Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

เจ้าของภาพแปรอักษร ค.แยกอโศก โวย 'บอล วิ่งไล่ลุง' เอาภาพไปใช้ ไม่ให้เครดิต ใครเป็นมิตรสหายคุณ

จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของภาพการแปรอักษร ค. ที่แยกอโศกเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้โพสต์ภาพเฟซบุ๊ก 'ธนวัฒน์ วงค์ไชย - Tanawat Wongchai' ของนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือ 'บอล วิ่งไล่ลุง' ซึ่งนำภาพของตนไปโพสต์ในเพจ และทวิตเตอร์ของตนเอง โดยไม่ให้เครดิต พร้อมทั้งโพสต์ข้อความด้วยว่า "การแปรอักษร ค.ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขอบคุณภาพจากมิตรสหายท่านหนึ่ง"

หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ไปในโลกโซเชียล เจ้าของภาพตัวจริง ก็ได้โพสต์ว่า...

"มึงว่าภาพเดียวกันปะ ง่ายไปหน่อยไหม"

"ไม่ได้เป็นมิตรสหายและไม่เคยรู้จัก"

"ให้เครดิตเพจหลักที่ลงก็ยังดีกว่า แต่มิตรสหายท่านหนึ่งคืออะไร" 

หลังจากนั้นชาวเน็ตก็ได้เข้ามาวิจารณ์การกระทำของนายบอล ซึ่งเคยมีประสบการณ์ทำอะไรแบบนี้มาแล้ว และหลังจากเรื่องนี้เริ่มเป็นประเด็นถกเถียงทางโซเชียล นายบอลก็ได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไปในเวลาต่อมา

สืบนครบาล รวบ "กอล์ฟ ตัวตึงทุ่งสองห้อง" บัญชีม้าหลอกขายที่นอน เดินบัญชีเพื่อเอาไปกู้เงิน ประวัติคดียาวเหยียด

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ตรวจพบว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊คชื่อ "นาดา ฮัฟเซาะฮ์" หลอกขายที่นอนในกลุ่ม "กระเป๋าและเสื้อผ้าราคาถูก โดยใช้ชื่อบัญชีรับโอนเงินชื่อบัญชี นายนำยศ แย้มมา จากการสืบสวน คนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในชุมชนย่านทุ่งสองห้อง ไม่ออกไปที่อื่น ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้าไป ก็จะไหวตัวทันตลอด นานๆจะออกจากที่พัก  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงกำชับให้รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน มูลค่าความเสียหาย 1,200 บาท ผู้เสียหายเดือดร้อนจึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และขอความช่วยเหลือเพจสืบนครบาล IDMB

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง
สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ได้จับกุมตัว

นายนำยศ แย้มมา อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 2482/4 ถนนเจริญกรุง แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กทม.ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.256/2566 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พฤติการณ์ คือ ผู้เสียหายสั่งซื้อที่นอน 6ฟุต ในราคา 600 บาท และได้โอนเงินไปให้ที่บัญชี ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 09802499xx ชื่อบัญชี นายนำยศ แย้มมา ต่อมาบอกว่ามีค่าขนส่งอีก 600บาท บอก จึงโอนไปอีก บอกจะได้เงินประสินค้าคืนพร้อมสินค้า ผู้เสียหายทักไปถามว่าจะได้เงินประกันคืนยังไงจะได้บอกคนที่บ้านไว้ ไม่ตอบแล้วก็ลบข้อความส่งที่มาทั้งหมด แล้วก็บล็อคผู้เสียหาย คนร้ายใช้ชื่อเฟซชื่อ นาดา ฮัฟเซาะฮ์ ขายในเพจ กระเป๋าและเสื้อผ้าราคาถูก ผู้เสียหายยังเห็นไปโพสต์ขายอีกหลายเพจแต่ไม่สามารถไปคอมเม้นท์ได้ จึงได้ไปแจ้งความที่สน.บางขุนนนท์  จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในชุมชนทุ่งสองห้อง อยู่กับกลุ่มแก๊งที่พัวพันยาเสพติด จะไม่ออกไปที่อื่น ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้าไปก็จะไหวตัวทันตลอด นานๆจะออกจากที่พัก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และสืบจนทราบว่าตัวผู้ต้องหาจะออกมาตอนไหน จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการซักถามปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยแจ้งว่า ตนรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารจริง และร่วมกับมิจฉาชีพให้เอาบัญชีของตัวเองไปเดินบัญชี โดยตกลงว่าถ้ากู้ผ่านแล้วจะเอาเงินมาแบ่งกัน แล้วมิจฉาชีพที่รับเดินบัญชีก็เอาไปหลอกผู้เสียหายอีกที เงินที่ได้มา เอาไปซื้อยาเสพติด เล่นการพนัน ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันไม่มีงานทำ 

จากการตรวจสอบประวัติคดีของนายนำยศ แย้มมา ในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบข้อมูลประวัติคดี จำนวน 18 คดี ประกอบด้วย
1)ปี 2550  โดนข้อหา "ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายสารระเหยฯ" สน.วัดพระยาไกร
2)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.วัดพระยาไกร
3)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
4)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
5)ปี 2551 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.วัดพระยาไกร
6)ปี 2552 โดนข้อหา "ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย" สน.วัดพระยาไกร
7)ปี 2554 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
8)ปี 2556 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.ภาษีเจริญ
9)ปี 2556 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.ยานนาวา 
10)ปี 2558 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.ทุ่งมหาเมฆ
11)ปี 2558 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.บางโพงพาง
12)ปี 2559 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.บางกอกใหญ่
13)ปี 2559 โดนข้อหา "เล่นพนันทายผลฟุตบอล" สน.วัดพระยาไกร
14)ปี 2559 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
15)ปี 2562 โดนข้อหา "ตัวการ มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สภ.สำโรงใต้
16)ปี 2564 โดนข้อหา "เล่นพนันทายผลฟุตบอล" สน.ทุ่งสองห้อง
17)ปี 2565 โดนข้อหา "ตัวการ ฉ้อโกงประชาชน"  สน.บางขุนนนท์ (ในคดีที่ถูกจับ)
18)ปี 2566 โดนข้อหา "ตัวการ ลักลอบเล่นการพนัน" สน.ทุ่งสองห้อง
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า คดีนี้แม้มูลค่าความเสียหายไม่มาก แต่สร้างความเดือนร้อนให้ผู้เสียหายมาก เพราะเก็บเงินอยากใช้ที่นอนใหม่ในชีวิตประจำวัน  แจ้งเตือนภัยไปยังประชาชน ว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากรูปแบบ โปรดแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.

รฟท. เคาะศิริราชจ่ายค่าเช่าที่ 161 ล้านบาท สร้างอาคารรักษาพยาบาลเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า

บอร์ด รฟท.เคาะเพิ่มทางเลือกให้ รพ.ศิริราชจ่ายค่าเช่าที่ดิน ‘สถานีธนบุรี’ จากรายปีเป็นงวดเดียว คิดมูลค่าที่ 161 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนาอาคารรักษาพยาบาลและสถานีเชื่อมรถไฟฟ้า ‘สีแดง-สีส้ม’ คาดลงนามสัญญาเช่าได้ในก.ย. 66

นางสาวมณฑกาญจน์ ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สินการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2566 ได้มีมติเห็นชอบการปรับวิธีจ่ายค่าเช่าที่ดินของการรถไฟฯ บริเวณสถานีธนบุรี ซึ่งเป็นการทบทวนมติบอร์ดรฟท.เดิม เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2563 จากเดิม รฟท.คิดค่าเช่าที่ดินเป็นรายปี ซึ่งเป็นไปตามระเบียบ รฟท. และได้ตกลงร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชแล้ว ต่อมามีการประชุมร่วมกัน โดยรพ.ศิริราชขอปรับเปลี่ยนการจ่ายค่าเช่าที่ดินจากรายปีเป็นงวดเดียว เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อใช้ในการไปดำเนินการจัดทำงบประมาณของ รพ.ศิริราช

ทั้งนี้ รพ.ศิริราชจะเช่าที่ดินของ รฟท.บริเวณสถานีธนบุรี จำนวน 4.67 ไร่ (7,456 ตารางเมตร) เพื่อดำเนินโครงการอาคารรักษาพยาบาลและสถานีศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีระยะเวลาเช่า 30 ปี อัตราค่าเช่า 50 ล้านบาทต่อปี ปรับขึ้น 3% ต่อปี โดยคิดมูลค่าปัจจุบัน กรณีชำระครั้งเดียวเป็นเงินประมาณ 161 ล้านบาท

“หลังจากนี้จะแจ้งมติบอร์ด รฟท.ให้ศิริราชฯ รับทราบว่าเปิดทางเลือกให้สามารถจ่ายค่าเช่าที่ดินงวดเดียวได้ด้วย ซึ่งทางศิริราชฯ จะสรุปเพื่อดำเนินการลงนามสัญญาร่วมกันต่อไป ซึ่ง รฟท.คาดว่าจะเร่งทำร่างสัญญา และลงนามการเช่าที่ดินได้ภายในเดือน ก.ย. 2566 เพื่อให้ทางศิริราชฯ นำสัญญาเช่าที่ดิน รฟท.ไปใช้ประกอบการเสนอของบประมาณประจำปี 2568” นางสาวมณฑกาญจน์กล่าว

สำหรับโครงการอาคารรักษาพยาบาลและสถานีศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการฯ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2565 งบประมาณรวม 3,851.27 ล้านบาท แบ่งเป็นงบฯ ลงทุนค่าก่อสร้าง 2,338.27 ล้านบาท ครุภัณฑ์การแพทย์ 1,400 ล้านบาท และงบฯ บุคลากร 113.01 ล้านบาท 

ก่อสร้างอาคารสูง 15 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น รวมความสูงของอาคารเท่ากับ 81 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 51,853 ตารางเมตร แบ่งเป็น 1. พื้นที่โรงพยาบาล 47,537 ตารางเมตร 2. พื้นที่รถไฟสายสีแดงอ่อน 3,410 ตารางเมตร และ3. พื้นที่รถไฟฟ้าสายสีส้ม 906 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถ 79 คัน ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 32 เดือนรวมระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี

มีการพัฒนาจุดเชื่อมโยงการเดินทางโดยรถไฟฟ้าบริเวณโรงพยาบาลศิริราช จำนวน 2 สถานี คือ สถานีศิริราชรถไฟฟ้าสายสีส้มของ รฟม. และสถานีธนบุรี-ศิริราช รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนของ รฟท. เพื่อให้เป็นสถานีขนส่งมวลชนเพื่อสุขภาพและสาธารณสุขแห่งแรกของประเทศไทย

8 ปีประเทศไทย มีอะไรติดอันดับโลกกับเขามั่ง?

‘ประเทศไทย’ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ผ่านการจัดอันดับในแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านสิทธิมนุษยชนเด็ก ด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว หรือด้านการศึกษา

วันนี้ THE STATES TIMES รวบรวมมาให้แล้วว่าประเทศไทยติดอันดับโลกอะไรบ้าง อยากรู้ก็มาดูเลย!!

📌ครองอันดับ 1 กรุงเทพฯ เมืองที่มียอดจองเข้าพักมากที่สุด และครองอันดับ 2 ประเทศจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จัดอันดับโดย Agoda สะท้อนศักยภาพด้านการท่องเที่ยวไทย และการดำเนินมาตรการส่งเสริมที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล

📌ครองอันดับ 6 ประเทศน่าอยู่ เหมาะมาทำงานมากที่สุดในโลก จัดอันดับโดย Expat Insider 2023 สะท้อนการทำงานของภาครัฐที่ตอบโจทย์ความต้องการของชาวต่างชาติ เห็นศักยภาพ โอกาส และชื่นชอบประเทศไทย

📌ครองอันดับ 8 ประเทศที่ดูแลสิทธิมนุษยชนเด็กได้ดี จัดอันดับโดย The KidsRights Index 2023 สะท้อนถึงผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล เข้าถึงระบบการดูแลอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ

📌ครองอันดับ 9 ประเทศที่มีค่าครองชีพถูก เหมาะแก่การใช้ชีวิตหลังเกษียณ จัดอันดับโดย นิตยสารอินเตอร์เนชันแนลลีฟวิง

📌ครองอันดับ 19 ซอยรมณีย์ จ.ภูเก็ต ถนนสวยที่สุดในโลก จัดอันดับโดย Seasia.Stats สะท้อนความใส่ใจของรัฐบาลในการสนับสนุนและพัฒนาควบคู่อนุรักษ์พื้นที่ เพื่อความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์

📌ครองอันดับ 30 ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันโลก ประจำปี 2023 จัดอันดับโดย สถาบันการพัฒนาการจัดการนานาชาติ (IMD) ถือเป็นเรื่องที่หน้ายินดีที่ไทยขยับจากอันดับ 33 ในปี 2565 มาเป็นอันดับ 30 ในปี 2566 โดยปัจจัยหลักดีขึ้นทุกด้าน ได้แก่ สมรรถนะด้านเศรษฐกิจอยู่ที่อันดับ 16 (ขยับขึ้น 18 อันดับ) ประสิทธิภาพภาคธุรกิจ อันดับ 23 (ขยับขึ้น 7 อันดับ) ประสิทธิภาพภาครัฐ อันดับที่ 24 (ขยับขึ้น 7 อันดับ) โครงสร้างพื้นฐาน อันดับที่ 43 (ขยับขึ้น 1 อันดับ)

📌ครองอันดับ 43 และอันดับ 1 ของอาเซียน ประเทศที่มีการพัฒนายั่งยืน จัดอันดับโดย สหประชาชาติ ตอกย้ำการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

📌ครองอันดับ 52 ประเทศที่ระบบนิเวศสตาร์ตอัปดีที่สุดในโลก และครองอันดับ 74 กรุงเทพฯ เมืองศูนย์กลางด้านสตาร์ตอัปของประเทศ ประจำปี 2023 จัดอันดับโดย NIA สะท้อนความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาล ให้ความสำคัญสนับสนุนสตาร์ตอัปไทยอย่างต่อเนื่อง

📌13 มหาวิทยาลัยของไทย ติดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2024 จัดอันดับโดย Quacquarelli Symonds

📌24 โรงแรมของไทย ติดอันดับโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2023 จัดอันดับโดย La liste ตอกย้ำความสำเร็จและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวไทย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการควบคู่ใช้มาตรการส่งเสริมในประเทศ

‘ศปปส.' บุกร้องเรียนสำนักพุทธฯ เหตุ 'พระพยอม' เชียร์พิธาเกินงาม หวั่นเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม

(24 ก.ค. 66) กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดย นายอานนท์ กลิ่นแก้ว และ นายนพดล พรหมภาสิต ประธานกลุ่มศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ หรือ ศชอ. พร้อมคณะ เดินทางมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อดำเนินการเรียกร้องให้ทางสำนักพุทธฯ ดำเนินการตามขั้นตอนกรณีพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว พระนักเทศน์ชื่อดัง ภายหลังออกมาวิจารณ์การเมืองผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยมองว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นนายกฯ เพราะถูกสกัดกั้นและจะได้คะแนนสงสารเยอะมาก คราวหน้ายิ่งกว่าแลนด์สไลด์

นายนพดล พรหมภาสิต ประธาน ศชอ. ระบุว่า "การกระทำของพระพยอม เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม ด้วยพระพยอมเป็นพระนักเทศน์ชื่อดัง หรือพระเซเลป การแสดงความคิดเห็นของพระพยอม คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ได้กระทบในวงกว้าง หากพระพยอมยังมีพฤติกรรมวิพากษ์วิจารณ์ หรือพูดเกี่ยวกับการเมืองต่อไปเรื่อย ๆ อาจจะทำให้สังคมเกิดความแตกแยก และทำให้พุทธบริษัท 4 ไม่ว่าจะเป็น อุบาสก อุบาสิกา หรือใครอีกหลายๆคนรู้สึกไม่สบายใจ ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า การแสดงความคิดเห็นทางด้านการเมือง จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง มีทั้งฝั่งที่เห็นด้วย และฝั่งที่ไม่เห็นด้วย

พฤติกรรมของพระพยอมที่เกิดขึ้น ทำให้ถูกมองว่าพระพุทธศาสนา กำลังจะถูกโยงเข้าไปในความขัดแย้งทางการเมือง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง

พระพยอมควรระมัดระวังในการให้สัมภาษณ์ ไม่ต้องตอบทุกคำถามกับนักข่าวก็ได้ ควรสงบปากสงบคำ ถ้าคำถามนั้นทำให้เกิดเป็นประเด็นทางการเมืองที่นำไปสู่ความขัดแย้งของคนในสังคม"

‘กรมทางหลวง’ ชวนเที่ยว 'ทุ่งดอกกระเจียว' ชมวิวแนวหน้าผา สัมผัสโขดหินแสนแปลกตา

(24 ก.ค. 66) กรมทางหลวง (ทล.)ดำเนินการบูรณะ ทล.2354 ตอน เทพสถิต – ซับใหญ่ ตอน 2 (ช่วงทางแยกที่จะไปทุ่งดอกกระเจียว) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ ชมทุ่งดอกกระเจียว ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกไม้ที่มีชื่อเสียงของไทย ที่ออกดอกในฤดูฝนของทุกปีให้ชื่นชมปีละครั้งเท่านั้น พร้อมทั้งดำเนินการเตรียมความพร้อมปรับปรุงทางหลวงให้สวยงาม ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลการพัฒนาระบบคมนาคมให้มีความสะดวก ปลอดภัย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้โดยแขวงทางหลวงชัยภูมิ ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง โดยดำเนินการบูรณะทางหลวงขนาด 2 ช่องจราจร และมีบางช่วงขนาด 4 ช่องจราจร ที่ได้รับความเสียหาย โดยทำการปูผิวทางชนิดแอสฟัลต์คอนกรีตหนา 10 ซม. พร้อมทั้งตีเส้นและเครื่องหมายจราจร ช่วง กม.15+864 – กม.18+025 นอกจากนี้หมวดทางหลวงในพื้นที่ยังได้ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์สองข้างทาง โดยได้ ดำเนินการตัดหญ้าข้างทาง, ปรับพื้นที่ในช่วงบริเวณทางโค้ง, ทำความสะอาดแบริเออร์ รวมถึงทำความสะอาดเกาะกลางถนน สะพาน และผิวทาง 

สำหรับเส้นทางดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงได้อีกด้วย สำหรับการเดินทางไปอุทยานแห่งชาติป่าหินงามนั้น จากกรุงเทพฯ ใช้ ทล.1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดสระบุรี มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ไปตามเส้นทางอำเภอด่านขุนทด ใช้ ทล.201 ถึงแยกหนองบัวโคก เลี้ยวซ้ายไป ทล.205 มุ่งสู่อำเภอบำเหน็จณรงค์ ถึงอำเภอเทพสถิต ตัดเข้าใช้ ทล.2354  ระยะทางประมาณ 17 กม. ถึงบริเวณทางแยก แล้วเดินทางต่ออีกประมาณ 13 กม. ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาในเขตตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ 

อย่างไรก็ตามโดยจะเปิดอุทยานให้ท่องเที่ยวในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม มีจุดท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ได้แก่ ทุ่งดอกกระเจียว เป็นพืชล้มลุกประเภทหัวที่ผลิดอกสีชมพูอมม่วงบานสะพรั่งในช่วงต้นฤดูฝน ได้รับฉายาว่าเป็น 'ราชินีแห่งป่าฝน'  นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวลานหินงาม เป็นบริเวณลานหินที่มีโขดหินใหญ่รูปร่างแปลกตา กระจายอยู่ในพื้นที่ และจุดชมวิวผาสุดแผ่นดิน เป็นจุดชมวิวที่มีแนวหน้าผาและชะง่อนหิน ตั้งอยู่ที่จุดสูงสุดของเทือกเขาพังเหยซึ่งมีความสูง 846 ม. จากระดับน้ำทะเลปานกลาง  

ทั้งนี้กรมทางหลวงขอความร่วมมือประชาชน โปรดขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุขภายใต้วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ “ท่องเที่ยวสุขใจ ห่างไกลโควิด – 19” สวมหน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง หากประชาชนต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

‘ดร.หิมาลัย’ วอนหยุดด้อยค่า ส.ว. โหวตนายกฯ ชี้ เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่คนจำนวนมากออกมาระบุว่า สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า การที่ สว.มีอำนาจในการพิจารณาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นสิ่งที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านการเห็นชอบจากประชาชน จากการทำประชามติมากกว่า 15 ล้านเสียง 

นั่นเท่ากับว่าคนส่วนใหญ่ เห็นชอบที่จะให้ สว.มีสิทธิ์โหวตนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น จึงอยากจะวอนพี่น้องประชาชน ที่ไม่พอใจคนที่ตนเองเชียร์อยู่ไม่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรี หยุดด้อยค่า หรือ ออกมาโจมตี สว.ที่ท่านทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และอำนาจที่ประชาชนให้มาก

ขณะเดียวกัน การจะอ้างคะแนนเสียง 14 ล้านเสียงที่ชนะการเลือกตั้ง แล้วระบุว่าตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว จะต้องได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้เป็นรัฐบาลนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะระบอบประชาธิปไตยมีหลายรูปแบบ ยกตัวอย่าง การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อเมริกา ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตัน 

ในครั้งนั้น ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า ฮิลลารี คลินตัน ได้รับคะแนนเสียงมหาชน (Popular Vote) มากกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ แต่กลับไม่ได้เป็นประธานาธิบดี เพราะทรัมป์ ได้รับคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Vote) จำนวนมากว่านั่นเอง เพราะฉะนั้น ในระบบของสหรัฐอเมริกา แม้จะได้คะแนนเสียงจากมหาชน ก็ไม่ได้การันตีว่า คนๆนั้นจะได้เป็นประธานาธิบดีเสมอไป ในขณะที่ระบบเลือกตั้งประธานาธิบดีแบบฝรั่งเศสนั้น จะยึดเอาคะแนนเสียงจากประชาชนโดยตรง 

“ระบบการเลือกตั้งของทั้ง 2 ประเทศ ที่มักอ้างว่าเป็นประเทศผู้นำด้านระบอบประชาธิปไตยของโลก ยังมีความแตกต่างอย่างชัดเจน และไม่อาจตัดสินได้ว่าประเทศใดมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่ากัน เพราะถ้ายึดเอาคะแนนโหวตของประชาชนเป็นตัวตัดสิน นั่นเท่ากับว่า สหรัฐฯ เป็นเผด็จการ เพราะไม่ทำตามมติเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน แต่ฝรั่งเศส เป็นประชาธิปไตยเช่นนั้นหรือไม่”

ดร.หิมาลัย กล่าวย้ำว่า ประชาธิปไตยมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการออกแบบให้เข้ากับประเทศนั้น ๆ ประเทศไทยจะใกล้เคียงกับ อังกฤษ และเยอรมัน ที่เป็นระบบรัฐสภา พรรคที่ได้จำนวน ส.ส.มากสุด ยังไม่ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องไปรวมเสียงให้ได้จำนวนเสียงข้างมากในสภาให้ได้ก่อน และจะเห็นว่า นายกรัฐมนตรีของประเทศเหล่านี้ หลายครั้งไม่ได้มาจากพรรคที่ได้ป๊อปปูลาร์โหวต

สำหรับประเทศไทย ในรัฐธรรมนูญได้เพิ่มอำนาจ สว. ในการพิจารณาเห็นชอบผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั่นเพราะเจตนารมณ์ต้องการให้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดเพื่อมาเป็นผู้นำประเทศ

ส่วนกรณีที่ สว.ส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบให้ ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ในการโหวตเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั้น ดร.หิมาลัย ให้ความเห็นว่า สว.ส่วนใหญ่ ท่านมีความกังวล ในเรื่องที่พรรคก้าวไกล มีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายปกป้องสถาบันกษัตริย์ เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ และเมื่อพิจารณาจากร่างข้อเสนอที่พรรคก้าวไกล เคยยื่นมานั้น หากพิจารณาให้ดี จะเห็นว่า ข้อแก้ไขที่ว่านั้น เท่ากับการยกเลิกก็ว่าได้ เพราะเสนอให้ลดโทษคนที่หมิ่นสถาบัน เหลือโทษเท่ากับหมิ่นประมาทคนทั่วไปเท่านั้น อีกทั้งยังให้องค์ประมุขแห่งรัฐลงมาร้องทุกข์กล่าวโทษเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม 

“เหตุผลหลักที่สว.ท่านไม่ยกมือให้คุณพิธา เพราะมีความกังวลเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 หากพรรคก้าวไกล จะยึดร่างเดิมที่เคยยื่นมาก่อนหน้านี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ก่อนหน้านี้มีการท้วงติง แต่ทางพรรคก็ยังยืนยันที่จะแก้ไขตามร่างดังกล่าว ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ ทำให้ สว.ท่านกังวล และโหวตไม่เห็นชอบ เพราะอย่าลืมว่า สถาบันกษัตริย์นั้นอยู่คู่ประเทศไทยมาช้านานกว่า 700 ปี พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ หลายพระองค์ได้ออกรบ ใช้เลือดเนื้อและชีวิต ปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ แต่มาถึงปัจจุบันกลับมีนักการเมืองบางกลุ่มด้อยค่าสถาบันฯ เช่นนี้แล้ว เชื่อว่า ทั้ง สว.และคนที่มีความจงรักภักดี คงจะไม่ยอมอย่างแน่นอน”

‘ปู แบล็คเฮด’ สานต่อเจตนารมณ์ ‘นุ๊กซี่’ อดีตแฟนสาวที่เสียไป มอบเงินช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านม หลังจัดคอนเสิร์ตการกุศล

(24 ก.ค. 66) จบไปแล้วกับเฟสแรก สำหรับคอนเสิร์ตการกุศล Rockstar Cafe Glamping Day ร็อคสตาร์พาซิ่ง แกลมปิ้งช่วยเพื่อน เพื่อผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยนักร้องหนุ่ม ปู แบล็คเฮด และเพื่อน ๆ ศิลปิน ร่วมกับโครงการ วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม และ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น

คอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้จัดขึ้น 4 ภาค 4 จังหวัด ได้แก่ วูวอน บางแสน จ.ชลบุรี, มิดวินเทอร์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา, เลอ ค๊อก ดอร์ จ.เชียงใหม่ และ Bangkok Backyard คลองสามวา กทม. รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายในการจัดงาน มอบให้ 3 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง จำนวนรวม 693,000 บาท เพื่อระดมทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ อีกหนึ่งกำลังที่จะสามารถจุดประกายความหวังเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสในการรักษาและเข้าถึงบริการ

โดย ปู แบล็คเฮด ได้โพสต์ความรู้สึกหลังมอบเงินบริจาคว่า “ในที่สุดก็สำเร็จ…มันเริ่มต้นจากคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่พยายามจะสานต่อความตั้งใจของนางฟ้าผู้จากไปด้วยโรคมะเร็ง แต่ได้ทิ้งข้อความให้พวกเราได้เห็นถึงความสุขในการให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาผู้ป่วยด้วยกันเองอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ผมและเพื่อน ๆ จึงได้เริ่มโครงการ Rockstar Cafe Glamping Day  คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง วัตถุประสงค์ก็เพื่อผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อบ้านพักผู้ป่วยรอฉายแสงหรือสบทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์แล้วแต่โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่งจะจัดสรร แล้วก็เพื่อแผ่กุศลผลบุญให้ไปถึงคนบนฟ้า @nookzii อัญพัชญ์ วัฒนาตันติรัตน์

ขอขอบคุณ รพ.มะเร็งลพบุรี, รพ. มะเร็งชลบุรี และ รพ. มะเร็งลำปาง ที่รับเงินจำนวนนี้ไปบริหารจัดการแทนพวกเราด้วยนะครับ ขอบคุณ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, วาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม, เพื่อนๆ ศิลปิน และทุกคนที่ร่วมทำบุญด้วยการซื้อบัตรชมคอนเสิร์ต อีกทั้งยังการร่วมบริจาคเงิน รวมถึงทีมงาน Rockstar Cafe และทีมคู่คิด ที่ช่วยกันนับตั้งแต่ศูนย์จนสำเร็จ ขอบคุณมากๆ ครับ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top