Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

หลายประเทศเท่าทัน เริ่มถอนตัวจากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หลังอำนาจออก 'หมายเรียก-หมายจับ' ละเมิดอธิปไตยของชาติผู้ร่วมภาคี

(20 ก.ค. 66) ผู้ใช้งานติ๊กต็อกชื่อ ‘factnotfeeling’ ได้โพสต์วิดีโอเกี่ยวกับการลงนาม ICC หรือ ศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่พรรคก้าวไกลมีนโยบายจะเข้าร่วมหากได้เป็นรัฐบาล โดยอ้างอิงจากคำพูดของ ‘หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล’ ที่ระบุว่า…

“หลังจากที่มีการกวาดต้อนให้หลาย ๆ ประเทศไปลงนามในสนธิสัญญาฉบับนี้ ให้เป็นภาคีต่อธรรมนูญกรุงโรม ในที่สุดแล้วหลาย ๆ ประเทศ เขาค่อยค่อยทยอยถอนตัวออกมา เพราะว่าเขาเริ่มตื่นรู้ แล้วเขาเริ่มตระหนักแล้วว่าในที่สุดแล้วอํานาจในการออกหมายเรียกและอํานาจในการออกหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศหรือ ICC มันเป็นขั้นตอนซึ่งเกิดขึ้นโดยที่เป็นการ ‘ละเมิดอํานาจอธิปไตย’ ของประเทศซึ่งไปเป็นภาคี 

ประเทศไทยพลาดมากที่ไปลงนามในปี 2543 แต่ยังไม่พลาดท่าถึงขั้น ‘ให้สัตยาบัน’ เอาจริง ๆ เรื่องนี้ไทยต้องอยู่ห่าง ๆ เลย ถ้ามันดีนักดีหนาอินเดียกับจีน เขาจะไม่เอาตั้งแต่แรกเหรอ ถ้าดีนักดีหนา ทําไมอเมริกา อิสราเอล รัสเซีย ฟิลิปปินส์ เขารู้เขาก็ถอย เขาถอนตัวหมด 

เขารู้ว่าถึงเวลามันเป็นศาลที่ให้มีการเดินเรื่องเพื่อออกหมายจับ-หมายเรียกได้ ถ้าคุณต้องการให้ประเทศใดประเทศหนึ่งไปลงนามเป็นภาคีต่อกระบวนการยุติธรรม แล้วกระบวนการยุติธรรมนั้นจะอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศ เสร็จแล้วกระบวนการยุติธรรมนั้น จะสามารถดําเนินคดีกับบุคคลซึ่งไม่สามารถถูกดําเนินคดีในประเทศซึ่งไปลงนามเป็นภาคีได้ 

เจตนารมณ์ของการไปลงนามคืออะไร?? มันร้ายแรงนะ เรื่องนี้คือเรื่องคอขาดบาดตาย ทําไม่ได้นะ อย่าไปคิดว่ากลไกระหว่างประเทศ มันเป็นกลไกบริสุทธิ์ผุดผ่อง กลเกมและกลไกระหว่างประเทศ มันเต็มไปด้วยการเมืองระดับโลก”

‘ดิม Tattoo’ ยิ้มกว้าง ภรรยาคลอดลูกชายแล้ว ตั้งชื่อ ‘น้องไทม์’ เผยที่มาของชื่อลึกซึ้งมาก!!

(20 ก.ค. 66) กลายเป็นเป็นคุณพ่อป้ายแดงเต็มตัวแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่ม ‘ดิม หรินทร์ สุธรรมจรัส’ หรือ ‘ดิม Tattoo Colour’ เมื่อล่าสุดภรรยาสาว ‘กวาง กวิสรา’ ได้คลอดลูกชายคนแรกแล้ว พร้อมตั้งชื่อว่า ‘น้องไทม์’ ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เมื่อวันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา

โดย คุณพ่อดิม ได้โพสต์ภาพอวดลูกน้อย พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ผ่านอินสตราแกรมส่วนตัวและแคปชันสุดซึ้งว่า

“ที่ตั้งชื่อว่าไทม์ คือเขามาได้ตรงเวลา ทันเวลา ตอนที่พ่อกับแม่เขาพร้อมที่สุดที่จะมีเขา อยากมีเขามาตั้งแต่คุกเข่าขอแม่เขาแต่งงาน พร้อมตั้งแต่ขออากงเค้าว่าจะรักและสร้างครอบครัวให้เร็วที่สุด ดีใจที่ได้บอกกับปู่ย่าเขาว่า จะมีคนสืบสกุลเพิ่มอีกคนแล้วนะ และคำว่า ‘เวลา’ คือ ของมีค่าที่สุดเหมือนกับเขาที่เป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดของพ่อกับแม่”

ท่ามกลางเพื่อน ๆ ในวงการ และแฟนคลับต่างเข้ามาแสดงความยินดีพร้อมต้อนรับ ‘น้องไทม์’ กันอย่างล้นหลาม

'ก้าวไกล' ชงยุบ กอ.รมน. ตั้ง กมธ.สันติภาพ 'ปาตานี' เกมถนัดสั่นคลอน 'กลุ่มอำนาจเดิม-ฝ่ายความมั่นคง'

(20 ก.ค. 66) พลันที่พรรคก้าวไกลใกล้จะสูญเสียอำนาจฝ่ายบริหารอย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง ๆ ที่ชนะเลือกตั้ง ได้ ส.ส.มาอันดับ 1

แต่พลาดทั้งตำแหน่งนายกฯ (หมดสิทธิ์ไปแล้วจากการตีตกญัตติโหวตเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รอบ 2) และสถานะการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกำลังจะหลุดมือ

ไม่นับเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ที่ต้องเสียให้พรรค 9 เสียงอย่างพรรคประชาชาติไปก่อนหน้านี้

ทำให้พรรคก้าวไกลพลิกเกมสู้ เลือกเดินทางถนัด คือจัดหนักเสนอร่างแก้ไขปัญหากฎหมายแนวปฏิรูป ซึ่งจะสั่นคลอนกลุ่มอำนาจเดิม ทั้งทุนใหญ่ผูกขาด กองทัพ และฝ่ายความมั่นคง จองคิวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

โดยร่างกฎหมายที่ยื่นล็อตแรกมีทั้งหมด 7 ฉบับ ตามหลักการเปลี่ยนประเทศ- ปฏิรูปกองทัพ โดยมีผู้แทนประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับเรื่อง และร่างกฎหมายที่เสนอมาทั้งหมด เมื่อวันที่ 18 ก.ค.66 ที่ผ่านมา

หลังการยื่น 7 ร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกล นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “การยุบ กอ.รมน. เริ่มนับหนึ่งวันนี้นะครับ ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 พ.ศ. ....ถึงมีประธานแล้ว”

นอกจากนี้ นายรอมฎอน ยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติม โดยมีเนื้อหาว่า “ความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับสันติภาพในชายแดนใต้ / ปาตานี เรื่องแรกคือการริเริ่มตั้งต้นยุบ กอ.รมน. ด้วยการเสนอร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการ อีกเรื่องเป็นการเข้าชื่อเสนอญัตติให้สภาผู้แทนฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าด้วยเรื่องการสร้างสันติภาพ ลงนามโดย ส.ส.ก้าวไกล รวม 30 คน

ทั้งสองเรื่องเป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลสัญญาเอาไว้กับประชาชน วางอยู่บนแนวคิดที่ว่าการเผชิญหน้าและรับมือกับความขัดแย้งในชายแดนใต้มาตลอดหลายสิบปีนั้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทิศทาง นั่นคือการลดบทบาทของกองทัพลง และเพิ่มบทบาทของพลเรือนให้มากขึ้น โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีความชอบธรรมทางการเมืองในฐานะที่เป็นสถาบันที่ยึดโยงกับประชาชน พื้นที่ของสภาฯ เช่นนี้จะเปิดโอกาสให้เราสามารถดึงเสียงที่แตกต่างหลากหลายมาถกเถียงเรื่องสำคัญๆ ได้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งโดยตัวมันเองก็เป็นกลไกที่จะส่งเสริมการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง

ความขัดแย้งในชายแดนใต้เป็นปัญหาอำนาจรัฐ เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องระดับชาติ การมอบหมายให้อยู่ภายใต้กรอบคิดและการดำเนินงานของหน่วยงานความมั่นคงชนิดพิเศษอย่างที่ผ่านมาไม่เพียงพอแล้ว เราต้องการทิศทางที่สร้างสรรค์และเปิดกว้างมากกว่านั้น เพื่อไม่ให้ทิ้งระเบิดเวลาให้กับคนรุ่นถัดไป

ที่จริงแล้ว การยุบ กอ.รมน. ไม่ได้วางอยู่บนเหตุผลแค่เรื่องสันติภาพในดินแดนใต้สุดเท่านั้น แม้ในช่วงการฟื้นตัวก่อกำเนิดขึ้นมาอีกครั้งในปี 2551 จะอิงกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่นั่น ปัญหาของหน่วยงานรัฐซ้อนรัฐนี้ปรากฏอยู่ทั่วทั้งประเทศ การแทรกแซงเข้าไปในกิจกรรมทางการเมืองของประชาชน มองหาภัยคุกคามและข้าศึกอยู่ตลอดเวลาเช่นนั้นไม่เป็นผลดีต่อพัฒนาการของประชาธิปไตยในระยะยาว

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในกฎหมาย 5 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกองทัพ แต่ละเรื่องนับเป็นหัวใจสำคัญของหลักการควบคุมกองทัพด้วยรัฐบาลพลเรือนแทบทั้งสิ้น ชวนทุกท่านติดตามและถกเถียงถึงพัฒนาการของกระบวนการสันติภาพในรัฐสภาไทยอย่างใกล้ชิด”

นอกจากโพสต์ข้อความ นายรอมฎอนยังโพสต์ภาพเอกสารร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เพื่อดำเนินการยุบ กอ.รมน. และภาพเอกสาร ขอเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ติดตามและส่งเสริมการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ / ปาตานี โดยเอกสารทั้ง 2 ฉบับมีนายรอมฎอน ปันจอร์ ลงชื่อเป็นผู้เสนอ

เป็นที่น่าสังเกตว่า เอกสารการขอเสนอญัตติ พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามและส่งเสริมการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ / ปาตานี มีการใช้คำว่า ‘ปาตานี’ ซึ่งเป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาจากขบวนการชาตินิยมปัตตานี ที่ผ่านมามักถูกใช้โดยฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐและกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบ แต่ ส.ส.พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็น ส.ส.ของปวงชนชาวไทย ซึ่งหมายถึงคนไทยทั้งประเทศ นำมาใช้ห้อยท้ายชื่อของคณะกรรมาธิการฯ ที่ตนเองเสนอ

ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนในเจตนาว่าเป็นความต้องการสะท้อนความแตกต่างหลากหลาย หรือเป็นการยอมรับคำกล่าวของคู่เจรจา ซึ่งบางส่วนใช้อาวุธต่อสู้กับรัฐไทยกันแน่

นายทหารระดับสูงใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า (ขอสงวนนาม) แสดงทัศนะหลังได้เห็นการโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ของนายรอมฎอนว่า “อย่านำความมั่นคงของรัฐมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง”

สำหรับร่างกฎหมายทั้งหมด 7 ฉบับ ที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไข แบ่งเป็น 2 ชุด

ชุดที่ 1 ชุดกฎหมายปฏิรูปกองทัพ (Demilitarize) จำนวน 5 ฉบับ เพื่อทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน ประกอบด้วย

1) ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร เพื่อยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติ และเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ 100%
2) ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เพื่อตัดอำนาจสภากลาโหม ให้พลเรือนอยู่เหนือกองทัพ
3) ร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสเรื่องภาระค่าใช้จ่ายและเงินนอกงบประมาณทั้งหมดของรัฐ
4) ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เพื่อดำเนินการยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
5) ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ

ชุดที่ 2 ชุดกฎหมายปิดช่องทุนผูกขาด (Demonopolize) จำนวน 2 ฉบับ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทย ประกอบด้วย

1) ร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต หรือร่าง “สุราก้าวหน้า” เพื่อปลดล็อกการผลิตสุราของผู้ผลิตรายย่อยและสุราชุมชน
2) ร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า เพื่อสร้างกติกาแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม ปฏิรูปคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และออกกฎ “คนฮั้ววงแตก” ในการป้องกันการฮั้วประมูลของบางบริษัทที่ร่วมมือกันผูกขาดหรือลดการแข่งขัน

‘เจเจ’ ชมแฟนสาว ‘ต้าเหนิง’ สวยมาก ยัน!! สวยธรรมชาติ ไม่ผ่านมีดหมอ

เป็นคู่รักวัยรุ่นที่ใครๆ ต่างก็อิจฉาสำหรับนักแสดงหนุ่ม ‘เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม’ ที่มีหวานใจที่ทั้งสวยและเก่งอย่างสาว ‘ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง’ ที่ทางด้านของหนุ่มเจเจนั้นดูเหมือนจะคลั่งรัก มักชมสาวต้าเหนิงออกสื่ออยู่บ่อย ๆ

ซึ่งก่อนหน้านี้สาวต้าเหนิงได้เปิดเผยว่าเจเจนั้นชอบทำผิดเรื่องเดิม ๆ ในเรื่องนี้เจเจก็ได้เผยว่า "ผมรู้สึกว่าพอเราอยู่ด้วยกันนาน ๆ มันจะมีสิ่งที่เราปรับเข้าหากันได้แล้วก็สิ่งที่มันเป็นนิสัยเราแล้วมันจะปรับค่อนข้างยาก ผมว่าสิ่งเหล่านั้นมันทำให้ผมผิดพลาดเรื่องเดิม ๆ แต่ตัวเราเองก็พยายามทำให้มันดีที่สุดแหละ แต่ผมว่าพี่ก็รู้ว่ามันไม่มีใครเพอร์เฟกต์อะเนอะเราก็ค่อย ๆ พยายามปรับไป ในเรื่องที่เราทำผิดก็ยังมีเฉี่ยว ๆ อยู่บ้าง เรื่องสะสมผมไม่แน่ใจนะครับแต่เรื่องการปรับตัว เราก็พยายามปรับเข้าหากันเรื่อย ๆ อยู่แล้ว เรื่องอักษรย่ออะไรแบบนี้มันไม่มีครับถ้ามีผมจะบอกพี่ๆ เองละกัน"

และเมื่อถามถึงเรื่องความสวยของแฟนสาวต้าเหนิง เจเจได้ตอบเรื่องนี้ว่า “ดีใจแล้วก็ขอบคุณทุกคนที่ชมว่าต้าเหนิงสวย ผมว่าเขาก็คงงงๆ ว่าได้ฉายาสวยเกินคนได้ยังไง เพราะว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้มองว่าตัวเองสวยขนาดนั้น แต่เขาก็สวยครับสวยอยู่แล้ว ในเรื่องของฉายาผมไม่ขอพูดดีกว่าให้คนอื่นเขาพูดถ้าผมพูดเองมันจากลายเป็นว่าผมอวยเขา ก็ถ้าพี่ถามผมก็ต้องตอบว่าสวยเพราะถ้าบอกว่าไม่สวยผมก็จะโดน เวลาเราไปเกาหลีเขาก็จะไปคุยเรื่องงาน ไปหาเพื่อนๆ มากกว่าครับ เรื่องทำหน้าเขาไม่ได้ทำครับ เรื่องจิ้มผมไม่แน่ใจ แต่อาจจะเหมือนทุกคนแหละครับก็มีทรีตเมนต์บ้างไปหาหมอหน้าบ้างเพราะเราก็ต้องใช้หน้าในการทำงาน ในส่วนของผมยังไม่ได้ทำหน้า กลัวเจ็บ ฉีดฟิลเลอร์ยังไม่เคยแต่โบท็อกซ์ก็มีบ้าง ถ้ามีโอกาสได้ทำก็คงต้องคิดดูก่อน”

นอกจากนี้ หนุ่มเจเจยังเล่าว่าตนนั้นเพิ่งไปไหว้พระที่ฮองกงมาโดยเผยว่า "เพิ่งจะไปทำงานที่ฮองกง ไป 2 วัน 1 คืน ไปทำงานอย่างเดียวไม่ได้ไปเที่ยว ก็มีช่วงว่างอยู่นิดนึงก็เลยไปไหว้พระมาครับ มีโอกาสก็เลยขอมูนิดนึงเพราะไม่ได้ไปฮองกงนานแล้วตั้งแต่ก่อนโควิด"

‘ข้าวหมาร้านป้าอ้อย’ เมนูสุดฮือฮาแห่งโลกโซเชียล ออเดอร์เพียบ ไรเดอร์วิ่งเข้า-ออกกันทั้งวัน

‘ข้าวหมา’ ความอร่อยที่สวนทางกับรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างมาก

ลักษณะทางกายภาพ ไม่อาจตัดสินรสชาติได้ ‘ข้าวหมาร้านป้าอ้อย’ เมนูชื่อแปลก ที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญ เนื่องจากร้านอาหารแห่งนี้ อยู่ใกล้โรงเรียนนครสวรรค์ ตอนหัวค่ำมีเด็กนักเรียนที่อยู่หอพักบริเวณนี้ เกิดความหิว และมาสั่งข้าวผัดกิน แต่ช่วงใกล้ปิดร้าน ทำให้วัตถุดิบของที่ร้านในตอนนั้น มีเพียงข้าว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างละนิดหน่อย แต่ด้วยความหิวของเด็กๆ เขายืนยันว่าทานได้ จึงตั้งใจผัดข้าวพร้อมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้เด็กได้ทาน ซึ่งวันนั้น เมื่อเด็กได้เห็นครั้งแรก เขาก็อุทานออกมาเลยนะว่า เหมือนข้าวหมาเลย แต่ปรากฏว่า วันต่อมา เด็กคนเดิมกลับมาสั่งเอาข้าวหมาเหมือนอย่างวันเมื่อวานที่ป้าทำให้ จนเพื่อนๆ เห็นก็แปลกใจ จึงสั่งตาม กระทั่งทุกวันนี้ เขามาสั่งกินกันแบบนี้ตลอด กลายเป็นตำนาน ข้าวหมา ในที่สุด ซึ่งปัจจุบันเป็นเมนูยอดฮิตที่คนฮือฮา สั่งกันวันละหลายร้อยออเดอร์ 

สำหรับการทำ ‘ข้าวหมา’ มีส่วนประกอบหลักๆ คือ การนำข้าวสวย เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต้มสุก น้ำพริกเผา ผักบุ้งจีนหมูสับ และปรุงด้วยสูตรของทางร้าน ลงไปผัดรวมกันในกระทะ ทำให้มีกลิ่นหอมชวนรับประทาน ได้รสชาติที่เข้มข้นลงตัว คือมีทั้งรสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ซึ่งความอร่อยนั้น สวนทางกับรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างมาก ขายในราคา35 บาท แต่ถ้าต้องการท็อปปิ้งเพิ่มจะมีตั้งแต่ 5-10 บาท

ร้านป้าอ้อย ตั้งอยู่ที่ หลังโรงเรียนชาย จังหวัดนครสวรรค์ ใครที่สนใจอยากจะลิ้มลองความอร่อย ก็สามารถติดต่อไปได้ที่ 085-530-0053

‘นร.การบิน’ แชร์ประสบการณ์ ร่วมบินใน ‘ภารกิจฝนหลวง’ ช่วยบรรเทาภัยแล้งให้สวนทุเรียนของชาวเกษตรกรชุมพร

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้ TikTok บัญชี ‘Nutcha Memie’ หรือ ‘คุณมี่’ ซึ่งเป็นนักเรียนการบิน ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ขณะที่ได้ขึ้นบินสังเกตการณ์ เพื่อดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงครั้งแรก โดยคุณมี่ได้บอกเล่าความรู้สึกต่อภารกิจครั้งนี้ว่า…

“ชาวบ้านที่ชุมพรร้องเรียนกันว่า ทุเรียนจะยืนต้นตายหมดแล้วค่ะ ทําให้มี่เห็นเครื่องบินฝนหลวงมาจอดเรียงกันเต็มไปหมดเลย ซึ่งศิษย์การบินอย่างมี่นั้นตื่นตาตื่นใจมาก โดยเครื่องบินที่ถูกเลือกมาทําภารกิจในวันนี้ คือ ‘คาซ่า’ จริง ๆแล้วฝนหลวงมีเครื่องบินหลายรุ่นมาก แต่ว่าจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับภารกิจนั้น ๆ พอพี่ช่างเตรียมเครื่องให้เราเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็จะโหลดสารเคมีขึ้นเครื่อง โดยที่บนเครื่องจะมีนักบิน นักวิชาการ และมีพี่ ๆ ที่ขึ้นไปโปรยสารพอใบพัดเริ่มหมุน มี่ก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากเลยค่ะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลองนั่งเครื่องบินคาซ่า วันนี้เราจะบินขึ้นมาที่ความสูงประมาณ 6,000 ฟุต พอถึงตําแหน่งที่เราต้องการทําภารกิจ นักบินก็จะส่งสัญญาณ จากนั้นพี่ ๆ ข้างหลังก็จะเริ่มโปรยสารลงมาเลยค่ะ” 

“โดยหลักการคร่าว ๆ ของฝนหลวง คือเราจะบินขึ้นไปโปรยสารเคมีลงมา ซึ่งสารเคมีจะประกอบด้วย เกลือ คลอรีนและน้ำแข็งแห้ง เราจะโปรยมาตามทางที่เราต้องการให้เกิดฝน เพื่อเป็นการล่อเมฆให้เมฆมาเกาะกลุ่มตามทางที่เราได้วางแผนไว้ ซึ่งพอเมฆรวมตัวกันได้ในปริมาณที่พอเหมาะแล้ว พี่เขาจะขึ้นไปอีกรอบหนึ่งค่ะ เพื่อไปโปรยสารเคมีอีกครั้งให้เมฆมันอิ่มตัวแล้วก็ตกลงมาเป็นฝนค่ะ เพราะฉะนั้น เราก็จะได้ฝนตามแนวที่แบบพวกเราต้องการเลยค่ะ” 

“กลายเป็นว่าช่วงนี้มี่เดินตลาดทุเรียนเต็มตลาดชุมพรเลยค่ะ ต้องขอบคุณพี่ ๆ ฝนหลวงที่ให้โอกาสมี่ได้ขึ้นไปบินสังเกตการณ์ในวันนี้ ดีใจมาก ๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี และพี่ ๆ ทุกคนก็น่ารัก ถือว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากเลยค่ะ”

‘แกนนำ 3 นิ้ว’ ที่ลี้ภัยอยู่ ตปท. เศร้า!! หลัง ‘พิธา’ ชวดเก้าอี้นายกฯ พ้อ!! ชีวิตนี้คงไม่ได้กลับไปเหยียบประเทศไทยอีกแล้ว

(20 ก.ค. 66) นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ‘ฟอร์ด’ ผู้ต้องหาคดีอาญามาตรา 112 แกนนำเยาวชนปลดแอก ซึ่งขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในประเทศแคนาดา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า…

“ประชาธิปไตย มติมหาชน ความยุติธรรมได้ถูกทำลายอย่าป่นปี้ ชีวิตนี้ผมคงไม่อาจกลับไปเหยียบประเทศไทยได้อีกแล้วครับ #โหวตนายกรอบ2 #ศาลรัฐธรรมนูญ”

ก่อนหน้านี้ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี ได้หลบหนีคดี 112 พร้อมกับนายภาณุมาศ สิงห์พรม หรือ เจมส์ แอดมินเพจเฟซบุ๊กเยาวชนปลดแอก โดยเดินทางไปที่ประเทศแคนาดาเมื่อปี 2564

ในขณะที่เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก ได้กลับมาเคลื่อนไหวปลุกระดมชุมนุมใหญ่อีกครั้ง หลังจากไม่มีการโพสต์ข้อความใดๆตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565

‘เจนี่ อัลภาชน์’ โต้ข่าวลือ ปมถูกโยงแยกทางกับสามีลั่น!! “ขนของออกจากบ้านจริง แต่จะรีโนเวทบ้าน”

(20 ก.ค. 66) ออกมาเปิดใจแล้ว สำหรับ ‘เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร’ หลังเจอชาวเน็ตโยงข่าว ‘นางเอกสายแบ๊วแยกบ้านสามี’ โดยเจ้าตัวเคลียร์ข่าวในรายการแฉว่า 

ตอนเจนมีข่าวนะ เจนส่งให้นานาก่อนเลย ถามนานาคิดว่าเป็นใคร นานาบอกว่าใช่มึงเหรอ (หัวเราะ) เจนไม่รู้ว่าอะไรยังไง หรือเป็นเพราะจากการลงไอจีของแต่ละคน แต่เจนมีสไตล์ในการลงของเจน เจนจะลงงาน ลงไลฟ์สไตล์ เจนไม่ลงไอจีสวีต จะตีความแบบไหนก็ได้ร้อยแปดพันเก้า 

เรายังอยู่ด้วยกัน อยู่บ้านเดียวกัน วันก่อนย้ายของออกจากบ้านจริง ๆ เพราะจะรีโนเวทบ้าน เจนย้ายของเยอะมากพวกเฟอร์นิเจอร์ก็ขนจริง แต่ขนเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ เพื่อรีโนเวทบ้าน

เราต้องดูแลลูก ต้องโฟกัสลูกมาก ๆ เรื่องนี้เซนซิทีฟ ปัญหาครอบครัวเป็นเรื่องปกติ มีขึ้นมีลง ผัวเมียเป็นปกติ แต่ท้ายที่สุดก็อยู่ตรงกลาง แต่ต้องทำเพื่อลูก เจน 42 แล้ว ยังถามรักเลิกอีกเหรอ เจนเข้าใจมาก ๆ เรื่องพวกนี้เป็นวัฏจักร เจนอยู่วงการมา 30 ปีแล้ว เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่คนอยากรู้ 

แต่วันนี้เจนมีลูก การพูดอะไรเจนต้องคิดถึงโนล่าอันดับหนึ่ง ทุกอย่างจะอยู่ในกูเกิ้ลหมด ถ้าอนาคตลูกเจนต้องมาเปิดอ่าน เจนก็อยากให้มันเบา ๆ อยากโพรเทคเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เจนคิดว่าคนมีลูกจะเข้าใจ

‘จีน’ เผชิญสภาพอากาศผันผวน ร้อนทะลุ 52 องศาฯ หลังผ่านอากาศหนาว -50 องศาฯ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

(19 ก.ค. 66) เมืองซานเป่าในเขตปกครองตนเองชนชาติซินเจียงอุยกูร์ผจญอากาศร้อนถึง 52.2 องศาเซลเซียส ทั้งที่เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว เพิ่งต่อสู้กับอุณหภูมิเย็นติดลบ 50 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่เดือนเมษายน หลายประเทศในเอเชียประสบปัญหาอากาศร้อนทำลายสถิติ ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการรับมือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศเปิดเผยว่า เป้าหมายของการรักษาภาวะโลกร้อนในระยะยาวให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อม

อุณหภูมิที่สูงเป็นเวลานานในจีนได้สร้างความเสียหายการเพาะปลูก และก่อให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดภัยแล้วซ้ำรอยกับปีที่แล้ว ซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี

ที่ผ่านมา จีนเผชิญกับอุณหภูมิที่แปรปรวนอย่างมากในแต่ละฤดูกาล อย่างไรก็ดี ความแปรปรวนนั้นเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อเดือนมกราคม อุณหภูมิในเมืองโม่เหอในมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือ ลดต่ำถึง -53 องศาเซลเซียส ทุบสถิติอากาศหนาวที่สุดของจีน

หลังจากนั้น ฝนตกหนักที่สุดในรอบทศวรรษได้พัดถล่มภาคกลางของจีน ทำลายล้างทุ่งข้าวสาลีในพื้นที่ที่เรียกว่ายุ้งฉางของประเทศ

สหรัฐฯ และจีนกำลังผลักดันความพยายามที่จะต่อสู้กับภาวะโลกร้อนอีกครั้ง โดยนายจอห์น เคอร์รี ทูตพิเศษด้านสภาพอากาศของสหรัฐฯ ในกรุงปักกิ่งจะเข้าหารือกับผู้แทนฝ่ายจีนในสัปดาห์นี้

‘ก้อย รัชวิน’ โชว์ภาพอัลตราซาวด์ตั้งท้องได้ 4 เดือนแล้ว พร้อมอวดโมเมนต์ครอบครัวสุดอบอุ่น เตรียมต้อนรับลูกคนที่ 2

(19 ก.ค. 66) เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์น่ารักอบอุ่นของครอบครัวนักร้องชื่อดัง ‘ตูน บอดี้สแลม’ หรือ ‘นายอาทิวราห์ คงมาลัย’ กับภรรยาคนสวย ‘ก้อย รัชวิน’ อย่างมาก เมื่อล่าสุดสาวก้อย รัชวินได้ออกมาโพสต์ภาพครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุขระหว่างพักผ่อนผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว โดยมีตนเอง สามี ลูกชายสุดที่รัก ‘น้องทะเล’ นอกจากนั้นยังมีรูปอัลตราซาวด์ลูกคนที่ 2 ที่กำลังอุ้มท้องเข้าสู่เดือนที่ 4 ร่วมเฟรมด้วย พร้อมแคปชันว่า…

“‘ความสุข’ | Family of 4 รอยยิ้มของทะเล เมื่อจะได้รู้ว่าเป็น ‘พี่ชาย’ ความสนุกคูณ 2 กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว :)

#4monthspregnant #KTTalay #Talayand…”

ท่ามกลางเหล่าแฟนๆ แห่เข้ามาทายเพศลูกจำนวนมาก จากที่ได้ภาพอัลตราซาวด์ บางท่านก็บอกว่าผู้หญิง บางท่านก็บอกว่าผู้ชายแน่ๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top