Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

‘แตงโม’ เผย ‘สหรัฐฯ' ไม่สวยหรู-ไม่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนคิด ชี้!! ประเทศไทยน่าอยู่-เสรี-ปลอดภัย แนะเด็กไทย 'รักชาติดีกว่า'

(24 ก.ค.66) แตงโม 'จูเลียน' ชาวอเมริกันมาจากเมืองซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย หรือที่รู้จักกันในฉายา 'ฝรั่งพูดไทย' ได้เผยผ่าน TikTok ช่อง 'sigmamo007' เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง 'ไทย-สหรัฐฯ' ไว้ว่า…

“อันนี้สาระ อยากฝากไว้ให้กับทุกคน และ 14 ล้านเสียงนั้น สำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่อายุเท่าผม คุณต้องหัดไปฝึกศึกษาเรื่อง ‘ความเคารพ’ ให้กับคนที่สร้างแผ่นดินให้คุณอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ทำให้อยู่อย่างสงบและสุขสบาย ซึ่งผมจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับแรก ๆ บนโลกใบนี้ ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องความเสรี, ความปลอดภัย, เศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตที่ไม่เดือดร้อน ถือว่าประเทศไทยยังขึ้นอันดับอยู่ ดังนั้น ‘รักชาติดีกว่า’ ต้องรู้จักการให้เกียรติและเคารพกับครอบครัว”

“อย่างตอนนี้ผมเดินบนถนน ถ้าเป็นที่อเมริกาล่ะจะเป็นยังไง? แน่นอนโอกาสที่จะโดนปล้นหรือมีเรื่องก็สูงอยู่ หากไม่เชื่อสามารถไปดูในยูทูบได้ หรือไม่คุณก็ลองไปเดินที่อเมริกาเอาเอง ซึ่งคนที่ยังไม่เคยไปก็เอาแต่พูดว่าอเมริกามันดีอย่างงั้นดีอย่างงี้ แต่ตัวผมที่เกิดที่นู่นและเคยอาศัยมาแล้ว และยังเคยไปมาหลายประเทศ รวมถึงคนไทยหลายคนที่เคยไปมาแล้วได้รู้จักกับผม เขายังบอกว่าไม่น่าอยู่ สุดท้ายก็กลับมาคิดถึงประเทศไทย”

“ผมอยู่นี่ และถ้าเมื่อไหร่ที่ผมได้มีโอกาสได้ถือสัญชาติประเทศไทย ผมก็อยากจะขอบพระคุณ เพราะว่าผมแคร์ และก็ได้เห็นศักยภาพของประเทศไทย ผมเห็นภาพอนาคตของชาติไทยและประเพณีไทย ซึ่งควรรักษาไว้ หากคุณจะให้ประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นของอเมริกา คุณควรไปดูสภาพของอเมริกา อยากให้คิดเอาไว้ให้ดี ๆ แต่ละอย่างที่เราฟังมาจากพระเอกนายกโซเชียล ดารา พูดจาดี วางตัวได้ดี เอาเป็นว่าผมขอไม่พูดหรอกว่ามันถูกหรือผิด? ดีหรือไม่ดี? สำหรับแต่ละอย่างที่สื่อออกจากปากเขา คุณลองไปวิเคราะห์วิจารณ์ไปหาข้อมูลเอาเองและคุณจะได้พบเจอคําตอบที่แท้จริง” 

“สุดท้ายผมอยากบอกว่า…ธรรมะแท้ไม่มีคําปลอบใจ ถ้าคุณรับมือกับความจริงให้ได้ ชีวิตคุณจะดีขึ้น ดังนั้นผู้ใหญ่แต่ละคนที่กำลังเตือนสติเรา ฟังคําพูดไว้ให้ดี ๆ เชื่อผมเถอะ ผมยังเป็นวัยรุ่น และผมเข้าใจพวกคุณ” 

‘เบิร์ด ธงไชย’ นำทีมศิลปินคุณภาพ รับรางวัล ‘เพชรในเพลง’ สาขาขับร้องเพลงดีเด่น เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ

(24 ก.ค. 66) กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จัดงานพิธีมอบรางวัล เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2566 โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานมอบรางวัล นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหาร เครือข่ายวัฒนธรรมร่วมงาน ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติพุทธศักราช 2566 เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงอภิปรายเรื่อง ‘ปัญหาการใช้คำไทย’ ร่วมกับทรงคุณวุฒิที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาถึงปัจจุบัน รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ วธ.จึงได้ดำเนินการจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์และกระตุ้นให้นักเรียน เยาวชน ประชาชนรู้รักภาษาไทย ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการสร้างต้นแบบที่ดีแก่ประชาชนให้มีการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง เหมาะสมและภูมิใจในความเป็นไทย รวมถึงสร้างค่านิยมและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชน ได้ร่วมกันสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติให้คงอยู่ สืบไป

ปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้มอบรางวัล เนื่องในงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2566 ประกอบด้วย ถวายเข็มและโล่เชิดชูเกียรติองค์กร ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ต่อด้วย การมอบเกียรติบัตรให้แก่สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ที่ส่งเสริมการใช้ภาษาไทย ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย 4 รางวัล ได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณศิราพร ณ ถลาง ศาสตราจารย์กิตติคุณอัจฉรา ชีวพันธ์ ศาสตราจารย์ชลธิรา สัตยาวัฒนา รองศาสตราจารย์อิงอร สุพันธุ์วณิช ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น จำนวน 11 รางวัล ได้แก่ นางสาวใกล้รุ่ง อามระดิษ  นายชะเอม แก้วคล้าย  นายปรีชา จันเอียด นายภิรเดช แก้วมงคล ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวุฒิ ภักดีบุรุษ นางวราภรณ์ สมพงษ์ นายวิฑูรย์ ไตรรัตน์วงศ์ รองศาสตราจารย์ศานติ ภักดีคำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวนีย์ พระแก้ว นายอภิชาต อินทรวิศิษฏ์ นายอำนวย สุวรรณชาตรี และ ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ นางเกษร แสนศักดิ์ พันตรีฉลอง จิตรตรง นายชายชื้น คำแดงยอดไตย นางเทวี บุตรตั้ว นางพจนีย์ เพ็งเปลี่ยน และ นางเอื้องคำ คำสันทราย

ในส่วนของรางวัลเพชรในเพลง ที่ดำเนินการโดยกรมศิลปากร มีผู้ที่ได้รับรางวัลเพชรในเพลง ประจำปี 2566 รวม 14 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษ 2 รางวัล ได้แก่ คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รางวัลการประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทย 4 รางวัล ได้แก่ คำร้องเพลงไทยสากล นายกมลศักดิ์ สุนทานนท์ นายปิติ ลิ้มเจริญ นายรัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง นายประภาส ชลศรานนท์ (โก๋ ลำลูกกา) และ นายสลา คุณวุฒิ รางวัลการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย จำนวน 8 รางวัล ได้แก่ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย นายธงไชย แมคอินไตย์ นายกิตติธัช แก้วอุทัย (ธัช เพลงเอก) ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง นางสาวอิสริยา คูประเสริฐ นางกุลมาศ สารสาส (ขนมจีน) ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย มนต์แคน แก่นคูน นายปรัชญา ธรรมโชติ (โบ๊ท เพลงเอก) ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง นางสาวพรพิมล เฟื่องฟุ้ง (เปาวลี พรพิมล) และ นางสาวอรทัย ดาบคำ (ต่าย อรทัย) 

‘เสรีพิศุทธ์’ เตือน ‘ก้าวไกล’ อย่าก้าวก่าย ‘เพื่อไทย’ จัดตั้งรัฐบาล

(24 ก.ค. 66) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวเตือน พรรคก้าวไกล และอีก 6 พรรคร่วมฯ ไม่ควรไปยุ่ง หลังมอบหมายให้ 'เพื่อไทย' หาคะแนนเสียงโหวตนายกฯ เหตุ ยังไม่ใช่การรวมเสียงเพื่อร่วมรัฐบาล ขออย่าหลงประเด็น ตอนนี้เป็นช่วงของการหาเสียงโหวตนายกฯ ให้สำเร็จเท่านั้น

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันสิ่งที่เคยเสนอให้ก้าวไกลเสียสละ หมายถึงให้ถอยไปอยู่ข้างๆ ไม่ใช่ให้ถอยไปเป็นฝ่ายค้าน ให้เสียสละให้เพื่อนขึ้นฝั่งให้ได้ก่อน ในเมื่อคุณไม่ช่วยเพื่อนแล้วจะเป็นตัวถ่วงเพื่อนทำไม ถอยเพื่อให้เพื่อไทยโหวตนายกฯ ให้สำเร็จก่อน จะไปยุ่งอะไรกับเขา เมื่อเรามอบให้เป็นสิทธิ์ในการบริหารของแต่ละพรรค ถ้าเขาจัดไม่ดีเขาก็ต้องรับผิดชอบเอง พรรคก้าวไกล ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับเขา ไปก้าวก่ายเขาทำไม ตอนคุณจัดไม่ได้ก็เพราะคุณไม่มีเพื่อนเอง สำหรับประชาชนถ้าคิดว่า พรรคเพื่อไทย ทำไม่ดี คราวหน้าก็ไม่ต้องเลือก ไม่ใช่ไม่ได้ไปก็ก่อม็อบ แบบนี้ทำเกินกว่าเหตุ

‘เชอรี่ เข็มอัปสร’ ปลุกไฟการแสดงในรอบ 8 ปี รับบทหมอผ่าตัดหัวใจ ในละคร ‘ลมเล่นไฟ’

(24 ก.ค. 66) ที่ช่อง3 ‘เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ’ นางเอกชื่อดัง ให้สัมภาษณ์หลังมาร่วมงานบวงสรวงละคร ลมเล่นไฟ ถึงเรื่องที่ตัดสินใจกลับมาเล่นละครในรอบ 8 ปี ปลุกไฟตัวเองเหมือนเป็นนักแสดงหน้าใหม่ พร้อมเผยเคล็ดลับหน้าไม่เปลี่ยน

>>เหตุผลที่กลับมารับละครในรอบ 8 ปี? 
เชอรี่ เข็มอัปสร: “ทุกอย่างมันลงตัวค่ะ เราไม่เคยแพลนเลยว่าจะกลับมาเล่นละคร ที่ผ่านมาก็มีคนส่งบทมาให้อ่าน แล้วก็รู้สึกมั่นใจเลยว่ากระทิง (เลือดมังกร) น่าจะเป็นเรื่องสุดท้ายแน่ๆ คิดอย่างนั้นมาตลอด จนพอพี่นก (จริยา) ส่งบทเรื่องลมเล่นไฟมา ซึ่งพี่นกโทรมาด้วยความเกรงใจว่ายังไงเราก็ไม่น่าจะรับหรอก แต่ว่าอยากให้ลองอ่านก่อน แล้วพออ่านแล้วชอบตัวบท อยากเล่นเป็นหมอเพราะไม่เคยเล่นเป็นหมอผ่าตัดหัวใจด้วย แล้วเรื่องครอบครัวแบบนี้ก็ไม่เคยเล่น เลยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่ง”

>>ย้อนไปตอนที่รู้สึกว่าไม่อยากเล่นละคร เป็นเพราะอะไร? 
เชอรี่ เข็มอัปสร: “ไม่รู้เลยค่ะ มันแค่อ่านบทแล้วไม่รู้สึกอยากเล่น ตั้งแต่ท้ายๆ ที่รับงานมาจะมาจากการที่อ่านบทแล้วเห็นตัวเองและอยากเล่น แต่มันไม่เห็นเลย ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมาก็ปฏิเสธไปหลายเรื่อง บวกกับมีงานที่เราไปเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมด้วยแล้วเราก็อินมาก กลายเป็นไฟในใจในด้านนั้นไปซะเยอะ พอมันไม่มีไฟด้านการแสดงที่มาคอยเติมเลยแบบมองว่าทางโน้นมันสนุกอยู่”

>>ปลุกไฟตัวเองยังไงให้กลับมาอีกครั้ง? 
เชอรี่ เข็มอัปสร: “อ่านบทค่ะ ต้องขอบคุณเรื่องลมเล่นไฟจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวบทที่เราเล่น แต่ชอบตัวละครรายล้อมทุกตัวเลย มันไม่ค่อยเหมือนเรื่องครอบครัว ความแตกแยก เมียหลวงเมียน้อยอันอื่นๆ ที่เป็นเพราะผู้ชายเจ้าชู้ แต่เรื่องนี้เราเป็นครอบครับที่แข็งแรง แต่อะไรที่มันทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้”

>>ลงสนามจริงต้องเคาะสนิมเยอะไหม? 
เชอรี่ เข็มอัปสร: “ตอนแรกกลัวมากในการกลับมาเล่น (หัวเราะ) เลยขอเวิร์กช็อปและทำการบ้านของตัวเอง ทั้งในแง่ของการเป็นหมอผ่าตัดและในการเล่นละคร แล้วพอเราทำการบ้านเยอะจนถึงวันเปิดกล้อง ปรากฏว่าซีนแรกๆ ที่เขาให้เราเล่นคือดรามาขีดสุดเลย เราก็แบบทำไมรีบปิดโลเคชันเหรอ (หัวเราะ) วันสองวันแรกที่มาถ่ายคือไปถึงตอน 8 แล้ว รีบเหรอคะ ไม่ให้เวลาในการอุ่นเครื่องเหรอคะ แต่ข้อดีคือพอมันยากไปขีดสุดแล้ว มันคลายความกังวลและกำแพงทั้งหลายของเราไปหมดเลย ทำให้ไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเยอะ”

>>บรรยากาศในกองถ่ายเปลี่ยนไปไหมจาก 8 ปีที่แล้ว?
เชอรี่ เข็มอัปสร: “เปลี่ยนค่ะ ความเฟรชของตัวเราในการที่เราเล่นตอนนั้น พอเราหยุดไปแล้วกลับมาเล่นเรารู้สึกว่าเราคือนักแสดงหน้าใหม่ท่านหนึ่ง (หัวเราะ) ตั้งใจในทุกรายละเอียดไปหมดเลย แต่ตัวเองก็ยังคิดว่านี่ก็อาจจะเป็นเรื่องสุดท้ายก็ได้ มันก็เลยเป็นความพยายามที่เราจะทำงานเต็มที่ที่สุดและมีความสุขในทุกๆ วัน (แล้วจะรับละครเรื่องใหม่ต่อเลยไหม?) ไม่รู้เลย ถ้าอ่านบทแล้วเจออีกเมื่อไหร่ก็คือเมื่อนั้นค่ะ”

>>8 ปีที่หายจากละครไป สิ่งที่ไม่เปลี่ยนเลยคือหน้าเหมือนสตัฟฟ์ไว้?
เชอรี่ เข็มอัปสร: “ขอบคุณค่ะ (ยิ้ม) ยอมรับว่าเขินพอคนชมแบบนี้ แต่เราก็ดูแลตัวเอง ดูแลนี่หมายถึงทุกอย่างรวมกัน ทั้งภายใน ทั้งอาหารการกิน การพักผ่อน หรือการทรีตเมนต์เสริมความงาม แล้วเราก็เน้นเรื่องของความเป็นธรรมชาติ ทำยังไงให้เราประคองให้ได้แบบสมวัย ไม่อยากจะศัลยกรรม”

>>เคยไปจิ้มๆ บ้างไหม?
เชอรี่ เข็มอัปสร: “ถ้าเป็นทรีตเมนต์ เลเซอร์อะไรอย่างนี้ปกติค่ะ (มีแพลนอยากทำศัลยกรรมบ้างไหม?) ถ้าเป็นสมัยเด็กเลยจะแอนตี้เรื่องศัลยกรรม แต่พอมา ณ วันนี้อาจจะต้องหาข้อมูลอะไรบ้างเผื่อไว้ (หัวเราะ) แต่ก็อยากให้เป็นอนาคตอันไกลที่สุด (โบทอกซ์ล่ะ?) อันนี้ทำได้ จริงๆ จิ้มหางตานิดๆ หน่อยๆ ก็ทำเพราะว่าเป็นคนตาโต ซึ่งถ้าฉีดมันจะเห็นชัดมาก เพราะฉะนั้นเราไม่ชอบอะไรที่มันดูไม่ธรรมชาติอ่ะค่ะ”

รัฐบาลเตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566

(24 ก.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในนามรัฐบาลดำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 ดังนี้ 

1.  การจัดพิธีทางศาสนา
1.1 จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เวลา 07.00 น. ในวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2566 โดยส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง พระสงฆ์ จำนวน 172 รูป มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีพร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม 

1.2 จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาให้วัดทุกวัดในประเทศไทยจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล ในวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2566 สำหรับวัดไทยในต่างประเทศให้พิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

2. จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ในวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2566 เวลา 07.45 น. โดยส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจะได้เชิญชวนหน่วยงานของรัฐจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ สถานที่ตั้งของหน่วยงาน กำหนดระหว่างวันที่ 20-28 กรกฎาคม 2566 รวมทั้งเชิญชวนลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ที่ www.ocsc.go.th กำหนดระหว่างวันที่ 1 - 31 กรกฎาคม 2566

3.  จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2566 เวลา 18.00 น. และเวลา 19.19 น. ตามลำดับ โดยส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีพร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

4.จัดพิธีเชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มจากท้องสนามหลวงไปทูลเกล้าฯ ถวาย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2566 เวลา 08.00 น. โดยกระทรวงกลาโหมเป็นหัวหน้าคณะเชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มไปทูลเกล้าฯ ถวาย และขอพระราชทานผู้แทนออกรับเครื่องราชสักการะและพานพุ่ม

5. จัดทำสาร สารคดีโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติฯ ในนามคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อเผยแพร่ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา

6. จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติฯ ในเดือนกรกฎาคม 2566 ตามความเหมาะสม โดยประสานงานกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน และสำนักงานจิตอาสาภาครัฐ สำนักนายกรัฐมนตรี 

ในการนี้ นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงความจงรักภักดี และร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ โดยจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมเครื่องราชสักการะ จัดตกแต่งสถานที่ประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ประดับธงชาติไทยคู่กับธงอักษร พระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และประดับผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานและบ้านเรือน จัดทำคำถวายพระพรชัยมงคลเผยแพร่ทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ของหน่วยงาน และจัดลงนามถวายพระพรชัยมงคลภายในหน่วยงานหรือทางเว็บไซต์ ดำเนินการตลอดเดือนกรกฎาคม 2566 

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ขาด กรณี 'มติสภาห้ามชงชื่อซ้ำ' พร้อมขอให้ชะลอโหวตนายกฯ

(24 ก.ค. 66) ที่สำนักงาน​ผู้ตรวจการ​แผ่นดิน​ พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการ​สำนักงาน​ผู้ตรวจการ​แผ่นดิน​ แถลงผลวินิจฉัยกรณีขอให้ยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความกรณีรัฐสภาลงมติวินิจฉัยว่าการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็นญัตติ ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ในที่ประชุมรัฐสภาได้เสนอชื่อนายพิธา ลิ้ม​เจริญ​รัตน์​ หัวหน้า​พรรค​ก้าวไกล​ ให้ที่ประชุมพิจารณาเป็นครั้งที่ 2 แต่มีประเด็นโต้แย้งว่าการเสนอชื่อเป็นญัตติซ้ำเป็นข้อห้ามของข้อบังคับรัฐสภา กรณีที่ญัติใดที่ตกไปแล้วห้ามเสนอชื่ออีกในสมัยประชุมเดียวกัน

โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกรัฐสภา และประชาชนจำนวน 17 คำร้อง ขอให้ผู้ตรวจการ​แผ่นดิน​เสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ​ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 213 จากกรณีที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 ลงมติวินิจฉัยว่า การเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็นญัตติ ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ซึ่งกำหนดว่าญัตติใดที่ตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เป็นการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น

ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ประชุมปรึกษาหารือและเห็นชอบร่วมกัน โดยพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนว่า เข้าองค์ประกอบ เงื่อนไข และหลักเกณฑ์ ในการเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2561 หรือไม่

โดยเห็นว่า รัฐสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นหนึ่งในสามของอำนาจอธิปไตย รัฐสภาจึงถือเป็นหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ หากการกระทำของรัฐสภาละเมิดสิทธิเสรีภาพ ย่อมถูกตรวจสอบได้โดยศาลรัฐธรรมนูญและการกระทำของรัฐสภา ในการลงมติวินิจฉัยว่าการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็นญัตติ ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 นั้น เป็นการนำข้อบังคับการประชุมไปทำให้กระบวนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้กำหนดเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไว้เป็นการเฉพาะแล้วตาม มาตรา 159 ประกอบ มาตรา 272 การกระทำของรัฐสภาดังกล่าวจึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญการกระทำของรัฐสภาในการลงมติวินิจฉัยดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ร้องเรียนโดยตรง

โดยผู้ร้องเรียนเป็นสมาชิกรัฐสภาและประชาชนผู้ทรงสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ตามหมวด 3 ว่าสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หากการกระทำของรัฐสภาดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นอันใช้ไม่ได้ และมีผลเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน นอกจากนี้ ปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการกระทำของรัฐสภาดังกล่าวยังคงมีอยู่และมิได้รับการวินิจฉัยให้เป็นที่ยุติย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนทั่วไป ซึ่งอยู่ภายใต้การใช้อำนาจของรัฐโดยรัฐสภา ผู้ร้องเรียนรวมถึงประชาชนทั่วไปจึงได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้

นอกจากนี้คำร้องเรียนส่วนหนึ่ง ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุติการเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีข้อวินิจฉัยในเรื่องนี้ออกมา ซึ่งเป็นคำขอเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ซึ่ง ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง และเป็นคำขอที่อยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ จึงได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รัฐสภารอการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญมีข้อวินิจฉัยในเรื่องนี้ออกมา ซึ่งก็เป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาตามความเหมาะสมกับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่อไป

ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจจะขัดต่อกฎหมาย และอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศ และยากที่จะเยียวยาแก้ไข จึงเห็นด้วยกับคำร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ​กำหนดการชะลอพิจารณานายกฯ ออกไปก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ​จะมีคำวินิจฉัย อย่างไรก็ตามการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ​ นี้คาดว่าจะเป็นวันพรุ่งนี้ 25 ก.ค. หรือ 26 ก.ค.นี้

‘กระแต อาร์สยาม’ ฉีกคราบสาวแซ่บ!! ทำแฟนคลับขยี้ตารัวๆ หลังเจ้าตัวนุ่งกระโปรงยาว อวดลุคสาวหวานสไตล์แบบไทย

(24 ก.ค. 66) ปกติเราจะเห็นแต่เธอขายสวยขายแซ่บตลอด สำหรับนักร้องสาวเสียงดี ‘กระแต อาร์สยาม’ แต่ล่าสุดทำแฟน ๆ แตกตื่นไม่น้อยเมื่องานนี้สาวกระแตฉีกลุคขายความสวยหวานสไตล์ไทย ๆ บ้าง

เธอมาในชุดผ้าไทยสายเดี่ยวกระโปรงยาวทรงหางปลาที่คลุมมิดถึงตาตุ่ม เพิ่มดีเทลความปั๊วะปังด้วยเลื่อม โดยเจ้าตัวระบุแคปชันว่า “ลุคนี้งามก่อเจ้าาาา? นาน ๆ แม่จะนุ่งกระโปรงยาว”

งานนี้แฟน ๆ ถูกใจกดไลก์สนั่น ต่างคอมเมนต์บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า งามนักงามขนาดดด ,สวยมากครับพี่แต, สวยมากเลยค่าาาา, งามขนาดเลยครับ, งามแต๊ ๆ เจ้า, งดงามมากกกก

เที่ยวทุ่งบัวตองหน้าฝน ชมทิวทัศน์แนวเขา ความเขียวขจี ที่โอบล้อมไปด้วย พืชพรรณธรรมชาติ

ช่วงฤดูฝนเป็นเวลาที่สภาพธรรมชาติ มีการฟื้นตัวจากช่วงฤดูแล้ง กลับมามีความสวยงามของพืชพรรณ มีความชุ่มชื้น อากาศเย็นสบาย เป็นฤดูกาลที่ธรรมชาติงดงามมาก โดยเฉพาะทะเลหมอก บางครั้งเมื่อมองชมทิวทัศน์ตามแนวทิวเขา ก็จะเห็นหมอกเคลื่อนตัวคล้ายกับน้ำตกที่ไหลเคลื่อนตัวช้า ๆ ผ่านยอดเขาต่าง ๆ อีกทั้งสภาพอากาศก็เย็นสบายตลอดทั้งวัน

ที่ทุ่งบัวตอง ณ วนอุทยานดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ที่ประชาชนมักจะนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ตุลาคม - ธันวาคม เนื่องจากมีทุ่งดอกไม้สีทองบานอร่ามเต็มท้องทุ่งตามเนินเขาสุดสายตา แต่ในช่วงฤดูฝน ทุ่งดอกบัวตองแห่งนี้ ก็ได้นำส่งประสบการณ์ในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือทุ่งบัวตอง ที่ยังไม่ออกดอก นั้นเป็นสีเขียวเต็มท้องทุ่ง สร้างความประทับใจและอิ่มเอมกับความสวยงามของธรรมชาติในอีกบรรยากาศ ประกอบกับในปีนี้ ทาง วนอุทยานดอยแม่อูคอ ร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม และ อบต.แม่อูคอ ได้ดำเนินการแผ้วถาง กำจัดวัชรพืชชนิดอื่น รวมทั้งจัดเก็บขยะ จัดระเบียบ ปรับแต่งภูมิทัศน์ของพื้นที่ให้สวยงามมากยิ่งยึ้น ทำให้ทุ่งบัวตองสีเขียว ในวันนี้ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ฤดูฝน ไปจนถึงฤดูหนาวที่จะมีดอกบัวตองบานต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยดอกไม้สีทองเต็มพื้นที่อีกครั้ง

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ทุกวัน ที่นี่มีจุดกางเต๊นท์ รวมทั้งเต๊นท์ พร้อมเครื่องนอน โดยสามารถติดต่อได้ที่ วนอุทยานทุ่งดอกบัวตอง นอกจากนี้ยังมีบริการโฮมสเตย์จากชุมชนใกล้เคียง วนอุทยาน ตลอดจนมีบริการอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ในวันและเวลาราชการได้ที่ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน เลขที่ 4 ถนนราชธรรมพิทักษ์ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000 
โทรศัพท์ 0 5361 2982 - 3 
โทรสาร 0 5361 2984 
อีเมล์ [email protected] 
Facebook (Page) ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน

'พรรคเพื่อไทย' หารือ 'สมาคมพลังงานลม' ร่วมผลักดันนโยบายพลังงานสะอาด

(24 ก.ค. 66) พรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าคณะทำงานด้านนโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย จักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีต สส.เชียงใหม่, กฤชนนท์ อัยยปัญญา, วิกรม เตชะธีราวัฒน์, รัฐพงศ์ ระหงษ์, สิริพัชรระ จึงธีรพานิช, พงศภัค นครศรี และศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ให้การต้อนรับตัวแทนสมาคมพลังงานลม (ประเทศไทย) ประกอบด้วย อิศเรศร์ ภมรนิยม ประธานสมาคม, วรวิทย์ วิสูตรชัย กรรมการ, โทมัส ลีโอนาร์ด กรรมการ และคณะ ร่วมหารือผลักดันนโยบายพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ที่มีแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่มีวันหมดไป

ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ได้มีการใช้ประโยชน์จากการใช้พลังงานลมเพื่อการผลิตพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น แต่ยังอยู่ในอัตราส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับในต่างประเทศ ดังนั้น หากประเทศไทยจะมีการผลักดันให้ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้จัดทำเป็นนโยบายและเกิดขึ้นได้จริง รวมถึงพรรคเพื่อไทยก็เล็งเห็นประโยชน์ของการใช้พลังงานดังกล่าวเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนด้วยเช่นกัน

'รองต่อศักดิ์' เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมซ้อมแผนคนร้ายกราดยิง Active Shooter รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 ก.ค.66 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายกราดยิง (Active Shooter) โดยมีคณะครูฝึกนำโดย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท 1 พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.ชายวุธ ชายโอฬาร รอง ผกก.ต่อต้านก่อการร้าย บก.สปพและเจ้าหน้าที่สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 มาเป็นวิทยากร โดยมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 3- มัธยมศึกษาปีที่ 6 และคณะครู-อาจารย์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน รวมฝึกภาคทฤษฎีและปฏิบัติการหนี ซ่อน สู้ 

โดยการฝึกครั้งนี้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมกับ สมาคมผู้ปกครอง และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดโครงการ ฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุกรณีคนร้ายยิงกราด Active shooter นั้นได้แบ่งเป็น สองส่วนคือการอบรมภาคทฤษฎี และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ซึ่งได้ แบ่งเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่ หัวข้อที่ 1 คือการปฏิบัติเพื่อพบ IED ระเบิด ทำให้รู้ว่าเมื่อพบวัตถุเข้าข่ายที่จะเป็นระเบิดควรปฏิบัติตัวอย่างไร หัวข้อที่ 2 คือ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อสร้างความรู้เบื้องต้นในการรักษาบาดแผลและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้าย เพื่อลดการสูญเสีย และหัวข้อที่ 3 คือ การหนี ซ่อน สู้ ซึ่งจะมีการสาธิตเหตุการณ์จริงว่าเมื่อมีคนร้ายก่อเหตุยิงกราดจะมีวิธีการในการเอาตัวรอดอย่างไร

นอกจากนี้ในกิจกรรมฝึกมีส่วนสถานการณ์จำลองโดยจะมีคนร้ายเข้ามาในสถานที่ที่กำหนดแล้วกราดยิงใส่กลุ่มผู้ฝึกซ้อม เพื่อให้ผู้ฝึกซ้อมใช้ทักษะที่อบรมมาในการปฎิบัติภารกิจ โดยจะสามารถประยุกต์ใช้ในสถานที่ต่างๆ เช่น สถานประกอบการห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานที่โล่งแจ้ง เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top