาลคุมไม่อยู่ 

จะได้โค่นล้มเอาชนะรัฐบาล ยึดอำนาจรัฐใน ‘การต่อสู้ครั้งสุดท้าย’ ได้ด้วย ‘กองกำลังกองโจร’ ของฝ่ายตน ที่พัฒนาไปเป็น ‘กองทัพประจำการ’ ของฝ่ายตนได้สำเร็จ

หรือไม่ก็ต้องใช้ ‘กองกำลังต่างชาติ’ ในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

~ สุวินัย ภรณวลัย 
Suvinai Pornavalai

‘บิ๊กแดง’ ปัดตอบ ปมภาพบินไปลังกาวี พบ ‘ทักษิณ’ หลุดว่อน ยัน!! แค่ไปหารือแนวทางแก้ปัญหากลุ่มก่อความไม่สงบฯ ในภาคใต้

(18 ก.ค. 66) แหล่งข่าวจากกองทัพ ระบุถึง การเดินทาง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมคณะของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ.ไป เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เมื่อ 5-7 พ.ค. 2566 และถูกโยงว่ามีการพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดีลลับการเมืองก่อนเลือกตั้งว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ ทางการเมือง และไม่ได้ไปพบเจอ อดีตนายกฯ ตามที่มีข่าวปรากฏในโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด แต่ไปเพื่อพบปะกับ แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่มีการนัดหมายไว้ ว่า ต้องการพบเพื่อคลี่คลายปัญหา และสนับสนุนให้การเจรจาเดินหน้าไปได้ด้วยดี

โดยเป็นการประสานในการเปิด ช่องทางการติดต่อสื่อสาร อีกช่องทางหนึ่ง สำหรับการประสานงานในการแก้ปัญหา อีกทั้งในขณะนี้ การดำเนินการของคณะพูดคุยฯ ชะลอ ออกไป เพราะทางกลุ่มเคลื่อนไหว รอมีรัฐบาลใหม่ก่อน

ส่วนกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ เดินทางไปด้วยนั้นเนื่องจาก พล.อ.อภิรัชต์ สนใจติดตามแก้ปัญหาความไม่สงบในชายแดนใต้ มาเพราะสมัยเป็นพันเอก ก็ลงไปอยู่ชายแดนใต้ และมีสายข่าวอยู่ในฝั่งมาเลเซีย และเมื่อครั้งเป็น ผบ.ทบ. เคยเดินทางไป อาเจะห์ ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา  และยังคงติดตามสถานการณ์ มาตลอด แต่ไม่ได้เปิดเผย เพราะมีหน่วยงานที่มีหน้าที่ทำงานอยู่  แต่มันเป็น คอนเนคชั่นส่วนตัว ที่ทำให้ประสานพูดคุยกันได้ จะได้รู้ความต้องการของเขา และทางออกในการแก้ปัญหา

สำหรับ พล.อ.เฉลิมพล คอยติดตามการแก้ปัญหาชายแดนใต้มาตลอดเช่นกัน ทำงานร่วมกับพล.อ.อภิรัชต์ มา ที่ผ่านมาก็ทั้งการลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยม และสนับสนุนอุปกรณ์พิเศษ ให้กองกำลังชายแดนในการทำงาน

“คาดว่าคงมีคนพยายามที่จะเชื่อมโยง กับการเมือง เพราะที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าวลือ พาดพิง พล.อ.อภิรัชต์ มาตลอด แต่ พล.อ.อภิรัชต์ ก็เลือกที่จะนิ่ง ไม่ชี้แจง ตอบโต้ แต่การที่ไม่ได้ชี้แจง ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องจริง เพราะอยู่ในสถานภาพที่ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวใดๆ ทางการเมือง ขออย่าโยง” แหล่งข่าวใกล้ชิดในกองทัพ ระบุ

‘โบว์ เมลดา’ โผล่คอมเมนต์ไอจีหวานใจ ‘อาเล็ก ธีรเดช’ แซว!! “รูปแบบนี้ลงไม่ถามก่อน” เหตุรูปนี้ฮอตเกินต้าน

(18 ก.ค. 66) มีการหลุดคิวซีเกิดขึ้น ล่าสุด ‘โบว์ เมลดา สุศรี’ ต้องตามมาตรวจถึงอินสตาแกรมแฟนหนุ่ม ‘อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ’ หลังจากหนุ่มอาเล็กโพสต์ภาพโชว์แผ่นหลังกว้าง ๆ พร้อมกล้ามแขนแบบไม่เกรงใจใคร เล่นเอากล่องคอมเมนต์แทบแตก นี่ขนาดมาแค่ด้านข้างกับด้านหลังนะเนี่ย

โดยหนุ่มอาเล็กได้โพสต์ภาพโชว์หุ่นสุดเท่ ผ่านอินสตาแกรม IG @lekteeradetch พร้อมแคปชันว่า ‘Updated’ ซึ่งบอกเลยว่า ไม่ว่าจะมองมุมไหนหุ่นของหนุ่มอาเล็กก็ชนะเลิศ

งานนี้แฟนสาวอย่าง ‘โบว์ เมลดา’ อดใจไม่ไหวต้องตามมาแซวออกสื่อสักหน่อย โดยสาวโบว์ได้คอมเมนต์ว่า “ทีรูปนี้ไม่ถาม” พร้อมอีโมจิขำน้ำตาไหล จนแฟนคลับต้องตามแซวอีกต่อว่า ถ้าหนุ่มอาเล็กถามก่อนสาวโบว์จะให้ลงรึเปล่า

นอกจากนี้หุ่นสุดฮอตของอาเล็กยังเรียกเสียงกรี๊ดจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น “พี่เล็กกกกกกกกกก”, “หันหน้ามาคุยกันก่อนพ่อหนุ่ม”, “เห็นหลังแล้วอยากเห็นหน้า…”, “แข่งแฟนหรา เอาอีก ๆ”, “อย่างโหดดด เบรคซีนก็ไปฟิตเนสสสส”, “เบาได้เบาพ่อคูณ”, “พี่ เบาได้เบาเด้อค่ะ”

ครั้งหน้าหนุ่มอาเล็กจะลงรูปอะไร ลองถามหวานใจอย่างสาวโบว์ก่อนก็ดี ไม่งั้นถ้าลงตู้มมาแบบนี้ คงทำแฟนคลับใจละลายแบบไม่ทันตั้งตัวอีกหลายครั้งแน่นอน

‘กระติ๊บ ชวัลกร’ ฮาลั่น!! เจอหนุ่มคลั่งรัก บอกเปย์มาให้แล้ว 300 ล้าน  หยอกกลับ “ไม่ทราบว่าโอนมาทางไหนคะ แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้ยิ้มได้” 

(18 ก.ค. 66) เจอแบบนี้ใครก็งง เมื่อดาราสาว ‘กระติ๊บ ชวัลกร’ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อมีบุคคลที่อ้างว่าชื่อ ‘พี่เบส’ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในอินสตาแกรมของเธอ โดยระบุว่า…

“ดีครับ พี่เบสนะ รักน้องกระติ๊บนะ ห่วงมากรู้มั้ย รู้ตัวมั้ยว่ามีใครชัพพอร์ต แคร์มาก ๆ อยู่ตรงนี้ พี่รักน้องกระติ๊บมากรู้มั้ย รักษาสุขภาพมาก ๆ ช่วยรักตัวเองแทนพี่ทีนะครับ น้องกระติ๊บน่ารัก ครบนะครับ ของที่พี่เบสให้ไปครบนะครับ 300 ล้านแล้วมั้ง ดีครับ คิดถึงนะ พี่เบส”

ซึ่งเมื่อดาราสาวได้เห็นข้อความดังกล่าวก็ถึงกับต้องแคปมาสอบถามด้วยความงงปนขำไว้ว่า…

“5555555 เอิ่มคือพี่เบสคะ เรียนถามนิสนึงค่ะ 300 ล้านไม่ทราบพี่เบสส่งมาทางไหนคะ ทางน้ำ ทางอากาศ หรือว่าทางพลังจิต บาทเดียวยังมาไม่ถึงเลยพี่เบสสสสส ขอบคุณที่ส่งข้อความมานะคะ ไม่ว่าพี่จะเป็นใคร คอมเมนต์มาแบบทำให้หนูท้องแข็งเลยค่ะ ขอบคุณที่ทำให้ยิ้มได้ค่ะ”

‘นักเรียนไทย’ ยกพานใส่พวงมาลัย คลานเข่าขอขมาครูฝรั่งแล้ว หลังทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนทัวร์ลง ด้านครูไม่ติดใจ ให้อภัยเด็ก

(18 ก.ค. 66) เพิ่งเป็นกระแสไปไม่นานกับคลิปของนักเรียนมัธยมศึกษา ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในย่านหนองจอกที่ แสดงกิริยาไม่เหมาะสม กับคุณครูภาษาอังกฤษซึ่งเป็นคนผิวดำระบุแคปชั่นว่า “ไม่อยากเรียนแหละ”

ในคลิปจะเห็นว่ามีนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนข้างหลังครู พร้อม ‘ทำท่าเหมือนจะต่อย’ เวลาครูหันหลังให้ มีกระทั่ง ‘ชูนิ้วกลางให้ครู’ จนกลายเป็นดรามากระฉ่อนไปทั่วโลกออนไลน์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ก่อนคลิปดังกล่าวก็ได้ถูกลบออกไป พร้อมทั้งปิดแอคเคาต์ไปเลย

ล่าสุดหลังจากถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นักเรียนคนดังกล่าวได้โพสต์ทวิตเตอร์ระบุว่า…

“วันนี้หนูได้เดินทางไปขอโทษขอขมาทิชเชอร์ที่โรงเรียนเมื่อตอนเช้าที่ผ่านมาแล้วค่ะ หนูได้เข้าไปพูดคุยกับทางคุณครูและทิชเชอร์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้ขอโทษ ทางทิชเชอร์ได้รับทราบและให้อภัยแล้วค่ะ”

“วันนี้ที่ไปไม่มีคลิปเพราะว่าไม่มีคนถ่ายให้ส่วนพรุ่งนี้ หนูจะเข้าไปขอโทษทีชเชอร์พร้อมเพื่อนๆอีกทีค่ะ หนูจะนำบทเรียนในครั้งนี้ไปปรับตัวเองใหม่ค่ะ” ซึ่งหลังจากโพสต์ไปได้ไม่นาน ก็มีชาวเน็ตมากมายมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้

ตัวอย่างความคิดเห็น

“การให้อภัยมันเป็นเรื่องของครู ไม่ใช่ชาวเน็ต ส่วนเด็กจะสำนึกจริงไหมก็ต้องดูกันไป
เอาจริงป่ะถ้าเกิดว่ามันไม่มีใครเอาคลิปนั้นมาแฉก็คงไม่ขอโทษอ่ะ เพราะคลิปนั้นผ่านมาเป็นเดือนแล้วด้วย”
“ตั้งนานคิดไม่ได้ โดนทัวร์ลงคิดได้ว่าต้องขอโทษ”
“ขอโทษเพราะสังคมบังคับให้ขอโทษ”
“digital footprint ตลอดไปนะคะ แม้จะขอโทษแล้วอย่างเป็นทางการ แต่ก็จงรับผลของการกระทำตัวเอง”
“ทำผิดแล้วยอมรับผิดจริง ๆ อันนี้ก็ควรชื่นชมค่ะหลังจากนี้คือบทพิสูจน์ว่าสิ่งที่ทำมันจริงใจไหม”
“นี่ว่าคู่กรณีเขาให้อภัยแล้วก็ควรจบเรื่องได้แล้วอะ”
“ขอให้สำนึกได้จริงๆ และเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีนะคะ”

วัดเก่าแก่ 5 ศตวรรษ เคลือบ 'ศิลปะ' สวยงามตระการตา  พร้อมยล 'อุโบสถเรือสุพรรณหงส์' สุดอลังการ ใกล้กรุงเทพฯ

วัดสวยที่ THE STATES TIMES จะพาไปในวันนี้ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร วัดนี้มี อุโบสถเรือสุพรรณหงส์ ที่สวยงามมาก ถือเป็นอันซีนที่จะต้องไปชมสักครั้ง เพื่อชื่นชมกับความวิจิตรงดงามในศิลปะสุดอลังการ

วัดชลอ ตั้งอยู่ใน ตำบลวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ในสมัยอยุธยาตอนปลาย คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นราวๆ ปี พ.ศ. 2275 หรือในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ คำว่า “ชลอ” เล่าว่า อาจมาจากกคำว่า “ช้ารอ” เพื่อเตือนเรือที่แล่นผ่านเพราะน้ำเชี่ยว ต่อมาเพี้ยนเป็น “ชลอ” วัดนี้จะตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย เมื่อก่อนนั้นจะเรียกกันว่าคลองลัดบางกรวย ที่ขุดขึ้นในปี พ.ศ. 2081 มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี

มีตำนานเล่าต่อกันมาว่า เมื่อครั้งที่พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ผ่านคลองลัดบางกรวย ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าบริเวณนี้น่าจะสร้างวัดได้ เพื่อไว้สำหรับเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของชาวบ้าน แต่ด้วยบริเวณนี้เป็นคุ้งน้ำเชี่ยว เมื่อในอดีตนั้น เคยมีเรือสำเภาล่มและมีคนจมน้ำตาย รวมถึงการก่อสร้างก็ลำบากและมีอุปสรรคมากมาย แม้กระทั่งตอนที่สร้างเสร็จก็เกิดฟ้าผ่าที่กลางโบสถ์อีกด้วย ต่อมาพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงพระสุบิน นิมิตว่ามีชายชราชาวจีนมากราบทูลขอให้พระองค์ปลดปล่อยดวงวิญญาณที่ตายเพราะเรือล่ม โดยชายชาวจีนผู้นั้นอยากให้พระองค์สร้างโบสถ์เป็นรูปเรือสำเภา หลังจากนั้นเมื่อโบสถ์สร้างเสร็จก็ไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้นอีก

จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้ ก็คือ อุโบสถเรือสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็นอุโบสถหลังใหม่ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2526 โดย พระครูนนทปัญญาวิมล (หลวงพ่อสุเทพ) อดีตเจ้าอาวาสวัดชลอ และท่านยังเป็นผู้พัฒนา วัดชลอ จากวัดเก่าที่ทรุดโทรมให้มีความสวยงาม และเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงในปัจจุบัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่อยู่ : วัดชลอ 21/3 ซอยบางกรวย ถนนบางกรวย-จงถนอม ตำบลวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
พิกัด : https://goo.gl/maps/gccm5Vbj1G8PYiHJ9 
เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น.

KAMIKAZE ประกาศเปิดภาคเรียนใหม่ เล่นใหญ่ใส่เต็มกว่าเดิม เตรียมจัดคอนเสิร์ต 21 ตุลาคมนี้ แฟนคลับวอร์มนิ้วรอกดบัตร!!

(18 ก.ค. 66) KAMIKAZE ประกาศเปิดภาคเรียนใหม่ เล่นใหญ่ใส่เต็มกว่าเดิมได้เวลารวมพลพากองเชียร์กามิกลับด้อม มารียูเนี่ยนความ FUN BOOM มันส์ ๆ ให้สุดเหวี่ยง

FORWARD ความมันส์ เต้นกันทุก PLAYLIST 21 ตุลาคมนี้ IMPACT ARENA เมืองทองธานี

เต้นสนั่นฮอลล์แบบใกล้ชิดสุด ๆ กับบัตรยืนราคา 4,000 / 3,000 บาท และบัตรนั่งราคา 4,000 / 3,500 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท กดบัตรพร้อมกัน 2 กันยายนนี้ ที่ THAITICKETMAJOR 

‘พีระพันธุ์’ ยัน!! ไม่ส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ แข่ง ในรอบ 2 ย้ำจุดยืน!! ไม่หนุนพรรค ‘แก้ ม.112 - แบ่งแยกการปกครอง’

(18 ก.ค. 66) นายพีระพันธุ์​ สาลีรัฐวิภาค​ เลขาธิการ​นายก​รัฐมนตรี​ ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค - Pirapan Salirathavibhaga’ ยันยืน​ แนวทางโหวตนายกรัฐมนตรี​ โดยมีข้อความระบุว่า​

ผมขออนุญาตเรียนยืนยันแนวทางและนโบายของ รทสช. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม คือ 1.ไม่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ รทสช. ทั้งสองคน เรายืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับแนวทางการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อบ้านเมือง

2.เราจะไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายหรือแนวทางการทำงานที่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 การแบ่งแยกการปกครอง การล้มล้างสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีที่ดี และสถาบันหลักทั้งสามของชาติ อันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมือง

รทสช. มั่นคง ชัดเจน ตรงไปตรงมา เหมือนเดิมครับ

‘แพนเค้ก’ ตอบชัด!! ไม่พร้อมมีลูกเร็วๆ นี้ ยังสนุกกับการทำงาน ลั่น!! “แค่เลี้ยงหลานก็ปวดหัวแล้ว แต่อนาคตมีแพลนเก็บไข่”

(18 ก.ค. 66) เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคู่รักที่หลายคนจับตามอง สำหรับนางเอกสาว ‘แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์’ และสามี ‘สารวัตรหมี’ หลังจูงมือเข้าประตูวิวาห์กันไปพักใหญ่ แต่ก็ยังขยันอวดความหวานให้ได้เห็นกันอยู่ตลอด ก่อนหน้านี้ก็ทำเอาแฟนคลับหลายคนตื่นเต้น เพราะมีคนตาดีเห็นสาว แพนเค้ก ควงสามีเดินเลือกซื้อของใช้เด็กเล็ก ทำให้สงสัยกันว่าเธออาจจะตั้งครรภ์แล้วหรือเปล่า งานนี้เจ้าตัวออกมาตอบคำถามว่า ยังไม่ได้ท้อง แค่ซื้อของให้กับหลาน ๆ เท่านั้น

ล่าสุดสาว แพนเค้ก ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแพลนการมีทายาทอีกครั้ง งานนี้เจ้าตัวบอกเลยว่า ตนเป็นสายมู มูทุกที่ แต่ไม่ได้ขอเรื่องลูกเลย “มูทุกที่ค่ะ ไหว้พระทุกที่ พรที่ขอมาตลอดคือ เรื่องสุขภาพและเรื่องงาน ยังไม่ได้ขอเรื่องมีน้อง ยังไม่ได้ขอค่ะ ตอนนี้เพราะยังมีงานที่เราต้องรับผิดชอบอยู่ เป็นช่วงเวลาของการทำงาน คุยกับพี่หมีแล้ว เขาเข้าใจตรงกัน พี่หมีก็ทำงานด้วยแล้วสนุกอยากเดินทางด้วย วางไว้คร่าว ๆ อาจเป็นปีสองปีนี้ ทางผู้ใหญ่ก็โอเคไม่กดดันเรา

แค่ดูหลานที่บ้าน ก็ปวดหัวมากแล้ว แต่ได้เห็นการเจริญเติบโตของหลาน ๆ เรากลับมานึกว่า เราเองต้องมีเวลาที่จะดูแลเขาอย่างเต็มที่จริง ๆ ก็เมื่อถึงเวลาค่ะ คุยกับคุณหมออยู่เหมือนกัน เรื่องฝากไข่ก็เป็นแผนเหมือนกันค่ะ ตอนนี้สุขภาพเราทั้งคู่เข้าใจว่าโอเค เพราะยังออกกำลังกายกันเต็มที่”

เมื่อถามว่ากลัวเรื่องอายุจะส่งผลต่อการมีลูกหรือไม่ เจ้าตัวตอบตรง ๆ ว่าได้ยินมาบ้าง และกังวลเล็กน้อย แพลนหาข้อมูลเพื่อเก็บไข่ และขั้นตอนต่อ ๆ ไป แพนเค้ก เผยว่า “ปาดเหงื่อเลย (หัวเราะ) ก็ได้ข้อมูลมาเหมือนกันค่ะ ถ้าเรารีบทำอะไรไว้ก่อนก็อาจจะดีกว่า เก็บไข่ เป็นสิ่งที่ต้องหาข้อมูลและรีบในขั้นต่อไปค่ะ ถามว่าจะมีทริปกระชับรักเพิ่มไหม เดี๋ยวคงแพลนกันอีกทีหนึ่ง ให้ช่วงเวลางานมันซาลงกว่านี้หน่อย เรื่องความหวานเราก็ดูแลกันตลอดอยู่แล้ว ไม่ต้องหวือหวากว่านี้ คงประมาณนี้ล่ะค่ะ แต่คงว่ากันอีกทีหนึ่ง”

‘นิพนธ์’ พร้อมดัน ‘สงขลา’ สู่ศูนย์กลางปลูกทุเรียนในไทย ควบคู่แลกเปลี่ยนความรู้แก่เกษตรกร ช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพ

เมื่อวานนี้ (17 ก.ค. 66) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ ‘การทำทุเรียนฉบับขั้นเทพ’ โดยมีอาจารย์ ไพโรจน์ ทางธรรม ผู้จัดการพัฒนาตลาดและผลิตภัณฑ์ นายไพบูลย์ แก้วกันหา ผู้จัดการสื่อการตลาด และเจ้าหน้าที่บริษัทเทพวัฒนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลท่าช้าง สมาชิกสหกรณ์การเกษตรบางกล่ำ และเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์การเรียนรู้สหกรณ์การเกษตร ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

เนื่องด้วยปัจจุบันทุเรียนเป็นพืชตัวหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนอย่างมากจากการจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ในปัจจุบันมีการขยายพื้นที่การปลูกมากขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสงขลา มีการขยายตัวอย่างมาก

บริษัท เทพวัฒนา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรร่วมกับร้านตัวแทนจำหน่ายคือร้านชูพันธ์เกษตรฟาร์มและพันธมิตรได้แก่ บริษัทไฮโดรไทย (ปุ๋ยเรือใบไข่มุก) บริษัท แอดวานส์ เฟอร์ติไลเซอร์ต้องการใช้โอกาสนี้ในการให้ความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องการจัดการ การใช้ปุ๋ยใช้ยาในการปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิต ที่ดีมีคุณภาพจึงได้เชิญวิทยากรจากบริษัทเทพวัฒนาคือ อาจารย์ ไพโรจน์ ทางธรรม มาบรรยายให้ความรู้ ในครั้งนี้ เพื่อเกษตรกรจะได้ต้นทุเรียนที่สวยงดงาม และให้ผลผลิตแก่เกษตรกร ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ และสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกร

นายนิพนธ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า วันนี้ได้เห็นกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่มีความตั้งใจที่จะหาความรู้ในเชิงวิชาการ การทำทุเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรีบนได้มองเห็นโอกาสร่วมกัน ซึ่งเห็นบรรยากาศแล้ว ผมเชื่อว่าการเดินหน้าให้สงขลาเป็นเมืองทุเรียนไม่ใช่เป็นเรื่องเพ้อฝัน จากความตั้งใจของพี่น้อง และความสนใจของพี่น้องเกษตรกร เชื่อว่าสงขลามีศักยภาพในการที่จะทำให้สงขลาเป็นเมืองทุเรียน เพราะสงขลาเรามีพื้นที่ค่อนข้างจะมาก ซึ่งเดิมสงขลาเราปลูกยางพารา และถือเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย

วันหนึ่งเราเห็นว่าพืชทุเรียนเป็นพืชที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย ขณะนี้เราส่งทุเรียนไปจำหน่ายต่างประเทศ เฉพาะประเทศจีนประเทศเดียวปีที่แล้วแสนกว่าล้าน นั่นคือคนจีนยังทานทุเรียนไม่ถึง 10% ของพลเมืองประเทศจีน ประเทศจีนมีประชากรประมาณ 1400 ล้านคน ขณะที่คนทานทุเรียนยังไม่ถึง 100 ล้าน ซึ่งผมได้มีโอกาสไปพบกับผู้ใหญ่ที่ดูแลธุรกิจในประเทศไทยคือท่านธนินทร์ เจียรวานนท์ ท่านเจ้าสัวซีพี ให้ข้อมูลกับผมว่าพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่สงขลาลงไป เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกทุเรียน

ซึ่งทุเรียนเป็นพืชที่ชอบน้ำแต่ไม่ชอบน้ำขัง แต่พืชทุเรียนขาดน้ำไม่ได้ ซึ่งธุรกิจทุเรียนถือเป็นธุกิจแสนล้านหรือสองแสนล้านได้ในอนาคต แต่จุดอ่อนของบ้านเราท่านบอกว่า ที่ผ่านมาเราไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องตัวหนอนในเมล็ดทุเรียนได้ ท่านจึงส่งเจ้าหน้าที่ของซีพีมากับมูลนิธิปิดทองหลังพระ ลงมาเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อปิดจุดอ่อนในเรื่องของปัญหาตัวหนอนในเมล็ดได้ แล้วทำให้จังหวัดยะลา เป็นฮับทุเรียน ตั้งแต่วันนั้นมาผมจึงเริ่มสนใจการปลูกทุเรียนมากขึ้น เพราะท่านเป็นผู้ชี้แนะอะไรหลายอย่าง และท่านพูดแล้วก็ไม่ต้องไปศึกษาตำราที่ไหน ผมเชื่อว่าความคิดของท่านที่บอกว่า ในประเทศนี้ธุรกิจที่น่าทำคือพลังงาน แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าพลังงานคือน้ำมัน นั่นคือพลังงานเครื่องจักร แต่ท่านบอกว่าคงลืมไปว่าพลังงานของคนคืออาหาร ตราบใดที่มีคนหก เจ็ดพันล้านคนในโลกนี้ตราบนั้นคนต้องกินอาหารเพื่อใช้เป็นพลังงาน จากคำพูดนั้นนั่นก็คือเป็นสิ่งที่ทำไมซีพีจึงผลิตอาหารเลี้ยงคน

ดังนั้นวันนี้อนาคตของประเทศไทยคือทุเรียน และพื้นที่ภาคใต้ก็เป็นพื้นที่ที่มีโอกาส ทำอย่างไรเราจะปิดช่องว่างจุดอ่อนของทุเรียนภาคใต้ นั่นคือการแก้ไม่ให้แมลงเข้าไปวางไข่ในทุเรียน อย่าให้มีหนอนในเมล็ดทุเรียนได้ แล้วอนาคตก็จะดี ดังนั้นการให้ความรู้จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด วันนี้การทำเกษตรบ้านเราจะทำตามยถากรรมย่อมไม่ได้ การทำการเกษตรต้องมีหลักวิชา และเชื่อว่าเราจะสร้างอาชีพใหม่ได้แน่นอน ถ้าเกษตรกรคนใดมีสองอย่างคือทั้งยางพาราและสวนทุเรียน ซึ่งยางพารานั้นเก็บรายได้ทุกวัน เก็บเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ถ้าท่านปลูกทุเรียนไปด้วยทุเรียนจะถือเป็นโบนัสประจำปี สามารถสร้างกำไรเลี้ยงครอบครัวได้ ซึ่งถ้าเรามีโอกาสดีมีทั้งสวนยางพาราและสวนทุเรียนไว้บ้าง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือองค์ความรู้ ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครรู้เรื่องของ ทุเรียนดีซะทุกอย่าง การรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นี่คือสุดยอดวิชา ใครมีปัญหาก็พูดคุยกัน และไม่ให้ปัญหาเหล่านั้นเกิดกับคนอื่นอีก หรือไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ซึ่งก็จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

และนี่คือสิ่งที่ทุกคนจะประสบความสำเร็จในเรื่องของการปลูกทุเรียนได้ จึงอยากเห็นเกษตรกรได้ทำสิ่งเหล่านี้ และตั้งใจในการที่จะเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิชาการถือเป็นสิ่งจำเป็นในการเกษตรโดยเฉพาะเกษตรแปลงใหญ่ ฉะนั้นจากทฤษฎีทั้งหลายที่เราดำเนินการอยู่นี้ ทั้งในส่วนของกระทรวงเกษตร และกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งผมได้มีโอกาสในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เข้าไปเป็นคณะรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าไปดูแลในกระทรวงเกษตร ผมจึงมีความเข้าใจการสร้างมาตรฐาน หรือมาตรฐานต่างๆที่กระทรวงเกษตรกำหนด หรือแม้แต่ที่กระทรวงพาณิชย์ส่งสินค้าไปขาย

ต่อไปนี้ไม่ใช่ใครมีสินค้าทำอย่างไรก็ได้ การใช้ยาเคมีใช้อย่างไรให้พอดี ใช้ปุ๋ยอย่างไรใช้ให้พอดี เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นในเชิงวิชาการทั้งสิ้น และหลักวิชาการเหล่านี้จะทำให้เราประสบความสำเร็จในอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทุเรียนเป็นพืชเกษตรตัวใหม่ของประเทศไทย และสงขลายังไม่สายเกินไปที่จะปรับขบวนการเหล่านี้ และร้อยเรียงทำอย่างไรที่จะทำให้ทุเรียนสงขลาเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพ เราต้องช่วยกัน สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลกังวลอย่างยิ่ง และรัฐบาลจีนไม่ยอมให้เกิดขึ้นนั่นคือ การส่งทุเรียนที่ไม่ได้คุณภาพเข้าประเทศจีน ดังนั้นสิ่งนี้พวกเราต้องระลึกอยู่เสมอว่าต้องไม่ทำลายตัวเราเอง เพราะการที่เราจะทำให้ทุเรียนของเราไม่มีคุณภาพ จะเป็นการตัดราคาตัดโอกาสของเกษตรกร ดังนั้นการทำให้ทุเรียนไม่มีราคา ถ้าเราลองนั่งคำนวณดูจะเห็นว่าไม่มีผลไม้ชนิดไหนแล้วในปัจจุบัน ที่จะส่งออกได้ดีกว่าทุเรียน ดังนั้นเราต้องทำให้สินค้าทุเรียนสงขลาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top