Monday, 27 July 2026
Hard News Team

‘แอ้ม ชลธิชา’ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุ รถพุ่งชนศาลาข้างทาง หลังคุณแม่มีอาการหลับใน

(15 ส.ค.66) เรียกได้ว่าหลายคนคงคุ้นชื่ออยู่บ้าง สำหรับ ‘ชลธิชา ไชยมณี’ หรือชื่อในวงการคือ ‘แอ้ม ชลธิชา’ เป็นนักร้องลูกทุ่งหญิงชาวไทยสังกัดแกรมมี่โกลด์ เธอเป็นที่รู้จักจากผู้ชนะเลิศ 21 สมัยจากรายการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ดวลเพลงชิงทุน ทางช่องวัน 31 และมีผลงานเพลงหลังจากการประกวดในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565 ในชื่อ คำสัญญาที่ชานุมา

ก่อนอื่นต้องขอส่งกำลังใจให้ ‘แอ้ม ชลธิชา’ นักร้องลูกทุ่งดัง เเละครอบครัว หลังประสบอุบัติเหตุ รถพุ่งชนศาลาข้างทาง โดยงานนี้เพจดังได้โพสต์ระบุข้อความว่า “เมื่อสักครู่ คนลูกทุ่ง ได้รับรายงานจากสายข่าวเกี่ยวกับ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ที่มุกดาหาร โดยรถของ 'แอ้ม ชลธิชา' ที่เดินทางมาพร้อมกับคุณแม่ โดยแม่เป็นคนขับ และน้องแอ้ม นอนหลับที่เบาะข้างคนขับ ได้เสียหลักพุ่งชนศาลาข้างทาง จนรถและศาลาเสียหาย

ในขณะนี้ 'แอ้ม ชลธิชา' ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลับอยู่ในรถ ส่วนสาเหตุ คุณแม่ของแอ้ม หลับในทำให้รถพุ่งชนข้างทาง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและประกัน ล่าสุด 'แอ้ม ชลธิชา' มีอาการระบมตามตัว จากแรงกระแทก กำลังเดินทางไปโรงพยาบาล” ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาส่งกำลังใจเเสดงความเป็นห่วงอย่างมากมาย

‘แน็ก ชาลี’ ตามประกบ ‘เก๋ไก๋’ ซ้อมร้องเพลงไม่ห่าง!! โชว์ลูกคอร้องเพลงคู่แฟนสาวเบาๆ หวังช่วยติวอีกแรง

(15 ส.ค.66) หลังจากเปิดตัวคู่รักคู่ใหม่ของวงการไปได้ไม่นานสำหรับหนุ่ม ‘แน็ก ชาลี’ ที่ประกาศชัดว่า ไม่โสดแล้ว พร้อมกับการเปิดตัวคบหากับสาว ‘เก๋ไก๋ สไลเดอร์’ หรือ ‘ณัฐธิชา นามวงษ์’ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ทั้งคู่ก็มีโมเมนต์สวีตกันอยู่ตลอด และทำเอาแฟนๆ ฟินกันเป็นแถว

ล่าสุด ‘เก๋ไก๋’ โพสต์คลิปในติ๊กต็อก เป็นคลิปที่ทั้งคู่ร้องคาราโอเกะ เพลงสิ่งสำคัญ พร้อมเขียนแคปชันสั้นๆ ว่า "ฉันพูดได้เพียง…" โดยในคลิปจะเห็นว่าหนุ่มแน็กคอยซัพพอร์ต และบอกให้เก๋ไก๋มั่นใจ พร้อมส่งสายตา ส่งพลังให้ตลอดเวลาเลยทีเดียว

‘ชัยวุฒิ’ เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ย้ำ พ.ร.ก. ปราบภัยไซเบอร์ ช่วยลดเหยื่อมิจฉาชีพ

(15 ส.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานกฤษฎีกา สำนักงาน กสทช. สำนักงาน ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยมีวาระการพิจารณาพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

โดยนายชัยวุฒิ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนผู้สุจริตถูกคนร้ายใช้วิธีการทางเทคโนโลยีหลอกลวงทำให้เสียหายทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหาบัญชีม้า ชิมม้า และระงับยับยั้งการโอนเงินของคนร้ายต่อเป็นทอด ๆ เพื่อให้สามารถติดตามทรัพย์สินคืนให้กับผู้เสียหายได้ทันเป็นสำคัญ

ซึ่งสาระสำคัญของพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ดังนี้
พระราชกำหนดฯ ฉบับนี้ มีทั้งหมด 14 มาตรา

มาตราที่ 1, 2 และ 3 บัญญัติเกี่ยวกับชื่อเรียก วันที่บังคับใช้ และคำนิยาม ตามลำดับ

มาตรา 4 กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ให้ฝ่ายธนาคาร และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มีหน้าที่ เปิดเผย หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล และส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

มาตรา 5 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสอบสวนดีพิเศษ และสำนักงาน ปปง. สั่งให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ เปิดเผยข้อมูลการลงทะเบียน หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ และมีหน้าที่ส่งให้ผู้สั่งภายในระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา 6 กรณีที่ธนาคารพบเหตุอันควรสงสัย ให้มีหน้าที่ระงับการทำธุรกรรมนั้น และแจ้งธนาคารที่ รับโอนต่อทุกทอด ระงับการทำธุรกรรมที่รับโอนไว้ทันที เป็นการชั่วคราวไม่เกินเจ็ดวัน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ หรือ เลขาธิการ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบ

มาตรา 7 กรณีที่ธนาคารได้รับแจ้งจากผู้เสียหายโดยตรง ให้ธนาคารระงับการทำธุรกรรมนั้นไว้ทันที และแจ้งให้ธนาคารที่รับโอนต่อทุกทอด ระงับการทำธุรกรรมที่ รับโอนไว้ด้วย พร้อมกับแจ้งผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในเวลา 72 ชั่วโมง เมื่อพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์แล้ว ให้พิจารณามีคำสั่งไปยังธนาคาร ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันได้รับคำร้องทุกข์ หากไม่มีคำสั่งภายในกำหนดเวลา ให้ธนาคารยกเลิกการระงับการทำธุรกรรม

มาตรา 8 วรรคแรก การแจ้งข้อมูลหรือหลักฐาน ตามมาตรา 6 และมาตรา 7 สามารถกระทำทางโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

มาตรา 8 วรรคสอง 1) การร้องทุกข์ในความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะกระทำต่อพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจแห่งใดในราชอาณาจักร และจะร้องทุกข์ทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ โดยให้ถือว่าเป็นการร้องทุกข์โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2) การสอบสวนหรือดำเนินการเกี่ยวกับความผิดดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนที่รับคำร้องทุกข์ไม่ว่าจะประจำอยู่ที่สังกัดใด หรือพนักงานสอบสวนที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดให้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ มีอำนาจสอบสวนหรือดำเนินเกี่ยวกับความผิดดังกล่าวได้ไม่ว่าความผิดนั้นเกิดขึ้น ณ ที่ใดในราชอาณาจักร

มาตรา 9 ผู้ใดเปิดบัญชีม้า หรือใช้ซิมม้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 10 และมาตรา 11 ผู้ใดโฆษณาเกี่ยวกับบัญชีม้า ซิมม้า มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 12 การเปิดเผย แลกเปลี่ยน เข้าถึง จัดเก็บ รวบรวม การใช้ข้อมูลบุคคลตามตามพระราชกำหนดฯ นี้ ไม่อยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

มาตรา 13 ในวาระเริ่มแรกให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา คณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ 1) กำหนดแนวทางในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2) ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเหตุอันควรสงสัย และ 3) ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน โดยให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่งตั้งเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งเลขานุการร่วม

มาตรา 14 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการตามพระราชกำหนดฯ นี้

โดยการจัดทำพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระและอำนวยความสะดวกในการร้องทุกข์ให้แก่ประชาชน และสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ และความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ และตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ปปง. สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมกันประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน รูปแบบภัยทางออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ให้ประชาชนหลงเชื่อหรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และ ช่องทางการติดต่อในการแก้ปัญหาหากเกิดเหตุแล้ว ปรากฏบนสื่อต่าง ๆ ในทุกรูปแบบ

จีนออกแผนปฏิบัติการ มุ่งเสริมสร้าง 'ระบบพาณิชย์ระดับอำเภอ' ส่งเสริมการพัฒนาแบบบูรณาการ ฟื้นฟูภูมิภาคชนบท

(15 ส.ค.66) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14 ) รัฐบาลจีนได้ออกแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี ที่มุ่งเดินหน้าเสริมสร้างระบบพาณิชย์ระดับอำเภอ ภายใต้ความพยายามส่งเสริมการพัฒนาแบบบูรณาการของพื้นที่ในเมืองและชนบท และฟื้นฟูภูมิภาคชนบทของประเทศ แผนดังกล่าวครอบคลุมการสร้างอำเภอ 'แนวหน้า' จำนวน 500 แห่ง ภายในปี 2025 ซึ่งจะมีศูนย์กระจายโลจิสติกส์ระดับอำเภอ ร้านสะดวกซื้อสำหรับประชากรชนบท และศูนย์พาณิชย์ชนบท เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลางและขนาดใหญ่ และตลาดผลผลิตการเกษตร พร้อมทั้งแสวงหาการเปิดช่องทางไหลเวียนแบบสองทางอย่างต่อเนื่องสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่จัดส่งสู่ชนบท และสินค้าเกษตรที่จัดส่งสู่เมือง เพิ่มรายได้เกษตรกรรมและยกระดับแนวโน้มการบริโภคของเกษตรกร รวมถึงช่วยตอบสนองความต้องการด้านชีวิตและการผลิตของประชากรชนบท

แผนข้างต้นมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของจีนในการเร่งการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์ที่ด้อยพัฒนาในภูมิภาคชนบท พัฒนาระบบกระจายโลจิสติกส์ใน 'หมู่บ้าน-ตำบล-อำเภอ' โดยชี้แนะบริษัทพาณิชย์และโลจิสติกส์ให้มีการเปลี่ยนผ่านและยกระดับ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาระบบพาณิชย์ที่มีคุณภาพสูงในอำเภอต่างๆ มีการระบุภารกิจเฉพาะมากกว่า 20 ภารกิจใน 7 ด้าน อาทิ การขยายบริการที่ศูนย์การค้าและตลาดชั้นนำสู่หมู่บ้านและตำบล การปรับปรุงศูนย์การค้าและตลาด การยกระดับศูนย์กระจายโลจิสติกส์หรือก่อสร้างขึ้นใหม่ การบ่มเพาะแบรนด์อีคอมเมิร์ซผลผลิตการเกษตรในท้องถิ่น และการเพิ่มขีดความสามารถของโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นสำหรับผลผลิตการเกษตร

อนึ่ง แผนปฏิบัติการนี้ร่วมออกโดยหลายกระทรวงของจีนที่กำกับดูแลงานหลายด้าน อาทิ พาณิชย์ การวางแผนเศรษฐกิจ การคลัง ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตรและกิจการชนบท วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และบริการไปรษณีย์ โดยจะมีการกำหนดรายชื่ออำเภอแนวหน้าเป็นประจำทุกปีตามคำแนะนำจากหน่วยงานระดับมณฑล เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2023

‘ธัญญ่า อาร์สยาม’ ช้ำใจ หลังแม่อ้างชื่อทักไปยืมเงินคนอื่นอีกแล้ว ทั้งที่ให้ใช้เดือนละ 3 หมื่น ทนมา 4 ปี ลั่นตรงนี้!! ขอไม่รับผิดชอบ

(15 ส.ค.66) เคยตกเป็นข่าวดัง เมื่อเดือนเม.ย. ในปี 65 เหตุ ‘ธัญญ่า อาร์สยาม’ หรือ ‘ดาราภัช ทวินันท์’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่าจะไม่ขอใช้หนี้แทนแม่อีกต่อไป ยอมให้คนด่าว่าเป็นลูกอกตัญญู เหตุ 2 ปีที่ผ่านมา ต้องตามใช้หนี้แทนแม่หลักล้าน ก่อนเรื่องจะเงียบเพราะธัญญ่ากับแม่สามารถเคลียร์ใจกันได้

แต่ดูเหมือนล่าสุด ‘ธัญญ่า อาร์สยาม’ เจอเรื่องลำบากใจอีกแล้ว หลังจากที่คุณแม่ได้ทักไปยืมเงินอีกแล้ว โดยคราวนี้เจ้าตัวโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าจะไม่ขอรับผิดชอบทุกกรณี เพราะที่ผ่านมาตนให้เงินเดือนแม่ เดือนละ 3 หมื่นทุกเดือน

“มันคงต้องเกิดขึ้นอีกครั้งจริงๆ ขอโทษผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือทุกท่าน ที่แม่หนูทักไปยืมเงิน ก่อนอื่นต้องบอกตรงนี้นะคะ ว่าหนูไม่ได้เดือดร้อนอะไร หากแม่ทักไปบอกว่าหนูไม่มีเงิน ขอยืมเงินใคร และใครให้ยืม หนูขอไม่รับผิดชอบนะคะ และหนูได้ให้เงินเดือนแม่ เดือนละ 3 หมื่นทุกเดือน ทำหน้าที่ลูกอย่างดีมาตลอด ไม่เคยขาดตกบกพร่อง เลือกที่จะทำแบบนี้อีกครั้ง ขอโทษทุกคนอีกครั้งนะคะ #จะพยายามรักตัวเองและเดินหน้าต่อให้ไหวเหมือนทุกครั้งตลอด4ปีที่เกิดขึ้นมาตลอด”

‘โบว์ ณัฏฐา’ เผยความหมายสุดลึกซึ้งของข้อความบนเสื้อ ‘ท่านอ้น’

เมื่อวานนี้ 14 ส.ค. 66 โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก
‘โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา - Nuttaa Mahattana’ พร้อมภาพของท่านอ้น วัชรเรศร วิวัชรวงศ์ ขณะเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า…ภาพขณะท่านอ้นเดินทางกลับสหรัฐฯ จากสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมท่านอ่อง ข้อความบนเสื้อสีฟ้าเขียนว่า ‘Virtue & Ideals give hope’ (คุณธรรมและอุดมคติ ให้ความหวัง)

‘หนุ่มนักโหราฯ’ ติง!! ระบบภาษีของไทยเรียกเก็บเงินได้น้อยกว่าที่ควร คนจนไม่เข้าเกณฑ์ คนรวยเลี่ยงจ่าย ก็ยากจะพัฒนาประเทศให้เจริญ

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค. 66) ผู้ใช้งานติ๊กต็อกชื่อ ‘flukepatsmile’ นักพยากรณ์โหราศาสตร์ไทย ได้เผยแพร่วิดีโอตอบข้อความของผู้ติดตามที่แสดงความคิดเห็นว่า “บ้านเราน่าจะเสียภาษี ภ.ง.ด. ก่อนถึงจะมีสิทธิ์เลือกตั้งนะครับ” โดยระบุว่า 

“ผมว่าหายไปเยอะมาก หรืออาจจะหายไปเกือบครึ่งเลยนะ ประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจะเก็บภาษีได้ประมาณ 70% ของผู้ที่มีรายได้ต้องเสียภาษี ส่วนประเทศอย่างเราจะเก็บภาษีได้ประมาณ 15-20% ของผู้ที่มีรายได้ต้องเสียภาษี การรีดภาษีทําได้เยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น หาบเร่ แผงลอย แม่ค้าตลาดนัด ตรวจบัญชีรายได้ในนิติบุคคล ทุก ๆ คนต้องมีตัวร้านที่ชัดเจนเหมือนในต่างประเทศ รถที่ไม่ผ่านการตรวจ เป็นรถเก่าไม่สามารถต่อภาษีได้ หรือว่าจะเป็นรถกระป๋อง รถสามล้อ ผิดรูปผิดแบบต้องยกเลิกทั้งหมด ต้องผลักดันเพื่อเพิ่มอาชีพให้กับคนไทย ชุมชนแออัดในกรุงเทพทั้งหมดต้องถูกผลักออกจากกรุงเทพ เพื่อความพร้อมต่อการสร้างธุรกิจให้เงินไหลเข้ามา พุทธพาณิชย์ทั้งหมดต้องโดนเก็บภาษี ธรรมกายวัดเดียวมูลค่า 4.4 ล้านล้านบาท ถ้าพุทธพาณิชย์ทั้งประเทศจะเป็นเงินเท่าไรลองคิดดู”

ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายนี้ยังกล่าวอีกว่า “ประเทศเรามันก็เป็นประเทศที่เป็นความประนีประนอม เพื่อให้ทุก ๆ คนพออยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คนจนไม่สามารถตรวจภาษีได้ ส่วนคนรวยบางส่วนเลี่ยงภาษี ความลําบากมันอยู่ที่คนชนชั้นกลางซึ่งเป็น 70% ของประเทศ ข้าราชการ พนักงานบริษัท เงินรายได้โตไม่ทันเงินเฟ้อ แต่เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ต้องแบกรับภาษีของประเทศ”

“คนที่บอกว่าการเมืองดีแล้วนู่นนี่นั่นจะดี มันก็เหมือนการทําผัดกะเพราครับ คุณมีสูตรที่ดี มันก็เหมือนคุณมีนักการเมืองที่ดี แต่ว่าไก่ก็เหมือนประชากร ถ้าประชากรไม่มีคุณภาพก็คือไก่เสีย เอาไปทําผัดกะเพรา ถามว่าผัดกะเพราที่สูตรดีจะอร่อยได้ยังไงครับ? เริ่มต้นที่ประชากรเริ่มต้นที่ตัวเราครับผม” ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายนี้กล่าวทิ้งท้าย

‘แม่น้อย’ ขอโทษลูกสาว ทำร้านส้มตำขาดทุน 2 ล้าน ด้าน ‘หญิง รฐา’ เข้าใจ ขอแค่แม่ให้มีความสุขก็พอ

‘หญิง รฐา’ ควงสามี ‘ตุลย์ ตุลยเทพ’ พร้อมคุณแม่สุดที่รัก ‘น้อย โพธิ์งาม’ มาเปิดชีวิตครอบครัวที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน 31 ที่มี ‘พีเค ปิยะวัฒน์’ และ ‘บูม สุภาพร’ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

>>ออกรายการพร้อมกัน 3 คนครั้งแรก?
หญิง : ใช่ไม่เคยออกรายการมีพี่ตุลย์ แม่ หญิง เลย

>>แต่งมา 2 ปี เรือนหอเสร็จแล้ว?
หญิง : ยังไม่ 100%
ตุลย์ : ยังไม่ได้ตกแต่ง

>>สาเหตุที่ไม่ย้ายไปอยู่เรือนหอ เพราะยังไม่เสร็จหรือติดแม่?
หญิง : รวมๆ แต่ก่อนบ้านพี่ตุลย์จะอยู่กับคุณพ่อ พี่สาว พอคุณพ่อเสีย พี่สาวอยู่บ้านคนเดียว เราไม่อยากให้พี่สาวอยู่บ้านคนเดียว เลยให้พี่ตุลย์กลับไปอยู่บ้านตัวเองด้วย ส่วนคุณแม่ เราอยู่ติดบ้าน เป็นคนชอบอยู่บ้านตัวเอง ก็เลยเป็นลักษณะ 3 วันอยู่บ้านพี่ตุลย์ อีก 4 วันมาอยู่บ้าน แต่ก็มีซื้อคอนโดเอาไว้ แต่ยังไม่ได้ตกแต่ง

>>ลูกสาวติดคุณแม่ ได้ยินแบบนี้อิ่มเอิบไหม?
แม่น้อย : ไม่ต้องได้ยินหรอก การกระทำมันห่างแม่ไม่ได้ ยังบอกเธอมีสามีแล้วนะ เธอยังให้ฉันเกาหลังอยู่ เขาเกาไม่เหมือนแม่เกา เอ้า...จะมีผัวทำไม มันก็มาอ้อนเรื่อยๆ

>>ตกลงลูกสาวติดแม่ หรือแม่ติดลูกสาว?
แม่น้อย : ก็ทั้งคู่ เหมือนกันเลย แม่ก็ไม่มีใคร มีหญิงคนเดียว แล้วมามีลูกชายนี่แหละ จะไม่ให้รักมากได้ยังไง
หญิง : มีหญิงคนเดียว หญิงไม่ใช่ลูกนะ แล้วมีลูกชาย

>>เห็นว่าคนรักลูกชายคนนี้ แม่เคยหนีพี่ตุลย์มาก่อน?
แม่น้อย : ไม่ใช่หนีพี่ตุลย์ คือมันมีเรื่องที่รู้ ๆ กันอยู่ คือเราจะรู้ไหมว่าลูกเราไปคบกับใคร ก็มันไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้ เราก็เลยงอนลูก ขับรถหนีลูกไปเลย รู้ว่าพี่ตุลย์จะมาขับรถหนีลูกไปเลย ไม่รู้ฉันยังไม่พอใจ เพราะข่าวออกมาอย่างนั้น แล้วลูกเรา เราก็คิดมาก พอตุลย์มาพูดเท่านั้นสยบทุกอย่างเลย

>>แม่น้อยหวงลูกสาว ตอนนั้นรู้อยู่แล้วไหม?
ตุลย์ : รู้ครับ แต่ไม่ได้กังวลอะไรมาก ถ้าเรามีความตั้งใจดี การกระทำดี ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลอะไร เราไม่ได้เข้ามาเพื่อมาหลอกลูกสาวเขา คุยกับหญิงเหมือนกันว่าจะทำยังไงให้พิชิตใจคุณแม่ได้ แค่เราเป็นตัวของเราเอง แล้วทำอย่างที่เราทำให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราคบกันจริง เราตั้งใจจริง แล้วเราไม่ได้ทำให้หญิงเสียใจ สักวันคุณแม่จะเข้าใจ

>>คุณแม่สตาร์ตรถไปกี่ครั้งกว่าจะได้เจอ?
ตุลย์ : ไม่ได้นับครับ
แม่น้อย : เขาไม่เห็น
หญิง : พาร์ตนี้พี่ตุลย์จะไม่รู้เลยว่าแม่ไม่อยู่บ้าน แม่ไม่อยู่เป็นระยะเวลานานเหมือนกันนะ
แม่น้อย : จนกระทั่งเรื่องมันเงียบ

หญิง : เหมือนเขาจะขับมารับ มาส่ง ไปกินข้าว ดูหนัง แต่ว่าเขาจะไม่เคยเจอแม่เลย เขาส่งเขาจะอยู่แต่ชั้นล่าง
แม่น้อย : แล้วข่าวมันแรงไง เขาบอกว่าหญิงไปทำให้เขาแตกกัน แม่ไม่รู้ว่าคนนั้นคือใคร แล้วทำให้เขาแตกกัน ฉันก็ใส่ลูกเลย แกทำอะไรเนี่ย แกทำแบบนี้เพื่ออะไร แกคิดดีแล้วเหรอ แกทำงานมาตลอดชีวิต หญิงก็บอกว่า พ่อก็มีลูกมาก่อน แต่ฉันก็ย้อนไปว่า แม่คิดได้ตอนพ่อมีลูกเขา 7 ขวบแล้ว เขาเลิกกันมาแล้วมาเจอแม่ พอเขาพูดมาแม่สะอึก เฮ้ย..ดวงลูกจะเหมือนเราหรือเปล่า
หญิง : เขากลัว คือต้องยอมรับว่าแม่มีปมในใจเรื่องนี้ว่าแบบ ตัวเขาเองคุณพ่อเคยมีครอบครัวมาก่อน แล้วคุณแม่เข้ามา

แม่น้อย : ทีแรกเราไม่รู้
หญิง : สุดท้ายคุณแม่เป็นคนที่สองแต่ได้แต่งงาน คราวนี้เขาเลยกลัวว่าชีวิตเราจะเหมือนเขา เขาเลยมาถามเราว่า เขาเลิกกันจริงๆ แล้วใช่ไหม เรารู้อะไรบ้าง เรายังไง หญิงบอกหญิงตอบแม่ไม่ได้หรอก คนที่ตอบได้คือพี่ตุลย์

>>หญิงนัดตุลย์มาหาแม่เลย?
หญิง : ใช่ ตอนนั้นค่ำๆ แล้วแม่ก็ไล่หญิงขึ้นบ้านไปเลย แม่ขอคุยกับตุลย์
แม่น้อย : แม่นั่งเฉย ๆ พูดคำแรกเลย ตุลย์จำได้หมด ตุลย์รู้ไหมแม่มีลูกสาวคนเดียว แล้วตั้งแต่เล็กจนโตหญิงทำงานอย่างเดียวเลย แล้วหญิงไม่เคยมีประวัติอะไรเลย แม่พูดไปตั้งยาว เขาไม่พูดอะไรสักคำ พอแม่หยุด ตุลย์บอกว่า ครับ ผมจะไม่ทำให้แม่กับน้องเสียใจ ผมจะดูแลแม่และน้องไปตลอด แค่นี้เองแล้วแม่ก็ไม่พูดอะไรเลย

>>ความกังวล ความโกรธ ความเครียด?
แม่น้อย : ไม่มี หายหมดเลย
หญิง : แม่ก็เคลียร์ด้วยแหละว่าเลิกกันไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม แล้วพี่ตุลย์ก็ยืนยัน
แม่น้อย : เราถามเขาด้วยว่ามันเป็นยังไง เขาบอกว่าผมอยู่มา 2 ปีแล้ว ไม่ได้คุยอะไรกันเลย

>>ตอนนั้นเราตอบประโยคสั้น ๆ แล้วทุกอย่างจบเลย ทำไมถึงตอบแบบนั้น?
ตุลย์ : จริง ๆ เป็นคนที่ไม่ได้พูดเก่ง ไม่ได้พูดเยอะด้วย ก็เลยคิดว่าพูดแค่สิ่งที่เรามั่นใจดีกว่า บอกคุณแม่ว่าผมอาจจะรักหญิงไม่เท่าที่คุณแม่รัก อาจจะไม่ถึงครึ่งนึงด้วยซ้ำ แต่ว่าจะทำให้ดีที่สุดและจะไม่ทำให้หญิงกับคุณแม่เสียใจ

หญิง : หลัก ๆ คุณแม่แค่อยากรู้ว่าเราเข้าไปในวันที่เขาเลิกกันแล้วจริง ๆ หรือเปล่า พอเขาเคลียร์ว่าเราเข้าไปในวันที่เขาเลิกกันแล้วจริง ๆ แยกกันอยู่คืออยู่คนละบ้าน เขาก็สบายใจแล้ว เขาต้องการความมั่นใจ
แม่น้อย : การที่แม่พูดบ่อย ๆ ว่าใครก็ได้ ไม่ต้องเป็นอะไรมา ชั้นฟ้า แผ่นดินไหนก็แล้วแต่ให้รักลูกฉันครึ่งนึงของฉันก็พอ แต่นี่มันเกินครึ่งนึงของฉัน

>>ลูกเขยคนนี้เหมือนกับหนึ่งของขวัญพอเศษที่เบื้องบนส่งมาเลยไหม?
แม่น้อย : แม่ยอมรับตรงนั้น มันมีอะไรที่มาเติมเต็มบ้านเรา บ้านเราไม่มีผู้ชาย

>>แล้วจุดไหนที่แม่เริ่มรักลูกเขยมากกว่าลูกสาว?
แม่น้อย : ฉันทำอะไรเขารับประทานหมดเลยทุกอย่าง ส่วนหญิง คำ สองคำ แล้วมันวางบอกว่าอร่อยแค่นั้นเอง แล้วคนที่กินหมดมันน่าชื่นใจไหม เราต้องคอยดูเลยว่าวันไหนลูกเขยจะมาบ้าน วันไหนจะคอยถาม ตุลย์ทำอย่างนี้คงที่ตลอด พอวันศุกร์เขาจะมาบ้าน ฉันจะเอาหมาของเขาไปอาบน้ำ คอยตุลย์มา แล้วเจ้าหมาก็รักพ่อ รักแม่มัน เราก็ทำให้สะอาด ตู้ปลา บ้านช่อง ที่นอน เราก็ทำให้สะอาดหมดเลย ลูกชายกับลูกสาวมานอนจะต้องหอม ห้องน้ำฉันไปล้างเองนะ

>>แม่น้อยทราบเมื่อไหร่ว่าตุลย์เขาไม่สามารถแกะเม็ดเงาะเองได้?
แม่น้อย : แม่เกตุเขาเม้าธ์มา แม่เขารักเขานะ เนี่ยเลี้ยงมาขนาดไหน มันไม่กินนะผลไม้ ไม่เลาะเม็ดให้มัน มันไม่กิน ฉันก็ไปซื้อมีดที่คว้านมา บาดมือทำไม่เป็นเลยได้มา 4-5 ชิ้น นางก็กินหมด ลูกฉันเนี่ยลองกองอย่างเดียว

>>พี่ตุลย์ แม่ทำให้ขนาดนี้ หลงเราขนาดนี้?
ตุลย์ : ก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ขอบคุณแม่น้อยครับ ทำมาตลอด ผลไม้ไม่ใช่จานเล็กๆ คือเป็นถาด ใส่เหมือนของโรงแรมมา เราก็เกรงใจ
แม่น้อย : เขาทานหมด
ตุลย์ : ถ้าทานไม่หมดเดี๋ยวคุณแม่เสียน้ำใจ

>>แม่น้อยบ่นเราเรื่องแม่ศรีเรือน?
หญิง : ด้วยความที่หญิงอยู่กับแม่มาตลอด เวลาอยู่บ้านตัวเองแทบจะไม่ต้องทำอะไร เหมือนมีคนทำให้ตลอด เขาจะรู้สึกว่า เราทำอะไรไม่เป็นเลย ถ้าเราไปเมืองนอก ไปต่างจังหวัดกับพี่ตุลย์แล้วเราทำอาหารให้เขากินเป็นไหม แต่เขาไม่เคยมาเห็นหญิงไงว่าหญิงทำอาหารเช้าให้พี่ตุลย์กินนะ ตื่นมาหญิงปูเตียง หญิงเก็บเตียงนะ เขาไม่รู้

แม่น้อย : ฉันจะไม่รู้ได้ไง อยู่บ้านเธอลงมาถามคุณแม่อยู่ไหน แล้วก็ขึ้นไป พอมันออกไปใครปูที่นอน นี่ๆ ปูเตียง เช้ามาตุลย์มาชงกาแฟ แล้วน้องหญิงไปไหน น้องหญิงเข้าห้องน้ำครับ ยังไม่เสร็จ เขามาเอากาแฟขึ้นไปให้

หญิง : เราสลับกัน

>>หญิงบอกทำอาหารเช้าให้ตุลย์ แต่แม่บอกตุลย์ทำอาหารเช้าให้หญิง?
ตุลย์ : ถ้าอยู่ที่บ้านคุณแม่ หญิงไม่ต้องทำ เพราะมีคนทำให้ แต่ถ้าไปเที่ยวกันเมืองนอก บางวันเขาตื่นมาทำอาหารเช้า ทอดไข่ ทำเบค่อน

หญิง : นั่นเป็นเรื่องนึง แต่อีกเรื่องที่แม่ชอบบ่น หญิงเป็นคนที่เพื่อนกะเทยเยอะ แล้วมันกลายเป็นว่าสำเนียงหรือวิธีการพูดกับสามี มันจะไม่หวาน เราเหมือนเป็นเพื่อน เป็นพี่ตั้งแต่คบ ตั้งแต่จีบกันมันไม้ได้มีโมเมนต์สวีตมากเหมือนคนรู้จักกันอยู่แล้ว หญิงดูเป็นผู้ชายมากกว่าพี่ตุลย์อีก แบบพี่ตุลย์เดี๋ยวขึ้นข้างบนแล้วนะ แม่ก็จะแบบว่าทำไมพูดจาแบบนี้กับพี่เขา คะ ขา มันหายไปไหนหมด หญิงก็แบบหญิงต้องพูดคะด้วยเหรอวะ แบบพี่ตุลย์คะ มันก็เขิน

แม่น้อย : เขาก็เปลี่ยนเบาลงแล้ว

>>แม่น้อยรู้สึกกลัวพี่ตุลย์อายว่าแม่ขายส้มตำ?
แม่น้อย : เขาทำงานบริษัทใหญ่ ๆ เขาทำของเขา เราไม่รู้ว่าคุณพ่อ คุณแม่ เขาปูพื้นมาคบค้าสมาคมกันยังไง แล้วพอได้แม่ยาย แม่ยายตำส้มตำ แล้วดิฉันติดดิน ฉันเคยถามเขา ว่าแม่ไปตำส้มตำ ตุลย์ว่าอะไรไหม ตามสบายเลยครับ แม่ทำที่แม่สบายใจ แม่ทำเลยครับ คำนี้เท่านั้นเองฉันจบเลย ได้ใจฉัน มึงไม่มีลูกไม่เป็นไร ฉันตำส้มตำไป แต่ถ้าให้ฉันหยุดก็มีหลานให้ฉัน

>>ถ้าสองคนนี้มีลูกแม่น้อยเลิก เลี้ยงหลานอย่างเดียว?
แม่น้อย : จ๊ะ

>>แต่ถ้าไม่มีลูกตำไปตลอดชีวิต?
แม่น้อย : จนกระทั่งฉันถือไม่ไหว

หญิง : อีก 2 ปีก็ถือไม่ไหวแล้ว

แม่น้อย : ฉันเพิ่ง 68 เอง

>>ใจพี่หญิงจริงๆ อยากให้คุณแม่เลิกตำส้มตำ?
แม่น้อย : อย่าถามมัน
หญิง : คำว่าเลิกตำส้มตำ มันไม่ใช่อยู่ดี ๆ แค่ยืนตำอย่างเดียว มันต้องดู ซื้อของ คุยกับคน ถือของ เตรียมของ มันมีดีเทลเยอะ สั่งของต้องสั่งแต่เช้าตรู่ เราเห็นเขาทำก็รู้สึกว่าเขาเหนื่อย

>>ก็อีกออปชั่นถ้าอยากให้แม่หยุด ต้องมีหลาน?
หญิง : อายุมากแล้ว อย่ามีเลย
แม่น้อย : ข้ออ้างเธอเปล่า

>>จากการทำร้านส้มตำ มีเรื่องนึงที่แม่น้อยไม่บอกหญิง เพราะกลัวหญิงจะไปปิดร้านส้มตำ?
แม่น้อย : แม่ทำร้านขาดทุน 2 ล้าน (น้ำตาไหล)

หญิง : รู้อยู่แล้ว รู้มาตลอด

แม่น้อย : วันที่โควิด ขอโทษนะ มันไม่มีหนี้สินแล้ว โควิดมา เขาควักเงิน 5 แสนไปจ่ายตรงนั้น (ร้องไห้) มันจบแล้วไง แต่ทีนี้พอเปิดมามันก็ไม่ได้อย่างนั้น มีขาดทุนบ้าง แต่ไม่อยากให้ลูกรู้ ยิ่งพอมาแต่งงานกับตุลย์แม่เตรียมทุกอย่างเลย ไม่อยากให้ใครรู้ แม่รีบหาเงิน ขยันมาก ตอนนั้นยังไม่ได้ออกบูทด้วยนะ วันนึงจะขายได้เท่าไหร่ คิดทุกอย่าง ผลสุดท้ายมันก็ไม่หลุด จนคนนี้ต้องไปเคลียร์อย่างเดิม แม่เจ็บใจตรงนี้แหละ

หญิง : แต่ก็ห้ามไม่ได้ ยังทำอยู่

แม่น้อย : เขาให้เลิกหลายครั้งแล้ว แต่แม่ไม่เลิก

หญิง : คือมันไม่ใช่หรอก คือเรารู้อยู่แล้ว ต้นทุนที่ทำร้านก็เป็นเรา ทุกวีกต้องเบิกเราเพื่อไปซื้อของเข้าร้าน สุดท้ายพอขายของไป มันต้องไปจ่ายค่าเด็ก ค่าเช่าที่ มันไม่ได้อะไร แต่ทุกวันนี้ที่หญิงให้เขาทำ เพราะหญิงรู้สึกว่ามันคือความสุขเขา เรามีกำลังไปซัปพอร์ตเขา ณ วันนี้ก็ซัปพอร์ตเขาไป หญิงถึงบอกว่า อีก 2 ปีคงหยุดแล้วแหละ

>>เงินที่หายไปเราไม่ติดตรงนี้อยู่แล้ว?
หญิง : หนูไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว คือทุกวันนี้สิ่งที่เขาทำมันคือการหมุนนะ ถามว่ากำไร คือเวลาลงทุนต้องได้กำไร แต่หญิงเป็นนักลงทุนที่ไม่ได้กำไรมาทั้งชีวิตเลย แต่กำไรหญิงมันเป็นกำไรจากทางอื่นมากกว่า หญิงยังมีงานทำ หญิงรู้สึกว่านี่คือกำไรในชีวิตของหญิงแล้วแหละ แต่ในส่วนของเขา เขาทำแล้วมีความสุข เขาได้ตำ คนบอกของเขาอร่อย มันเป็นความสุขของเขา หญิงรู้สึกว่าเขาคงสนุกของเขาในแบบนั้น แล้วมันไม่ใช่ก้อนที่มันมหาศาลหรืออะไรก็ยังให้เขาหมุนไปเรื่อย ๆ ที่เขาทำ

>>ข้อตกลงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เรื่องแม่กับร้านส้มตำ อยากได้ยังไง?
หญิง : เอาจริง ๆ หญิงทำใจแล้ว เอาจนเขาเริ่มเหนื่อยแล้วเขาหยุดเอง จะไม่บ่นแล้ว

น้อย : (จูบแก้มลูก)
หญิง : บ่นไปก็เท่านั้น (หัวเราะ)

>>พี่หญิงเคยปรึกษาไหม เรื่องแม่ลูกทะเลาะกัน?
ตุลย์ : มีตลอดเลยครับ ส่วนมากจะเป็นเรื่องงอนกัน

หญิง : ถ้าแม่งอนก็จะฟีลตึง ๆ สมัยก่อนเราจะซื้อของที่เขาชอบมาให้กิน เขาก็จะไม่กินบ้าง ทิ้งไว้ในตู้เย็นบ้าง พอเรามีพี่ตุลย์เรารู้แล้วว่าเขาจะยอมคนนี้ เขาไม่ยอมเรา เราก็จะสะกิดลงไปดูให้หน่อยดิ

ตุลย์ : สมมติอยู่ข้างบน คุณแม่อยู่ข้างล่าง คุณแม่งอน ก็แบบพี่ตุลย์ลงไปดูให้หน่อย แม่หายยัง พอลงไป คุณแม่ครับทานหรือยังครับ เออ ทานแล้วล่ะ เดินขึ้นมา ยังตึง ๆ อยู่

>>อยากได้ลูกไหม?
ตุลย์ : ไม่ ทั้งคู่นะครับเคยคุยกันแล้วว่าไม่อยากมี คือเป็นห่วงเขาด้วย ถ้าเรามีเขาแล้ว เราเลี้ยงเขาด้านนึง แต่อีกด้านเขาต้องออกไปเจอข้างนอก ซึ่งเอาจริง ๆ ทุกวันนี้มันก็ไม่น่าเจอเท่าไหร่ ก็จะสงสารเขามากกว่า

แม่น้อย : แต่สมัยนี้ แม่เริ่มปล่อยวางแล้ว เราควบคุมเขาไม่ได้ ต่อให้พ่อแม่ดีขนาดไหน ถ้าเด็กมันเป็นไปดึงไม่อยู่เหมือนกัน

หญิง : หญิงรู้สึกว่าการจะมีก็แล้วแต่บุญ แล้วแต่กรรม แล้วแต่วาสนาเลย ถ้ามีต้องมีธรรมชาติเท่านั้น นั่นแปลว่าเขาส่งมาให้เรามี แต่ ณ วันนี้เมื่อมันไม่เกิดและมันไม่มี แปลว่าหญิงอาจจะจบที่ชาตินี้แล้วหรือเปล่า

>>ก่อนหน้าที่จะแต่งงานพี่หญิงทำทุกอย่างเพื่อแม่น้อย ปลดหนี้ทุกคนก็ทราบดีว่าเป็น 10 ล้าน?
แม่น้อย : ทุกคนพูดว่าคุณรู้ตัวไหม คุณได้ลูกสุดประเสริฐจริง ๆ ก็บอกว่าขอบใจมากที่ให้เกียรติกับน้อย แต่จริง ๆ น้อยจะบอกตามตรง น้อยโคตรโชคดี ถูกรางวัลไม่รู้กี่พันล้านได้ลูกคนนี้มา

>>ใจลึก ๆ แม่รู้สึกผิดมาก?
แม่น้อย : รู้สึกผิดมาก ทำแต่เรื่องให้ลูกตลอด เดี๋ยวใช้หนี้ให้ จะทำยังไงให้ลูกเรามีความสุขที่สุด เพราะฉะนั้นแม่ถึงบอกว่าใครก็ได้ที่รักได้ครึ่งของฉันเอาไปเลย

>>แม่อยากจะบอกอะไรลูก?
แม่น้อย : ทำให้แม่แค่นี้พอแล้ว (เสียงสั่นเครือ) ต่อไปลูกก็ตักตวงความสุขให้มาก ๆ ไม่มีแม่ก็ไม่ว่า แต่ที่แม่พูดไปคืออย่าห้ามแม่ทำส้มตำ แม่ก็จะไม่ขัดขืนอะไรทั้งสิ้น แม่หมดแรง แม่ก็หยุดเอง เพราะเราไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย ลูกดูแลแม่อย่างดีที่สุด แม่ขอบคุณตุลย์ด้วย ไม่ต้องมาทำอะไรให้แม่มากแล้ว ดูแลซึ่งกันและกัน ลูกเป็นแบบนี้ตลอดไป แม่ชื่นใจที่สุดแล้ว แม่รักลูก ไม่ได้รักพี่ตุลย์คนเดียว ไม่ต้องน้อยใจ ขอบคุณแม่เกตุมาก ๆ ที่เรามาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน ถึงน้อยจะไม่สบายเหมือนแม่เกตุ แต่ก็ทุกสิ่ง ทุกอย่าง น้อยได้สิ่งที่ดีมา ก็ขอบคุณมาก ๆ ที่ให้เกียรติกับครอบครัวของน้อย

หญิง : หญิงเห็นแม่เป็นคนแบบเต็มที่กับทุกอย่าง แต่เหมือนเขาทำอะไรมันไม่เป็นหรือเทียบเท่ากับแรงที่เขาลงไป อยากให้เขาได้เจอความสำเร็จในเรื่องที่รัก เรื่องส้มตำ เรื่องร้าน ถ้าหญิงมีกำลัง มีแรง (ร้องไห้) หญิงก็จะพยายามช่วยเขาให้มากกว่านี้ หญิงก็รู้ในใจลึก ๆ เรามีความต่อต้านในสิ่งที่เขาทำ อยากให้เขาพักแล้ว แต่ว่าเราก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เขายังเชื่อมั่นในตัวเอง มันเป็นความเชื่อมั่นของเรา เราไม่อยากไปทำลายหรอก อยากให้เขาทำให้เต็มที่ไปเลย และหลัก ๆ ให้ดูแลสุขภาพ เพราะช่วงหลังเห็นเขาทำงานหนัก มันจะมีเรื่องแบบเจ็บขา แล้วชอบใส่ถุงเท้าเดินในบ้าน มันลื่น หญิงก็บอก อะไรที่เราเตือนอยากให้ฟังบ้าง เขาก็แบบทุกวันนี้ใส่ถุงเท้านั่งเล่นในบ้าน เข้าห้องน้ำมันลื่น เขาเผลอล้มหลายที

แม่น้อย : แม่บอกเด็กไม่ต้องบอกน้องหญิง แม่แข็งแรงไม่ได้เป็นอะไรมากมาย มันรักแม่ที่สุด หญิงคือชีวิตแม่ อยู่เพื่อลูกจริง ๆ

หญิง : ดูแลสุขภาพ อยู่กันไปนาน ๆ

แม่น้อย : ลูกก็เหมือนกัน ให้รักกันตลอดชีวิตนะ รักกันให้มากๆ แม่ฝากลูกแม่ไว้ด้วย

>>ล่าสุดแม่มีฝ้าในปอด?
แม่น้อย : มันมีจุดเล็กๆ จะเป็นวัณโรคเหรอ มันก็มี เอ้า...น้อยไม่สูบบุหรี่ น้อยไม่กินเหล้า คุณน้อยเล่นตลกมากี่ปีแล้ว สมัยก่อนมันจะสะสม คนที่อยู่ใกล้ควันบุหรี่

>>หมอบอกการรักษาไหม?
หญิง : หลัก ๆ ก็คือเลี่ยงทุกอย่างที่แพ้ พวกไรฝุ่น ที่นอนเขาต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ มีช่วงปีแรก ๆ ห้ามไปที่ชื้น ที่เป็นหนักไอหนักก็ไม่ได้ไปต่างประเทศ จนหลังโควิดพาไปญี่ปุ่นเริ่มดีขึ้น แล้วเขาก็เริ่มไม่ค่อยไอ

>>ขนหมาแพ้ไหม?
แม่น้อย : ขนหมาก็แพ้

หญิง : ไม่แพ้

แม่น้อย : มันรักแม่ มันเลยเอาหมาไปอยู่ข้างนอก

หญิง : กลางวันอยู่ข้างนอก แต่กลางคืนให้นอนในห้อง แล้วมีห้องที่อยู่ในบ้านให้เขานอน เป็นห้องที่มีกระจก มีหน้าต่าง เปิดพัดลมให้เขา ต้องแยกส่วนกับห้องแม่ ต้องมีกระจกกั้นอีกที

‘ยูเครน’ เตือน!! ‘โอลิมปิก ปารีส 2024’ เตรียมถูกแบน หากไฟเขียวให้ ‘รัสเซีย-เบลารุส’ ร่วมลงแข่งขันได้

‘เดนีส ชมีฮัล’ นายกรัฐมนตรี ยูเครน เตือน โอลิมปิก ปารีส 2024 จะถูกแบนจาก 35 ประเทศทั่วโลก หาก ‘รัสเซีย และเบลารุส’ ได้รับไฟเขียวให้ลงแข่งขันได้

(15 ส.ค. 66) ‘รัสเซีย-เบลารุส’ ถูกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) แบนต่อเนื่องหลังก่อสงครามรุกราน ยูเครน แต่ระยะหลังดูเหมือนเริ่มมีการผ่อนปรนมาตรการลง และ มีโอกาสที่รัสเซีย และเบลารุส จะได้แข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ภายใต้ธงเป็นกลาง โดยทั้งสองชาติจะได้แข่งขันใน เอเชียนเกมส์ ที่หางโจว เพื่อทำคะแนนสะสมสำหรับควอลิฟาย โอลิมปิกด้วย

ล่าสุด ยูเครน ระบุว่า รัฐบาลได้ทำหนังสือเรียกร้องและขอความร่วมมือจากนานาประเทศทั่วโลกให้ร่วมกันแบนรัสเซีย–เบลารุสต่อไป โดย เดนีส ระบุว่า “ยูเครนมีความมุ่งมั่นในเรื่องนี้ มีการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรระหว่างประเทศที่ทรงพลัง เพื่อให้กีฬาได้รับความยุติธรรม รวมกว่า 35 รัฐ เราพร้อมจะบอยคอตต์การแข่งขันโอลิมปิก หากรัสเซีย และเบลารุส ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมได้”

ขณะที่ ‘อเล็กซี โมโรซอฟ’ รัฐมนตรีกีฬาของรัสเซีย ระบุว่า รัฐบาลรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียนักกีฬารัสเซียไปแล้ว 67 คน ที่เลือกจะโอนสัญชาติไปเล่นให้ประเทศอื่น หลังเกิดสงครามนับตั้งแต่ปี 2022

โดยนักกีฬาที่แข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2020 จำนวน 47 คน และ นักกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 8 คน รวมทั้ง นักกีฬาอื่นๆอีก 12 คน ได้สละสัญชาติรัสเซียไป เนื่องจากประเทศถูกสหพันธ์กีฬานานาชาติห้ามเข้าร่วมการแข่งขัน อาทิ อนาสตาเซีย เคอร์ปิชนิโกว่า นักกีฬาว่ายน้ำแชมป์ยุโรป ย้ายไปเล่นให้ฝรั่งเศส และ ฮานนา ปรากัตเซ่น เหรียญเงินเรือพายเหรียญเงินโอลิมปิก ย้ายไปเล่นให้ อุซเบกิสถาน

‘หนุ่มไทย’ ยก ‘นิวซีแลนด์’ เกื้อหนุนพัฒนาศักยภาพเด็กได้สุดยอด ต่างจากระบบการศึกษา ‘ประเทศไทย’ ที่ยังทำได้อย่างไม่เต็มที่

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค.66) ผู้ใช้ TikTok บัญชี @Bookboktor หรือ ‘บุ๊ค บอก ต่อ’ ได้ตอบกลับคอมเมนต์ที่เข้ามาถามว่า ‘รักเมืองไทยไหม?’ ซึ่งคุณบุ๊คได้บอกว่า ตนรักประเทศไทย และคิดว่าประเทศไทยวิเศษมาก แต่ถ้าหากมีลูก ตนไม่อยากให้ลูกต้องเติบโตมาในประเทศไทย เนื่องจากระบบการศึกษาที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาศักยภาพเด็กคนหนึ่งได้อย่างถึงที่สุด ซึ่งคุณบุ๊คได้แชร์ประสบการณ์ที่ตนเองได้เคยไปอยู่ที่นิวซีแลนด์ และได้พัฒนาทักษะติดตัวกลับมา โดยระบุว่า…

“ผมมี 4 ทักษะ ที่ได้พัฒนามาตอนอยู่ที่นิวซีแลนด์ ซึ่ง 4 ทักษะนี้ เป็นทักษะที่ผมให้ความสําคัญ และไม่ค่อยเห็นในเด็กไทยรุ่นผม หรือเด็กไทยสมัยนี้คงเก่งขึ้นแล้ว ซึ่งผมไม่แน่ใจ แต่ว่า 4 ทักษะนั้น เริ่มที่อย่างแรก คือ ‘ทักษะรักการอ่าน’ ตอนผมอยู่นิวซีแลนด์ หลัง 5 โมง จะมีการปิดอินเตอร์เน็ต ปิดทีวี ปิดเทคโนโลยีทุกอย่าง และทุกอาทิตย์โฮสต์จะเช่าหนังสือ 10 ถึง 20 เล่ม มาวางไว้ที่บ้าน ไม่อ่านก็ได้ แต่เมื่อมันไม่มีอะไรให้ทํา สุดท้ายพวกเราก็ต้องอ่านหนังสือ จึงทําให้พวกเรารักการอ่าน อย่างที่สอง ‘ทักษะการทํางาน’ ตอนผมเด็ก ๆ ผมต้องช่วยงานบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ถูพื้น ล้างจาน ทําอะไรทุกอย่าง และหลัง 2 ทุ่ม ผมต้องไปช่วยงานที่โรงแรม โดยไปช่วยล้างจานและจัดโต๊ะ เพื่อที่แขกจะได้ลงมาทานอาหารเช้าวันต่อมา มันเลยทําให้พวกเรามีความรับผิดชอบมากขึ้น”

“ถัดมาอย่างที่สาม ผมรู้สึกว่าโรงเรียนที่นิวซีแลนด์ เขาส่งเสริมให้เด็ก ‘กล้าคิดกล้าทํา’ มากกว่าท่องจํา ซึ่งส่วนใหญ่โปรเจกต์ที่เราต้องทํา มันจะเป็นโปรเจกต์ที่เราต้องเริ่มตั้งแต่การวางแผน มาทํารีเสิร์ชเอง ไม่มีถูก ไม่มีผิด ให้ลองทํา เหมือนเขาเรียกว่าลองถูกลองผิดไป จนสุดท้ายมันออกมาดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้ออกมาเป๊ะ แต่ว่าออกมาดีที่สุดเท่านั้นเอง และอย่างที่สี่ คือการที่เขาสอนให้เรารู้จัก ‘การรักการออกกําลังกาย’ สามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้ เพราะว่าที่นู่นแทบจะทุกส่วนของเมือง จะมีสวนสาธารณะใกล้ ๆ และก็มีพื้นที่ออกกําลังกาย มีทั้งสนามรักบี้ สนามบาส สนามเทนนิส และสนามบอล ที่สามารถใช้ได้ฟรีเลย”

“อันนี้เลยเป็นเหตุผลหลักที่ผมอยากจะให้ลูกเติบโตมาที่นิวซีแลนด์ เพื่อสร้างทักษะ 4 อย่างนี้ให้มันมั่นคงก่อนที่จะย้ายกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทย ผมคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่วิเศษมาก และไม่มีประเทศไหนที่ผมอยากอยู่มากกว่าประเทศไทย แต่ผมอยากจะให้ลูกผมไปพัฒนา 4 ทักษะนี้ที่ต่างประเทศก่อน แล้วค่อยกลับมายังประเทศไทย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top