Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘แอฟ ทักษอร’ ตอบชัด สถานะหัวใจไม่ว่างแล้ว พร้อมเผยสเปกชายในฝัน ลั่น!! ไม่จำกัดอายุ

(18 ก.ค. 66) เป็นอีกหนึ่งสาวฮอตที่ถูกพูดถึงไม่เว้นแต่ละวัน สำหรับนางเอกคุณแม่ลูกหนึ่ง ‘แอฟ ทักษอร’ ก่อนหน้านี้เจอชาวเน็ตจับตามองเรื่องความรัก ไม่ว่าจะเป็นกับนักแสดงหนุ่มรุ่นน้อง ‘ตี๋ ธนพล’ ที่ออกมาประกาศชัดเจนว่า ชอบทุกอย่างที่เป็นแอฟ ทั้งยังมีหนุ่ม ‘ทิม พิธา’ และพระเอกรุ่นน้องอย่าง ‘นนกุล ชานน’ ที่ถูกจับให้เป็นคู่จิ้นกับเจ้าตัว ซึ่งแอฟก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่า สถานะกับหนุ่มๆ นั้นเป็นเพียงแค่เพื่อน พี่ น้อง กันเท่านั้น

ล่าสุดสาว แอฟ ได้เป็นแขกรับเชิญในรายการ ‘หอมปากหอมคอ’ EP.4 เผยถึงสเปกผู้ชายในตอนนี้ว่า “ไม่เคยมีสเปกเลย รู้สึกว่าเจอแล้วใช่ก็ใช่ ไม่ได้ตั้งไว้ว่าใครคือคนที่เราอยากคบด้วย แพ้ทางผู้ชายแบบสุภาพบุรุษ โรแมนติกได้ก็ดี หรือไม่ก็ได้ แต่ต้องเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ให้เกียรติ ส่วนเรื่องอายุไม่ได้กำหนด เด็กสุดได้แบบไม่จำกัด (หัวเราะ) จริงๆ ต้องแล้วแต่ว่ามันได้แค่ไหน การคุยกับคนต้องได้อะไรสักอย่าง”

เมื่อถามว่า วันนี้มีคนคุยหรือยัง? แอฟ ตอบตามตรงว่า “มีคนคุยค่ะ จริงๆ ตลอดมาไม่เคยปิดกั้นเลย แต่แปลกมากที่เพื่อน และคนคุยเยอะกว่าตอนเด็กๆ มาก เหมือนพระเจ้าแกล้งกัน กลับมาคิดว่าจริงๆ เราอาจจะไม่ได้เปิดโอกาส เริ่มสตาร์ทตั้งแต่ตอน 29 จนตอนนี้อายุ 40 แล้ว รู้สึกมั่นใจจนถึงจุดที่มีความสุข รับฟังคนอื่นแบบเข้าใจมากขึ้น รู้สึกเบา เป็นเอเนอร์จี้ที่คนเข้าถึงง่าย ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องผู้ชายมาจีบ แต่พออยู่ในกอง บางคนก็มั่นใจที่จะคุยกับเรา”

‘ตร.’ รวบ!! ‘สาวแสบ’ หลอกรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต ‘บิวกิ้น’ แฟนคลับรวมตัวแจ้งความ แค้นถูกตุ๋นชวดบัตร แถมไม่ได้เงินคืน 

(18 ก.ค. 66) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รองผบก.สส., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ/ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์, พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี รองผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ/ บก.สส.บช.น., สั่งการให้ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ/ บก.สส. นำโดย พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการที่ 2 จับกุมตัว ‘น.ส.ขวัญ’ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรี ที่ 21/2566 ลงวันที่ 11 ม.ค. 65 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

สืบเนื่องจากผู้เสียหายให้การว่าเมื่อวันที่ 23 ก.ค.65 เข้าไปในทวิตเตอร์เพื่อซื้อบัตรคอนเสิร์ตศิลปิน ‘บิวกิ้น’ พบผู้ใช้นามว่า ‘ร้านกดบัตรขข’ ลงโฆษณารับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ตดังกล่าว ซึ่งคิดค่าบริการ จำนวน 400 บาทต่อบัตร 1 ใบ จึงติดต่อว่าจ้างให้กดบัตรคอนเสิร์ตให้กับผู้เสียหาย ต่อมาวันที่ 27 ก.ค.65 ผู้ใช้นามทวิตเตอร์ว่า ‘ร้านกดบัตรขข’ ได้ตอบรับกดบัตรคอนเสิร์ตให้กับผู้เสียหาย โดยให้โอนเงินค่ารับกดบัตรเข้าบัญชีพร้อมเพย์ บัญชีชื่อบัญชี น.ส.ขวัญ ต่อมาผู้เสียหายจึงโอนเงิน 400 บาทไปยังบัญชีดังกล่าว ซึ่งตกลงกดบัตรคอนเสิร์ตในวันที่ 30 ก.ค.65 ต่อมาเวลา 13.00 น. ผู้เสียหายได้รับแจ้งว่ากดบัตรคอนเสิร์ตไม่ได้ จะโอนเงินคืนให้

ผู้เสียหายได้บอกหมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินคืน แต่ไม่มีการโอนเงินคืนให้และปิดแอคเคาน์ไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายแจ้งว่ามีผู้เสียหายอีก 10 กว่าคนที่ตนเองรู้จักเป็นแฟนคลับบิวกิ้นก็โดนเหมือนกัน แต่ไม่ได้แจ้งความ เพราะความเสียหายมูลค่าน้อย ส่วนกรณีนี้ผู้เสียหายติดใจ เพราะผิดหวังที่ไม่ได้ดูศิลปินที่ชื่นชอบ เราต้องมาเสียเงินออมเก็บไว้อีก และยังโกงในรูปแบบดังกล่าวรับกดบัตรคอนเสิร์ตจัสติน บีเบอร์ แต่ก็ไม่ได้บัตรเช่นกัน เคสคอนเสิร์ตจัสติน สน.โชคชัยอยู่ในระหว่างการทำสำนวน เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาส่ง สน.บางยี่เรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าขอแจ้งเตือนไปยังผู้กระทำผิด ว่าท่านไม่สามารถหลบรอดกฎหมาย และประชาชนหากมีเบาะแสการกระทำความผิด โปรดแจ้งมายังเพจ ‘สืบสวนนครบาล IDMB’ ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.

‘ชัยวุฒิ’ เผย พปชร. ไม่คุยชง ‘บิ๊กป้อม’ ชิงนายกฯ ยัน!! ไร้สัญญาณ ‘พรรคร่วมรัฐบาลเดิม’ เสนอชื่อแข่ง

(18 ก.ค. 66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตของรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่สอง วันที่ 19 ก.ค.นี้ ว่า ต้องถามทางพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคก่อน 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. มีชื่อชิงแคนดิเดตนายกฯ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบประเด็นดังกล่าว แต่ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันปั่นกระแส แต่ยืนยันว่าพรรค พปชร. ยังไม่มีการคุยเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามยํ้าว่า มีสัญญาณว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะเสนอชื่อนายกฯ แข่งหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไรทั้งสิ้น โนคอมเมนต์

เมื่อถามว่า มองข้อบังคับการประชุมสภาข้อ 41 การลงมติเลือกนายกฯ สามารถเสนอชื่อซ้ำได้หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตรงนี้เป็นเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งต้องให้ทางรัฐสภาเป็นผู้ตัดสิน พรรค พปชร.ยังไม่มีความเห็นในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นแนวทางที่ดีของพรรค พปชร.หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แล้วตอนนี้ยังไม่เกิด ขอให้เกิดก่อนแล้วกัน 

เมื่อถามยํ้าว่า ส่วนตัวคิดอย่างไรกับนายเศรษฐา นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทย ได้ติดต่อมาหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ไม่ได้โทรหาผม” 

เมื่อถามย้ำว่า ได้โทรหาพล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ไม่ทราบ ต้องไปถามพล.อ.ประวิตร ” 

‘กบ สุวนันท์’ แชร์ภาพเชฟน้อย ‘น้องณดา-ณดล’ ปลื้มใจ!! คนนึงชอบทำเค้ก อีกคนชอบทำกับข้าว

(18 ก.ค. 66) ช่วงนี้ ‘น้องณดา’ และ ‘น้องณดล’ ลูกสาวลูกชายสุดที่รักของนางเอกในตำนานอย่าง ‘กบ สุวนันท์’ และ ‘บรู๊ค ดนุพร’ อยู่ในช่วงปิดเทอม งานนี้แม่กบและพ่อบรู๊ค ก็มักจะพาลูก ๆ ทั้ง 2 ไปหากิจกรรมทำสร้างเสริมประสบการณ์ความรู้

โดยล่าสุดได้พาลูก ๆ ไปลองเรียนทำเบเกอรี่ พร้อมแชร์ภาพน่ารัก ๆ บอกเล่าเรื่องราวผ่านไอจีให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันว่า…

“ทานข้าวเย็นกันมั้ยค้าา เด็กชายชอบทำกับข้าว เด็กสาวชอบทำเค้กค่าา วันนี้ณดาได้ทำเค้กกับพี่มะปรางด้วย ได้เค้กกลับบ้านกันคนละก้อน #ใครอ้วน #พ่อไงจะใครล่ะ #เชฟน้อยของแม่ #เลิฟยู”

‘ดีเจเป้’ ปล่อยภาพร่วมเฟรม ‘เชียร์-ไฮโซบิ๊ก’  การันตีความรักแฮปปี้ ไม่ได้เลิกราตามข่าวลือ

ต้องบอกว่าเป็นประเด็นที่ทำเอาขาเมาท์ทั้งหลายฮือฮาตาลุกและสืบกันสนั่นเลยทีเดียวว่าคู่ไหน? หลังจากที่เพจดังอย่าง ‘เจ๊มอย 108’ ออกมาโพสต์ข้อความชวนเผือกว่า “มีคู่รักมาดเท่ เค้าอันฟอลกันอีกคู่ละนะ เนี่ยๆ จะมีคู่เลิกเงียบกันอีกละหรา ?”

ซึ่งหลังจากที่ได้เบาะแสดังกล่าวแล้วนั้น ก็ทำให้มีการพุ่งเป้าไปที่คู่ของนางเอกสาวสวยมาดเท่อย่าง ‘เชียร์ ฑิฆัมพร’ และแฟนหนุ่มนักธุรกิจอย่าง ‘ไฮโซบิ๊ก ธนพนธ์ เบญจรงคกุล’ เพราะสังเกตเห็นว่าทั้งคู่ไม่ได้มีการอัปเดตภาพคู่หวาน ๆ ให้ได้กดไลก์นานแล้ว อีกทั้งยังพบว่าสาวเชียร์ได้อัลฟอลโลว์หนุ่มบิ๊กแล้ว แต่ขณะที่ฝ่ายชายยังฟอลโลว์แฟนสาวอยู่

แต่ทว่าล่าสุด (18 ก.ค. 66) แฟน ๆ ต่างก็ใจชื้นไปตาม ๆ กัน หลังจากที่ทางด้าน ‘ดีเจเป้ วิศวะ’ ได้อัปเดตภาพสยบข่าวลือได้ดีไม่น้อย ด้วยการเผยภาพร่วมเฟรมกับ ‘เชียร์-ไฮโซบิ๊ก’, ‘ดีเจพุฒ-จุ๋ย วรัทยา’ และ ‘คิริน ไซมอน’ ลงอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมกับเขียนแคปชันบอกว่า “อุ้ยๆ เจอคู่รักมาดเท่ มาดูหนังเรื่องเดียวกันเลยคับ Mission: Impossible - Dead Reckoning Part One”

ซึ่งหลังจากที่ได้เห็นโพสต์ดังกล่าวแล้วนั้น ก็ทำเอาเหล่าชาวเน็ตและแฟน ๆ แห่กดไลก์และคอมเมนต์กันสนั่น เช่น “สยบทุกข่าวลือในโพสต์นี้เลยค่ะ”, “ขอบคุณพี่เป้ตัวแทนหมู่บ้าน”, “ตัวแทนหมู่บ้าน”, “เหมือนเป็นยืนยัน”, “ขอบคุณพี่เป้”, “ชี้แจงหรออออ !!! น่ารักจังนะ”, “พี่เป้มาโปรด สบายใจ แยกย้าย”, “อุ๊ยๆๆ พี่เป้มาเฉลยแล้ว”, “เฮ้อออ..โล่งอกไปที ได้พี่เป้ มาโปรด”, “อุ๊ยๆๆๆ มีคนหน้าแหกจ้า”, “น่ารัก คู่รักมาดเท่”

และสำหรับกรณีที่พบว่าสาวเชียร์กดอัลฟอลโลว์อินสตาแกรมของแฟนนั้น ข่าวจากวงในก็เผยมาว่า เธอนั้นไม่ได้ฟอลโลว์ฝ่ายชายมาตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนที่ไม่ได้เห็นรูปคู่ในช่วงนี้ก็เนื่องจากว่าทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างโฟกัสการทำงานและทำหน้าที่ของตัวเอง พร้อมกับยืนยันว่า ‘เชียร์-บิ๊ก’ ยังรักกันดี ไม่ได้เลิกราหรือมีปัญหาตามที่มีข่าวลือแต่อย่างใด

HP แบรนด์ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก  เตรียมย้ายกำลังการผลิตคอมฯ บางส่วนออกจากจีนมายังไทย

(18 ก.ค. 66) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอย่าง HP ล่าสุดได้เตรียมย้ายกำลังการผลิตสินค้าบางส่วนออกนอกประเทศจีน โดยย้ายมายังประเทศไทย เม็กซิโก เวียดนาม เนื่องจากต้องการให้ห่วงโซ่การผลิตของบริษัทไม่สะดุด

Nikkei Asia รายงานข่าวว่า HP ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ได้เตรียมย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย และประเทศเม็กซิโก และบริษัทยังเตรียมขยายกำลังการผลิตในประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน รวมถึงทั่วโลกหลังจากนี้

สื่อธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นได้รายงานว่า HP ได้ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในการย้ายฐานการผลิตมายัง 2 ประเทศนี้ โดยในประเทศไทย HP เตรียมที่จะผลิต Laptop สำหรับตลาดผู้บริโภค ขณะที่ Laptop ที่จำหน่ายให้กับองค์กรต่าง ๆ จะใช้ฐานการผลิตที่เม็กซิโก นอกจากประเทศไทยแล้ว HP ยังเตรียมย้ายกำลังการผลิตมายังเวียดนามในช่วงปีหน้าด้วย

ในปีที่ผ่านมา HP ได้ขายเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปมากถึง 55.2 ล้านเครื่อง และในจำนวนดังกล่าวมีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ผลิตนอกประเทศจีนอยู่ราว ๆ 3 ถึง 5 ล้านเครื่อง

สำหรับประเทศไทยนั้นมีซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่หลากหลาย ทำให้ HP ตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิตอีกแห่ง ขณะที่เม็กซิโกถือเป็นฐานการผลิตสินค้าสำคัญในอเมริกาเหนือ และยังมีข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาถือเป็นตลาดสำคัญของ HP เนื่องจากคำสั่งซื้อราวๆ 31% ขณะที่ตลาดในประเทศจีนนั้นมีสัดส่วนไม่ถึง 8% ของยอดขายของบริษัท เนื่องจากคู่แข่งอย่าง Lenovo รวมถึง Huawei ครองตลาดในประเทศจีนแทบเบ็ดเสร็จ

สาเหตุที่ทำให้ HP ต้องย้ายกำลังการผลิตบางส่วนออกนอกประเทศจีน บริษัทได้ให้เหตุผลเนื่องจากต้องการให้ห่วงโซ่การผลิตสินค้าของบริษัทมีความยืดหยุ่น เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของภาคการผลิต และต้องการที่จะตอบสนองลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก

นอกจากผู้ผลิตอย่าง HP แล้ว Dell ซึ่งเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อีกรายก็ได้เตรียมที่จะย้ายกำลังการผลิต 20% ของสัดส่วนการผลิตทั้งหมดมายังประเทศเวียดนาม รวมถึงเปลี่ยนผ่านการผลิตสินค้าที่พึ่งพาชิปจากประเทศจีนด้วย ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่น เช่น Apple เองก็ตั้งเป้าที่จะกระจายกำลังการผลิตไปยังเวียดนามหรืออินเดียด้วย

อย่างไรก็ดีบริษัทได้กล่าวว่ายังให้ความสำคัญกับฐานการผลิตในเมืองฉงชิ่งของจีนอยู่ โดยฐานการผลิตนี้เปิดตัวในช่วงปี 2008 และเป็นฮับในการผลิต Laptop สำคัญของบริษัทด้วย

ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทหลายแห่งได้เตรียมการที่จะย้ายฐานการผลิต หรือแม้แต่ย้ายกำลังการผลิตออกนอกประเทศจีน หลังจากที่จีนได้ใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าทั่วโลก ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน และยังรวมถึงความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบกับการทำธุรกิจหลังจากนี้ได้

‘เป้ย ปานวาด’ เผย!! ‘น้องปาลิน’ ได้กลับบ้านแล้ว หลังเข้ารับการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์-ทอนซิลโต

(18 ก.ค. 66) หลังจากที่คุณแม่ยังสวย ‘เป้ย ปานวาด บุญยรัตกลิน’ ได้ออกมาเปิดเผยทั้งน้ำตาว่าลูกสาวสุดทีรัก ‘น้องปาลิน’ ต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์และทอนซิลเป็นการด่วน

ล่าสุด ‘แม่เป้ย’ ก็ได้อัปเดตอาการของน้องปาลินและแจ้งข่าวดีว่าตอนนี้ ‘น้องปาลิน’ สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ผ่านอินสตาแกรมพร้อมระบุแคปชันว่า "น้องได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เป้ยขอขอบคุณทุก ๆ คนจากใจนะคะ" ท่ามกลางพี่ ๆ ชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจน้องปาลินและคุณแม่เป้ยกันมากมาย

‘เอรูน่า คาเฟ่’ ร้านกาแฟ สไตล์คาวาอิ ย่านบางชัน  มีมุมถ่ายรูปเพียบ เครื่องดื่ม อาหาร ของหวาน จัดเต็ม

A'RUNA CAFE - アルナカフェ หรือ ร้าน เอรูน่า คาเฟ่ ร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น น่ารักสดใส มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก โซนหน้าร้านมีป้ายรถเมล์แบบญี่ปุ่น ไฟจราจร ทางม้าลาย สวนจำลองสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมสะพานน่ารักตะมุตะมิ เหมือนอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ ถ่ายรูปออกมาน่ารักสุดๆ

ส่วนด้านในแอร์เย็นฉ่ำ ตกแต่งมินิมอล โล่ง โปร่ง เน้นแสงจากธรรมชาติ นอกจากจะมีมุมถ่ายรูปให้เรา ถ่ายกันอย่างเพลิดเพลินแล้ว ที่นี่ก็ยังมีอาหารหลากหลาย ให้เราอิ่มท้องอีกด้วย

ที่นี่เมนูมีให้เลือกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานเดียว อาหารประเภทแกงกะหรี่ สลัด
เบเกอรี่ก็มีจัดเต็มตู้ไปหมด ไหนจะของทานเล่นอีกมากมาย เครื่องดื่มก็มีพร้อมเสริฟ มีทั้ง coffee/ non coffee เค้กโฮมเมดมีให้เลือกแบบเยอะมาก สายหวานถูกใจแน่นอน 

ใครกำลังมองหาร้านน่ารัก ไว้ถ่ายรูปอัพเดท ไม่ผิดหวังแน่นอน มาร้านเดียวได้ถ่ายรูป ได้กินอิ่ม ได้สนุกเพลิดเพลินกันทั้งวัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่อยู่ : ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพ
พิกัด : https://goo.gl/maps/TwV3LaRWNAefUnRFA
โทร : 098-551-1660
LINE : https://lin.ee/CGH3myU6

เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น.

ไทยคว้าเจ้าภาพ ‘บิมสเทค รีทรีต’ ดันสร้างกลไกรับมือวิกฤต  หนุนความร่วมมือด้าน ‘การเกษตร-วัฒนธรรม-การทูต’ ให้ภูมิภาค

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 66 กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ข่าวว่า ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทคอย่างไม่เป็นทางการ (BIMSTEC Retreat) ที่กรุงเทพ โดยประเทศสมาชิกบิมสเทคทั้ง 7 ประเทศ ได้แสดงความมุ่งมั่นอีกครั้งหนึ่งที่จะเสริมสร้างให้บิมสเทคเป็นประชาคมที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น

ในโอกาสนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เป็นประธานการประชุมดังกล่าวและประเทศสมาชิกที่เข้าร่วม ประกอบด้วย บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล และศรีลังกา

รัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทคได้ชื่นชมว่าการประชุมครั้งนี้เป็นประโยชน์ และเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความเห็นต่าง ๆ อย่างเป็นกันเอง รวมทั้งเห็นพ้องถึงความจำเป็นที่จะส่งเสริมให้กรอบการดำเนินงานและกลไกความร่วมมือต่าง ๆ ของบิมสเทคมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อความเจริญเติบโตและความมั่งคั่งของภูมิภาค นอกจากนี้ ได้มีการหารือประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นข้อห่วงกังวลร่วมกันด้วย

ประเทศสมาชิกเห็นพ้องร่วมกันถึงความสำคัญของการสร้างกลไกในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เพื่อประสานงานในภาวะฉุกเฉินตามสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และได้หารือในประเด็นสำคัญต่าง ๆ เกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร สาธารณสุข พลังงาน และการเงิน รวมถึงความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ได้มีการพิจารณาที่จะจัดตั้งระบบการชำระเงินดิจิทัลระหว่างประเทศสมาชิกบิมสเทค รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ

รัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทค ได้ย้ำถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการประสานงาน ในประเด็นระดับโลกและประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ ประกอบด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าบิมสเทค เทคโนโลยีด้านการเกษตร ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนเยาวชน และการฝึกอบรมด้านการทูต

รัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทครู้สึกยินดี เมื่อได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิว่าด้วยการกำหนดทิศทางของบิมสเทคในอนาคต เพื่อกำหนดแผนดำเนินการขององค์กร บนพื้นฐานของผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศสมาชิกและประชาชน

รัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทคเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ เป็นประจำ โดยหากเป็นไปได้ จะจัดในช่วงไตรมาสแรกของทุกปี ทั้งนี้ อินเดียได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีบิมสเทคครั้งต่อไปในห้วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในเดือนกันยายน 2566

ทั้งนี้ ไทยเป็นประธานบิมสเทคหรือกรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล สำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) วาระปี 2565 – 2566 ภายใต้แนวคิดการเสริมสร้างบิมสเทคสู่การเป็นภูมิภาคที่มั่งคั่ง (Prosperous) ยั่งยืน ฟื้นคืน (Resilient) และเปิดกว้าง (Open) หรือ ‘PRO BIMSTEC’ ภายในปี ค.ศ. 2030

‘ก้าวไกล’ ชงแก้ กม. 2 ชุด ‘ปฏิรูปกองทัพ-ปิดช่องทุนผูกขาด’   หวัง ส.ส. ทุกพรรคเห็นพ้อง แก้ปัญหาที่กดทับประชาชน

(18 ก.ค. 66) ที่รัฐสภา ส.ส. พรรคก้าวไกล นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอร่างกฎหมายเปลี่ยนประเทศ จำนวน 2 ชุด รวม 7 ฉบับ ได้แก่ ชุดกฎหมายปฏิรูปกองทัพ 5 ฉบับ และ ชุดกฎหมายปิดช่องทุนผูกขาด 2 ฉบับ โดยมีตัวแทนประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับเอกสาร

พริษฐ์ กล่าวว่า สาเหตุของการมีอยู่ของพรรคก้าวไกลคือการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้มีการเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน มีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเป็นธรรม มีระบบการบริหารราชการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ และมีสังคมที่เท่าเทียมและโอบรับความหลากหลาย เริ่มต้นจากการผลักดันนโยบายที่พรรคก้าวไกลได้ให้สัญญากับประชาชนในการเลือกตั้ง ผ่านสองกลไกสำคัญคือ กลไกฝ่ายบริหารและกลไกฝ่ายนิติบัญญัติ

แม้การจัดตั้งรัฐบาลตามมติมหาชนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายผ่านกลไกฝ่ายบริหารยังไม่แล้วเสร็จ แต่พรรคก้าวไกลเราพร้อมเดินหน้าในการใช้กลไกนิติบัญญัติเพื่อขับเคลื่อนนโยบายทันที ผ่านการเสนอชุดกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนและของประเทศ

ปัจจุบัน พรรคก้าวไกลได้เตรียม ‘ชุดกฎหมายเปลี่ยนประเทศ’ ไว้ทั้งหมด 14 ชุด โดยวันนี้เป็นการยื่นร่างกฎหมาย 2 ชุดแรก รวมกันทั้งหมด 7 ฉบับ

ได้แก่ ชุดที่หนึ่ง ชุดกฎหมายปฏิรูปกองทัพ (Demilitarize) จำนวน 5 ฉบับ เพื่อทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน ประกอบด้วย
(1) ร่าง พ.ร.บ. รับราชการทหาร เพื่อยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติ และเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ 100%
(2) ร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เพื่อตัดอำนาจสภากลาโหม ให้พลเรือนอยู่เหนือกองทัพ
(3) ร่าง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสเรื่องภาระค่าใช้จ่ายและเงินนอกงบประมาณทั้งหมดของรัฐ
(4) ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เพื่อดำเนินการยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
(5) ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ

ชุดที่สอง ชุดกฎหมายปิดช่องทุนผูกขาด (Demonopolize) จำนวน 2 ฉบับ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทย ประกอบด้วย
(1) ร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต หรือร่าง ‘สุราก้าวหน้า’ เพื่อปลดล็อกการผลิตสุราของผู้ผลิตรายย่อยและสุราชุมชน
(2) ร่าง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า เพื่อสร้างกติกาแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม ปฏิรูปคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และออกกฎ ‘คนฮั้ววงแตก’ ในการป้องกันการฮั้วประมูลของบางบริษัทที่ร่วมมือกันผูกขาดหรือลดการแข่งขัน

ส่วนชุดกฎหมายเปลี่ยนประเทศอีก 12 ชุด ที่พรรคก้าวไกลจะยื่นต่อสภาฯ หลังจากนี้ ประกอบด้วย ชุดกฎหมายปลดล็อกท้องถิ่น, ชุดกฎหมายปฏิรูประบบราชการ, ชุดกฎหมายป้องกันการทุจริต, ชุดกฎหมายยกระดับบริการสาธารณะ, ชุดกฎหมายปฏิรูปที่ดิน, ชุดกฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงาน, ชุดกฎหมายรักษาสิ่งแวดล้อม, ชุดกฎหมายปฏิรูประบบภาษี, ชุดกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ, ชุดกฎหมายโอบรับความหลากหลาย, ชุดกฎหมายยุติความขัดแย้ง และชุดกฎหมายแก้รัฐธรรมนูญ

พรรคก้าวไกลเชื่อว่าหากได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ชุดกฎหมายดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่าประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม เป็นไปได้ โดยมีจุดเริ่มต้นที่สภาผู้แทนราษฎร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top