Monday, 27 July 2026
Hard News Team

'ม.ขอนแก่น' มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต จ่อปรับโฉม 'หอพัก-คอมเพล็กซ์' สร้างพื้นที่ 'น่าอยู่-ปลอดภัย' แก่ 'นักศึกษา-คณาจารย์'

มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีการวางแผนยุทธศาสตร์การบริหาร คือการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ (Transformation) เพื่อวิสัยทัศน์ในการเป็น ‘มหาวิทยาลัยวิจัยและพัฒนาชั้นนําระดับโลก’ ทั้งด้านการจัดการศึกษาการวิจัยการบริการวิชาการการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและด้านการบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้มหาวิทยาลัยยังคงมีความก้าวหน้าและการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน

สำหรับด้านระบบนิเวศของมหาวิทยาลัย (Ecological) ซึ่งอยู่ภายใต้การรับผิดชอบของฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยขอนแก่น นั้น ผศ.อาวุธ ยิ้มแต้ รองอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม เผยว่า การสร้างมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้เป็นที่น่าทํางาน (Best place to work) ให้เป็นที่ทํางานที่สนุกและท้าทายทําให้คณาจารย์และบุคลากรอยากทํางานด้วยมากที่สุด โดยจะมีการสร้างมหาวิทยาลัยให้เป็นที่น่าอยู่ (Great place to live) เพื่อให้เป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสมในการใช้ชีวิตมีสิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวมีห้องเรียนด้านพฤกษศาสตร์และมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต (Biodiversity)

ผศ.อาวุธ ยิ้มแต้ กล่าวว่า “โครงการที่เป็นเรือธงในการพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น (Flag ship projects) ของฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม คือ การเพิ่มจำนวนที่พักบุคลากรที่พักนักศึกษาและบุคลากรให้มีจำนวนมากขึ้น นำพื้นที่สนามซอฟท์บอล หลังหอ 26 สร้างเป็นหอพักนักศึกษา โดยจะจัดหาพื้นที่ใหม่สำหรับสร้างสนามซอฟท์บอลทดแทน และพื้นที่อยู่ด้านหลังปั๊มน้ำมัน ปตท. รวมสองพื้นที่นี้จะรองรับนักศึกษาได้ประมาณ 4,000 คน ส่วนที่พักบุคลากรนั้นจะอยู่บริเวณฝั่งบึงสีฐาน เป็นพื้นที่ใกล้ๆ กันกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ การดำเนินการเป็น 2 เฟส คาดว่าจะรองรับบุคลากรได้ประมาณ 2,000 คน ขณะนี้มีความก้าวหน้าอยู่ในช่วงทำร่างขอบเขตงาน (Term of Reference) หรือ TOR เสร็จแล้ว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนหาผู้ร่วมลงทุนมาดำเนินการก่อสร้างต่อไป”

“อีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับงานพลิกโฉมที่ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบก็คือ เรื่องของการปรับปรุงศูนย์อาหารและบริการ หรือ คอมเพล็กซ์ นั้น เป็นการปรับปรุงใหญ่ซึ่งท่านอธิการให้ความสำคัญเนื่องจาก Complex เป็นพื้นที่ที่บุคลากรส่วนใหญ่ทั้งมหาวิทยาลัยมาใช้งานในพื้นที่นี้ร่วมกัน ขณะนี้อยู่ในช่วงของการออกแบบพื้นที่”

“นอกจากนี้ยังมีระบบประปา ที่มหาวิทยาลัยลงทุนขุดลอกบ่อเก็บน้ำดิบ เพื่อเก็บกักน้ำที่ผลิตได้ให้มากขึ้น ป้องกันการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ลดความเสี่ยงการขาดน้ำของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้มีการดำเนินการเกือบสมบูรณ์แล้ว สำหรับการสำรองน้ำที่ผลิตเป็นน้ำประปานั้น มีแผนจะนำเอาถังเก็บน้ำที่เลิกใช้เอากลับมาบูรณะใหม่ เพื่อจะเพิ่มปริมาตรการเก็บกักน้ำที่ผลิตเป็นน้ำประปาให้มีน้ำใช้ได้ตลอดปี ส่วนน้ำที่ใช้ในด้านการเกษตร เช่น คณะเกษตรศาสตร์ได้มีการวางท่อจ่ายน้ำที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย และสูบน้ำดิบที่ได้มาตามธรรมชาติ สุ่มจ่ายไปหลายจุดนำไปใช้รดต้นไม้ ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาบึงต่างๆ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น การขุดลอกหนองหัวช้างซึ่งเป็นสระเก็บน้ำเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยที่ปัจจุบันมีความตื้นเขินเพื่อจัดเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ทั้งยังสร้างระบบนิเวศให้น่าอยู่ ร่มรื่น เพิ่มความผาสุขการทำงานบุคลากรต่อไป” ผศ.อาวุธ ยิ้มแต้  รองอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม  กล่าวในที่สุด

‘เจนนี่’ รีบขอโทษ หลังแฟนคลับเอื้อมมือจับแก้ม ‘ยูจิน’ แต่โดนพี่เลี้ยงปัดออก ชาวเน็ตชื่นชม!! แก้ไขสถานการณ์ได้ดี

(15 ส.ค.66) ชาวเน็ตคอมเมนต์ชื่นชมกันใหญ่ว่าแก้ไขสถานการณ์ได้ดี สำหรับนักร้องสาวอย่าง ‘เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ’ หรือ ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ และลูกสาว ‘น้องยูจิน’ ที่กำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง 

โดยมีคลิปจากผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ได้เผยคลิปแฟนคลับทักทายขณะที่เจนนี่อุ้มลูกสาวอยู่ และได้เอื้อมมือจะไปจับแก้มน้องยูจิน แล้วถูกพี่เลี้ยงปัดมือออก พร้อมกับบอกว่า "ไม่จับน้องนะคะ น้องเพิ่งออกจากโรงพยาบาล" ด้านแม่เจนนี่ รีบขอโทษ ยิ้มให้กับแฟนคลับและบอกว่าน้องไม่สบาย เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล

งานนี้คอมเมนต์เพียบ ที่เข้ามาชื่นชม ‘สาวเจนนี่’ ที่แก้ไขสถานการณ์ได้ดี และแฟนคลับก็เข้าใจ ว่าเด็กเล็กป่วยได้ง่าย

ทนายของ ‘จูน’ ภรรยา ‘หนุ่ม กะลา’ เผย มือที่สามขอกลับลำ!! ไม่ยอมไกล่เกลี่ยจ่าย 10 ล้าน ด้านศาลเตรียมนัดสืบพยานโจทก์

(15 ส.ค. 66) อัปเดตความคืบหน้ากรณีมือที่สาม ‘หนุ่ม กะลา’ สามีของ ‘จูน เพ็ญชุลี หนูแก้ว’ เตรียมจ่ายเงินทดแทนให้จำนวน 10 ล้านบาทนั้น ล่าสุด (15 ส.ค. 66) ทาง ‘ทนายชายพัฒน์’ หรือ ‘ทนายพัฒน์’ ทนายความของจูนได้ออกมารายงานความเคลื่อนไหวว่า ทางคู่กรณีของจูนนั้นกลับลำ ไม่ประสงค์จะจ่ายเงินไกล่เกลี่ยเรื่องทั้งหมดแล้ว

ดังนั้น นัดไกล่เกลี่ยที่แต่เดิมจะมีขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2566 จำเป็นต้องเลื่อนออกไปตามคำสั่งศาล คือวันที่ 28 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น.โดยเป็นนัดเพื่อสืบพยานโจทก์ มีรายละเอียดข้อมูล ดังนี้

“เนื่องจากพรุ่งนี้ เป็นวันที่ 16 สิงหาคม 2566 เป็นวัดนัดไกล่เกลี่ยคดีคุณจูน ในกรณีฟ้องเรียกค่าทดแทนจำนวน 10 ล้านบาทจากบุคคลที่สาม แต่เนื่องจากทางบุคคลที่สามแจ้งว่า ไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ย ดังนั้น นัดไกล่เกลี่ยที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดลพบุรีในวันพรุ่งนี้จึงต้องยกเลิกไป (สิทธิของจำเลย)

นัดต่อไป คือ วันที่ 28 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น. เป็นนัดพร้อมเพื่อชี้สองสถาน กำหนดแนวทางนำสืบ หรือสืบพยานโจทก์…

จึงประกาศให้ทุกคนทราบครับ และแม่จูนฝากขอบคุณทุกกำลังใจผ่านผม มาฝากทุกท่านด้วยครับ เธอสบายดีและมีกำลังใจ… #ทีมเมียหลวง #แพงที่ไม่ต้องพยายาม #ทนายชายพัฒน์ #ทนายเมียหลวง”

ท่ามกลางความคิดเห็นของชาวเน็ตที่เอนเอียงไปทางฝ่ายของจูน เพ็ญชุลี โดยหลายคนมองว่าทางคู่กรณีไม่มีทางที่จะชนะคดีนี้ได้อย่างแน่นอน เช่น

“จัดให้หนักกับคนแบบนี้”
“เป็นกำลังใจให้ทั้งคุณทนายและคุณจูนค่ะ”
“จะสู้ยังไงมิทราบ”
“จัดเต็มๆสักหนึ่งผลงานเลยครับ”
“สู้ๆ คะเรากำลังหาหลักฐานยื่นฟ้องเหมือนกันคะทีมเมียหลวงคะ” เป็นต้น

ก็คงต้องติดความคืบหน้าในวันที่ 28 สิงหาคม 2566 กันต่อไป ว่านัดสืบพยานโจทก์จะเป็นอย่างไร หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในประเด็นนี้ ทางเดอะไทยเกอร์จะนำมารายงานให้ทราบอีกครั้ง

ปตท. ส่ง on-ion เดินหน้าขยายสถานีชาร์จ EV ผนึก SC เจาะกลุ่มที่อยู่อาศัย ตั้งเป้า 400 หัวจ่ายในปี 66

(15 ส.ค. 66) นายเชิดชัย บุญชูช่วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) พร้อมด้วย นายโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด และนายดิเรก ตยาคี Head of Technology Solutions บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาธุรกิจให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด และ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมการใช้และให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถ EV เติมเต็มพลังงานสะอาดได้แบบไม่ต้องแวะรอชาร์จ

นายเชิดชัย เปิดเผยว่า บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน (on-ion) เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ในพื้นที่โครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน โดยจับมือพันธมิตรผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรอย่าง SC Asset ติดตั้ง EV Charging Station ในเฟสแรก จำนวน 40 เครื่อง ภายใต้โครงการเรฟเฟอเรนซ์ (Reference) โค้บบ์ (COBE) และโครงการอื่น ๆ โดยจะเริ่มโครงการแรกที่เรฟเฟอเรนซ์ สาทร-วงเวียนใหญ่ ใกล้ใจกลางธุรกิจย่านสาทร พร้อมให้บริการช่วงต้นปี 2567 ตอบโจทย์ทุกการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย รองรับความต้องการของผู้ใช้ EV ในเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น

“ปตท. มุ่งมั่นเพิ่มศักยภาพความพร้อมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมบริการครบวงจร ภายใต้แบรนด์ on-ion ให้ครอบคลุมครบทุกกลุ่มเป้าหมาย อาทิ พื้นที่ศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร และพื้นที่โครงการที่อยู่อาศัยกว่า 400 หัวจ่าย ในปี 2566 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของกลุ่ม ปตท.” นายเชิดชัย กล่าว

นายดิเรก กล่าวว่า SC Asset ได้ร่วมมือกับ on-ion ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า กับทางสถาบันนวัตกรรม บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) มาตั้งแต่ปี 2563 นับว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพในการร่วมมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าและบริการของ SC ตามแนวคิด Human-Centric ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อค้นหาความต้องการ และโซลูชันต่าง ๆ ด้านที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง และพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคซึ่งเทรนด์ปัจจุบันที่มีแนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ในอนาคตการมี EV Charging Station ในโครงการ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักสำคัญที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อบ้าน และคอนโดฯ นอกจากจะเป็นประโยชน์ทางตรงที่ผู้บริโภคได้รับแล้ว การนำเทคโนโลยีนี้เข้ามายังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ โครงการของ SC ที่มีการติดตั้ง EV Charging Station ลูกค้าจะสามารถ สั่งชาร์จ ตรวจสอบสถานะการณ์ชาร์จ และ ชำระเงิน ผ่านทางรู้ใจแอป (RueJai App) ได้ทันที

‘น้ำตาล ชลิตา’ ฝากถึงป้าข้างบ้าน เลิกยุ่งเรื่องคนอื่นได้แล้ว หลังชอบเอาเรื่องตนไปเล่าใส่ไข่ ลั่น!! มีปัญหาอะไรมาเคลียร์ได้

(15 ส.ค.66) มีเรื่องให้อารมณ์เดือดปุด ๆ สำหรับนางงามสาว ‘น้ำตาล ชลิตา’ หลังออกมาไลฟ์สดฟาดพฤติกรรมเพื่อนบ้านชอบเอาเรื่องของตนไปเล่าใส่ไข่ให้คนอื่นฟัง ซึ่งน้ำตาลบอกจริง ๆ ไม่ใช่ป้า อายุประมาณ 30 กว่าแล้ว แต่จะเรียก 'ป้า' เพราะชอบสาระแนเหมือนป้าข้างบ้าน

ยืนยันตนไม่เคยไปยุ่งกับเขา มีแต่แม่เอาเรื่องในครอบครัวไปเล่า แล้วเขาเอาไปเล่าต่อแบบแต่งเรื่อง เห็นใครไปใครมาที่บ้าน ก็กล่าวหาว่าตนเอาผู้ชายมาอยู่ที่บ้าน แถมยังหาว่าเราไล่พ่อแม่ออกจากบ้าน เพื่อจะพาผู้ชายมาอยู่ น้ำตาลยอมรับตอนนี้ไม่ได้อยู่กับแม่ แต่ไม่เคยไล่ เรามีแม่คนเดียวในชีวิต รักแม่

ล่าสุดในเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘น้ำตาล’ เคลื่อนไหวโพสต์ข้อความฝากถึงป้าข้างบ้านอีกว่า “ป้าบ้านตรงข้ามถ้าเห็นโพสต์หนู ป้าหยุดเxีอกเรื่องของหนูนะคะ หนูไม่เคยไปยุ่งเรื่องของป้านะ ต่างคนต่างอยู่นะคะ มีอะไรมากดกริ่งเคลียร์ได้ หลายรอบล่ะ”

นอกจากนี้เจ้าตัวยังคอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ดังกล่าวของตัวเองด้วยว่า “ป้าบ้านตรงข้ามที่แปลว่าบ้านตรงข้ามจริง ๆ อะค่ะ ไม่ใช่เวทีนางงาม”

ท่ามกลางชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์ซัพพอร์ต ‘น้ำตาล’ มากมาย พร้อมทั้งไม่ลืมร่วมวงวิจารณ์ยับพฤติกรรมป้าข้างบ้านชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแบบนี้ต้องโดนสักที

‘ก้อย’ ขอบคุณ ‘นิกกี้’ เป็นหนึ่งในความสำเร็จของรายการที่ทำ แม้ความสัมพันธ์จะจบลง แต่มิตรภาพที่มีให้กันยังไม่เปลี่ยนแปลง

(15 ส.ค.66) สำหรับคู่รักสุดแนว อย่าง ‘ก้อย อรัชพร โภคินภากร - นิกกี้ ณฉัตร’ ที่ทั้งคู่ปิดฉากรักลงไปด้วยดี และล่าสุด สาวก้อย ได้จัดมินิคอนเสิร์ตกับเพื่อนสนิท อย่าง ‘ดรีม-นัตตี้’

โดย ‘สาวก้อย’ โพสต์สตอรี่พร้อมภาพจดหมายจาก ‘หนุ่มนิกกี้’ ที่เขียนความในใจไว้ว่า “เก่งมาก สุดยอด พรสวรรค์ เขียนก่อนดูคอนเสิร์ตนะ เรารู้ว่าถ้าเขียนหลังจากคอนเสิร์ตก็ต้องเขียนแบบนี้”

ต่อมา ‘สาวก้อย’ ก็โพสต์สตอรี่ถึง ‘หนุ่มนิกกี้’ อีกว่า “ขอเขียนถึงพี่นิกกี้สักเล็กน้อย สำหรับรายการ ‘ถ้าหนูรับ’ พี่นิกกี้เป็นหนึ่งในความสำเร็จของรายการนี้และในหลาย ๆ อย่างของก้อยตลอดสามปี ถึงทั้งรายการและความสัมพันธ์จะจบลงแต่มันดีมาก ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ ซึ้งใจ555555” ก็ถือว่ายังคงเป็นมิตรภาพที่ดีหลังเลิกกัน

‘เชสเตอร์’ แจง!! ‘หนังไก่ซอสน้ำปลา’ หายปริศนา เหตุ!! ‘พนักงานสาขา-คนรับออเดอร์’ สื่อสารกันคลาดเคลื่อน

(15 ส.ค. 66) หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ปัญหา ‘หนังไก่หาย’ ลงในกลุ่ม ‘พวกเราคือผู้บริโภค’ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 3.4 แสนคน พร้อมเล่าว่า…

“รบกวนสอบถามค่ะสั่งข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลาแบรนด์นึงมา แต่เหมือนหนังไก่โดนดึงออกไปค่ะ ไม่ทราบว่าคนอื่นเป็นเหมือนเรามั้ยคะ 🥹”

ขณะที่คอมเมนต์มองว่า “ไม่น่าจะเป็นไปได้” อีกทั้ง “ส่วนที่อร่อยที่สุดหายไปแล้ว”, “เอาเนื้อไปยังไม่โกรธเท่านี้”

สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการชื่อดัง เปิดเผยว่า ทีมข่าวได้โทรสอบถามผู้ช่วยผู้จัดการร้านไก่ดังกล่าว ได้คำตอบว่า “วันเกิดเหตุลูกค้าโทรมาสอบถามเรื่องหนังไก่หายแล้ว ได้ขอโทษลูกค้าไปแล้ว ลูกค้าไม่ได้ติดใจเอาความอะไร แค่สอบถามว่าหนังไก่หายไปไหน จึงตอบลูกค้าไปว่า “หนังไก่อาจจะหด หนังไก่ไม่น่าหลุด” ลูกค้าก็เข้าใจ เพราะเป็นลูกค้าประจำ”

ล่าสุด บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด เจ้าของธุรกิจ ร้านอาหารเชสเตอร์ (Chester’s) ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า…

“จากกรณีที่ลูกค้าท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสั่งซื้อเมนูข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลาจากร้านเชสเตอร์ สาขา ปตท.วงแหวนบางแค และพบว่า ไก่กรอบซอสน้ำปลา ที่ได้รับ ไม่มีหนังไก่ ติดมาด้วยนั้น

หลังจากที่บริษัทรับทราบข่าวได้ทำการติดต่อลูกค้าและสอบถามข้อเท็จจริงไปยังสาขาดังกล่าวทันที เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า สาเหตุอาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่างพนักงานสาขาที่รับออเดอร์กับลูกค้า จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ บริษัทขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอขอบคุณ พร้อมน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปพัฒนาการบริการให้กับลูกค้าเชสเตอร์ทุกท่านให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ขอแสดงความนับถือ”

เปิดค่าซ่อม ‘Rolls-Royce Ghost’ ที่กระบะแต่งซิ่งชนท้าย แค่ตูมเดียวก็ได้จ่ายอ่วม มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท!!

(15 ส.ค. 66) จากกรณีรถกระบะชนท้ายรถยนต์หรู Rolls-Royce Ghost Extended รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งมีราคาเริ่มต้นสูงถึง 36,800,000 บาท (เมื่อรวมกับออปชันต่างๆ อาจมีมูลค่าสูงถึง 44 ล้านบาทตามที่ปรากฏเป็นข่าว) ลองไปดูกันว่าเคสนี้จะโดนค่าซ่อมขนาดไหน

‘Rolls-Royce Ghost’ รุ่นปัจจุบัน (ตามที่เป็นข่าว) ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเจเนอเรชันที่ 2 แล้ว โดยถือเป็นรถยนต์ระดับ Ultra-luxury ขนาดรองลงมาจากรุ่น Phantom ถูกนำเข้าและจัดจำหน่ายผ่าน Rolls-Royce Motor Cars Bangkok ของเครือ MGC-ASIA (เจ้าของเดียวกับโชว์รูม BMW Millennium Auto) ซึ่งมีโชว์รูมตั้งตระหง่านอยู่บนถนนพระรามที่ 3 นั่นเอง

อันที่จริงแล้วค่าซ่อมรถยนต์หรู Rolls-Royce Ghost จากกรณีถูกรถกระบะชนท้ายดังกล่าวไม่ได้มีรายละเอียดแน่ชัด (เพราะถือเป็นเรื่องของศูนย์บริการและบริษัทประกันที่ต้องประเมินค่าซ่อม) แต่ก็มีการประมาณการค่าซ่อมชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องจากการถูกชนท้ายเอาไว้ ดังนี้

- ชุดไฟท้าย 2 ข้าง ประมาณ 600,000 บาท
- กันชนหลัง ประมาณ 250,000 บาท
- ท่อไอเสีย ประมาณ 80,000 บาท
- ฝากระโปรงหลัง ประมาณ 300,000 บาท
- อุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องบริเวณห้องเก็บสัมภาระท้าย ประมาณ 350,000 บาท
- ระบบ Shockup ฝากระโปรงท้าย ประมาณ 600,000 บาท

เมื่อรวมกันแล้วก็จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าทั้งหมดเป็นมูลค่าประมาณการเท่านั้น ซึ่งความเป็นจริงยังมีค่าซ่อมส่วนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การเคาะขึ้นรูปตัวถัง, การทำสี, ค่าแรง, ชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ และชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อีกมากมาย ส่งผลให้ค่าซ่อมครั้งนี้เกินกว่า 2 ล้านบาทอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดคนขับรถ ‘กระบะ’ บอกว่า วันเกิดเหตุได้ขับมาด้วยความเร็วปกติ 110-120 กม./ชม. พยายามจะแซงขวา แต่ ‘รถหรู’ โรลส์-รอยซ์ ได้การเบรกกะทันหันจึงได้ชนท้าย

ต่อมาได้ลงรถมาพูดคุยกับคนขับโรลส์-รอยซ์ ก็พบว่าคนขับเป็นสาวจีนวัย 21 ปี ซึ่งยอมรับว่าตัวเธอเองเบรกกะทันหันจริง จึงไม่ติดใจเอาความ เพราะรถคันหน้าเบรกกะทันหัน เธอจึงเบรกไม่ทัน งานนี้จึงจบด้วยต่างคนต่างไปซ๋อมรถของตัวเอง ไม่ต้องมารับผิดชอบใดๆ

‘หนุ่มไทย’ เจ๋ง!! ได้ร่วมงานกับ ‘อาร์เซนอล’ ยอดทีมพรีเมียร์ลีก คว้าตำแหน่งนักวิเคราะห์เกมแห่งวงการลูกหนัง ค่าตัวสูงลิ่ว!!

เป็นอีกครั้งที่คนไทย ได้ร่วมงานกับสโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อ ‘อธิคุณ ปิ่นทอง’ หรือ ‘คุณเลี้ยง’ ที่เรียนและทำงานอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊กส่วนตัวว่าเวลานี้ได้เข้าร่วมทำงานกับสโมสร ‘ไอ้ปืนใหญ่’ อาร์เซนอล รองแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดย อธิคุณในวัย 23 ปี ก่อนหน้านี้ เคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์เกมฟุตบอลให้กับทีมชุดยู-18 ของ ‘อ็อกฟอร์ด ยูไนเต็ด’ ทีมในลีกวัน และทีมชุดยู-18 ของเซาแทมป์ตันมาก่อน กระทั่งล่าสุด คุณเลี้ยงได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ชื่อ ‘Liang Pinthong’ ได้ประกาศว่าเขาได้ทำงานกับอาร์เซนอลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาจะทำหน้าที่ดูแลชุด ยู-13, ยู-14 เป็นหลักและช่วยชุดอื่นๆ เป็นบางครั้งบางคราว โดยมีข้อความดังนี้

“ผมอยากประกาศว่า ผมได้ทำงานนักวิเคราะห์เกมให้กับสโมสรอาร์เซนอล อยากใช้โอกาสตรงนี้ ขอบคุณป๊ากับม๊าที่สนับสนุนเลี้ยงมาตลอดไม่ว่าจะส่งเลี้ยงเรียน, พลาดสัมภาษณ์งานหลายๆ ที่จนได้งานนี้”

ทั้งนี้ ตำแหน่งนักวิเคราะห์เกม นับเป็นบทบาทที่มีความสำคัญในโลกลูกหนังมากขึ้นเรื่อย ๆ หน้าที่ของพวกเขาคือ การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของทีมตัวเองและทีมคู่แข่ง เพื่อนำไปมอบให้โค้ชของสโมสรนั้นๆ พิจารณาเป็นแนวทางในการทำทีม ซึ่งอัตราจ้างสโมสรในระดับแชมเปี้ยนชิพหรือลีกรองลงมา จะอยู่ที่ราว 20,000 ปอนด์ต่อปี (ราว 880,000 บาท) ซึ่งถ้าเป็นในระดับที่สูงขึ้นมาอย่างพรีเมียร์ลีก ก็จะมีค่าจ้างสูงขึ้นอีก 2-3 เท่าตัวเลยทีเดียว

‘เปิ้ล ไอริณ’ เผยมุมมองเรื่อง ‘ครูกายแก้ว’ ใจศรัทธาถือว่าไม่ผิด พร้อมแนะ!! สิ่งที่ควรเคารพ-ศรัทธามากที่สุด คือ ‘ตัวเราเอง’

(15 ส.ค.66) ว่าด้วยเรื่อง ‘ครูกายแก้ว’ มันก็แล้วแต่ความศรัทธาและความเชื่อส่วนบุคคลจริงๆ อย่างล่าสุด ‘เปิ้ล ไอริณ’ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยถึงมุมมองส่วนตัวในเรื่องนี้ พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ว่า ฝากไว้ให้คิด โดยระบุว่า…

"Morningg!! ว่าด้วยเรื่อง ‘ครูกายแก้ว’ คนวงในสายมู ย่อมรู้จัก อ.สุชาติ ผู้ตั้งศาลครูกายแก้วดี อ.สุชาติ ท่านเป็นผู้ตั้งศาลใหญ่ ๆ ระดับประเทศ อย่างพระตรีมูรติที่เซ็นทรัลเวิลด์ และพระพิฆเนศที่ห้วยขวาง เหล่าดารา นักแสดง และไฮโซ ต่างก็รู้จัก อ.สุชาติ ดี

เราเองเคยเจออาจารย์ครั้งแรก ท่านทัก "เห็นมันเซ็กซี่ แต่ไอ้นี่ไม่ง่ายนะ" เราว่าท่านแม่น

ในมุมมองเรา ถือว่าครูกายแก้ว ไม่ได้มีพิษมีภัยใด ๆ เพราะองค์พญาครุฑ พญานาค ที่พวกเรานับถือ ก็มีความเป็นเทพกึ่งชั้นบนโลกมนุษย์ ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ทรงเขียนในพระกัณฑ์ไตรปิฎกไว้ว่า เรามีถึง 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน เพราะฉะนั้นถ้าใครจะเลือกเคารพศรัทธาสิ่งใด ตามสัญญาเก่า ตามภพภูมิบารมีของตน ก็ไม่ถือว่าผิด!

แต่อีกด้านหนึ่ง คนศึกษาเรื่องจิตวิญญาณต่างรู้ดีว่า "เราจะมีรูปลักษณ์ กายภาพ คล้อยตามสิ่งที่เราศรัทธา เคารพบูชา" สังเกตง่าย ๆ สำนักสงฆ์ชีบางที่ ที่เราไปปฏิบัติธรรม แม่ชีทั้งวัด ก็ตัดผมทรงเดียวกับแม่ชีที่เป็นผู้นำที่ยังไม่ปลงผม ลูกศิษย์ในโซเชียล ก็จะแต่งกาย ทำผม มีลักษณะ ความคิดจิตวิญญาณ คล้อยตามโค้ชชิ่งต่าง ๆ

ถ้าถามว่า เรามีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอะไร? เราเลือกศรัทธา บูชาสิ่งที่มีเรื่องราว มีตัวตนจริง ๆ ที่ได้สร้างคุณงามความดี มีคำสอนที่ดี เราจึงศรัทธา บูรพกษัตริย์ต่าง ๆ บนหิ้งบูชาบ้านเรา มีเสด็จพ่อร.5, ร.9 พระนเรศวร พระเจ้าตากสิน และพระสงฆ์สาวก พระอรหันต์ ที่มีอภิญญา อย่างหลวงพ่อสด หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ถือเป็นสามเด้ง ได้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ได้เคารพศรัทธา และได้ระลึกแสดงความกตัญญูรู้คุณ ต่อสถาบันหลักของชาติด้วย ถือว่าเป็นมงคลของชีวิต

จะบอกว่า "การรัก และเคารพศรัทธาสิ่งใด เรากำลังมอบพลัง อำนาจ ที่เรามีอยู่ ให้กับสิ่งนั้นค่ะ" ครู อาจารย์ โค้ชต่าง ๆ ถึงได้ดูดี มีพลัง รวยขึ้น สวยขึ้น แม่ที่รักลูก รักสามีหมดใจ จะปล่อยให้ตัวเองโทรมลง เพราะยกพลังอำนาจ ความรัก ความศรัทธาตน ให้ครอบครัวหมด สุดท้ายสามีและลูก จะไม่ค่อยรักแม่!!

เรามีเคล็ดลับเพิ่มพลังความรักความศรัทธาตน มาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ สิ่งที่เราควรรัก และศรัทธาที่สุด คือ ‘ตนเอง’ หมั่นให้พลังตัวเอง ลองตั้งรูปตัวเอง ช่วงที่ชอบที่สุด ช่วงที่ดูดี และมีความสุขที่สุด มองบ่อย ๆ จุดกำยานหอม ๆ เคลียร์พลังงาน แล้วพูดบวก ๆ ให้พลังตัวเอง ยามส่องกระจก ก็มอง แล้วพูดบ่อย ๆ "ฉันรักเธอนะ ฉันศรัทธาในตัวเธอ เธอผ่านหลายอย่างมาด้วยความเก่ง และปัญญา และฉันขอสัญญากับเธอในอนาคตว่า ฉันจะพัฒนาตัวเอง ให้ดีขึ้นทุก ๆ ด้าน ชั้นจะทำทุกอย่าง ที่เธอหวังตั้งใจไว้ ให้สำเร็จให้ได้!!" พูดเลย พูดบ่อย ๆ ค่ะ

อย่าลืม เวลายามเสียใจ ยามทุกข์ยาก ยามล้ม ยามเจ็บป่วย ใครเช็ดน้ำตา ใครดูแลเราคะ?? เพราะฉะนั้นบนโลกนี้ คนที่คุณควรรัก เคารพ และศรัทธาให้มากที่สุด คือ "ตัวคุณเองค่ะ!!
#ฝากไว้ให้คิด"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top