Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘ชลน่าน’ ชี้!! ลดเพดาน 112 ต้องให้ก้าวไกลเคาะเอง ย้ำ!! เป้าหมาย ‘เพื่อไทย’ ต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ

(21 ก.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมโหวตนายกฯ รอบที่สามว่า เดิมทีได้นัดหารือกับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เวลา 10.00 น. แต่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลได้แจ้งขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะพรรคก้าวไกลจะมีการแถลงข่าว ส่วนจะมีเนื้อหาสาระอย่างไรคงต้องติดตาม ส่วนตัวยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าเนื้อหาจะเป็นการส่งมอบให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ส่วนกรอบเวลาฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลนั้น ยังมีเวลาถึงวันที่ 26 ก.ค.ก่อนโหวตเลือกนายกฯ รอบที่ 3 วันที่ 27 ก.ค.ต้องใช้เวลาให้คุ้มที่สุด ยืนยันว่าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรคการเมืองจับมือเหนียวแน่น และยังไม่ถึงคิดกรณีอื่น 

เมื่อถามถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยระบุจะไม่ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 เหมือนเป็นการโยนให้พรรคก้าวไกลยอมถอยเรื่องนี้หากต้องการร่วมตั้งรัฐบาล นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายเศรษฐา แต่หากฟังจากทุกพรรคการเมือง รวมถึง ส.ว.ที่ได้อภิปรายในรัฐสภา ก็มีเสียงสะท้อนมาแบบนั้น ก็อาจเป็นประเด็นที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะโยนภาระไปให้พรรคก้าวไกลเขาพิจารณา ส่วนพรรคก้าวไกลจะพิจารณาอย่างไร ตนไม่ขอก้าวล่วง

เมื่อถามว่าหากพรรคก้าวไกลยอมถอยเพดานแก้ไขมาตรา 112 จะทำให้พรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเสียง ส.ว. หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หากพรรคก้าวไกลยอมถอยจริง หลายพรรคการเมืองที่เคยออกมาพูดชัดว่าถ้าไม่มีเรื่องนี้ ก็พร้อมสนับสนุน ซึ่งจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่ง ส่วนจะต้องอาศัยเสียง ส.ว.หรือไม่ คงต้องไปดูถึงความจำเป็นภายหลัง เป้าหมายเรา หากได้นำจัดตั้งรัฐบาลคือต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เสียงในรัฐบาลต้องได้ 375 นี่คือสิ่งที่เพื่อไทยต้องทำ เงื่อนไขอะไรที่เป็นอุปสรรคต้องมาหารือกัน

‘ส.ส.เดโมแครต’ จี้!! หน่วยงานไทยเคารพเสียงของประชาชน หยุดปฏิเสธประชาธิปไตย หวั่น ยุบ ‘ก้าวไกล’ กระทบเสถียรภาพ

‘ส.ส.เดโมแครต’ จี้ หน่วยงานไทยเคารพผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกโรงเตือนความพยายามยุบพรรคก้าวไกล พรรคอื่น ๆ จะเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพไทย ขณะนักวิเคราะห์ออสเตรเลีย ชี้ ‘กลุ่มอนุรักษ์นิยม’ กำลังทำลายผลการเลือกตั้ง ส่งผลให้การต่อสู้ลงสู่ถนน ขณะรอง ‘ผอ.ฮิวแมนไรท์ วอช’ เตือน ‘ศาล-รธน.-กกต.’ ควรหยุดใช้กฎหมายเป็นอาวุธ ปฏิเสธประชาธิปไตยไทย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 66 รายงานข่าวความเคลื่อนไหวต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งในประเทศไทย หลังจากที่ที่ประชุมรัฐสภาได้เห็นชอบกรณีที่มีสมาชิกรัฐสภาเสนอคัดค้านว่า การเสนอโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกลให้นายกรัฐมนตรีดังกล่าวขัดกับ ข้อที่ 41 ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563 เพราะว่าเป็นญัตติซ้ำ ประกอบกับศาลรัฐธรรมนูญก็ได้มีคำสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากต้องดำเนินการวินิจฉัยในกรณีที่นายพิธาถือครองหุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น

โดยล่าสุดทางด้านคณะกรรมการกิจการต่างประเทศ พรรคเดโมแครตของสหรัฐอเมริกา มีการนำเสนอถ้อยแถลงของนายเกร็กกอรี่ มีกส์ ส.ส.พรรคเดโมแครต จากรัฐนิวยอร์ก ระบุว่า “ผมขอเรียกร้องให้หน่วยงานในไทยเคารพเจตจํานงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทย

การเคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อยุบพรรคก้าวไกล หรือพรรคอื่น ๆ จะกัดกร่อนประชาธิปไตยของไทยและเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทย”

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ นั้นมีรายงานว่าทางด้านของนายนาธาน รูเซอร์ สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (Australian Strategic Policy Institute : ASPI) ได้ออกมาทวีตข้อความกรณีนายพิธาระบุว่า ผู้ที่ถูกแต่งตั้งโดยเผด็จการทหาร ได้ทำลายประชาธิปไตยลงด้วยการประกาศว่า ผู้นำพรรคร่วมที่ได้คะแนนเสียงมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นไม่มีความเหมาะสมในฐานะ ส.ส.

กลุ่มผู้อนุรักษ์นิยมนั้นได้ทำลายผลการเลือกตั้งลง ทำให้พวกเขาต้องไปฟังสิ่งที่อยู่บนถนน

ทางด้านของนายฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอช ประจำภาคพื้นเอเชียได้ทวีตข้อความหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งใจความว่า ไอทีวีไม่ได้ออกอากาศเป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยได้เพิกถอนหุ้นไปเมื่อปี 2557 หุ้นของพ่อของนายพิธานั้นก็มีจำนวนที่น้อง ไม่มีผลต่อการดำเนินการของบริษัทแต่อย่างใด ศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้งควรหยุดดำเนินการใช้กฎหมายเป็นอาวุธ เพื่อปฏิเสธสิทธิประชาธิปไตยของประชาชนคนไทย

‘ก.คลัง’ แนะหั่นเบี้ยคนสูงวัยที่ร่ำรวย พุ่งเป้าช่วยคนรายได้น้อย-ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

เมื่อไม่นานมานี้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดว่า กระทรวงการคลังได้จัดเตรียม ‘แผนการปฏิรูปภาษี’ ให้กับรัฐบาลใหม่พิจารณา ประมาณ 20 รายการ เพื่อลดรายจ่าย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาวมากขึ้น

พร้อมกับเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอต่อการจัดทำมาตรการที่เหมาะสม เนื่องจากตัวรายได้จัดเก็บภาษีของรัฐบาล ปัจจุบันคิดเป็นเพียง 14% ของจีดีพี เท่านั้น ซึ่งมาตรฐานที่ควรจะเป็นอยู่ที่ 15-16% ด้วยการให้สิทธิพิเศษ การดูแลเป็นวงกว้างมากเกินไป

หนึ่งในแนวทางที่มีการพูดถึง คือ การตัดงบผู้สูงอายุ ของกลุ่มที่ร่ำรวยอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็น ปรับไปใช้นโยบายที่พุ่งเป้าช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจริงๆ ให้ถูกฝาถูกตัวไม่เหวี่ยงแห ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป แต่แนวทางนี้อาจไม่เป็นที่ยอมรับจากรัฐบาลต่างๆ เนื่องจากกระทบคะแนนเสียงของพรรคการเมือง

สำหรับงบประมาณที่ต้องใช้กับเบี้ยผู้สูงอายุเป็นรายเดือนนั้น ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามจำนวนผู้สูงอายุในปัจจุบันใช้งบสูงถึง 90,000 ล้านบาทต่อปี จากเดิมเพียง 50,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากตัดการจ่ายให้ผู้สูงอายุที่ร่ำรวยออกไป คาดว่าสามารถลดรายจ่ายงบประมาณได้มากถึงครึ่งหนึ่ง

‘ดีเจเพชรจ้า’ เปิดใจเล่าชีวิตหลัง ‘โสด’ พร้อมเผยความในใจต่อ ‘นิวเคลียร์ - น้องไทก้า’

ตั้งแต่ขึ้นสถานะโสด ก็เข้าสู้โหมดหนุ่มฮอตทันที สำหรับ ‘ดีเจเพชรจ้า’ เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ ‘Club Friday Show’ ผลิตโดย ‘CHANGE2561’ ดีเจเพชรจ้า ได้มาเปิดเรื่องราวในชีวิตและเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุม

>>แต่ถึงวันที่ นิวเคลียร์ ถึงขั้นโพสต์ในโซเชียลว่า อย่าให้ถึงวันที่ไม่รู้สึก มันคืออะไร ??
ดีเจเพชรจ้า : ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน 

>>ถามตรงๆ เราไม่ค่อยได้คุยกัน 
ดีเจเพชรจ้า : ผมก็คิดว่า น่าจะเป็นที่ผมแหละ!! ผมก็มานั่งคิดว่าผมก็เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดที่ผมจะมีปัญญาเป็นแล้วอีกนิดนึงก็พระแล้ว ก็ยื้อลองแก้กันดูเราซ่อมอยู่ ซ่อมมั่วไปหมดเพราะเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราทำอะไรผิด

>>จะมีวันหนึ่งที่น้องบอกว่าจะเลิก ??
ดีเจเพชรจ้า :  ใช่ครับ เขาบอกว่าพอเถอะพี่เราซ่อมกันมาเป็นพันครั้งแล้ว

>>เคยคิดไหมว่าชีวิตจะเดินมาถึงจุดนี้ในวันหนึ่ง ??
ดีเจเพชรจ้า : ไม่เคยเลยครับ ผมเคยให้คำจำกัดความเลยนะว่า ผู้หญิงคนนี้เหมือนกับผมถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ผู้หญิงคนนี้แม่พระมากเลยแบบแสนดีหาที่ไหนไม่ได้แล้ว

>>ซึ่งตอนที่มานั่งคุยกันตอนนั้นก็ไม่ได้มีสัญญาณแห่งการที่เราเดินไปข้างหน้าไม่ไหว ??? 
ดีเจเพชรจ้า : มีความสุขทุกวันกราฟของผมพุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วก็เป็นพลุแตกระเบิดตรงนั้นเลย

>>ช่วงเวลา ดีเจเพชรจ้า หัวใจแตกสลายเป็นอย่างไร ?? 
ดีเจเพชรจ้า : ใจแตกสลาย ไม่มีเวลานอนหลับเลยผมมันคิดแต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราทำอะไรผิด เราเหมือนมีความโกรธเราเหมือนแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้เลย เราไม่อยากคุยกับเขาเราก็เหมือนกับเป็นธาตุอากาศอยู่ในบ้านก็ผ่านไปสัก 1-2 ปี

>>อยู่บ้านเดียวกันโดยไม่คุยกันเลย ?? 
ดีเจเพชรจ้า : ใช่ครับ!! แรก ๆ ผมหนักกว่านั้นอีก เป็นช่วงที่ผมเป็นตัวของตัวเองที่สุดเลยเลวยังไงก็เลวอย่างนั้น

>>เรามีความร้ายอารมณ์แรง ???
ดีเจเพชรจ้า : ทุ่มทีวี !!! 

>>เห็นว่าในชีวิตช่วงหนึ่งเคยส่องกระจกแล้วงง !! ตัวเองว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร 
ดีเจเพชรจ้า : ใช่ครับ ชีวิตผมตั้งแต่เกิดจนบัดนี้ไม่เคยมีวันไหนที่เครียดไม่มีเรื่องไหนในโลกที่ทำให้ผมเครียดได้ แต่ตอนนั้น คือ ผมไปไม่ถูกแล้วนอนก็นอนไม่หลับสุดท้ายผมมาจบที่นอนฟังธรรมะครับ ผมนอนฟังธรรมะอยู่เป็นปี ทุกอย่างการคิด การไม่ยึดติด การหลุดพ้น การไม่มีอะไรเป็นของตัวเรา 

>>แล้วตอนนี้สถานะโสดชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง
ดีเจเพชรจ้า : ตอนนี้ชีวิตของผมคือ มัน !! มากเลย ชีวิตของผมคือ สุดเหวี่ยง

>>เรากลับมาเป็นนักล่าแต้มเหมือนเดิมหรือยัง ?? 
ดีเจเพชรจ้า : วันนี้ผมย้อนกลับไปเป็นเด็กมหาวิทยาลัยที่มีทุกอย่าง มีเงิน มีรถ มีบ้าน

>>เรามองหาความรักอยู่ไหม ?? 
ดีเจเพชรจ้า : ไม่มองครับ

>>แล้วความสัมพันธ์ระหว่าง เรากับน้องนิวเคลียร์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง 
ดีเจเพชรจ้า : แฮปปี้มาก !! ก็เรื่องที่ยังไม่เคยได้บอกก็คือ … 

>>มีอะไรอยากพูดถึงลูกชายบ้าง ?? 
ดีเจเพชรจ้า : อยากจะฝากถึงลูกไทก้า ว่ายังไงก็ อย่าให้คำต่าง ๆ ในอนาคตที่จะมีคนมาถาม มาเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของไทก้าแล้วกัน เพราะว่าพ่อรักหนูที่สุด และแม่ก็รักหนูที่สุด และเราก็ทำกันเต็มที่มาก ๆ พ่อกับแม่จะสร้างความรักที่สมบูรณ์แบบให้ลูกได้ โดยที่ไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน

เปิดหมดทุกช่วงเวลาชีวิต ‘ดีเจเพชรจ้า’ ในสถานะชีวิตโสด พร้อมเปิดทุกมุมเรื่องความสัมพันธ์กับ ‘นิวเคลียร์’ ในรายการ Club Friday Show รับชมพร้อมกันวัน เสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม นี้ เวลา 11.00 น. ทางช่องวัน31

‘ส.ว.สมชาย’ ชี้!! ‘พิธา’ อธิบายเรื่อง ICC ไม่กระจ่าง

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.66 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่อง ‘ICC’ หรือ 1 ในนโยบายที่พรรคก้าวไกลใช้หาเสียง และจะทำหากได้จัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่า…

"เรื่อง ICC ถามว่าทำไมประเทศไทยลงนามให้สัตยาบรรณไม่ได้ พิธาอธิบายไม่หมดที่ว่า ประเทศที่มีระบบแบบเดียวกับเราก็เข้าร่วมมากมาย ต้องชี้แจงว่าเหตุที่กัมพูชาเข้าร่วม เพราะ ICC จัดการเรื่องเขมรแดง ญี่ปุ่นเข้าร่วมเพราะแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, จีน, อินเดีย ไม่เข้าร่วม ICC ดังนั้นต้องบอกประชาชนให้หมด"

สำหรับเรื่อง ‘ICC’ หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล ได้อธิบายไว้แล้ว สามารถตามอ่านได้ที่ https://thestatestimes.com/post/2023072013

‘อามินทร์’ เร่งเพิ่มประสิทธิภาพ ใช้ระบบวันสต็อปเซอร์วิส ลดปัญหาแออัดตรวจคนเข้าเมือง หนุนท่องเที่ยวชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 66 นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส. นราธิวาส เขต 2 อำเภอสุไหงโกลก ตากใบ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวหารือถึงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ปัจจุบันด่านพรมแดน อำเภอสุไหงโกลก ตั้งแต่วันพฤหัสจนถึงวันเสาร์ที่เป็นวันหยุดของทางมาเลเซีย จะพบว่ามีชาวมาเลเซียเดินทางมาเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดความล่าช้าในการบริการ ทั้งในส่วนของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร บางครั้งบางเวลา มีนักท่องเที่ยวต่อคิวกันหลาย 100 คน จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงาน เพิ่มคุณภาพในการทำงาน และลดกระบวนการเพื่อทำให้เกิดความรวดเร็ว เป็นวันสต็อปเซอร์วิส อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ภาคเศรษฐกิจ ในอำเภอเมืองสุไหโกลกด้วย 

นอกจากนี้ ตนได้รับคำร้องเรียนจากกำนันตำบลโกสิ อำเภอตากใบ เนื่องด้วยตำบลโกสิ มี 5 หมู่บ้าน ประชากรมากกว่า 7,500 คน กว่า 1,050 ครัวเรือน ประสบปัญหา น้ำประปาที่ใช้ในการบริโภคอุปโภค ในช่วงหน้าแล้ง เนื่องจากน้ำมีกลิ่นดำ และสนิมเป็นเวลานานมาแล้ว อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประปาส่วนภูมิภาค เข้าไปสำรวจและออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งทราบมาว่า ได้ดำเนินการไปแล้วแต่ยังขาดงบประมาณ จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดสรรงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

“วันมูหะมัดนอร์ มะทา” กระชับสัมพันธ์รัฐสภาไทย-ซาอุดีอาระเบีย ให้คำมั่นคืบหน้า “ศูนย์กลางอิสลามฯ” ที่ปัตตานี

ที่ห้องรับรองพิเศษ 205 ชั้น 2 (โซนกลาง) อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง  H.E. Dr. Abdullah Mohammed Ibrahim Al-Sheikh (ดร.อับดุลเลาะห์  โมฮัมเหม็ด อิบราฮิม  อัล-ชีค) ประธานสภาที่ปรึกษาแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยกับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของวุฒิสภา โดยมีพลอากาศเอก ประจินต์  จั่นตอง สมาชิกวุฒิสภาและประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ซาอุดีอาระเบีย, พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, นายจัตุรงค์ เสริมสุข สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ซาอุดีอาระเบีย, นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายมุข  สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร, นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และนายอาพล  นันทขว้าง ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมให้การรับรอง

นายวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าว ต้อนรับด้วยความยินดีในวันที่รัฐสภาไทยกำลังอยู่ในระหว่างการลงมติเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีและกล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียที่ดำเนินไปอย่างก้าวหน้าและแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากที่ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันแล้ว นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงความประทับใจที่ซาอุดีอาระเบียให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเมื่อครั้งที่เดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี 2535 พร้อมขอบคุณที่ซาอุดีอาระเบียดูแลชาวไทยมุสลิมที่ไปทำพิธีฮัจญ์และนักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อที่ซาอุดีอาระเบียเป็นอย่างดี

ดร.อับดุลเลาะห์  โมฮัมเหม็ด อิบราฮิม  อัล-ชีคประธานสภาที่ปรึกษาฯ กล่าวขอบคุณที่สละเวลาให้คณะเข้าพบในวันนี้และแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ทั้งนี้ การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทำให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนของทั้งสองประเทศและได้ขอเชิญประธานรัฐสภาเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อโอกาสเอื้ออำนวย พร้อมกล่าวชื่นชมแรงงานไทยในซาอุดีอาระเบียที่เป็นแรงงานที่มีฝีมือและมีระเบียบวินัยสูง นอกจากนี้ มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรี ซาอุดีอาระเบียยังได้ฝากความระลึกถึงประธานรัฐสภาในโอกาสนี้ด้วย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการให้เงินสนับสนุนการก่อตั้ง “ศูนย์อิสลามกษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลอาซีซ อัลซะอูด” ของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีในจังหวัดปัตตานี โดยซาอุดีอาระเบียให้คำมั่นว่า จะติดตามในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและจะสำเร็จในเร็ววันอย่างแน่นอน

เลือกกัปตันคุมเครื่องบินที่ไร้ประสบการณ์ แลกที่นั่งชั้นธุรกิจตามสัญญาเมื่อได้รับโหวต

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้ TikTok บัญชี @vanich2023 ได้แชร์คลิปวิดีโอของชาวต่างชาติท่านหนึ่ง ที่ออกมาพูดในหัวข้อ ‘ประชาธิปไตย’ โดยในคลิประบุไว้ว่า…

ตอนเป็นเด็ก ผมถูกสอนมาว่า ‘ประชาธิปไตย’ ดีที่สุด เมื่อโหวตให้คน 1 คน ในการลงคะแนนเสียงตอนเลือกตั้ง คุณจะได้ ‘รัฐบาลที่ดี’ แต่ตอนนี้ผมโตขึ้น เลยรู้ว่าผมคิดผิด คนมีสิทธิ์ทั่ว ๆ ไป ไม่รู้วิธีการโหวต เลยทำให้ประชาธิปไตยไม่ได้ผล ดังตัวอย่างนี้...

สมมติคุณกำลังขึ้นเครื่องบิน ก่อนจะบิน คุณและผู้โดยสารต้องลงคะแนนเลือกกัปตัน ซึ่งมีผู้สมัครอยู่ 2 คน โดยคนแรกพูดว่า “ถ้าคุณให้ผมขับเครื่องบิน ผมจะทำตามกฎการบินสากล และบินที่ความสูง 30,000 ฟุต” ส่วนคนที่ 2 พูดว่า “ถ้าคุณให้ผมขับเครื่องบิน คุณจะได้นั่งชั้นธุรกิจ” 

ในโลกทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่มักโหวตตามความรู้สึก ไม่ค่อยมีข้อมูล ตามธรรมชาติเขาจะโหวตคนที่สัญญาว่าจะให้เขา ‘นั่งชั้นธุรกิจ’ 

ประชาธิปไตยจะเลือกคนแย่ ๆ ที่ไม่เคยขับเครื่องบิน ก่อนที่คุณจะรู้ตัว เครื่องบินก็ตกซะแล้ว 

ผมเชื่อว่า ‘การบริหารรัฐบาล’ ก็เหมือนการ ‘ขับเครื่องบิน’ ซึ่งมันยาก และต้องใช้ประสบการณ์หลาย ๆ ปี 

ภาษี, อาวุธนิวเคลียร์, ภูมิศาสตร์การเมือง, สุขภาพ, และชายแดน ปัญหาเหล่านี้ต้องการ ‘มืออาชีพ’ จำเป็นต้องใช้เวลากว่า 10 ปี ในการบินเครื่องบินนี้ แต่รัฐบาลของเราที่ใคร ๆ ก็สามารถโหวตได้ และใคร ๆ ก็เป็นได้นั้น เป็นประชาธิปไตยที่เปลี่ยนรัฐบาลทุก ๆ 4 ปี หากแต่ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้เวลาแก้ไข 20 ปี 

ฉะนั้น แม้ประชาธิปไตยจะเป็นแนวคิดที่ดี แต่มันเป็นแนวคิดที่ดีที่สุดจริงเหรอ? 

ลองดู ‘จีน’ และ ‘อินเดีย’ เป็นตัวอย่าง อย่างจีนมีรัฐบาลกลาง ที่ทำให้คนกว่า 300 ล้านคนพ้นจากความยากจน แต่อินเดียมีประชาธิปไตย ที่มีคนยากจนกว่า 300 ล้านคน 

ผมไม่ชอบจีน แต่ทำไมพวกเขาถึงประสบความสำเร็จ? อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด เผด็จการไม่ใช่คำตอบ ไม่มีทางเป็นได้ แต่เป็นประชาธิปไตยทางเลือกที่คุ้มกับการลอง ภายใต้การปกครองประเทศโดยใช้ผู้ชำนาญวิชาการด้านต่าง ๆ กลายเป็นระบอบของคนที่มีความรู้

อย่าปล่อยให้ปัญหานี้เรื้อรังในโลกประชาธิปไตย ที่บรรดานักการเมืองใช้ข่าวปลอม การโกหก ความกลัว รวมถึงใช้เงินเพื่อสร้างความสนใจ ระบบประชาธิปไตย ทำให้คนลงคะแนนเชื่อเป็นล้าน ๆ คน 

เราโหวตให้คนที่สัญญาว่าจะให้เรานั่งชั้นธุรกิจ แต่ไม่รู้วิธีขับเครื่องบิน ถึงเวลามาซ่อมประชาธิปไตยกันเถอะ ก่อนที่เครื่องบินจะพาเราตก 

"ผมรอประเทศไทยเจริญไม่ทัน" ประโยคหดหู่ของเด็กไทยใน ตปท.

(20 ก.ค. 66) นายวรา ตั้งทัศนา คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Slang A-hO-lic’ ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.6 ล้านคน เกี่ยวกับเรื่องมุมมองของคนรุ่นใหม่ในต่างประเทศต่อประเทศไทย โดยระบุว่า…

“ผมรอประเทศไทยเจริญไม่ทัน!” 😔นี่คือ ประโยคนึงที่ผมฟังแล้วสะอึกมาก 

ตอนสัมภาษณ์เด็กไทยที่ต่างประเทศ ถึงสาเหตุว่า…ทำไมตัดสินใจย้ายประเทศมาที่นี่ คือมันเป็นทั้งความเศร้า สะอึก ท้อแท้ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึก 108 เลยแบบ…

คืออย่าเข้าใจผิดนะ (คนให้สัมภาษณ์บอกว่า..) “ผมก็รักประเทศไทยนะเว้ยยยย” ผู้คนน่ารัก เป็นมิตร อาหารอร่อยยย แต่ถ้าเราจะต้องมีครอบครัว มีลูกสักคน มันต้องดูคุณภาพชีวิตด้วยปะ

- การที่ลูกได้เรียนโรงเรียนใกล้บ้าน
- การที่ลูกเดินไปโรงเรียนได้
- การที่ไม่ต้องทนรถติด
- การที่มีรถขนส่งมวลชนทั่วถึง
(ผมก็ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการจราจร จริงมั้ย?)

- การที่ทุกคนมีน้ำสะอาดกินฟรี/ มีอากาศดี ๆ หายใจ
คือ เรื่องพวกนี้(แม่ง)เป็นเรื่องที่เรียบง่ายมากเลยนะ แต่ที่ไทยกลับให้ไม่ได้ 😔

“ผมรอประเทศไทยเจริญไม่ทันจริง ๆ พี่”

เป็นประโยคที่เศร้า หดหู่ ได้ยินแล้วท้อแท้  และน่าเสียดายมากเลยย แต่ทั้งหมด มันคือความจริง…

ที่ เ ถี ย ง ไ ม่ อ อ ก ! 🥲

นอกจากนี้เจ้าของโพสต์ยังได้เขียนข้อความเพิ่มเติมใต้คอมเมนต์อีกว่า…

ความรู้สึกทุกครั้งที่กลับจากต่างประเทศ ก่อนขึ้นเครื่องต้องถอนหายใจ 1 เฮือก อารมณ์แบบ กลับสู่ความเป็นจริงแล้วสินะ…

ทำไมการได้เดินริมฟุตบาทกว้าง ๆ อากาศดี ๆ น้ำสะอาดดื่มฟรี ระบบขนมวลชนที่เข้าถึงทุกที่ มันถึงกลายเป็น honeymoon period ไปได้(วะ)

(ตัดเรื่องอากาศเย็นออกไปละกันนะ) คือบ้านเรา มันก็ควรจะทำได้ปะวะ มันควรเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรได้สัมผัส ใช้ได้จนชิน ได้รู้สึกว่ามันคือเรื่องปกติ

ไม่ใช่บอกว่าสเน่ห์เมืองคือ อาหารริมฟุตบาทที่เละเทะ ยิ่งสกปรกยิ่งอร่อย และรบกวนคนเดินทางเท้าแบบทุกวันนี้ คือมันกลายเป็นฟีลว่า คนไทยต้องทน ๆ กันไป เก็บเงินสักก้อนแล้วสิ้นปีค่อยไปหาหาความสุขสั้น ๆ ใหม่

ทั้ง ๆ ที่…เราควรได้รับความสุขนั้นทุกวัน ในบ้านของเราเอง…
 

‘เท่ง เถิดเทิง’ ย้อนอดีตเล่าชีวิตก่อนจะมาเป็นตลกดัง เผย ต้องหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ

(20 ก.ค. 66) เป็นตลกชื่อดังที่มีประสบการณ์ชีวิตที่โลดโผน และสร้างชื่อขึ้นมาได้ด้วยความมุมานะจริงๆ สำหรับตลกร้อยล้านอย่าง ‘เท่ง-พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ’ หรือ ‘เท่ง เถิดเทิง’ และเป็นที่ทราบกันดีว่าก่อนจะมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างเช่นทุกวันนี้ เจ้าตัวนั้นผ่านอาชีพการงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงลิเก การเล่นตลกคาเฟ่ เป็นต้น

ล่าสุดเจ้าตัวได้มาย้อนเล่าชีวิตในอดีต ผ่านทางรายการ โต๊ะหนูแหม่ม กับพิธีกรตัวแม่ หนูแหม่ม สุริวิภา พร้อมเผยอาชีพแรกที่เคยทำมาก่อนจะเป็นตลกมหาชนอย่างทุกวันนี้

>> ก่อนจะมาเป็นตลกมหาชน เคยทำอาชีพอะไรมาก่อน?
ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่วงการบันเทิงเราเคยทำอาชีพรับจ้างขี่สามล้อมาก่อน ตั้งแต่อายุประมาณ 11-12 จุดเริ่มต้นที่เราทำเพราะว่ามันได้เงิน แล้วเรารู้สึกว่าปั่นสามล้อมาเอามาให้พ่อกับแม่ 30 บาท มันสามารถจุนเจือครอบครัวได้ซื้อกับข้าวได้เลย ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้เรียนหนังสือต่อ เพราะต้องเป็นลิเก เราก็เอาแค่อ่านออกเขียนได้พอจบ ป.4 พอ เราก็ยินดีที่จะออกมาเพื่อขับสามล้อ จนเราเก็บหอมรอมริบซื้อจักรยานให้พี่ชายคนโต เพราะตอนนั้นเค้าเรียนอยู่คนเดียว เป็นความหวังของครอบครัว

และเราก็ดาวน์จักรยานให้เขาคันนึงและส่งให้จนครบ หลังจากนั้นก็มีคนแนะนำให้เราไปล้างจานเพราะมันได้เงินรายได้ดี ซึ่งทำ 20 วันเราก็สามารถจ่ายค่าจักรยานได้ทั้งหมด จากงานแค่ 20 วันจนกลายมาเป็นอาชีพให้กับเราถึง 4 ปี อยู่ทางภาคอีสานได้สักพัก ก็ไปอยู่ที่ใต้อีก 7 ปี

>> เสียดายไหมที่ไม่ได้เรียนหนังสือ?
ต้องบอกตามตรงว่าเวลาเราไปเห็นคนในสถานที่ตามราชการเรา รู้สึกว่าเราโชคดีมากถ้าเรียนจบมาทำงานแบบนี้คงไม่ใช่ทาง เลยไม่เสียดายเลย จนได้มาเล่นลิเก แต่วันที่เข้ามาในกรุงเทพเราไม่ได้ตั้งใจจะมาหางานทำเพราะตั้งใจแค่มาหาเงินเท่านั้น วันแรกเค้าให้ไปเก็บของก่อนแต่ให้ค่าตัวมา 150 บาท ตอนนั้นบอกกับตัวเองว่าเรารวยแล้ว จนอยู่มาเรื่อย ๆ เลยได้มาเป็นตัวเล่น

>> เป็นตัวเล่นจากพรสวรรค์หรือพรแสวง?
ผมว่าน่าจะทั้งสองอย่าง ซึ่งก็จะใช้เวลาไม่นาน ก็ได้มาอยู่กับ พี่หม่ำ ในเวิร์คพอยท์ จุดเริ่มต้นเราได้มาเป็นตัวแจ้งในรายการชิงร้อยชิงล้าน จนมีคนรู้จักมากขึ้น

>> จนวันหนึ่งได้มาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์?
แล้วก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่ตอนแรกเราไม่ได้อยากเป็นผู้กำกับ แต่ก็ได้ทำอะไรหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทเอง

>> ในที่สุดก็ได้เป็นนักร้อง 100 ล้านวิว?
ตอนแรกเราก็คิดว่าเราทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นลิเก เดินเล่นตลก ก็เลยคิดว่าอยากลองทำเพลงสนุก ๆ จากจุดเล็ก ๆ ก็กลายเป็นความภาคภูมิใจให้กับตัวเราเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top